0383: Jim Simons, the quant

James Simons, Renassaince Technologies
[W:Jim Simons] คือเจ้าของ [W:Renaisance Technologies] เฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน (Equity Category) (สินทรัพย์ $35 billions)
กองทุน Medallion ที่ Simons บริหารเป็นเฮ็ดจ์ฟันด์จำพวก Quantitative กล่าวคือ อาศัยโมเดลทางคณิตศาสตร์ในการเทรดล้วนๆ แทนที่จะอาศัยการวิเคราะห์ข่าวหรือปัจจัยพื้นฐาน ทุกอย่างจะถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งพยายามค้นหาช่องว่างในการทำกำไรจากหลักทรัพย์อะไรก็ได้ที่หาได้จากทุก ตลาดที่มี correlation ที่ต่างกัน โดยโมเดลและธุรกรรมทั้งหมดจะถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอด เพื่อป้องกันมิให้มีคนเลียนแบบ (ซึ่งจะทำให้โอกาสในการทำกำไรหายไป)
ผลตอบแทนเฉลี่ยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาของกองทุนคือ 38.5% ต่อปี แต่เดิม Simons รับจ้างบริหารเงินให้กับคนอื่น (ค่าบริหาร 5% ต่อปี บวก profit-sharing 36% ของกำไร) แต่ได้ปิดรับเงินใหม่ไปตั้งแต่ปี 1993 และสามารถทยอยคืนเงินลูกค้าเก่าจนหมดได้ในอีก 12 ปีต่อมา ปัจจุบัน สินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนจึงเป็นเงินของ Simons และทีมงานเองล้วนๆ ไปแล้ว
Simons จบ ป.ตรี ด้านคณิตศาสตร์จาก MIT ที่นั่นเขามีความสุขมากกับไขปัญหาคณิตศาสตร์กับเพื่อนๆ อย่างจริงจังในช่วงกลางวัน และเป็นนักโป๊กเกอร์ตัวฉกาจในตอนกลางคืน หลังจากนั้นเขาก็ไปทำปริญญาเอกที่ Berkeley และแต่งงานกับภรรยาคนแรก เขาเอาเงินที่ได้จากงานแต่งงานไปลองเทรดอนุพันธ์ของถั่วเหลืองเป็นครั้งแรก และทำกำไรได้เป็นเท่าตัวภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน ก่อนที่จะกลายเป็นขาดทุนในอีกแค่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นอาจารย์ที่ Harvard และมีโอกาสได้ทำธุรกิจโรงงานกระเบื้องพื้นร่วมกัับบิดาและเพื่อนๆ อีกสองคน ซึ่งทำให้เขาเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ได้งานที่ Institute for Defense Analyses ของเพนตากอน ทำหน้าที่เป็นนักคณิตศาสตร์ด้านการไขรหัสลับ จากนั้นก็กลับไปเป็นอาจารย์คณิตศาสตร์อีกครั้งที่ Stony Brook University ที่นี่ เขากลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการในฐานะนักคณิตศาสตร์ที่คิดค้น Chen-Simons Model ซึ่งนักฟิสิกส์ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา [W:String Theory] ในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น Simons เริ่มเบื่อวงการวิชาการ จึงได้ร่วมกับเพื่อนก่อตั้งเฮ็ดฟันด์ที่พยายามหากำไรในตลาดคอมโมและอัตราแลก เปลี่ยนขึ้นมาโดยใช้เงินเก็บที่ได้มาจากธุรกิจโรงงานราว $600k แต่ดูเหมือนการใช้โมเดลเทรดจะหากำไรได้ยากมาก ในขณะที่การอาศัยปัจจัยพื้นฐานกลับทำเงินได้มากกว่า สุดท้ายแล้วกองทุนจึงเปลี่ยนมาใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก และสามารถทำกำไรได้ถึง 10 เท่าตัว ในช่วงเวลานี้ เขาได้แต่งงานอีกเป็นครั้งที่สองกับภรรยาคนปัจจุบัน
Simons ยังไม่ละความคิดเรื่องการใช้โมเดลคณิตศาสตร์ในการหากำไร เพราะสิ่งที่เขารักมากที่สุดคือคณิตศาสตร์ ในที่สุดก็ได้ก่อตั้ง Medallion Fund ขึ้นมาใหม่กับเพื่อนนักคณิตศาสตร์คนหนึ่งของเขา ซึ่งภายหลังเพื่อนของเขาได้เลิกลาไปเพราะเบื่อหน่ายโลกการเงินที่มีแต่การหา เงิน เพราะยังไงเสียเพื่อนของเขาก็ยังชอบ pure math มากกว่า
Simons ยังคงบริหาร Medallion ต่อไป โดยปรับปรุงโมเดลให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และปัจจุบันเขามีเพื่อนร่วมงานถึง 148 คน ซึ่งหนึ่งในสามจบปริญญาเอก ถือได้ว่า Simons เป็น [W:Quant] ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลก และทำให้แนวทางนี้กลายมาเป็นแนวทางที่ทำกำไรได้มากที่สุดในตลาดในปัจจุบัน ด้วย
ไม่รู้สิครับ ผมว่าประวัติของคุณคนนี้ ทำเป็นหนังฮอลลีวู้ดได้สบายๆ …

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘