[312]การสอบภาษาอังกฤษเข้าเรียนต่อปริญญาโท

สวัสดีครับ
มีท่านผู้อ่านถามผมเกี่ยวกับข้อสอบและการ สอบภาษาอังกฤษเพื่อเข้าเรียนต่อปริญญาโท ผมไม่แน่ใจว่าประสบการณ์ของผมเมื่อหลายปีก่อนจะใช้ได้หรือไม่ ถือว่าคุยกันเล่น ๆ แล้วกันครับ

ผมเดาว่าข้อสอบดัง กล่าวของแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละคณะคงมีส่วนต่างกันบ้าง ถ้าจะให้ได้ข้อสอบเจาะจงตรงเป้า ก็คงต้องไปหาซื้อข้อสอบของมหาวิทยาลัยนั้นและของคณะนั้นมาศึกษา ว่าเนื้อหาและสัดส่วนของข้อสอบภาษาอังกฤษ เพื่อสอบเข้าปริญญาโทคณะนั้น ๆ มีลักษณะอย่างไร

แต่ถ้ามองหรืออีกแง่หนึ่ง ท่านไม่ต้องไปสนใจแสวงหาข้อสอบดังกล่าวก็ได้ครับ ตามความเห็นของผม ข้อสอบภาษาอังกฤษที่ใช้สอบเข้าปริญญาโทในเมืองไทย สถาบันไหน ๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ คือ ส่วนใหญ่จะเน้นการทดสอบทักษะด้านการอ่าน หรือ reading เพราะในการเรียนปริญญาโท หากอ่าน text ภาษาอังกฤษได้ ก็จะช่วยให้การศึกษาค้นคว้าเป็นไปได้อย่างกว้างขวางมีประสิทธิภาพ

จาก ประสบการณ์ที่ผมเคยผ่านเวทีการสอบภาษาอังกฤษมาทั้ง 3 เวที คือ การสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโท การสอบ TOEFL และการสอบชิงทุนกรมวิเทศสหการไปอบรมต่างประเทศ ถ้าท่านถามว่ายากไหม และจะเตรียมตัวยังไงให้สอบได้ คำตอบง่าย ๆ ของผมก็คือ ถ้าท่านอ่านหนังสือพิมพ์ Bangkok Post หรือ The Nation ได้รู้เรื่องไม่ต่างกันมากนักกับการอ่านไทยรัฐหรือเดลินิวส์ รับรองว่าภาษาอังกฤษที่สอบเข้าปริญญาโทจะไม่เป็นปัญหา สำหรับท่าน เพราะฉะนั้นถ้าท่านฟิตตัวเองด้วยการอ่าน Bangkok Post และ The Nation ทุกวัน ท่านสอบผ่านแน่ ๆ ครับ

ถึงตรงนี้ ขอแนะนำให้ท่านใช้บริการจากลิงค์นี้ครับ :
[311] เชิญดาวน์โหลด Bangkok Post ฉบับบอกศัพท์
[39] เรียนภาษาจากหนังสือพิมพ์

ผมเคยเห็นหนังสือบางเล่มที่เขารวบรวมศัพท์ภาษาอังกฤษในการสอบปริญญาโท ในความเห็นส่วนตัวการท่องศัพท์อัดเข้าไปในสมองแบบนี้ ดิบเกินไป และมักจะจำยาก-ลืมง่าย การจำศัพท์ที่ถูกต้องควรเป็นการจำอย่างเป็นธรรมชาติ คือเราพบศัพท์ตัวนั้น เมื่อเราอ่าน หรือฟัง (หรือถึงขั้นเอาศัพท์ตัวนั้นมาพูดหรือเขียนดัวยตัวเอง) แล้วเราค่อย ๆ ฝึกเดาและตีความความหมายของศัพท์และเนื้อเรื่อง ในไม่ช้าก็จะจำได้-และใช้เป็น

การเอาแต่ท่องจำอย่างเดียว จะทำให้สมองส่วนที่ใช้ในการเดาและตีความฟ่อ ในทางตรงกันข้ามการ เดาจะช่วยให้เรารู้ศัพท์ และการตีความจะช่วยให้เรารู้เรื่อง การฝึกเดาและตีความ เพื่อให้รู้ศัพท์และรู้เรื่อง จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีทางลัด

จริง ๆ แล้วการท่องจำศัพท์ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าไม่ฝึกเดาและตีความไปพร้อม ๆ กัน ถึงจำศัพท์ได้แต่ก็อาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะ
(1) ศัพท์คำหนึ่งเมื่อเปิดดิกดูแล้วอาจจะมีถึง 10 ความหมาย-เลยเลือกไม่ถูกว่าจะเอาความหมายใดมาใช้กับเนื้อเรื่องที่กำลังอ่าน และ
(2) แม้จะเลือกความหมายได้แล้ว ก็ต้องตีความให้เข้ากับเรื่องที่อ่านจึงจะอ่านรู้เรื่อง การตีความจึงเป็นการใช้ความคิดที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และต้องการการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ถ้าท่านต้องการศึกษาเรื่องการเดาความหมายของศัพท์ขอเชิญไปที่ลิงค์นี้ครับ :
[71] เดาศัพท์จากเรื่องที่อ่าน-เดายังไง?

ขออวยพรให้ทุกท่านที่กำลังฟิตภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสอบเข้าเรียนปริญญาโทได้เข้าเรียนตามความตั้งใจ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘