[279] ‘บัญญัติ 10 ประการ’ ของการฟิตภาษาอังกฤษ

สวัสดีครับ
ในฐานนะคนหัวอกเดียวกันที่กำลังฝึกฟิตภาษา อังกฤษ ผมขอเล่าวิธีการส่วนตัวที่ใช้ฝึกตัวเอง อาจจะมีสัก 1 หรือ 2 วิธีที่ท่านรู้สึกเข้าท่าและเอาไปลองทำบ้าง

1. กำหนดปริมาณของการฝึก และทำให้ได้: อาจจะเป็นปริมาณก้อนเล็ก ๆใกล้มือ เช่น ทุกวันจะต้องอ่านจบ 1 หน้า หรือฟังให้ได้นาน 20 นาที หรืออ่านออกเสียงชัด ๆ อย่างน้อย 10 ประโยค หรือขนาดใดก็ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้ามากเกินไปก็จะรู้สึกเหนื่อย ถ้าน้อยเกินไปก็จะรู้สึกเนือย ฉะนั้นให้กำหนดปริมาณการฝึกขนาดพอดี ๆ และแน่วแน่ทำไปให้เสร็จ ส่วนปริมาณเป้าหมายก้อนใหญ่ไกลมือก็แล้วแต่ใจจะไขว่คว้า เช่น จะฟิตอังกฤษเพื่อเป็นเส้นทางเดินไปสู่การเป็นคนรวย - คนเก่ง - คนดี - คนมีความสุข ใน style ที่เราเลือกเอง

2. หาให้พบงานอดิเรกที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก: ย้ำ... ต้องหาให้พบ เพราะบางทีมันก็หายากอยู่นะ ถ้าอ่าน Bangkok Post ก็ไม่สนุก, ดูหนังฝรั่งก็ไม่สนุก (คือตั้งใจฟัง soundtrack ไม่ใช้จ้องแต่อ่าน subtitle ภาษาไทย), ฟังข่าว CNN ก็ไม่สนุก ก็ต้องหาอย่างอื่นอ่าน - หาอย่างอื่นดู – หาอย่างอื่นฟัง ต้องหาให้พบให้ได้สักอย่างหนึ่งที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก อาจจะเริ่มด้วยสิ่งที่ไม่ยากไม่ยุ่งไม่ยาวเกินไป และก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นเขา

3. หาวิธีแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานประจำ: ถ้า หากงานที่เราทำไม่มีภาษาอังกฤษที่ต้องอ่าน, ไม่ต้องฟังฝรั่งพูด และไม่ต้องพูดให้ฝรั่งฟัง, และไม่ต้องเขียนภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียว ก็ลองสงบใจสักนิดและคิดให้ทะลุซิว่า เราจะสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานได้ยังไง ถ้าเรายืนยันมันก็น่าจะมีวิธี วันที่ 1 สอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปได้ 1 นิ้ว พอถึงวันที่ 12 ท่านอาจจะสามารถสอดแทรกเข้าไปได้ถึง 1 ฟุต (เพราะ 1 ฟุตมี 12 นิ้ว) ต้องทำได้ถ้าเราพยายาม

4. อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น: แต่เปรียบเทียบกับตัวเอง ระหว่างสัปดาห์ที่ 1 กับสัปดาห์ที่ 2, ระหว่างเดือนที่ 1 กับเดือนที่ 2 เรื่องอย่างนี้ของใครของมัน ขืนเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เก่งกว่าก็จะรู้สึกเย่อหยิ่ง เท่ากันก็รู้สึกผยอง แย่กว่าก็รู้สึกแหย เราไม่แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเองดีกว่า

5. ใช้เวลาว่างและหาเวลาว่างให้แก่การฟิตภาษาอังกฤษ: แทนที่จะปล่อยความคิดให้ล่องลอยเรื่อยเปื่อยขณะยืนรอรถเมล์ หรือนั่งรอเพื่อน ก็เอามาใช้ทำสมาธิด้วยการท่องศัพท์ (มีสมุดจดศัพท์หรือดิกเล่มเล็ก ๆ ติดตัวไว้เสมอ) หรือฟังไฟล์ mp3 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บนี้ จริง ๆ แล้วเวลาว่างที่เรา ‘ยืนรอ’ หรือ ‘นั่งรอ’ ใครหรืออะไรในวันหนึ่ง ๆ แม้รวม ๆ กันแล้วมีอาจมีเพียง 5 – 10 นาที ก็ไม่น่าปล่อยให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ส่วน ‘เวลาว่าง’ ที่ท่านมักจะหาไม่ค่อยได้นั้น ถ้าท่านตื่นนอนเร็วกว่าเดิม 10 นาที และเข้านอนดึกกว่าเดิม 5 นาที ท่านก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้นทันทีวันละ 15 นาทีสำหรับการฟิตภาษาอังกฤษ

6. รวมกลุ่มคนรู้ใจฟิตภาษาอังกฤษร่วมกัน: ถ้าไม่มีโอกาสเรียนร่วมครูคนเดียวกัน ก็สามารถเรียนร่วมหนังสือเล่มเดียวกัน เรียนร่วม CD แผ่นเดียวกัน เรียนร่วมเว็บไซต์และคอมพิวเตอร์จอเดียวกัน เรียนร่วมทีวีเพื่อการศึกษาช่องเดียวกัน ฯลฯ ทุกอย่างทำได้ถ้ามีใจเดียวกัน

7. พกหนังสือภาษาอังกฤษเล่มโปรดติดกระเป๋าไว้เสมอ: อาจจะเป็นดิกชันนารี สมุดจดศัพท์ทำเอง หนังสือธรรมะ นิยาย การ์ตูน วารสาร ฯลฯ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะว่างเมื่อใด แต่เมื่อเวลาว่างมาหาเรา เราจะไม่ใช้เวลาว่างอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ

8. อ่าน – จด – จำ ถ้อยคำปลุกใจให้ฮึกเหิม: ถ้าไม่มีใครให้กำลังใจเรา เราก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง ตามวิถีของคนกล้า การหาถ้อยคำปลุกปลอบกำลังใจมาอ่านและจดจำให้ขึ้นใจ เป็นการชาร์จแบตเติมไฟให้ชีวิต ที่ต้องการฟิตภาษาอังกฤษ

9.เรียนอังกฤษโดยการสังเกต: ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ชีวิตนี้มีเรื่องให้เราเรียนรู้และใช้สอยภาษาอังกฤษตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน (ฉลากสินค้า, ป้ายตามเส้นทาง ฯลฯ) การฟัง(เลื่อนไปที่ช่อง TVซึ่งมีเสียงภาษาอังกฤษบ้างก็ดี ฯลฯ) การพูด(นึกในใจเล่น ๆ ว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ ถ้าเป็นคำ / วลี / ประโยค ภาษาอังกฤษ จะพูดว่ายังไง) และการเขียน ( ข้อความสั้น ๆ ที่เคยจดเป็นภาษาไทย ลองทำเล่น ๆ จดเป็นภาษาอังกฤษ หรืออังกฤษปนไทยบ้างดูซีครับ) เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะไม่มีความหมายและไร้ประโยชน์ถ้าไม่สนใจ แต่จะมีความหมายและประโยชน์มากมายมหาศาลถ้าใส่ใจฝึกฝน

10. ถึงเป้าหมายที่มิใช่ปลายทาง: การ ฝึกภาษาอังกฤษเหมือนกับการเดินทางไปในสวนดอกไม้ ซึ่งมีไม้ดอกทั่วทั้งสวน เราสามารถชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนนี้ เมื่อเราฝึกฟิตภาษาอังกฤษ เรามิได้เก่งขึ้น ณ ก้าวสุดท้ายเมื่อถึงปลายทาง แต่เราเก่งขึ้นทุกก้าวที่ย่างไปตลอดเส้นทาง และจริง ๆ แล้วเส้นทางของการเรียนรู้และใช้สอยเรื่องภาษานี้ไม่มีปลายทาง คือต้องเรียนรู้และใช้กันไปเรื่อย ๆทั้งชีวิต เราจึงเดินถึงปลายทางตลอดเวลา เพราะฉะนั้น จงเรียนภาษาอังกฤษอย่างคนที่มีความสุขและพอใจกับความเก่งเล็ก ๆ ที่ได้รับเพิ่มขึ้นทุกวัน เหมือนได้ชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนภาษาแห่งนี้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘