คุยกับเซียนหุ้น ::: คิดอย่างวอร์เรน บัฟเฟต : ValueWay

คิดอย่างวอร์เรน บัฟเฟต วอร์เรน

บัฟเฟตใฟ้สัมภาษณ์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กันยายน

ที่ผ่านมา เกี่ยวกับมุมมอง ต่อภาวะปัจจุบัน

ของวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่น่าสนใจติดตาม

ว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไรบ้างในช่วงเวลานี้


ถาม: ตอนนี้ หลายคน บอกว่าภาวะเศรษฐกิจ

ถดถอย ของสหรัฐอเมริกา ได้จบลงแล้ว

คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง


บัฟเฟต : ผมคงไม่รู้คำตอบ ของคำถามนี้

เพราะผมไม่ใช่กูรู ทางด้านเศรษฐศาสตร์

ที่แท้จริง ผมไม่ค่อยได้กังวล ในเรื่องของเศรษฐกิจ

สักเท่าไหร่ จริงๆแล้ว เราเพิ่งซื้อหุ้นเมื่อเช้านี้เอง

แต่เราซื้อหุ้น ไม่ใช่เพราะคิดว่า เรากำลังจะ

หลุดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ในอีกสามเดือนหกเดือน

หรือหนึ่งปีข้างหน้า เราซื้อหุ้นเพราะมันมีมูลค่าที่ดี

ในระยะยาว ผมว่าข้อผิดพลาดของนักลงทุนส่วนใหญ่

คือมักจะสนใจ ในการทำนายผลประกอบการของบริษัท

มากกว่าสนใจในมูลค่าที่แท้จริง สำหรับธุรกิจของเบริคไชน์แล้ว

เรายังมองไม่เห็นการฟื้นตัวของธุรกิจ แต่ขณะเดียวกัน

ก็ไม่มีสัญญานของการถดถอยเพิ่มขึ้น


ถาม: แสดงว่าคุณยังไม่เห็นสัญญานการฟื้นตัว

ของธุรกิจของเบริ์คไชน์ตั้งแต่ธุรกิจเสื้อผ้า

เฟอร์นิเจอร์จนถึงธุรกิจประกันใช่ไหม


บัฟเฟต : ใช่ เรายังไม่เห็น การฟื้นตัวของธุรกิจเหล่านี้

ยกเว้น ตลาดของอสังหาริมทรัพย์ ยอดขายของธุรกิจอื่นๆ

ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด


ถาม: คุณคิดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจทรงตัวใช่ไหม


บัฟเฟต : เราไม่รู้หรอกว่า เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว

ขึ้นมากกว่านี้ ตลาดอสังหาตอนนี้ดูดีกว่าปีที่แล้ว

ยอดขายพรมของเราดีขึ้น แต่ยอดขายเฟอร์นิเจอร์

ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย


ถาม: วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่เลห์แมน บราเดอร์

ล้มละลาย คุณคิดว่า เราได้บทเรียนอะไร

จากวิกฤติคราวนี้บ้าง


บัฟเฟต : เราประสบปัญหาฟองสบู่ขนาดยักษ์

ในตลาดอสังหาริมทรัพย์์และส่งผลกระทบไปทั่วโลก

ผู้คนอยู่ในความเพ้อฝันที่ว่าราคาบ้านมีแต่จะเพิ่มขึ้น

รวมถึงคนในวงการธนาคารและประกันด้วย

แต่ก่อนเราเคยคิดกันว่าเมื่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่

สักแห่งล้มลงจะเกิด”ปรากฏการณ์โดมิโน”

และปีที่แล้วเหตุการณ์โดมิโนได้เกิดขึ้นจริงๆ

และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นในอนาคต

เราควรจะมีระบบ ที่คอยควบคุม ให้ผู้บริหาร

สถาบันการเงินเหล่านั้น ต้องรับผิดชอบด้วย

ถ้าการบริหารเงินทุนเกิดผลเสียต่อบริษัท

ไม่ใช่ได้ประโยชน์แต่อย่างเดียว


ถาม: แล้วคุณคิดว่าจะทำอย่างที่คุณว่าได้จริงๆหรือ

บัฟเฟต : ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่สิ่งที่น่าจะเปลี่ยนได้ คือการทำให้ผู้บริหาร

สถาบันการเงินเหล่านั้นดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้น

โดยมองถึงผลบวกและผลลบของการตัดสินใจ

ในการทำธุรกิจ ไม่ใช่ดูแต่ด้านบวกเพียงอย่างเดียว

เราได้บทเรียนจากการแห่ตามกันของฝูงชนมาแล้ว

ทุกคนคิดว่าราคาบ้านมีแต่จะเพิ่มขึ้น ทุกคนมอง

แต่ด้านดีโดยไม่ได้นึกว่าผลลบของมันเป็นอย่างไร

เราทำตามเพื่อนบ้าน หรือคนอื่นๆที่ทำเงินได้มากมาย

อย่างง่ายๆ พวกเราสร้างฟองสบู่ลูกนี้ขึ้นมาเอง

และเรื่องราวการตามฝูงชนแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่

อะไรเลย….ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย



--------เราซื้อหุ้น ไม่ใช่เพราะคิดว่า เรากำลังจะหลุด

จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ในอีกสามเดือนหกเดือน

หรือหนึ่งปีข้างหน้า เราซื้อหุ้นเพราะมันมีมูลค่าที่ดี

ในระยะยาว ผมว่าข้อผิดพลาดของนักลงทุนส่วนใหญ่

คือมักจะสนใจ ในการทำนายผลประกอบการของบริษัท

มากกว่าสนใจในมูลค่าที่แท้จริง--------

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘