[29] ซื้อดิกพกติดตัวไว้สักเล่มก็ดีนะครับ

สวัสดีครับเมื่อพูดถึงการเปิดดิก หลายคนอาจรู้สึกคล้ายๆ ต้องไปโรงพยาบาล ถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่เข้า ดิกก็เช่นกัน ถ้าไม่ติดศัพท์-ก็ไม่เปิดดิก ดิกกับโรงพยาบาลก็เลยไม่ต่างกัน คือ โรงพยาบาลที่ดีต้องรักษาได้ทุกโรค ดิกที่ดีต้องมีศัพท์ทุกคำที่เปิดค้น จึงมีขนาดหนาเตอะ และไม่ใช่สิ่งที่จะพกติดตัว เพราะหนักกระเป๋า

ผม กำลังจะเสนอว่า จริงๆแล้ว การคบดิกเป็นเพื่อนไว้ก็ไม่เสียหลาย เราน่าจะหาดิกพกติดกระเป๋าไว้สักเล่ม ขนาดไม่ใหญ่นัก และให้ดิกเป็นเพื่อนฝรั่งช่วยสอนภาษา ฆ่าเวลาขณะยืนหรือนั่งที่ป้ายรถเมล์ หรือรถโดยสาร รอเพื่อนในห้าง หรือที่ล็อบบี้โรงแรม หรือนั่งนานในห้องน้ำเพราะท้องผูก ฯลฯ โดยดิกดังกล่าวควรมีบุคลิกลักษณะดังต่อไปนี้
1. ไม่หนาและไม่หนักเกินไป เพราะเราจะขี้เกียจถือและเกะกะเนื้อที่ในกระเป๋าถือตอนพกพา
2. ไม่มีศัพท์มากเกินไป ให้มีแต่ศัพท์พื้นฐานที่ส่วนใหญ่ต้องพบเห็นในชีวิตประจำวัน เมื่อฟังข่าวหรืออ่านหนังสือพิมพ์ หรือเมื่อต้องหาศัพท์มาใช้เวลาพูดหรือเขียน พูดง่ายๆ ก็คือ เราสามารถจำศัพท์คำไหนก็ได้ในดิกเล่มนี้ และคุ้มค่ากับที่ลงทุนจำ เนื่องจากมีโอกาสบ่อยในการเอาไปใช้ ฟัง-อ่าน-พูด-เขียน ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะทางที่เฉพาะบางคนเท่านั้นรู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเล่มใหญ่นัก
3. มีตัวอย่างประโยคให้เราดู ประเด็นนี้สำคัญมาก สมมุติเราเปิดหาความหมายของคำว่า fat ซึ่งดิกแปลว่า “อ้วน,ใหญ่,มั่งคั่ง” ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจเวลาได้ยินคนพูด หรืออ่านพบคำว่า fat แต่ถ้าเราต้องเอาคำว่า fat ไปพูดหรือเขียน ประโยคตัวอย่างที่ดิกให้ไว้นี่แหละครับ จะช่วยเรา ยกตัวอย่าง
=อ้วน เช่น He was of average height, but was very fat. (เขาสูงพอๆ กับคนอื่นๆ แต่อ้วนมาก)
=ใหญ่ เช่น I have a fat nose. (จมูกฉันใหญ่)
=มั่งคั่ง เช่น If the company continues growing, I will be very fat in 2009. (ถ้าธุรกิจของบริษัทยังโตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในปี 2009 ผมรวยแน่)

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ตัวอย่างที่เราอ่านเจอในดิก จะทำให้เราเห็นวิธีการแต่งประโยค ทำให้เราพอจะพูดหรือเขียนได้ถ้าถึงเวลาต้องใช้งาน ยิ่งถ้าเราฝึกอ่านออกเสียงประโยคนั้นๆ ก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก การอ่านออกเสียงให้ตนเองหรือให้เพื่อนใกล้ชิดได้ยิน ถือเป็นการซ้อมที่ดีก่อนสนทนากับคนต่างชาติจริงๆ

ผม รวบรวมดิกที่มีบุคลิกลักษณะทั้ง 3 ประการข้างต้นมาแนะนำไว้ข้างล่างนี้ (มิได้รับค่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้นครับ) บางเล่มอาจจะหนานิดนึง แต่ก็พอจะพกไหว

ถ้า มีโอกาสแวะไปที่ร้านหนังสือ ลองเข้าไปพลิกๆ ดูหน่อยซิครับ เลือกซื้อได้ซักเล่มนึง แล้วพกติดตัวไว้เป็นประจำ พลิกอ่านบ่อยๆ ฆ่าเวลา เวลารอเพื่อน รอรถ ฯลฯ ไม่เท่าไรก็เก่งภาษาอังกฤษครับ

เล่มที่ 1 : P. SETHAPUTRA ENGLISH-THAI DICTIONARY of Contemporary Usage (พจนานุกรม อังกฤษ-ไทย พ. เสถบุตร เพื่อการใช้ภาษาร่วมสมัย)/โดย พ. เสถบุตร/ 1141 หน้า/เล่มใหญ่ 695 บาท, เล่มเล็ก 225 บาท

เล่มที่ 2 : DICTIONARY in ACTION ENGLISH-THAI BY EXAMPLE USAGE (3 in 1)/ โดย สำราญ คำยิ่ง/919 หน้า/160 บาท

เล่มที่ 3 : พจนานุกรมตัวอย่างประโยค/วลีภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล (ENGLISH BY EXAMPLE)/โดย วงศ์ วรรธนพิเชฐ/951 หน้า/445 บาท (มีเว็บให้ศึกษา/ฝึกหัด/ทดสอบ ที่นี่ครับ: http://www.dicthai.com/dt_test01.html )

เล่มที่ 4 : Oxford Wordpower Dictionary For Thai Learners ฉบับอังกฤษ-ไทย/สุไร พงษ์ทองเจริญ และคณะ ให้คำนิยามภาษาไทย พร้อมทั้งเพิ่มเติมคำแนะนำและข้อสังเกต/ 948 หน้า/395 บาท

เล่มที่ 5 : PASSPORT English-Thai Dictionary, English-Thai Learner’s Dictionary/ภาวิณี ธีรคุปต์ บรรณาธิการ/494 หน้า/198 บาท

เล่มที่ 6 : Oxford Basic English Dictionary พจนานุกรมเบื้องต้น อังกฤษ-ไทย/ศ.ทักษิณา สวนานนท์ แทรกคำอธิบายศัพท์เป็นภาษาไทย/328 หน้า/99 บาท

เล่มที่ 7 : ENGLISH-THAI DICTIONARY พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย/โดย อาจารย์ธง วิทัยวัฒน์/515 หน้า/75 บาท

เล่มที่ 8 : English-Thai Dictionary For Student พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย สำหรับนักเรียน/ โดย ปกรณ์ คุณสาระ/384 หน้า/75 บาท

ทั้ง 8 เล่มนี้ บางเล่มนอกจากมีประโยคตัวอย่างแล้ว ยังแปลตัวอย่างนั้นเป็นภาษาไทยอีกด้วย น่าสนใจมากครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘