[258] ตอบคำถามที่ท่านผู้อ่านถามบ่อย

สวัสดีครับมีอยู่ 3 คำถามที่ท่านผู้อ่านถามบ่อย
“พื้นฐานอ่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน?”
“ไม่มีเวลา ไม่มีเงิน ไปเรียนกับครูพิเศษ หรือโรงเรียนสอนภาษา ทำยังไงดี?”
“พยายามฟิตอังกฤษแล้ว ก็ไม่ฟื้นซะที สงสัยจะไม่มีหัวทางนี้ แต่ก็อยากจะเก่งกว่านี้ ไม่รู้จะทำยังไง?”

ก่อนที่ผมจะแสดงความเห็น ผมว่า เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราจะเรียนภาษาอังกฤษไปทำไม?1. เรียนเพื่อให้สอบผ่าน ไม่อย่างนั้นจะไม่จบครบตามหลักสูตรของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
2. เรียนเพื่อใช้ในงานอาชีพ
3. เพื่อหาความรู้
4. เพื่อความเพลิดเพลิน
5. เพื่อสามารถช่วยเหลือคนอื่น
6. อื่น ๆ

คำถามถัดไปที่ต้อง “ถามใจ” ตัวเองก็คือ การที่จะทำให้สำเร็จข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อตาม 1 – 6 ข้างต้น เมื่อพยายามไปได้สักพักหนึ่ง ท่านรู้สึก“ท้อใจ” และ ไม่อยากพยายามต่อไป, หรือว่าท่านยังคงรู้สึก “ปักใจ” และจะ พยายามต่อไป
ถ้าท่านเลือก “ปักใจ” และตามด้วย “จะพยายามต่อไป” หรืออีกนัยหนึ่งเลือกเดินบนเส้นทางของความสำเร็จ หรือ ‘อิทธิบาท’ ท่านลองทบทวนดูซีครับว่า 4 ข้อข้างล่างนี้ท่านมีครบหรือไม่:
1.ฉันทะ (บอกใจให้รักภาษาอังกฤษ):
ไม่ใจร้อน ไม่หงุดหงิด ไม่ท้อ เมื่อเรียนแล้วไม่ได้ผลดังใจ แต่มีความหวังอยู่เสมอ เหมือนพ่อแม่สอนลูกน้อยให้หัดเดิน มีความสุขเมื่อเห็นลูกเดิน ไม่ท้อไม่รำคาญเมื่อเห็นลูกล้ม และมีความหวังอยู่เสมอว่า ลูกจะค่อย ๆ เดินได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมทุกวัน การฝึกเรียนภาษาอังกฤษก็ต้องมีความหวัง – ความรัก – ความสุข แบบนี้เช่นกัน
2. วิริยะ (บอกใจให้ใส่ใจ): ตั้งเป้าเชิงประมาณในการฝึกฝนหรือใช้งาน เช่น ฟัง/พูด/อ่าน/เขียน วันละไม่น้อยกว่า 30 นาที และก็ตั้งเป้าเชิงคุณภาพ เช่น ต้องฟัง/พูด/อ่าน/เขียน ให้เข้าใจ วันละ 1 คำ/ 1 วลี / 1 ประโยค / 1 ย่อหน้า / 1 หน้า / 1 เรื่อง ครั้งแรก ๆ อาจจะได้แต่ปริมาณ แต่เชื่อเถอะครับว่า เมื่อฝึกให้ได้ปริมาณมาก ๆ คุณภาพก็จะตามมาเอง ไม่มีปริมาณก็จะไม่มีคุณภาพ แต่ต้องเป็นปริมาณที่ทำด้วยความรัก(ฉันทะ) ตามข้อ 1 และความจดจ่อไตร่ตรอง ตามข้อ 3. และ 4. ที่กำลังจะพูดถึงนะครับ
3. จิตตะ (บอกใจให้จดจ่อ): ฝึกอ่านหรือฟังอังกฤษอย่างมีสมาธิเพียง 15 นาที อาจจะได้ผลดีมีคุณภาพมากกว่าฝึกอย่างใจลอยนาน 150 นาทีก็ได้ จากประสบการณ์ที่ผมเคยคุมสอบวิชา reading และ listen ทำให้ได้ข้อสรุปว่า ถ้าคนเราฝึกอ่านและฟังภาษาอังกฤษทุกครั้งอย่างมีสมาธิเหมือนที่เขากำลังทำ ข้อสอบ เขาจะเรียนภาษาอังกฤษอย่างคนมีพลังจิต จะได้ผลเร็ว เข้าใจง่าย จำง่าย และลืมยาก
4. วิมังสา (บอกใจให้ไตร่ตรอง): นอกจากเรียนด้วยใจรัก – ใส่ใจ – จดจ่อ แล้ว ยังควรมองหาช่องทางแก้ไขปรับปรุงวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดีขึ้น เท่าที่จะทำได้

พอมาถึงตรงนี้ เรารู้แล้วว่า เราจะฝึกภาษาอังกฤษเพื่อให้อย่างน้อย “อ่านออก – เขียนได้” และ “ฟังออก – พูดได้” แล้วจุดที่เราจะเริ่มจริง ๆ อยู่ที่ตรงไหน? คำถามนี้ ท่านต้องตอบตัวเองครับ เพราะท่านรู้ดีกว่าคนอื่น คือว่า:
[1]. ใน 4 ทักษะ คือ ฟัง – พูด – อ่าน – เขียน นี้ ท่านจะเน้นฝึกที่ทักษะใด ก่อน – หลัง, มาก – น้อย บางท่านอาจจะต้องพูดมากหน่อย(คงรวมเรื่องฟังด้วย) บางท่านการอ่านให้รู้เรื่องจำเป็นมากที่สุด บางท่านมีงานที่ต้องเขียนซึ่งไม่ควรจะผิดเรื่องแกรมมาร์มากนัก ฯลฯ ท่านล่ะครับ จะพุ่งเป้าการฝึกเน้นเรื่องใดก่อน-หลัง มาก-น้อย เรื่องนี้ต้องหาคำตอบเอาเองครับ
[2]. พยายามให้ทุก ๆ วัน 1)มีงานที่ท่านต้องเอาภาษาอังกฤษเข้าไปใช้ หรือ 2)มีความรู้ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือในการค้น หรือ 3)มีความสุขความเพลิดเพลินที่จะได้มาโดยการ ฟัง พูด อ่าน หรือเขียนภาษาอังกฤษ ถ้าข้อ 1) หรือ 2) หรือ 3) นี้ ไม่มีแม้แต่ข้อเดียว ก็ต้องหาให้ได้ครับ ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ เหมือนที่เขาว่าไว้จริง ๆ

เอาละ เมื่อท่านตั้งใจแล้วว่า ท่านมีเป้าหมายในการศึกษาภาษาอังกฤษและจะไม่ท้อ จะเป็นกำลังใจให้ตัวเอง ท่านก็ start ได้เลยครับ ซึ่งคงจะมีมากมายหลายสิบหลายร้อยวิธีที่ท่านจะศึกษาภาษาอังกฤษให้ได้ผล
โดย เว็บต่าง ๆ ที่ผมเอามาแนะนำใน Blog นี้เพื่อให้ท่านศึกษาภาษาผ่านหน้าคอมฯ ก็นับเป็น 1 วิธีที่อาจจะง่าย สะดวก ไม่แพง และได้ผลดีพอสมควร

ขอเชิญท่านคลิกเข้าไปดูที่
สารบัญ แยกประเภทหัวข้อ. ซึ่งน่าจะบางหัวข้อที่อาจจะเหมาะกับท่าน เช่น . สร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษ [] การฟัง listening [] การพูด การสนทนา การออกเสียง [] การอ่าน reading [] การเขียน writing [] ไวยากรณ์ grammar [] ศัพท์ vocabulary [] Test ภาษาอังกฤษ [] การศึกษาภาษาอังกฤษจากภาพ เป็นต้น

ขออวยพรให้ทุกท่านได้รับความสำเร็จและความสุขจากการศึกษาภาษาอังกฤษครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘