MACD System

ผม ใช้เวลาในช่วงวันหยุดแบบนี้ ทำสิ่งที่อยากทำเป็นการส่งท้ายปีนั้นก็คือการปรับปรุงและตรวจสอบระบบเทรดและ โมเดลที่ใช้มาทั้งปี ยอมรับว่าปีนี้ระบบเทรดทำงานได้ดีทั้งระบบสำหรับ Up trend และระบบเทรดแบบ Sideway บวกกับเป็นช่วงปีทองตลาดขาขึ้นทำให้ผลตอบแทนปีนี้ฟู่ฟ่ามากที่สุดเท่าที่ผม เคยลงทุนในตลาดหุ้นมา สำหรับใครที่ยังหาแนวทางไม่เจอก็ขอเป็นกำลังใจให้พยายามต่อไปนะครับ เพราะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้ ยิ่งเรียนยิ่งได้ ยิ่งฝึกยิ่งเป็นรับรองไม่เสียเปล่าเท่ากับศูนย์ครับ

ผมเองเคยแนะนำให้เพื่อนใช้ระบบ MACD ในการกำหนดจังหวะการซื้อ-ขายหุ้นพื้นฐานแบบอัตโนมัติ ช่วยสำหรับการลงทุนโดยไม่ต้องใช้อารมณ์เป็นตัวกำหนด และเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการซื้อๆขายๆทุกวัน แต่แน่นอนว่า MACD ก็มีจุดอ่อน และที่สำคัญจำนวน วันที่เป็นพารามิเตอร์ในการคำนวณ สำหรับหุ้นแต่ละตัวที่มีพฤติกรรมต่างกันจำเป็นที่จะต้องปรับตั้งให้เหมาะสม กับรอบการเคลื่อนตัวของราคา การใช้ MACD(12-26-9) ตลอดทุกตัว ก็ไม่ใช้ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพนัก ส่วนจะใช้เท่าไหร่นั้นต้องทำวิจัย ทดสอบทดลองหาค่าที่เหมาะสมเอาครับ

วันนี้ ผมมีตัวอย่างงานวิจัยเล็กๆที่ผมทดลองทำขึ้นมาเพื่อทดสอบ MACD Trade Sytem ว่าจะใช้เป็นเครื่องมือในการเทรดหุ้นแบบอัตโนมัติได้ดีเท่าใด โดยทดลองกับข้อมูลราคาหุ้น 1 ปีกว่า จากช่วง 09-07-2009 ถึง 9-12-2010 และมีการทดสอบผลกับ MACD(short-long-signal) 3 แบบคือ

1. MACD(20-50-10)
2. MACD(12-26-9)
3. MACD(5-35-9)


ตัวอย่างข้อมูลที่ทดสอบ

โดย กำหนดเงื่อนไขการซื้อคือ MACD มากกว่า Signal line และขายคือ MACD น้อยกว่า Signal line ซึ่งทดสอบกับหุ้นพื้นฐานดี 6 ตัว คือ PTT,PTTEP,PTTCH,SCB,KBANK,PTL บนโปรแกรม efinance smart portal


สรุปผล
1. พบว่า MACD นั้นมีข้อจำกัดในการให้สัญญาณซื้อขายในช่วง ราคา sideway ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดมาก
2. MACD ในแต่ละช่วงเวลาตอบสนองกับหุ้นแต่ละตัวที่มีรูปแบบการแกว่งตัวของราคาที่ ต่างกัน โดยต้องเลือกใช้ค่าคาบเวลาในการคำนวน MACD ให้เหมาะสม เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
3. ในช่วงทิศทางราคาหุ้นขาขึ้น Strong Trend เหมาะกับการใช้ MACD คาบเวลายาว MACD(50-20-10) จะทำให้จำนวนครั้งในการซื้อขายไม่มาก และมีโอกาสทำกำไรได้สูง
4. ทิศทางราคาที่แกว่งตัวแคบ sideway ตัว MACD ในคาบเวลาสั้น จะตอบสนองได้ดีและทำผลกำไรได้สูงกว่า MACD คาบเวลากลางและยาว
5. การใช้ MACD กำหนดจังหวะการซื้อ ขายได้ผลตอบแทนทั้งปีขั้นต่ำถึงประมาณ 20% ซึ่งสูงกว่าการซื้อ ขายตามอารมณ์มาก และจำกัดจำนวนครั้งการซื้อ ขายทั้งปี ไม่ให้มากจนเกินไปนัก ซึ่งลดต้นทุนค่าคอมมิชชันได้อีกด้วย

การ ทดลองที่นำมาแสดงเป็นเพียงผลคราวๆ จากการทดสอบทั้งหมด เท่าที่จะเปิดเผยได้ แต่ประเด็นใจความสำคัญที่ผมอยากจะเน้นคือ การศึกษาการวิเคราะห์เทคนิคแล้ว ไม่ใช้แค่การท่องว่าตัดขึ้น ซื้อตัดลงขาย เพราะทุกคนก็ใช้ ดัชนีและกราฟราคาเป็น ถ้าใช้สูตรสำเร็จรูปและประสบความสำเร็จ ก็คงรวยกันหมดแล้ว

เรา ต้องเข้าใจถึงที่มาและวิธีคิด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับหุ้นที่เราต้องการลงทุน และจำเป็นที่จะต้องศึกษาพฤติกรรมของหุ้นผ่านทิศทางราคาและปริมาณซื้อ ขายประกอบด้วย ก่อนจะตัดสินใจใช้เครื่องมือดัชนีชนิดใดในการกำหนด จังหวะการซื้อขาย ศึกษาและเรียนรู้กันต่อไปนะครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘