ติดอาวุธให้นักรบกองทุน

นอกจากจะลงทุน ในหุ้นแล้ว ผมมีพอร์ตการลงทุนในกองทุน โดยบริหารการลงทุนให้กับเงินของครอบครัว มิใช่ว่าเชื่อใจในฝีมือของ Fund manager แต่อย่างใด แต่ที่ใช้บริการเพราะว่าสะดวกกว่าการลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่าระยะยาว เพราะสามารถดึงเงินกลับได้ทุกเวลา และปลอดภัยกว่าการลงทุนในหุ้นเก็งกำไร ซึ่งเหมาะกับเงินของครอบครัวที่รับความเสี่ยงได้จำกัด

แน่ นอนว่าผมทำการซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมพวก Passive Fund ที่อ้างอิงราคากับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ แบบลูกค้าทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทำก็คือเอาการวิเคราะห์ทางเทคนิคของหุ้นเข้ามาใช้ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลดัชนี เพื่อประกอบการกำหนดจังหวะการซื้อ ขายหน่วยลงทุน โดยเป้าหมายการลงทุนของผมก็คือที่ปีละ 20% ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป การวางเป้าหมายแบบสบายๆจะทำให้เราไม่ต้องไปเสี่ยงและเร่งรัดกับแผนการลงทุน จนมากไป
ผมขอแบ่งปันเทคนิคเบื้องต้นในการวิเคราะห์แนวโน้มของดัชนี สำหรับการประกอบการตัดสินใจในการลงทุน นั้นก็คือการใช้ค่าเฉลี่ย EMA5 และ EMA10 มาช่วยกำหนดจังหวะการซื้อ ขาย หน่วยลงทุน เนื่องด้วยราคาของหน่วยลงทุนนั้นจะเคลื่อนที่อิงอยู่กับดัชนีของตลาด ดังนั้นแนวโน้มของดัชนี SET ก็จะเป็นแนวโน้มแบบเดียวกับ ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมด้วย ในตัวอย่างนี้ผมทดลองการใช้การวิเคราะห์เทคนิคกับ SCBSET




ภาพดัชนี SET50


ภาพแสดงราคาหน่วยลงทุน

จาก ภาพทั้งสองจะเห็นได้ว่า SCBSET มีทิศทางและแนวโน้มการเคลื่อนตัวของราคาในรูปแบบเดียวกับดัชนีของ SET50 จากการศึกษารายละเอียดของกองทุนพบว่า SCBSET มีการลงทุนหลักในหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ได้แก่ PTT ,PTTEP,SCC,KBANK ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าราคาของหน่วยลงทุนจะอ้างอิงกับดัชนีของ SET50 ดังนั้นทำให้เราสามารถใช้ข้อมูลดัชนี SET50 ในการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของราคาหน่วยลงทุนได้


แนวคิดการลงทุน
การกำหนด จังหวะซื้อขายหน่วยลงทุนจะใช้ แนวโน้มของ SET50 เป็นตัวกำหนด โดยอาศัยหลักการพื้นฐานคือการซื้อที่ดัชนีมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ขาขึ้น Uptrend และขายเมื่อดัชนีมีการกลับทิศเป็นขาลง downtrend และจะหยุดรอไม่ลงทุนในกรณีที่ตลาด sideway (เนื่องจากมีความผันผวนของราคาและต้องอาศัยเวลาในการติดตามดัชนี SET50 มากกว่าช่วงปกติ ดังนั้นเราจึงไม่ลงทุน ท่านที่สนใจสามารถใช้โมเดล OB ,OS จากดัชนีพวก Oscillator ในการกำหนดจังหวะแทนได้) โดยเครื่องมือที่ใช้คือเส้นดัชนี EMA5 EMA10 และ EMA20

กลยุทธการลงทุน
กรณีขาขึ้น : EMA 20 ความชันเป็นบวก
- ซื้อเมื่อ EMA5 มากกว่า EMA10 ในรอบแรก 40% และซื้อเมื่อ EMA5 มากกว่า EMA20 อีก 60%
- ขายเมื่อEMA5 น้อยกว่า EMA10 ในรอบแรก 40% และซื้อเมื่อ EMA5 น้อยกว่า EMA20 อีก 60%

ซึ่ง จะไม่ลงทุน(แม้ว่าจะมีสัญญาณซื้อ-ขาย)ในกรณีแนวโน้มออกข้าง (sideway) : EMA20 ความชันเป็น 0 และ กรณีแนวโน้มขาลง (down trend) : EMA20 ความชันเป็นลบ


ผลการทดลอง
เนื่องจาก ปีนี้ดัชนีเพิ่มตัวสูงจาก 700 ไปถึง 1000 ดังนั้นผลตอบแทนของนักรบกองทุนที่ใช้เทคนิคจึงได้ไปแบบสบายๆ ทั้งหมดเกือบ 40% ผมเองได้ยกตัวอย่างตารางการเข้าซื้อ ขายหน่วยลงทุนที่เกิดจากการใช้เทคนิค trend following มาให้ดูดังตัวอย่างด้านล่าง


สรุป
จะ เห็นได้ว่าการซื้อขายด้วยเทคนิคนี้ทำให้ท่านไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ ขายบ่อยๆ ที่สำคัญการผิดพลาดก็จะน้อยกว่าการซื้อ ขายเองโดยที่ไม่ได้วิเคราะห์ และมีเงื่อนไขที่ตายตัวเป็นระบบ เพราะจะมีเรื่องอารมณ์และจิตวิทยาของผู้ลงทุนมาเกี่ยวข้อง เป้าหมายที่ 20% ต่อปีก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะเนื่องจาก ในตลอดปีการแกว่งเคลื่อนที่ขึ้นลงของดัชนีเกิดขึ้นตลอดเวลา (อันนี้ใช้ความรู้จากการเทรดฟิวเจอร์มายืนยัน) เพราะฉนั้นถ้าเราจับจังหวะได้โอกาส ขี่เทรนด์ทำกำไรก็มีสูง ที่สำคัญต้องไม่ลงทุนในช่วงตลาด sideway หรือ downtrend ด้วยเทคนิคนี้

ผม เองต้องการนำเสนอไอเดียให้เพื่อนๆนักลงทุนเท่านั้น เทคนิคนี้คงไม่สามารถรับประกันว่าท่านจะใช้ตามแล้วรวยเพราะมันมีปัจจัยอื่นๆ บนหลักการแสนง่าย มาร่วมด้วยเช่น ความมีวินัย,เรื่องของความโลภ ความกลัว, เรื่องของประสบการณ์ ดังนั้นถ้าต้องการประสบความสำเร็จต้องฝึกฝนกันต่อไป

สำหรับ ท่านที่มีคำถามว่าถ้าได้มากขนาดนี้ คนก็คงเลิกลงทุนในหุ้นแล้ว ผมตอบว่าคนที่ลงทุนในหุ้นแบบไม่มั่วและลงทุนเป็นจริงๆทั้งแบบเก็งกำไรและแบบ เน้นคุณค่า 20% ถือว่าไม่เยอะในตลาดแบบนี้ บางคนได้ปีละเกือบ 100% ก็มีไม่เชื่อลองถามเซียนที่ท่านรู้จักดูสิครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘