Why Trend Following Works? เหตุใดกลยุทธ์การเล่นหุ้นตามแนวโน้มจึงได้ผล และหนึ่งในเหตุผลของความจำเป็นในการตัดขาดทุนและปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไป

หุ้นและ Levy_distributionPDF เหตุใดกลยุทธ์การเล่นหุ้นตามแนวโน้มจึงได้ผล? และหนึ่งในเหตุผลของความจำเป็นในการ Cut loss และ Let profits run
วันนี้ผมจะขอเล่าถึงแนวคิดที่สำคัญมากๆอย่างหนึ่ง ที่ทำให้กลยุทธ์การเล่นหุ้นตามแนวโน้มหรือ Trend Following สามารถที่จะทำกำไรขึ้นมาได้ โดยที่สาเหตุหนึ่งนั้นก็เนื่องมาจากการที่มันมีรากฐานในการทำกำไร โดยอิงจากสภาวะการให้ผลตอบแทนที่ผิดธรรมดาของตลาดออกไปนั่นเอง (Non-Normality of Market Returns) จะเป็นอย่างไรนั้นเดี๋ยวผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังไปครับ :)
ผลตอบแทนของหุ้นในตลาดและกราฟ Fat-Tail
โดยปกติแล้วบรรดานักเล่นหุ้นตามแนวโน้ม Trend Follower ทั้งหลายนั้น มักได้เรียนรู้ที่จะวางตนเองให้อยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถทำกำไร จากผลตอบแทนที่เกิดขึ้นกับหุ้นในตลาด ที่อยู่ในลักษณะของกราฟทางสถิติที่เรียกว่า “Fat Tail” โดยอัตโนมัติกันอยู่แล้ว โดยที่ความหมายของการกระจายตัวทางสถิติในรูปแบบของกราฟ “ Fat Tails” (Levy’s Distribution) นั้น ก็คือการที่ผลตอบแทนและการขาดทุนที่สุดโต่งของหุ้นในตลาด (ด้านกราบซ้าย-ขวาของกราฟ) มีความน่าจะเป็นในการที่จะเกิดขึ้นสูงกว่าปกติตามรูปด้านล่างดังนี้ :
หุ้น Levy Distribution
Fat-Tail vs. Normal Distribution : สังเกตุถึงความสูงชันขึ้นมาของกราฟในแต่ละด้าน แสดงให้เห็นถึงความน่าจะเป็นที่มากกว่า normal distribution ในการที่จะเกิดผลตอบแทนแบบสุดขั้วขึ้น
ผลตอบแทนของหุ้นโดยเฉลี่ยรายตัว
ตารางแสดงให้เห็นถึงผลตอบ แทนของหุ้นเมื่อนำมาหักลบกับผลตอบแทนของดัชนี Russell 3000 index ตั้งแต่ปีค.ศ.1983 – 2006 โดยเราจะสังเกตุได้ว่า นอกจากที่หุ้นส่วนใหญ่ถึง 64% จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาดแล้ว ผลตอบแทนจากราคาหุ้นส่วนใหญ่นั้นยังจะเกิดขึ้นในส่วนของแกนกลางไล่ระดับลงไป เรื่อยๆ แต่เราจะพบได้ว่าที่กราบซ้าย-ขวาของแต่ละด้านนั้นจะสูงชันขึ้นมา ซึ่งหมายถึงความถี่ที่เราจะพบเจอกับผลการลงทุนอย่างสุดขั้วนั้น จะมากกว่าการกระจายตัวทางสถิติธรรมดาๆที่พบเห็นกันโดยทั่วไป
จากกราฟที่เราได้เห็นกันไปนั้น ผมจะขออ้างอิงคำพูดของคุณ Dave Harding แห่งกองทุน Winton Capital ที่ได้เคยกล่าวเอาไว้มาให้อ่านกันสักหน่อย โดยเขาได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า :
“ถึงแม้ว่าคุณจะทำการเข้าซื้อหุ้นโดยการสุ่ม แต่หากว่าคุณรู้จักควบคุมการขาดทุนของคุณและปล่อยให้กำไรโตขึ้นไปเรื่อยๆ คุณก็ยังจะสามารถทำกำไรได้อยู่ดี ในทางกลับกันแล้ว หากว่าคุณไม่รู้จักควบคุมการขาดทุนและรีบชิงทำกำไรอยู่เสมอนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการขาดทุนในระยะยาว นี่คือสิ่งที่เป็นความจริงในส่วนหนึ่งของสุภาษิตในการเล่นหุ้นที่ว่า จงตัดขาดทุนและปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปนั่นเอง”
การที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากว่า เมื่อมองจากความถี่การกระจายตัวของผลตอบแทนจากหุ้นในตลาดเชิงสถิติแล้ว การ Cut loss และ Let Profits run จะช่วยทำให้ผลการซื้อขายหุ้นในแต่ละครั้งของคุณ :
1. ไม่จบลงไปอยู่ทางด้านกราบซ้ายของกราฟ “Fat Tail” (ไม่ปล่อยให้เกิดโอกาสที่จะขาดทุนอย่างหนักขึ้นมา)
2. ไม่ถูกกีดกันในการที่มันจะจบลงทางด้านกราบขวาของกราฟ “Fat Tail” (การปล่อยให้เกิดโอกาสที่จะเกิดกำไรก้อนใหญ่ขึ้นมา)
และอย่างที่เราทราบกันดีว่าผลการซื้อขายหุ้นนั้นมักให้ความน่าจะเป็นที่ ไม่ต่างจากผลของการสุ่ม (ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้วว่าเหล่า Trend Follower ระดับโลกมักมี Winning Ratio อยู่ประมาณ 30-40% +- เท่านั้น ซึ่งแย่กว่าผลของการสุ่มโยนเหรียญเสียอีก) ดังนั้นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ ผลการซื้อขายหุ้นส่วนใหญ่จึงมักจะตกลงไปอยู่ในช่วงกลางๆของกราฟ (กำไรนิดหน่อยหรือขาดทุนนิดนึง) และนี่จะทำให้พวกมันได้ลดทอนผลกระทบของพวกมันกันไปเอง
ดังนั้น แท้จริงแล้วผลตอบแทนของกลยุทธ์การลงทุนแบบ Trend Following (และอีกหลายๆแนวทางที่กินกำไรก้อนใหญ่) จึงเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอย่างรุนแรงของราคาหุ้นนั่นเอง และ ด้วยการปล่อยให้หุ้นวิ่งต่อไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการที่มันจะจบลงในด้านกราบขวาของกราฟ พร้อมทั้งหยุดยั้งมันในการที่จะจบลงในทางกราบด้านซ้ายของกราฟ จึงทำให้เกิดเป็นผลตอบแทนที่มหาศาลขึ้นมา นี่จึงเป็นวิธีการที่เหล่า Trend Follower ช่วงใช้โอกาสของการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอย่างสุดขั้ว (พูดอีกอย่างคือ Outlier ในเชิงสถิต) โดยปล่อยให้ผลการซื้อขายครั้งอื่นๆที่ไม่สำคัญหักลบกันไปเองครับ
คุณกำลังพยายามสร้างผลตอบแทนแบบย้อนศรอยู่หรือไม่?
ก่อนที่บทความนี้จะจบลง ผมจึงอยากฝากข้อคิดถึงหลายๆคนที่กำลังอ่านอยู่ว่า … คุณกำลังพยายามสร้างผลตอบแทนแบบย้อนศรอยู่หรือไม่? เพราะหลายๆคนมักที่จะชอบปล่อยให้การขาดทุนที่เกิดขึ้นเนิ่นนานบานปลายออกไป (เพิ่มโอกาสให้ผลจบลงด้านกราบซ้าย) และชอบชิงขายทำกำไรอย่างรวดเร็วเพราะกลัวอด (ตัดโอกาสที่ผลจะจบลงทางด้านกราบขวา) โดยหากว่าคุณกำลังเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ นั่นแปลว่าคุณกำลังสร้างผลตอบแทนในทางกลับย้อนศรอยู่ในตัว ซึ่งจะเป็นผลเสียอย่างมากในระยะยาว ยิ่งเล่นนานเข้ายิ่งจนลงเรื่อยๆ ลองทบทวนกันดูนะครับ โชคดีครับทุกๆคน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘