ตอนที่ 81. อุบายใช้คนผูกคน
ลิโป้นัดทั้งเล่าปี่และกิเหลง ซึ่งเป็นคู่ศึกมาที่ค่ายของตนโดยไม่แจ้งให้แต่ละฝ่ายทราบว่านัดมาทำไม ดังนั้นทั้งเล่าปี่และกิเหลงจึงไม่ทราบว่าคู่ศึกของตนจะมาที่ค่ายของลิโป้ เหตุนี้เมื่อต่างฝ่ายได้ทราบว่ามีคู่ศึกมา ณ ค่ายของลิโป้ จึงเข้าใจว่าลิโป้สมคบกับอีกฝ่ายหนึ่งลวงตนมาทำร้าย
เล่าปี่ตกใจก็จริงอยู่ แต่มิได้เสียอาการ ยังคงนั่งสงบในโรงบัญชาการนั้น โดยมีกวนอู เตียวหุย น้องร่วมสาบานถืออาวุธยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง แต่กิเหลงนั้นเมื่อตกใจแล้วเสียกริยาไป จะหันหลังกลับออกไปจากค่าย ลิโป้เห็นดังนั้นจึงเร่งก้าวเท้าเข้าถึงตัวจับเอามือกิเหลงไว้แล้วว่าท่านอย่าเพิ่งตกใจ
กิเหลงจึงว่า ท่านจะลวงข้าพเจ้ามาทำร้ายหรือว่าจะทำร้ายไอ้เล่าปี่หูยาว ลิโป้จึงตอบแบบลิโป้ที่ทำให้งุนงงสงสัยต่อไปโดยไม่ยอมพูดเข้าประเด็นที่ถูกถามว่า ข้าพเจ้าไม่ได้คิดฆ่าท่าน และไม่ได้คิดฆ่าเล่าปี่ แต่เล่าปี่กับข้าพเจ้านั้นดุจดั่งพี่น้อง ท่านยกมารุกรานเมืองเสียวพ่ายเพื่อจะทำร้ายเล่าปี่ ข้าพเจ้าจึงต้องยกมาป้องกันเมืองเสียวพ่าย จึงคล้ายประหนึ่งว่าข้าพเจ้ามาช่วยเล่าปี่ ดังนั้นท่านจะเข้าใจว่าข้าพเจ้าช่วยเล่าปี่ก็ได้
กิเหลงยิ่งฟังลิโป้ก็ยิ่งงง จึงพยายามลากเข้าประเด็นว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงต้องฆ่าข้าพเจ้าเพื่อทำให้เมืองเสียวพ่ายและเล่าปี่ปลอดภัยกระนั้นหรือ ลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่ต้องทำให้ผู้น้อยเลิกวิวาทกัน
ลิโป้อ้างตนเป็นผู้ใหญ่แลเห็นคนอื่นเป็นเด็ก แล้วรีบจูงกิเหลงเข้าไปในโรงบัญชาการทหาร เชิญให้นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเล่าปี่ ส่วนลิโป้เข้าไปนั่งระหว่างกลาง และสั่งให้ทหารนำสุรามาให้เล่าปี่และกิเหลง
ครั้นทหารนำสุรามาแล้ว ลิโป้จึงชวนเล่าปี่และกิเหลงดื่ม ทั้งสองคนเกรงใจลิโป้ก็ดื่มสุรานั้น แล้วลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าขอให้ท่านทั้งสองเห็นแก่หน้าข้าพเจ้า เลิกพยาบาทวิวาทกัน ยุติศึกระหว่างกันเสีย
เล่าปี่เป็นฝ่ายถูกรุกราน ยินคำลิโป้แล้วนิ่งอยู่เพราะมิได้เป็นฝ่ายก่อเหตุ แต่ กิเหลงเป็นฝ่ายที่จะต้องถอนทัพกลับไปจึงว่าอ้วนสุดนายข้าพเจ้าใช้ให้ข้าพเจ้ายกกองทัพมาจับตัวเล่าปี่ หากข้าพเจ้ากลับไปมือเปล่าย่อมเป็นการขัดคำสั่งและมีโทษถึงประหาร
เตียวหุยเห็นว่าการที่กิเหลงมีทีท่าไม่ฟังคำลิโป้ก็โกรธ หาว่ากิเหลงดูหมิ่น ชักกระบี่ออกจากฝักแล้วด่าว่ากิเหลง กวนอูเห็นเตียวหุยวู่วามจึงห้ามเตียวหุยไว้ และว่าให้คอยดูทีท่าของลิโป้ก่อน
ลิโป้เห็นเตียวหุยคู่เคืองเก่าโวยวายขึ้นมาท่ามกลางการเจรจาความเมืองก็ไม่พอใจ ออกปากตำหนิว่าเราเป็นผู้ใหญ่ได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาหวังให้ปรองดองกัน ทั้งเล่าปี่แลกิเหลงล้วนเห็นแก่หน้าเรา ตั้งใจฟังเรากล่าว ตัวท่านเป็นแต่ผู้ติดตามเล่าปี่ ไฉนจึงมาทำหยาบช้า ณ ค่ายเราดั่งนี้ เป็นการดูหมิ่นไม่ไว้หน้าเรา ว่าแล้วลิโป้ก็ทำเป็นโกรธ ลุกขึ้นไปคว้าเอาทวนประจำกายมาถือมั่นไว้
ทั้งสองฝ่ายต่างตกใจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าลิโป้จะเอาอย่างไร แต่เล่าปี่เกรงว่าลิโป้จะทำร้ายเตียวหุย เหลียวมองไปข้างหลังเห็นทั้งกวนอูและเตียวหุยต่างกุมอาวุธประจำกายมั่นคงอยู่ก็วางใจ ในทันใดนั้นลิโป้ได้ร้องเรียกทหารเข้ามาสั่งให้เอาทวนไปปักไว้หน้าโรงบัญชาการทหาร ระยะห่างสามร้อยก้าว แต่ตัวลิโป้ทำยืนขรึมอยู่ ณ ที่เดิม
ครั้นทหารนำทวนไปปักไว้ตามคำสั่งแล้ว ลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ทำการใดต้องถือความประสงค์ของฟ้าเป็นเกณฑ์ ดังนั้นข้าพเจ้าจะทำการเสี่ยงทายต่อเทพยดา โดยจะยิงเกาทัณฑ์ไปที่ทวนซึ่งปักไว้นั้น ถ้าข้าพเจ้ายิงพลาด แสดงว่าเทพยดามีประสงค์ให้พวกท่านรบกัน ในกรณีนี้ท่านจงรบกันตามใจสะดวก ข้าพเจ้าจะไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ถ้าข้าพเจ้ายิงไปถูกทวนนั้นก็แสดงว่าเทพยดาไม่ประสงค์ให้พวกท่านรบกัน ในกรณีนี้หากผู้ใดไม่เชื่อฟัง ข้าพเจ้าก็จำต้องถืออาญาสิทธิ์แห่งสวรรค์เข้าทำสงครามด้วยผู้นั้น
กิเหลงเห็นระยะสามร้อยก้าวไกลเกินที่ผู้ใดจะยิงเกาทัณฑ์ไปถูกที่หมายได้ หวังใจว่าเมื่อลิโป้ยิงพลาดเป้าแล้วจะได้ทำการกับเล่าปี่ได้ถนัดมือก็ดีใจ จึงว่าเมื่อลิโป้ท่านตกลงใจดั่งนี้แล้ว ข้าพเจ้ามีแต่ต้องคล้อยตามคำท่าน ส่วนเล่าปี่นั้นมิได้ว่ากล่าวประการใด อาการอันดุษณีเป็นอันถือว่าเล่าปี่ยินยอมตกลงด้วย ดังนั้นลิโป้จึงสั่งทหารให้เอาสุรามารินอีกสามจอก แล้วเชิญเล่าปี่และกิเหลงดื่มสุราถือว่าทุกฝ่ายตกลงกันตามนี้
ลิโป้ดื่มสุราหมดจอกแล้วสั่งทหารให้เอาเกาทัณฑ์สำหรับตัวมาให้ ขึ้นเกาทัณฑ์พาดสายแล้ว น้าวจนคันเกาทัณฑ์โก่งดังพระจันทร์กลางปักษ์ข้างขึ้น เสียงวืดหวือดังขึ้น ลูกเกาทัณฑ์พุ่งออกจากแหล่ง ถูกคันทวนดังเกร๊ง ทหารทั้งค่ายลิโป้ต่างโห่ร้องดังสนั่นสรรเสริญฝีมือเกาทัณฑ์ของลิโป้ว่าเป็นเลิศในใต้หล้า เสมอด้วยวีรชนในอดีตที่น้าวเกาทัณฑ์ยิงพระอาทิตย์ จนความมืดมิดปกคลุมโลกอันลือลั่น
เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย ต่างปรบมือแสดงความยินดี ชื่นชมในฝีมือเกาทัณฑ์ของลิโป้สถานหนึ่งและดีใจที่การสมประโยชน์อีกสถานหนึ่ง คงมีแต่กิเหลงเท่านั้นที่สีหน้าสลดลง เพราะการเป็นไปผิดจากที่คาดหมาย
ลิโป้หัวเราะดังลั่นแล้วว่า ฝีมือเกาทัณฑ์ของข้าพเจ้าแท้จริงต่ำต้อย แต่นี่เป็นเพราะฟ้าบันดาล ว่าแล้วเข้าไปจับมือเล่าปี่และกิเหลงมากุมไว้ และว่าเทพยดาแสดงความประสงค์ให้เห็นประจักษ์ พวกท่านจึงมีแต่ต้องเลิกรบกัน แล้วสั่งทหารให้จัดโต๊ะมาเลี้ยงทั้งสองฝ่าย
ลิโป้คำหนึ่งก็อ้างฟ้า สองคำก็อ้างสวรรค์ สามคำก็อ้างเทพยดา เห็นได้ชัดว่านับแต่มาเป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วแล้วลิโป้ไม่เพียงแต่จะลืมตัว หลงตัวว่าเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น หากยังทำตัวประหนึ่งเป็นคนทรงเจ้าเข้าผีอีกด้วย
ฝ่ายกิเหลงนั้นกินโต๊ะไม่เป็นสุข เพราะมัวครุ่นคิดว่าตัวกำลังขัดคำสั่งอ้วนสุด เกรงต้องโทษถึงตาย คิดแก้ปัญหาของตัวเองไม่ตกจึงออกปากว่าตัวข้าพเจ้าประจักษ์ในการเสี่ยงทายก็จริงอยู่ แต่หากข้าพเจ้ากลับไปมือเปล่า อ้วนสุดย่อมไม่เชื่อถือ คงจะเอาโทษข้าพเจ้าถึงตาย
ลิโป้ได้ฟังดังนั้นจึงว่าท่านจงวางใจ ข้าพเจ้าจะมีหนังสือให้ท่านถือไปถึงอ้วนสุดบอกความทั้งนี้ให้แจ้ง กิเหลงก็คลายใจลง ลิโป้จึงเรียกทหารเอาเครื่องเขียนมาทำหนังสือถึงอ้วนสุดแล้วมอบแก่กิเหลง กิเหลงรับหนังสือแล้วก็ลาลิโป้กลับไปค่าย สั่งให้เลิกทัพยกกลับไปเมืองลำหยง
เล่าปี่เห็นกิเหลงไปแล้วจึงกล่าวขอบคุณลิโป้ที่ช่วยเหลือ แล้วถือโอกาสลาลิโป้กลับเข้าเมือง ฝ่ายลิโป้ครั้นเสร็จการแล้วจึงสั่งทหารให้ถอนค่ายยกกลับไปเมืองชีจิ๋ว
ครั้นกิเหลงกลับมาถึงเมืองลำหยง จึงเข้าไปรายงานให้อ้วนสุดทราบเหตุการณ์แล้วมอบหนังสือของลิโป้ อ้วนสุดได้อ่านหนังสือทราบความแล้วโกรธลิโป้เป็นอันมาก ออกปากด่าลิโป้ว่าเป็นคนตระบัดสัตย์ และว่าลิโป้กระทำดังนี้เป็นการไม่เกรงใจเรา เราจะยกกองทัพไปตีเมืองเสียวพ่าย แล้วจับตัวเล่าปี่เอง เสร็จแล้วจะยกไปตีเอาเมืองชีจิ๋วต่อไป
กิเหลงจึงห้ามอ้วนสุดว่าลิโป้ได้ครองเมืองชีจิ๋ว ผู้คนแลเสบียงก็พร้อมสรรพ ทหารมีฝีมือก็มีอยู่เป็นอันมาก ตัวลิโป้เองก็มีฝีมือกล้าแข็ง ทั้งเล่าปี่มีกวนอู เตียวหุย ฝีมือฉกาจนัก ลิโป้กับเล่าปี่มีไมตรีแน่นแฟ้นอยู่ หากท่านยกไปตีเมืองเสียวพ่าย ลิโป้ก็จะยกมาช่วยเล่าปี่รุมตีกระหนาบเราทั้งสองด้าน เราก็จะเสียทีแก่ข้าศึก ครั้งก่อนท่านใช้เสบียงไปผูกมัดลิโป้มิให้ช่วยเหลือเล่าปี่ แต่ผูกลิโป้ไว้ไม่ได้ เพราะลิโป้รักเมืองชีจิ๋วมากกว่าเสบียงที่ท่านมอบให้ ดังนั้นถ้าจะผูกลิโป้ไว้ไม่ให้ช่วยเหลือเล่าปี่ก็ต้องหาวิธีผูกวิธีใหม่
อ้วนสุดถามว่าจะผูกลิโป้ไว้ได้ด้วยวิธีใด กิเหลงจึงว่าในเมื่อสิ่งของผูกลิโป้ไว้ไม่ได้ ก็ต้องอาศัยคนเป็นเครื่องผูกมัดลิโป้ไว้ ข้าพเจ้าขอเสนอกลให้ท่านผูกดองกับลิโป้เพราะลิโป้นั้นเป็นคนกลัวเมีย รักเมียและลูกสาวคนเดียวยิ่งกว่าสิ่งใด ขอให้ท่านแต่งเถ้าแก่ไปสู่ขอลูกสาวลิโป้ที่เกิดจากนางเหงียมซีมาเป็นภรรยาบุตรของท่าน เมื่อท่านผูกดองกับลิโป้ดั่งนี้แล้ว ก็จะทำการกับเล่าปี่ได้ถนัด ลิโป้จะถูกความเป็นดองกับท่านผูกไว้เข้าช่วยเล่าปี่ไม่ได้ การกำจัดเล่าปี่ก็จะสำเร็จโดยง่าย
อ้วนสุดเห็นด้วยกับแผนการของกิเหลงจึงเรียกหันอิ้นขุนนางเมืองลำหยงฝ่ายการทูตเข้ามา สั่งให้ทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ไปเมืองชีจิ๋วสู่ขอลูกสาวของลิโป้ตามแผนการของกิเหลงนั้น
หันอิ้นรับคำสั่งแล้วออกมาจัดแจงของกำนัลเป็นจำนวนมาก จัดขบวนออกจากเมืองลำหยงไปเมืองชีจิ๋วและขอเข้าพบลิโป้ แล้วมอบของกำนัลทั้งนั้นแก่ลิโป้ แล้วว่าอ้วนสุดนายข้าพเจ้าเป็นเชื้อสายขุนนางมาถึงสี่ชั่วอายุคน ได้ครองเมืองลำหยงซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ บัดนี้ได้ตราพระลัญจกรสำหรับพระมหากษัตริย์ไว้แล้ว คงจะตั้งตัวเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แต่วิตกด้วยบุตรยังไม่มีเหย้าเรือน ได้ทอดตาทั้งแผ่นดินแล้วไม่เห็นสตรีใดสมควรคู่แก่บุตร
และว่าอ้วนสุดนายของข้าพเจ้าเห็นว่าบุตรสาวของท่านมีความพร้อมด้วยวุฒิและสกุลควรคู่เสมอกัน ทั้งมีความเลื่อมใสในตัวท่านจึงหวังผูกไมตรีเป็นทองแผ่นเดียวกัน จึงสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นเถ้าแก่มาสู่ขอบุตรสาวท่านให้แก่บุตร ดั่งนี้อ้วนสุดแลท่านก็จะมีไมตรีกันสืบไป
ลิโป้ได้ฟังดังนั้นก็มีใจยินดีแต่ตัดสินใจเองไม่ได้จึงว่า การครั้งนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ข้าพเจ้าขอเวลาปรึกษาหารือกับภรรยาเสียค่ำหนึ่งก่อน ในวันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะแจ้งความตกลงใจให้ท่านทราบ ว่าแล้วสั่งทหารให้เชิญหันอิ้นไปพักที่เรือนรับรองแขกเมือง
ค่ำลงลิโป้จึงเล่าความที่หันอิ้นมาสู่ขอบุตรีให้นางเหงียมซีผู้ภรรยาทราบ แล้วถามว่าเจ้ามีความคิดเห็นเป็นประการใด นางเหงียมซีจึงว่าบ้านเมืองขณะนี้เป็นจลาจล ขุนศึกทุกหัวเมืองต่างแย่งชิงอำนาจ เมื่ออ้วนสุดได้ตราพระลัญจกรไว้คงจะได้เป็นเจ้าในวันหน้า บุตรีเราก็จะได้เป็นพระมเหสี ดังนั้นไม่ว่าทางใกล้หรือทางไกล ลูกเราก็มีแต่จะเป็นใหญ่ในทุกทาง ท่านพี่จงรับปากหันอิ้นเถิด
วิธีมองคนเพื่อเลือกคู่ครองโดยทั่วไปย่อมเป็นดังนี้คือมุ่งเอาแค่ฐานะของทรัพย์สินและฐานะตำแหน่ง ซึ่งเป็นความคิดเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อแม่ ไม่ได้แลเห็นความสุขและจิตใจของผู้เป็นบุตร มองข้ามความชั่วดีและคุณธรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่เป็นสุข ดังนั้นความคิดชนิดนี้จึงเป็นความคิดที่ลงโทษบุตรเสียเป็นส่วนใหญ่ คงมีแต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้ความคิดในการเลือกคู่ครองโดยถือเอาความรัก คุณธรรมและความดีงามเป็นหลักในการเลือกคู่ครองให้แก่บุตร ดังนั้นบุตรคนใดที่พ่อแม่ใช้ความคิดชนิดนี้ย่อมถือว่าเป็นบุญกุศลที่ไม่ต้องตกอยู่ในนรกในวันข้างหน้า
ลิโป้คนกลัวเมียได้รับความเห็นชอบจากเมียที่เคารพแล้ว รุ่งขึ้นจึงเชิญหันอิ้นมาพบแล้วตอบตกลงที่จะยกลูกสาวให้เป็นสะใภ้ของอ้วนสุด หันอิ้นเห็นการสมความประสงค์จึงขอลากลับไปรายงานให้อ้วนสุดทราบ
ครั้นอ้วนสุดเห็นการสมความคิดจึงจัดแจงของหมั้นเป็นจำนวนมาก สั่งให้ หันอิ้นจัดขบวนเถ้าแก่นำของหมั้นยกไปเมืองชีจิ๋ว เพื่อสู่ขอบุตรีของลิโป้ตามอย่างธรรมเนียม หันอิ้นรับคำสั่งแล้วจัดขบวนขันหมากยกไปเมืองชีจิ๋วเพื่อตัวลูกสาวลิโป้มาเมืองลำหยง ถึงเมืองชีจิ๋วแล้วขอพบลิโป้ และมอบของหมั้นทั้งนั้นแล้วว่า อ้วนสุดนายข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านรับไมตรี ดังนั้นจึงสั่งให้ข้าพเจ้านำขบวนเถ้าแก่และของหมั้นมาสู่ขอบุตรีของท่านและรับตัวเจ้าสาวไปเมืองลำหยง
ลิโป้รับของหมั้นไว้แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงหันอิ้นและขบวนเถ้าแก่ เสร็จแล้วเชิญหันอิ้นไปพักที่เรือนรับรองแขกเมือง เพื่อหารือถึงพิธีการส่งตัวเจ้าสาวต่อไป
ค่ำวันนั้นตันก๋งได้ไปเยือนหันอิ้น ณ เรือนรับรองแขกเมือง พบหันอิ้นแล้วคารวะตามธรรมเนียม ตันก๋งสั่งให้บรรดาทหารที่อารักขาเรือนรับรองนั้นถอยลงไปข้างล่าง แล้วกล่าวขึ้นว่า แผนการครั้งนี้ยอดเยี่ยมลึกซึ้งยิ่งนัก ๆ
หันอิ้นได้ฟังคำตันก๋งก็แปลกใจ ถามขึ้นว่าท่านหมายความถึงเรื่องราวใดกัน.
เล่าปี่ตกใจก็จริงอยู่ แต่มิได้เสียอาการ ยังคงนั่งสงบในโรงบัญชาการนั้น โดยมีกวนอู เตียวหุย น้องร่วมสาบานถืออาวุธยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง แต่กิเหลงนั้นเมื่อตกใจแล้วเสียกริยาไป จะหันหลังกลับออกไปจากค่าย ลิโป้เห็นดังนั้นจึงเร่งก้าวเท้าเข้าถึงตัวจับเอามือกิเหลงไว้แล้วว่าท่านอย่าเพิ่งตกใจ
กิเหลงจึงว่า ท่านจะลวงข้าพเจ้ามาทำร้ายหรือว่าจะทำร้ายไอ้เล่าปี่หูยาว ลิโป้จึงตอบแบบลิโป้ที่ทำให้งุนงงสงสัยต่อไปโดยไม่ยอมพูดเข้าประเด็นที่ถูกถามว่า ข้าพเจ้าไม่ได้คิดฆ่าท่าน และไม่ได้คิดฆ่าเล่าปี่ แต่เล่าปี่กับข้าพเจ้านั้นดุจดั่งพี่น้อง ท่านยกมารุกรานเมืองเสียวพ่ายเพื่อจะทำร้ายเล่าปี่ ข้าพเจ้าจึงต้องยกมาป้องกันเมืองเสียวพ่าย จึงคล้ายประหนึ่งว่าข้าพเจ้ามาช่วยเล่าปี่ ดังนั้นท่านจะเข้าใจว่าข้าพเจ้าช่วยเล่าปี่ก็ได้
กิเหลงยิ่งฟังลิโป้ก็ยิ่งงง จึงพยายามลากเข้าประเด็นว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงต้องฆ่าข้าพเจ้าเพื่อทำให้เมืองเสียวพ่ายและเล่าปี่ปลอดภัยกระนั้นหรือ ลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่ต้องทำให้ผู้น้อยเลิกวิวาทกัน
ลิโป้อ้างตนเป็นผู้ใหญ่แลเห็นคนอื่นเป็นเด็ก แล้วรีบจูงกิเหลงเข้าไปในโรงบัญชาการทหาร เชิญให้นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเล่าปี่ ส่วนลิโป้เข้าไปนั่งระหว่างกลาง และสั่งให้ทหารนำสุรามาให้เล่าปี่และกิเหลง
ครั้นทหารนำสุรามาแล้ว ลิโป้จึงชวนเล่าปี่และกิเหลงดื่ม ทั้งสองคนเกรงใจลิโป้ก็ดื่มสุรานั้น แล้วลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าขอให้ท่านทั้งสองเห็นแก่หน้าข้าพเจ้า เลิกพยาบาทวิวาทกัน ยุติศึกระหว่างกันเสีย
เล่าปี่เป็นฝ่ายถูกรุกราน ยินคำลิโป้แล้วนิ่งอยู่เพราะมิได้เป็นฝ่ายก่อเหตุ แต่ กิเหลงเป็นฝ่ายที่จะต้องถอนทัพกลับไปจึงว่าอ้วนสุดนายข้าพเจ้าใช้ให้ข้าพเจ้ายกกองทัพมาจับตัวเล่าปี่ หากข้าพเจ้ากลับไปมือเปล่าย่อมเป็นการขัดคำสั่งและมีโทษถึงประหาร
เตียวหุยเห็นว่าการที่กิเหลงมีทีท่าไม่ฟังคำลิโป้ก็โกรธ หาว่ากิเหลงดูหมิ่น ชักกระบี่ออกจากฝักแล้วด่าว่ากิเหลง กวนอูเห็นเตียวหุยวู่วามจึงห้ามเตียวหุยไว้ และว่าให้คอยดูทีท่าของลิโป้ก่อน
ลิโป้เห็นเตียวหุยคู่เคืองเก่าโวยวายขึ้นมาท่ามกลางการเจรจาความเมืองก็ไม่พอใจ ออกปากตำหนิว่าเราเป็นผู้ใหญ่ได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาหวังให้ปรองดองกัน ทั้งเล่าปี่แลกิเหลงล้วนเห็นแก่หน้าเรา ตั้งใจฟังเรากล่าว ตัวท่านเป็นแต่ผู้ติดตามเล่าปี่ ไฉนจึงมาทำหยาบช้า ณ ค่ายเราดั่งนี้ เป็นการดูหมิ่นไม่ไว้หน้าเรา ว่าแล้วลิโป้ก็ทำเป็นโกรธ ลุกขึ้นไปคว้าเอาทวนประจำกายมาถือมั่นไว้
ทั้งสองฝ่ายต่างตกใจ เพราะไม่มีใครรู้ว่าลิโป้จะเอาอย่างไร แต่เล่าปี่เกรงว่าลิโป้จะทำร้ายเตียวหุย เหลียวมองไปข้างหลังเห็นทั้งกวนอูและเตียวหุยต่างกุมอาวุธประจำกายมั่นคงอยู่ก็วางใจ ในทันใดนั้นลิโป้ได้ร้องเรียกทหารเข้ามาสั่งให้เอาทวนไปปักไว้หน้าโรงบัญชาการทหาร ระยะห่างสามร้อยก้าว แต่ตัวลิโป้ทำยืนขรึมอยู่ ณ ที่เดิม
ครั้นทหารนำทวนไปปักไว้ตามคำสั่งแล้ว ลิโป้จึงว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ทำการใดต้องถือความประสงค์ของฟ้าเป็นเกณฑ์ ดังนั้นข้าพเจ้าจะทำการเสี่ยงทายต่อเทพยดา โดยจะยิงเกาทัณฑ์ไปที่ทวนซึ่งปักไว้นั้น ถ้าข้าพเจ้ายิงพลาด แสดงว่าเทพยดามีประสงค์ให้พวกท่านรบกัน ในกรณีนี้ท่านจงรบกันตามใจสะดวก ข้าพเจ้าจะไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่ถ้าข้าพเจ้ายิงไปถูกทวนนั้นก็แสดงว่าเทพยดาไม่ประสงค์ให้พวกท่านรบกัน ในกรณีนี้หากผู้ใดไม่เชื่อฟัง ข้าพเจ้าก็จำต้องถืออาญาสิทธิ์แห่งสวรรค์เข้าทำสงครามด้วยผู้นั้น
กิเหลงเห็นระยะสามร้อยก้าวไกลเกินที่ผู้ใดจะยิงเกาทัณฑ์ไปถูกที่หมายได้ หวังใจว่าเมื่อลิโป้ยิงพลาดเป้าแล้วจะได้ทำการกับเล่าปี่ได้ถนัดมือก็ดีใจ จึงว่าเมื่อลิโป้ท่านตกลงใจดั่งนี้แล้ว ข้าพเจ้ามีแต่ต้องคล้อยตามคำท่าน ส่วนเล่าปี่นั้นมิได้ว่ากล่าวประการใด อาการอันดุษณีเป็นอันถือว่าเล่าปี่ยินยอมตกลงด้วย ดังนั้นลิโป้จึงสั่งทหารให้เอาสุรามารินอีกสามจอก แล้วเชิญเล่าปี่และกิเหลงดื่มสุราถือว่าทุกฝ่ายตกลงกันตามนี้
ลิโป้ดื่มสุราหมดจอกแล้วสั่งทหารให้เอาเกาทัณฑ์สำหรับตัวมาให้ ขึ้นเกาทัณฑ์พาดสายแล้ว น้าวจนคันเกาทัณฑ์โก่งดังพระจันทร์กลางปักษ์ข้างขึ้น เสียงวืดหวือดังขึ้น ลูกเกาทัณฑ์พุ่งออกจากแหล่ง ถูกคันทวนดังเกร๊ง ทหารทั้งค่ายลิโป้ต่างโห่ร้องดังสนั่นสรรเสริญฝีมือเกาทัณฑ์ของลิโป้ว่าเป็นเลิศในใต้หล้า เสมอด้วยวีรชนในอดีตที่น้าวเกาทัณฑ์ยิงพระอาทิตย์ จนความมืดมิดปกคลุมโลกอันลือลั่น
เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย ต่างปรบมือแสดงความยินดี ชื่นชมในฝีมือเกาทัณฑ์ของลิโป้สถานหนึ่งและดีใจที่การสมประโยชน์อีกสถานหนึ่ง คงมีแต่กิเหลงเท่านั้นที่สีหน้าสลดลง เพราะการเป็นไปผิดจากที่คาดหมาย
ลิโป้หัวเราะดังลั่นแล้วว่า ฝีมือเกาทัณฑ์ของข้าพเจ้าแท้จริงต่ำต้อย แต่นี่เป็นเพราะฟ้าบันดาล ว่าแล้วเข้าไปจับมือเล่าปี่และกิเหลงมากุมไว้ และว่าเทพยดาแสดงความประสงค์ให้เห็นประจักษ์ พวกท่านจึงมีแต่ต้องเลิกรบกัน แล้วสั่งทหารให้จัดโต๊ะมาเลี้ยงทั้งสองฝ่าย
ลิโป้คำหนึ่งก็อ้างฟ้า สองคำก็อ้างสวรรค์ สามคำก็อ้างเทพยดา เห็นได้ชัดว่านับแต่มาเป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วแล้วลิโป้ไม่เพียงแต่จะลืมตัว หลงตัวว่าเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น หากยังทำตัวประหนึ่งเป็นคนทรงเจ้าเข้าผีอีกด้วย
ฝ่ายกิเหลงนั้นกินโต๊ะไม่เป็นสุข เพราะมัวครุ่นคิดว่าตัวกำลังขัดคำสั่งอ้วนสุด เกรงต้องโทษถึงตาย คิดแก้ปัญหาของตัวเองไม่ตกจึงออกปากว่าตัวข้าพเจ้าประจักษ์ในการเสี่ยงทายก็จริงอยู่ แต่หากข้าพเจ้ากลับไปมือเปล่า อ้วนสุดย่อมไม่เชื่อถือ คงจะเอาโทษข้าพเจ้าถึงตาย
ลิโป้ได้ฟังดังนั้นจึงว่าท่านจงวางใจ ข้าพเจ้าจะมีหนังสือให้ท่านถือไปถึงอ้วนสุดบอกความทั้งนี้ให้แจ้ง กิเหลงก็คลายใจลง ลิโป้จึงเรียกทหารเอาเครื่องเขียนมาทำหนังสือถึงอ้วนสุดแล้วมอบแก่กิเหลง กิเหลงรับหนังสือแล้วก็ลาลิโป้กลับไปค่าย สั่งให้เลิกทัพยกกลับไปเมืองลำหยง
เล่าปี่เห็นกิเหลงไปแล้วจึงกล่าวขอบคุณลิโป้ที่ช่วยเหลือ แล้วถือโอกาสลาลิโป้กลับเข้าเมือง ฝ่ายลิโป้ครั้นเสร็จการแล้วจึงสั่งทหารให้ถอนค่ายยกกลับไปเมืองชีจิ๋ว
ครั้นกิเหลงกลับมาถึงเมืองลำหยง จึงเข้าไปรายงานให้อ้วนสุดทราบเหตุการณ์แล้วมอบหนังสือของลิโป้ อ้วนสุดได้อ่านหนังสือทราบความแล้วโกรธลิโป้เป็นอันมาก ออกปากด่าลิโป้ว่าเป็นคนตระบัดสัตย์ และว่าลิโป้กระทำดังนี้เป็นการไม่เกรงใจเรา เราจะยกกองทัพไปตีเมืองเสียวพ่าย แล้วจับตัวเล่าปี่เอง เสร็จแล้วจะยกไปตีเอาเมืองชีจิ๋วต่อไป
กิเหลงจึงห้ามอ้วนสุดว่าลิโป้ได้ครองเมืองชีจิ๋ว ผู้คนแลเสบียงก็พร้อมสรรพ ทหารมีฝีมือก็มีอยู่เป็นอันมาก ตัวลิโป้เองก็มีฝีมือกล้าแข็ง ทั้งเล่าปี่มีกวนอู เตียวหุย ฝีมือฉกาจนัก ลิโป้กับเล่าปี่มีไมตรีแน่นแฟ้นอยู่ หากท่านยกไปตีเมืองเสียวพ่าย ลิโป้ก็จะยกมาช่วยเล่าปี่รุมตีกระหนาบเราทั้งสองด้าน เราก็จะเสียทีแก่ข้าศึก ครั้งก่อนท่านใช้เสบียงไปผูกมัดลิโป้มิให้ช่วยเหลือเล่าปี่ แต่ผูกลิโป้ไว้ไม่ได้ เพราะลิโป้รักเมืองชีจิ๋วมากกว่าเสบียงที่ท่านมอบให้ ดังนั้นถ้าจะผูกลิโป้ไว้ไม่ให้ช่วยเหลือเล่าปี่ก็ต้องหาวิธีผูกวิธีใหม่
อ้วนสุดถามว่าจะผูกลิโป้ไว้ได้ด้วยวิธีใด กิเหลงจึงว่าในเมื่อสิ่งของผูกลิโป้ไว้ไม่ได้ ก็ต้องอาศัยคนเป็นเครื่องผูกมัดลิโป้ไว้ ข้าพเจ้าขอเสนอกลให้ท่านผูกดองกับลิโป้เพราะลิโป้นั้นเป็นคนกลัวเมีย รักเมียและลูกสาวคนเดียวยิ่งกว่าสิ่งใด ขอให้ท่านแต่งเถ้าแก่ไปสู่ขอลูกสาวลิโป้ที่เกิดจากนางเหงียมซีมาเป็นภรรยาบุตรของท่าน เมื่อท่านผูกดองกับลิโป้ดั่งนี้แล้ว ก็จะทำการกับเล่าปี่ได้ถนัด ลิโป้จะถูกความเป็นดองกับท่านผูกไว้เข้าช่วยเล่าปี่ไม่ได้ การกำจัดเล่าปี่ก็จะสำเร็จโดยง่าย
อ้วนสุดเห็นด้วยกับแผนการของกิเหลงจึงเรียกหันอิ้นขุนนางเมืองลำหยงฝ่ายการทูตเข้ามา สั่งให้ทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ไปเมืองชีจิ๋วสู่ขอลูกสาวของลิโป้ตามแผนการของกิเหลงนั้น
หันอิ้นรับคำสั่งแล้วออกมาจัดแจงของกำนัลเป็นจำนวนมาก จัดขบวนออกจากเมืองลำหยงไปเมืองชีจิ๋วและขอเข้าพบลิโป้ แล้วมอบของกำนัลทั้งนั้นแก่ลิโป้ แล้วว่าอ้วนสุดนายข้าพเจ้าเป็นเชื้อสายขุนนางมาถึงสี่ชั่วอายุคน ได้ครองเมืองลำหยงซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ บัดนี้ได้ตราพระลัญจกรสำหรับพระมหากษัตริย์ไว้แล้ว คงจะตั้งตัวเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แต่วิตกด้วยบุตรยังไม่มีเหย้าเรือน ได้ทอดตาทั้งแผ่นดินแล้วไม่เห็นสตรีใดสมควรคู่แก่บุตร
และว่าอ้วนสุดนายของข้าพเจ้าเห็นว่าบุตรสาวของท่านมีความพร้อมด้วยวุฒิและสกุลควรคู่เสมอกัน ทั้งมีความเลื่อมใสในตัวท่านจึงหวังผูกไมตรีเป็นทองแผ่นเดียวกัน จึงสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นเถ้าแก่มาสู่ขอบุตรสาวท่านให้แก่บุตร ดั่งนี้อ้วนสุดแลท่านก็จะมีไมตรีกันสืบไป
ลิโป้ได้ฟังดังนั้นก็มีใจยินดีแต่ตัดสินใจเองไม่ได้จึงว่า การครั้งนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ข้าพเจ้าขอเวลาปรึกษาหารือกับภรรยาเสียค่ำหนึ่งก่อน ในวันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะแจ้งความตกลงใจให้ท่านทราบ ว่าแล้วสั่งทหารให้เชิญหันอิ้นไปพักที่เรือนรับรองแขกเมือง
ค่ำลงลิโป้จึงเล่าความที่หันอิ้นมาสู่ขอบุตรีให้นางเหงียมซีผู้ภรรยาทราบ แล้วถามว่าเจ้ามีความคิดเห็นเป็นประการใด นางเหงียมซีจึงว่าบ้านเมืองขณะนี้เป็นจลาจล ขุนศึกทุกหัวเมืองต่างแย่งชิงอำนาจ เมื่ออ้วนสุดได้ตราพระลัญจกรไว้คงจะได้เป็นเจ้าในวันหน้า บุตรีเราก็จะได้เป็นพระมเหสี ดังนั้นไม่ว่าทางใกล้หรือทางไกล ลูกเราก็มีแต่จะเป็นใหญ่ในทุกทาง ท่านพี่จงรับปากหันอิ้นเถิด
วิธีมองคนเพื่อเลือกคู่ครองโดยทั่วไปย่อมเป็นดังนี้คือมุ่งเอาแค่ฐานะของทรัพย์สินและฐานะตำแหน่ง ซึ่งเป็นความคิดเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อแม่ ไม่ได้แลเห็นความสุขและจิตใจของผู้เป็นบุตร มองข้ามความชั่วดีและคุณธรรมที่จะทำให้ชีวิตคู่เป็นสุข ดังนั้นความคิดชนิดนี้จึงเป็นความคิดที่ลงโทษบุตรเสียเป็นส่วนใหญ่ คงมีแต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้ความคิดในการเลือกคู่ครองโดยถือเอาความรัก คุณธรรมและความดีงามเป็นหลักในการเลือกคู่ครองให้แก่บุตร ดังนั้นบุตรคนใดที่พ่อแม่ใช้ความคิดชนิดนี้ย่อมถือว่าเป็นบุญกุศลที่ไม่ต้องตกอยู่ในนรกในวันข้างหน้า
ลิโป้คนกลัวเมียได้รับความเห็นชอบจากเมียที่เคารพแล้ว รุ่งขึ้นจึงเชิญหันอิ้นมาพบแล้วตอบตกลงที่จะยกลูกสาวให้เป็นสะใภ้ของอ้วนสุด หันอิ้นเห็นการสมความประสงค์จึงขอลากลับไปรายงานให้อ้วนสุดทราบ
ครั้นอ้วนสุดเห็นการสมความคิดจึงจัดแจงของหมั้นเป็นจำนวนมาก สั่งให้ หันอิ้นจัดขบวนเถ้าแก่นำของหมั้นยกไปเมืองชีจิ๋ว เพื่อสู่ขอบุตรีของลิโป้ตามอย่างธรรมเนียม หันอิ้นรับคำสั่งแล้วจัดขบวนขันหมากยกไปเมืองชีจิ๋วเพื่อตัวลูกสาวลิโป้มาเมืองลำหยง ถึงเมืองชีจิ๋วแล้วขอพบลิโป้ และมอบของหมั้นทั้งนั้นแล้วว่า อ้วนสุดนายข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านรับไมตรี ดังนั้นจึงสั่งให้ข้าพเจ้านำขบวนเถ้าแก่และของหมั้นมาสู่ขอบุตรีของท่านและรับตัวเจ้าสาวไปเมืองลำหยง
ลิโป้รับของหมั้นไว้แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงหันอิ้นและขบวนเถ้าแก่ เสร็จแล้วเชิญหันอิ้นไปพักที่เรือนรับรองแขกเมือง เพื่อหารือถึงพิธีการส่งตัวเจ้าสาวต่อไป
ค่ำวันนั้นตันก๋งได้ไปเยือนหันอิ้น ณ เรือนรับรองแขกเมือง พบหันอิ้นแล้วคารวะตามธรรมเนียม ตันก๋งสั่งให้บรรดาทหารที่อารักขาเรือนรับรองนั้นถอยลงไปข้างล่าง แล้วกล่าวขึ้นว่า แผนการครั้งนี้ยอดเยี่ยมลึกซึ้งยิ่งนัก ๆ
หันอิ้นได้ฟังคำตันก๋งก็แปลกใจ ถามขึ้นว่าท่านหมายความถึงเรื่องราวใดกัน.