ตอนที่ 70. ใต้ร่มธงชัยของพระอรหันต์

 เมื่อทำงานร่วมกันกับท่านบุศย์ ขันธวิทย์ นานวันเข้า ก็มีความสนิทสนมมากขึ้นเป็นลำดับ โดยผมได้กลายเป็นศิษย์ของท่านไปโดยปริยาย และในภายหลังก็มีคำกล่าวขานกันว่าในบรรดาศิษย์ทั้งปวงของท่านบุศย์ ขันธวิทย์ นั้นผมคือศิษย์เอกที่ได้รับถ่ายทอดปัญญาวิชาคุณจากท่านมากที่สุด

            ดังที่ปรากฏความตอนหนึ่งในภาพถ่ายที่ท่านได้มอบให้ผมไว้เป็นที่ระลึกว่า “เป็นหลักฐานว่าสามารถเรียนรู้ใน ‘ศาสตร์’ และ ‘ศิลป์’ ได้เร็วดีมาก”

            เมื่อใกล้ชิดสนิทสนมกันมากเข้า ท่านบุศย์ ขันธวิทย์ ก็ซักถามเกี่ยวกับความเป็นมาในทางส่วนตัวแต่หนหลัง ผมก็ได้เล่าให้ฟังตามความจริงทุกสิ่งอย่าง

            วันหนึ่งในปีที่ผมครบบวช ผมก็ไปกราบลาท่าน ขอเดินทางกลับไปบ้านเดิมเพื่อเข้ารับอุปสมบทตามประเพณี และให้เป็นไปตามความต้องการของก๋ง ยาย รวมทั้งพ่อแม่ด้วย ซึ่งท่านก็อนุโมทนาและสอนว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตที่แท้จริง ผ่านการบวชเรียนจะได้ชื่อว่า “บัณฑิต” ขอให้ตั้งใจเรียนรู้ให้เป็นบัณฑิตสมชื่อ

            ก็ต้องบอกว่าเป็นการบวชตามประเพณี เพราะการบวชในพระพุทธศาสนาของชาวพุทธบ้านเรานั้นมีการบวชหลายอย่าง โดยทั่วไปจะเป็นการบวชตามประเพณี บ้างก็เป็นการบวชเอาจริงเอาจัง โดยหวังมรรคผลนิพพานหรือที่เรียกว่าบวชหนีสงสาร บ้างก็เป็นการบวชเพราะสิ้นทางทำมาหากิน เมื่อบวชแล้วก็ไม่ได้ทำประโยชน์สิ่งใดให้กับตนเองหรือผู้อื่น การบวชแบบนี้เขาเรียกว่าบวชผลาญข้าวสุก บ้างก็บวชไปตามแรงชวนของเพื่อนพ้องน้องพี่ ดังที่เรียกกันว่าบวชสนุกตามเพื่อน

            จึงมีคำกล่าวถึงการบวชในบ้านเราเป็นถ้อยคำที่คล้องจองกันว่า “บวชตามประเพณี บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน” โดยในเรื่องบวชหนีสงสารนั้นมีความหมายได้ถึงสองนัยยะ นัยยะแรกคือสงสารที่หมายถึงสังสารวัฏ คือการเวียนว่ายตายเกิด ส่วนนัยที่สองคือสงสารที่หมายถึงไม่สามารถทนต่อความสมเพชเวทนาของคนอื่นเพราะเหตุที่สิ้นไร้ไม้ตอกจึงต้องออกบวชไป

            ประเพณีชาวพุทธบ้านเรานั้นล้วนมุ่งมาดปรารถนาให้บุตรหลานที่เป็นชายได้บรรพชาอุปสมบท เพราะมีคติเชื่อถือกันมาว่าการบวชเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา มีผลมาก มีอานิสงส์มาก สามารถแผ่บุญกุศลให้ญาติมิตรทั้งที่ล่วงลับไปแล้วและทั้งที่มีชีวิตอยู่ให้พ้นจากความทุกข์ทรมานได้

            แล้วจึงเกิดเป็นประเพณีบวชหน้าไฟหรือบวชหน้าศพตามมาก็ด้วยความเชื่อที่ว่านี้ บางทีก็บวชกันแค่วันเดียวหรือสามวันเพื่อหวังอานิสงส์แห่งบรรพชาอุปสมบทนั้นได้ทำให้ผู้ล่วงลับพ้นจากความทุกข์ทรมานในอบายหรือทุกข์คติและไปสู่สวรรค์

            ยิ่งพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่ล่วงวัยแล้วต่างมุ่งมาดปรารถนาจะได้เห็นชายผ้าเหลืองของบุตรหลานเสียก่อนตายให้เป็นบุญตา เพราะนับถือกันมาว่าผ้าเหลืองหรือผ้ากาสาวพัสตร์นั้นคือธงชัยของพระอรหันต์ ที่ใครได้เห็นแล้วมีอันปิดกั้นนรกได้อย่างแน่แท้ และเมื่อทางนรกถูกปิดกั้นเสียแล้ว โอกาสที่จะไปสู่สุคติในสรวงสวรรค์ก็จะเป็นอันหวังได้

            ความจริงพระพุทธเจ้ามิได้มุ่งมาดปรารถนาให้กุลบุตรบรรพชาหรืออุปสมบทเพื่อผลหรืออานิสงส์ที่ว่านี้โดยตรงแต่ประการใด กุลบุตรที่รับบรรพชาอุปสมบทโดยพระบรมศาสดาเองนั้นล้วนมุ่งหวังความดับทุกข์หรือพระนิพพานเป็นที่สุดทั้งสิ้น แต่จะทำอย่างไรได้เล่า เมื่อวันเวลาผ่านเนิ่นนานไป พระพุทธศาสนาในบ้านเราก็เรียวลง เรียวลง จึงแทนที่จะให้กุลบุตรบรรพชาอุปสมบทเพื่อตัดสังสารวัฏให้ขาดสิ้น จึงกลายเป็นแค่หวังเอาผลบุญหรืออานิสงส์ให้พ้นจากทุกข์คติและนรกเท่านั้น

            คติและความเชื่อเช่นว่านี้จึงแตกกิ่งก้านสาขากลายเป็นพิธีกรรมนานาชนิดสุดแต่จะประดิษฐ์ประดอยเสกสรรปั้นแต่งขึ้นตามค่านิยมและความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น จนบางทีก็นึกไม่ถึงว่าพิธีกรรมเช่นนั้นคือพิธีกรรมในพระพุทธศาสนา

            เมื่อผมมีอายุครบบวชตามประเพณีนั้น เป็นห้วงเวลาประจวบกับก๋งและยายล่วงวัยจนกล่าวได้ว่าชราภาพ อยากจะเห็นผ้าเหลืองของหลานที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาตั้งแต่น้อย ทั้งพ่อและแม่ก็มีความเห็นสมคล้อยไปตามประสงค์นั้น เพราะน้ำใจลึกก็อยากจะเห็นผ้าเหลืองของลูกหัวปีอยู่เหมือนกัน

            งานบวชของผมค่อนข้างจะเป็นงานใหญ่ในตำบลนั้น เพราะยายและแม่ผมเป็นพุทธบริษัทที่ชั่วชีวิตขลุกอยู่กับวัด ใกล้ชิดกับพระโดยทั่วไป ดังนั้นพอมีข่าวคราวงานบวชของผมเท่านั้น พระเจ้าตามวัดต่าง ๆ ทั้งในอำเภอและต่างอำเภอจำนวนนับพันรูปจึงได้มาเยี่ยมเยียน มาร่วมงานบุญอันเป็นงานบวชนั้นอย่างคับคั่ง จนกลายเป็นการชุมนุมพระสงฆ์ครั้งใหญ่ในอำเภอไปโดยปริยาย

            แต่ผมเองก็ไม่ได้เห็นความสำคัญของพิธีกรรมใดๆ เลย จึงไม่ได้บอกกล่าวเชิญชวนญาติมิตรจากกรุงเทพฯ ลงไปร่วมงานบวชแม้แต่คนเดียว คงมีแต่มนูญผลเพื่อนร่วมน้ำสาบานที่อยากไปร่วมงาน ด้วยหวังเดชะบุญเอาจากแรงบุญจากการบวชของเพื่อนแผ่ถึงบิดาผู้ล่วงลับไปเนิ่นนานแล้ว ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปร่วมงานครั้งนั้น

            พ่อเป็นคนพิถีพิถันในเรื่องพระเพราะนับถือคนยาก ดังนั้นจึงเคร่งครัดในการจัดวางพระสำคัญ ๆ ในงานอุปสมบทครั้งนี้เป็นพิเศษ

            พ่อได้นิมนต์อาจารย์โดยตรงของพ่อซึ่งเคยเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อ คือท่านเจ้าคุณวัดแหลมทรายหรือพ่อท่านเส้งมาเป็นพระอุปัชฌาย์ นิมนต์พระครูบรรหาร    ศาสนกิจหรือพ่อท่านพลับ ซึ่งรุ่งเรืองด้วยศีล อุดมด้วยอิทธิปาฏิหาริย์และเป็นอาจารย์โดยตรงของผมมาเป็นพระกรรมวาจาจารย์ คือพระผู้สอนวัตรปฏิบัติในเพศพรหมจรรย์ และนิมนต์พระครูพิสิทธิ์ธรรมคุณหรือพ่อท่านแช่ม ซึ่งอุดมด้วยศีล มีวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่องชือลือชามาเป็นพระศีลาจารย์

            ส่วนพระคู่สวดก็นิมนต์เอาแต่พระองค์สำคัญ ๆ ที่พ่อนับถือในทางวิทยาคมทั้งสิ้น เช่นพ่อท่านวัดหัวป่า พ่อท่านวัดเชิงแส พ่อท่านวัดเกาะใหญ่ เป็นต้น

            งานบวชนั้นจึงเป็นงานรวมญาติครั้งใหญ่เพราะที่บ้านของผมนั้นไม่นิยมจัดงานใด ๆ มาแต่ก่อน และไม่เคยมีงานที่เป็นส่วนรวมมานานนักหนาแล้ว ในขณะที่ทั้งพ่อทั้งแม่ ทั้งก๋ง ทั้งยาย ได้ไปช่วยการงานต่าง ๆ ของชาวบ้านทั้งในอำเภอและต่างอำเภอเป็นเนืองนิตย์

            เพราะเหตุที่ยายและแม่เคร่งอยู่ด้วยศีล ไม่ปรารถนาจะให้งานบวชเปรอะเปื้อนด้วยบาป ดังนั้นจึงไม่ให้มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใด ๆ ให้งานมีแต่เรื่องบุญเรื่องกุศลอย่างเดียวเท่านั้น

            ผมกลับไปบ้านคราวนั้นก็ไปฝึกขานนาคกับพระอาจารย์ ซึ่งท่านก็ได้มอบให้พระเณรช่วยอบรมสอนสั่งให้ ทำให้ชีวิตได้หวนคืนสภาพเด็กวัดบ้านนอกที่มีความสงบและความสุขอีกครั้งหนึ่ง

            เมื่อพระอาจารย์ทราบความว่าระยะเวลาการบวชของผมกะเอาไว้แค่ 15 วัน ท่านก็แนะว่าออกจะสั้นไปสักหน่อย แต่เวลาสั้นยาวก็ยังไม่สำคัญเท่ากับความบริสุทธิ์ในการอุปสมบท บวชนานเป็นปี ๆ แต่หากไม่มีความบริสุทธิ์ ก็จะหวังผลและอานิสงส์ได้น้อยหรือไม่ได้เลย บวชไม่นานแต่ถ้าสามารถรักษาความบริสุทธิ์ทางกาย วาจา ใจ    อบรมใจอยู่ด้วยศีลให้อาบเอิบจนเป็นปีติแล้วก็จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ดังนั้นในเวลาอันสั้นนี้ขอให้รักษาความบริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจ ให้เต็มเปี่ยม ให้สมบูรณ์ ก็จะได้อานิสงส์แห่งอุปสมบทเต็มที่ดังปรารถนา

            พระอาจารย์บอกว่าในพุทธกาลนั้นกุลบุตรบางคนฟังคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าคราวเดียวก็มีดวงตาเห็นธรรม บางคนหนึ่งวัน บางคนสามวัน บางคนเจ็ดวัน ก็มีดวงตาเห็นธรรม บางคนก็นาน ขึ้นอยู่กับบารมีที่อบรมสั่งสมมา ดังนั้นเวลา 15 วันที่อุปสมบทขอให้เตรียมใจเตรียมกายให้พร้อม อย่าตั้งอยู่ในความประมาทแม้แต่น้อยเลย

            สำหรับองค์พระอุปัชฌาย์นั้น แม้ผมเคยไปกราบบ้างก็เป็นบางครั้งบางคราว ไม่ได้คุ้นเคยหรือสนิทสนม เพิ่งมาอยู่ใกล้กันจริง ๆ ก็ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในงานอุปสมบทนั้น ก็ประจักษ์ชัดว่าเป็นพระมหาเถรผู้ทรงวิทยาคมแรงกล้านัก สมกับที่ขึ้นชื่อลือชามานานนักหนาแล้วจริง ๆ

            ที่ว่าทรงวิทยาคมแรงกล้าก็เพราะว่าเมื่อครั้งมหาสงครามเอเชียบูรพานั้น ทหารญี่ปุ่นไปตั้งค่ายในวัดและริมทะเลแถบนั้น กองทัพพันธมิตรส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเป็นจำนวนมาก แต่ในบริเวณเขตวัดและพื้นที่ใกล้เคียงระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาไม่เคยระเบิดแม้แต่ลูกเดียว แม้กระเบื้องหลังคากุฏิวิหารก็มิได้แผ้วพานด้วยภัยสงครามแม้แต่น้อย

            ชื่อเสียงของพระภควัมบดีหรือพระปิดตาอันขึ้นชื่อลือชาของวัดแหลมทรายนั้นล้วนได้มาเพราะปรากฏการณ์ที่เป็นจริงที่เกิดขึ้นในมหาสงครามทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการโปรโมชั่นเพื่อการพาณิชย์หรือเพราะลูกศิษย์ยกย่องอาจารย์ตนแต่ประการใดเลย

            ขบวนแห่นาคออกจากบ้าน ใช้เรือยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้แล่นระหว่างตัวอำเภอไปจังหวัด ตามด้วยขบวนเรือกลาง เรือเล็กอีกหลายลำ ชาวบ้านที่มาร่วมงานบุญและไม่สามารถโดยสารไปกับเรือได้ก็ต้องเดินไปที่วัดสำนักของพระอาจารย์

            เป็นเหตุการณ์ที่ผมได้เห็นประจักษ์ชัดว่าทั้งก๋ง ยาย พ่อ แม่ และญาติพี่น้องทั้งปวงมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยมที่ได้เห็นธงชัยของพระอรหันต์ที่ลูกได้ครองอยู่ หลังพิธีญัตติจตุตถกรรมแล้ว

            ทั้งก๋ง ยาย พ่อ แม่ และญาติพี่น้องเรียงหน้ากันเข้ามาถวายของให้กับพระใหม่ ถวายแล้วก็ยกมือไหว้พระใหม่ ในขณะที่น้ำตาแห่งความปีติก็หลั่งไหลออกจากใบหน้า จนตัวผมเองที่แม้ครองผ้ากาสาวพัสตร์แล้วก็ห้ามใจกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้เลย

            งานอุปสมบทสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผมถูกจัดให้พักอยู่กุฏิเดียวกับพระอาจารย์ แต่อยู่ห้องมุมด้านตะวันตก ในขณะที่พระอาจารย์จำวัดอยู่ที่ห้องมุมด้านตะวันออก ทั้งกุฏินี้มีพระอาจารย์และผมอยู่เพียง 2 รูปเท่านั้น พระเณรอื่น ๆ และเด็กวัดอยู่กุฏิถัดไป

            ผมต้องปฏิบัติศาสนกิจตามแบบอย่างที่พระอาจารย์เป็นผู้นำ ทั้งทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ทำวัตรค่ำ และออกบิณฑบาตร โดยในการออกบิณฑบาตรนั้นวันแรก ๆ ก็ตามพระอาจารย์ไป ไปทางบกบ้าง ไปทางน้ำบ้าง

            ถ้าไปทางบกพระอาจารย์ก็เดินนำหน้า มีพระอื่นๆ เดินตาม ผมเป็นพระบวชใหม่ต้องเดินหลังสุด แต่ถ้าไปทางน้ำ ผมก็จะนั่งเรือพายลำเดียวกับพระอาจารย์

            ตกค่ำก็จุดตะเกียง นั่งฟังคำสอนของพระอาจารย์ ซึ่งมีปกติพร่ำสอนเรื่องการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ การประพฤติปฏิบัติตัวของพระ การทำความรู้ในเรื่องความเป็นสมณะ ในเรื่องการนั่ง การยืน การเดิน การนอน การพูด การฉัน การไปฐาน การปรนนิบัติพระผู้ใหญ่ รวมถึงการทำสมาธิจิต

            จะเป็นเพราะความตื่นเต้นหรือเพราะความอิ่มเอิบที่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ก็มิรู้ได้ ผมไม่รู้สึกหิวหรือรู้สึกอยากใด ๆ ในเวลาวิกาลแล้ว และไม่รู้สึกยากลำบากใด ๆ ในการครองตัวครองตนสมณะเพศ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าผมคุ้นเคยกับวัด คุ้นเคยกับพระมาแต่ก่อนแล้วก็ได้

            อยู่มาคืนหนึ่ง พระอาจารย์บอกว่าการบวชที่สามารถรักษาศีลให้บริสุทธิ์ มีจิตใจที่สงบเบิกบานดีแล้ว มีผลมาก มีบุญมาก มีกุศลมาก ควรจะต้องพิจารณาแผ่ส่วนบุญกุศลนี้ให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือไม่ก็ตาม พระอาจารย์บอกว่าบุญกุศลนั้นเหมือนกับเงินทอง ยิ่งแผ่ออกไปมาก ยิ่งอุทิศออกไปมากเท่าใดก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น

            คิดกันให้ดีเถิด การบริจาค การอุทิศทรัพย์สินเงินทองเพื่อการบุญการกุศลนั้นทำให้ทรัพย์สินหมดสิ้นไปหรือว่าทำให้งอกเงยขึ้นกันแน่ เมื่อใดที่เห็นความจริงประการนี้แล้วก็จะเป็นอาณาประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น และไม่เสียทีที่เป็นเวไนยสัตว์เลย

            พระอาจารย์บอกว่าวันแรก ๆ ที่บวชไม่อยากให้ใครมารบกวน เกรงว่าจะนอนไม่หลับ ซึ่งจะเป็นบาป คือเป็นบาปทั้งคนที่มารบกวน และเป็นบาปเกิดกับจิตของพระบวชใหม่ไปด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว คุ้นเคยกับผ้าเหลืองดีแล้ว คุ้นเคยกับสถานที่ดีแล้ว ก็เป็นเวลาที่จะได้แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้อื่น

            ผมฟังคำพระอาจารย์ก็ไม่ได้คิดสิ่งใด เข้าใจเอาว่าเป็นการแนะนำให้ทำจิตแผ่ส่วนกุศลแห่งอุปสมบทให้ทั้งญาติมิตรและผู้ที่มิใช่ญาติมิตรในกาลอันเหมาะสม

            ปรากฏว่าในยามดึกคืนนั้นผมหลับสนิทไปแล้ว แต่มารู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกทีหนึ่งในท่ามกลางความมืด รู้สึกว่ามีใครต่อใครก็ไม่รู้มานั่งอยู่เต็มห้อง บ้างก็ยังยืนโผล่อยู่ข้างนอก บ้างก็เยี่ยมหน้าเข้ามาทางหน้าต่าง ผมรู้สึกว่าคนเหล่านั้นผอมแห้งแรงน้อย บ้างก็ใส่เสื้อ บ้างก็ไม่ใส่เสื้อ มือทั้งสองยกยื่นออกมาบริเวณหน้าอก เป็นลักษณะขออะไรสักอย่างหนึ่ง

            ผมรู้ตัวตื่นขึ้นมาสัมผัสกับเหตุการณ์เช่นนั้นก็ตกใจ แต่เพียงชั่วแวบเดียวก็กุมสติได้ รำลึกถึงคำพระอาจารย์ที่บอกกล่าวไว้ในตอนหัวค่ำ ก็เข้าใจคำพูดนั้นเป็นอย่างดีว่าอาคันตุกะในอีกมิติหนึ่งที่มาเยือนในคืนนี้มากหลายนั้น หาได้มาร้ายแต่ประการใดไม่ แต่มาเพื่อขอส่วนบุญแห่งอุปสมบทตามคำพระอาจารย์เท่านั้น

            ผมเคยเห็นผีมาหลายครั้งในชีวิต แต่ไม่เคยเห็นจำนวนมาก และในระยะใกล้ขนาดนี้เลย การเห็นในคราวนี้ไม่น่าหวาดกลัวอะไร เพราะแต่ละคนก็เหมือนกับคนเราดี ๆ นี่เอง เป็นแต่ว่าอยู่ในที่มืดและเหมือนโผล่มาจากความทุกข์ทรมานหรือความยากลำบากอันสุดแสนสาหัส แต่ผมไม่รู้จักว่าเป็นใครบ้าง จะเป็นญาติโกโหติกาหรือไม่ใช่ญาติก็ไม่รู้เลย

            กุมสติได้มั่นแล้ว ผมก็ลุกขึ้นนั่งในท่าสมาธิ พริ้มตาลงรำลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ รวมทั้งพระคุณของพระอุปัชฌาย์ ครูบาอาจารย์ และบิดามารดา ตลอดจนก๋ง ยาย แล้วตั้งสัจจะอธิษฐานว่าข้าพเจ้านี้น้อมนับถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง จึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ และแม้จะเพิ่งบวชไม่กี่วัน แต่มั่นใจว่ารักษาศีลได้บริสุทธิ์ ประพฤติพรหมจรรย์และครองความเป็นสมณะได้ไม่ขาดไม่เกิน ด้วยอำนาจแห่งสัจจะนี้ขอแผ่บุญกุศลจากการบรรพชาอุปสมบทขอจงบังเกิดผลและอานิสงส์แก่ท่านทั้งหลายที่มาพร้อมหน้ากันอยู่ ณ ที่นี้ด้วย

            ผมตั้งจิตอธิษฐานอุทิศส่วนกุศลอย่างนั้นแล้วก็ทำจิตแผ่ไปราวกับว่าแจกข้าวของให้กับอาคันตุกะผู้มาเยือนจนมีความเบิกบานอิ่มเอิบใจบอกไม่ถูก จากนั้นก็ลืมตาขึ้น ปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้หายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความมืดและความเงียบสงบเหมือนเดิมทุกประการ

            ผมก็ล้มตัวลงนอนไปจนสว่าง พอรุ่งขึ้นเช้าปะหน้าพระอาจารย์แล้ว ไม่ทันกล่าวคำประการใด ท่านก็ทักทายว่าอันบุญกุศลนั้นเมื่อแผ่ไปแล้วย่อมมีผล มีอานิสงส์มากกว่าที่จะเก็บเอาไว้คนเดียว พวกที่มาพบเมื่อคืนเขาอิ่มเอิบและอนุโมทนาในบุญกุศลแห่งอุปสมบทคราวนี้ ทำให้บุญกุศลเพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก

            ผมฟังคำพระอาจารย์ก็ยกมือขึ้นไหว้ด้วยน้ำใจอันเปี่ยมด้วยศรัทธา ในใจก็คิดว่าพระอาจารย์มีญาณทัศนะรู้ความที่เป็นไปกระจ่างนัก คงจะรู้แล้วว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีวิญญาณญาติมิตรและไม่ใช่ญาติมิตรมาขอส่วนบุญถึงที่นอน จึงได้บอกกล่าวเตือนสติแนะวิธีในการประพฤติปฏิบัติ และจากคำพูดที่เพิ่งพูดไปหยก ๆ นี้ก็แสดงอยู่ว่าพระอาจารย์ยังคงมีความห่วงใยในศิษย์นวกะว่าจะคุมสติเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ได้หรือไม่ ถึงแม้ยามราตรีก็คงอยู่ในสมาธิ แผ่กระแสจิตมาดูศิษย์นวกะทั้งคืน จึงรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับเห็นด้วยตาเนื้อฉะนั้น

            เมื่อบวชครบ 7 วันผมก็เดินทางไปกราบพระอุปัชฌาย์ที่สำนักในตัวจังหวัด แล้วกลับมายังสำนักพระอาจารย์ และหลังจากนั้นก็ตามพระอาจารย์ไปงานนิมนต์ต่าง ๆ ที่ทางวัดได้รับไว้จนครบ 15 วันกำหนดแล้วจึงได้ลาสิกขาบทออกมาสู่เพศคฤหัสถ์ดังเดิม.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘