ตอนที่ 69. เปิดโลกการบริหาร

ในยุคนั้นบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด แม้จะเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศ แต่แท้จริงแล้วยังคล้ายกับเป็นดงเสือถ้ำมังกรแห่งยุคสมัยก็ว่าได้ เพราะเป็นแหล่งรวมของคนเก่งคนกล้าและคนมีฝีมือมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งประสานงานระหว่างภาครัฐกับเอกชนที่มีพลังอย่างยิ่ง

            เพราะเหตุที่เป็นบริษัทที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากและมีงานหลากหลายด้าน ประกอบทั้งกรรมการผู้อำนวยการก็เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เล็งการณ์ไกล และเป็นนักบริหารจัดการที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคนั้น ดังนั้นกิจกรรมฝึกอบรมสัมมนาให้กับพนักงานและการฝึกอบรมในเรื่องการบริหารจัดการจึงเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

            ในแต่ละเดือนจะมีการฝึกอบรมสัมมนาพนักงานด้านต่าง ๆ ทั้งความรู้เฉพาะด้านในหน้าที่การงานของแต่ละแผนก แต่ละฝ่าย แต่ที่สำคัญคือการบริหารจัดการอันเป็นองค์รวม

            มีการเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงและมีความรู้เฉพาะด้านมาให้การอบรมสัมมนา ณ ห้องประชุมใหญ่ของบริษัท โดยการสัมมนาแต่ละครั้งก็จะระบุชื่อพนักงานที่มีหน้าที่และมีความเกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ ให้เข้าฟังการอบรมสัมมนา

            เป็นธรรมดาของการทำงานที่มีงานประจำอยู่แล้ว และเมื่อมีการอบรมสัมมนาภายในจึงมีกรณีที่พนักงานบางคนติดภารกิจงานประจำไม่สามารถเข้าอบรมสัมมนาได้

            ในกรณีอย่างนี้ บางครั้งฝ่ายบุคคลก็ประกาศเชิญชวนพนักงานหน่วยงานอื่นให้เข้าอบรมสัมมนา หรือบางครั้งพนักงานที่ถูกระบุตัวให้เข้าอบรมสัมมนาเกรงว่าที่นั่งของตนจะว่าง และกลัวว่าจะถูกเพ่งเล็งจากผู้บังคับบัญชาว่าไม่ใส่ใจในการแสวงหาความรู้ จึงมักจะติดต่อให้พนักงานอื่นเข้าไปนั่งอบรมสัมมนาแทน

            ทุกกรณีผมจะพยายามเข้าอบรมสัมมนา เพราะน้อมรับคำแนะนำจากท่านบุศย์ ขันธวิทย์ มาก่อนแล้วว่าให้สนใจใฝ่อบรมศึกษาในเรื่องการบริหารการจัดการ ทั้งกรรมการผู้อำนวยการก็เคยเปรยเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่ผมไปสัมภาษณ์เข้าทำงาน

            ดังนั้นการฝึกอบรมสัมมนาไม่ว่าในเรื่องการวางผังโครงสร้างองค์กร การจัดทำภารกรรมของหน่วยงาน การจัดทำภาระหน้าที่ของพนักงาน การทำผังการไหลเวียนของงาน การกำกับงาน การตรวจสอบงาน การประเมินผล หรือในเรื่องของการบริหารจัดการงานพัสดุ งานจัดซื้อ งานส่งกำลังบำรุง งานบริหารจัดการยานยนต์ หรือในเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน หรือระหว่างพนักงาน หรือแม้ในเรื่องของการวางแผนงานประจำปี แผนงานประจำเดือน แผนงานประจำสัปดาห์ การกำหนดภารกิจรายวัน เหล่านี้ผมก็ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมศึกษาแทบทุกหลักสูตร

            จนกลายเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาของพนักงานที่มีหน้าที่จัดอบรมสัมมนา และลุกลามไปคุ้นเคยกับวิทยากรต่าง ๆ เพราะผมได้กลายเป็นเจ้าประจำที่มักเข้าฟังการ อบรมสัมมนาของทุกเรื่อง ทุกหน่วยงาน หรือทุกกิจกรรมก็ว่าได้

            สภาพเช่นนี้จึงเท่ากับผมได้มีโอกาสเข้าโรงเรียนอีกชนิดหนึ่ง คือ โรงเรียนการบริหารจัดการ แต่ไม่ใช่เป็นการเรียนรู้เฉพาะเรื่องทฤษฎีอย่างเดียว หากยังมีการเรียนรู้เรื่องการปฏิบัติด้วย

            เนื่องจากหลังการฝึกอบรมสัมมนาแล้ว ก็ยังมีการจัดประชุมพนักงานภายในบริษัทของแต่ละหน่วยงานบ้าง หรือการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อการประสานงานบ้าง

            ในการประชุมประเภทนี้จะเรียกว่าเป็นการประชุมเพื่อการปฏิบัติหรือเพื่อนำความรู้แปรสู่การปฏิบัติก็ว่าได้

            ทำให้ผมได้มีโอกาสรู้จักวิธีการทำผังบริหารองค์กร หรือที่เรียกว่า Organization Chart หรือการจัดทำตารางการควบคุมงานก่อสร้างของแต่ละหน่วยงานที่ดำเนินงานอยู่ในต่างจังหวัด หรือในการจัดทำแผนส่งกำลังบำรุงทั้งวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการก่อสร้างของแต่ละหน่วยงาน

            และทำให้ได้รู้ได้เห็นถึงเทคนิคในการเตรียมการเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งต้องเตรียมการไว้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่งานก่อสร้างกำลังดำเนินงานอยู่ ทั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์ 4 ประการคือ เพื่อเตรียมขอขยายเวลาทำงานหากการก่อสร้างล่าช้า เพื่อไม่ให้ถูกปรับ หรือเพื่อเรียกร้องค่าจ้างเพิ่ม หรือเพื่อขอรับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงหรือการเพิ่มงานของฝ่ายผู้ว่าจ้าง

            ภายหลังเมื่อผมมาทำงานด้านทนายความเต็มตัวแล้ว จึงได้รู้ว่านั่นคือการเตรียมการสร้างหลักฐานหรือข้อเท็จจริงไว้เสียตั้งแต่ต้น ทำให้พยานหลักฐานมีน้ำหนักเป็นเรื่องเป็นราวต่อเนื่อง และเชื่อถือได้ ทั้งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหักล้างได้ยาก

            เหตุทั้งนี้เนื่องจากพยานหลักฐานนั้นจะถูกนำมาใช้ในภายหลังเกิดเรื่องราวแล้ว คนโดยทั่วไปมักไม่คิดคำนึงถึงการสร้างพยานหลักฐานเพื่ออ้างอิงในวันข้างหน้า แต่แท้จริงแล้วในวิธีทำงานแบบมาตรฐานทางสากลนั้นเขาต้องจัดทำเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างพร้อมมูล ทำให้เขาไม่ต้องเสียหายหรือไม่เสียเปรียบหากว่ามีกรณีพิพาทเกิดขึ้น

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการวางแผนนั้นเป็นเรื่องที่คนไทยเราไม่ค่อยถนัดและมักจะไม่ค่อยจัดทำ เพราะรักสะดวก รักสบาย จึงมีความเป็นทั่วไปว่าคนไทยเรามักทำอะไรไปเฉพาะหน้า แก้ปัญหาไปเฉพาะหน้า ทำเรื่องราวต่าง ๆ ไปตามสถานการณ์

            ดังนั้นกรณีจึงกลายเป็นว่าทำไป แก้ไขปัญหาไป โดยที่ไม่มีกระบวนการและขั้นตอนที่แน่นอนชัดเจน ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้งานไม่อาจเดินไปได้อย่างราบรื่น เพราะมัวจะติดขัดในเรื่องนั้นเรื่องนี้และมีความขลุกขลักล่าช้าเสียเวลาเกิดขึ้น

            เวลามีค่ายิ่ง แต่คนทั่วไปมักจะไม่สนใจ จึงมีการผลัดวันประกันพรุ่ง หรือไม่ก็เลื่อนเรื่องเวลาไปอย่างง่ายๆ ทั้ง ๆ ที่เวลานั้นมีค่า มีความหมายอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นกิจการที่มีผู้คนมาก เวลาแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาทีก็มีมูลค่าต้นทุนดำรงอยู่ทั้งสิ้น ยังมิพักต้องรวมถึงมูลค่าแห่งโอกาสที่จะสร้างรายได้หรือแสวงหากำไรเพิ่มขึ้น

            กรรมการผู้อำนวยการ คุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต เป็นคนที่เข้มงวดเรื่องเวลามาก ให้ความสำคัญและคุณค่าแก่เวลาแทบจะเรียกว่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ

            ท่านเป็นคนแนะนำให้ผมรู้จักบริหารเวลา โดยเริ่มต้นจากการสั่งซื้อคู่มือในการทำงานให้ผมเป็นรายปี ชื่อว่า Day Timer ซึ่งมีคำขวัญว่าทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่ทุกคนก็ใช้เวลาไม่เหมือนกัน

            Day Timer ที่ว่านี้คล้าย ๆ กับปฏิทิน มีทั้งส่วนที่เป็นรายปี รายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน และมีตารางเวลากำกับอยู่ตลอด ปฏิทินเฉพาะวันในแต่ละหน้านอกจากแบ่งเป็นห้วงเวลาแล้ว ยังมีระบุรายการไว้อย่างหนึ่งว่า “งานที่ต้องทำในวันนี้”

            เป็นการกำหนดบังคับให้ต้องคิดอ่านการงานไว้ล่วงหน้าว่าแต่ละวันมีงานที่จะต้องทำอะไรบ้าง และลงบันทึกล่วงหน้าไว้ไม่ว่าเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน หรือรายปีก็ตาม และเมื่อถึงวันนั้นแล้วก็จะรู้ได้โดยง่ายว่าจะต้องทำอะไร

            เมื่อทำไปแล้วก็บันทึกผลการทำงานไว้ หรือถ้างานไม่เสร็จจะต้องเลื่อนไปทำต่อในวันอื่น ก็ไปบันทึกในรายการ To Be Done Today ในวันนั้น ๆ ตามที่กะเกณฑ์ไว้

            จึงทำให้มีการวางแผนการทำงานล่วงหน้า มีการติดตามงานทุกเรื่องโดยไม่ตกหล่น และสรุปประเมินผลได้อย่างชัดเจน

            การที่คนเรารู้จักคุณค่าและความสำคัญของเวลา รู้จักใช้เวลา และรู้จักการบริหารเวลา ก็ย่อมทำให้ใช้ประโยชน์จากเวลาได้มากและมีคุณค่ากว่าคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็มีเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันเท่ากัน แต่มีความเหนือกว่ากันอยู่ตรงที่การบริหารและการใช้เวลานี่เอง

            การที่ผมรู้จักเรื่องการบริหารจัดการเวลาก็คือการได้ขุมทรัพย์อันมีค่ายิ่งอีกขุมหนึ่งจากการทำงานที่นี่ โดยที่ไม่เคยนึกคิดหรือคาดฝันมาแต่ก่อน และเมื่อประกอบเข้ากับการเรียนรู้เรื่องการวางแผนงานล่วงหน้าในแต่ละปีด้วยแล้ว จึงทำให้ผมกลายเป็นนักกฎหมายที่ไม่เหมือนกับนักกฎหมายทั่วไป

            แต่เป็นนักกฎหมายที่รู้เรื่องการสร้างองค์กร รู้เรื่องการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องคน ทรัพยากร เงิน และเวลา ซึ่งนับเป็นวิชาที่มีคุณค่ายิ่งแก่ชีวิต และด้วยวิชาที่ว่านี้จึงทำให้ผมสามารถสร้างองค์กรวิชาชีพในวันหน้า ต่อยอดจากที่บรรพชนของสำนักได้เริ่มต้นเอาไว้ได้อย่างดียิ่ง และทำให้สำนักนั้นแตกต่างจากสำนักอื่น ๆ ทั้งหมดของประเทศไทย

            ในบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดนี้ไม่เพียงแต่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่โลกกว้างแห่งการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังได้มีโอกาสปฏิบัติตามที่ได้เรียนรู้มานั้นอีกด้วย

            ถึงวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมีการโยกย้ายงานสลับหน้าที่กันอยู่เสมอ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทต้องการให้พนักงานทุกคนไม่อยู่นิ่งกับที่ หรือต้องการให้ได้มีโอกาสเรียนรู้งานหลายด้าน หรือไม่ต้องการให้รากงอก คือสร้างเครือข่ายพวกพ้องบ่มเพาะรากเหง้าแห่งการทุจริต หรือก่อให้เกิดโอกาสทุจริตก็ได้

            ตัวผมเองได้ถูกโยกย้ายงานหลายครั้ง และงานแต่ละหน้าที่ก็แตกต่างกัน เช่น ถูกย้ายไปประจำฝ่ายโอเปอเรเตอร์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบสั่งการและควบคุมรถทุกชนิดของบริษัท ไม่ว่ารถแทรคเตอร์ รถบด รถดัมพ์ทรัค และเครื่องมือเครื่องไม้ในการทำถนน หรือไม่ก็ถูกย้ายไปประจำฝ่ายพัสดุที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำสต็อควัสดุอุปกรณ์และการเบิกจ่าย ตลอดจนการรายงาน และการวางแผนจัดหา หรือไม่ก็ถูกย้ายไปประจำฝ่ายบุคคล ซึ่งดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับงานบุคลากร

            ผมเคยถูกย้ายไปประจำฝ่ายแมคคานิค ซึ่งดูแลรับผิดชอบการบริหารงานเครื่องมือเครื่องจักรในการก่อสร้าง โดยผู้จัดการฝ่ายเป็นชาวไต้หวัน พูดไทยได้เล็กน้อย มีชื่อว่านายซุนเย่ยหยู นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับชาวต่างชาติที่พูดกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

            แต่ก็ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตการทำงานและวิธีการทำงานหลายอย่างของเขา ซึ่งเป็นระบบ เป็นระเบียบ และมีวินัยที่เข้มข้นยิ่ง ทำให้ได้รู้ว่าในยุคนั้นคนไต้หวันมีความรู้ความชำนาญในการบริหารงานก่อสร้างอย่างดีเยี่ยม

            การที่ถูกโยกย้ายงานเช่นนี้ผมไม่เคยรู้สึกว่าถูกลงโทษ และไม่เคยมีปฏิกิริยาไม่พอใจใด ๆ ในการที่ถูกโยกย้ายงานเลย กลับรู้สึกสนุกและตื่นเต้น เพราะเข้าใจว่าเป็นโอกาสอันดีของชีวิตที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้งานด้านต่าง ๆ

            และในครั้งนั้นเองผมก็ได้เรียนรู้ที่สำคัญว่าสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ไม่รู้นั้น สิ่งที่ไม่รู้มีมากกว่ามากมายสุดจะคณานัก ความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยช่างน้อยนิดเหลือเกิน และน้อยนิดจนกระทั่งรู้สึกว่าความรู้เพียงเท่านั้นไม่เพียงพอต่อการประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงชีวิต

            มาวันนี้จึงเข้าใจได้ว่าหากการถูกโยกย้ายงานหลาย ๆ ครั้งแล้วถ้าเกิดความไม่ชอบใจไม่พอใจขึ้นก็จะสูญเสียโอกาสอันล้ำค่านั้น เพราะบรรดาความรู้และประสบการณ์จากการงานต่าง ๆ ที่หลากหลายนั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ยิ่งใหญ่ในชีวิตทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จักมีโอกาสเช่นนี้

            นี่คือข้ออันควรเป็นคติเตือนใจว่าการถูกโยกย้ายงานหาได้มีแต่ด้านที่ไม่ดีแต่อย่างเดียวไม่ หากยังมีด้านที่ดีและด้านที่เป็นคุณอยู่ด้วยเสมอ ขอเพียงแต่รู้จักจับฉวยและแสวงหาให้เป็นทุนรอนและประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเท่านั้น การถูกโยกย้ายงานนั้นก็จักเป็นประโยชน์ และดีร้ายก็อาจจะได้พรรคพวกเพื่อนฝูงหรือรู้จักมักคุ้นกับผู้คนเพิ่มขึ้นอีก ดีกว่าที่จะทำงานหน่วยเดียวที่เดียวไปจนตลอดชีวิต

            ที่ทำการของบริษัทเป็นตึก 6 ชั้น แต่ยังมีชั้นดาดฟ้าเป็นชั้นที่ 7 ชั้นที่ 7 นี้เป็นสโมสรสำหรับคณะที่ปรึกษาและคณะกรรมการของบริษัทใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กัน รวมทั้งเป็นที่เล่นกีฬาในร่มต่าง ๆ โดยเฉพาะคือไพ่นกกระจอก

            มีการตั้งครัวจีนไว้เป็นประจำ ใครไปใครมาก็มีข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทำกันใหม่ ๆ สด ๆ โดยพ่อครัวจีนและทำเป็นอาหารจีนเป็นพื้น มีรสชาติอร่อย ที่ว่าอร่อยก็เพราะผมเคยมีโอกาสได้ขึ้นไปกินอาหารบนสโมสรนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นที่สงวนไว้สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ของบริษัทเท่านั้น ส่วนพนักงานต้องไปกินอาหารอีกอาคารหนึ่ง เป็นอาคารสองชั้น

            อาคาร 6 ชั้นขณะนั้นเรียกชื่อว่าตึกเค ซึ่งคงจะย่อมาจากชื่อของประธานบริษัทคือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ส่วนอาคารที่เป็นโรงอาหารนั้นเรียกชื่อว่าตึกซี และคงจะย่อมาจากชื่อของกรรมการรองผู้อำนวยการ คือคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน

            ที่ว่าบริษัทนี้เป็นดงพยัคฆ์ถ้ำมังกรหาได้เกินเลยจากความจริงแต่ประการใดไม่ เพราะบรรดาคนเก่งและปรีชาสามารถเท่าที่กล่าวมาก็มากมายแล้ว แต่ยังมีอีกมาก เฉพาะบรรดากรรมการหรือที่ปรึกษาซึ่งล้วนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในขณะนั้น เช่น พลเอก กฤษณ์ สีวรา อดีตผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ยศ เทพหัสดิน พลตรี ศิริ ศิริโยธิน พลเอก โชติ หิรัญยัษธิติ เป็นต้น

            เวลามีการประชุมคณะกรรมการก็จะมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแก่คณะกรรมการและที่ปรึกษาที่มาประชุม ในตอนแรกผมก็ได้แต่มองอยู่ในระยะไกล ๆ แต่นานวันเข้าก็ค่อย ๆ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านี้ทีละคนสองคน

            นั่นคือการเริ่มต้นได้รู้จักมักคุ้นกับฝ่ายทหารของกองทัพไทย เพราะแต่ละท่านที่มาประชุมต่างก็มีนายทหารคนสนิทหรือนายทหารติดตามมาด้วยเสมอ ผมเป็นผู้น้อยจึงมีโอกาสที่จะพบปะพูดคุยกับบรรดานายทหารคนสนิทหรือทหารติดตามและทำให้เกิดความรู้จักมักคุ้นกันมากขึ้นโดยลำดับ

            เป็นธรรมดาของยุคนั้น แม้กระทั่งยุคนี้ที่บริษัทต่าง ๆ จะต้องมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาเป็นกรรมการที่ปรึกษา แต่ยุคนั้นมีลักษณะที่ว่านี้โดยทั่วไป เพราะไม่มีกฎหมายกีดกันหรือห้ามปรามมิให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของบริษัท

            ดังนั้นการเป็นกรรมการหรือเป็นที่ปรึกษาของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจึงกระทำกันโดยเปิดเผย ต่างกับสมัยนี้ที่มีกฎหมายห้าม หรือไม่ก็มีระเบียบบังคับห้ามปรามไว้ แต่กระนั้นก็ยังมีคนแอบประพฤติปฏิบัติกันอยู่โดยทั่วไป

            เหตุผลของเรื่องในยุคนั้นกับยุคนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะเป็นธรรมดาของผู้ใหญ่ที่ต้องมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย เมื่อมาเป็นกรรมการและที่ปรึกษาแล้วก็ย่อมมีน้ำใจเอื้ออาทร อำนวยประโยชน์ให้กับบริษัท

            แค่การช่วยเหลือประสานงานเพื่อให้เกิดการปรองดองกัน ไม่แก่งแย่งแข่งขันแย่งงานกันหรือฟาดฟันกันจนขาดทุนก็นับเป็นคุณเอนกอนันต์แล้ว และยิ่งเป็นการช่วยเหลือในการสะสางปัญหาบางอย่างที่ยุ่งยากสับสนหรือซับซ้อนก็ยิ่งเป็นประโยชน์ใหญ่แก่กิจการ

            ผมเป็นคนช่างสังเกตและยิ่งสังเกตก็ได้เรียนรู้วิธีการทำงานหรือการประสานงานในระดับสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ยิ่งแก่ชีวิต เพราะเรื่องราวเหล่านี้ร้อยคนพันคนแทบจักไม่มีใครมีโอกาสได้เรียนรู้สักคนหนึ่ง

            หลายครั้งที่ผมมีโอกาสได้สรุปเรื่องราวที่เป็นปัญหาเข้าไปรายงานให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในระดับคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาของบริษัท ซึ่งผมต้องตระเตรียมตัวและเรื่องราวที่จะต้องสรุปนั้นเป็นอย่างดีเสมอ

            ตอนแรก ๆ ก็ประหม่าบ้าง แต่หลัง ๆ ก็กลายเป็นความคุ้นเคย และเพราะเหตุที่ผมได้เข้าใกล้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่มาตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นจึงเป็นความเคยชินเหมือนกับการได้รับประทานพรอันวิเศษอย่างหนึ่ง คือเมื่อเผชิญหน้ากับผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะไม่หวั่นไหวพรั่นพรึงหรือประหม่าอีกเลย

            จึงเป็นหนทางที่ทำให้การสรุปเรื่อง การรายงาน หรือการนำเสนอต่าง ๆ ต่อผู้หลักผู้ใหญ่เป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อยเสมอมา

            ชีวิตการทำงานในบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดอันเป็นแห่งแรกของชีวิตจึงเหมือนกับการเข้ามหาวิทยาลัยอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยธรรมดาแน่ และกล่าวได้ว่านี่คือมหาวิทยาโลก คือเป็นการศึกษาหาความรู้ในทางโลกครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตนั่นเอง.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘