ตอนที่ 65. จูกัดเหลียงหญิง
ก็เป็นธรรมดาเมื่อมีกิจกรรมมาก มีการเสวนาคบหาสมาคมกับผู้คนมากขึ้น รายจ่ายก็มากตาม ความเดือดร้อนทางการเงินก็เกิดขึ้น เพราะเงินที่ทางบ้านส่งมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนแม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 700 บาทแล้วก็ยังไม่พอต่อค่าใช้จ่าย
ผมมีเพื่อนสนิทในคณะอีกคนหนึ่งคือคุณสิทธิพล มงคลชาติ มีชื่อเล่นว่าปีก มีเรื่องราวหนักเบาประการใด ก็ปรับทุกข์ปรึกษาหารือกันเป็นประจำ
ปีกเป็นคนมีบุญ เป็นลูกผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่มีชื่อเสียง มีสมัครพรรคพวกมาก ครั้นได้ฟังการปรับทุกข์ของผมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ขาดแคลนก็มีความคิดอ่านจะช่วยเหลือ
ปีกเล่าให้ฟังว่ามีลุงอยู่คนหนึ่งเคยเป็นอธิบดีผู้พิพากษาภาค และผู้พิพากษาศาลฎีกา เพิ่งเกษียณอายุมาใหม่ ๆ เป็นผู้ใหญ่ที่พ่อของปีกนับถือมาก จึงสนิทสนมกันมาตั้งแต่ปีกยังอยู่ในวัยเด็ก ตัวปีกเองก็ค่อนข้างเกเรและใช้จ่ายเก่ง มีเงินไม่พอใช้เช่นเดียวกับผม
แทนที่ปีกจะขอเงินพ่อกลับไปขอเงินลุง ซึ่งลุงก็เป็นขุนนางตงฉินคนหนึ่งของแผ่นดิน ถูกขอบ่อยเข้าก็รำคาญ จึงชวนให้ปีกไปหางานทำเป็นผู้ช่วยของลุงในบริษัทที่ลุงของปีกเป็นที่ปรึกษากฎหมายอยู่คือ “บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด” ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน เจ้าสัวใหญ่ในยุคนั้น
คุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นผู้กว้างขวางในสังคมจีนยุคนั้น เป็นมหาเศรษฐีในลำดับต้น ๆ มีกิจการมากหลาย เช่น โรงน้ำตาล โรงเหล้า ธนาคาร รวมทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างคือบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ด้วย
บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น เพราะได้รับงานก่อสร้างเกือบทั่วทั้งภาคอีสาน ในยุคนั้นบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคหลังยังไม่ได้ก่อตั้งด้วยซ้ำไป
ปีกบอกว่าแม้ยังเรียนไม่จบ แต่ลุงมีบารมีมาก ทางบริษัทเขาเชื่อถือสามารถที่จะฝากฝังเข้าทำงานได้ และเมื่อได้เข้าทำงานแล้วปีกก็ได้สร้างพรรคพวกขึ้นในแทบทุกหน่วยงาน กลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานในบริษัท
ปีกคงเห็นท่าทางผมยังงุนงงสงสัยอยู่ และตัวผมเองก็สงสัยว่าผมไม่ใช่ญาติพี่น้องลูกหลาน ไหนเลยลุงของปีกจะกล้าฝากหรือยอมฝากเข้าทำงาน ทั้งผมก็ยังเรียนไม่จบ บริษัทเขาคงไม่รับเข้าทำงานเป็นแน่
ปีกได้ไขข้อสงสัยว่าสำหรับผมนั้นไม่ต้องถึงมือลุงของปีกดอก ปีกจะช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเอง แต่ขอให้ผมยืนยันว่าเรียนจบแล้ว อยู่ระหว่างการรอรับปริญญา จึงยังไม่สามารถส่งหลักฐานการศึกษาได้
ในยามนั้นผมไม่เห็นทางใดดีกว่าการเสี่ยงไปสมัครตามที่ปีกชักชวน จึงบอกความตกลงใจและขอให้ปีกช่วยประสานงานปูทางไว้ให้เรียบร้อย
มาถึงวันหนึ่งเรียนวิชาภาคเช้าเสร็จแล้ว ปีกชวนให้เดินทางไปสมัครงานที่บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด บอกว่าได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเราจึงพากันเดินทางไปที่บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ด้วยกัน
ขณะนั้นบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด มีที่ทำการอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ห่างไปจากสามแยกดินแดงประมาณ 3 กิโลเมตร
ที่เรียกถนนสายนี้ว่าถนนมิตรภาพเพราะขณะนั้นอยู่ในยุคสงครามเย็น สหรัฐอเมริกาเข้ามาอาศัยประเทศไทยเป็นฐานทัพ จึงสร้างถนนสายนี้ให้เป็นการตอบแทน แต่แท้จริงก็เพื่อความสะดวกของกองทัพสหรัฐด้วย โดยได้ว่าจ้างให้บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นผู้รับเหมา
ฝรั่งเขามีมาตรฐานสูง ปูนซีเมนต์ที่ใช้ทำถนนจะต้องทดสอบมาตรฐานทุกเที่ยว และมีปูนซีเมนต์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากเป็นคนทั่วไปคงจะปวดเศียรเวียนเกล้าต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
แต่คุณเกียรติ วัธนเวคิน นั้นเป็นยอดคน มีสติปัญญาลึกซึ้งเป็นอันมาก แทนที่ปูนซีเมนต์ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐานจะถูกทิ้งเสียหายเปล่า ๆ คุณเกียรติ วัธนเวคิน กลับนำเอาปูนซีเมนต์นั้นมาใช้ในการก่อสร้างอย่างอื่น
คือก่อสร้างเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นอาคาร 6 ชั้น มีชั้นดาดฟ้าอีกชั้นหนึ่งเป็นชั้นที่ 7 อาคารหลังนี้ทั้งหลังก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์สำหรับใช้ทำถนน จึงมีความแข็งแกร่งและแปลกประหลาดยิ่งกว่าอาคารทั้งปวงในประเทศไทย
คุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดที่เมืองจีน เดินทางติดตามพ่อแม่มาอยู่เมืองไทย และได้ฐานะสัญชาติเป็นคนไทยในที่สุด บรรดาคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนต่างยกย่องนับถือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ว่าเป็นหลักสำคัญ เป็นที่พึ่งสำคัญของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย
นั่นเป็นเพราะคุณเกียรติ วัธนเวคิน มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อต่อคนทั้งปวง และทำงานเพื่อสังคมมากมาย โดยเฉพาะในสังคมคนจีน
นอกจากเป็นเจ้าของและเป็นประธานบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดแล้ว คุณเกียรติ วัธนเวคิน ยังเป็นเจ้าของบริษัท น้ำตาลตะวันออก จำกัด บริษัท สุราตะวันออก จำกัด และกลุ่มบริษัทค้าสุรา คือบริษัท ชลาพรรณ จำกัด รวมทั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารธนาคารไทยพัฒนา และเป็นผู้สถาปนาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อีก 2 แห่ง คือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด และบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์สากลเคหะ จำกัด
เมื่อไปถึงบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ก็ต้องผ่านการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลก่อน ปีกกำชับผมเป็นนักหนาว่าในการเขียนในสมัครและในการสัมภาษณ์ ให้ระบุว่าเพิ่งจบการศึกษาแต่ยังไม่ทันได้รับปริญญา จึงไม่มีหลักฐานมาแสดง ซึ่งผมก็กรอกใบสมัครและตอบคำสัมภาษณ์จากฝ่ายบุคคลตามที่ปีกแนะนำทุกประการ
ผมคิดว่าตำแหน่งเล็ก ๆ อย่างผมแค่ผ่านการสัมภาษณ์โดยฝ่ายบุคคลแล้วก็คงพอ แต่การณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะพอฝ่ายบุคคลสัมภาษณ์เสร็จ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้บอกว่าบริษัทนี้ให้ความสำคัญกับคนมาก การรับคนทุกคนจะต้องผ่านผู้บริหารสูงสุดของบริษัท 2 ท่าน คือกรรมการผู้อำนวยการและกรรมการรองผู้อำนวยการ ดังนั้นผมจึงต้องไปสอบสัมภาษณ์ตามระเบียบ
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพาผมไปพบกรรมการรองผู้อำนวยการก่อน เป็นสตรีอายุราว 40 ปี แต่บุคลิกท่วงท่าสง่างามยิ่งนัก ผิวพรรณผุดผ่อง มีลักษณะเป็นผู้มีสติปัญญามาก แต่รอยยิ้มที่ข้างปากก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีเมตตาสูงต่อผู้ยาก ท่านผู้นี้มีนามว่าจรรย์สมร วัธนเวคิน
กรรมการรองผู้อำนวยการไม่ได้ไต่ถามความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนของผมเลย ทำให้ผมเบาใจไปได้มาก เพราะในใจลึกนั้นไม่อยากโกหกใครว่าจบการศึกษาแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนอยู่
คำสัมภาษณ์ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องประวัติส่วนตัวแต่หนหลัง ปนด้วยการสอบถามปัญหาที่เคยพบมาในชีวิต และการแก้ไขปัญหานั้น ตลอดจนความมุ่งมั่นในชีวิตว่าจะทำการสิ่งใด มีวัตถุประสงค์ของชีวิตอย่างไร และจะทำอย่างไร ผมก็ตอบไปตามความนึกคิดและทำให้เกิดความรู้สึกที่เป็นมิตรตั้งแต่วันเวลานั้น ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเลื่อมใสศรัทธานักบริหารหญิงท่านนี้มาตั้งแต่บัดนั้น
ผมยังจำได้ว่ากรรมการรองผู้อำนวยการได้ปรารภในครั้งนั้นว่า คนมีความสำคัญมากที่สุดในองค์กร จึงต้องพิถีพิถันเลือกสรรคนดีเข้ามาทำงาน หากเลือกคนผิดก็จะเกิดความเสี่ยงและความเสียหายมาก เหมือนกับเอาฝุ่นเข้ามาไว้ในตา เอาหนามเข้าไปไว้ในเท้า หรือเอาน้ำตาลไปไว้ในเครื่องยนต์ ก็จะมีอนาคตที่พินาศเป็นแน่แท้
ผมได้จดจำคตินี้มาเป็นหลักประพฤติปฏิบัติในเรื่องคนจนกระทั่งถึงวันนี้ และวันเวลาผ่านไปก็ได้เห็นว่าองค์กรไหนเห็นความสำคัญของคน ใส่ใจในการแสวงหา ครองใจและช่วงใช้คน องค์กรนั้นก็จะประสพความสำเร็จ และผู้คนก็จะจงรักภักดีอุทิศชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่องค์กรอย่างเต็มที่
ในระหว่างที่ทำงานอยู่กับบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด หน้าที่การงานของผมต้องขึ้นต่อกรรมการรองผู้อำนวยการ เนื่องจากกรรมการรองผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาของสายงานฝ่ายกฎหมาย และเพราะเหตุที่ผมเป็นคนช่างคิดช่างคุย ดังนั้นรายงานเกือบทุกชิ้น เอกสารเกือบทุกชนิดที่ผมนำเสนอ ครั้นผ่านจากระดับฝ่ายไปแล้วผมจึงต้องนำเข้าไปรายงานหรือเสนอต่อกรรมการรองผู้อำนวยการด้วยตนเอง
ผมต้องตอบข้อสงสัยในทุกปัญหา ทั้งปัญหาโดยตรงของเรื่องเหล่านั้นและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการให้คำปรึกษาวางแผนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน
เพราะเหตุนี้ผมจึงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับกรรมการรองผู้อำนวยการมากกว่าผู้บริหารท่านอื่น ๆ
ทำให้ผมได้รู้ว่าคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน นั้นเป็นยอดคน เป็นสตรีเหล็ก เป็นผู้มีสติปัญญาเป็นอันมาก หมู่ชาวจีนที่รู้จักมักคุ้นมักจะสรรเสริญคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ว่าเป็นจูกัดเหลียงหญิง ซึ่งก็คือขงเบ้งหญิงนั่นเอง
คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน พื้นเพเป็นคนอยุธยา เดิมเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของบริษัท สุราตะวันออก จำกัด และบริษัท ชลาพรรณ จำกัด แต่เพราะความเก่งกล้าสามารถทำให้ใกล้ชิดกับคุณเกียรติ วัธนเวคิน เพราะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจในทุกสิ่งทุกอย่าง จนก่อเกิดเป็นความรักผูกพันแล้วได้แต่งงานกันเป็นสามีภริยา จากนั้นก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลกิจการส่วนใหญ่ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน
ความจริงครอบครัวคุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นครอบครัวใหญ่ มีญาติพี่น้องบุตรหลานและบริวารผู้คนมากมาแต่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครในครอบครัวได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ ดังนั้นในสภาพเช่นนี้ฐานะของคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ในทางครอบครัวย่อมต้องประสบความยุ่งยากลำบากมิใช่น้อย และหากครองตนไม่ถูกต้องเหมาะสมแล้วปัญหาก็จะมากขึ้นตามตัว
แต่คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน นั้นปรีชาสามารถ ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีจีน อ่อนน้อมถ่อมตน แต่มีความแข็งแกร่งองอาจนัก จึงได้รับการยอมรับนับถือจากบรรดาคนทั้งปวงในครอบครัวใหญ่ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน และมีฐานะเป็นผู้นำที่ทุกคนยอมรับโดยปริยาย
คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังเป็นผู้ช่วยเหลือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ในสังคมชาวจีนอย่างกว้างขวาง เป็นคนที่รู้ภาษาจีนและพูดภาษาจีนอย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญคือมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวรรณคดีจีนอย่างลึกซึ้ง แม้กระทั่งคัมภีร์พิชัยสงครามและตำนานโบราณต่าง ๆ มากหลาย ความยอมรับในหมู่คนจีนอย่างกว้างขวางว่าเป็นจูกัดเหลียงหญิงจึงไม่ใช่เรื่องที่ได้มาโดยบังเอิญ หากได้มาเพราะวัตรปฏิบัติส่วนตัวและน้ำใจอันงามลึก ๆ นั่นเอง
นอกจากนี้คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังเป็นแกนหลักสำคัญในการบริหารกลุ่มกิจการต่าง ๆ ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน รวมทั้งการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ในฝ่ายราชการทั้งด้านทหารและพลเรือน โดยเฉพาะบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด นั้นไม่เพียงแต่ดูแลรับผิดชอบงานบริหารภายในทั้งหมดเท่านั้น ยังครอบคลุมขยายไปถึงการประสานงานกับบริษัทคู่แข่งที่จะต้องแข่งขันประกวดราคาช่วงชิงเอางานกันด้วย
ยังมีอีก เพราะตำแหน่งและหน้าที่การงานอันสูงเด่นนี้ จึงต้องมีกิจกรรมทางสังคมติดตามมา ต้องสังคมเสวนากับบุคคลชั้นสูงของสังคมไทยโดยเฉพาะในวงการสตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สตรีชาวต่างจังหวัดคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากคนจีนโพ้นทะเล แต่กลับประสพความสำเร็จยิ่งใหญ่ทั้งครอบครัว ฐานะการงาน และสังคมทั้งภายนอกภายในเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก นี่เพราะความเป็นยอดสตรี นักบริหาร นักจัดการและนักสังคมที่บริบูรณ์พร้อมอยู่ในตัว
ที่สำคัญที่สุดคือแทบทุกเรื่องราวที่นำเสนอหรือรายงานจะได้รับการพิจารณาอย่างลึกซึ้ง สุขุม และเล็งการณ์ไกลทั้งสิ้น ประสบการณ์เช่นนี้โบราณว่าจะมีได้ก็แต่ผู้มีบุญเท่านั้น นึกขึ้นมาแล้วการที่ผมได้มีโอกาสทำงานเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ แล้วได้รู้เห็นการคิดอ่านวางแผน การแก้ไขปัญหาของนักบริหารระดับนี้ก็ต้องถือว่าผมก็คือผู้มีบุญเหมือนกัน
ผมยังจำได้ว่าเมื่อผมเรียนสำเร็จการศึกษาและต้องเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น ผมได้ทำเรื่องยืมเงินทดรองบริษัทจำนวน 2,000 บาท เพื่อไปตัดเสื้อครุย และเป็นค่าใช้จ่ายในงานนั้น
เมื่อเรื่องราวถูกนำเสนอไปยังกรรมการรองผู้อำนวยการ ผมถูกเรียกตัวเข้าไปพบที่ห้องทำงาน แล้วท่านก็ยื่นซองให้ซองหนึ่ง บอกว่าฉันขอร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จและขอมอบเงินจำนวน 2,000 บาทเป็นของขวัญ พร้อมกับคืนเรื่องยืมเงินทดรองนั้น
เมื่อผมตัดเสื้อครุยเสร็จแล้ว ก่อนถึงวันงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ผมได้ขออนุญาตแต่งตัวสวมครุยตามแบบการแต่งกายของสำนักฝึกอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และขอถ่ายรูปร่วมกันท่าน ด้วยใจที่รำลึกว่าสตรีผู้นี้คือนายคนแรกในชีวิตการทำงาน และเป็นนายที่ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ชีวิตแก่ผมสุดประมาณนัก
การครองใจคนแบบยอดคนเช่นนี้ แม้กาลเวลาผ่านเนิ่นนานมาเท่าใด ความฝังใจนับถือศรัทธาก็ยังไม่เคยเลือนหายไปจากใจของผมเลย จูกัดเหลียงหญิงจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป
ผลการสอบสัมภาษณ์เบื้องต้นเป็นอันว่าผ่าน และผมได้รับการบอกกล่าวว่าจะให้ไปช่วยงานในฝ่ายกฎหมายซึ่งมีงานคั่งค้างอยู่มาก โดยเบื้องต้นบริษัทจะจ้างผมเป็นรายวัน วันละ 55 บาท จ่ายค่าจ้างเดือนละครั้ง ผมก็มีความยินดี
แต่กรรมการรองผู้อำนวยการบอกว่า จะต้องผ่านการสัมภาษณ์ขั้นสุดท้ายอีกขั้นหนึ่ง โดยกรรมการผู้อำนวยการ ซึ่งถ้าหากไม่มีอะไรขัดข้องทุกอย่างก็จะเป็นไปตามนี้ พร้อมทั้งกำหนดนัดหมายให้ผมมาทำงาน หากผ่านการเห็นชอบจากกรรมการผู้อำนวยการแล้ว
จากนั้นผู้จัดการฝ่ายบุคคลจึงพาผมไปที่ห้องกรรมการผู้อำนวยการ คือคุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต และวันนั้นกรรมการผู้อำนวยการอาจมีภารกิจเร่งด่วนต้องไปประชุมภายนอก จึงสัมภาษณ์ผมเพียงไม่กี่คำ ที่สำคัญคือการตั้งคำถามว่ากรรมการรองผู้อำนวยการสัมภาษณ์คุณนานเท่าใด? และผลเป็นอย่างไร?
ผมก็รายงานว่ากรรมการรองผู้อำนวยการสัมภาษณ์ผมเกือบครึ่งชั่วโมง และหากกรรมการผู้อำนวยการเห็นชอบก็ให้ผมมาทำงานได้ตามวันเวลาที่กำหนด
กรรมการผู้อำนวยการได้ยินดังนั้นก็พูดว่าคุณนี่ไม่ธรรมดา และแสดงว่าเรื่องราวของคุณทำให้ท่านกรรมการรองผู้อำนวยการสนใจและยอมเสียเวลาสัมภาษณ์คุณนานถึงเกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ถามผมว่าเคยเล่าเรียนวิชาด้านการบริหารมาบ้างหรือไม่ และมีความสนใจต้องการที่จะเป็นนักบริหารในวันหนึ่งข้างหน้าหรือไม่
ผมได้ตอบว่าผมเรียนกฎหมายก็อยากจะเป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียง และคงไม่สามารถเป็นนักบริหารได้
คุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต กลับยิ้มให้ด้วยความเมตตา แล้วกล่าวว่าคุณเคยอ่านหนังสือสามก๊กมาบ้างหรือไม่ ผมตอบว่าเคยอ่านมาบ้างแล้ว ท่านก็อธิบายต่อไปว่าคุณเรียนกฎหมายอย่างมากก็เป็นได้แค่นักกฎหมายที่ดีมีชื่อเสียง แต่หากประสงค์จะเป็นผู้บริหารงานด้านกฎหมายก็ต้องเรียนรู้การบริหาร เพราะการบริหารจะทำให้คุณสามารถใช้ผู้คนได้ทุกประเภท รวมทั้งนักกฎหมายด้วย
กรรมการผู้อำนวยการกำลังจะออกไปข้างนอกอยู่แล้ว แต่ยังอุตส่าห์ยืนอธิบายอีกครู่หนึ่งว่า เล่าปี่มีขุนพลที่มีฝีมือหลายคน ไม่ว่ากวนอู เตียวหุย หรือจูล่ง แต่ก็ยังตั้งตัวเป็นใหญ่ไม่ได้ ครั้นพอได้จูกัดเหลียงมาเป็นที่ปรึกษา บริหารจัดการใช้คนอย่างถูกต้องแล้ว ขุนพลของเล่าปี่ทำศึกครั้งไหนก็ชนะครั้งนั้น นี่เป็นเพราะการบริหาร
คุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต บอกให้ผมมาทำงานตามกำหนดที่กรรมการรองผู้อำนวยการนัดหมาย แล้วบอกว่าวันหน้าจะเรียกมาคุยกันใหม่ กล่าวแล้วท่านก็เดินออกจากห้องไป.
ผมมีเพื่อนสนิทในคณะอีกคนหนึ่งคือคุณสิทธิพล มงคลชาติ มีชื่อเล่นว่าปีก มีเรื่องราวหนักเบาประการใด ก็ปรับทุกข์ปรึกษาหารือกันเป็นประจำ
ปีกเป็นคนมีบุญ เป็นลูกผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่มีชื่อเสียง มีสมัครพรรคพวกมาก ครั้นได้ฟังการปรับทุกข์ของผมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ขาดแคลนก็มีความคิดอ่านจะช่วยเหลือ
ปีกเล่าให้ฟังว่ามีลุงอยู่คนหนึ่งเคยเป็นอธิบดีผู้พิพากษาภาค และผู้พิพากษาศาลฎีกา เพิ่งเกษียณอายุมาใหม่ ๆ เป็นผู้ใหญ่ที่พ่อของปีกนับถือมาก จึงสนิทสนมกันมาตั้งแต่ปีกยังอยู่ในวัยเด็ก ตัวปีกเองก็ค่อนข้างเกเรและใช้จ่ายเก่ง มีเงินไม่พอใช้เช่นเดียวกับผม
แทนที่ปีกจะขอเงินพ่อกลับไปขอเงินลุง ซึ่งลุงก็เป็นขุนนางตงฉินคนหนึ่งของแผ่นดิน ถูกขอบ่อยเข้าก็รำคาญ จึงชวนให้ปีกไปหางานทำเป็นผู้ช่วยของลุงในบริษัทที่ลุงของปีกเป็นที่ปรึกษากฎหมายอยู่คือ “บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด” ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน เจ้าสัวใหญ่ในยุคนั้น
คุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นผู้กว้างขวางในสังคมจีนยุคนั้น เป็นมหาเศรษฐีในลำดับต้น ๆ มีกิจการมากหลาย เช่น โรงน้ำตาล โรงเหล้า ธนาคาร รวมทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างคือบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ด้วย
บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น เพราะได้รับงานก่อสร้างเกือบทั่วทั้งภาคอีสาน ในยุคนั้นบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคหลังยังไม่ได้ก่อตั้งด้วยซ้ำไป
ปีกบอกว่าแม้ยังเรียนไม่จบ แต่ลุงมีบารมีมาก ทางบริษัทเขาเชื่อถือสามารถที่จะฝากฝังเข้าทำงานได้ และเมื่อได้เข้าทำงานแล้วปีกก็ได้สร้างพรรคพวกขึ้นในแทบทุกหน่วยงาน กลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานในบริษัท
ปีกคงเห็นท่าทางผมยังงุนงงสงสัยอยู่ และตัวผมเองก็สงสัยว่าผมไม่ใช่ญาติพี่น้องลูกหลาน ไหนเลยลุงของปีกจะกล้าฝากหรือยอมฝากเข้าทำงาน ทั้งผมก็ยังเรียนไม่จบ บริษัทเขาคงไม่รับเข้าทำงานเป็นแน่
ปีกได้ไขข้อสงสัยว่าสำหรับผมนั้นไม่ต้องถึงมือลุงของปีกดอก ปีกจะช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเอง แต่ขอให้ผมยืนยันว่าเรียนจบแล้ว อยู่ระหว่างการรอรับปริญญา จึงยังไม่สามารถส่งหลักฐานการศึกษาได้
ในยามนั้นผมไม่เห็นทางใดดีกว่าการเสี่ยงไปสมัครตามที่ปีกชักชวน จึงบอกความตกลงใจและขอให้ปีกช่วยประสานงานปูทางไว้ให้เรียบร้อย
มาถึงวันหนึ่งเรียนวิชาภาคเช้าเสร็จแล้ว ปีกชวนให้เดินทางไปสมัครงานที่บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด บอกว่าได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเราจึงพากันเดินทางไปที่บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ด้วยกัน
ขณะนั้นบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด มีที่ทำการอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ห่างไปจากสามแยกดินแดงประมาณ 3 กิโลเมตร
ที่เรียกถนนสายนี้ว่าถนนมิตรภาพเพราะขณะนั้นอยู่ในยุคสงครามเย็น สหรัฐอเมริกาเข้ามาอาศัยประเทศไทยเป็นฐานทัพ จึงสร้างถนนสายนี้ให้เป็นการตอบแทน แต่แท้จริงก็เพื่อความสะดวกของกองทัพสหรัฐด้วย โดยได้ว่าจ้างให้บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นผู้รับเหมา
ฝรั่งเขามีมาตรฐานสูง ปูนซีเมนต์ที่ใช้ทำถนนจะต้องทดสอบมาตรฐานทุกเที่ยว และมีปูนซีเมนต์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากเป็นคนทั่วไปคงจะปวดเศียรเวียนเกล้าต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
แต่คุณเกียรติ วัธนเวคิน นั้นเป็นยอดคน มีสติปัญญาลึกซึ้งเป็นอันมาก แทนที่ปูนซีเมนต์ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐานจะถูกทิ้งเสียหายเปล่า ๆ คุณเกียรติ วัธนเวคิน กลับนำเอาปูนซีเมนต์นั้นมาใช้ในการก่อสร้างอย่างอื่น
คือก่อสร้างเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด เป็นอาคาร 6 ชั้น มีชั้นดาดฟ้าอีกชั้นหนึ่งเป็นชั้นที่ 7 อาคารหลังนี้ทั้งหลังก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์สำหรับใช้ทำถนน จึงมีความแข็งแกร่งและแปลกประหลาดยิ่งกว่าอาคารทั้งปวงในประเทศไทย
คุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดที่เมืองจีน เดินทางติดตามพ่อแม่มาอยู่เมืองไทย และได้ฐานะสัญชาติเป็นคนไทยในที่สุด บรรดาคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนต่างยกย่องนับถือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ว่าเป็นหลักสำคัญ เป็นที่พึ่งสำคัญของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย
นั่นเป็นเพราะคุณเกียรติ วัธนเวคิน มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อต่อคนทั้งปวง และทำงานเพื่อสังคมมากมาย โดยเฉพาะในสังคมคนจีน
นอกจากเป็นเจ้าของและเป็นประธานบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัดแล้ว คุณเกียรติ วัธนเวคิน ยังเป็นเจ้าของบริษัท น้ำตาลตะวันออก จำกัด บริษัท สุราตะวันออก จำกัด และกลุ่มบริษัทค้าสุรา คือบริษัท ชลาพรรณ จำกัด รวมทั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารธนาคารไทยพัฒนา และเป็นผู้สถาปนาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อีก 2 แห่ง คือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด และบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์สากลเคหะ จำกัด
เมื่อไปถึงบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด ก็ต้องผ่านการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลก่อน ปีกกำชับผมเป็นนักหนาว่าในการเขียนในสมัครและในการสัมภาษณ์ ให้ระบุว่าเพิ่งจบการศึกษาแต่ยังไม่ทันได้รับปริญญา จึงไม่มีหลักฐานมาแสดง ซึ่งผมก็กรอกใบสมัครและตอบคำสัมภาษณ์จากฝ่ายบุคคลตามที่ปีกแนะนำทุกประการ
ผมคิดว่าตำแหน่งเล็ก ๆ อย่างผมแค่ผ่านการสัมภาษณ์โดยฝ่ายบุคคลแล้วก็คงพอ แต่การณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะพอฝ่ายบุคคลสัมภาษณ์เสร็จ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้บอกว่าบริษัทนี้ให้ความสำคัญกับคนมาก การรับคนทุกคนจะต้องผ่านผู้บริหารสูงสุดของบริษัท 2 ท่าน คือกรรมการผู้อำนวยการและกรรมการรองผู้อำนวยการ ดังนั้นผมจึงต้องไปสอบสัมภาษณ์ตามระเบียบ
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพาผมไปพบกรรมการรองผู้อำนวยการก่อน เป็นสตรีอายุราว 40 ปี แต่บุคลิกท่วงท่าสง่างามยิ่งนัก ผิวพรรณผุดผ่อง มีลักษณะเป็นผู้มีสติปัญญามาก แต่รอยยิ้มที่ข้างปากก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีเมตตาสูงต่อผู้ยาก ท่านผู้นี้มีนามว่าจรรย์สมร วัธนเวคิน
กรรมการรองผู้อำนวยการไม่ได้ไต่ถามความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนของผมเลย ทำให้ผมเบาใจไปได้มาก เพราะในใจลึกนั้นไม่อยากโกหกใครว่าจบการศึกษาแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนอยู่
คำสัมภาษณ์ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องประวัติส่วนตัวแต่หนหลัง ปนด้วยการสอบถามปัญหาที่เคยพบมาในชีวิต และการแก้ไขปัญหานั้น ตลอดจนความมุ่งมั่นในชีวิตว่าจะทำการสิ่งใด มีวัตถุประสงค์ของชีวิตอย่างไร และจะทำอย่างไร ผมก็ตอบไปตามความนึกคิดและทำให้เกิดความรู้สึกที่เป็นมิตรตั้งแต่วันเวลานั้น ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเลื่อมใสศรัทธานักบริหารหญิงท่านนี้มาตั้งแต่บัดนั้น
ผมยังจำได้ว่ากรรมการรองผู้อำนวยการได้ปรารภในครั้งนั้นว่า คนมีความสำคัญมากที่สุดในองค์กร จึงต้องพิถีพิถันเลือกสรรคนดีเข้ามาทำงาน หากเลือกคนผิดก็จะเกิดความเสี่ยงและความเสียหายมาก เหมือนกับเอาฝุ่นเข้ามาไว้ในตา เอาหนามเข้าไปไว้ในเท้า หรือเอาน้ำตาลไปไว้ในเครื่องยนต์ ก็จะมีอนาคตที่พินาศเป็นแน่แท้
ผมได้จดจำคตินี้มาเป็นหลักประพฤติปฏิบัติในเรื่องคนจนกระทั่งถึงวันนี้ และวันเวลาผ่านไปก็ได้เห็นว่าองค์กรไหนเห็นความสำคัญของคน ใส่ใจในการแสวงหา ครองใจและช่วงใช้คน องค์กรนั้นก็จะประสพความสำเร็จ และผู้คนก็จะจงรักภักดีอุทิศชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่องค์กรอย่างเต็มที่
ในระหว่างที่ทำงานอยู่กับบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด หน้าที่การงานของผมต้องขึ้นต่อกรรมการรองผู้อำนวยการ เนื่องจากกรรมการรองผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาของสายงานฝ่ายกฎหมาย และเพราะเหตุที่ผมเป็นคนช่างคิดช่างคุย ดังนั้นรายงานเกือบทุกชิ้น เอกสารเกือบทุกชนิดที่ผมนำเสนอ ครั้นผ่านจากระดับฝ่ายไปแล้วผมจึงต้องนำเข้าไปรายงานหรือเสนอต่อกรรมการรองผู้อำนวยการด้วยตนเอง
ผมต้องตอบข้อสงสัยในทุกปัญหา ทั้งปัญหาโดยตรงของเรื่องเหล่านั้นและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการให้คำปรึกษาวางแผนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน
เพราะเหตุนี้ผมจึงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับกรรมการรองผู้อำนวยการมากกว่าผู้บริหารท่านอื่น ๆ
ทำให้ผมได้รู้ว่าคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน นั้นเป็นยอดคน เป็นสตรีเหล็ก เป็นผู้มีสติปัญญาเป็นอันมาก หมู่ชาวจีนที่รู้จักมักคุ้นมักจะสรรเสริญคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ว่าเป็นจูกัดเหลียงหญิง ซึ่งก็คือขงเบ้งหญิงนั่นเอง
คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน พื้นเพเป็นคนอยุธยา เดิมเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของบริษัท สุราตะวันออก จำกัด และบริษัท ชลาพรรณ จำกัด แต่เพราะความเก่งกล้าสามารถทำให้ใกล้ชิดกับคุณเกียรติ วัธนเวคิน เพราะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจในทุกสิ่งทุกอย่าง จนก่อเกิดเป็นความรักผูกพันแล้วได้แต่งงานกันเป็นสามีภริยา จากนั้นก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลกิจการส่วนใหญ่ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน
ความจริงครอบครัวคุณเกียรติ วัธนเวคิน เป็นครอบครัวใหญ่ มีญาติพี่น้องบุตรหลานและบริวารผู้คนมากมาแต่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครในครอบครัวได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ ดังนั้นในสภาพเช่นนี้ฐานะของคุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ในทางครอบครัวย่อมต้องประสบความยุ่งยากลำบากมิใช่น้อย และหากครองตนไม่ถูกต้องเหมาะสมแล้วปัญหาก็จะมากขึ้นตามตัว
แต่คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน นั้นปรีชาสามารถ ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีจีน อ่อนน้อมถ่อมตน แต่มีความแข็งแกร่งองอาจนัก จึงได้รับการยอมรับนับถือจากบรรดาคนทั้งปวงในครอบครัวใหญ่ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน และมีฐานะเป็นผู้นำที่ทุกคนยอมรับโดยปริยาย
คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังเป็นผู้ช่วยเหลือคุณเกียรติ วัธนเวคิน ในสังคมชาวจีนอย่างกว้างขวาง เป็นคนที่รู้ภาษาจีนและพูดภาษาจีนอย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญคือมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวรรณคดีจีนอย่างลึกซึ้ง แม้กระทั่งคัมภีร์พิชัยสงครามและตำนานโบราณต่าง ๆ มากหลาย ความยอมรับในหมู่คนจีนอย่างกว้างขวางว่าเป็นจูกัดเหลียงหญิงจึงไม่ใช่เรื่องที่ได้มาโดยบังเอิญ หากได้มาเพราะวัตรปฏิบัติส่วนตัวและน้ำใจอันงามลึก ๆ นั่นเอง
นอกจากนี้คุณจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังเป็นแกนหลักสำคัญในการบริหารกลุ่มกิจการต่าง ๆ ของคุณเกียรติ วัธนเวคิน รวมทั้งการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ในฝ่ายราชการทั้งด้านทหารและพลเรือน โดยเฉพาะบริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด นั้นไม่เพียงแต่ดูแลรับผิดชอบงานบริหารภายในทั้งหมดเท่านั้น ยังครอบคลุมขยายไปถึงการประสานงานกับบริษัทคู่แข่งที่จะต้องแข่งขันประกวดราคาช่วงชิงเอางานกันด้วย
ยังมีอีก เพราะตำแหน่งและหน้าที่การงานอันสูงเด่นนี้ จึงต้องมีกิจกรรมทางสังคมติดตามมา ต้องสังคมเสวนากับบุคคลชั้นสูงของสังคมไทยโดยเฉพาะในวงการสตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สตรีชาวต่างจังหวัดคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากคนจีนโพ้นทะเล แต่กลับประสพความสำเร็จยิ่งใหญ่ทั้งครอบครัว ฐานะการงาน และสังคมทั้งภายนอกภายในเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก นี่เพราะความเป็นยอดสตรี นักบริหาร นักจัดการและนักสังคมที่บริบูรณ์พร้อมอยู่ในตัว
ที่สำคัญที่สุดคือแทบทุกเรื่องราวที่นำเสนอหรือรายงานจะได้รับการพิจารณาอย่างลึกซึ้ง สุขุม และเล็งการณ์ไกลทั้งสิ้น ประสบการณ์เช่นนี้โบราณว่าจะมีได้ก็แต่ผู้มีบุญเท่านั้น นึกขึ้นมาแล้วการที่ผมได้มีโอกาสทำงานเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ แล้วได้รู้เห็นการคิดอ่านวางแผน การแก้ไขปัญหาของนักบริหารระดับนี้ก็ต้องถือว่าผมก็คือผู้มีบุญเหมือนกัน
ผมยังจำได้ว่าเมื่อผมเรียนสำเร็จการศึกษาและต้องเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น ผมได้ทำเรื่องยืมเงินทดรองบริษัทจำนวน 2,000 บาท เพื่อไปตัดเสื้อครุย และเป็นค่าใช้จ่ายในงานนั้น
เมื่อเรื่องราวถูกนำเสนอไปยังกรรมการรองผู้อำนวยการ ผมถูกเรียกตัวเข้าไปพบที่ห้องทำงาน แล้วท่านก็ยื่นซองให้ซองหนึ่ง บอกว่าฉันขอร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จและขอมอบเงินจำนวน 2,000 บาทเป็นของขวัญ พร้อมกับคืนเรื่องยืมเงินทดรองนั้น
เมื่อผมตัดเสื้อครุยเสร็จแล้ว ก่อนถึงวันงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ผมได้ขออนุญาตแต่งตัวสวมครุยตามแบบการแต่งกายของสำนักฝึกอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และขอถ่ายรูปร่วมกันท่าน ด้วยใจที่รำลึกว่าสตรีผู้นี้คือนายคนแรกในชีวิตการทำงาน และเป็นนายที่ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ชีวิตแก่ผมสุดประมาณนัก
การครองใจคนแบบยอดคนเช่นนี้ แม้กาลเวลาผ่านเนิ่นนานมาเท่าใด ความฝังใจนับถือศรัทธาก็ยังไม่เคยเลือนหายไปจากใจของผมเลย จูกัดเหลียงหญิงจรรย์สมร วัธนเวคิน ยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป
ผลการสอบสัมภาษณ์เบื้องต้นเป็นอันว่าผ่าน และผมได้รับการบอกกล่าวว่าจะให้ไปช่วยงานในฝ่ายกฎหมายซึ่งมีงานคั่งค้างอยู่มาก โดยเบื้องต้นบริษัทจะจ้างผมเป็นรายวัน วันละ 55 บาท จ่ายค่าจ้างเดือนละครั้ง ผมก็มีความยินดี
แต่กรรมการรองผู้อำนวยการบอกว่า จะต้องผ่านการสัมภาษณ์ขั้นสุดท้ายอีกขั้นหนึ่ง โดยกรรมการผู้อำนวยการ ซึ่งถ้าหากไม่มีอะไรขัดข้องทุกอย่างก็จะเป็นไปตามนี้ พร้อมทั้งกำหนดนัดหมายให้ผมมาทำงาน หากผ่านการเห็นชอบจากกรรมการผู้อำนวยการแล้ว
จากนั้นผู้จัดการฝ่ายบุคคลจึงพาผมไปที่ห้องกรรมการผู้อำนวยการ คือคุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต และวันนั้นกรรมการผู้อำนวยการอาจมีภารกิจเร่งด่วนต้องไปประชุมภายนอก จึงสัมภาษณ์ผมเพียงไม่กี่คำ ที่สำคัญคือการตั้งคำถามว่ากรรมการรองผู้อำนวยการสัมภาษณ์คุณนานเท่าใด? และผลเป็นอย่างไร?
ผมก็รายงานว่ากรรมการรองผู้อำนวยการสัมภาษณ์ผมเกือบครึ่งชั่วโมง และหากกรรมการผู้อำนวยการเห็นชอบก็ให้ผมมาทำงานได้ตามวันเวลาที่กำหนด
กรรมการผู้อำนวยการได้ยินดังนั้นก็พูดว่าคุณนี่ไม่ธรรมดา และแสดงว่าเรื่องราวของคุณทำให้ท่านกรรมการรองผู้อำนวยการสนใจและยอมเสียเวลาสัมภาษณ์คุณนานถึงเกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ถามผมว่าเคยเล่าเรียนวิชาด้านการบริหารมาบ้างหรือไม่ และมีความสนใจต้องการที่จะเป็นนักบริหารในวันหนึ่งข้างหน้าหรือไม่
ผมได้ตอบว่าผมเรียนกฎหมายก็อยากจะเป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียง และคงไม่สามารถเป็นนักบริหารได้
คุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต กลับยิ้มให้ด้วยความเมตตา แล้วกล่าวว่าคุณเคยอ่านหนังสือสามก๊กมาบ้างหรือไม่ ผมตอบว่าเคยอ่านมาบ้างแล้ว ท่านก็อธิบายต่อไปว่าคุณเรียนกฎหมายอย่างมากก็เป็นได้แค่นักกฎหมายที่ดีมีชื่อเสียง แต่หากประสงค์จะเป็นผู้บริหารงานด้านกฎหมายก็ต้องเรียนรู้การบริหาร เพราะการบริหารจะทำให้คุณสามารถใช้ผู้คนได้ทุกประเภท รวมทั้งนักกฎหมายด้วย
กรรมการผู้อำนวยการกำลังจะออกไปข้างนอกอยู่แล้ว แต่ยังอุตส่าห์ยืนอธิบายอีกครู่หนึ่งว่า เล่าปี่มีขุนพลที่มีฝีมือหลายคน ไม่ว่ากวนอู เตียวหุย หรือจูล่ง แต่ก็ยังตั้งตัวเป็นใหญ่ไม่ได้ ครั้นพอได้จูกัดเหลียงมาเป็นที่ปรึกษา บริหารจัดการใช้คนอย่างถูกต้องแล้ว ขุนพลของเล่าปี่ทำศึกครั้งไหนก็ชนะครั้งนั้น นี่เป็นเพราะการบริหาร
คุณเติมศักดิ์ ตุลย์วัฒนจิต บอกให้ผมมาทำงานตามกำหนดที่กรรมการรองผู้อำนวยการนัดหมาย แล้วบอกว่าวันหน้าจะเรียกมาคุยกันใหม่ กล่าวแล้วท่านก็เดินออกจากห้องไป.