ตอนที่ 63. นักจัดรายการเพลงสุนทราภรณ์

ผมได้ตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นเรียนปีที่สามแล้วว่าจะลบล้างความผิดพลาดในอดีตที่เคยสอบตกเป็นบางวิชาและฟื้นความเชื่อมั่นของทางบ้านให้จงได้ โดยตั้งใจที่จะสอบชั้นปีที่สามให้ได้ครบหมดทุกวิชา เพื่อจะได้สมัครเข้า “เรียนเนติ์” พร้อมกับการเรียนปีที่สี่ เพื่อให้ได้รับปริญญาสองปริญญาพร้อมกันในปีเดียว

            ดังนั้นเมื่อของขวัญจากสาวเจ้าชาวพยาบาลบ่งบอกความนัยจากใจที่ชัดเจนเช่นนั้นแล้ว จึงทำให้กำลังขวัญกำลังใจเพิ่มพูนเป็นพลังวิริยะภาพอันมหาศาลที่จะมุ่งมั่นสอบให้ได้ครบหมดทุกวิชาของการเรียนปีที่สามให้จงได้

            โดยทั่วไปคนเราคุ้นเคยและรู้จักแต่กำลังกาย ในขณะที่มองข้ามกำลังอีกอย่างหนึ่งไปคือกำลังใจ ดังนั้นการใด ๆ ก็ตามถ้ามีกำลังใจเต็มเปี่ยมและมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่แล้ว ก็จะก่อเกิดพลังแห่งความเพียรหรือที่เรียกว่าพลังวิริยะภาพ ที่มีอานุภาพทำการใด ๆ ให้สำเร็จได้

            ความจริงกำลังจิตหรือกำลังใจของคนเรานั้น นอกจากมีมาตามธรรมชาติแล้ว ยังสามารถอบรมบ่มเพาะให้เกิดขึ้นได้ และมีอานุภาพขนาดไหน ๆ ก็ได้ การกระทำอิทธิปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนาก็ล้วนอาศัยกำลังจิตสร้างบาทฐานแห่งอิทธิฤทธิ์หรือที่เรียกว่าอิทธิบาทก่อนทั้งสิ้น

            เมื่อจิตมีกำลังประกอบด้วยอิทธิบาทและมีกำลังสมาธิในระดับขั้นจตุตถฌานเพียบพร้อมแล้วก็สามารถกระทำฤทธิ์จากคนเดียวให้เป็นหลายคน หรือหลายคนทำให้เป็นคนเดียว หรือดำไปในแผ่นดิน เดินไปบนน้ำ เดินฝ่าข้ามทะลุภูเขาหรือผนังอันทึบ แม้กระทั่งลอยตัวไปในอากาศ ทั้งอาจสำแดงอิทธิฤทธิ์ทางทิพยโสตหรือทิพยจักษุที่ล่วงเกินวิสัยมนุษย์ธรรมดาที่จะทำได้ก็ได้

            เพราะกำลังจิตและกำลังใจบังเกิดขึ้นดังนี้ ผลการสอบในการเรียนปีที่สามจึงสัมฤทธิผลดังที่ตั้งความปรารถนาไว้ทุกประการ ผลคะแนนการสอบแต่ละวิชาก็อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง จนทำให้ผมซึ่งปกติไม่ค่อยได้เข้าเรียนในชั้นปกติกลายเป็นคนพิเศษขึ้นมา เนื่องจากสามารถสอบได้แต่ละวิชาด้วยคะแนนอันสูง เท่า ๆ หรือมากกว่ากลุ่มเพื่อนที่จัดอยู่ในกลุ่มเรียนดีด้วยซ้ำไป

            เมื่อผลสอบสามารถผ่านทุกวิชาในชั้นปีที่สาม จึงมีสิทธิ์ที่จะสมัครเข้าเรียนที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาได้ และผมก็ได้สมัครเข้าเรียนควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นปีที่สี่

            แม้ว่าการเรียนในชั้นปีที่สี่ซึ่งเป็นปีสุดท้าย ผมยังต้องเรียนที่เรียนที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาควบคู่กันไปด้วย แต่ก็ไม่ยากไม่ลำบากเท่าใดนัก เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภานั้นอยู่ใกล้กัน แค่เดินข้ามสนามหลวงไปยังฝั่งกระทรวงยุติธรรมก็ถึงแล้ว

            แต่ชะตากรรมของคนเราไม่แน่นอน มีความผันแปรเปลี่ยนแปลงไปจนสุดจะหยั่งคาด และตัวผมเองก็ย่อมเป็นไปตามชะตากรรมที่ว่านี้โดยที่ไม่เคยคิดฝันมาแต่ก่อน

            ทำให้ปีการศึกษานั้นผมกลับกลายคล้ายกับจะเป็นคนจับจดไปเลย เพราะทำอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายอย่างไปพร้อมกันจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

            พรรคพวกที่สนใจในเรื่องกิจกรรมด้านการเมืองในสถาบันการศึกษาก็มาชักชวนให้เข้าร่วมเคลื่อนไหวในกิจกรรมของพรรคนักศึกษาคือพรรคเสรีตราชู ซึ่งผมได้สมัครเป็นสมาชิกมาก่อนหน้านั้นแล้ว เป็นแต่มิได้เข้าร่วมในระดับการบริหารพรรค

            ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นมีพรรคนักศึกษาอยู่หลายพรรค มีอยู่ในทุกคณะ แต่ละพรรคก็มีกิจกรรมทางการเมืองที่ปลูกฝังความรู้และความคิดทางการเมืองให้กับสมาชิกของตน  แต่ดูเหมือนว่าอุดมการณ์หลักของแต่ละพรรคก็จะไปในทางเดียวกัน

            นั่นคืออุดมการณ์ที่เป็นไปในทำนองว่า “เรารักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้เรารักประชาชน” หรือ “ลุกขึ้นสู้ ฟื้นฟูสิทธิเสรีภาพประชาชน”

            อุดมการณ์เหล่านั้นสอดคล้องรองรับกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ซึ่งปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ที่นำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร

            การเมืองของประเทศผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่กับการปฏิวัติรัฐประหาร การร่างรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้ง สลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปกลายเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่ครอบงำประเทศไทยต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน

            คณะนิติศาสตร์ก็มีพรรคนักศึกษาอยู่พรรคหนึ่งคือพรรคเสรีตราชู เมื่อถูกพรรคพวกชักชวนให้เข้าไปมีส่วนร่วมเปลี่ยนฐานะจากสมาชิกพรรคธรรมดาเป็นผู้บริหารพรรค ประกอบทั้งความรู้ความคิดที่ถูกหล่อหลอมต่อเนื่องมาร่วมสองปีในรั้วมหาวิทยาลัย และได้เห็นได้ศึกษาได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่มีการติดไว้ตามบอร์ดหรือแผ่นผ้าหรือแผ่นพับหรือใบปลิวหรือหนังสือต่าง ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยก็ได้หล่อหลอมความคิดของผมให้คำนึงถึงชาติบ้านเมืองและส่วนรวมมากขึ้นโดยลำดับ ถึงขั้นที่อาจเรียกว่าสุกงอมแล้ว ผมจึงตัดสินใจเข้าร่วมในการบริหารพรรคเสรีตราชูในตำแหน่งโฆษกพรรค

            ผมรับหน้าที่ในการปราศรัย ในการรณรงค์ ตลอดจนในการหาทุนเพื่อทำกิจกรรมของพรรค

            ดังนั้นกิจกรรมปราศรัย โต้วาที ปาฐกถา บรรยาย เขียนบทความ จึงกลายเป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิตผมสำหรับห้วงเวลานั้น โดยที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะต้องทำหน้าที่พูดจาปราศรัย หรือเขียนบทความมากมายถึงปานนั้น

            แต่การทำกิจกรรมเช่นว่านั้นก็เกิดอานิสงส์มากในภายหลัง เพราะทำให้ผมมีความคุ้นเคยกับกิจกรรมดังกล่าวนี้จนสามารถทำการได้ดุจดังใจปรารถนา กลายเป็นทุนสำหรับชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่มี

            สำหรับหน้าที่หาทุนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคนี่สิเป็นเรื่องใหญ่โตมากสำหรับผม เพราะชีวิตนักศึกษาจะไปหาทุนมาจากที่ไหน ทำได้บ้างก็แต่เรี่ยไรเอาจากรุ่นพี่ตามสำนักงานทนายความต่าง ๆ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ทำกิจกรรม

            ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนหาทุนด้วยวิธีอื่น และเผอิญในห้วงเวลานั้นวงดนตรีสุนทราภรณ์กำลังเป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง หลายสถาบันการศึกษามีการจัดเอาสุนทราภรณ์ไปบรรเลงและแสดงโดยเก็บค่าบัตรผ่านประตู แม้มูลนิธิต่าง ๆ หรือองค์กรเอกชนภายนอกก็นิยมใช้วิธีการเช่นนี้

            ผมจึงเอาแบบอย่างที่ว่านี้ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการที่จะหาทุนมาทำกิจกรรมนักศึกษาได้เป็นกอบเป็นกำโดยไม่ลำบากที่จะต้องไปรบกวนเรี่ยไรเอาจากรุ่นพี่เป็นเนืองนิตย์ และเมื่อได้ปรึกษาหารือคณะกรรมการบริหารพรรคแล้วทุกคนก็เห็นชอบ

            พรรคจึงได้จัดตั้งคณะทำงานด้านหาทุนขึ้น โดยมุ่งเน้นกิจกรรมแสดงดนตรีสุนทราภรณ์ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจุผู้ชมได้ร่วม 3,000 คน

            การบรรเลงดนตรีสุนทราภรณ์แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งหรือ 4 ชั่วโมง โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลาราว ๆ 4 โมงเย็นแล้วไปเลิกเอาตอนทุ่มครึ่ง โดยการขายบัตรผ่านประตูควบคู่ไปกับการขายบัตรล่วงหน้าให้กับนักศึกษาและบุคคลภายนอก รวมทั้งการขอสปอนเซอร์จากรุ่นพี่ตามสำนักงานทนายความต่าง ๆ

            ราคาค่าวงดนตรีและค่าบัตรในยุคนั้นยังย่อมเยาว์มาก ทางวงสุนทราภรณ์คิดค่าแสดงของวงใหญ่เพียงครั้งละ 3,500 บาทเท่านั้น และขายบัตรให้กับผู้เข้าชมในราคาคนละ 5 บาท ยกเว้นด้านหน้า บางครั้งก็กำหนดราคาเป็นพิเศษในราคา 10 บาท

            ผมต้องทำหน้าที่ในการติดต่อกับวงสุนทราภรณ์และประสานการดำเนินรายการกับทางวงสุนทราภรณ์ รวมทั้งการจัดรายการเพลงด้วย ซึ่งในช่วงนั้นคุณศรีสุดา รัชตะวรรณ นักร้องคนดังของวงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานต่าง ๆ แทนวงดนตรีสุนทราภรณ์

            ผมจึงกลายเป็นนักจัดรายการเพลงสุนทราภรณ์จำเป็นด้วยประการฉะนี้ แต่เป็นการทำหน้าที่ที่ผมชอบและรักเป็นพิเศษ เพราะมีพื้นจิตใจที่รักเพลงสุนทราภรณ์มาช้านานแล้ว ผมรู้จักเพลงสุนทราภรณ์เกือบทุกเพลง จึงสามารถที่จะเสนอรายการเพลงที่จะแสดงกับฝ่ายผู้ประสานงานของวงดนตรีสุนทราภรณ์ได้เป็นอย่างดี

            เพราะการจัดหาทุนด้วยวิธีนี้ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงทำให้การทำกิจกรรมของพรรคเสรีตราชูคึกคักมากกว่าทุกระยะที่ผ่านมา ทั้งเอกสาร หนังสือ แผ่นปลิว ที่ใช้ในการรณรงค์หรือเผยแพร่กิจกรรมของพรรคก็ได้จัดทำขึ้นเป็นจำนวนมาก กิจกรรมการปราศรัย การบรรยาย การปาฐกถา ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            เพราะรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำส่งผลให้กิจกรรมขยายตัว กิจกรรมที่ขยายตัวไปก่อให้เกิดรายจ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ต้องดิ้นรนหาทุนรอนมาเพิ่มเติมอีก ดังนั้นการจัดกิจกรรมจัดรายการวงดนตรีสุนทราภรณ์จึงต้องทำเป็นประจำ เกือบจะเรียกว่าเดือนละครั้งก็ว่าได้

            ในยุคนั้นสามารถกล่าวได้ว่าวงดนตรีสุนทราภรณ์ได้รับความนิยมในระดับขั้นสูงสุด เฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการแสดงของวงสุนทราภรณ์แทบทุกวันศุกร์ เพราะพรรคนักศึกษาแต่ละพรรคและชมรมต่าง ๆ เมื่อเห็นวิธีการหาทุนของพรรคเสรีตราชูได้ผลก็ทำตามบ้าง

            เมื่อเป็นเช่นนี้หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในยุคนั้นจึงมีวงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงแทบจะทุกวันศุกร์ บางสัปดาห์ก็เพิ่มวันพฤหัสบดีหรือวันอื่นเข้ามาอีก แต่ผู้คนก็เนืองแน่นทุกครั้งไป

            เพราะเหตุนี้ผมจึงมีความคุ้นเคยกับชาววงดนตรีสุนทราภรณ์ในยุคนั้นมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าตัวหัวหน้าวงคือครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูวินัย จุลบุษปะ ครูสมศักดิ์ เทพานนท์ ครูเลิศ ประสมทรัพย์ คุณบุษยา รังษี นักศึกษาเก่าของธรรมศาสตร์ คุณวรนุช อารี คุณมาริสา อมาตยกุล แม้กระทั่งนักดนตรีก็มีความคุ้นเคยกันเป็นอันมาก

            ทั้ง ๆ ที่อยู่คนละวงการ คนละอาชีพ แต่ตัวผมนั้นรักที่จะคบหาสมาคมกับทุกผู้คน ดังนั้นในการประสานงานก็ดี หรือในวันที่มีวงดนตรีมาแสดงก็ดี ผมจึงรักที่จะไปพูดคุยกับชาววงสุนทราภรณ์แทบตลอดทั้งรายการ จนจำอากัปกิริยาท่าทางของครูเพลงได้อย่างแม่นยำ

            เพราะเหตุที่ผมเป็นคนซอกแซกและขี้สงสัยใคร่อยากรู้ในแทบทุกเรื่องราว จึงมักที่จะซักไซร้ไล่เลียงถามครูเอื้อ สุนทรสนาน เกี่ยวกับเพลงแต่ละเพลงว่ามีประวัติเป็นมาอย่างไร ครูเอื้อท่านก็เต็มใจเล่าความแต่หนหลังให้ฟังด้วยความยินดี

            ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ผมได้ทราบความจริงที่สำคัญว่าวงดนตรีสุนทราภรณ์นั้นหาใช่แค่วงดนตรีธรรมดาไม่ แต่เป็นวงดนตรีที่มีบทบาทสำคัญกับบ้านเมือง โดยเฉพาะในยามศึกสงครามและในยามที่ประเทศชาติอยู่ในวิกฤตสงครามกลางเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

            วงดนตรีสุนทราภรณ์แม้จะเป็นวงดนตรีสากล แต่หาได้ลอกแบบฝรั่งเหมือนกับวงดนตรีทั่วไปแต่ประการใดไม่ เพลงสุนทราภรณ์เกือบทั้งหมดมีสัญลักษณ์ของความเป็นไทยอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

            บทเพลงจำนวนมากได้ดัดแปลงทำนองเพลงไทยเดิมซึ่งความนิยมกำลังถดถอยไปตามยุคสมัยมาเป็นท่วงทำนองแบบใหม่ แต่รักษาจิตวิญญาณของทำนองเพลงไทยเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ คือฟังเพลงแล้วก็รู้สึกราวกับว่าฟังเพลงไทยเดิม แต่มีความไพเราะเพราะพริ้งสมกับยุคสมัย

            จนมีคำกล่าวกันว่าวงดนตรีสุนทราภรณ์คือคลังของทำนองเพลงไทยเดิม ที่สามารถรักษาเอกลักษณ์ของเพลงไทยเดิมและสืบทอดมาสู่คนรุ่นหลังได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนมากที่สุด

            ด้วยเหตุนี้ ในกาลต่อมาท่านแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง จึงได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาพระราชทานแก่ชาววงสุนทราภรณ์และคณะกรรมการมูลนิธิสุนทราภรณ์ว่า เพลงสุนทราภรณ์คือทรัพย์สมบัติของแผ่นดินที่ต้องช่วยกันพิทักษ์รักษาไว้

            ในด้านเนื้อร้อง บทเพลงสุนทราภรณ์มีความประณีตละเอียดละออและเป็นภาษากวี มีความลึกซึ้ง สง่า และงดงาม ดำรงความมีเอกลักษณ์ของภาษาไทยไว้ได้อย่างสง่างามและสมบูรณ์ที่สุด

            ดังนั้นใครที่นิยมเพลงสุนทราภรณ์จึงมักจะได้ประโยชน์และความรู้ทางภาษาไทยและภาษากวีโดยที่แทบไม่รู้สึกตัว ทำให้การใช้ภาษาไทยสละสลวยไพเราะเพราะพริ้งสง่างามและรู้ความตลอดจนถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจความหมายของภาษาไทยแต่ละคำได้เป็นอย่างดี ทำให้แฟนเพลงสุนทราภรณ์ได้เปรียบในการใช้ภาษาไทยอีกโสตหนึ่งด้วย

            นอกจากนั้นเพลงสุนทราภรณ์ยังมีหลายประเภทมากกว่าบทเพลงของวงดนตรีอื่น ๆ ที่เคยมีมาในประเทศของเรา คือมีทั้งเพลงเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถาบันการศึกษา วัฒนธรรมประเพณี ความสวยงามของพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยของเรา

            ตั้งแต่ช่วงที่ประเทศไทยอยู่ในห้วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง วงดนตรีสุนทราภรณ์ก็ได้รับบทบาทในการรังสรรค์บทเพลงและบรรเลงเพลงสุนทราภรณ์ปลุกใจปลอบใจและกล่อมขวัญคนไทยให้มีความมั่นคงเป็นปกติในการต่อสู้และดำรงอยู่เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยของชาติ

            ในตอนต้นรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สถาบันพระมหากษัตริย์ยังไม่เข้มแข็งเหมือนระยะหลัง เพราะถูกลดบทบาทลงไปอย่างต่อเนื่องหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ฝ่ายการเมืองได้ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ห่างเหินจากประชาชน และทำให้ประชาชนค่อยๆ ลืมพระมหากษัตริย์ โดยยกย่องนับถือนักการเมืองเผด็จการแทน

            ในยามนั้นวงดนตรีสุนทราภรณ์ได้แบกรับภารกิจอันหนักอึ้งในการพิทักษ์เทิดทูนและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลับคืนสู่ความเลื่อมใสศรัทธาของมหาชนและความมั่นคงดังที่เป็นมาในประวัติศาสตร์

            ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้ใช้บทเพลงสุนทราภรณ์ขยายแนวรบทางด้านวัฒนธรรมรุกเข้าสู่จิตใจของประชาชน ฟื้นความเคารพศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ และกระชับความรู้สึกในจิตใจให้ประชาชนมีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

            บทเพลงสำคัญที่เป็นพยานหลักฐานในเรื่องนี้คือเพลงราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น ซึ่งยามนั้นยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่เนื้อหาและทำนองเพลงลึกซึ้งกินใจคนนัก มีความลุ่มลึกให้น้อมรำลึกถึงความสำคัญของพระมหากษัตริย์จนฝ่ายเผด็จการก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

            บทเพลงตอนหนึ่งที่คนไทยทุกคนมีความซาบซึ้งตรึงใจมากคือ “โอ้ลมฝนบนฟ้ามาแล้ว ร่มโพธิ์แก้วจะพาพฤกษาสดใส ข้าวรพุทธเจ้าชาวไทย ยกกรไหว้แด่ไทยราชัน เราน้อมเกล้าเกศีถวายภูมีมอบศิรกราน เทิดบังคมภูบาลเอาไว้เหนือฟ้า” เป็นต้น

            ด้วยบทบาทเช่นนี้ ครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าร่วมวงดนตรี อส. ซึ่งเป็นวงดนตรีส่วนพระองค์ และบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นก็ทรงพระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์นำไปแสดงเป็นครั้งแรกเกือบทุกเพลง

            เพราะเหตุนี้ผมจึงได้รับความรู้ที่หลายคนไม่อยากจะรู้และไม่สนใจที่จะรู้คือประวัติเพลงสุนทราภรณ์เป็นจำนวนมาก ก่อเกิดเป็นอานิสงส์ในภายหลัง เพราะครั้งใดที่มาทำหน้าที่เป็นพิธีกรหรือร่วมเป็นพิธีกรในการถวายความจงรักภักดีในโอกาสที่วงดนตรีสุนทราภรณ์แสดงแล้ว ผมก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เล่าประวัติความเป็นมาของเพลงให้ผู้ชมและผู้ฟังได้รับทราบ ทำให้รายการเพลงมีชีวิตชีวาและแตกต่างไปจากรายการอื่น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘