ตอนที่ 61. แชมป์หมากฮอสห้ามหาวิทยาลัย

เพราะเหตุดังกล่าว ผมจึงมีเพื่อนฝูงหลายกลุ่ม หลายรสนิยม หลายฐานะ หลายชนชั้น จนอาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครในคณะนิติศาสตร์ที่จะไม่รู้จักผม มีแต่ว่าจะสนิทสนมมากและน้อยกว่ากันเท่านั้นเอง

            แม้ว่าผมเข้าเรียนในคณะนิติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2510 แต่นักเรียนกฎหมายรุ่นนี้ได้รับการขนานนามรุ่นว่านิติศาสตร์ 09 ทั้งนี้เพราะเป็นการถือเอาปี พ.ศ. ที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก ซึ่งแม้จะเรียนรวมกันในคณะศิลปศาสตร์แต่ก็ถือว่าเป็นนักศึกษานิติศาสตร์ที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นปี พ.ศ. 2509

            นักศึกษาในรุ่นนี้มีเกือบ 600 คน ดังนั้นจึงจัดว่าเป็นรุ่นที่มีนักศึกษามากที่สุดรุ่นหนึ่งของมหาวิทยาลัย และกลายเป็นรุ่นที่จบการศึกษาออกไปแล้วได้แยกย้ายไปประกอบอาชีพต่าง ๆ กันมากมายหลายสาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด

            นักศึกษารุ่นนี้มีความผูกพันสมานฉันท์กันค่อนข้างจะเหนียวแน่น เพราะห้วงเวลาช่วงนั้นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ถึงขนาดยกพวกตีกันเป็นหลายครั้ง

            ในโอกาสวันพระบิดาแห่งกฎหมายไทยหรือวันระพี ในปีแรกที่เข้าเรียนในคณะนิติศาสตร์นั้นมีงานฉลองกันภายในมหาวิทยาลัย ผมอยู่ร่วมงานจนกระทั่งดึก และในขณะที่ผมไปยืนถ่ายปัสสาวะอยู่ที่ริมรั้วคณะอันเป็นที่มืดนั้นก็ถูกตีที่ศีรษะจนสลบเหมือดไป มารู้สึกตัวเอาตอนเช้า แต่โชคดีที่หัวไม่แตกและไม่มีแผลใด ๆ แต่ที่ข้างตัวนั้นมีไม้ขาโต๊ะซึ่งเท่ากับไม้หน้าสามทิ้งวางอยู่ข้าง ๆ จึงเข้าใจว่าเหตุมีมาจากพวกคณะรัฐศาสตร์จ้องทำร้าย แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเมื่อไม่บาดเจ็บสาหัสอะไรนักก็ถือว่าเป็นเรื่องแล้วกันไป

            ความจริงผมถูกตีครั้งนั้นหนักและแรงมาก เพราะเป็นการตีที่ศีรษะบริเวณท้ายทอย ถึงกับสลบไปเป็นเวลานาน นี่อาจเป็นเพราะอานิสงส์ที่พระอาจารย์ได้ลงเครื่องรางของขลังไว้ในตัวผมตั้งแต่เล็กเป็นอันมากก็เป็นได้

            นักศึกษาคณะนิติศาสตร์รุ่นนี้มีความรักความผูกพันใกล้ชิดกันอย่างแน่น แฟ้น ดังนั้นเมื่อจบการศึกษาออกไปประกอบอาชีพกันแล้วก็ยังคงเกาะกลุ่มจัดการพบปะสังสรรค์กันเป็นเนืองนิตย์ และช่วยเหลือเกื้อกูลกันในรุ่น ทำให้เกิดเป็นพลังของรุ่น กลายเป็นรุ่นที่ดังรุ่นหนึ่งของคณะนิติศาสตร์

            ในช่วงเกิดวิกฤตทางการเมืองในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2549-2550 ศิษย์เก่านิติศาสตร์ 09 มีบทบาทมากหลาย โดยเฉพาะในการเข้าเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

            ชาวนิติศาสตร์ 09 ที่ไปรับราชการเป็นผู้พิพากษาในห้วงเวลานี้ก็มีความก้าวหน้าในระดับสูงสุดในศาลฎีกา คือได้ครองตำแหน่งประธานศาลฎีกาถึง 2 คนติดต่อกัน และครองตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาต่อเนื่องมาถึง 2 คนเช่นเดียวกัน ยิ่งไม่ต้องนับรวมถึงประธานแผนกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองซึ่งมีเกียรติภูมิลือลั่นสนั่นประเทศไทยในห้วงเวลานั้น เพราะได้ตัดสินจำคุกนักการเมืองมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่การทุจริตในการใช้อำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินมาแล้ว

            ด้านชื่อเสียงเกียรติภูมิมีขึ้นแล้ว ก็ย่อมมีด้านที่มัวหมองอยู่ด้วยเป็นธรรมดา เพราะในห้วงเวลาที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทยพร้อมตัดสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคจำนวน 111 คน และวินิจฉัยให้พรรคประชาธิปัตย์พ้นผิดจากข้อกล่าวหานั้น ก็มีการโจทย์ขานว่ามีตำรวจยศพันตำรวจเอกซึ่งเป็นนักศึกษานิติศาสตร์ 09 และมีความใกล้ชิดกับน้องเขยนักการเมืองคนสำคัญเป็นผู้ติดต่อวิ่งเต้นติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญถึงสองท่าน และหนึ่งในสองท่านนั้นก็เป็นชาวนิติศาสตร์รุ่น 09 แต่ทว่าตุลาการรัฐธรรมนูญทั้งสองท่านนี้ไม่ยอมรับสินบน 

            ในแทบทุกส่วนราชการ ชาวนิติศาสตร์รุ่น 09 มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้ครองตำแหน่งปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และอธิบดีมากมายหลายตำแหน่ง

            นิติศาสตร์รุ่น 09 จึงไม่เพียงแต่เป็นรุ่นที่รักใคร่สมัครสมานกลมเกลียวสามัคคีกันอย่างเดียว แต่ยังเป็นรุ่นดังของคณะและดังทั้งด้านดีด้านร้ายประกอบกันตามวิสัยโลก

            ความสมัครสมานสามัคคีภายในรุ่นเป็นไปดังนิทานสอนใจคนเรื่องหนึ่ง ที่พ่อสอนลูกให้สามัคคีกัน โดยสั่งให้หักลำไม้ไผ่ลำหนึ่งแล้วหักได้ แต่ครั้นให้หักลำไม้ไผ่หลายลำพร้อม ๆ กันกลับหักไม่ได้ และเป็นทำนองเดียวกันกับนิทานชาดกเรื่องนกแขกเต้าที่ถูกตาข่ายพรานครอบทั้งฝูง ที่ต่างตัวต่างบินเอาตัวรอดโดยลำพังตัว แต่กลับหนีไม่รอดสักตัวเดียว เพราะไม่สามารถยกตาข่ายออกไปได้ แต่เมื่อนกทุกตัวพร้อมเพรียงกันบินยกตาข่ายขึ้นไปก็สามารถบินลอดลงมาทางด้านล่างรอดได้หมดทุกตัว

            นั่นเป็นอานิสงส์ของความสามัคคีที่มีขึ้นที่ไหนย่อมยังประโยชน์ใหญ่แก่หมู่คณะ แต่ความสามัคคีก็มีทั้งด้านดีด้านร้าย คือมีทั้งความสามัคคีในหมู่โจรและมีทั้งความสามัคคีในหมู่บัณฑิตด้วย

            ดังนั้นในการจัดทำตราแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงทรงโปรดให้สมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐ์ คิดค้นถ้อยคำประดับตราแผ่นดิน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชได้คิดคำเป็นภาษาบาลีว่า “สัพเพสัง สังฆะเภตานัง สามัคคี วุฒิสาธิกา” ซึ่งแปลโดยความหมายได้ว่า การใหญ่ของแผ่นดินจักสำเร็จได้ด้วยความสามัคคี

            คาถาประจำตราแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทยจึงเป็นบทสอนใจและบทเตือนใจคนไทยทั้งประเทศให้มีความสามัคคี เพื่อปกปักรักษาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองยั่งยืนเป็นนิรันดร

            พอย่างเข้าเทอมที่สองของการเรียนนิติศาสตร์ปีแรก ผมได้ใช้เวลาให้กับชมรมกีฬาในร่มมากขึ้นกว่าห้วงเวลาก่อน ๆ คือแทบทุกวันถ้าพอมีเวลาว่าง ผมก็จะแวะเวียนไปที่สโมสรเพื่อเล่นหมากฮอส หมากรุกไปตามประสา

            ฝีมือหมากฮอสผมยังคงรุดหน้ามาโดยลำดับ ดังนั้นในการเล่นหมากฮอสในชมรมกีฬาในร่ม ผมจึงเป็นที่รู้จักมักคุ้นของชาวกีฬาในร่มโดยถ้วนหน้า และในที่สุดก็กลายเป็นนักหมากฮอสฝีมือหนึ่งของชมรมกีฬาในร่มไปโดยปริยาย

            ภายในมหาวิทยาลัยก็มีการจัดแข่งขันกีฬาระหว่างคณะ และจัดแข่งขันกันแทบทุกประเภทกีฬารวมทั้งหมากฮอสด้วย ผมได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาหมากฮอสของคณะนิติศาสตร์เพื่อเข้าแข่งขันหมากฮอสระหว่างคณะทุกครั้งตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย

            ผลการแข่งขันหมากฮอสระหว่างคณะ ผมได้รับชัยชนะตั้งแต่การเรียนในชั้นปีที่สอง ได้ครองตำแหน่งแชมป์หมากฮอสของมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่บัดนั้น และพอล่วงเข้าปีการศึกษาปีที่สามผมก็กลายเป็นครูฝึกสอนหมากฮอสให้แก่สมาชิกของชมรมหมากฮอสจนกระทั่งจบการศึกษา

            ในแต่ละปีก็มีการแข่งขันกีฬาหมากฮอสกันระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนั้นมีการแข่งขันกันเพียง 5 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศิลปากร

            แต่ละมหาวิทยาลัยจัดทีมเข้าแข่งขันทีมละ 3 คน ผมได้เข้าแข่งขันในฐานะทีมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะศึกษาในปีที่สาม การแข่งขันในคราวแรกนี้มหาวิทยาลัยอื่นได้ครองตำแหน่งแชมป์ 5 มหาวิทยาลัย โดยผมได้ตำแหน่งแค่รองแชมป์เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนมีฝีมือในเรื่องนี้ยังมีอยู่มาก ดังนั้นการทั้งปวงแม้ว่าจะครองความเป็นเอกอยู่ ณ ที่ไหนก็ตาม ก็หาได้หมายความว่าเป็นเอกโดยทั่วไปแล้วแต่ประการใดไม่ เพราะย่อมมีคนที่เหนือกว่าอยู่เสมอ อยู่ตรงที่จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแล้วปราชัยลงเมื่อใดเท่านั้น

            ดังนั้นการทั้งปวงจึงไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาทดังคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และหากไม่ตั้งอยู่ในความประมาทแล้ว ย่อมต้องสร้างความเพียรในการฝึกฝนพัฒนาการนั้น ๆ ให้มีความก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะการหยุดนิ่งก็คือการเปิดโอกาสให้คู่แข่งก้าวรุดไปข้างหน้านั่นเอง

            ครั้นถึงคราวการแข่งขัน 5 มหาวิทยาลัยในปีต่อมา ซึ่งผมศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 4 อันเป็นปีสุดท้าย คราวนี้ผลปรากฏว่าทีมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และผมได้ครองตำแหน่งแชมป์หมากฮอส 5 มหาวิทยาลัย โดยได้รับการประทานเหรียญชนะเลิศจากพระหัตถ์ของเสด็จในกรม กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ องค์ประธานและองค์อธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

            ในปีเดียวกันนี้ ประกอบ สงัดศัพท์ ก็ได้ครองตำแหน่งแชมป์หมากรุก 5 มหาวิทยาลัยพร้อม ๆ กัน

            ในฐานะสมาชิกของชมรมเต้นรำ ผมเพียงแต่ให้ความสนใจแต่ไม่คิดเอาดีในทางนี้ ดังนั้นเมื่อถึงวันเวลามีการสอนการเต้นรำ ผมจึงได้เข้าเรียนเพียงเพื่อให้เต้นรำได้และเต้นรำเป็นเท่านั้น ไม่ได้คิดปรารถนาไปถึงขั้นที่จะเข้าแข่งขันการเต้นรำ แต่ผลของการเรียนรู้ในเรื่องนี้ก็มีอานิสงส์มาก เพราะทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยรู้วิถีทางเข้าสมาคมของคนกรุง ได้เรียนรู้กิริยามารยาทและวิถีทางเข้าสมาคมเหมือนกับชนชั้นสูง ทำให้ยามเข้าสังคมคราใดก็ไม่เคอะเขิน แม้มีงานเต้นรำในงานไหนก็ไม่เป็นปมด้อยที่ต้องหลบหน้าล่าถอยออกไปจากงานแต่ประการใด

            พร้อม ๆ กับการที่ผมให้ความสนใจในเรื่องหมากฮอสในชมรมกีฬาในร่มของมหาวิทยาลัย ก็ยังคงฝักใฝ่ฝึกปรือแต้มคูหมากฮอสเพิ่มเติมจากสามตัวประหลาดในทุกโอกาสที่มี และยามใดกลับจากมหาวิทยาลัยแล้วมีเวลาว่าง ผมก็จะหาโอกาสไปกินกาแฟนั่งเล่นหมากฮอสที่ตลาดเทวราชอยู่เสมอ

            ในปลายปีนั้นเองพ่อได้นำช่างก่อสร้างขึ้นมาจากภาคใต้หลายคนเพื่อทำการก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่งในที่ดินที่แม่ได้ซื้อไว้พร้อมกับบ้าน และได้ให้คนอื่นเช่าไปแล้ว แต่ยังพอมีที่ดินว่างขนาดห้องแถวห้องหนึ่งที่พอปลูกบ้านเพิ่มเติมได้อีกหลังหนึ่ง

            เหตุที่พ่อต้องพาช่างมาจากทางบ้านอาจจะเนื่องมาจากค่าแรงถูกกว่าในกรุงเทพฯ อย่างหนึ่ง และอาจจะเนื่องจากไม่รู้จักมักคุ้นกับพวกช่างในกรุงเทพฯ อีกอย่างหนึ่งด้วย เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ พ่อก็พาช่างไปกางเต็นท์ในที่ดินที่จะปลูกบ้านนั้น แล้วลงมือก่อสร้างบ้านสองชั้น เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้

            พ่อบอกว่าครอบครัวเรามีพี่น้องหลายคน วันหนึ่งข้างหน้าน้อง ๆ ก็จะต้องขึ้นมาเล่าเรียนที่กรุงเทพฯ อยากให้อยู่ร่วมกัน ช่วยดูแลกันและกัน ผมในฐานะเป็นพี่คนโตมาอยู่ในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่งแล้วคงจะช่วยดูแลแทนพ่อแม่ได้

            ดังนั้นในระหว่างการก่อสร้าง ผมจึงใช้เวลาหลังกลับจากเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปช่วยพวกช่างในการก่อสร้างบ้านด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ช่วยในทางช่างเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะผมยังเป็นเด็ก กำลังยังน้อย และไม่ค่อยมีความรู้ความชำนาญ จึงได้แต่ยกหินยกปูนยกทรายให้กับพวกช่างเท่านั้น

            งานหลักของผมจริง ๆ คงอยู่ที่การทำอาหารเลี้ยงดูพ่อและช่างที่มาทำการก่อสร้างนั้น

            ผมออกจะมีพรสวรรค์ในการทำอาหาร เพราะทำอะไรก็พอกินได้ ทั้งนี้เนื่องจากในยามเด็กนั้น นอกจากผมแวะเวียนไปอยู่วัดเป็นประจำแล้ว วันไหนมีเวลาว่างก็มักจะแวะไปที่โรงพระจีน ซึ่งมีคนเฝ้าอยู่เป็นประจำและคอยทำอาหารเลี้ยงดูผู้คนที่ไปไหว้เจ้าเหมือนกับศาลเจ้าทั่ว ๆ ไป

            ผมก็ได้ช่วยคนเฝ้าศาลเจ้าหยิบนั่นส่งนี่ หั่นหมูหั่นเนื้อหรือผักปลาไปตามเรื่อง ช่วยเขาแล้วก็คอยสังเกตเวลาเขาปรุงอาหาร หรือบางครั้งในขณะที่กำลังทำอาหารอยู่มีคนมาไหว้เจ้า คนเฝ้าศาลเจ้าต้องไปคอยบริการ ผมก็ช่วยปรุงอาหารไปตามที่ได้สังเกตมา

            ดังนั้นเมื่อมารับหน้าที่ทำอาหารเลี้ยงช่าง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากไม่ลำบากนักและเรื่องการทำอาหารนี้ ความจริงก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานเพราะคนเราต้องกินอาหารทุกวัน แต่น่าเสียดายที่คนทุกวันนี้ทำอาหารกินเองแทบไม่เป็นแล้ว ผิดกับคนสมัยก่อนที่อย่างน้อยก็ต้องทำอาหารกินเองได้

            ที่ว่าผมค่อนข้างมีพรสวรรค์ก็เพราะว่าคนเฝ้าศาลเจ้าซึ่งเป็นคนทำครัวประจำศาลเจ้านั้นเป็นคนจีน มีฝีไม้ลายมือในการทำอาหารจีน ได้อธิบายให้ผมฟังเกี่ยวกับเรื่องรสทั้งห้า คือ หวาน เปรี้ยว เค็ม มัน จืด ความร้อนทั้งสามคือร้อนแรงจัด ร้อนและรุม ตลอดจนเวลาทั้งสามคือนาน กลาง และเร็ว ตลอดจนความเน่า ความแห้ง และความสดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุงอาหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ

            รสทั้งห้าอาจสามารถผสมผสานปรุงเป็นอาหารที่มีรสชาตินับร้อยพันอย่างได้

            ความร้อนทั้งสามอาจทำให้รสอาหารและความหอมหวานของอาหารผันแปรเปลี่ยนแปลงไปนับร้อยอย่างได้

            เวลาทั้งสามในการปรุงอาหารคือตุ๋น ต้ม ผัด ก็อาจทำให้อาหารนั้นผันแปรไปได้อีกหลายอย่าง

            อาแปะคนเฝ้าศาลเจ้าคนนั้นเคยพูดไว้อย่างน่าฟังว่า สิ่งที่เห็นแต่ละอย่างนั้นอย่าเห็นเพียงเป็นแต่ละอย่าง แต่ต้องเห็นและเข้าใจให้ได้ว่าเมื่อมันผสมผสานกันแล้ว มันจะคงเดิมหรือว่าเปลี่ยนแปลงไปประการใด หากเห็นและเข้าใจเช่นนี้แล้วจึงจะถือว่าเห็นและเข้าใจกระจ่าง

            นี่แหละที่เขาว่าคนเราแต่ละคนนั้นย่อมมีดีมีเด่นเป็นของตนอยู่ ขนาดอาแปะที่ไม่มีการศึกษาเป็นแค่คนเฝ้าศาลเจ้าและทำครัวบริการคนไปไหว้เจ้า แต่เมื่อพูดถึงความรู้เรื่องการปรุงอาหารแล้ว ลองพิจารณาดูกันให้ลึกซึ้งเถิดก็จะเห็นถึงความลึกล้ำพิสดารที่แฝงฝังอยู่เป็นอันมาก ชนิดที่ไม่คาดฝันทีเดียว

            บ้านที่จะปลูกขึ้นใหม่นั้นอยู่ติดกับริมรั้วด้านทิศใต้ของบ้านหลังเก่า ซึ่งที่ดินแปลงถัดไปก็กำลังปลูกบ้านอยู่เหมือนกัน ทราบว่าเป็นชาวจังหวัดพิจิตร

            ตอนไปปลูกบ้านใหม่ ๆ เจ้าของบ้านข้าง ๆ คงจะหนวกหูจึงไปร้องเรียนทางอำเภอ และทางอำเภอก็เข้ามาตรวจสอบ แต่ในที่สุดก็ชำระสะสางกันไปได้โดยสันติ

            ในปีเดียวกันนั้น เพื่อนรุ่นเดียวกันและรุ่นน้อง ๆ ที่บ้านเดิม ได้เดินทางเข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ มากมาย เมื่อมาแล้วต่างคนก็แยกย้ายกันอยู่ตามวัดบ้าง ตามหอพักบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็อาศัยวัด และได้ติดต่อไปมาหาสู่กันเป็นประจำ จนทำให้บ้านของมนูญผลซึ่งปกติสงบเงียบเกิดความวุ่นวายจากบรรดามิตรสหายเพื่อนฝูงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่แวะเวียนกันมาเยี่ยมผมไม่ได้ขาดสาย จนผมเองก็รู้สึกเกรงใจแม่ของมนูญผลเป็นอันมาก

            พ่อควบคุมช่างสร้างบ้าน พอขึ้นเป็นรูปเป็นร่างแล้วก็เดินทางกลับไปบ้าน ไม่กี่วันก็กลับขึ้นมาอีก สลับกันไปเช่นนี้จนกระทั่งพ้นเทศกาลตรุษจีนในปีรุ่งขึ้น บ้านหลังนี้ก็แล้วเสร็จ

            เมื่อบ้านเสร็จแล้ว ผมจึงได้ย้ายจากบ้านมนูญผลมาอยู่ที่นิวาสสถานใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้บรรดาลูกผู้น้องที่ยังคงพำนักอยู่วัดระฆัง ตลอดจนน้อง ๆ และลูกผู้พี่ก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันหมดทุกคน

            ในขณะที่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่นี้ก็ปรากฏว่าในที่ดินแปลงข้าง ๆ ที่ปลูกบ้านอยู่ก็แล้วเสร็จเหมือนกัน และมีผู้คนย้ายเข้ามาอยู่ก่อนหน้าผมแล้ว

            เย็นวันศุกร์วันหนึ่ง เมื่อผมกลับจากมหาวิทยาลัยไปถึงบ้าน ก็เข้าห้องไปนั่งอ่านหนังสือ ในทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กหน้าบ้านข้าง ๆ ดังขึ้น ผมละสายตาจากหนังสือไปตามเสียงนั้น ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดของนักศึกษาพยาบาลกำลังเปิดประตูบ้านเข้ามา ความต้องตาต้องใจอย่างลึกซึ้งก็เกิดขึ้นในทันทีนั้นอย่างน่าพิศวง.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘