ตอนที่ 59. เริ่มต้นชีวิตนักเรียนกฎหมาย

การเรียนกฎหมายในคณะนิติศาสตร์จะต้องเรียนในอาคารของคณะนิติศาสตร์ซึ่งแยกเป็นสัดส่วนต่างหากจากคณะศิลปศาสตร์ที่เคยเรียนในชั้นปีที่ 1 โดยเรียนรวมกันทั้งชั้นเรียน แต่มีการต่อโทรทัศน์วงจรปิดให้นักศึกษาที่นั่งอยู่ตอนกลางและตอนหลังของห้องเรียนได้เห็นและได้ฟังคำสอนอย่างชัดเจนพร้อม ๆ กัน

            คณะนิติศาสตร์ในขณะนั้นมีศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นคณบดี ในขณะที่พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เป็นอธิการบดี

            ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เคยเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเรื่องความบริสุทธิ์และยุติธรรม และเป็นสหธรรมมิกคนสำคัญของท่านเจ้าคุณพุทธทาส เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกโครงการนิมนต์ท่านเจ้าคุณพุทธทาสมาอบรมผู้พิพากษาเพื่อให้ดำรงธรรมไว้ในจิต อันจะทำให้การประสิทธิ์ประศาสน์ความยุติธรรมเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

            ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ แม้ไม่ใช่เป็นนายทหารถือศาสตราวุธ แต่ก็มีความกล้าหาญชาญชัย เพราะยึดมั่นในศาสตราวุธอีกชนิดหนึ่งคือนิติศาสตร์ หรือธรรมาวุธ และคดีที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดก็คือการตัดสินจำคุกนายพลเอกซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร ในยุคสมัยแห่งเผด็จการโดยไม่หวั่นเกรงอำนาจอิทธิพลใด ๆ

            เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้รับเชิญมาเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ ต่อมาก็ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีภายหลังอสัญกรรมขององค์อธิการบดีกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์แล้ว จากนั้นก็ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา แล้วเป็นองคมนตรีและประธานองคมนตรีจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรม

            จัดเป็นคนดี เป็นศักดิ์เป็นศรี และหลักชัยของบ้านเมืองคนสำคัญคนหนึ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

            คณะนิติศาสตร์ในยุคนั้นได้เชิญอาจารย์พิเศษซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาแต่ก่อน โดยเฉพาะคือเป็นอดีตผู้พิพากษาที่มีความรู้ความสามารถลือชาปรากฏแจ้งชัด หลายคนยังคงใช้บรรดาศักดิ์ของขุนนางตั้งแต่ครั้งก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เช่น พระยาอรรถการีย์นิพนธ์, หลวงจำรูญเนติศาสตร์, หลวงสุทธิมนต์นฤนาถ, หลวงสุทธิวาสนฤพุฒิ, หลวงสาระนัยประสาธน์, หลวงชำนาญเนติศาสตร์ เป็นต้น

            การเรียนกฎหมายในปีแรกเป็นการเรียนหลักกฎหมายทั่วไป เช่น วิชากฎหมายเบื้องต้น กฎหมายอาญา หลักกฎหมายแพ่งทั่วไป นิติกรรมและหนี้ เป็นต้น จะเรียกว่าเป็นการปูพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงและความเข้มแข็งแห่งวิชาชีพกฎหมายก็ว่าได้

            วิชาต่าง ๆ ที่เรียนในชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการเรียนกฎหมายปีแรก พวกเราได้รับคำอธิบายอย่างดียิ่งจากศาสตราจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์ ซึ่งจัดว่าเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ทางกฎหมายไทยคนหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สอนวิชากฎหมายเบื้องต้น ทั้ง ๆ ที่ความถนัดแท้จริงของท่านคือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเป็นแม่บทใหญ่ของการใช้กฎหมาย

            ศาสตราจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์เป็นเนติบัณฑิตอังกฤษคนแรก ๆ ของประเทศไทย และจัดเป็นเนติบัณฑิตอังกฤษรุ่นพี่ของศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านเคยรับราชการเป็นผู้พิพากษาและเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ท่านเป็นเจ้าสำนวนโวหารทางภาษาไทยที่มีชื่อเสียงมากท่านหนึ่ง ซึ่งเมื่อกล่าวถึงสำนวนโวหารทางกฎหมายแล้วก็มักจะมีการอ้างอิงสำนวนโวหารของท่านอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์อยู่เสมอ

            ดังเช่นคดีอาชญากรสงครามที่ผู้นำรัฐบาลไทยในยุคสงครามญี่ปุ่นถูกนำตัวขึ้นศาลฐานเป็นอาชญากรสงครามตามกฎหมายที่ตั้งขึ้นในภายหลังสงครามแล้ว

            ท่านอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์ได้เขียนคำพิพากษาไว้ตอนหนึ่งว่า ศาลเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชน … คนทั้งหลายย่อมหวังในความยุติธรรมของศาลเป็นที่ตั้ง … ดังนี้เป็นต้น

            ท่านอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์ได้สั่งสอนสิ่งที่มีค่ายิ่งในขณะนั้นว่า วิชากฎหมายเบื้องต้นนั้นคือวิชากฎหมายทั้งหมด ความจริงควรจะเรียกว่าเป็นวิชากฎหมายเบื้องปลายก็ได้ ท่านจึงพร่ำเตือนให้ศิษย์ให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ดีที่สุด เพราะหากเข้าใจวิชานี้ดีแล้วก็เท่ากับเข้าใจวิชากฎหมายที่จะต้องเรียนทั้งหมดในคณะนิติศาสตร์

            หลวงจำรูญเนติศาสตร์มีความรู้ความชำนาญทางกฎหมายมาก เวลาสอนไม่ต้องเปิดตำรา ท่านว่าปากเปล่าไปโดยลำดับ ผมยังจำท่วงท่าของอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ น้ำเสียงท่านชัดเจนกังวาน ถ้อยคำภาษาเป็นภาษากฎหมายล้วน ๆ ยกอุทาหรณ์ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ในเวลาขึ้นสอนอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์จะใช้มือสองมือแคะเล็บกันเอง ซึ่งคงเป็นกริยาที่ท่านติดเป็นนิสัยก็ได้

            ท่านอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์สอนศิษย์เนื่องไปถึงระบอบประชาธิปไตย เน้นถึงความเป็นอิสระของศาล แต่เมื่อถึงเวลาท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านก็เสนอร่างกฎหมายให้รัฐมนตรีมีอำนาจโยกย้ายผู้พิพากษาได้ ซึ่งขัดกับหลักความอิสระของตุลาการ จึงถูกบรรดาศิษย์ไปต่อว่าต่อขานว่าคราวเป็นอาจารย์ท่านสอนอย่างหนึ่ง ครั้นมาเป็นรัฐมนตรีเหตุใดจึงปฏิบัติไปอีกอย่างหนึ่ง

            ท่านอาจารย์หลวงจำรูญเนติศาสตร์ก็ตอบว่า ก็ความคิดคนเรามันอยู่นิ่งเสียเมื่อไหร่ มันต้องพัฒนาไป เมื่อตอนฉันเป็นครูสอนกฎหมายความคิดฉันก็อย่างหนึ่ง เมื่อมาเป็นรัฐมนตรีความคิดก็พัฒนาไปอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็นกฎหมายโบว์ดำ

            วิชาหลักพื้นฐานอีกวิชาหนึ่งคือกฎหมายอาญา ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย เป็นอาจารย์ผู้สอน ท่านผู้นี้จบการศึกษาขั้นสูงสุดจากประเทศเยอรมัน จากมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เคยเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเป็นคนสำคัญในการวางหลักกฎหมายให้แก่ประเทศไทยในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง

            หลักกฎหมายอาญาก็คือหลักที่บุคคลได้รับสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จะไม่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยและไม่ถูกลงโทษทางอาญา เว้นแต่จะได้กระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดในขณะที่กระทำการนั้น และโทษที่จะลงแก่จำเลยจะต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายในขณะกระทำความผิด ถ้าหากภายหลังมีกฎหมายออกมาใหม่และเป็นคุณแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ก็ให้ผลย้อนหลังบังคับได้ แต่ถ้ากฎหมายที่ออกมาภายหลังเป็นโทษแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย จะนำโทษอันหนักนั้นมาใช้บังคับมิได้

            ภายใต้หลักดังกล่าว บุคคลจะกระทำความผิดก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด แม้มิได้กระทำโดยเจตนา หรือกระทำโดยประมาท ทั้งการกระทำนั้นจะต้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติด้วย

            คำว่าองค์ประกอบความผิดเป็นคำใหม่ของนักศึกษาหน้าใหม่อย่างพวกเรา ดังนั้นเมื่อจะทำการใดจึงมักจะล้อกันด้วยถ้อยคำว่าองค์ประกอบความผิด

            ท่านอาจารย์หยุด แสงอุทัย เป็นครูที่ใฝ่ในการสั่งสอนศิษย์เป็นยิ่งนัก ท่านเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าพบเพื่อปรึกษาหรือซักถามข้อสงสัยโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ถึงวันนี้วันเวลาผ่านมานานช้าแล้ว ผมก็ยังจำกิริยาอาการของท่านอาจารย์หยุดในขณะสอนได้ติดตา นั่นคือท่วงท่าการนัดยานัตถุ์ ซึ่งท่านอาจารย์หยุดติดยานัตถุ์มาตั้งแต่ครั้งที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมัน

            ก็ควรที่จะกล่าวด้วยว่าคนทั้งหลายมักจะเข้าใจผิดว่าประเทศจีนเป็นแหล่งสำคัญต้น ๆ ของกำเนิดยานัตถุ์ หรือมียานัตถุ์ที่ดีที่สุด ความจริงประเทศเยอรมันคือแหล่งรวมยานัตถุ์มาแต่โบราณกาลและเป็นแหล่งยานัตถุ์ชั้นเลิศของโลกที่มีราคาแพงที่สุดในโลกด้วย

            พระยาอรรถการีย์นิพนธ์และคุณหลวงสุทธิวาสนฤพุฒิ ท่านเป็นผู้ดีเต็มตัว สอนสั้น ๆ เนื้อๆ หลัก ๆ ไม่มีน้ำ และเป็นแบบเป็นแผน เข้มงวดกวดขัน แต่มีน้ำใจดีงามเอื้ออาทรต่อศิษย์ ทั้งสองท่านนี้นับเป็นขุนนางตงฉินของแผ่นดินมาแต่ก่อน และเป็นหลักชัยของประเทศทางนิติศาสตร์มาตลอดยุคสมัยแห่งเวลาอายุของท่าน

            ในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้เป็นเผด็จการแต่ได้อาศัยขุนนางที่มีฝีมือดี 3 คนเป็นหลักค้ำจุนการปกครองของประเทศ คนหนึ่งเป็นหลักทางกฎหมายและการปกครองคือพระยาอรรถการีย์นิพนธ์ คนหนึ่งคือนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นหลักทางเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศ อีกคนหนึ่งคือหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเป็นหลักทางการเมือง สังคมจิตวิทยา และมวลชน ซึ่งเป็นต้นความคิดคำขวัญและการแต่งบทเพลงปลุกใจมากหลายไว้ในแผ่นดิน

            การปกครองระบอบเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นการปกครองที่เด็ดขาด ชัดเจน รวดเร็ว ทันใจคน ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากก็เพราะได้อาศัยเสาหลักแผ่นดินของสามท่านนี้เป็นสำคัญ ต่างกันกับยุคสมัยหลังที่ใช้สอยแต่คนประจบสอพลอใกล้ชิด จึงทำให้การแผ่นดินวิปริตผันแปรและเป็นโทษต่อประเทศชาติและประชาชน

            วิชาหลักพื้นฐานอีกวิชาหนึ่งคือวิชานิติกรรมสัญญาและหนี้ ซึ่งแยกออกเป็นสองวิชา คือวิชานิติกรรมสัญญาวิชาหนึ่ง และวิชาหนี้อีกวิชาหนึ่ง โดยวิชานิติกรรมสัญญานั้นได้รวมเอาหลักกฎหมายแพ่งพาณิชย์ทั่วไปเข้าไว้ด้วย

            ศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเนติบัณฑิตอังกฤษเกียรตินิยมขั้นสูงสุดที่ได้รับเกียรติจารึกชื่อไว้เป็นเกียรติประวัติที่มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ และได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 เป็นกรณีพิเศษเนื่องในโอกาสที่สอบได้เกียรตินิยมลำดับสูงสุดดังกล่าว

            ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เคยเขียนตำราเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญาและได้ใช้เป็นคู่มือในการเรียนการสอนด้วย แต่ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ หุตสิงห์ อดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีเป็นผู้สอนวิชานี้ โดยที่ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เองกลับไปสอนในวิชาค้ำประกัน

            ส่วนวิชาหนี้นั้น ศาสตราจารย์กำธร พันธุลาภ ซึ่งเป็นเนติบัณฑิตจากอังกฤษเหมือนกัน เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และประธาน ปปป. เป็นผู้สอน

            วิชานิติกรรมสัญญาและหนี้เป็นวิชาพื้นฐานของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะกฎหมายแพ่งนั้นเป็นหลักว่าด้วยความสัมพันธ์ทางแพ่งระหว่างบุคคลที่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับให้และเป็นหลักทั่วไปที่นำไปใช้กับบทบัญญัติกฎหมายอื่น ๆ ทั้งหมด ยกเว้นแต่ที่บัญญัติไว้เฉพาะในเรื่องนั้น ๆ ส่วนกฎหมายพาณิชย์เป็นเรื่องของนิติกรรมสัญญาโดยตรงระหว่างบุคคลในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นแบบคู่สัญญาหรือพหุสัญญาก็ตาม

            ที่เรียกว่าคู่สัญญาคือเรื่องที่บุคคลสองคนได้ตกลงกระทำสัญญาต่อกัน เช่น การทำสัญญากู้ เป็นต้น และที่เรียกว่าพหุสัญญานั้นคือเรื่องที่บุคคลหลายคนตกลงกระทำการร่วมกันภายใต้ข้อตกลงที่มีผลบังคับเดียวกัน เช่น การจัดตั้งบริษัท เป็นต้น

            หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั่วไป หลักกฎหมายนิติกรรมสัญญาและหนี้ ยังครอบคลุมถึงหลักสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ของกฎหมายทั้งหมด ทั้งในเรื่องของคน เรื่องของเจตนา เรื่องความบกพร่องของเจตนา เรื่องผลของสัญญา การก่อหนี้ การบังคับชำระหนี้ สิทธิทั้งหลาย การโอนสิทธิ์ การรับช่วงสิทธิ์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั่วไปในกฎหมายทั้งหลาย เว้นแต่จะมีการบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในกฎหมายนั้น ๆ

            ในชีวิตการเรียนกฎหมายของผมนั้นถือว่าวิชาหนี้เป็นวิชาที่สำคัญมากที่สุด เพราะเป็นวิชาเดียวที่ผมสอบตก คือได้คะแนนไม่ถึง 50 คะแนนจาก 100 คะแนน แต่วิธีการเรียนการสอนในขณะนั้นเปิดโอกาสให้นักศึกษาสอบซ่อมได้หลังจากทราบผลสอบแล้ว

            แม้ผมจะเรียนหนังสือไม่เก่ง และไม่จัดอยู่ในกลุ่มของนักศึกษาที่เรียนเก่ง แต่ผมก็ไม่เคยสอบตกในวิชาใด ๆ เลย คงสอบตกแต่วิชาหนี้วิชาเดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นวิชาที่ฝังซึ้งตรึงใจผมเป็นอย่างดี และเป็นวิชาที่ผมตั้งใจมั่นว่าจะต้องทุ่มเทศึกษาทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งทุกแง่ทุกมุมตั้งแต่ขณะที่รู้ผลการสอบว่าสอบตก

            ผมทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ อ่านกฎหมายในบทบัญญัติเรื่องหนี้ทุกมาตรา ทุกวรรค ทุกตอน ทำความเข้าใจทุกตัวอักษร จนสิ้นความสงสัยใด ๆ และผลจากการนี้นี่เองจึงทำให้ผมมีความถนัดในคดีแพ่งเป็นอันมาก ก็ด้วยได้อาศัยพื้นฐานจากการสอบตกคราวนั้นที่เป็นเหตุให้ผมศึกษาทำความเข้าใจเรื่องหนี้เป็นอย่างดีที่สุด

            ก็ในชีวิตการทำงานของคนเรา จะมีเรื่องสักกี่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหนี้ เรื่องราวทั้งหมดในชีวิตคนเราส่วนใหญ่เกี่ยวกับหนี้ ไม่ว่าเป็นหนี้ประเภทที่ต้องกระทำการ หรือหนี้ประเภทที่ต้องงดเว้นกระทำการ หรือเป็นหนี้ประเภทที่ต้องชำระกันด้วยตัวเงินหรือสิ่งของ ดังนั้นสำหรับนักกฎหมายแล้วย่อมกล่าวได้ว่าใครรู้และเข้าใจในเรื่องหนี้ได้ถ่องแท้ คนนั้นย่อมได้เปรียบในการประกอบและใช้วิชาชีพกฎหมาย

            แต่ในขณะเดียวกันก็ย่อมกล่าวได้ด้วยว่าใครรู้และเข้าใจเรื่องหลักทั่วไปและนิติกรรมสัญญาได้ถ่องแท้ คนนั้นย่อมได้เปรียบในการใช้กฎหมาย เหมือนกับผู้ที่เจนจบแม่ไม้มวยก็ย่อมสามารถใช้แม่ไม้และลูกไม้ได้อย่างครบครันฉะนั้น

            ส่วนหลวงสุทธิมนต์นฤนาถนั้นท่านชอบดื่มสุรา และคุ้นเคยใกล้ชิดกับนักศึกษา บางครั้งนักศึกษาก็ชวนท่านไปดื่มสุรา โดยเฉพาะเวลาใกล้สอบ บางคนก็ถือโอกาสถามข้อสอบ ท่านอาจารย์หลวงสุทธิมนต์นฤนาถก็บอกข้อสอบให้ แต่เวลาสอบจริงข้อสอบกลายเป็นคนละเรื่องไป พอถูกต่อว่าต่อขานท่านอาจารย์ก็บอกว่าก็ที่บอกข้อสอบไปนั้นฉันไม่ได้บอก เพราะสุราต่างหากเป็นผู้บอก จะมาว่าฉันไม่ได้ ต้องไปว่ากับสุราโน่น

            ท่านอาจารย์หลวงชำนาญเนติศาสตร์เป็นคนมีน้ำใจดี และไม่ตระหนี่คะแนน ดังนั้นในวิชากฎหมายครอบครัวที่อาจารย์หลวงชำนาญเนติศาสตร์เป็นผู้สอน จึงแทบไม่มีใครสอบตก และมีแต่คนสอบได้คะแนนดีทั้งนั้น ผมเองสอบวิชานี้ได้ถึง 98 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

            แตกต่างกับท่านอาจารย์หลวงสาระนัยประสาธน์ ซึ่งสอนวิชากฎหมายล้มละลาย ในบางปีก่อนหน้าที่ผมจะเข้าเรียน นักศึกษารุ่นพี่ ๆ สอบตกยกชั้นกันเป็นประจำ แต่ละปีมีผู้สอบกฎหมายล้มละลายได้ไม่กี่คนเท่านั้น

            อาจารย์หลวงสาระนัยประสาธน์ได้ชื่อว่าเค็มและเข้มคะแนน คือถ้าผิดธงเป็นอันตก ถูกธงแต่เหตุผลไม่ดีก็ตกหรือเกือบตก ถ้าถูกธงและเหตุผลดีก็ได้ไม่เกิน 70 คะแนน ในบางปีมีข่าวเล่าลือกันว่านักศึกษาหลายคนที่เรียนซ้ำขึ้นปีที่แปดแล้วยังตกกฎหมายล้มละลายอยู่ ได้ไปกราบเรียนท่านอาจารย์ว่าขอให้ช่วยผ่อนปรนเพราะสอบตกมาหลายปีแล้ว คำตอบก็คือสอบตกอีกสักปีหนึ่งก็ไม่เห็นเป็นไร และถ้าใครไปหาบอกกล่าวลักษณะนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าจะต้องสอบตกทุกคน เพราะอาจารย์หลวงสาระนัยประสาธน์นั้นท่านถือว่านักกฎหมายไม่ควรจะเป็นนักวิ่งเต้น เมื่อวิ่งเต้นก็ไม่ควรเป็นนักกฎหมาย จึงเอาเป็นตกไปเลย

            นอกจากนั้นก็ต้องเรียนวิชาพื้นฐานทางภาษาอีกด้วยคือวิชาภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาอังกฤษในวิชาชีพกฎหมาย ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะและมีความหมายเฉพาะด้วย 

            การเรียนในชั้นปีที่ 3 หรือการเรียนกฎหมายปีที่ 2 จะเป็นการเรียนกฎหมายหลายเรื่อง และวิชาการใช้กฎหมายเป็นหลัก หรือที่เรียกกันว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความ เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

            ส่วนชั้นปีที่ 4 หรือการเรียนกฎหมายปีที่ 3 จะเป็นการเรียนกฎหมายเฉพาะ เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายล้มละลาย เป็นต้น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘