ตอนที่ 58. สมเด็จโตรักษาโรคหัวใจ
ปีพุทธศักราช 2510 เป็นปีที่สองที่ผมได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้เข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์โดยตรง แต่ความเคยชินในการดำเนินชีวิตช่วงนั้นยังคงสืบทอดต่อเนื่องมาจากปีก่อน
กลางวันผมก็ไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย ขากลับก็แวะเล่นหมากฮอส หมาก รุก กว่าจะกลับเข้าบ้านบางครั้งก็ค่ำมืดดึกดื่นค่อนคืน ตกเสาร์อาทิตย์มนูญผมกลับมาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็พากันไปเที่ยวเตร่เฮฮากับไสยวิทย์และศิริศักดิ์
ความเป็นไปในชีวิตผมนั้นไม่เท่าไหร่ แต่การที่มนูญผลพาลมาติดเที่ยวเตร่เฮฮากับผมและเพื่อน ๆ ทำให้ไม่ต้องใจของคุณแม่ของมนูญผล รวมทั้งน้า ๆ ด้วย ดังนั้นผมจึงมักถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ผมก็ถือเสียว่าแม่เพื่อน น้าเพื่อน ก็เหมือนแม่ตัว น้าตัว จึงได้วางใจเป็นปกติอยู่
เพราะเหตุดังกล่าวนั้นทั้งแม่และน้าของมนูญผลจึงไม่ได้ใส่ใจใด ๆ ในการที่ผมกินอยู่ที่บ้าน เวลากินผมก็หากินเอง มีอะไรในครัวก็หามากิน หากไม่มีหรือกลับดึกค่ำมืดผมก็หากินข้างนอก เสื้อผ้าผมก็ซักเอง ซักไปก็ร้องเพลงไป ทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจอีกอย่างหนึ่ง และเพื่อไม่ให้ยุ่งยากมากนักผมจึงไม่รีดเสื้อผ้า ถือเสียว่าเป็นของนอกกาย จึงทำให้สบายขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง
ที่หลับที่นอนผมก็จัดการเองทั้งหมด ห้องนอนของผมแม้ไม่ได้ปิดประตูแต่ก็ไม่มีใครมาดูแล ผมต้องปัดกวาดทำความสะอาดเอง
ตรงบริเวณทางเข้าประตูห้องนอนด้านซ้ายมือระดับเพียงตา ผมทำหิ้งพระตั้งรูปเจ้าประคุณสมเด็จ และรูปพระอาจารย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งเข้ามากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ เวลาจะไปไหนมาไหนผมก็จะกราบไหว้บอกกล่าวทุกครั้ง ถึงวันอุโบสถหรือวันปวารณาผมก็มักจะสวดมนต์ ทำสมาธิตามที่เคยมาแต่ก่อน
ดังนั้นระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลาอยู่บ้านผมก็เหมือนกับอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็มีความรู้สึกลึก ๆ ในใจว่าไม่มีความโดดเดี่ยวเดียวดายเพราะในใจนั้นรู้สึกว่ายังอยู่ใกล้เจ้าประคุณสมเด็จ อยู่ใกล้พระอาจารย์ รู้สึกนึกคิดอย่างไรก็เหมือนกับว่ากราบเรียนปรึกษาหารือกันได้
อันชีวิตของคนเราจะโดดเดี่ยวเดียวดายหรือไม่ แท้จริงแล้วในส่วนร่างกายก็เป็นเพียงส่วนเดียว สำคัญกว่านั้นอยู่ที่ใจ หากใจไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเสียแล้วก็จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเลย เพราะความรู้สึกที่โดดเดี่ยวเดียวดายนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจ แม้โดดเดี่ยวทางร่างกายเพราะไกลญาติพี่น้องเพื่อนพ้องทั้งปวงแล้ว แต่ถ้าไม่โดดเดี่ยวทางจิตใจก็จะมีความอบอุ่นทางจิตใจ และมีความเป็นอยู่ที่ผาสุกเสมอ
เพราะเหตุนี้ในพระพุทธศาสนาจึงอบรมสั่งสอนชาวพุทธให้ฝึกฝนอบรมจิตใจเป็นสำคัญ และการอบรมจิตใจนี้ก็คือเนื้อตัวที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นแล้วเป็นเปลือกเป็นกะพี้ทั้งสิ้น เพราะการบรรลุถึงมรรคผลนิพพานไม่ใช่การเดินทางที่ไปถึงด้วยกาย ไม่อาจตีตั๋วรถเมล์ รถไฟ หรือยานพาหนะใด ๆ ไปได้เลย หากไปถึงได้ก็ด้วยจิตที่ได้รับการอบรมบ่มเพาะจนบรรลุภูมิธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนาแล้วเท่านั้น แม้ทุกข์ก็เกิดและดับที่จิต วิชชาทั้ง 8 ในพระศาสนาจักสำเร็จได้ก็ด้วยจิต การกระทำอิทธิ ฤทธิ์ และปาฏิหาริย์ได้ก็ด้วยจิตทั้งสิ้น นามกาย ทิพย์กาย และธรรมกาย ก็เป็นเรื่องของจิตทั้งหมด นั่นเป็นเรื่องของภูมิธรรมขั้นสูง แต่ในขั้นของชาวบ้านก็สามารถประพฤติปฏิบัติฝึกฝนอบรมได้ตามอัชฌาสัยของแต่ละคน ฝึกฝนอบรมได้เท่าใดก็ได้รับผลเท่านั้น เป็นผลที่เกิดกับตัวเอง จะซื้อหาหรือให้คนอื่นทำแทนไม่ได้
วันหนึ่งในปีนั้นผมกลับจากมหาวิทยาลัยเร็วกว่าปกติ มาถึงบ้านเวลาราวบ่ายสามโมง พอเปิดประตูหน้าบ้านเท่านั้นก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้ก็ตกใจ จึงรีบวิ่งขึ้นไปดู พอถึงหน้าประตูห้องเห็นคุณแม่ของมนูญผลนอนหงายอยู่กับพื้นในลักษณะแผ่หราแน่นิ่ง หน้าซีดเผือด น้าทั้งสองคนร้องไห้ในขณะที่มือก็นวดเฟ้น แล้วบอกว่าแม่เสียแล้ว
ผมได้ยินดังนั้นก็ยิ่งตกใจ ไม่ทันถอดรองเท้าก็ก้าวขึ้นไปบนห้องซึ่งเป็นห้องรับรองด้านหน้า ใช้มืออังที่ริมจมูกเพื่อจะรู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ เพราะสังเกตดูบริเวณทรวงอกไม่กระเพื่อมไหวเลย ปรากฏว่าแทบไม่รู้สึกว่ายังมีลมหายใจอยู่ จึงจับดูที่ชีพจรก็พบว่าชีพจรยังเต้นแต่ช้าและเบาหวิวมาก
ผมรู้ว่าถึงแม่ยังไม่ตาย แต่ชีวิตแม่คงอยู่ในอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราช และกำลังก้าวสู่ประตูแห่งความตายเป็นแท้แล้ว เพราะผมเคยเห็นอาการของคนใกล้ตายตั้งแต่ครั้งที่อยู่บ้านนอกมาหลายรายแล้ว คนบ้านผมนั้นเวลาป่วยไข้อาการมาก ญาติก็รักที่จะรักษาพยาบาลอยู่ที่บ้าน หรือถ้าหากคนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่พอรู้ว่าอาการมากญาติก็จะรีบนำกลับมาบ้านเพื่อให้คนไข้มีความอุ่นใจ
ญาติพี่น้องจึงได้มีโอกาสเฝ้าไข้อย่างใกล้ชิด และบางครั้งญาติ ๆ ก็จะนิมนต์พระมาสวดจำเริญอายุให้กับคนไข้ นัยว่าเพื่อเป็นการต่ออายุให้คนไข้นั้นได้สร่างหายคลายจากโรคภัยไข้เจ็บ
ความจริงที่เรียกว่าการสวดจำเริญอายุนั้นก็คือการนิมนต์พระมาสวดพระปริตรบทสำคัญบทหนึ่งที่เรียกว่าโพชฌงคปริตร ประกอบกับพระปริตรอื่น ๆ ตลอดจนบทพระคาถาสำคัญอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในถิ่นนั้น ๆ
โพชฌงคปริตรเป็นบทสวดที่เชื่อถือกันมาว่าเป็นการเจริญอายุ ทำให้อายุยืน ทำให้หายจากความป่วยไข้ เพราะเรื่องราวมีมาแต่พุทธกาล คือสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประชวรมีพระอาการมาก ทรงโปรดให้พระสาวกสวดโพชฌงค์ถวาย ครั้นได้ทรงสดับโพชฌงค์แล้วพระอาการประชวรนั้นก็หาย
จึงเป็นแบบอย่างของการสวดโพชฌงค์มาตั้งแต่บัดนั้น โดยในครั้งโพธิกาลหลังจากเหตุการณ์ครานั้นแล้ว ยามใดที่พระสาวกป่วยหนัก พระบรมศาสดาเองบ้าง หรือพระสาวกด้วยกันเองบ้างก็จะสวดโพชฌงค์ถวาย และอาการป่วยไข้ก็หาย
เพราะเหตุนี้หลังจากโพธิกาลเป็นต้นมา จึงเป็นที่เชื่อถือปฏิบัติของชาวพุทธทั่วโลกว่าโพชฌงคปริตรเป็นพระปริตรที่สวดแล้วจะสามารถรักษาอาการป่วยไข้ให้หายและทำให้อายุยืน ดังนั้นจึงเกิดธรรมเนียมสวดเจริญอายุให้กับคนไข้ใกล้ตายมาจนถึงบัดนี้
ความจริงโพชฌงคปริตรนั้น ถึงแม้จะถือว่าเป็นธรรมโอสถอันวิเศษ แต่ก็ไม่สามารถทำให้คนพ้นจากความตายไปได้ ทุกชีวิตเกิดมาแล้วย่อมต้องตาย ไม่อาจล่วงพ้นไปได้เลย โพชฌงคปริตรจึงมีความศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ยังไม่ถึงเวลาตาย และสำหรับผู้ที่มีภูมิธรรมขั้นสูง ใช้ยืดอายุเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จก่อน จึงสามารถขยายเวลาแห่งความตายออกไปได้ตามควรแก่เหตุและปัจจัย
โพชฌงค์เป็นองค์ธรรมแห่งความตรัสรู้ ประกอบด้วยองค์เจ็ดประการคือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปิติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะเป็นองค์ธรรมอันเป็นเครื่องมือแห่งความหลุดพ้นหรือเป็นยานสำหรับข้ามแดนโลกียะมิติไปสู่วิมุตตะมิติ ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ ครั้นได้สดับโพชฌงค์แล้ว จิตก็จะโน้มนำไปสู่ความตั้งมั่น ไปสู่ความบริสุทธิ์ และมีพละกำลังอันควรแก่การทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของจิต จึงประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์
จิตเช่นนั้นเมื่อมีความปรารถนาและโน้มจิตไปให้ความป่วยไข้สร่างหายก็จะมีอานุภาพที่จะทำให้ความป่วยไข้นั้นสร่างหายได้จริง ดังนั้นโพชฌงค์จะสัมฤทธิ์ผลได้จริงก็ต้องประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างหนึ่ง และสามารถปฏิบัติให้ถึงขั้นที่สามารถรับอานิสงส์ธรรมดาธรรมชาติแห่งโพชฌงค์นั้นอีกอย่างหนึ่ง
ในวัยเด็กของผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมคนป่วยไข้อาการมากเป็นเนืองนิตย์ บ้างก็เป็นการติดตามก๋งหรือยายหรือไม่ก็ติดตามแม่ไปเยี่ยมญาติหรือเพื่อนบ้านที่ป่วยไข้ จึงมีโอกาสเห็นคนใกล้ตายหลายครั้งและจำหมายได้ว่าคนเรายามใกล้จะตายนั้นมีอาการอย่างไร
ดังนั้นเมื่อจับชีพจรและเห็นแม่ของมนูญผลอยู่ในอาการของคนใกล้ตายที่สุดแล้ว ผมก็ยิ่งตกใจ แต่ก็ไม่รู้ที่จะทำประการใด ทันใดนั้นก็นึกรู้ขึ้นมาว่ามีเจ้าประคุณสมเด็จอยู่ใกล้ ๆ ผมจึงยกมือขึ้นไหว้บอกกล่าวเจ้าประคุณสมเด็จขอให้ช่วยเหลือยื้อเอาชีวิตแม่กลับออกมาจากอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราชด้วย
ในพลันนั้นก็เกิดความรู้สึกบังคับตนเองให้ถอดสร้อยคอพระสมเด็จออกไปคล้องไว้ที่คอของแม่ แล้วผมก็ทำสมาธิ ภาวนาพระคาถาชินบัญชร ในขณะที่มือกุมอยู่ที่ข้อมือของแม่ตรงชีพจร
ในขณะนั้นผมรู้สึกว่าจิตใจมั่นคงหนักแน่นเหลือประมาณนัก ความตื่นตระหนกตกใจที่เห็นแม่อยู่ในอาการและสภาพเช่นนั้นไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อยนิด สมาธิจิตรวมตั้งมั่นได้อย่างรวดเร็วจนสามารถภาวนาพระคาถาชินบัญชรได้อย่างลื่นไหลไม่ติดขัด
ในจิตใจรู้สึกสงบ สว่าง และว่างเปล่าอย่างยิ่ง แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรเลื่อนไหลผ่านมือไปที่ชีพจรของแม่ ราวกับว่าจะเป็นคลื่นอะไรสักอย่างหนึ่ง
น้าทั้งสองเห็นผมทำการเช่นนั้นก็คงเข้าใจว่ากำลังหาวิธีช่วยชีวิตแม่ จึงพากันสงบนิ่งแล้วพนมมือ ผมก็ภาวนาพระคาถาชินบัญชรไปโดยลำดับ พอจบเที่ยวแรกก็ภาวนาเที่ยวที่สอง ในพลันนั้นก็ได้ยินเสียงน้าศรีร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่าแม่ฟื้นแล้ว
ผมได้ยินเป็นเสียงแว่ว ๆ แต่ก็ไม่ละจิตถอนออกจากสมาธิ ยังคงภาวนาพระคาถาชินบัญชรต่อไปเพราะได้ตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะภาวนาให้ครบ 3 จบ
น้าศรีร้องอุทานครั้งเดียวเท่านั้น คงจะรู้สึกตัวว่าจะเป็นการรบกวนการภาวนาของผม ดังนั้นความสงบเงียบจึงกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งผมภาวนาครบ 3 จบ ก็ได้ยินเสียงแม่พลิกตัวจึงลืมตาขึ้น
ก็เห็นแม่ลืมตาเช่นเดียวกัน คำแรกที่ได้ยินจากปากแม่คือคำถามว่าหลวงปู่ไปไหนแล้ว เพราะแม่ได้หันหน้าทั้งด้านซ้าย ด้านขวา ก็ไม่เห็นมีพระสงฆ์รูปใดอยู่ในที่นั้นเลย
น้าศรีพูดถามแม่ในขณะนั้นว่าเมื่อครู่นี้พี่ยกมือไหว้พระ เห็นพระอะไรหรือ เพราะน้าศรีนั้นเป็นลูกผู้น้องของแม่ เวลาเรียกแม่ก็เรียกพี่ แม่ก็ตอบว่าก็เมื่อครู่นี้มีพระแก่ ๆ จีวรคล้ำ ๆ รูปหนึ่งมาเป่าที่กระหม่อมแม่ แม่จึงรู้สึกตัว และยังเห็นพระรูปนั้นนั่งอยู่อีกครู่หนึ่ง
ผมได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกซาบซ่านทั้งตัวด้วยความปิติยินดี ประการหนึ่งดีใจที่แม่ฟื้น และเห็นทุกคนดีใจที่แม่ฟื้น อีกประการหนึ่งก็รู้ว่าเหตุมีมาเช่นนั้นก็ด้วยอำนาจแห่งพระคาถาชินบัญชร และความบริสุทธิ์ตั้งมั่นของจิตที่คิดช่วยชีวิตแม่ในยามฉุกละหุก เกิดเป็นพลังของสมาธิแผ่รับบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จมาช่วยชีวิตแม่ จนเกิดเป็นนิมิตกับจิตแม่เช่นนั้น
แม่ยังคงเหลียวหน้าไปมาทั้ง ๆ ที่นอนอยู่กับพื้น เหมือนกับมองหาใครสักคนหนึ่งซึ่งเข้าใจได้ว่าแม่คงมองหาพระแก่ ๆ รูปนั้น เพราะในความรู้สึกของแม่ แม่เห็นและแม่รู้สึกจนเชื่อว่าเป็นความจริงว่ามีพระสงฆ์แก่ ๆ ห่มจีวรสีคล้ำมาเป่ากระหม่อมแม่ในขณะที่ไม่มีสติสมประดี จนกระทั่งรู้สึกตัวและฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
โอ! เจ้าประคุณสมเด็จแม้ดับขันธ์ไปร้อยกว่าปีแล้ว แต่บารมีและความศักดิ์สิทธิ์ยังเปี่ยมล้นนัก คราคับขันที่ชีวิตแม่อยู่ในเอื้อมหัตถ์แห่งมฤตยูเช่นนี้ก็สามารถแผ่บารมีชิงเอาวิญญาณแม่กลับคืนมาจากอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราชได้
มาถึงวันนี้เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นก็สำคัญว่าเหตุที่เกิดกับแม่น่าจะเกิดแต่อาการหัวใจวาย เพราะแม่เป็นโรคหัวใจ และไม่สบายด้วยโรคหัวใจตลอดมา แต่ก็แปลกประหลาดนักเพราะหลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วอาการโรคหัวใจของแม่ก็ดูเหมือนหายไปเฉย ๆ จนกระทั่งล่วงมาถึงปีพุทธศักราช 2548 โรคหัวใจก็ไม่ได้กล้ำกรายมาเยือนแม่อีกเลย คงมีแต่ความแก่และความเจ็บเพราะเหตุชราที่นับว่าเป็นทูตแห่งมรณะเท่านั้นที่มาเยือนโดยธรรมดาธรรมชาติ
หลังจากวันนั้นแล้วแม่ก็เป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คือทั้งแม่และน้าให้ความเมตตา ให้ความรัก และให้ความเกื้อกูลแก่ผมมากกว่าที่เคยเป็นมาแต่ก่อน
ยามจะกินทั้งแม่และน้าก็จัดหาข้าวปลามาให้กิน บางวันเสื้อผ้าที่ผมรอซักก็มีคนเอาไปซักรีดให้ นับเป็นครั้งแรกที่ผมมาอยู่บ้านมนูญผลแล้วได้ใส่เสื้อผ้าที่รีด บางทีมีขนมหรือผลไม้ทั้งแม่และน้าก็จัดวางไว้ที่ห้องครัวหลังบ้าน
นี่ก็คืออานิสงส์ของบารมีในเจ้าประคุณสมเด็จที่ได้แผ่มาถึงศิษย์ผู้ยากในยามนั้น
หลังจากนั้นไม่กี่วันผมกลับจากมหาวิทยาลัยราว ๆ บ่ายสามโมงอีกครั้งหนึ่ง วันนี้แม่นั่งรออยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พอเห็นผมเดินเข้าซอยมาแม่ก็มาคอยที่ประตู! พอผมก้าวเข้าประตูแม่ก็เข้ามาจูงมือผมและบอกว่ามาดูนี่ ผมก็ประหลาดใจว่าแม่จะชวนไปดูอะไรกันแน่
แม่จูงผมไปที่ห้องนอนผมนั่นแหละ พอเข้าประตูห้องนอนแม่ก็ชี้ไปที่รูปเจ้าประคุณสมเด็จ แล้วบอกว่าพระแก่ๆ องค์ที่มาช่วยชีวิตแม่วันนั้นก็คือพระรูปนี้แหละ แม่พูดด้วยเสียงที่ละล่ำละลักด้วยความตื่นเต้นยินดีเป็นที่ยิ่ง ทำเอาผมขนลุกซู่ชูชัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่มีสิ่งอื่นใดและใครไหนนอกจากเจ้าประคุณสมเด็จที่ได้แผ่บารมีมาช่วยชีวิตแม่
ทั้งแม่และผมประนมมือไหว้เจ้าประคุณสมเด็จพร้อมกันราวกับนัดหมายกันไว้ ผมสังเกตสีหน้าเจ้าประคุณสมเด็จในรูปก็เห็นว่ามีลักษณะอมยิ้มด้วยความยินดีอยู่เหมือนกัน
อันการเห็นรูปแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้รูปของโมนาลิซ่าเลื่องชื่อลือชาไปทั่วโลกนั้นเป็นฝีมือของศิลปินผู้วาดภาพ แต่อารมณ์ความรู้สึกที่ปรากฏจากสีหน้าเจ้าประคุณสมเด็จในรูปถ่ายนั้นย่อมไม่ใช่ฝีมือช่างภาพ หากเป็นนิมิตที่ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกกับจิต ซึ่งใคร ๆ ก็อาจสัมผัสได้หากมีความศรัทธามั่น มีจิตที่เป็นสมาธิพอประมาณ
แม่บอกว่าพระรูปนี้ศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยชีวิตแม่ไว้ อยากจะทำบุญถวายสักครั้งหนึ่ง ผมก็บอกว่าดีเหมือนกัน หลังจากนั้นไม่กี่วันเป็นวันเสาร์ มนูญผลกลับมาบ้าน แม่ก็จัดงานทำบุญเลี้ยงพระอุทิศถวายเจ้าประคุณ ผมก็พลอยได้ผลบุญและอิ่มใจตามไปด้วย
หลังจากวันนั้นแล้วบนหิ้งพระน้อย ๆ ในห้องใต้ถุนที่ผมอยู่ก็มีแจกันดอกไม้มาวางถวายทุกวัน ทั้งแม่และน้ามีความศรัทธานับถือเจ้าประคุณสมเด็จ จากการสัมผัสและประสบด้วยตนเอง หิ้งพระผมจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านไปโดยปริยาย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมระลึกถึงลุงต๋อมซึ่งเป็นผู้มอบพระสมเด็จให้กับผม และเกิดความเชื่อมั่นว่าพระสมเด็จที่ลุงต๋อมให้มาคล้องคออยู่นั้นเป็นพระสมเด็จแท้แน่นอน จึงสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์สมดังคำร่ำลือได้ปานนี้
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ วันหนึ่งผมอาบน้ำก็ได้ถอดสร้อยคอที่แขวนพระสมเด็จไว้ที่โต๊ะหนังสือ ครั้นอาบน้ำเสร็จก็จะเอาพระขึ้นแขวนคอ แต่พลาดท่าไหนก็ไม่รู้สร้อยคอพลัดจากมือตกลงที่พื้น พระสมเด็จแตกสลายกลายเป็นพระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ทั้งองค์ ทั้ง ๆ ที่ภายนอกเคยเห็นเป็นพระเก่าแก่
ผมจึงรู้ได้ในบัดนั้นว่าพระสมเด็จที่ลุงต๋อมให้มาหาใช่พระสมเด็จของวัดระฆังแท้แต่ประการใดไม่ หากเป็นของปลอมที่ทำขึ้นมาใหม่ให้ดูเหมือนเก่า
จึงทำให้เข้าใจได้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ของพระสมเด็จวัดระฆังนั้นเป็นดังที่เจ้าประคุณสมเด็จเคยถวายพระพรตอบกระแสพระราชดำรัสถามของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าพระสมเด็จวัดระฆังมีความศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธานุภาพด้วยพระคาถาชินบัญชร
ดังนั้นบรรดาผู้ที่นับถือบูชาเจ้าประคุณสมเด็จและพระสมเด็จวัดระฆังจึงพึงรู้พึงเข้าใจว่าถ้าหากมีความศรัทธามั่น นับถือบูชาเจ้าประคุณสมเด็จ และพระสมเด็จมั่นคงจริงแท้แล้ว ถึงแม้จะเป็นพระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ หากได้บูชาสวดพระคาถาชินบัญชรเป็นประจำแล้ว พระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์นั้นก็จะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เป็นพระสมเด็จวัดระฆังแท้ได้เหมือนกัน.
กลางวันผมก็ไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย ขากลับก็แวะเล่นหมากฮอส หมาก รุก กว่าจะกลับเข้าบ้านบางครั้งก็ค่ำมืดดึกดื่นค่อนคืน ตกเสาร์อาทิตย์มนูญผมกลับมาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็พากันไปเที่ยวเตร่เฮฮากับไสยวิทย์และศิริศักดิ์
ความเป็นไปในชีวิตผมนั้นไม่เท่าไหร่ แต่การที่มนูญผลพาลมาติดเที่ยวเตร่เฮฮากับผมและเพื่อน ๆ ทำให้ไม่ต้องใจของคุณแม่ของมนูญผล รวมทั้งน้า ๆ ด้วย ดังนั้นผมจึงมักถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ผมก็ถือเสียว่าแม่เพื่อน น้าเพื่อน ก็เหมือนแม่ตัว น้าตัว จึงได้วางใจเป็นปกติอยู่
เพราะเหตุดังกล่าวนั้นทั้งแม่และน้าของมนูญผลจึงไม่ได้ใส่ใจใด ๆ ในการที่ผมกินอยู่ที่บ้าน เวลากินผมก็หากินเอง มีอะไรในครัวก็หามากิน หากไม่มีหรือกลับดึกค่ำมืดผมก็หากินข้างนอก เสื้อผ้าผมก็ซักเอง ซักไปก็ร้องเพลงไป ทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจอีกอย่างหนึ่ง และเพื่อไม่ให้ยุ่งยากมากนักผมจึงไม่รีดเสื้อผ้า ถือเสียว่าเป็นของนอกกาย จึงทำให้สบายขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง
ที่หลับที่นอนผมก็จัดการเองทั้งหมด ห้องนอนของผมแม้ไม่ได้ปิดประตูแต่ก็ไม่มีใครมาดูแล ผมต้องปัดกวาดทำความสะอาดเอง
ตรงบริเวณทางเข้าประตูห้องนอนด้านซ้ายมือระดับเพียงตา ผมทำหิ้งพระตั้งรูปเจ้าประคุณสมเด็จ และรูปพระอาจารย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งเข้ามากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ เวลาจะไปไหนมาไหนผมก็จะกราบไหว้บอกกล่าวทุกครั้ง ถึงวันอุโบสถหรือวันปวารณาผมก็มักจะสวดมนต์ ทำสมาธิตามที่เคยมาแต่ก่อน
ดังนั้นระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลาอยู่บ้านผมก็เหมือนกับอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็มีความรู้สึกลึก ๆ ในใจว่าไม่มีความโดดเดี่ยวเดียวดายเพราะในใจนั้นรู้สึกว่ายังอยู่ใกล้เจ้าประคุณสมเด็จ อยู่ใกล้พระอาจารย์ รู้สึกนึกคิดอย่างไรก็เหมือนกับว่ากราบเรียนปรึกษาหารือกันได้
อันชีวิตของคนเราจะโดดเดี่ยวเดียวดายหรือไม่ แท้จริงแล้วในส่วนร่างกายก็เป็นเพียงส่วนเดียว สำคัญกว่านั้นอยู่ที่ใจ หากใจไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเสียแล้วก็จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเลย เพราะความรู้สึกที่โดดเดี่ยวเดียวดายนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจ แม้โดดเดี่ยวทางร่างกายเพราะไกลญาติพี่น้องเพื่อนพ้องทั้งปวงแล้ว แต่ถ้าไม่โดดเดี่ยวทางจิตใจก็จะมีความอบอุ่นทางจิตใจ และมีความเป็นอยู่ที่ผาสุกเสมอ
เพราะเหตุนี้ในพระพุทธศาสนาจึงอบรมสั่งสอนชาวพุทธให้ฝึกฝนอบรมจิตใจเป็นสำคัญ และการอบรมจิตใจนี้ก็คือเนื้อตัวที่แท้จริงของพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นแล้วเป็นเปลือกเป็นกะพี้ทั้งสิ้น เพราะการบรรลุถึงมรรคผลนิพพานไม่ใช่การเดินทางที่ไปถึงด้วยกาย ไม่อาจตีตั๋วรถเมล์ รถไฟ หรือยานพาหนะใด ๆ ไปได้เลย หากไปถึงได้ก็ด้วยจิตที่ได้รับการอบรมบ่มเพาะจนบรรลุภูมิธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนาแล้วเท่านั้น แม้ทุกข์ก็เกิดและดับที่จิต วิชชาทั้ง 8 ในพระศาสนาจักสำเร็จได้ก็ด้วยจิต การกระทำอิทธิ ฤทธิ์ และปาฏิหาริย์ได้ก็ด้วยจิตทั้งสิ้น นามกาย ทิพย์กาย และธรรมกาย ก็เป็นเรื่องของจิตทั้งหมด นั่นเป็นเรื่องของภูมิธรรมขั้นสูง แต่ในขั้นของชาวบ้านก็สามารถประพฤติปฏิบัติฝึกฝนอบรมได้ตามอัชฌาสัยของแต่ละคน ฝึกฝนอบรมได้เท่าใดก็ได้รับผลเท่านั้น เป็นผลที่เกิดกับตัวเอง จะซื้อหาหรือให้คนอื่นทำแทนไม่ได้
วันหนึ่งในปีนั้นผมกลับจากมหาวิทยาลัยเร็วกว่าปกติ มาถึงบ้านเวลาราวบ่ายสามโมง พอเปิดประตูหน้าบ้านเท่านั้นก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้ก็ตกใจ จึงรีบวิ่งขึ้นไปดู พอถึงหน้าประตูห้องเห็นคุณแม่ของมนูญผลนอนหงายอยู่กับพื้นในลักษณะแผ่หราแน่นิ่ง หน้าซีดเผือด น้าทั้งสองคนร้องไห้ในขณะที่มือก็นวดเฟ้น แล้วบอกว่าแม่เสียแล้ว
ผมได้ยินดังนั้นก็ยิ่งตกใจ ไม่ทันถอดรองเท้าก็ก้าวขึ้นไปบนห้องซึ่งเป็นห้องรับรองด้านหน้า ใช้มืออังที่ริมจมูกเพื่อจะรู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ เพราะสังเกตดูบริเวณทรวงอกไม่กระเพื่อมไหวเลย ปรากฏว่าแทบไม่รู้สึกว่ายังมีลมหายใจอยู่ จึงจับดูที่ชีพจรก็พบว่าชีพจรยังเต้นแต่ช้าและเบาหวิวมาก
ผมรู้ว่าถึงแม่ยังไม่ตาย แต่ชีวิตแม่คงอยู่ในอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราช และกำลังก้าวสู่ประตูแห่งความตายเป็นแท้แล้ว เพราะผมเคยเห็นอาการของคนใกล้ตายตั้งแต่ครั้งที่อยู่บ้านนอกมาหลายรายแล้ว คนบ้านผมนั้นเวลาป่วยไข้อาการมาก ญาติก็รักที่จะรักษาพยาบาลอยู่ที่บ้าน หรือถ้าหากคนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่พอรู้ว่าอาการมากญาติก็จะรีบนำกลับมาบ้านเพื่อให้คนไข้มีความอุ่นใจ
ญาติพี่น้องจึงได้มีโอกาสเฝ้าไข้อย่างใกล้ชิด และบางครั้งญาติ ๆ ก็จะนิมนต์พระมาสวดจำเริญอายุให้กับคนไข้ นัยว่าเพื่อเป็นการต่ออายุให้คนไข้นั้นได้สร่างหายคลายจากโรคภัยไข้เจ็บ
ความจริงที่เรียกว่าการสวดจำเริญอายุนั้นก็คือการนิมนต์พระมาสวดพระปริตรบทสำคัญบทหนึ่งที่เรียกว่าโพชฌงคปริตร ประกอบกับพระปริตรอื่น ๆ ตลอดจนบทพระคาถาสำคัญอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในถิ่นนั้น ๆ
โพชฌงคปริตรเป็นบทสวดที่เชื่อถือกันมาว่าเป็นการเจริญอายุ ทำให้อายุยืน ทำให้หายจากความป่วยไข้ เพราะเรื่องราวมีมาแต่พุทธกาล คือสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประชวรมีพระอาการมาก ทรงโปรดให้พระสาวกสวดโพชฌงค์ถวาย ครั้นได้ทรงสดับโพชฌงค์แล้วพระอาการประชวรนั้นก็หาย
จึงเป็นแบบอย่างของการสวดโพชฌงค์มาตั้งแต่บัดนั้น โดยในครั้งโพธิกาลหลังจากเหตุการณ์ครานั้นแล้ว ยามใดที่พระสาวกป่วยหนัก พระบรมศาสดาเองบ้าง หรือพระสาวกด้วยกันเองบ้างก็จะสวดโพชฌงค์ถวาย และอาการป่วยไข้ก็หาย
เพราะเหตุนี้หลังจากโพธิกาลเป็นต้นมา จึงเป็นที่เชื่อถือปฏิบัติของชาวพุทธทั่วโลกว่าโพชฌงคปริตรเป็นพระปริตรที่สวดแล้วจะสามารถรักษาอาการป่วยไข้ให้หายและทำให้อายุยืน ดังนั้นจึงเกิดธรรมเนียมสวดเจริญอายุให้กับคนไข้ใกล้ตายมาจนถึงบัดนี้
ความจริงโพชฌงคปริตรนั้น ถึงแม้จะถือว่าเป็นธรรมโอสถอันวิเศษ แต่ก็ไม่สามารถทำให้คนพ้นจากความตายไปได้ ทุกชีวิตเกิดมาแล้วย่อมต้องตาย ไม่อาจล่วงพ้นไปได้เลย โพชฌงคปริตรจึงมีความศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ยังไม่ถึงเวลาตาย และสำหรับผู้ที่มีภูมิธรรมขั้นสูง ใช้ยืดอายุเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จก่อน จึงสามารถขยายเวลาแห่งความตายออกไปได้ตามควรแก่เหตุและปัจจัย
โพชฌงค์เป็นองค์ธรรมแห่งความตรัสรู้ ประกอบด้วยองค์เจ็ดประการคือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปิติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะเป็นองค์ธรรมอันเป็นเครื่องมือแห่งความหลุดพ้นหรือเป็นยานสำหรับข้ามแดนโลกียะมิติไปสู่วิมุตตะมิติ ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ ครั้นได้สดับโพชฌงค์แล้ว จิตก็จะโน้มนำไปสู่ความตั้งมั่น ไปสู่ความบริสุทธิ์ และมีพละกำลังอันควรแก่การทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของจิต จึงประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์
จิตเช่นนั้นเมื่อมีความปรารถนาและโน้มจิตไปให้ความป่วยไข้สร่างหายก็จะมีอานุภาพที่จะทำให้ความป่วยไข้นั้นสร่างหายได้จริง ดังนั้นโพชฌงค์จะสัมฤทธิ์ผลได้จริงก็ต้องประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างหนึ่ง และสามารถปฏิบัติให้ถึงขั้นที่สามารถรับอานิสงส์ธรรมดาธรรมชาติแห่งโพชฌงค์นั้นอีกอย่างหนึ่ง
ในวัยเด็กของผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมคนป่วยไข้อาการมากเป็นเนืองนิตย์ บ้างก็เป็นการติดตามก๋งหรือยายหรือไม่ก็ติดตามแม่ไปเยี่ยมญาติหรือเพื่อนบ้านที่ป่วยไข้ จึงมีโอกาสเห็นคนใกล้ตายหลายครั้งและจำหมายได้ว่าคนเรายามใกล้จะตายนั้นมีอาการอย่างไร
ดังนั้นเมื่อจับชีพจรและเห็นแม่ของมนูญผลอยู่ในอาการของคนใกล้ตายที่สุดแล้ว ผมก็ยิ่งตกใจ แต่ก็ไม่รู้ที่จะทำประการใด ทันใดนั้นก็นึกรู้ขึ้นมาว่ามีเจ้าประคุณสมเด็จอยู่ใกล้ ๆ ผมจึงยกมือขึ้นไหว้บอกกล่าวเจ้าประคุณสมเด็จขอให้ช่วยเหลือยื้อเอาชีวิตแม่กลับออกมาจากอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราชด้วย
ในพลันนั้นก็เกิดความรู้สึกบังคับตนเองให้ถอดสร้อยคอพระสมเด็จออกไปคล้องไว้ที่คอของแม่ แล้วผมก็ทำสมาธิ ภาวนาพระคาถาชินบัญชร ในขณะที่มือกุมอยู่ที่ข้อมือของแม่ตรงชีพจร
ในขณะนั้นผมรู้สึกว่าจิตใจมั่นคงหนักแน่นเหลือประมาณนัก ความตื่นตระหนกตกใจที่เห็นแม่อยู่ในอาการและสภาพเช่นนั้นไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อยนิด สมาธิจิตรวมตั้งมั่นได้อย่างรวดเร็วจนสามารถภาวนาพระคาถาชินบัญชรได้อย่างลื่นไหลไม่ติดขัด
ในจิตใจรู้สึกสงบ สว่าง และว่างเปล่าอย่างยิ่ง แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรเลื่อนไหลผ่านมือไปที่ชีพจรของแม่ ราวกับว่าจะเป็นคลื่นอะไรสักอย่างหนึ่ง
น้าทั้งสองเห็นผมทำการเช่นนั้นก็คงเข้าใจว่ากำลังหาวิธีช่วยชีวิตแม่ จึงพากันสงบนิ่งแล้วพนมมือ ผมก็ภาวนาพระคาถาชินบัญชรไปโดยลำดับ พอจบเที่ยวแรกก็ภาวนาเที่ยวที่สอง ในพลันนั้นก็ได้ยินเสียงน้าศรีร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่าแม่ฟื้นแล้ว
ผมได้ยินเป็นเสียงแว่ว ๆ แต่ก็ไม่ละจิตถอนออกจากสมาธิ ยังคงภาวนาพระคาถาชินบัญชรต่อไปเพราะได้ตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะภาวนาให้ครบ 3 จบ
น้าศรีร้องอุทานครั้งเดียวเท่านั้น คงจะรู้สึกตัวว่าจะเป็นการรบกวนการภาวนาของผม ดังนั้นความสงบเงียบจึงกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งผมภาวนาครบ 3 จบ ก็ได้ยินเสียงแม่พลิกตัวจึงลืมตาขึ้น
ก็เห็นแม่ลืมตาเช่นเดียวกัน คำแรกที่ได้ยินจากปากแม่คือคำถามว่าหลวงปู่ไปไหนแล้ว เพราะแม่ได้หันหน้าทั้งด้านซ้าย ด้านขวา ก็ไม่เห็นมีพระสงฆ์รูปใดอยู่ในที่นั้นเลย
น้าศรีพูดถามแม่ในขณะนั้นว่าเมื่อครู่นี้พี่ยกมือไหว้พระ เห็นพระอะไรหรือ เพราะน้าศรีนั้นเป็นลูกผู้น้องของแม่ เวลาเรียกแม่ก็เรียกพี่ แม่ก็ตอบว่าก็เมื่อครู่นี้มีพระแก่ ๆ จีวรคล้ำ ๆ รูปหนึ่งมาเป่าที่กระหม่อมแม่ แม่จึงรู้สึกตัว และยังเห็นพระรูปนั้นนั่งอยู่อีกครู่หนึ่ง
ผมได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกซาบซ่านทั้งตัวด้วยความปิติยินดี ประการหนึ่งดีใจที่แม่ฟื้น และเห็นทุกคนดีใจที่แม่ฟื้น อีกประการหนึ่งก็รู้ว่าเหตุมีมาเช่นนั้นก็ด้วยอำนาจแห่งพระคาถาชินบัญชร และความบริสุทธิ์ตั้งมั่นของจิตที่คิดช่วยชีวิตแม่ในยามฉุกละหุก เกิดเป็นพลังของสมาธิแผ่รับบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จมาช่วยชีวิตแม่ จนเกิดเป็นนิมิตกับจิตแม่เช่นนั้น
แม่ยังคงเหลียวหน้าไปมาทั้ง ๆ ที่นอนอยู่กับพื้น เหมือนกับมองหาใครสักคนหนึ่งซึ่งเข้าใจได้ว่าแม่คงมองหาพระแก่ ๆ รูปนั้น เพราะในความรู้สึกของแม่ แม่เห็นและแม่รู้สึกจนเชื่อว่าเป็นความจริงว่ามีพระสงฆ์แก่ ๆ ห่มจีวรสีคล้ำมาเป่ากระหม่อมแม่ในขณะที่ไม่มีสติสมประดี จนกระทั่งรู้สึกตัวและฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
โอ! เจ้าประคุณสมเด็จแม้ดับขันธ์ไปร้อยกว่าปีแล้ว แต่บารมีและความศักดิ์สิทธิ์ยังเปี่ยมล้นนัก คราคับขันที่ชีวิตแม่อยู่ในเอื้อมหัตถ์แห่งมฤตยูเช่นนี้ก็สามารถแผ่บารมีชิงเอาวิญญาณแม่กลับคืนมาจากอุ้งหัตถ์แห่งมัจจุราชได้
มาถึงวันนี้เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นก็สำคัญว่าเหตุที่เกิดกับแม่น่าจะเกิดแต่อาการหัวใจวาย เพราะแม่เป็นโรคหัวใจ และไม่สบายด้วยโรคหัวใจตลอดมา แต่ก็แปลกประหลาดนักเพราะหลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วอาการโรคหัวใจของแม่ก็ดูเหมือนหายไปเฉย ๆ จนกระทั่งล่วงมาถึงปีพุทธศักราช 2548 โรคหัวใจก็ไม่ได้กล้ำกรายมาเยือนแม่อีกเลย คงมีแต่ความแก่และความเจ็บเพราะเหตุชราที่นับว่าเป็นทูตแห่งมรณะเท่านั้นที่มาเยือนโดยธรรมดาธรรมชาติ
หลังจากวันนั้นแล้วแม่ก็เป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คือทั้งแม่และน้าให้ความเมตตา ให้ความรัก และให้ความเกื้อกูลแก่ผมมากกว่าที่เคยเป็นมาแต่ก่อน
ยามจะกินทั้งแม่และน้าก็จัดหาข้าวปลามาให้กิน บางวันเสื้อผ้าที่ผมรอซักก็มีคนเอาไปซักรีดให้ นับเป็นครั้งแรกที่ผมมาอยู่บ้านมนูญผลแล้วได้ใส่เสื้อผ้าที่รีด บางทีมีขนมหรือผลไม้ทั้งแม่และน้าก็จัดวางไว้ที่ห้องครัวหลังบ้าน
นี่ก็คืออานิสงส์ของบารมีในเจ้าประคุณสมเด็จที่ได้แผ่มาถึงศิษย์ผู้ยากในยามนั้น
หลังจากนั้นไม่กี่วันผมกลับจากมหาวิทยาลัยราว ๆ บ่ายสามโมงอีกครั้งหนึ่ง วันนี้แม่นั่งรออยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พอเห็นผมเดินเข้าซอยมาแม่ก็มาคอยที่ประตู! พอผมก้าวเข้าประตูแม่ก็เข้ามาจูงมือผมและบอกว่ามาดูนี่ ผมก็ประหลาดใจว่าแม่จะชวนไปดูอะไรกันแน่
แม่จูงผมไปที่ห้องนอนผมนั่นแหละ พอเข้าประตูห้องนอนแม่ก็ชี้ไปที่รูปเจ้าประคุณสมเด็จ แล้วบอกว่าพระแก่ๆ องค์ที่มาช่วยชีวิตแม่วันนั้นก็คือพระรูปนี้แหละ แม่พูดด้วยเสียงที่ละล่ำละลักด้วยความตื่นเต้นยินดีเป็นที่ยิ่ง ทำเอาผมขนลุกซู่ชูชัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่มีสิ่งอื่นใดและใครไหนนอกจากเจ้าประคุณสมเด็จที่ได้แผ่บารมีมาช่วยชีวิตแม่
ทั้งแม่และผมประนมมือไหว้เจ้าประคุณสมเด็จพร้อมกันราวกับนัดหมายกันไว้ ผมสังเกตสีหน้าเจ้าประคุณสมเด็จในรูปก็เห็นว่ามีลักษณะอมยิ้มด้วยความยินดีอยู่เหมือนกัน
อันการเห็นรูปแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้รูปของโมนาลิซ่าเลื่องชื่อลือชาไปทั่วโลกนั้นเป็นฝีมือของศิลปินผู้วาดภาพ แต่อารมณ์ความรู้สึกที่ปรากฏจากสีหน้าเจ้าประคุณสมเด็จในรูปถ่ายนั้นย่อมไม่ใช่ฝีมือช่างภาพ หากเป็นนิมิตที่ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกกับจิต ซึ่งใคร ๆ ก็อาจสัมผัสได้หากมีความศรัทธามั่น มีจิตที่เป็นสมาธิพอประมาณ
แม่บอกว่าพระรูปนี้ศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยชีวิตแม่ไว้ อยากจะทำบุญถวายสักครั้งหนึ่ง ผมก็บอกว่าดีเหมือนกัน หลังจากนั้นไม่กี่วันเป็นวันเสาร์ มนูญผลกลับมาบ้าน แม่ก็จัดงานทำบุญเลี้ยงพระอุทิศถวายเจ้าประคุณ ผมก็พลอยได้ผลบุญและอิ่มใจตามไปด้วย
หลังจากวันนั้นแล้วบนหิ้งพระน้อย ๆ ในห้องใต้ถุนที่ผมอยู่ก็มีแจกันดอกไม้มาวางถวายทุกวัน ทั้งแม่และน้ามีความศรัทธานับถือเจ้าประคุณสมเด็จ จากการสัมผัสและประสบด้วยตนเอง หิ้งพระผมจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านไปโดยปริยาย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมระลึกถึงลุงต๋อมซึ่งเป็นผู้มอบพระสมเด็จให้กับผม และเกิดความเชื่อมั่นว่าพระสมเด็จที่ลุงต๋อมให้มาคล้องคออยู่นั้นเป็นพระสมเด็จแท้แน่นอน จึงสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์สมดังคำร่ำลือได้ปานนี้
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ วันหนึ่งผมอาบน้ำก็ได้ถอดสร้อยคอที่แขวนพระสมเด็จไว้ที่โต๊ะหนังสือ ครั้นอาบน้ำเสร็จก็จะเอาพระขึ้นแขวนคอ แต่พลาดท่าไหนก็ไม่รู้สร้อยคอพลัดจากมือตกลงที่พื้น พระสมเด็จแตกสลายกลายเป็นพระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ทั้งองค์ ทั้ง ๆ ที่ภายนอกเคยเห็นเป็นพระเก่าแก่
ผมจึงรู้ได้ในบัดนั้นว่าพระสมเด็จที่ลุงต๋อมให้มาหาใช่พระสมเด็จของวัดระฆังแท้แต่ประการใดไม่ หากเป็นของปลอมที่ทำขึ้นมาใหม่ให้ดูเหมือนเก่า
จึงทำให้เข้าใจได้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ของพระสมเด็จวัดระฆังนั้นเป็นดังที่เจ้าประคุณสมเด็จเคยถวายพระพรตอบกระแสพระราชดำรัสถามของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าพระสมเด็จวัดระฆังมีความศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธานุภาพด้วยพระคาถาชินบัญชร
ดังนั้นบรรดาผู้ที่นับถือบูชาเจ้าประคุณสมเด็จและพระสมเด็จวัดระฆังจึงพึงรู้พึงเข้าใจว่าถ้าหากมีความศรัทธามั่น นับถือบูชาเจ้าประคุณสมเด็จ และพระสมเด็จมั่นคงจริงแท้แล้ว ถึงแม้จะเป็นพระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ หากได้บูชาสวดพระคาถาชินบัญชรเป็นประจำแล้ว พระที่ทำด้วยปูนปลาสเตอร์นั้นก็จะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เป็นพระสมเด็จวัดระฆังแท้ได้เหมือนกัน.