ตอนที่ 54. จิตวิญญาณและอุดมการณ์ธรรมศาสตร์

ผมมีความรู้สึกเกิดขึ้นในขณะนั้นว่าการที่พระมหาวิสุทธิ์เดินทางไป รับครูบุญยังแทนที่จะให้ผมไปรับครูบุญยังก่อนแล้วมารับท่านไปมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์นั้น เป็นความรู้สึกของผู้มีธรรมในใจ ไม่ถือเขาถือเรา และเมื่อทั้งสองท่านพบหน้ากันต่างก็มีอัธยาศัยไมตรีแก่กัน ในลักษณะที่มหาบัณฑิตต่างเพศคือเพศบรรพชิตและเพศฆราวาสต่างถ้อยทีถ้อยนับถือ ศรัทธากันและกัน

            พระมหาวิสุทธิ์ได้ฟังครูบุญยังกล่าวถ่อมตัวและยกย่องดังนั้น จึงกล่าวตอบว่าอาตมาเป็นพระ ไม่มีความรู้ทางโลก จึงได้แต่อบรมสั่งสอนหน้าที่ศีลธรรมและธรรมะแก่เด็กวัดไปตามหน้าที่ ส่วนความสำเร็จในการศึกษาของศิษย์ครั้งนี้นั้นล้วนเป็นความสำเร็จในการอบรม สั่งสอนศิษย์ของครูโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์ ซึ่งท่านรู้สึกศรัทธาและมีความยินดีด้วย

            เมื่อทักทายโอภาปราศรัยกันตามธรรมเนียมควรแก่เวลาแล้ว พระมหาวิสุทธิ์ ครูใหญ่ และผมจึงได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยครูบุญยังได้ชวนให้นั่งรถส่วนตัวของท่านไปพร้อมกัน

            ในวันที่ไปมอบตัวเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นจะต้องจ่ายค่า ธรรมเนียมและค่าเล่าเรียนไปพร้อมกันด้วย แม้ว่าเป็นเงินไม่มากนักแต่ก็ไม่น้อยสำหรับในยุคนั้น ซึ่งผมก็ได้เตรียมเงินไปพร้อมอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาจะชำระเงินเข้าจริงท่านอาจารย์ใหญ่ได้ขอเป็นผู้จ่ายค่า ธรรมเนียมและค่าเล่าเรียนให้
ครูบุญยังบอกว่าเงินค่าธรรมเนียมและค่า เล่าเรียนนี้เป็นจำนวนไม่มากนัก แต่ท่านขอมอบให้เป็นของขวัญและกำลังใจแก่ผม เนื่องจากได้รู้จักกับผมตั้งแต่มาขอเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ ถือว่ามีบุรพกรรมที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูกันมาแต่ก่อน ทั้งจะได้เป็นเครื่องเตือนใจในวันข้างหน้าว่าครูใหญ่มีส่วนในการส่งเสีย ตั้งแต่เริ่มต้นการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย จะได้เป็นเครื่องเตือนใจให้มีความพากเพียรในการศึกษาและในการบำเพ็ญตนให้ เป็นคนดี 

            หลังจากมอบตัวเสร็จแล้ว ก่อนจะแยกจากกันครูบุญยังได้สอนอีกว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัย ที่รับใช้ประชาชน สืบไปเมื่อหน้าจะทำการใดก็ให้คิดถึงประชาชนให้สมกับที่เป็นศิษย์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ผมก็กราบรับคำครู

            มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้นหมดสภาพการเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแล้ว กลายเป็นมหาวิทยาลัยปิด เพราะประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพที่จะสมัครเข้าเรียนได้ตามความต้องการแต่จะ ต้องสอบแข่งขันกันเข้าเรียน ทั้งนี้เพราะเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยถูกการเมืองยุคเผด็จการ ผันแปรไปจนหมดสิ้น

            ตามแผนการศึกษาใหม่ในขณะนั้น มหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาใหม่ทุกคนต้องเข้าเรียนในคณะศิลปศาสตร์ในชั้นปี ที่หนึ่งก่อน ตั้งแต่ชั้นปีที่สองจึงค่อยแยกไปเรียนแต่ละสาขาวิชาตามคณะต่าง ๆ ที่ได้สมัครไว้

            ในคณะศิลปศาสตร์นั้นสอนวิชาพื้นฐานสำหรับชั้นอุดมศึกษาทั้งหมด ยกเว้นวิชาเฉพาะที่จะต้องเรียนในคณะที่สมัครเรียนไว้ มีวิชาเลือกบางวิชาที่ผมต้องตัดสินใจว่าจะเลือกวิชาไหนจึงจะเป็นคุณแก่การ ประกอบอาชีพในวันหน้า เช่น จะต้องเลือกระหว่างวิชาจิตวิทยากับตรรกวิทยาซึ่งเป็นวิชาของการใช้เหตุและ ผล

            ผมคิดเอาเองว่าวิชาจิตวิทยานั้นเป็นวิชาว่า ด้วยความเข้าใจจิตใจของตนเองและผู้อื่น ผมพอมีความรู้พื้นฐานทางพระพุทธศาสนาซึ่งได้สอนอบรมเรื่องจิตเป็นหลัก มีความลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของจิตใจคนยิ่งกว่าวิชาจิตวิทยาซึ่งเป็นวิชาของฝ่าย ตะวันตก และสามารถซื้อตำรับตำรามาอ่านเอาเองได้โดยง่าย ถึงแม้จะไม่เลือกวิชานี้ก็คงจะมีความรู้ความเข้าใจโดยการศึกษาเอาเองได้ แต่วิชาตรรกวิทยานั้นเป็นวิชาว่าด้วยเหตุและผลซึ่งมีความเกี่ยวข้องและจำ เป็นต้องใช้ในการประกอบวิชาชีพกฎหมายในอนาคต จำเป็นที่จะต้องเรียนและทำความเข้าใจอย่างจริง ๆ จัง ๆ จึงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ 

            ผมจึงตัดสินใจเลือกเรียนวิชาตรรกวิทยา ในขณะเดียวกันก็ซื้อตำรับตำราวิชาจิตวิทยามาศึกษาเอาเอง ผมพยายามซื้อหนังสือแนวเดียวกันนี้ของผู้แต่งหลายคนมาอ่านเปรียบเทียบกันดู ก็เป็นไปดังที่ผมเข้าใจมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นแม้จะศึกษาหาความรู้เอาเองแต่ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้ไม่แพ้กับผู้ที่ เลือกวิชานี้โดยตรง

            ส่วนวิชาตรรกวิทยานั้น ทำให้ผมได้รู้ถึงหลักทั่วไปและหลักการเฉพาะของเหตุและผล ตลอดจนความเชื่อมโยงระหว่างความจริงอันหนึ่งกับความจริงอีกอันหนึ่ง โดยอาศัยเหตุและผล ทำให้ผมได้มีความรู้เพิ่มขึ้นว่าการศึกษาหาความจริงไม่เพียงแต่จะต้องศึกษา หาความรู้เอาจากตัวความจริงโดยตรงเท่านั้น หากสามารถหาความรู้เอาจากความสัมพันธ์ของเหตุและผลก็ได้ด้วย

            และทำให้เข้าใจได้ว่าในบางครั้งเหตุผลกับความจริงนั้นเป็นคนละเรื่อง หลายเรื่องดูเหมือนว่ามีเหตุผลและคล้ายกับจะเป็นความจริง แต่พอเอาเข้าจริงกลับเป็นไปไม่ได้หรือไม่ใช่ความจริงไปเลยก็มี

            ดังเช่นการแสวงหาเหตุผลจากข้อเท็จจริงที่ตั้งต้นว่าชาย 7 คน ปลูกบ้านหนึ่งหลังเสร็จภายในหนึ่งเดือน ถ้าหากชาย 1 คน ปลูกบ้านจะเสร็จภายในสักกี่วัน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์ และเป็นหลักการพื้นฐานของการใช้เหตุและผล อย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วชาย 1 คนอาจจะปลูกบ้านไม่แล้วเสร็จเลยก็ได้ เพราะคน ๆ เดียวไม่สามารถยกเสาหรือทำอะไรต่อมิอะไรที่มีน้ำหนักมากในการปลูกบ้านนั้น ให้สำเร็จได้

            ผมเป็นเด็กบ้านนอกถึงไม่ต้อง เรียนก็เคยเห็นว่าคน ๆ เดียวปลูกบ้านให้สำเร็จไม่ได้ ดังนั้นแม้หลักวิชาจะสามารถคำนวณและหาคำตอบได้ว่าจะเสร็จภายในกี่วันแต่นั่น กลับไม่ใช่ความเป็นจริง

            แม้ว่าขณะนั้นมหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยปิดไปแล้ว แต่กลิ่นอายของความเป็นมหาวิทยาลัยเปิดและเจตนารมณ์ของผู้ประศาสน์การก็ยัง อาบเอิบปกคลุมทั่วรั้วมหาวิทยาลัย

            มหาวิทยาลัยมีสโมสรนักศึกษาและมีการจัดตั้งชมรมต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งชมรมกีฬาในร่มและเต้นรำด้วย กีฬาในร่มเป็นชมรมที่อบรมหรือสอนจำพวกหมากรุก หมากฮอส สกา เชสหรือหมากรุกฝรั่ง ไพ่บริดจ์ โป๊กเกอร์ เป็นต้น ส่วนชมรมเต้นรำนั้น   อบรมแนะนำเกี่ยวกับการเต้นรำและพิธีการในการเข้าสมาคม

            แรก เริ่มผมเข้าใจว่าการเต้นรำเป็นเรื่องของการบันเทิง ไฉนเล่าจึงมีการอบรมสอนเรื่องนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย จึงสอบถามรุ่นพี่ว่ามหาวิทยาลัยนี้แปลกเพราะสิ่งเหล่านี้หากพูดกันในชั้น มัธยมศึกษาก็กลายเป็นเรื่องบันเทิงเริงรมย์ซึ่งไม่มีทางที่จะได้รับการสนับ สนุน แต่ไฉนพอถึงรั้วมหาวิทยาลัยกลับส่งเสริมสนับสนุน จะไม่เท่ากับเป็นการชักนำให้นักศึกษาก้าวไปหาอบายมุขดอกหรือ

            รุ่นพี่ก็อธิบายให้ฟังว่ากีฬาทางกายมีกรีฑาและพลศึกษา ส่วนกีฬาทางสติปัญญาต้องอาศัยกีฬาในร่ม รวมทั้งการเต้นรำด้วย การเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะต้องอบรมศึกษาให้สมบูรณ์ในทุกด้าน จึงไม่เพียงแต่ต้องอบรมฝึกฝนทางร่างกาย สติปัญญาและความคิดเท่านั้น ยังจะต้องอบรมฝึกฝนในการคบหาสมาคมกับคนด้วย

            รุ่น พี่อธิบายต่อไปว่าการเต้นรำนั้นเป็นความจำเป็นของยุคสมัยที่ผู้คนชั้นสูง ทั้งในวงราชการและธุรกิจนิยมจัดเป็นกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม หากเต้นรำได้ เต้นรำเป็น ก็จะเป็นโอกาสที่จะเข้าหาสมาคมกับผู้คนได้มากขึ้น ย่อมเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า ทั้งการเต้นรำนั้นเป็นการแสวงหาความบันเทิง และเป็นการออกกำลังกายอยู่ในตัวที่เป็นประโยชน์แก่สุขภาพและอนามัยอีกด้วย

            ความจริงผมถามเรื่องกีฬาในร่มไปอย่างนั้นแหละ เพราะในใจก็ต้องการสมัครเป็นสมาชิกของชมรมนี้อยู่แล้ว เนื่องจากมีหมากฮอสและหมากรุกที่ผมสนใจรวมอยู่ด้วย และเผื่อว่าจะได้มีโอกาสเป็นนักกีฬาในร่มของมหาวิทยาลัยเหมือนกับครั้งที่ เคยมีประสบการณ์ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

            ส่วนคำอธิบายของรุ่นพี่เรื่องชมรมเต้นรำนั้น ผมฟังแล้วก็เห็นเป็นประโยชน์เนื่องจากคิดว่าตัวเราเป็นคนบ้านนอกบ้านนา ไม่มีพวกพ้องที่จะอุปถัมภ์ค้ำชู จึงจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพรรคพวกมิตรสหายเอาเอง ซึ่งกิจกรรมเต้นรำย่อมเอื้อประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก เพราะผมก็ทราบดีว่ายุคสมัยนั้นเป็นยุคสมัยที่นิยมการเต้นรำและแพร่ขยาย ลุกลามไปยังต่างจังหวัด แม้กระทั่งที่บ้านเกิดผมก็มีการสอนเต้นรำกัน

            ทั้งผมเห็นความจำเป็นว่าในวันข้างหน้าอาจจำเป็นต้องเข้าสังคมกับผู้คนหมู่ มาก  ในการเข้าสังคมนั้นต้องรู้จักธรรมเนียมวิธีดื่ม วิธีกิน วิธีนั่ง ตลอดจนวิธีสมาคมเสวนากันจะได้ไม่ขัดเขิน

            ผมได้ทราบความจากรุ่นพี่ว่าการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องจัดอบรมสั่งสอน ในเรื่องนี้ก็เพราะว่านักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศและส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนบ้านนอก หากไม่รู้พิธีการในการดื่ม การกิน การเข้าสมาคมก็จะขัดเขินกลายเป็นปมด้อย

            รุ่น พี่ยังสำทับด้วยว่าความรู้ในสิ่งทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับการใช้ จะไปใช้ผิด ๆ ก็ได้ หรือจะใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ได้ เช่นเดียวกับการสอนให้ดื่มเหล้า ดื่มไวน์ หากดื่มพอให้รู้พิธีในการเข้าสมาคมก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองในอนาคต แต่ถ้าดื่มกินจนเหล้ากินคนก็จะเสียผู้เสียคนในที่สุด การจะดีหรือจะเลวจึงไม่ได้อยู่ที่สุราหรืออาหารหรือการบันเทิง แต่อยู่ที่ตัวของเราเอง 

            ดังนั้นในด้านที่คิดเห็นแก่ประโยชน์และความสุขของตนเองในปัจจุบัน ผมจึงไปสมัครเป็นสมาชิกกีฬาในร่ม และในด้านที่คิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพนักกฎหมายในอนาคตที่จะ ต้องเข้าคบหาสมาคมกับผู้คนจำนวนมาก ผมก็ได้ไปสมัครเป็นสมาชิกชมรมเต้นรำด้วย

            ดังนั้นในแต่ละวันผมจึงใช้เวลาส่วนหนึ่งอยู่ที่สโมสรซึ่งหมกมุ่นอยู่กับหมาก รุก หมากฮอสและเชสเป็นพื้น ส่วนการเต้นรำนั้นเขาสอนเพียงสัปดาห์ละครั้ง และเดือนหนึ่งก็จะสอนเรื่องการดื่ม การกิน ตลอดจนพิธีการเข้าสังคม ผมก็ได้เรียนรู้ไปโดยลำดับ

            ในช่วงนั้นผมได้มีโอกาสรู้จักกับแชมป์หมากฮอสของมหาวิทยาลัยคือคุณเรืองชัย ซึ่งเรียนในมหาวิทยาลัยมาหลายปีแล้วแต่ยังไม่จบ ตอนแรก ๆ คุณเรืองชัยไม่รู้จักผม เพราะไม่ค่อยมาที่ชมรม แต่ต่อมาได้กิตติศัพท์ว่าที่ชมรมกีฬาในร่มมีเด็กหนุ่มฝีมือดีจึงมาดูตัว จึงเป็นเหตุให้ได้รู้จักกัน

            ผมได้เล่นหมากฮอสกับคุณเรืองชัยหลายกระดาน แม้จะเสมอกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากมีการพ่ายแพ้บ้างก็เป็นฝ่ายผม ทำให้ได้รู้ว่าแชมป์หมากฮอสมหาวิทยาลัยนั้นฝีไม้ลายมือไม่ได้เบาบางเลย และทำให้รู้ว่ายังจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีก ในขณะเดียวกันคุณเรืองชัยก็รู้สึกแปลกใจว่าไฉนเด็กหนุ่มหน้าตาบ้านนอกอย่าง ผมจึงรู้สูตรและมีฝีมือที่ไม่บันเบา จึงไต่ถามว่าผมเรียนรู้เรื่องหมากฮอสมาจากที่ไหน ผมก็เล่าความไปตามความจริง

            คุณเรืองชัยจึงบอกให้ทราบว่ารู้จักและเป็นเพื่อนกับพวกสามตัวประหลาดซึ่ง เป็นครูหมากฮอสของผมเป็นอย่างดี และบอกด้วยว่าตัวคุณเรืองชัยเองมีฝีมือระดับเดียวกับคุณกำธร ผมทราบความดังนั้นก็มีความนับถือคุณเรืองชัยเป็นอันมาก

            คุณเรืองชัยบอกว่าทุกปีจะมีการแข่งขันกีฬาในร่มระหว่างมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปคุณเรืองชัยจะไม่แข่งขันแล้ว เพราะเล่นหมากฮอสให้กับมหาวิทยาลัยมานานจนเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันเขาเรียนจบ กันไปนานแล้ว ทั้งอายุก็มากขึ้นไม่อยากเล่นกับเด็ก จึงฝากฝังให้ผมมีความตั้งใจเพื่อจะได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยในการแข่งขัน

            ผมก็รับคำและหลังจากนั้นมาคุณเรืองชัยก็ได้บอกแต้มคูและสูตรหมากฮอสอีกหลาย แต้มหลายสูตรให้ผมทราบ ทั้งฝากความรำลึกถึงไปยังสามตัวประหลาดด้วยเพราะไม่ได้พบกันมาช้านานแล้ว

            คุณเรืองชัยแนะนำว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีนักหมากฮอสฝีมือดีไม่แพ้ของธรรม ศาสตร์ ผมยังเป็นเด็กหน้าใหม่ ดังนั้นในสองปีแรกจึงยังไม่ควรเข้าแข่งขัน แต่ให้พยายามศึกษาทำความรู้จักกับผู้คนในวงการหมากฮอสในรั้วมหาวิทยาลัยทั้ง หมด ไว้ปีที่สามและปีที่สี่ค่อยแข่งขันก็ยังไม่สาย

            คุณ เรืองชัยบอกเหตุผลว่าลางคนชอบเสี่ยงแพ้เสี่ยงชนะซึ่งไม่สมควร การทั้งปวงพึงเล็งการข้างชนะให้แม่นยำก่อน ถ้าไม่เห็นทางชนะก็อย่าเข้าไปเสี่ยง และไม่ควรเปิดเผยร่องรอยให้คู่แข่งได้รู้หรือระมัดระวังตัว ลงแข่งเมื่อใดจะต้องได้รับชัยชนะเมื่อนั้น จะได้เป็นชื่อเสียงเกียรติคุณให้กับมหาวิทยาลัย

            คุณเรืองชัยยังแนะนำต่อไปว่าในส่วนของกีฬาหมากรุกนั้นมหาวิทยาลัยมีแชมป์ หมากรุกที่มีชื่อเสียงมากคือคุณนคร ซึ่งมีความคุ้นเคยกัน แต่ไม่ได้พบหน้ากันนานแล้ว ให้ผมพยายามทำความรู้จักจะได้ฝึกเล่นหมากรุกด้วย ทั้งกำชับให้บอกว่าได้รู้จักกับคุณเรืองชัยแล้ว

           ผมได้ สัมผัสกับความรักมหาวิทยาลัยของนักศึกษารุ่นก่อนที่มีต่อมหาวิทยาลัยอย่าง ล้ำลึกจากการสนทนาคบหากับคุณเรืองชัยเพียงไม่นานเท่านั้น หรือว่าวิญญาณธรรมศาสตร์ได้ซึมซ่านอยู่กับตัวศิษย์เก่าอย่างลึกซึ้ง แต่ขณะนั้นผมไม่ทราบต้นสายปลายเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

            ในระยะเวลาต่อมาพอได้เดินทางไปต่างจังหวัด จึงได้สัมผัสกับความผูกพันอันลึกซึ้งของชาวธรรมศาสตร์ต่อชาวธรรมศาสตร์และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            ครั้งหนึ่งพวกเราไปสังสรรค์รับน้องใหม่กันที่ต่างจังหวัด ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอได้ที่ก็ร้องเพลงมอญดูดาวซึ่งเป็นเพลงเก่าของมหาวิทยาลัย ครั้นพอถึงเวลาจ่ายค่าอาหาร ทางร้านก็บอกว่าคนโต๊ะโน้นจ่ายให้หมดแล้ว

            พวก เราทราบความก็แปลกใจ พากันเข้าไปขอบคุณ คนโต๊ะโน้นที่ว่านั้นพอเห็นพวกเราเดินเข้าไปหาก็ลุกขึ้นทักทายต้อนรับด้วย ความยิ้มแย้มแจ่มใส และบอกว่าเป็นศิษย์เก่าของธรรมศาสตร์ ได้ยินเสียงเพลงมอญดูดาวก็มีความคึกคัก รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา เห็นน้อง ๆ มาถึงถิ่นก็มีน้ำใจยินดี จึงขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงสักมื้อหนึ่ง

            ศิษย์เก่ารุ่นพี่ได้เล่าให้ฟังว่าชาวธรรมศาสตร์ถูกข่มเหงจากการเมืองเผด็จ การมาตลอด มหาวิทยาลัยของเราเคยถูกยึด ถูกเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยและพวกเผด็จการได้ส่งคนมาควบคุมปกครองเพื่อสลาย วิญญาณธรรมศาสตร์ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย

            รุ่นพี่บอกว่าตั้งความหวังไว้ให้รุ่นน้องอย่าได้ลืมอุดมการณ์ของธรรมศาสตร์ คืออุดมการณ์ที่รักชาติและประชาชน เพราะพี่น้องร่วมชาติของเรายังลำบากยากจนข้นแค้นทุกหัวระแหง เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนในวันข้างหน้า

            ผม ได้ยินคำของรุ่นพี่ดังว่านั้นก็สะเทือนใจแทบน้ำตาไหล และทำให้เกิดความรู้สึกรักผูกพันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นอีกเป็นอันมาก เพราะผลิตผลของธรรมศาสตร์ที่เห็นต่อหน้าต่อตานั้นก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าเป็น ผลิตผลเพื่อประชาชนคนไทยและประเทศไทยของเรา จึงได้แต่คิดในใจว่าจะไม่ทำให้รุ่นพี่ผิดหวัง จะรักชาติและประชาชน จะรับใช้ชาติและประชาชนตามอุดมการณ์ธรรมศาสตร์ให้จงได้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘