ตอนที่ 49. เด็กวัดน้อยกับการศึกษาพระไตรปิฎก
คู่ต่อสู้ยังไม่มั่นใจในผลแพ้ชนะ ถึงแพ้แล้วก็ยังคงติดใจ จึงขอเล่นต่อแต่ไม่ใช่ขอเล่นต่อเฉย ๆ กลับขอเพิ่มเดิมพันด้วย ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรและไม่ได้ออกความเห็นอะไรเพราะไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องเดิมพันนั้น
ผมเพียงแต่คิดเฉลียวใจว่าหรือว่าเราจะเจอเซียนหมากฮอสที่แกล้งแพ้แล้วขอเพิ่มเดิมพันแบบนายเป๋เข้าอีกแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมั่นใจว่าไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมีฝีมือระดับเซียนหรือไม่เซียนก็ไม่กลัวกันแล้วเพราะตัวเราในบัดนี้ก็เป็นศิษย์มีครูที่มีความรู้เชิงชั้นหมากฮอสจัดจ้าน
ส่วนพวกขาหมากฮอสเจ้าถิ่นมั่นใจในฝีมือผมอยู่แต่ก่อน จัดเป็นพวกหมูไม่กลัวน้ำร้อน เมื่อถูกท้าก็รับคำท้า มูลค่าการพนันจึงสูงขึ้นถึงระดับกระดานละเกือบห้าร้อยบาทซึ่งนับว่าเป็นเงินมากในสมัยนั้น เพราะในขณะนั้นผมได้รับเงินเดือนจากทางบ้านเพียงเดือนละสามร้อยบาท และทองคำก็มีราคาเพียงแค่บาทละสามร้อยกว่าเท่านั้น
ผมตั้งหน้าตั้งตาเล่นไปตามปกติ แต่คราวนี้เพราะรู้ว่ามูลค่าการพนันสูงกว่าก่อน ดังนั้นจึงคุมสติตั้งมั่นมิได้ประมาท ด้วยระมัดระวังเผื่อว่าคู่ต่อสู้อาจเป็นเซียนที่แปลงร่างมาเป็นหมูเหมือนกับนายเป๋
พวกเราเล่นกันสามกระดานผ่านไปเซียนหน้าใหม่จากต่างถิ่นก็แพ้เรียบทั้งสามกระดาน และเป็นการพ่ายแพ้ในลักษณะที่แพ้ขาดลอย เพราะทั้งสามกระดานนี้การเดินหมากต้องด้วยตากลที่ผมเคยฝึกฝนมาอย่างช่ำชองก่อนแล้ว
ขาหมากฮอสเจ้าถิ่นชนะพนันก็พากันเฮฮา และเลี้ยงโอเลี้ยงผมสำหรับวันนั้น แถมยังมีการมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้อีกสองร้อยบาท ผมก็รับไว้ด้วยไม่อยากขัดศรัทธาใคร และความจริงเงินสองร้อยบาทก็เป็นจำนวนที่น่าพิสมัย ทั้งเป็นธรรมคุ้มกับค่าแรงในการเล่น ไม่เห็นจะน่ารังเกียจที่ตรงไหน
คู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ก็นับว่าเป็นนักเลงแท้ เพราะแพ้ครั้งนี้แล้วก็ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความเต็มใจ ขอทำความรู้จักถามชื่อเสียงเรียงนามแล้วยังขอคบเป็นสหายอีก ผมก็มีความยินดีที่ได้เพื่อนใหม่ หลังจากวันนั้นแล้วเซียนหน้าใหม่ได้แวะเวียนมาเล่นหมากฮอสกับผมเป็นครั้งคราวตามควรแก่โอกาส
ในปลายปีนั้นพระมหาทรงธรรม์ก็ได้เก็บข้าวของจำเป็นสำหรับสมณะตามพระวินัยคือไตรจีวร บาตร เข็มสำหรับเย็บผ้า และยารักษาโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าวของอย่างอื่นนอกจากนี้แล้วพระมหาทรงธรรม์ได้จัดแบ่งให้นำไปถวายพระสงฆ์ในคณะหนึ่งจนหมดสิ้น จากนั้นพระมหาทรงธรรม์ก็ออกจากวัดเดินทางไปธุดงค์ตามที่ได้บอกไว้ โดยได้มอบให้พระมหาวิสุทธิ์มาครองกุฏิธรรมนิวาสปกครองพระเณรและเด็กวัดสืบต่อไป
พระมหาทรงธรรม์นั้นแม้ว่าจะเป็นพระภิกษุเจ้าระเบียบเคร่งเครียดกับทุกสิ่งทุกอย่างแต่มีน้ำใจเต็มไปด้วยความเมตตาและดีงาม ก่อนจะออกเดินทางได้นิมนต์พระมหาวิสุทธิ์มาสนทนาฝากฝังลูกศิษย์ลูกหา และว่าท่านออกธุดงค์ครั้งนี้จะไม่กลับเข้าเมืองอีก เพราะชีวิตสมณเพศทางคันถธุระนั้นได้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในพระธรรมวินัยเคร่งครัดสักเพียงไหนก็ไม่เกินกว่าที่เป็นอยู่นี้แล้ว จึงอยากจะประสบกับความก้าวหน้าในทางพระพุทธศาสนา จะมุ่งหาวิเวกสุขและมรรคผลนิพพานตามรอยพระบาทพระบรมศาสดาในเส้นทางวิปัสสนาธุระต่อไป
หลังจากพระมหาทรงธรรม์ออกธุดงค์ครั้งนั้นแล้วผมได้รับข่าวคราวของท่านเพียงครั้งหรือสองครั้งว่ามีผู้พบเห็นที่ต่างจังหวัดแต่ไม่มีวัดพำนัก ซึ่งเข้าใจว่าพระมหาทรงธรรม์ออกธุดงค์อยู่ตามป่าเขาหรือวัดในชนบทห่างไกล ที่เข้าเมืองให้คนพบเห็นก็คงมีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมได้แต่เพียงข่าวแต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากับพระมหาทรงธรรม์อีกเลยจนกระทั่งบัดนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังระลึกถึงพระคุณอยู่เสมอ
พระมหาวิสุทธิ์ได้ย้ายจากกุฏิแถวแนวทิศใต้มาอยู่ที่กุฏิธรรมนิวาส และได้ให้หลานซึ่งมาอาศัยเรียนอยู่สองคนเข้ามาพักอาศัยที่กุฏิธรรมนิวาสด้วย เนื่องจากพระมหาวิสุทธิ์เป็นคนบ้านเดียวกันกับผมและคุ้นเคยกับพ่อแม่ผมมาแต่ก่อน ดังนั้นท่านจึงให้ความเมตตา ให้ความกรุณาเป็นพิเศษ
แต่เพราะเหตุที่พระมหาวิสุทธิ์ก็เป็นคนเจ้าระเบียบและเคร่งครัด ที่สำคัญคือกวดขันแม้กระทั่งในเรื่องเล็กเรื่องน้อย ดังนั้นไม่นานนักสมปราชญ์และสินจึงได้ออกจากวัดไป และมีเณรจากบ้านเดียวกับผมซึ่งมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ได้ย้ายเข้ามาอยู่แทน ส่วนหมอปานซึ่งมาอาศัยวัดอยู่เพราะพระมหาทรงธรรม์ ครั้นพระมหาทรงธรรม์ละกุฏิไปแล้ว หมอปานจึงย้ายไปสำนักอาศัยอยู่ที่วัดมหาธาตุ
พระมหาวิสุทธิ์คงจะเห็นว่าผมเป็นคนตั้งใจเรียน และสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ ดังนั้นท่านจึงเอาใจใส่ผมเป็นพิเศษ และใช้วิธีพิเศษ
ตอนเช้าหลังกลับจากบิณฑบาตรแล้วท่านก็ตักข้าวให้ผมกินก่อนเพื่อจะได้ไปเรียนหนังสือให้ทันเวลา ผมจึงมีอภิสิทธิ์กินข้าวก่อนพระเหมือนกับสมัยพระมหาทรงธรรม์ ครั้นกลับจากโรงเรียนผมก็ยังคงมีวัตรปฏิบัติเหมือนเดิมแต่ต้องรีบกลับกุฏิก่อนสามทุ่ม เพราะพระมหาวิสุทธิ์กลับจากสอนหนังสือที่มหาจุฬาฯ ประมาณทุ่มเศษ พอเวลาใกล้สามทุ่มก็จะเรียกผมขึ้นไปนวด ครู่หนึ่งก็จะให้ผมอ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ซึ่งเป็นหนังสือภาษาอังกฤษให้ท่านฟัง
ท่านให้อ่านหนังสือพิมพ์วันละเพียงคอลัมน์เดียวเท่านั้น ตอนแรกผมไม่ทราบวัตถุประสงค์ แต่นานวันเข้าก็รู้เจตนาของท่านว่าต้องการให้ผมคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ และเมื่อผมอ่านหนังสือจบแล้วท่านก็จะมอบขนมหรือของหวานซึ่งเก็บไว้จากตอนเช้าให้เป็นรางวัล
ปกติผมไม่ค่อยได้กินของหวาน เพราะมีคนใส่บาตรของหวานไม่มากนัก ถึงมีบ้างพระก็ฉันหมด หรือแม้จะเหลือก็ไม่เหลือมาถึงผม เพราะกว่าจะกลับจากโรงเรียนก็เป็นเวลาเย็น ดังนั้นการได้รับรางวัลเป็นของหวานจึงนับเป็นเรื่องพิเศษสำหรับภาวะเด็กวัดเช่นนั้น แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือผมได้ซึมซับความรู้ภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัว
พระมหาวิสุทธิ์มีวิธีอบรมสั่งสอนแบบไม่ต้องบอกวิธี แต่จะสั่งให้ทำไปเลยทีเดียว ท่านคงเกรงว่าผมจะไปเที่ยวเตร่ในวันอาทิตย์ ดังนั้นพอถึงวันศุกร์ท่านจึงมอบหมายให้ผมทำการบ้านอยู่เสมอ
การบ้านในครั้งแรก ท่านเอากุญแจตู้พระไตรปิฎกส่งให้กับผม แล้วสั่งว่าท่านจะต้องใช้ข้อมูลไปสอนพระภิกษุนักเรียน ให้ผมช่วยค้นและสรุปพระสูตรหรือหัวข้อพระอภิธรรมหรือหัวข้อพระวินัย โดยบอกแต่หัวข้อเรื่องและปิฎกที่จะต้องไปตรวจค้น และสั่งว่าให้ผมทำให้เสร็จก่อนค่ำวันอาทิตย์
ผมมีอัชฌาสัยเชื่อฟังผู้ใหญ่และเคารพครูบาอาจารย์ คิดว่าได้มาอาศัยวัด อาศัยข้าวก้นบาตรพระ เมื่อพระสั่งงานเพียงเท่านี้อยู่ในวิสัยที่จะทำได้ ดังนั้นจึงตั้งใจทำถวายด้วยความยินดี
ในชั้นแรกเป็นเรื่องยากเพราะไม่รู้ว่าพระไตรปิฎกเล่มไหนเป็นส่วนของพระสูตร พระวินัยและพระอภิธรรม เพราะพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มนั้นได้จัดเก็บในลักษณะปะปนกัน ไม่เรียบเรียงเป็นเล่มเป็นหมวด ราวกับว่ามีคนมาสลับสับเปลี่ยนหมวดหมู่ให้ผมต้องจัดการเรียงเล่มเสียใหม่ ผมจึงจำเป็นต้องเอาพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มมาเรียงจัดลำดับเล่มใหม่เป็นชุด ๆ คือชุดพระสูตร พระอภิธรรม และพระวินัย เพียงแค่นี้ก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน
เมื่อแยกเป็นสามปิฎกแล้วก็ต้องค้นสารบัญว่าหัวข้อเรื่องที่จะต้องตรวจค้นนั้นเป็นปิฎกใด อยู่ในเล่มไหน กว่าจะคุ้นว่าเล่มไหนมีเรื่องอะไรบ้างก็ใช้เวลาไม่น้อย เมื่อพบเล่มพบเรื่องแล้วก็ต้องจดย่อ ๆ ตามหัวข้อธรรมที่ได้รับมอบหมายอีก แต่ในที่สุดก็แล้วเสร็จทันค่ำวันอาทิตย์
เป็นธรรมดาของสิ่งทั้งปวงที่เริ่มต้นครั้งแรก ๆ ออกจะลำบากสักหน่อยหนึ่ง แต่นานวันเข้าก็ค่อย ๆ เบาแรง เพราะสามารถเข้าถึงปิฎกที่ต้องการได้โดยง่าย จากนั้นก็เข้าถึงเล่มและเรื่องได้สะดวกขึ้น เมื่อพบเรื่องก็สามารถทำบันทึกย่อได้เร็วขึ้นโดยลำดับ
ก็เป็นธรรมดาของคนเราเมื่อต้องค้นหัวข้อเรื่องในพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่ม ก็ได้รู้ว่าพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มนั้นมีเค้าโครงเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งทำให้ค้นหาในภายหลังได้ง่ายขึ้น และเมื่อค้นเรื่องพบแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรก็ค่อย ๆ ได้รับรู้มากขึ้น เพราะจดบันทึกไปก็ได้เรียนรู้ไปโดยอัตโนมัติ
ผมได้รู้ภายหลังว่าการที่พระมหาวิสุทธิ์สั่งให้ผมค้นและย่อความจากพระไตรปิฎกในแต่ละสัปดาห์นั้น พระมหาวิสุทธิ์นำไปใช้สอนน้อยมากเพราะตัวท่านเป็นพระผู้เจนจบพระไตรปิฎก วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของพระมหาวิสุทธิ์คือต้องการให้ผมศึกษาพระไตรปิฎก โดยเริ่มจากขั้นสัมผัสและรู้เรื่องราวไปโดยลำดับ
เพราะเหตุนี้ผมจึงเป็นเด็กวัดคนเดียวที่มีความรู้เรื่องราวในพระไตรปิฎกยิ่งกว่าเด็กวัดคนอื่น ๆ ทั้งหมดของวัดระฆัง พระมหาวิสุทธิ์เคยชมว่าผมเคยสร้างสมบารมีไว้แต่ปางก่อนจึงคุ้นเคยกับพระไตรปิฎกได้ง่าย
จากการที่พระมหาวิสุทธิ์ได้สั่งให้ผมค้นคว้าพระไตรปิฎกนั้น จึงมีอานิสงส์โดยตรงที่ทำให้ผมได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนคำสอนของพระบรมศาสดาจากพระไตรปิฎกโดยตรง ทั้ง ๆ ที่อายุยังอยู่ในวัยเด็ก และทำให้มีความรู้พระธรรมคำสอนสมกับความเป็นชาวพุทธ
ทำให้ผมได้รำลึกถึงคำเล่าของแม่ว่า ยามที่มีชีวิตลำบากและมีเงินเหลือก้อนสุดท้าย ซึ่งซินแสได้ทำนายว่าจะต้องฉิบหายจนหมดตัว แม่ผมคิดว่าไหน ๆ ก็จะหมดตัวแล้ว ก็เอาเงินก้อนสุดท้ายไปซื้อพระไตรปิฎกถวายวัด หวังเอาอานิสงส์ให้ลูกมีความรู้และเฉลียวฉลาด ด้วยอานิสงส์นี้กระมังผมจึงสามารถเรียนรู้พระไตรปิฎกได้อย่างรวดเร็ว และทำให้รู้จักพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าสมกับที่ได้เป็นเด็กวัด
ผมลงแรงค้นคว้าศึกษาพระไตรปิฎกโดยไม่รู้ตัวเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่หาใช่เป็นการลงแรงโดยเสียเปล่าไม่ ผลแท้จริงนั้นก็คือการลงทุนด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ให้ผลให้อานิสงส์แก่ชีวิตผมมากที่สุด หาไม่แล้วความเป็นชาวพุทธก็จะเป็นชาวพุทธแต่ในทะเบียนบ้านและมีความรู้ในการพระศาสนาเพียงงู ๆ ปลา ๆ ไม่สามารถและไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ถึงพระธรรมคำสอนอันสุดประเสริฐแสนวิเศษของพระบรมศาสดาเลย
โอกาสเช่นนี้จะมีสักกี่คนเล่าที่มีโอกาส ดังนั้นความเป็นเด็กวัดแม้ว่าไม่ใช่สิ่งที่จะพึงเอาไปโอ้อวดเพื่อหาเสียงหาคะแนน แต่ก็หาใช่สิ่งที่เป็นปมด้อยของชีวิตแต่ประการใดไม่ หากเป็นประสบการณ์และโอกาสอันยอดเยี่ยมของชีวิตที่น้อยคนนักจักได้สัมผัส
พระมหาวิสุทธิ์ได้บอกผมว่าอย่าอยู่วัดแล้วกินข้าวชาวบ้านเปล่า ๆ ต้องไปเรียนธรรมศึกษาหรือเรียนนักธรรมที่วัดมหาธาตุ ต้องสอบให้ได้ธรรมศึกษาตรีเป็นอย่างน้อยและต้องเรียนโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย
ตัวผมเองนับถือศรัทธาพระมหาวิสุทธิ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่เพียงแต่เป็นคนบ้านเดียวกัน และยายผมเคยอุปถัมภ์บำรุงมาแต่ก่อนเท่านั้น ผมเองได้ประจักษ์ในวัตรปฏิบัติของท่านที่ทรงศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์และมีความรู้ในการพระศาสนาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเมื่อท่านแนะนำให้ไปเรียนธรรมศึกษาและเรียนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ผมจึงยินดีและน้อมใจทำตาม
ผมได้สมัครเข้าเป็นนักเรียนนักธรรมในสำนักวัดมหาธาตุ และได้สมัครเรียนในโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่มหาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายมหานิกายพร้อมกันทีเดียวทั้งสองอย่าง
ช่วงปีนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ผมศึกษาทั้งชั้นมัธยมศึกษา ศึกษานักธรรม และศึกษาวิชาการพระพุทธศาสนาพร้อมกันทั้งสามอย่าง
วิชาธรรมศึกษาชั้นตรีเป็นเรื่องวิชาพื้นฐานที่ชาวพุทธควรต้องเรียนรู้ และยังมีวิชากระทู้ที่ต้องแสดงความรู้ความเข้าใจของตนเองอย่างแท้จริง เพราะเมื่อมีการตั้งกระทู้หรือหัวข้อธรรมอย่างใดแล้ว จะต้องอธิบายกระทู้นั้นอย่างกระจ่างแจ้ง ทำนองเดียวกับที่พระเทศน์ให้ชาวบ้านฟังนั่นแหละ
ผมพอจะมีพื้นฐานทางภาษาไทยและความเข้าใจพระศาสนามาแต่น้อย ทั้งได้ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกเป็นทุนเดิมรองรังอยู่แล้ว ดังนั้นวิชากระทู้ซึ่งเป็นวิชาที่ยากจึงไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับผมแต่ประการใด ส่วนวิชาพื้นฐานอื่น ๆ ได้มีส่วนอย่างสำคัญในการปรับพื้นฐานความรู้ที่มีอยู่แต่เดิมให้มีความถูกต้องแม่นยำและเกิดความเข้าใจในพระศาสนามากขึ้น
การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ออกจะแตกต่างไปจากการศึกษานักธรรม เพราะมีการสอนพระสูตรที่สำคัญ ๆ และมีการสอนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในช่วงนั้นผมจำได้ว่าพระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปะยุตโต) ซึ่งยังหนุ่มแน่นและเพิ่งจบการศึกษามาจากต่างประเทศใหม่ ๆ ได้เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานทั้งการพระศาสนาและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีความรู้ภาษาลาตินอย่างดียิ่ง จึงทำให้ได้ความรู้ที่แตกฉานออกไปอีก
ในปีนั้นเป็นปีที่ผมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพระศาสนา ตลอดจนพระธรรมคำสอนที่เป็นระบบ เป็นระเบียบ และเป็นหลักวิชายิ่งกว่าแต่ก่อน ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าพื้นฐานที่มีอยู่แต่เดิมได้มีส่วนช่วยให้เกิดความเข้าใจ ความก้าวหน้าในการพระศาสนาอย่างดียิ่ง
เวลาสอบนักธรรมเขาเรียกกันว่าสอบธรรมสนามหลวง มีพระสงฆ์ผู้ใหญ่เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง อำนวยการและรับผิดชอบในการสอบทั่วประเทศ การสอบนักธรรมนี้ตามบ้านนอกเรียกว่าพระสอบไล่ เมื่อผมยังเป็นเด็ก พอถึงเทศกาลพระสอบไล่ยายผมและเพื่อน ๆ จะมาช่วยกันทำข้าวปลาอาหารไปเลี้ยงพระเพราะถือว่าได้อานิสงส์มาก ซึ่งผมไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสเช่นเดียวกันนั้นเลย
ผมสอบธรรมสนามหลวงได้เป็นธรรมศึกษาตรีในปีนั้น มีการให้ประกาศนียบัตรที่ผมถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของผมในช่วงนั้น เพราะเป็นประกาศนียบัตรใบแรกในชีวิต แต่หาใช่ประกาศนียบัตรในวิชาสามัญที่สู้ดั้นด้นมาเรียนถึงกรุงเทพฯ แต่ประการใดไม่ กลับเป็นประกาศนียบัตรทางพระพุทธศาสนา ซึ่งถึงเวลานี้เด็กรุ่นใหม่ ๆ จะมีใครสักกี่คนที่จะมีโอกาสและให้ความสนใจ ทั้ง ๆ ที่มีคุณประโยชน์แก่ชีวิตและในการครองตนอย่างมหาศาล
ผมสอบวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ได้ค่อนข้างดีและได้เรียนต่ออีกปีหนึ่ง ซึ่งเป็นปีที่สองของการเรียนวิชาการพระพุทธศาสนาอย่างเป็นแบบแผน และผมก็สอบได้ดังที่ได้ตั้งความปรารถนาไว้
ถึงกระนั้นผมเองก็ยังรู้สึกว่าการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนาดังกล่าวนั้นเป็นการศึกษาเพียงเพื่อรู้แต่ยังไม่เกิดมรรคผลใด ๆ ทางจิตใจ ที่จะทำให้จิตใจสงบ สว่าง และมีปัญญาในทางพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น แต่ก็ถือเสียว่าเพียงเท่าที่ได้รู้ทางวิชาการก็ดีกว่าที่ไม่มีโอกาสเรียนรู้เสียเลย ทั้งยังมีอานิสงส์ทำให้ความรู้ทางปฏิบัติระดับงู ๆ ปลา ๆ ที่ติดตัวมาจากบ้านเดิมเกิดเป็นความเข้าใจที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย
เพราะผมได้ผ่านการอบรมทางจิตมาจากพระอาจารย์ตามสมควรแล้ว ดังนั้นวิชาการที่ได้เล่าเรียนจึงทำให้เกิดความเข้าใจใหม่ ๆ ที่เป็นระบบมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจทำให้จ้องหาโอกาสที่จะนำความรู้ทางวิชาการไปสู่การปฏิบัติต่อไป.
ผมเพียงแต่คิดเฉลียวใจว่าหรือว่าเราจะเจอเซียนหมากฮอสที่แกล้งแพ้แล้วขอเพิ่มเดิมพันแบบนายเป๋เข้าอีกแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมั่นใจว่าไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมีฝีมือระดับเซียนหรือไม่เซียนก็ไม่กลัวกันแล้วเพราะตัวเราในบัดนี้ก็เป็นศิษย์มีครูที่มีความรู้เชิงชั้นหมากฮอสจัดจ้าน
ส่วนพวกขาหมากฮอสเจ้าถิ่นมั่นใจในฝีมือผมอยู่แต่ก่อน จัดเป็นพวกหมูไม่กลัวน้ำร้อน เมื่อถูกท้าก็รับคำท้า มูลค่าการพนันจึงสูงขึ้นถึงระดับกระดานละเกือบห้าร้อยบาทซึ่งนับว่าเป็นเงินมากในสมัยนั้น เพราะในขณะนั้นผมได้รับเงินเดือนจากทางบ้านเพียงเดือนละสามร้อยบาท และทองคำก็มีราคาเพียงแค่บาทละสามร้อยกว่าเท่านั้น
ผมตั้งหน้าตั้งตาเล่นไปตามปกติ แต่คราวนี้เพราะรู้ว่ามูลค่าการพนันสูงกว่าก่อน ดังนั้นจึงคุมสติตั้งมั่นมิได้ประมาท ด้วยระมัดระวังเผื่อว่าคู่ต่อสู้อาจเป็นเซียนที่แปลงร่างมาเป็นหมูเหมือนกับนายเป๋
พวกเราเล่นกันสามกระดานผ่านไปเซียนหน้าใหม่จากต่างถิ่นก็แพ้เรียบทั้งสามกระดาน และเป็นการพ่ายแพ้ในลักษณะที่แพ้ขาดลอย เพราะทั้งสามกระดานนี้การเดินหมากต้องด้วยตากลที่ผมเคยฝึกฝนมาอย่างช่ำชองก่อนแล้ว
ขาหมากฮอสเจ้าถิ่นชนะพนันก็พากันเฮฮา และเลี้ยงโอเลี้ยงผมสำหรับวันนั้น แถมยังมีการมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้อีกสองร้อยบาท ผมก็รับไว้ด้วยไม่อยากขัดศรัทธาใคร และความจริงเงินสองร้อยบาทก็เป็นจำนวนที่น่าพิสมัย ทั้งเป็นธรรมคุ้มกับค่าแรงในการเล่น ไม่เห็นจะน่ารังเกียจที่ตรงไหน
คู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ก็นับว่าเป็นนักเลงแท้ เพราะแพ้ครั้งนี้แล้วก็ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความเต็มใจ ขอทำความรู้จักถามชื่อเสียงเรียงนามแล้วยังขอคบเป็นสหายอีก ผมก็มีความยินดีที่ได้เพื่อนใหม่ หลังจากวันนั้นแล้วเซียนหน้าใหม่ได้แวะเวียนมาเล่นหมากฮอสกับผมเป็นครั้งคราวตามควรแก่โอกาส
ในปลายปีนั้นพระมหาทรงธรรม์ก็ได้เก็บข้าวของจำเป็นสำหรับสมณะตามพระวินัยคือไตรจีวร บาตร เข็มสำหรับเย็บผ้า และยารักษาโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าวของอย่างอื่นนอกจากนี้แล้วพระมหาทรงธรรม์ได้จัดแบ่งให้นำไปถวายพระสงฆ์ในคณะหนึ่งจนหมดสิ้น จากนั้นพระมหาทรงธรรม์ก็ออกจากวัดเดินทางไปธุดงค์ตามที่ได้บอกไว้ โดยได้มอบให้พระมหาวิสุทธิ์มาครองกุฏิธรรมนิวาสปกครองพระเณรและเด็กวัดสืบต่อไป
พระมหาทรงธรรม์นั้นแม้ว่าจะเป็นพระภิกษุเจ้าระเบียบเคร่งเครียดกับทุกสิ่งทุกอย่างแต่มีน้ำใจเต็มไปด้วยความเมตตาและดีงาม ก่อนจะออกเดินทางได้นิมนต์พระมหาวิสุทธิ์มาสนทนาฝากฝังลูกศิษย์ลูกหา และว่าท่านออกธุดงค์ครั้งนี้จะไม่กลับเข้าเมืองอีก เพราะชีวิตสมณเพศทางคันถธุระนั้นได้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในพระธรรมวินัยเคร่งครัดสักเพียงไหนก็ไม่เกินกว่าที่เป็นอยู่นี้แล้ว จึงอยากจะประสบกับความก้าวหน้าในทางพระพุทธศาสนา จะมุ่งหาวิเวกสุขและมรรคผลนิพพานตามรอยพระบาทพระบรมศาสดาในเส้นทางวิปัสสนาธุระต่อไป
หลังจากพระมหาทรงธรรม์ออกธุดงค์ครั้งนั้นแล้วผมได้รับข่าวคราวของท่านเพียงครั้งหรือสองครั้งว่ามีผู้พบเห็นที่ต่างจังหวัดแต่ไม่มีวัดพำนัก ซึ่งเข้าใจว่าพระมหาทรงธรรม์ออกธุดงค์อยู่ตามป่าเขาหรือวัดในชนบทห่างไกล ที่เข้าเมืองให้คนพบเห็นก็คงมีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมได้แต่เพียงข่าวแต่ไม่มีโอกาสได้พบหน้ากับพระมหาทรงธรรม์อีกเลยจนกระทั่งบัดนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังระลึกถึงพระคุณอยู่เสมอ
พระมหาวิสุทธิ์ได้ย้ายจากกุฏิแถวแนวทิศใต้มาอยู่ที่กุฏิธรรมนิวาส และได้ให้หลานซึ่งมาอาศัยเรียนอยู่สองคนเข้ามาพักอาศัยที่กุฏิธรรมนิวาสด้วย เนื่องจากพระมหาวิสุทธิ์เป็นคนบ้านเดียวกันกับผมและคุ้นเคยกับพ่อแม่ผมมาแต่ก่อน ดังนั้นท่านจึงให้ความเมตตา ให้ความกรุณาเป็นพิเศษ
แต่เพราะเหตุที่พระมหาวิสุทธิ์ก็เป็นคนเจ้าระเบียบและเคร่งครัด ที่สำคัญคือกวดขันแม้กระทั่งในเรื่องเล็กเรื่องน้อย ดังนั้นไม่นานนักสมปราชญ์และสินจึงได้ออกจากวัดไป และมีเณรจากบ้านเดียวกับผมซึ่งมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ได้ย้ายเข้ามาอยู่แทน ส่วนหมอปานซึ่งมาอาศัยวัดอยู่เพราะพระมหาทรงธรรม์ ครั้นพระมหาทรงธรรม์ละกุฏิไปแล้ว หมอปานจึงย้ายไปสำนักอาศัยอยู่ที่วัดมหาธาตุ
พระมหาวิสุทธิ์คงจะเห็นว่าผมเป็นคนตั้งใจเรียน และสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ ดังนั้นท่านจึงเอาใจใส่ผมเป็นพิเศษ และใช้วิธีพิเศษ
ตอนเช้าหลังกลับจากบิณฑบาตรแล้วท่านก็ตักข้าวให้ผมกินก่อนเพื่อจะได้ไปเรียนหนังสือให้ทันเวลา ผมจึงมีอภิสิทธิ์กินข้าวก่อนพระเหมือนกับสมัยพระมหาทรงธรรม์ ครั้นกลับจากโรงเรียนผมก็ยังคงมีวัตรปฏิบัติเหมือนเดิมแต่ต้องรีบกลับกุฏิก่อนสามทุ่ม เพราะพระมหาวิสุทธิ์กลับจากสอนหนังสือที่มหาจุฬาฯ ประมาณทุ่มเศษ พอเวลาใกล้สามทุ่มก็จะเรียกผมขึ้นไปนวด ครู่หนึ่งก็จะให้ผมอ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ซึ่งเป็นหนังสือภาษาอังกฤษให้ท่านฟัง
ท่านให้อ่านหนังสือพิมพ์วันละเพียงคอลัมน์เดียวเท่านั้น ตอนแรกผมไม่ทราบวัตถุประสงค์ แต่นานวันเข้าก็รู้เจตนาของท่านว่าต้องการให้ผมคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ และเมื่อผมอ่านหนังสือจบแล้วท่านก็จะมอบขนมหรือของหวานซึ่งเก็บไว้จากตอนเช้าให้เป็นรางวัล
ปกติผมไม่ค่อยได้กินของหวาน เพราะมีคนใส่บาตรของหวานไม่มากนัก ถึงมีบ้างพระก็ฉันหมด หรือแม้จะเหลือก็ไม่เหลือมาถึงผม เพราะกว่าจะกลับจากโรงเรียนก็เป็นเวลาเย็น ดังนั้นการได้รับรางวัลเป็นของหวานจึงนับเป็นเรื่องพิเศษสำหรับภาวะเด็กวัดเช่นนั้น แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือผมได้ซึมซับความรู้ภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัว
พระมหาวิสุทธิ์มีวิธีอบรมสั่งสอนแบบไม่ต้องบอกวิธี แต่จะสั่งให้ทำไปเลยทีเดียว ท่านคงเกรงว่าผมจะไปเที่ยวเตร่ในวันอาทิตย์ ดังนั้นพอถึงวันศุกร์ท่านจึงมอบหมายให้ผมทำการบ้านอยู่เสมอ
การบ้านในครั้งแรก ท่านเอากุญแจตู้พระไตรปิฎกส่งให้กับผม แล้วสั่งว่าท่านจะต้องใช้ข้อมูลไปสอนพระภิกษุนักเรียน ให้ผมช่วยค้นและสรุปพระสูตรหรือหัวข้อพระอภิธรรมหรือหัวข้อพระวินัย โดยบอกแต่หัวข้อเรื่องและปิฎกที่จะต้องไปตรวจค้น และสั่งว่าให้ผมทำให้เสร็จก่อนค่ำวันอาทิตย์
ผมมีอัชฌาสัยเชื่อฟังผู้ใหญ่และเคารพครูบาอาจารย์ คิดว่าได้มาอาศัยวัด อาศัยข้าวก้นบาตรพระ เมื่อพระสั่งงานเพียงเท่านี้อยู่ในวิสัยที่จะทำได้ ดังนั้นจึงตั้งใจทำถวายด้วยความยินดี
ในชั้นแรกเป็นเรื่องยากเพราะไม่รู้ว่าพระไตรปิฎกเล่มไหนเป็นส่วนของพระสูตร พระวินัยและพระอภิธรรม เพราะพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มนั้นได้จัดเก็บในลักษณะปะปนกัน ไม่เรียบเรียงเป็นเล่มเป็นหมวด ราวกับว่ามีคนมาสลับสับเปลี่ยนหมวดหมู่ให้ผมต้องจัดการเรียงเล่มเสียใหม่ ผมจึงจำเป็นต้องเอาพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มมาเรียงจัดลำดับเล่มใหม่เป็นชุด ๆ คือชุดพระสูตร พระอภิธรรม และพระวินัย เพียงแค่นี้ก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน
เมื่อแยกเป็นสามปิฎกแล้วก็ต้องค้นสารบัญว่าหัวข้อเรื่องที่จะต้องตรวจค้นนั้นเป็นปิฎกใด อยู่ในเล่มไหน กว่าจะคุ้นว่าเล่มไหนมีเรื่องอะไรบ้างก็ใช้เวลาไม่น้อย เมื่อพบเล่มพบเรื่องแล้วก็ต้องจดย่อ ๆ ตามหัวข้อธรรมที่ได้รับมอบหมายอีก แต่ในที่สุดก็แล้วเสร็จทันค่ำวันอาทิตย์
เป็นธรรมดาของสิ่งทั้งปวงที่เริ่มต้นครั้งแรก ๆ ออกจะลำบากสักหน่อยหนึ่ง แต่นานวันเข้าก็ค่อย ๆ เบาแรง เพราะสามารถเข้าถึงปิฎกที่ต้องการได้โดยง่าย จากนั้นก็เข้าถึงเล่มและเรื่องได้สะดวกขึ้น เมื่อพบเรื่องก็สามารถทำบันทึกย่อได้เร็วขึ้นโดยลำดับ
ก็เป็นธรรมดาของคนเราเมื่อต้องค้นหัวข้อเรื่องในพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่ม ก็ได้รู้ว่าพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มนั้นมีเค้าโครงเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งทำให้ค้นหาในภายหลังได้ง่ายขึ้น และเมื่อค้นเรื่องพบแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรก็ค่อย ๆ ได้รับรู้มากขึ้น เพราะจดบันทึกไปก็ได้เรียนรู้ไปโดยอัตโนมัติ
ผมได้รู้ภายหลังว่าการที่พระมหาวิสุทธิ์สั่งให้ผมค้นและย่อความจากพระไตรปิฎกในแต่ละสัปดาห์นั้น พระมหาวิสุทธิ์นำไปใช้สอนน้อยมากเพราะตัวท่านเป็นพระผู้เจนจบพระไตรปิฎก วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของพระมหาวิสุทธิ์คือต้องการให้ผมศึกษาพระไตรปิฎก โดยเริ่มจากขั้นสัมผัสและรู้เรื่องราวไปโดยลำดับ
เพราะเหตุนี้ผมจึงเป็นเด็กวัดคนเดียวที่มีความรู้เรื่องราวในพระไตรปิฎกยิ่งกว่าเด็กวัดคนอื่น ๆ ทั้งหมดของวัดระฆัง พระมหาวิสุทธิ์เคยชมว่าผมเคยสร้างสมบารมีไว้แต่ปางก่อนจึงคุ้นเคยกับพระไตรปิฎกได้ง่าย
จากการที่พระมหาวิสุทธิ์ได้สั่งให้ผมค้นคว้าพระไตรปิฎกนั้น จึงมีอานิสงส์โดยตรงที่ทำให้ผมได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนคำสอนของพระบรมศาสดาจากพระไตรปิฎกโดยตรง ทั้ง ๆ ที่อายุยังอยู่ในวัยเด็ก และทำให้มีความรู้พระธรรมคำสอนสมกับความเป็นชาวพุทธ
ทำให้ผมได้รำลึกถึงคำเล่าของแม่ว่า ยามที่มีชีวิตลำบากและมีเงินเหลือก้อนสุดท้าย ซึ่งซินแสได้ทำนายว่าจะต้องฉิบหายจนหมดตัว แม่ผมคิดว่าไหน ๆ ก็จะหมดตัวแล้ว ก็เอาเงินก้อนสุดท้ายไปซื้อพระไตรปิฎกถวายวัด หวังเอาอานิสงส์ให้ลูกมีความรู้และเฉลียวฉลาด ด้วยอานิสงส์นี้กระมังผมจึงสามารถเรียนรู้พระไตรปิฎกได้อย่างรวดเร็ว และทำให้รู้จักพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าสมกับที่ได้เป็นเด็กวัด
ผมลงแรงค้นคว้าศึกษาพระไตรปิฎกโดยไม่รู้ตัวเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่หาใช่เป็นการลงแรงโดยเสียเปล่าไม่ ผลแท้จริงนั้นก็คือการลงทุนด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ให้ผลให้อานิสงส์แก่ชีวิตผมมากที่สุด หาไม่แล้วความเป็นชาวพุทธก็จะเป็นชาวพุทธแต่ในทะเบียนบ้านและมีความรู้ในการพระศาสนาเพียงงู ๆ ปลา ๆ ไม่สามารถและไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ถึงพระธรรมคำสอนอันสุดประเสริฐแสนวิเศษของพระบรมศาสดาเลย
โอกาสเช่นนี้จะมีสักกี่คนเล่าที่มีโอกาส ดังนั้นความเป็นเด็กวัดแม้ว่าไม่ใช่สิ่งที่จะพึงเอาไปโอ้อวดเพื่อหาเสียงหาคะแนน แต่ก็หาใช่สิ่งที่เป็นปมด้อยของชีวิตแต่ประการใดไม่ หากเป็นประสบการณ์และโอกาสอันยอดเยี่ยมของชีวิตที่น้อยคนนักจักได้สัมผัส
พระมหาวิสุทธิ์ได้บอกผมว่าอย่าอยู่วัดแล้วกินข้าวชาวบ้านเปล่า ๆ ต้องไปเรียนธรรมศึกษาหรือเรียนนักธรรมที่วัดมหาธาตุ ต้องสอบให้ได้ธรรมศึกษาตรีเป็นอย่างน้อยและต้องเรียนโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย
ตัวผมเองนับถือศรัทธาพระมหาวิสุทธิ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่เพียงแต่เป็นคนบ้านเดียวกัน และยายผมเคยอุปถัมภ์บำรุงมาแต่ก่อนเท่านั้น ผมเองได้ประจักษ์ในวัตรปฏิบัติของท่านที่ทรงศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์และมีความรู้ในการพระศาสนาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเมื่อท่านแนะนำให้ไปเรียนธรรมศึกษาและเรียนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ผมจึงยินดีและน้อมใจทำตาม
ผมได้สมัครเข้าเป็นนักเรียนนักธรรมในสำนักวัดมหาธาตุ และได้สมัครเรียนในโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่มหาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายมหานิกายพร้อมกันทีเดียวทั้งสองอย่าง
ช่วงปีนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ผมศึกษาทั้งชั้นมัธยมศึกษา ศึกษานักธรรม และศึกษาวิชาการพระพุทธศาสนาพร้อมกันทั้งสามอย่าง
วิชาธรรมศึกษาชั้นตรีเป็นเรื่องวิชาพื้นฐานที่ชาวพุทธควรต้องเรียนรู้ และยังมีวิชากระทู้ที่ต้องแสดงความรู้ความเข้าใจของตนเองอย่างแท้จริง เพราะเมื่อมีการตั้งกระทู้หรือหัวข้อธรรมอย่างใดแล้ว จะต้องอธิบายกระทู้นั้นอย่างกระจ่างแจ้ง ทำนองเดียวกับที่พระเทศน์ให้ชาวบ้านฟังนั่นแหละ
ผมพอจะมีพื้นฐานทางภาษาไทยและความเข้าใจพระศาสนามาแต่น้อย ทั้งได้ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกเป็นทุนเดิมรองรังอยู่แล้ว ดังนั้นวิชากระทู้ซึ่งเป็นวิชาที่ยากจึงไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับผมแต่ประการใด ส่วนวิชาพื้นฐานอื่น ๆ ได้มีส่วนอย่างสำคัญในการปรับพื้นฐานความรู้ที่มีอยู่แต่เดิมให้มีความถูกต้องแม่นยำและเกิดความเข้าใจในพระศาสนามากขึ้น
การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ออกจะแตกต่างไปจากการศึกษานักธรรม เพราะมีการสอนพระสูตรที่สำคัญ ๆ และมีการสอนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในช่วงนั้นผมจำได้ว่าพระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปะยุตโต) ซึ่งยังหนุ่มแน่นและเพิ่งจบการศึกษามาจากต่างประเทศใหม่ ๆ ได้เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานทั้งการพระศาสนาและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีความรู้ภาษาลาตินอย่างดียิ่ง จึงทำให้ได้ความรู้ที่แตกฉานออกไปอีก
ในปีนั้นเป็นปีที่ผมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพระศาสนา ตลอดจนพระธรรมคำสอนที่เป็นระบบ เป็นระเบียบ และเป็นหลักวิชายิ่งกว่าแต่ก่อน ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่าพื้นฐานที่มีอยู่แต่เดิมได้มีส่วนช่วยให้เกิดความเข้าใจ ความก้าวหน้าในการพระศาสนาอย่างดียิ่ง
เวลาสอบนักธรรมเขาเรียกกันว่าสอบธรรมสนามหลวง มีพระสงฆ์ผู้ใหญ่เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง อำนวยการและรับผิดชอบในการสอบทั่วประเทศ การสอบนักธรรมนี้ตามบ้านนอกเรียกว่าพระสอบไล่ เมื่อผมยังเป็นเด็ก พอถึงเทศกาลพระสอบไล่ยายผมและเพื่อน ๆ จะมาช่วยกันทำข้าวปลาอาหารไปเลี้ยงพระเพราะถือว่าได้อานิสงส์มาก ซึ่งผมไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสเช่นเดียวกันนั้นเลย
ผมสอบธรรมสนามหลวงได้เป็นธรรมศึกษาตรีในปีนั้น มีการให้ประกาศนียบัตรที่ผมถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของผมในช่วงนั้น เพราะเป็นประกาศนียบัตรใบแรกในชีวิต แต่หาใช่ประกาศนียบัตรในวิชาสามัญที่สู้ดั้นด้นมาเรียนถึงกรุงเทพฯ แต่ประการใดไม่ กลับเป็นประกาศนียบัตรทางพระพุทธศาสนา ซึ่งถึงเวลานี้เด็กรุ่นใหม่ ๆ จะมีใครสักกี่คนที่จะมีโอกาสและให้ความสนใจ ทั้ง ๆ ที่มีคุณประโยชน์แก่ชีวิตและในการครองตนอย่างมหาศาล
ผมสอบวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ได้ค่อนข้างดีและได้เรียนต่ออีกปีหนึ่ง ซึ่งเป็นปีที่สองของการเรียนวิชาการพระพุทธศาสนาอย่างเป็นแบบแผน และผมก็สอบได้ดังที่ได้ตั้งความปรารถนาไว้
ถึงกระนั้นผมเองก็ยังรู้สึกว่าการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนาดังกล่าวนั้นเป็นการศึกษาเพียงเพื่อรู้แต่ยังไม่เกิดมรรคผลใด ๆ ทางจิตใจ ที่จะทำให้จิตใจสงบ สว่าง และมีปัญญาในทางพระพุทธศาสนาบังเกิดขึ้น แต่ก็ถือเสียว่าเพียงเท่าที่ได้รู้ทางวิชาการก็ดีกว่าที่ไม่มีโอกาสเรียนรู้เสียเลย ทั้งยังมีอานิสงส์ทำให้ความรู้ทางปฏิบัติระดับงู ๆ ปลา ๆ ที่ติดตัวมาจากบ้านเดิมเกิดเป็นความเข้าใจที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย
เพราะผมได้ผ่านการอบรมทางจิตมาจากพระอาจารย์ตามสมควรแล้ว ดังนั้นวิชาการที่ได้เล่าเรียนจึงทำให้เกิดความเข้าใจใหม่ ๆ ที่เป็นระบบมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจทำให้จ้องหาโอกาสที่จะนำความรู้ทางวิชาการไปสู่การปฏิบัติต่อไป.