ตอนที่ 496. อำนาจแห่งสัตยาธิษฐาน

หน่วยลาดตระเวนของกองทัพเมืองเสฉวนได้อาบกินน้ำในลำธารแอสวนจึงถูกพิษเป็นใบ้ ขงเบ้งสงสัยออกไปหาต้นสายปลายเหตุ จึงได้พบกับชายประหลาดที่ศาลเทพารักษ์ม้าอ้วน และได้ทราบว่ามีลำธารพิษถึงสี่แห่ง ชายประหลาดนั้นได้บอกกลวิธีและยาแก้พิษของธารน้ำทั้งสี่ให้แก่ขงเบ้ง ขงเบ้งจึงพาทหารซึ่งเป็นใบ้ไปหาตัวยา

            ขงเบ้งได้ยินคำถามแบบจู่โจมในทำนองรู้ตัวว่าขงเบ้งคือมหาอุปราชแห่งแคว้นจ๊กก็ตกใจ รีบถามกลับไปในทันใดว่าเหตุไฉนผู้เฒ่าจึงรู้จักข้าพเจ้า

            เบ้งเจียดจึงตอบว่า เรารู้อยู่นานแล้วว่ามหาอุปราชยกกองทัพมารบกับเบ้งเฮ็ก เบ้งฮิวในแดนเมืองนี้ กล่าวแล้วเบ้งเจียดก็หัวเราะ และเชิญขงเบ้งเข้าไปสนทนากันในเรือน

            ขงเบ้งแจ้งแก่เบ้งเจียดว่า ข้าพเจ้าได้รับรับสั่งของพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ยกกองทัพมาปราบปรามเบ้งเฮ็กซึ่งยกทหารไปรุกรานแดนเมืองจีน บัดนี้เบ้งเฮ็กหนีไปอยู่ที่เทือกเขาอิมตองสัน ข้าพเจ้ายกทหารตามไปพบธารน้ำ ทหารลงดื่มกินก็ได้รับความเจ็บป่วยเป็นใบ้ มีผู้บอกข้าพเจ้าว่าน้ำและยาซึ่งรักษาพิษมีอยู่ที่นี้จึงได้รีบมา ขอท่านได้เมตตาแก่ข้าพเจ้าด้วย

            เบ้งเจียดจึงว่า ที่แท้เรื่องเพียงเท่านี้เอง ไม่ควรที่มหาอุปราชจะมาหาข้าพเจ้าซึ่งเป็นเพียงคนชาวป่าชาวดอยด้วยตนเอง แค่ให้ทหารเลวมาบอกกล่าวก็จะได้ดังประสงค์ทุกประการ น้ำและตัวยามีอยู่ที่หน้าบ้านหลังบ้านมากมายนัก มหาอุปราชต้องการสักเท่าใดก็จงเอาไปตามแต่จะพอใจเถิด

            ขงเบ้งจึงว่าข้าพเจ้าได้พาทหารซึ่งต้องพิษเป็นใบ้มาด้วยแล้ว และจะขอตัวยาสำหรับป้องกันแก้ไขพิษกลับไปด้วย กล่าวแล้วขงเบ้งก็ชี้ไปที่อองเป๋งซึ่งคุมทหารลาดตระเวนและต้องพิษให้เบ้งเจียดดู

            เบ้งเจียดได้ฟังดังนั้นจึงสั่งเด็กรับใช้ในเรือนพาอองเป๋งและทหารไปที่ธารน้ำหลังบ้าน ให้คนป่วยอาบกินน้ำในลำธาร ครู่หนึ่งทหารซึ่งป่วยเจ็บก็อาเจียนออกมาเป็นโลหิตสีดำ มีกลิ่นคาวคละคลุ้งและมีเสมหะกลั้วเกลือกปนออกมาเป็นอันมาก หลังจากไอสองสามครั้งแล้วทหารทั้งนั้นก็พูดจาทักทายกันได้เป็นปกติ ต่างพากันดีอกดีใจเป็นอันมาก

            อองเป๋งเห็นดังนั้นก็มีความยินดี จึงพาทหารซึ่งหายป่วยมาคำนับเบ้งเจียด เบ้งเจียดก็โบกมือเป็นทีว่าเรื่องเพียงเท่านี้อย่าได้ถือสาเป็นพิธีรีตองเลย แล้วเบ้งเจียดจึงกล่าวกับขงเบ้งว่า เส้นทางซึ่งจะเข้าไปยังเทือกเขาอิมตองสันนั้นมีธารน้ำพิษถึงสี่แห่ง มีหมอกพิษเกือบตลอดทั้งวันและยังมีสัตว์ร้ายนานาชนิด ซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งสิ้น ฉะนั้นท่านจงให้ทหารเก็บใบยาฮุยเหียบไปให้จงมาก หากต้องพิษก็ให้ทหารกินยานี้ก็จะหาย

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สั่งทหารให้เก็บใบยาเป็นจำนวนมากแล้วกล่าวกับเบ้งเจียดว่า พระคุณท่านครั้งนี้ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมเลือน สำเร็จราชการแล้วจะกลับมาแทนพระคุณท่าน แต่ใคร่ขอทราบนามและแซ่ของผู้เฒ่าจะได้จารึกไว้ในใจ

            เบ้งเจียดได้ฟังก็ทอดถอนใจใหญ่ แล้วกล่าวว่าข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะแจ้งชื่อแซ่แก่ท่าน แต่เมื่อท่านถามก็จำใจบอก ข้าพเจ้านี้เป็นพี่น้องกับเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิว มีชื่อว่าเบ้งเจียด ถึงแม้จะเป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกันกับเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิว แต่อุปนิสัยใจคอแตกต่างกัน ข้าพเจ้าจึงละความเป็นญาติและอำนาจวาสนาทั้งปวงออกมาอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรโดยลำพัง ท่านอย่าได้กินแหนงแคลงใจตั้งความรังเกียจในตัวข้าพเจ้าเลย

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ เบ้งเจียดเห็นอาการของขงเบ้งจึงว่า มหาอุปราชจงวางใจเถิด เพราะแม้น้องข้าพเจ้าจะเป็นคนพาลสันดานหยาบ แต่ข้าพเจ้าก็หาได้กลายเป็นพาลตามน้องไปด้วยไม่ ครั้งนี้น้องข้าพเจ้าทำความผิด จนมหาอุปราชต้องลำบากตรากตรำยกกองทัพมาถึงที่นี่ ความผิดนั้นก็ย่อมตกแก่ข้าพเจ้าด้วย ขอได้ให้ความเมตตาอย่าได้ถือสารังเกียจข้าพเจ้า

            ขงเบ้งจึงว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านผู้เฒ่าก็อย่าได้วิตก ความผิดชอบชั่วดีที่บุคคลใดทำไว้ย่อมเป็นวิบากตกแก่ผู้นั้น เมื่อท่านผู้เฒ่ามิได้ทำผิดร่วมกับน้อง ท่านผู้เฒ่าก็หาต้องรับผิดแต่ประการใดไม่ มิหนำเล่าท่านผู้เฒ่าได้มีน้ำใจเมตตาเอื้ออาทร สร้างความชอบไว้เป็นอันมาก ข้าพเจ้ากลับถึงเมืองเสฉวนแล้วจะกราบบังคมทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งท่านเป็นใหญ่ในแดนนี้

            เบ้งเจียดได้ฟังก็ยกมือขึ้นเป็นทีปฏิเสธ แล้วกล่าวว่าน้ำใจมหาอุปราชประเสริฐแท้ แต่ตัวข้าพเจ้าเป็นคนป่าชาวดอย ไม่ปรารถนายศถาบรรดาศักดิ์ รักแต่ความสบาย อย่าได้ยากแก่มหาอุปราชเลย

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็นึกเลื่อมใสผู้เฒ่าเบ้งเจียดที่ไม่โลภโมโทสันในลาภยศ จึงสั่งให้ทหารเอาของขวัญข้าวของเงินทองมามอบแก่เบ้งเจียดเป็นสินน้ำใจ เบ้งเจียดเห็นดังนั้นจึงกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นคนป่าบ้านนอก กินน้อยใช้น้อยแต่พอประทังชีวิต ข้าวของทั้งนี้เกินความจำเป็นสำหรับคนบ้านป่าอย่างข้าพเจ้า ควรที่จะแจกจ่ายให้แก่ทหารจึงจะชอบ กล่าวแล้วเบ้งเจียดก็ให้ทหารขนของเหล่านั้นกลับไป

            ขงเบ้งกล่าวขอบคุณเบ้งเจียดแล้วขึ้นเกวียนน้อยพาทหารกลับไปที่ค่าย แล้วออกคำสั่งสนามแจ้งภัยของธารน้ำทั้งสี่และสัตว์ร้ายต่างๆ ในเส้นทางเดินทัพให้ทหารทั้งปวงระมัดระวังตัวอย่าได้ตั้งอยู่ในความประมาท

            ขงเบ้งได้สั่งให้ทหารขุดบ่อน้ำภายในค่ายจำนวนสี่สิบบ่อเพื่อหาน้ำให้ทหารได้อาบกิน แต่ขุดลึกกว่าสิบวาแล้วก็ยังไม่พบน้ำ ขงเบ้งจึงให้ทหารขุดต่อไปอีกจนกระทั่งถึงความลึกระดับสี่สิบวาก็ไม่ปรากฏน้ำแม้แต่สักหยดหนึ่งซึ่งเป็นการผิดปกติ ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ทอดถอนใจ รำพึงว่าธรรมชาติไม่เป็นใจแก่เราเลย แล้วนั่งครุ่นคิดหาหนทางที่จะหาน้ำกินน้ำใช้สำหรับกองทัพ จนกระทั่งเวลาพลบขงเบ้งจึงให้ตั้งการพิธีขึ้นที่ขอบบ่อ มีธวัชฉัตรธงและธงทิวธูปเทียนตามกระบวนพิธีแห่งลัทธิเต๋า

            หลังจากจุดธูปเทียนแล้วขงเบ้งได้รินสุราบูชาเทพยดาฟ้าดิน และเอากระบี่อาญาสิทธิ์มาพนมที่เบื้องหน้าแท่นบูชานั้น ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าขงเบ้งตั้งใจทำราชการสนองพระคุณพระเจ้าเล่าปี่โดยสุจริต จะยกพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นครองราชสมบัติ บำรุงให้ราษฎรเป็นสุขสืบไป บัดนี้พลทหารทั้งปวงขัดสนด้วยน้ำนัก ถ้าบุญพระเจ้าเล่าเสี้ยนจะเป็นใหญ่ ตัวข้าพเจ้าจะได้ช่วยทำนุบำรุงอยู่ ขอเทพยดาจงโปรดให้ทานชีวิตสัตว์ทั้งปวงด้วย ถ้าพระเจ้าเล่าเสี้ยนหาบุญไม่แล้ว จงบันดาลให้ข้าพเจ้าขงเบ้งผู้เป็นคนอาภัพนี้ตายเสียเถิด อย่าให้มีชีวิตอยู่ดูหน้าคนสืบไปเลย”

            ขงเบ้งอธิษฐานเสร็จแล้วเอากระบี่อาญาสิทธิ์กรายร่ายรำกวัดแกว่งไปเบื้องบนอากาศ แล้ววาดกระบี่นั้นมาที่พื้น ชี้ไปที่บ่อน้ำ แล้วกรายไปยังทิศทางซึ่งขุดบ่อไว้ทั้งสี่สิบบ่อ จากนั้นขงเบ้งจึงยกสุราขึ้นมาอมแล้วพ่นไปที่โคมเทียน เกิดประกายไฟสว่างจ้า ลมพายุพัดมาแต่ไม่แรงนัก พอเปลวเทียนได้ลุกโชนโชติช่วง เสียงใบไม้แกว่งไหวดังซู่ซ่าประหนึ่งเทพยดารับรู้สัจจาธิษฐาน ขงเบ้งเห็นเหตุการณ์ดังนั้นก็ยินดี

            อันสัจจาธิษฐานนั้นเป็นกระบวนการสร้างพลังอำนาจชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุกศาสนา ไม่ว่าศาสนาพราหมณ์ ฮินดู คริสต์ พระพุทธศาสนาหรือลัทธิเต๋า นางสีดาเคยตั้งสัตยาธิษฐานอ้างเอาความภักดีต่อพระรามผู้เป็นสวามี แล้วใช้ใบหญ้าขีดเป็นวงกับพื้น ก็บังเกิดเป็นไฟป้องกันการบุกรุกของทศกัณฐ์ได้ เจ้าชายสิทธัตถะก่อนที่จะได้ตรัสรู้อนุตรสัมโพธิญาณ ก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานลอยถาดทวนกระแสน้ำ ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่บังเกิดเป็นไปได้ก็ด้วยมีอำนาจเหนืออำนาจมนุษย์อีกอำนาจหนึ่งขึ้นมาเสริม เป็นพลังลี้ลับที่อาจดลบันดาลหลายสิ่งหลายอย่างที่เหนือคิดเหนือคาดให้บังเกิดขึ้นได้ การเรียกลม การเรียกฝน การห้ามน้ำขึ้นลง หรือการเรียกน้ำดังกรณีของขงเบ้งนี้ ย่อมเป็นไปโดยพลังแห่งอำนาจของสัตยาธิษฐานดังได้แสดงมานี้ แต่ทว่าพลังอำนาจเช่นนี้ใช่ว่าจะบังเกิดขึ้นโดยทั่วไป จะบังเกิดขึ้นได้ก็แต่ผู้ที่ดำรงตนมั่นคงอยู่ในความสัตย์เท่านั้น จึงเรียกว่าสัตยาธิษฐาน คือการตั้งจิตถือเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งแห่งกำลังอำนาจ ขออำนาจพิเศษให้บังเกิดขึ้น หรือขออำนาจพิเศษให้ดลบันดาลสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้บังเกิดขึ้น ต่างกับการทำพิธีชุมนุมเทวดาหรือประกาศชุมนุมเทวดาซึ่งเป็นพิธีกรรมทำให้เห็นว่าศักดิ์สิทธิ์ และบังเกิดขึ้นในชั้นหลัง พิธีกรรมนั้นมีเนื้อหาคืออัญเชิญเทวดาต่าง ๆ มาฟังพระธรรม ซึ่งแต่ละวันก็มีการชุมนุมเทวดากันมากหนมากแห่งมากที่ หากเป็นผลเสมอไปก็เห็นทีว่าเทวดาจะไม่มีความเป็นปกติสุขเพราะต้องถูกเชิญไปฟังธรรมเหมือนกับนักการเมืองรับเชิญไปเที่ยวเปิดงานสัมมนาไม่หยุดหย่อนฉะนั้น การจะเป็นผลหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้ประกาศชุมนุมเทวดาว่าเป็นผู้ทรงภูมิธรรมอันประเสริฐถึงระดับชั้นที่จะสื่อสารให้เชื่อถือกันได้หรือไม่ หากเป็นเพียงผู้ห่มเหลืองที่มิได้มีภูมิธรรม หรือเป็นเพียงพวกเดียรถีย์ หรือนักลวงโลก หรือนักเก็งกำไรบุญ ถึงจะประกาศชุมนุมเทวดาสักร้อยหนพันครั้งก็ไม่มีเทวดาหน้าไหนมาร่วมสังฆกรรมด้วย

            คำสัตยาธิษฐานของขงเบ้งได้ถือเอาความสัตย์จงรักภักดีต่อพระเจ้าเล่าปี่เป็นที่ตั้ง จึงหวังจะทำนำบำรุงพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นเป็นใหญ่ ดังนั้นภารกิจราชการของขงเบ้งในวันนี้แม้ว่าสิ้นพระเจ้าเล่าปี่แล้วแต่สายใยแห่งความภักดีก็ยังคงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง หาใช่การอุทิศตนเพื่อพระเจ้าเล่าเสี้ยนโดยตรงไม่

            ในค่ำคืนวันนั้นอากาศเย็นจัด ลมพายุพัดแรงกล้า เสียงฟ้าคำรนฝนคำรามก้องกระหึ่มทั้งคืน สายหมอกบางเบาพลิ้วลอยมาไม่ขาดระยะ เสียงใบไม้ต้องลมวิเวกหวีดโหยหวน ดังตลอดทั่วแนวป่าตั้งแต่ยามสองจนกระทั่งรุ่งสาง พอสว่างขึ้นทหารรักษาการณ์วิ่งหน้าตาตื่นไปที่หน้าค่ายของขงเบ้ง แล้วเข้าไปรายงานว่าอัศจรรย์ยิ่งนัก บ่อน้ำทั้งสี่สิบบ่อที่แห้งผากแต่วันวานนั้นบัดนี้มีน้ำเต็มทุกบ่อ

            ขงเบ้งทราบรายงานก็มีความยินดี เดินออกไปดูที่บ่อน้ำเห็นน้ำเต็มบ่อทุกบ่อตรงตามคำรายงาน จึงประกาศให้ทหารอาบกินตามสบาย แล้วสั่งให้เตรียมเคลื่อนทัพไปที่เขาอิมตองสัน และให้บรรทุกน้ำจากบ่อน้ำนั้นไปในกองทัพด้วย

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กตั้งแต่ยกทหารมาตั้งมั่นในเทือกเขาอิมตองสันแล้วก็มั่นใจในชัยภูมิอันพิสดารว่าจะเป็นปราการต้านกองทัพของขงเบ้งมิให้ล่วงล้ำเข้ามาได้ ดังนั้นแต่ละวันจึงดื่มสุราฮาเฮคอยท่าว่าเมื่อใดกองทัพขงเบ้งจะเลิกทัพกลับไป

            บ่ายวันหนึ่งหน่วยสอดแนมได้รายงานความให้เบ้งเฮ็กทราบว่า บัดนี้กองทัพเมืองเสฉวนได้ยกล่วงมายังเทือกเขาอิมตองสันทางทิศตะวันตก กำลังยกตรงเข้ามาแล้ว เบ้งเฮ็กได้ฟังก็ตกใจ เข้าไปหาโต้สู้ไต้อ๋องแล้วแจ้งความให้ทราบ

            โต้สู้ไต้อ๋องแสดงท่าทีแปลกประหลาดใจแล้วว่า เป็นไปได้อย่างไรที่กองทัพขงเบ้งจะยกล่วงเข้ามาโดยไม่เป็นอันตราย ข้าพเจ้ายังไม่เชื่อถือจะออกไปดูด้วยตาให้ประจักษ์ก่อน กล่าวแล้วโต้สู้ไต้อ๋องจึงพาทหารขึ้นไปบนยอดเขา มองไปทางช่องเขาด้านทิศตะวันตกก็เห็นกองทัพเมืองเสฉวนกำลังเคลื่อนขบวนยาวเหยียดตรงเข้ามาแต่ไกล ๆ และยังมีกองลำเลียงน้ำติดตามมาเป็นจำนวนมาก

            เบ้งเฮ็กเห็นโต้สู้ไต้อ๋องตื่นตะลึงก็ปรารภว่า เหตุใดขงเบ้งจึงยกทหารล่วงเข้ามาได้ดังนี้ โต้สู้ไต้อ๋องจึงว่ามีแต่เทพยดาเท่านั้นจึงจะรู้หนทางและวิธีแก้พิษร้ายของเทือกเขาอิมตองสันได้ หรือว่าเทพยดาจะบอกความลี้ลับให้ขงเบ้งทราบ

            เบ้งเฮ็กเห็นโต้สู้ไต้อ๋องกล่าวความแบบคนจนปัญญาจึงกล่าวว่า เส้นทางเข้าเทือกเขาอิมตองสันด้านตะวันออกก็ถูกปิดกั้นแล้ว เหลือแต่ทางตะวันตกซึ่งขงเบ้งกำลังยกทหารเข้ามา อย่างช้าวันรุ่งขึ้นตอนบ่ายก็คงจะยกมาถึง จะหนีก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ตาย ชอบที่จะสู้ตายอย่าให้เขาจับให้เป็นที่อัปยศสืบไปเลย พระคุณของท่านที่ให้ที่พำนักหนักหนาแล้ว อย่าให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ท่านต่อไป ท่านจงอยู่ที่ถ้ำอันเป็นที่พำนักต่อไป ข้าพเจ้าและทหารจะยกออกไปรบกับขงเบ้งเอง

            โต้สู้ไต้อ๋องได้ฟังคำเบ้งเฮ็กก็รู้สึกว่ามีท่วงทำนองของการตัดพ้อต่อว่า ประกอบทั้งโต้สู้ไต้อ๋องก็มีน้ำใจเป็นนักเลง ไม่ทิ้งเพื่อนในยามยากเหมือนกับพวกวิญญูชนจอมปลอม จึงกล่าวว่าพวกเราบัดนี้เหมือนหนึ่งพี่น้องกัน จะเป็นจะตายก็ต้องเป็นตายด้วยกัน ไหนเลยข้าพเจ้าจะปล่อยให้ท่านไปสู้รบโดยลำพัง และหากท่านปราชัยมีหรือขงเบ้งจะไว้ชีวิตข้าพเจ้า

            กล่าวแล้วโต้สู้ไต้อ๋องจึงพาเบ้งเฮ็กและทหารกลับมาที่ถ้ำ สั่งให้ฆ่าวัวกระบือและเบิกสุรามาเลี้ยงทแกล้วทหารทั้งปวง แล้วว่าพวกเรามาฉลองกันให้อิ่มหนำสำราญแล้ว จะได้ยกไปรบกับขงเบ้งให้รู้แพ้รู้ชนะในวันพรุ่งนี้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓