ตอนที่ 494. แดนสารพัดพิษ

ขงเบ้งวางอุบายเผด็จศึกริมแม่น้ำเซียงหยี ลวงให้เบ้งเฮ็กยกกองทัพมาปล้นค่ายแล้วให้จูล่งลอบยกเข้ายึดค่ายของเบ้งเฮ็ก ครั้นเบ้งเฮ็กแตกพ่ายกลับไปค่ายจึงถูกจูล่งคุมทหารสกัดไว้ เบ้งเฮ็กเห็นดังนั้นก็ประหลาดใจและตกใจ แต่เห็นจูล่งคุมกำลังตั้งมั่นไม่อาจหักเข้ายึดค่ายกลับคืนได้ จึงขี่ม้าพาทหารหนีไปทางทิศตะวันตก

            เบ้งเฮ็กพาทหารหนีไปถึงจุดที่ม้าต้ายคุมทหารซุ่มอยู่ตามคำสั่งของขงเบ้ง ก็ถูกม้าต้ายคุมทหารออกมาสกัดขวางทางไว้ เบ้งเฮ็กหวังจะตีหักออกไปจึงเข้ารบกับม้าต้าย แต่พอรบกันได้เก้าเพลงทหารเมืองเสฉวนก็หนุนเนื่องเข้ามา เบ้งเฮ็กเห็นเกินกำลังนักจึงพา ทหารหนีไปทางทิศเหนือ ก็เผชิญหน้ากับเตียวเอ๊กซึ่งขงเบ้งใช้ให้คุมทหารมาตั้งคอยสกัดไว้

            เบ้งเฮ็กเกิดมานะจึงขับทหารเข้ารบกับเตียวเอ๊ก แต่ทหารเมืองเสฉวนมีจำนวนมากกว่า เบ้งเฮ็กจึงจำเป็นต้องขี่ม้าพาทหารหนีไปทางด้านตะวันออก แต่เบ้งฮิวนั้นไม่อาจตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ จึงถูกทหารเตียวเอ๊กจับมัดตัวเป็นเชลย

            เบ้งเฮ็กขี่ม้าพาทหารไปถึงป่าทึบจะเลี้ยวลับเนินเขาซึ่งเป็นจุดที่อุยเอี๋ยนคุมทหารมาขุดหลุมดักรอไว้ตามคำสั่งของขงเบ้ง ก็เห็นขงเบ้งขี่เกวียนน้อย มีทหารสี่ห้าสิบคนล้อมเกวียนสกัดขวางทางไว้แต่ไกล ก็โกรธขงเบ้งเป็นอันมาก

            ขงเบ้งเห็นเบ้งเฮ็กดังนั้นก็หัวเราะเยาะ แล้วกล่าวว่าวันนี้เบ้งเฮ็กท่านเสียทีแก่เราอีกครั้งหนึ่งแล้ว จะหนีไปไหนพ้น เรามาคอยท่าท่านอยู่ช้านานแล้ว จงยอมให้จับกุมเสียแต่โดยดี

            เบ้งเฮ็กเห็นขงเบ้งมีทหารอยู่ไม่กี่คน ประกอบทั้งมีความโกรธแค้นที่ขงเบ้งเยาะเย้ยให้ได้อายจึงลุแก่โทสะ กล่าวกับทหารด้วยเสียงอันดังว่า “อ้ายคนนี้มันทำกลลวงให้เราเสียที ได้ความแค้นถึงสามครั้ง ให้เร่งเข้ารบฟันให้ละเอียดเสียจงได้”

            เบ้งเฮ็กกล่าวแล้วก็ขี่กระบือออกหน้าทหาร และสั่งทหารให้รุกจู่โจมเข้าจับกุมตัวขงเบ้งให้จงได้ เบ้งเฮ็กและทหารรุกเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันระวังตัวจึงพลัดตกลงไปในหลุมที่อุยเอี๋ยนขุดดักไว้

            ขงเบ้งเห็นแผนการสัมฤทธิ์ผล จึงพาทหารรีบกลับมาค่าย ปล่อยให้อุยเอี๋ยนซึ่งคุมทหารซุ่มคอยทีอยู่ยกทหารออกจากที่ซุ่มเข้าจับกุมตัวเบ้งเฮ็กและทหารกลับมาค่าย

            เมื่อขงเบ้งกลับมาถึงค่ายก็เห็นทหารเมืองเสฉวนคุมตัวเชลยศึกซึ่งเป็นทหารของเบ้งเฮ็กไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงสั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงเชลยศึกเหล่านั้นแล้วกล่าวว่าพวกท่านเป็นไพร่บ้านพลเมืองถูกเกณฑ์มารบศึกโดยไม่เต็มใจ เราจะไม่เอาโทษ ส่วนจะอยู่ทำราชการด้วยเราหรือจะกลับไปบ้านเมืองก็สุดแท้แต่ใจ

            เชลยศึกเหล่านั้นพากันคุกเข่ากราบขอบคุณขงเบ้ง แล้วว่าพระคุณที่ไว้ชีวิตล้นฟ้าแผ่นดิน จะไม่ลืมเลือนเลย แต่พวกข้าพเจ้าเป็นคนต่างเผ่าผิดเภทภาษากับท่าน ซึ่งจะรับราชการอยู่ด้วยท่านนั้นไม่ควร จะขอกลับไปทำมาหากินกับลูกเมียครอบครัว

            ขงเบ้งจึงสั่งให้ปล่อยทหารเหล่านั้นกลับไปบ้านเมือง

            หลังจากนั้นเตียวเอ๊กได้มัดตัวเบ้งฮิวพาเข้ามาหาขงเบ้ง ขงเบ้งเห็นเบ้งฮิวก็ยิ้มให้ แล้วกล่าวว่าเราจับตัวท่านได้อีกแล้ว พี่ชายของท่านกระทำผิดต่อเรา เราจับได้ถึงสามครั้งก็ไม่เอาโทษ ควรที่ท่านจะได้ว่ากล่าวตักเตือนให้เห็นผิดชอบชั่วดี แต่ไฉนจึงคบคิดกันยกมาทำศึกด้วยเราอีก บัดนี้เราจับได้ท่านจะไม่รู้สึกละอายใจบ้างดอกหรือ หรือว่าจะคิดอ่านประการใด

            เบ้งฮิวคุกเข่าลงคำนับขงเบ้งแล้วว่า “โทษข้าพเจ้าครั้งนี้ก็ถึงสิ้นชีวิตแล้ว ท่านจงโปรดให้ชีวิตข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่งเถิด”

            ขงเบ้งจึงว่า ชีวิตท่านอยู่ในเงื้อมมือเรา จะฆ่าท่านในวันนี้หรือวันหน้าก็ไม่ต่างอะไรกัน แต่เอาเถิดเมื่อท่านขอให้เราไว้ชีวิตในวันนี้ เราก็จะไว้ชีวิตให้ แล้วจงกลับไปปรึกษากับพี่ชายให้จงดีว่าสิ่งใดผิดและชอบ กล่าวแล้วขงเบ้งก็สั่งให้ปล่อยตัวเบ้งฮิวกลับไป

            เบ้งฮิวคำนับลาขงเบ้งแล้วเดินกลับออกไป ก็สวนกับอุยเอี๋ยนซึ่งมัดตัวเบ้งเฮ็กคุมเข้ามาหาขงเบ้ง

            ขงเบ้งเห็นเบ้งเฮ็กก็ทำทีเป็นโกรธ แล้วว่าเราปล่อยตัวท่านกลับไปสามครั้งสามคราแล้ว แต่ท่านสิไม่รู้คุณเรา กลับยกทหารมาทำศึกด้วยเราอีก เราจับท่านได้เป็นครั้งที่สี่แล้ว ท่านจะคิดอ่านประการใดเล่า หรือว่าจะยอมพ่ายแพ้แต่โดยดี เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและราษฎรทั้งปวง

            เบ้งเฮ็กจึงว่า ท่านจับตัวเราได้ทั้งสี่ครั้งก็เพราะได้ใช้กลอุบายหลอกลวงเราต่าง ๆ นานา หาใช่ว่าได้ชัยชนะเพราะรบกันด้วยฝีมือไม่ ถึงแม้ท่านจะฆ่าเราเสีย ใจเราก็หาได้ยอมแพ้แก่ท่านไม่ กลับคิดเสียดายชีวิตว่าเกิดมายังทำการกับท่านไม่เต็มฝีมือก็ถูกท่านประหารชีวิตเสียก่อน

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็แกล้งสั่งทหารให้เอาตัวเบ้งเฮ็กไปประหารชีวิต เบ้งเฮ็กถูกควบคุมตัวแล้วก็ยังไม่ระย่อท้อถอยต่อความตาย คงเชิดหน้าอย่างองอาจ ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็คิดว่าเบ้งเฮ็กผู้นี้มีน้ำใจเด็ดเดี่ยวทะนงนัก หากแม้นเราฆ่าเสียก็จะเกิดผู้นำใหม่นำชาวเมืองมาต่อสู้กับเราอีก การศึกก็ไม่เสร็จสิ้น ชอบที่จะปราบเบ้งเฮ็กให้ราบคาบด้วยกายและใจตามความคิดเดิม

            ขงเบ้งคิดดังนั้นแล้วจึงสั่งทหารให้นำตัวเบ้งเฮ็กกลับคืนมาสั่งให้แก้มัดแล้วแต่งโต๊ะเลี้ยงสุราเบ้งเฮ็ก

            ในระหว่างกินโต๊ะขงเบ้งได้กล่าวกับเบ้งเฮ็กว่าในเมื่อท่านไม่ยอมพ่ายแพ้ด้วยใจ เราก็จะปล่อยท่านกลับไปอีกครั้งหนึ่ง ให้ท่านจัดแจงทหารมารบกับเราให้สิ้นฝีมือเถิด ท่านพอใจจะรบเราก็จะรบกับท่าน ท่านพอใจจะเป็นไมตรีเราก็ยินดีเป็นไมตรีกับท่าน สุดแท้แต่ใจท่านจะเห็นข้างการไมตรีหรือข้างการสงคราม

            เบ้งเฮ็กได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า เรากับท่านเป็นคนละชาติคนละภาษา ต่างผิวต่างแดนต่างวัฒนธรรม ซึ่งจะยอมอ่อนน้อมสวามิภักดิ์ต่อท่านนั้นไม่สมควร ตัวท่านชำนาญแต่การอุบายเล่ห์กล ยังไม่ปรากฏว่าชนะเราด้วยกำลังฝีมือ ซึ่งจะให้ยอมแพ้ด้วยใจนั้นพ้นวิสัยที่เป็นไปได้

            ขงเบ้งจึงว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะปล่อยตัวท่านกลับไปอีกครั้งหนึ่ง และอยากจะทราบว่าเมื่อปล่อยท่านกลับไปแล้วท่านจะยกกองทัพมารบกับเราอีกหรือไม่

            เบ้งเฮ็กจึงว่า แม้นข้าพเจ้าจะไม่อ่อนน้อมต่อท่าน แต่เมื่อท่านแผ่พระคุณมากครั้งหลายหนดังนี้ ข้าพเจ้าก็จะไม่ยกกองทัพมารบกับท่านอีกต่อไป

            ขงเบ้งจึงว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงกลับไปเถิด จงคิดอ่านปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข อย่าให้ราษฎรต้องเดือดร้อนเพราะท่านอีก เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็ลาขงเบ้งออกมาที่ทหารซึ่งถูกจับเป็นเชลยประมาณพันคนและขงเบ้งปล่อยตัวกลับไปด้วยกัน

            เบ้งเฮ็กพาทหารเดินออกจากค่ายของขงเบ้งจะกลับไปเมืองจนสว่างก็สวนทางกับเบ้งฮิวคุมทหารยกสวนมาเป็นอันมาก เบ้งฮิวเห็นเบ้งเฮ็กพาทหารเดินมาแต่ไกล ก็ลงจากหลังม้าเข้าไปคำนับเบ้งเฮ็ก ละล่ำละลักกล่าวด้วยความดีใจว่า “ข้าพเจ้าคิดว่าขงเบ้งฆ่าพี่เสียแล้ว ข้าพเจ้าจึงซ่องสุมได้ทหารเป็นอันมาก ยกกลับมาหวังจะแก้แค้นขงเบ้ง”

            เบ้งเฮ็กเห็นอาการของน้องชายดังนั้นก็รู้สึกสลดใจ ประกอบกับในใจก็มีความระย่อท้อถอยเพราะทั้งคร้ามเกรงขงเบ้ง และรู้สึกนึกถึงคุณที่ถูกจับได้แล้วไม่ฆ่าปล่อยกลับมาถึงสี่ครั้ง อันเป็นการนอกเหนือความรู้สึกนึกคิดของคนทั้งปวง เบ้งเฮ็กซึ่งแม้ว่าจะเป็นคนแกร่งกร้าวฮึกห้าวนัก แต่ในใจก็รู้สึกผิดชอบชั่วดี รู้สึกสำนึกดังนั้นก็ร้องไห้ น้อยใจตัวเอง ตรงเข้ากอดเบ้งฮิวแล้วว่า เราทำศึกกับขงเบ้งมาสี่ครั้งพ่ายแพ้ถูกจับได้ทั้งสี่ครั้ง สิ้นกำลัง  ฝีมือและความคิดแล้ว จะยอมนอบน้อมก็ไม่ควร เจ้าจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด

            เบ้งฮิวจึงว่า ที่ภูเขาอิมตองสันมีถ้ำอยู่ภายในกว้างขวางใหญ่โต เป็นที่ตั้งของชนเผ่ากลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง มีโต้สู้ไต้อ๋องเป็นหัวหน้าเผ่า ทำเลภูมิประเทศภูมิฐานชอบกล มีเทือกเขาเป็นปราการขวางกั้น ในเทือกเขานั้นล้วนเป็นถ้ำที่อาศัยของชาวเผ่า อากาศเยือกเย็น ชอบที่พี่จะยกทหารเข้าไปขออาศัยโต้สู้ไต้อ๋อง เห็นว่าโต้สู้ไต้อ๋องจะเอื้ออาทรเพราะมีความสนิทสนมกับข้าพเจ้าเป็นอันดีมาช้านาน เมื่อพี่ท่านตั้งมั่นอยู่ที่เขาอิมตองสันนั้น ขงเบ้งเห็นพี่ไม่ยกออกไปรบก็จะยกทหารตามมา คงจะเสียทีแก่โต้สู้ไต้อ๋องเป็นมั่นคง

            เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบ จึงพาทหารไปที่เขาอิมตองสัน และให้เบ้งฮิวซึ่งสนิทสนมกับโต้สู้ไต้อ๋องเดินทางล่วงหน้าไปเจรจาความกับโต้สู้ไต้อ๋อง ส่วนเบ้งเฮ็กคุมทหารคอยฟังข่าวอยู่ที่ด้านนอกเทือกเขา

            โต้สู้ไต้อ๋องเห็นเบ้งฮิวสหายเก่ามาเยือนก็มีความยินดี ออกมาต้อนรับขับสู้ด้วยไมตรี ครั้นทราบความปรารถนของเบ้งฮิวแล้วจึงพาทหารออกมาต้อนรับเบ้งเฮ็ก แล้วเชิญเข้าไปในเขตเทือกเขา หลังจากทักทายปราศรัยกันตามธรรมเนียมแล้วเบ้งเฮ็กจึงเล่าความเดือดร้อนและการสงครามให้โต้สู้ไต้อ๋องฟังทุกประการ

            โต้สู้ไต้อ๋องได้ฟังความตลอดแล้วจึงว่า ท่านอย่าได้ปรารมภ์เลย พวกเราเป็นชนเผ่าอยู่ในแดนเดียวกัน ทุกข์ของท่านก็เหมือนทุกข์ของเรา ขงเบ้งคุมทหารจีนยกมาครั้งนี้ถือเป็นการรุกรานชนเผ่าของเราด้วย และคราวนี้ชาวจีนจะต้องได้รับบทเรียนจากพวกเรา ด้วยสภาพทำเลภูมิประเทศแห่งนี้เป็นชัยภูมิอันเลิศ ทหารจีนจะไม่มีวันรอดชีวิตกลับไปได้แม้แต่คนเดียว แม้ตัวขงเบ้งก็จะต้องตายอยู่ในดินแดนแห่งนี้

            กล่าวแล้วโต้สู้ไต้อ๋องก็หัวเราะอย่างลำพอง เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็คลายใจและมีความยินดีเป็นอันมาก แต่ก็ไม่วายมีท่าทีสงสัยว่าภูมิประเทศเป็นประการใด จึงจะสามารถเอาชัยแก่กองทัพจีนได้

            โต้สู้ไต้อ๋องเห็นเบ้งเฮ็กยังลังเลสงสัย จึงโอ่สรรพคุณของภูมิประเทศว่าเป็นชัยภูมิที่จะทำลายกองทัพขงเบ้งได้ ซึ่งสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) พรรณนาว่า “เขาอิมตองสันนี้มีทางจำเพาะเข้ามาได้ทางทิศตะวันออก ซึ่งท่านมานั้นราบคาบ น้ำกินก็บริบูรณ์ แต่เป็นทางแคบ ล้วนก้อนศิลาแลต้นไม้ใหญ่ ข้าพเจ้าจะล้มต้นไม้ขนก้อนศิลาทับเสียมิให้ขงเบ้งยกขึ้นมาได้ แม้จะย้ายไปเดินทางตะวันตกก็เป็นทางกันดารคับแคบ ทั้งงูร้ายก็ชุม จำเพาะเดินได้ต่อเวลาตะวันบ่าย ครั้นเวลาพลบค่ำแล้วงูร้ายก็ออกเที่ยวพล่านอยู่จนเวลาตะวันเที่ยง ทั้งขัดสนด้วยน้ำ จำเพาะมีแต่น้ำร้ายสี่ธาร ธารหนึ่งชื่อว่าแอสวน แม้ผู้ใดไม่ทันรู้ตักมากินก็เป็นใบ้ถึงกำหนดเจ็ดวันตาย ธารที่สองชื่อเบียดสวน น้ำในธารนั้นร้อน แม้ลงอาบแลกินก็พุพองเปื่อยพังจนถึงกระดูก ธารสามชื่อเฮดสวน  สีน้ำนั้นดำ ถ้าผู้ใดลงอาบกินตัวก็ดำเหมือนไฟไหม้ เจ็บปวดเป็นกำลังจนขาดใจตาย ธารสี่ชื่อยิวสวน น้ำนั้นเย็นสีขาว ถ้าผู้ใดตักอาบมากินตกถึงคอก็ขาดใจตาย ในธารนั้นก็เงียบสงัดจะได้มีสิ่งสัตว์นกหกหามิได้ ต่อพ้นธารนั้นจึงถึงแดนงูร้าย เมื่อครั้งพระเจ้าฮันเบ้งเต้ได้สมบัตินั้น ม้าอ้วนนายทหารยกกองทัพไปตีเมืองเกาจี ม้าอ้วนมีสติปัญญาหลักแหลม รู้การทั้งปวง มิได้มีผู้ใดเสมอ จึงพาทหารเดินมาถึงทางนี้ ผู้อื่นนอกกว่าม้าอ้วนแล้วมิได้มีผู้ใดเดินทางนี้เป็นอันขาด”

            ความจริงอดีตพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นที่เคยส่งทหารเดินทัพมาตามเส้นทางนี้คือพระเจ้าฮั่นกองบู๊ฮ่องเต้ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ไม่ใช่ยุคของพระเจ้าฮันเบ้งเต้แต่ประการใด

            โต้สู้ไต้อ๋องโอ่เรื่องภูมิประเทศให้เบ้งเฮ็กฟังแล้วก็หัวเราะเสียงดังลั่นสนั่นถ้ำ แล้วกล่าวว่าหากขงเบ้งยกกองทัพตามมา เมื่อเดินทัพบุกเข้ามาทางด้านตะวันออกไม่ได้ ก็จะยกทหารอ้อมเข้าตีมาจากด้านตะวันตก มาตามทางอันเป็นแดนสรรพพิษดังที่ได้กล่าวนั้น ดังนี้ถึงขงเบ้งมีทหารร้อยหมื่นยกมาก็จะพากันตายสิ้น ขงเบ้งแม้เรืองปัญญากฤษดานุภาพก็จะต้องตกตายด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติซึ่งสวรรค์ประทานไว้ให้ชาวเผ่าเราเป็นแน่แท้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘