ตอนที่ 493. ศึกริมแม่น้ำเซียงหยี

 เบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวสองพี่น้องวางอุบายจะหลอกขงเบ้งให้ตายใจ แล้วจะยกกองทัพตามมาจู่โจมจับตัวขงเบ้ง แต่ขงเบ้งรู้ทันในกลอุบาย จึงซ้อนกลจับเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวได้เป็นหนที่สาม แต่เมื่อหัวหน้าเผ่าคนป่าเถื่อนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้โดยสมัครใจ ขงเบ้งจึงปล่อยตัวให้กลับไปจัดแจงทหารมารบกันใหม่

            เบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวพอขึ้นฝั่งเห็นม้าต้ายจัดแจงทหารลาดตระเวนอยู่ก็แปลกใจ พอดีม้าต้ายเห็นเบ้งเฮ็กก็เอาดาบชี้หน้าเบ้งเฮ็กแล้วตวาดว่า หากครั้งหน้าถูกจับตัวได้เราจะฆ่าท่านเสีย เบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวได้ยินคำม้าต้ายดังนั้นก็ไม่ตอบคำ คงเดินหน้าต่อไป

            ครั้นเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวเดินทางไปใกล้จะถึงค่ายเก่า ก็เห็นจูล่งคุมทหารขวางหน้าอยู่ จูล่งพอเห็นเบ้งเฮ็กก็ร้องด่าว่า เจ้าคนป่าเถื่อน มหาอุปราชทำคุณแก่ท่านเป็นหนักหนา จับได้แล้วไม่ฆ่าถึงสามครั้ง ยังไม่สำนึกตัวอีกเล่า หากคราวหน้ากลับมาต่อสู้แล้วถูกจับตัวได้อีกเราจะฆ่าเจ้าเสีย

            เบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวมิรู้ที่จะตอบคำจูล่งประการใด ได้แต่ก้มหน้าเดินผ่านค่ายเก่าไปทางซอกเขา แต่พอถึงปากซอกเขาเห็นอุยเอี๋ยนคุมทหารขวางทางอยู่ก็คิดว่าอุยเอี๋ยนจะมาจับตัวเอาไปมอบให้แก่ขงเบ้งก็ตกใจ

            อุยเอี๋ยนขี่ม้าพาทหารตรงมาที่เบ้งเฮ็ก แล้วกล่าวว่า “บัดนี้เราก็ข้ามฟากรุกที่แดนเข้ามาถึงเพียงนี้แล้ว ท่านยังจะโง่ไปถึงไหนจึงจะมารบอีกเล่า ถ้าเราจับได้ทีนี้จะฟันให้ได้ร้อยท่อน”

            เบ้งเฮ็กเห็นอุยเอี๋ยนกล่าวความแล้วยังคงยืนม้านิ่งอยู่ในที่เดิม จึงเดินทางอ้อมกองทหารของอุยเอี๋ยนรุดหน้าต่อไปเพื่อจะกลับไปเมือง

            ฝ่ายขงเบ้งหลังจากปล่อยเบ้งเฮ็กหนที่สามแล้ว ได้สั่งให้เคลื่อนทัพข้ามแม่น้ำลกซุยยกมาตั้งอยู่ที่ค่ายเก่าของเบ้งเฮ็กแล้วแต่งโต๊ะเลี้ยงฉลองชัยแก่บรรดาทหารทั้งปวง

            ในท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองชัยนั้น ขงเบ้งได้กล่าวปราศรัยว่า “เราคิดจะบำรุงแผ่นดินพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้เป็นสุขสืบไปจึงทำการทั้งนี้ ท่านทั้งปวงซึ่งรบเหนื่อยมิรู้ก็จะน้อยใจว่าจับเบ้งเฮ็กได้แล้วสิปล่อยไปเล่า เพราะเราเห็นเหตุว่าเบ้งเฮ็กนี้เป็นเจ้าเมืองบ้านนอก น้ำใจกระด้างนักผิดคนเมืองเรา จนได้ตัวมาแล้วมันยังไม่สารภาพแพ้ทีเดียว ซึ่งปล่อยมันไปนั้น เราคิดจะให้มันกลัวเกรงทั้งภายนอกภายในให้จงหนักก่อนจึงจะกลับไปได้ ถ้าจะเอาแต่พอชนะร่อน ๆ แล้วกลับไปเมือง จะยกไปทำการด้วยพระเจ้าโจผีเล่า ดีร้ายเบ้งเฮ็กจะยกไปตีเมืองเรา ท่านทั้งปวงจงอุตส่าห์รบให้เบ้งเฮ็กรับแพ้แล้ว ก็จะได้เป็นสุขด้วยกัน”

            บรรดาทหารซึ่งยังคลางแคลงใจว่าเหตุใดขงเบ้งสู้ยากลำบากจับตัวศัตรูได้แล้วปล่อยตัวกลับไปถึงสามหน ครั้นได้ฟังคำอธิบายอย่างจะแจ้งแสดงเหตุผลกโลบายทางการเมืองระหว่างรัฐที่ต้องการศานติทางภาคใต้อย่างยั่งยืนเพื่อจะได้ทำการกับพระเจ้าโจผีให้ถนัดมือ จึงจำต้องสยบเบ้งเฮ็กให้ได้ทั้งกายและใจ ก็เข้าใจความเมืองกระจ่าง นึกสรรเสริญความคิดของขงเบ้งเป็นอันมาก และกล่าวพร้อมกันว่าความคิดของมหาอุปราชลึกซึ้งนัก พวกข้าพเจ้าพร้อมจะอาสาทำสงครามตามมหาอุปราชไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต

            หลังจากวันนั้นแล้วความรู้สึกนึกคิดและความเข้าใจในภาระหน้าที่ของเหล่าทหารในกองทัพเมืองเสฉวนก็เป็นเอกภาพ ต่างมีความมานะมุ่งมั่นที่จะทำการให้ได้ชัยชนะแก่เบ้งเฮ็กทั้งกายและใจตามแนวทางซึ่งขงเบ้งได้วางไว้ทุกประการ

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวสองพี่น้อง ครั้นเดินทางกลับไปเมืองงินแขซึ่งเป็นเมืองหลวงของเมืองหมั่นอ๋องแล้ว ให้รู้สึกอัปยศอดสูใจและโกรธแค้นขงเบ้งเป็นอันมาก เบ้งเฮ็กจึงสั่งให้เกณฑ์ทหารจากบรรดาหัวเมืองขึ้นทั้งเก้าสิบสามหัวเมืองเข้ามาพร้อมกันเป็นกำลังพลห้าสิบหมื่น แล้วเคลื่อนทัพออกจากเมืองงินแขยกมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซียงหยี เตรียมที่จะทำสงครามใหญ่กับขงเบ้งซึ่งตั้งทัพอยู่ที่ริมแม่น้ำลกซุย

            ครั้นขงเบ้งได้ทราบรายงานจากหน่วยสอดแนมว่าเบ้งเฮ็กยกกองทัพใหญ่มาดังนั้นจึงเรียกแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาปรึกษาปรารภความให้ทราบ แล้วกล่าวว่าเบ้งเฮ็กยกกองทัพใหญ่มาครั้งนี้เป็นผลดีแก่เมืองเรา เพราะหากเบ้งเฮ็กปราชัย กิตติศัพท์ก็จะเลื่องลือไปไกลทั่วพุกามประเทศให้เกิดความขยาดกลัวไม่กล้ารุกรานเมืองเราสืบไป เบ้งเฮ็กแม้ยกกองทัพใหญ่มาก็หาใช่เรื่องที่ต้องวิตกแต่ประการใด เราจะคิดอ่านจับเป็นเบ้งเฮ็กให้จงได้

            ว่าแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้เคลื่อนทัพไปถึงริมแม่น้ำเซียงหยี เห็นแม่น้ำนั้นกว้าง ไม่มีเรือที่จะข้ามทหารไปได้ ขงเบ้งจึงเรียกลิคีมาถามว่า ซึ่งจะข้ามแม่น้ำเซียงหยีนั้น ท่านจะคิดอ่านประการใด

            ลิคีจึงว่า บนภูเขาซึ่งไม่ไกลจากที่นี่นักเป็นป่าไม้ไผ่กว้างใหญ่ เห็นพอจะตัดทำเป็นสะพานข้ามแม่น้ำไปได้ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้จัดทหารสามหมื่นไปตัดไม้ไผ่มาผูกเป็นแพ กว้างแพละหนึ่งเส้น แล้วเอาแพไม้ไผ่นั้นมาต่อกันเป็นสะพาน เสร็จแล้วจึงให้ทหารข้ามสะพานไม้ไผ่ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

            ครั้นขงเบ้งลำเลียงทหารข้ามแม่น้ำเซียงหยีเสร็จสิ้นแล้ว จึงสั่งให้ตั้งค่ายใหญ่สามค่ายเรียงรายตามริมแม่น้ำ และทำประตูค่ายตรงกับสะพานข้ามแม่น้ำ

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กตั้งค่ายอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเซียงหยี พอได้ทราบรายงานจากหน่วยสอดแนมว่าขงเบ้งยกทหารข้ามแม่น้ำมาตั้งค่ายอยู่ฟากเดียวกัน จึงคุมทหารสิบหมื่นหวังจะยกมาตีค่ายขงเบ้งมิให้ทันตั้งตัว

            พอดีขณะนั้นกองทัพเมืองเสฉวนตั้งค่ายเสร็จสิ้น ทหารทั้งปวงพากันเข้าไปอยู่ในค่ายหมดแล้ว ขงเบ้งทราบว่าเบ้งเฮ็กยกทหารจะมาโจมตีจึงสั่งให้ปิดประตูค่าย แล้วสังเกตความเคลื่อนไหวของทหารเบ้งเฮ็กอยู่บนเนินสูงภายในค่าย เห็นเบ้งเฮ็ก “ห่มเสื้อหนังแรด ใส่หมวกแดง ขี่กระบือแดง มือซ้ายถือเขน มือขวาถือดาบคุมทหารยกมา”

            ขงเบ้งสังเกตเห็นทหารของเบ้งเฮ็กยกมาไม่เป็นขบวน ก็ต้องการดูท่วงทีศึกให้กระจ่าง จึงสั่งทหารให้ตั้งมั่นอยู่แต่ในค่าย เบ้งเฮ็กคุมทหารมาถึงค่ายของขงเบ้งก็ร้องท้าให้ยกทหารออกไปรบกัน ครั้นเห็นทหารเมืองเสฉวนไม่ยกออกไปรบก็ร้องด่าว่าเป็นหยาบคาย

            ทหารเมืองเสฉวนได้ฟังคำด่าก็โกรธ พากันเข้าไปหาขงเบ้งแล้วขออาสายกออกไปรบ

            ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะ แล้วกล่าวว่า “เบ้งเฮ็กเป็นข้าศึกต่างประเทศ ท่วงทีก็หยาบช้าหาเป็นกระบวนเหมือนเราไม่ เราตั้งมั่นฟังกำลังดูก่อน เมื่อเห็นได้ทีประการใดแล้วจึงจะคิดกลอุบายเอาชัยชนะให้จงได้ ท่านทั้งปวงอย่าเพ่อดูหมิ่นแก่ข้าศึก จงช่วยกันป้องกันรักษาค่าย ตั้งใจให้มั่นคงเถิด”

            ทหารเมืองเสฉวนได้ฟังคำอธิบายของขงเบ้งดังนั้นก็คำนับลาขงเบ้งกลับออกไป ในขณะที่เบ้งเฮ็กก็ยกทหารมาร้องด่าท้าทายถึงสามวันติดต่อกัน เห็นทหารเมืองเสฉวนไม่ยกออกไปรบก็โกรธ แต่ไม่รู้ที่จะทำประการใดได้ พอเย็นลงก็ยกทหารกลับไปค่าย

            ในตอนกลางคืนวันที่สาม ขงเบ้งเรียกจูล่งและอุยเอี๋ยนมาสั่งว่า ให้จูล่งคุมทหารข้ามแม่น้ำ ไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าฝั่งตรงกันข้ามกับค่ายของเบ้งเฮ็ก ให้ตั้งค่ายไว้ในป่าแล้วปักธงทิวไว้เป็นอันมาก เมื่อใดที่เห็นเบ้งเฮ็กยกกองทัพมาตีค่ายเราแล้ว ก็ให้ยกทหารลอบข้ามแม่น้ำไปยึดค่ายเบ้งเฮ็กเสีย ส่วนอุยเอี๋ยนนั้นให้ยกทหารไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าทึบชายเขาข้างทิศตะวันออกของค่ายเรา ให้ขุดหลุมไว้จำนวนมาก แต่ให้เอาใบไม้ปิดปากหลุมไว้อย่าให้เป็นที่สังเกตแก่ข้าศึก เมื่อเบ้งเฮ็กไปถึงจุดซุ่มก็ให้จับตัวเบ้งเฮ็กไว้ให้จงได้

            จูล่งและอุยเอี๋ยนรับคำสั่งแล้วคำนับลาขงเบ้งออกไปจัดแจงตามคำสั่งทุกประการ พอจูล่งและอุยเอี๋ยนออกไปแล้ว ขงเบ้งจึงเรียกม้าต้ายให้คุมทหารทำแพลอบลอยตามแม่น้ำไปในเวลากลางคืน แล้วยกทหารขึ้นจากแพไปซุ่มอยู่ข้างทิศตะวันตกของค่ายเบ้งเฮ็ก ม้าต้ายรับคำสั่งขงเบ้งแล้วก็คำนับลาขงเบ้งออกไป

            พอม้าต้ายกลับออกไปแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้จุดไฟสว่างไสวทั้งสามค่าย และให้เตียวเอ๊กคุมทหารยกออกไปซุ่มอยู่ข้างนอกค่ายทางทิศเหนือ ส่วนขงเบ้งยกทหารออกจากค่ายขึ้นไปอยู่บนเนินเขาคอยสังเกตการณ์

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กครั้นท้ารบขงเบ้งถึงสามวันแล้วทหารเมืองเสฉวนก็ยังไม่ยอมออกมารบ ในคืนวันนั้นเบ้งเฮ็กจึงคิดว่าทหารเมืองเสฉวนคิดแต่จะตั้งมั่นอยู่ภายในค่าย หากเรายกไปปล้นค่ายไม่ให้ทันตั้งตัวเสียแต่ในคืนวันนี้เห็นจะได้ชัยชนะโดยง่าย เบ้งเฮ็กคิดดังนั้นแล้วจึงเกณฑ์ทหารเกือบหมดทั้งค่ายยกมาที่ค่ายของขงเบ้ง

            พอกองทัพหน้าของเบ้งเฮ็กเข้ามาใกล้เห็นในค่ายขงเบ้งสว่างไสวคล้ายกับทหารยังไม่หลับนอน จึงคุมเชิงอยู่จนพ้นยามสอง ไฟในค่ายของขงเบ้งก็ยังสว่างไสวอยู่ดังเดิม ก็เกรงว่าทหารเมืองเสฉวนระวังตัวจึงพะว้าพะวังรั้งรออยู่ไม่กล้ายกเข้าตี จนกระทั่งฟ้าสว่างกองทัพหลวงของเบ้งเฮ็กก็ตามมาถึง ทหารในกองทัพหน้าจึงรายงานความทั้งปวงให้เบ้งเฮ็กทราบ

            เบ้งเฮ็กทราบรายงานแล้วก็หัวเราะ กล่าวว่าขงเบ้งเกรงกองทัพเราจึงเลิกทัพกลับไปเมือง แล้วแสร้งทำอุบายโดยจุดไฟสว่างไว้ในค่ายหวังจะลวงเราให้สงสัยไม่กล้าโจมตี กล่าวแล้วเบ้งเฮ็กจึงพาทหารเข้าไปใกล้ค่ายของขงเบ้ง เห็นค่ายทั้งสามเงียบสงบมิได้มีทหารลาดตระเวนหรือรักษาการณ์ตามปกติ

            เบ้งเฮ็กจึงกล่าวกับทหารซึ่งติดตามนั้นว่า ขงเบ้งเลิกทัพกลับไปเมืองดังที่เราได้คาดการณ์ไว้ ค่ายจึงเงียบร้างว่างเปล่าอยู่ดังนี้ แต่ชะรอยขงเบ้งจะเลิกทัพกลับไปเป็นการด่วน ดังนั้นย่อมต้องทิ้งเสบียงอาหารเป็นจำนวนมากไว้ข้างหลัง ชอบที่จะยึดเสบียงนั้นไว้เป็นสิทธิแก่เรา

            เบ้งฮิวผู้น้องเบ้งเฮ็กเห็นผู้พี่ประมาทแก่ความคิดของขงเบ้งจึงท้วงว่า ซึ่งค่ายขงเบ้งเงียบร้างว่างเปล่าอยู่นี้ จะเป็นเรื่องที่ขงเบ้งหนีกลับไปเมืองหรือคิดอ่านเป็นอุบายยังไม่แจ้ง ท่านพี่จงระมัดระวังตัวให้จงดีจะได้ไม่เสียทีแก่ข้าศึก

            เบ้งเฮ็กจึงว่า ก็แลเห็นกันอยู่ว่าค่ายทั้งนี้ร้างเปล่าไม่มีทหารเมืองเสฉวนแล้ว การที่ขงเบ้งต้องทิ้งค่ายเป็นการด่วน หรือชะรอยจะเกิดศึกทางพระเจ้าโจผีหรือทางพระเจ้าซุนกวน ขงเบ้งจึงจำเป็นต้องเลิกทัพกลับเป็นการด่วน จึงแสร้งทำอุบายถ่วงเวลาไม่ให้เรายกไล่ตามไปตี กระนั้นเลยเราจะรีบยกกองทัพไล่ตามไป เห็นจะทันและจะจับตัวขงเบ้งได้โดยง่าย 

            เบ้งเฮ็กกล่าวดังนั้นแล้วจึงสั่งให้ทหารกองหนึ่งเข้าไปขนเสบียงในค่ายของขงเบ้งเพื่อจะนำกลับไปค่าย ตัวเบ้งเฮ็กคุมทหารเลียบไปตามริมฝั่งแม่น้ำเพื่อจะตามจับขงเบ้ง แต่พอแลข้ามฟากไปเห็นค่ายกลซึ่งจูล่งตั้งลวงไว้ตามคำสั่งของขงเบ้งปักธงทิวอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเป็นจำนวนมาก ก็สำคัญว่าขงเบ้งยกทหารข้ามแม่น้ำหนีไปพักตั้งค่ายอยู่ จึงเกณฑ์ทหารไปตัดไม้หวังจะผูกแพข้ามแม่น้ำตามขงเบ้งไป

            ในขณะที่ทหารเบ้งเฮ็กกำลังทำแพนั้น บังเกิดลมพายุพัดแรงกล้า ขงเบ้งจึงสั่งทหารให้จุดพลุสัญญาณขึ้นไปบนฟ้า ทหารเมืองเสฉวนซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสามด้านก็จุดประทัดสัญญาณขานรับขึ้นพร้อมกัน แล้วพากันโห่ร้องตีม้าล่อฆ้องกลองยกตรงเข้ามาที่กองทัพของเบ้งเฮ็ก

            เบ้งเฮ็กรู้ว่าต้องกลขงเบ้งก็ตกใจ รีบขึ้นกระบือพาทหารตีฝ่าวงล้อมหวังจะกลับไปเข้าค่าย แต่พอเข้าไปใกล้เห็นจูล่งคุมทหารจำนวนมากออกมาสกัดขวางทางไว้

            ความจริงจูล่งซึ่งรับคำสั่งของขงเบ้งพาทหารข้ามฟากไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าตรงข้ามกับค่ายของเบ้งเฮ็ก แล้วได้ให้ทหารติดตามสอดแนมความเคลื่อนไหวของเบ้งเฮ็ก พอทราบว่าเบ้งเฮ็กยกทหารออกจากค่ายแต่เวลากลางคืนจะไปปล้นค่ายขงเบ้ง จึงคุมทหารยกข้ามแม่น้ำจู่โจมเข้ายึดค่ายเบ้งเฮ็กได้โดยสะดวก ครั้นจูล่งทราบว่าเบ้งเฮ็กพาทหารแตกหนีกลับมาจึงคุมทหารออกไปสกัดอยู่นอกค่าย.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘