ตอนที่ 492. จับเป็นเบ้งเฮ็กครั้งที่สาม

เบ้งเฮ็กไม่พอใจที่สุนาเสียทีแก่ม้าต้าย จึงสั่งให้ลงโทษโบยหนึ่งร้อยที สุนาและทหารที่เคยได้รับอภัยโทษจากขงเบ้งจึงคิดอ่านจับกุมตัวเบ้งเฮ็กไปมอบแก่ขงเบ้ง แต่เมื่อเบ้งเฮ็กยังไม่ยอมแพ้ด้วยใจ ขงเบ้งจึงปล่อยให้กลับไปจัดแจงกองทัพมาต่อสู้กันใหม่ เบ้งเฮ็กกลับไปแล้วผูกพยาบาทสุนาและระแวงห้วยหลำ จึงวางแผนสังหารสุนาและห้วยหลำแล้วโยนศพทิ้งไว้ในคลอง มิให้คนทั้งปวงเอาเยี่ยงอย่าง

            เมื่อประหารสุนาและห้วยหลำแล้วเบ้งเฮ็กจึงจัดแจงทหารจะยกไปรบกับม้าต้ายที่ช่องเขา แต่พอยกไปถึงกลับพบแต่พื้นที่ว่างเปล่าก็สงสัย จึงให้ทหารจับตัวชาวบ้านมาสอบถามว่าทหารเมืองเสฉวนไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน ชาวบ้านก็แจ้งความไปตามจริงว่าทหารเมืองเสฉวนได้ขนเสบียงข้ามแม่น้ำกลับไปยังฟากฝั่งโน้นตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืนก่อนแล้ว

            เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็ยกทหารกลับไปเมืองหมั่นอ๋อง โดยทิ้งค่ายเก่าไว้ตามเดิม พอถึงเมืองชายแดนเมืองหมั่นอ๋อง เบ้งฮิวซึ่งเป็นผู้น้องของเบ้งเฮ็กทราบข่าวว่าพี่ชายเลิกทัพกลับมาเมืองจึงคุมทหารออกมาต้อนรับแล้วเชิญเข้าไปในเมือง และถามความศึกกับเบ้งเฮ็ก

            เบ้งเฮ็กได้เล่าความศึกให้เบ้งฮิวทราบความทุกประการ แล้วว่าขงเบ้งตั้งค่ายคูหอรบแน่นหนายากที่จะเข้าตีซึ่งหน้า จำจะคิดเป็นอุบายจึงจะจับขงเบ้งได้โดยง่าย

            เบ้งฮิวจึงถามเบ้งเฮ็กว่า ท่านพี่จะคิดอ่านประการใด

            เบ้งเฮ็กจึงว่า เราได้ลวงขงเบ้งว่าจะกลับมาเมืองแล้วถามความเห็นผู้คนทั้งปวงว่าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อขงเบ้งหรือไม่ ดังนั้นจะให้เจ้าพาทหารฝีมือดีร้อยคนคุมเอาหน่องาเครื่องทองเงินและของบรรณาการมีค่าไปหาขงเบ้งที่ค่าย ลวงให้ขงเบ้งวางใจ ตัวเราจะยกกองทัพตามไปข้างหลัง ให้เจ้าคอยสังเกตการณ์ ถ้าเห็นมีการสู้รบเกิดขึ้นทางด้านนอก เจ้าจงคุมทหารก่อการจลาจลขึ้นในค่ายของขงเบ้ง เห็นขงเบ้งจะละล้าละลัง คงจะจับตัวได้โดยง่าย

            เบ้งฮิวได้ฟังแผนการของเบ้งเฮ็กดังนั้นก็มีความยินดี สรรเสริญสติปัญญาของเบ้งเฮ็กเป็นอันมาก เบ้งเฮ็กได้ยินคำชมของผู้น้องก็ลำพองใจว่าแผนการอันแยบยลจะเป็นผลให้จับเป็นขงเบ้งได้โดยสะดวก จึงจัดแจงของบรรณาการตามแผนการและให้เบ้งฮิวคุมทหารและของบรรณาการนั้นล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเบ้งเฮ็กจัดแจงกองทัพลอบยกตามไปในเวลากลางคืน ข้ามแม่น้ำลกซุยตรงจุดที่ตื้นเขิน เตรียมพร้อมที่จะตีค่ายของขงเบ้ง 

            ฝ่ายเบ้งฮิวเมื่อพาทหารคุมของบรรณาการข้ามแม่น้ำลกซุยแล้ว พบกับหน่วยลาดตระเวนของม้าต้าย จึงแจ้งความว่าเบ้งเฮ็กสั่งให้คุมของบรรณาการมามอบแก่ขงเบ้งเพื่อจะยอมอ่อนน้อมตามที่ได้ตกลงไว้กับขงเบ้งนั้น

            ม้าต้ายจึงให้ทหารควบคุมเบ้งฮิวและทหารไว้ด้านนอก แล้วรายงานความให้  ขงเบ้งทราบ ในขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย ขงเบ้งนั่งปรึกษาราชการสงครามอยู่กับบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกอง ครั้นได้ทราบความจากม้าต้ายขงเบ้งก็หัวเราะ แล้วถามม้าเจ๊กว่าซึ่งเบ้งฮิวควบคุมของบรรณาการมาครั้งนี้ท่านเห็นว่าเป็นประการใด

            ม้าเจ๊กได้ยินคำของขงเบ้งก็อมยิ้ม แล้วให้ทหารหยิบเอาหมึกและพู่กันมาเขียนหนังสือ และส่งให้แก่ขงเบ้ง

            ขงเบ้งรับหนังสือของม้าเจ๊กมาอ่านดูก็หัวเราะ แล้วว่าความเห็นของท่านต้องด้วยความคิดของเรา กล่าวแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้อุยเอี๋ยน อองเป๋ง ม้าตง และกวนสก ให้ยกทหารไปซุ่มอยู่ในป่านอกค่าย ถ้าหากเบ้งเฮ็กยกมาก็ปล่อยให้เข้ามาถึงค่าย แล้วช่วยกันรบตีกระหนาบเข้ามาพร้อมกัน เห็นจะจับตัวเบ้งเฮ็กได้โดยง่าย ถึงมาตรแม้นจะจับตัวไม่ได้  เบ้งเฮ็กคงจะหนีไปทางแม่น้ำลกซุยเพื่อจะข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง ให้     ม้าต้ายคุมทหารปลอมเป็นทหารของเบ้งเฮ็กแจวเรือข้ามฟากคอยท่าอยู่ ถ้าเบ้งเฮ็กแตกไปถึงก็ให้รับเบ้งเฮ็กลงเรือแล้วช่วยกันจับเบ้งเฮ็กให้จงได้

            นายทหารเหล่านั้นรับคำสั่งขงเบ้งแล้วคำนับลาออกไปจัดแจงตามที่ขงเบ้งได้สั่งการทุกประการ พอทหารทั้งนั้นออกไปแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้ลิคีแต่งโต๊ะเตรียมสุราไว้ให้พร้อม และสั่งลิคีว่าเมื่อเบ้งฮิวเข้ามาถึงเราจะแต่งโต๊ะเลี้ยง ท่านจงเอายาเบื่อเมาผสมไว้ในสุราให้เบ้งฮิวและทหารทั้งปวงกิน เมื่อเมาสิ้นสติสมประดีแล้วให้มัดตัวไว้ ลิคีรับคำสั่งขงเบ้งแล้วก็ออกไปเตรียมการตามคำสั่งของขงเบ้งทุกประการ

            เมื่อจัดแจงการทั้งปวงพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้เชิญเบ้งฮิวเข้ามาหา แต่ทหารที่ติดตามเบ้งฮิวนั้นให้รออยู่ด้านนอก ยกเว้นเฉพาะพวกขนของบรรณาการให้ยกข้าวของตามเบ้งฮิวเข้าไปได้ เบ้งฮิวเห็นขงเบ้งนั่งเป็นสง่าก็มีความยำเกรง คุกเข่าลงคำนับขงเบ้งตามประเพณี แล้วว่าเบ้งเฮ็กพี่ชายของข้าพเจ้าสำนึกในพระคุณของมหาอุปราชที่ไว้ชีวิตแล้วปล่อยตัวกลับไป จึงให้ข้าพเจ้าคุมของบรรณาการมาตอบแทนเป็นสินน้ำใจ ส่วนเบ้งเฮ็กกำลังรวบรวมของมีค่าแล้วจะตามมานอบน้อมต่อภายหลัง

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ทำทีเป็นยินดี แล้วถามว่าท่านเดินทางมาแต่ไกลในครั้งนี้มีทหารติดตามมาด้วยหรือไม่เป็นจำนวนเท่าใด เบ้งฮิวจึงว่า ทหารซึ่งมาด้วยข้าพเจ้านั้นมีจำนวนแต่น้อย นอกนั้นเป็นชาวบ้านช่วยขนสิ่งของและแจวเรือข้ามแม่น้ำ มีจำนวนรวมกันประมาณร้อยคนเศษ

            ขงเบ้งกล่าวขอบใจเบ้งเฮ็กแล้วว่า ท่านเดินทางไกลเอาของมามอบแก่เราครั้งนี้ขอบใจนักหนา เมื่อมาถึงแล้วเราจะเลี้ยงโต๊ะรับรองเพื่อความสัมพันธ์อันดีสืบไป ว่าแล้ว  ขงเบ้งจึงให้ทหารไปเชิญทหารของเบ้งฮิวที่ด้านนอกไปที่ค่ายบัญชาการซึ่งได้เตรียมโต๊ะไว้พร้อมเสร็จแล้ว และชวนเบ้งฮิวไปที่ค่ายบัญชาการพร้อมกัน

            ขงเบ้งสังเกตเห็นทหารซึ่งมาด้วยเบ้งฮิวนั้น “รูปร่างทหารเห็นใหญ่โต บ้างหน้าดำตาเขียว หน้าขาวตาแดง หนวดเหลืองแดงต่าง ๆ กัน ก็เข้าใจว่าแกล้งจัดสรรกันมา”

            ขงเบ้งเชิญเบ้งฮิวและทหารทั้งปวงเข้าประจำโต๊ะแล้วกล่าวขอบใจเบ้งฮิวที่อุตส่าห์ด้นดั้นฝ่าหนทางไกลมาด้วยความยากลำบาก เพื่อตอบแทนน้ำใจท่านทั้งปวงเราจึงแต่งโต๊ะเลี้ยงให้เป็นไมตรีไว้ในครั้งนี้ แล้วขงเบ้งจึงเชิญทหารทั้งปวงกินโต๊ะ

            เบ้งฮิวเห็นขงเบ้งวางใจเป็นอันดีดังนั้นก็ให้สายตาเป็นสัญญาณแก่ทหารคนสนิท ทหารคนสนิทของเบ้งฮิวเห็นสัญญาณก็ทราบความนัย จึงแกล้งออกไปธุระด้านนอกค่ายและบอกให้พรรคพวกซึ่งวางกำลังอยู่นอกค่ายสองสามคนรีบกลับไปรายงานความให้เบ้งเฮ็กทราบ

            เบ้งเฮ็กทราบรายงานก็มีความยินดี สั่งให้เคลื่อนพลสามหมื่นตรงมาที่ค่ายของขงเบ้งเป็นสามสาย กะเดินทัพให้ถึงค่ายขงเบ้งในเวลากลางคืน และให้ถือสัญญาณไฟเป็นสัญญาณรุกเข้าโจมตีพร้อมกัน

            เบ้งฮิวและทหารกินโต๊ะที่ขงเบ้งจัดเลี้ยงรับรองจนถึงเวลาค่ำก็เมาสลบสิ้นสติสมประดี ขงเบ้งจึงให้ทหารมัดเบ้งฮิวและทหารทั้งปวงไว้ แล้วพาทหารออกไปซุ่มอยู่ด้านนอกค่าย

            เบ้งเฮ็กยกทหารสามหมื่นมาถึงค่ายของขงเบ้งเป็นเวลายามเศษ เห็นค่ายนั้นมืดเงียบอยู่ไม่เห็นผู้คนก็ประหลาดใจ จึงขี่ม้าพาทหารตระเวนดูตามริมค่ายก็ไม่เห็นผู้ใด เบ้งเฮ็กจึงพาทหารคนสนิทสองร้อยคนตรงไปที่ค่ายของขงเบ้ง เห็นประตูค่ายเปิดอยู่ก็พากันเข้าไปในค่าย ไม่พบขงเบ้งและทหารเมืองเสฉวน เห็นแต่เบ้งฮิวและทหารซึ่งติดตามนอนสลบไม่ได้สติสมประดี และถูกเชือดมัดไว้ทุกคนก็ยิ่งประหลาดใจ เห็นทหารคนหนึ่งฟื้นคืนสติเบ้งเฮ็กจึงถามว่า เหตุไฉนจึงถูกมัดนอนทิ้งอยู่ที่นี่

            ทหารนั้นรู้สติแต่พูดจาไม่ได้ด้วยแรงพิษยาเบื่อ ได้ยินคำเบ้งเฮ็กก็เอามือชี้ที่ปาก เบ้งเฮ็กเห็นอาการดังนั้นก็ทราบว่าเป็นเพราะถูกยาเบื่อเมา จึงให้ทหารเอายาแก้เบื่อเมากรอกเข้าที่ปากและแก้มัดทหารทั้งนั้น เบ้งฮิวและทหารพอได้สติก็ยังงัวเงียเดินไม่ได้ เบ้งเฮ็กจึงให้ทหารช่วยกันพยุงเบ้งฮิวและทหารซึ่งเมานั้นจะพาออกไปนอกค่าย

            ในทันใดนั้นเสียงประทัดสัญญาณก็ดังขึ้นจากแนวป่าทั้งสี่ด้าน จูล่ง อุยเอี๋ยน ม้าตง อองเป๋ง กวนสก คุมทหารโห่ร้องตีกระหนาบเข้ามาจากทุกด้าน เบ้งเฮ็กรู้ว่าต้องกลของขงเบ้งก็ตกใจ พาทหารตีฝ่าไปทางด้านแม่น้ำลกซุย ทหารเมืองเสฉวนได้ฆ่าฟันทหารของเบ้งเฮ็กบาดเจ็บล้มตายและจับเป็นเชลยได้จำนวนมาก ส่วนเบ้งฮิวนั้นถูกจูล่งจับตัวไว้ได้ และให้ทหารมัดตัวเบ้งฮิวไว้

            เบ้งเฮ็กพาทหารตีฝ่าแนวล้อมออกไปได้ แต่ถูกทหารเมืองเสฉวนไล่ตามตีแตกหนีกระจัดกระจาย ต่างคนต่างพลัดกัน เบ้งเฮ็กตกใจเป็นอันมาก พาทหารซึ่งติดตามไม่กี่คนไปถึงฝั่งแม่น้ำลกซุย เห็นเรือลำหนึ่งจอดอยู่ที่ชายฝั่ง มีทหารเมืองหมั่นอ๋องอยู่ในเรือกำลังจะออกเรือก็ร้องเรียกแล้วรีบลงไปในเรือ และสั่งให้ถอยเรือออกจากฝั่ง

            พอเรือออกจากฝั่งม้าต้ายซึ่งคุมทหารปลอมตัวคอยทีอยู่ในเรือก็ช่วยกันจับเบ้งเฮ็กได้โดยละม่อม แล้วมัดตัวพาไปหาขงเบ้งที่ค่าย

            ฝ่ายขงเบ้งเมื่อเห็นเบ้งเฮ็กแตกไปแล้วก็พาทหารกลับเข้าไปในค่ายดังเก่า

            ทางด้านจูล่ง ม้าต้ายและแม่ทัพนายกองทั้งปวง เมื่อพาเบ้งฮิวและเชลยศึกมาถึงค่ายแล้ว จึงให้ทหารควบคุมเชลยศึกอยู่นอกค่ายแล้วเข้าไปรายงานความทั้งปวงให้ขงเบ้งทราบ

            ขงเบ้งทราบความแล้วจึงสั่งให้คุมเชลยศึกทั้งนั้นเข้ามาข้างในค่าย สั่งให้แก้มัดออกแล้วกล่าวกับเชลยศึกว่า “เอ็งทั้งปวงขัดเขามิได้ จำใจมารบ จะเยินยับเสียเปล่าเหมือนหญ้าแพรก ฝ่ายลูกเมียซึ่งอยู่ข้างหลังเล่า รู้ว่าเราจับได้แล้ว ก็ร้องไห้ทุกข์โศกถึงนัก เราจะปล่อยไปเอาบุญ แต่ว่าทีนี้อย่ามารบเราอีก”

            ทหารของเบ้งเฮ็กได้ยินว่าขงเบ้งจะปล่อยตัวกลับไปหาครอบครัวบุตรภรรยาก็สำนึกในบุญคุณของขงเบ้ง คุกเข่าคำนับขอบคุณแล้วว่าพระคุณของมหาอุปราชที่ไว้ชีวิตในครั้งนี้ พวกข้าพเจ้าจะไม่ลืมเลือนและจะไม่กลับมารบกับท่านอีก กล่าวแล้วก็ลาขงเบ้งกลับไปเมือง

            ขงเบ้งเรียกจูล่ง อุยเอี๋ยนและม้าต้ายมาสั่งว่า ท่านจงคุมทหารยกไปตั้งอยู่ที่ค่ายเก่าของเบ้งเฮ็กให้เสร็จสิ้นตั้งแต่เวลาคืนนี้ แล้วจัดทหารตั้งเรียงรายเป็นสามกอง เมื่อเบ้งเฮ็กไปถึงก็ให้ปรามกำชับอย่าให้ยกมารบอีก มิฉะนั้นก็จะประหารชีวิตเสียให้สิ้น

            สามนายทหารเอกรับคำสั่งขงเบ้งแล้วคำนับลาออกไปจัดแจงทหาร แล้วยกไปตามคำสั่งของขงเบ้ง

            เมื่อจัดแจงทหารเสร็จแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้คุมตัวเบ้งเฮ็กเข้ามาหา แล้วหัวเราะเยาะพลางกล่าวว่า ท่านทำกลอุบายใช้ให้น้องเอาของมาล่อลวงให้เราวางใจ และยกกองทัพตามมาตีเราในภายหลัง คิดหรือว่าอุบายเพียงเท่านี้จะลวงเราได้ เราแจ้งในกลอุบายของท่านจึงซ้อนกลจับกุมตัวท่านได้ดังนี้ ท่านจะยอมแพ้ด้วยใจแล้วหรือหาไม่

            เบ้งเฮ็กได้ยินจึงว่า ซึ่งเสียทีแก่ท่านครั้งนี้เป็นเพราะเบ้งฮิวน้องของเราเห็นแก่กิน จึงหลงถูกยาเบื่อของท่านแล้วเสียการไป หากเบ้งฮิวไม่เห็นแก่กินแล้ว ไหนเลยท่านจะมีชัยชนะแก่เราได้

            ขงเบ้งได้ยินดังนั้นจึงว่า ถึงบัดนี้เราจับตัวท่านได้ถึงสามครั้ง จะปล่อยท่านกลับไปจัดแจงทหารยกมารบกันใหม่ ท่านจะคิดอ่านประการใด

            เบ้งเฮ็กได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้านิ่ง ขงเบ้งจึงสำทับว่าเราจะปล่อยตัวท่านกลับไปเป็นหนที่สาม ท่านจงกลับไปเตรียมทหารยกมารบกันใหม่เถิด

            เบ้งเฮ็กได้ยินดังนั้นก็ดีใจ จึงว่าถ้าท่านปล่อยตัวเราไปครั้งนี้แล้ว เราจะไประดมทหารให้สิ้นทั้งเมือง แล้วจะยกมารบกับท่าน หากท่านจับตัวเราได้อีกครั้งหนึ่งเราก็จะยอมแพ้ไม่คิดสู้รบอีกเลย

            ขงเบ้งจึงว่า ถ้าเช่นนั้นท่านจงกลับไปเล่าเรียนวิทยาการสงครามให้เป็นที่พอใจก่อนแล้วค่อยยกมารบกับเรา หากเราจับท่านได้จะไม่ปล่อยท่านกลับไปอีก ว่าแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิว และสั่งทหารให้พาเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวข้ามแม่น้ำลกซุยไปส่งที่อีกฟากหนึ่ง

            เบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวครั้นถูกปล่อยตัวเป็นหนที่สามใจก็ค่อยอ่อนลง คำนับขงเบ้งแล้วผลุนผลันเดินออกไปโดยไม่พูดจาประการใด ทหารของขงเบ้งจึงนำเบ้งเฮ็กและเบ้งฮิวลงเรือข้ามแม่น้ำลกซุยไปส่งที่อีกฟากหนึ่ง.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘