ตอนที่ 491. จับเป็นเบ้งเฮ็กครั้งที่สอง

พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดพรรษา เดือนเจ็ด ขงเบ้งจับเบ้งเฮ็กหัวหน้าเผ่าพม่าได้ แต่เบ้งเฮ็กไม่ยอมแพ้ด้วยใจ ขงเบ้งจึงปล่อยให้กลับไปเตรียมทหารมาต่อสู้กันใหม่ เบ้งเฮ็กซ่องสุมทหารและตั้งรับกองทัพเมืองเสฉวนที่ริมแม่น้ำลกซุย ขงเบ้งใช้อุบายให้ม้าต้ายลอบข้ามแม่น้ำทางด้านทิศใต้ไปตัดเส้นทางเสบียง และยึดเสบียงไว้ได้เป็นจำนวนมาก

            เบ้งเฮ็กหัวเราะเยาะขงเบ้งว่าไม่อาจยกกองทัพข้ามแม่น้ำมาได้ ยังไม่ทันสิ้นเสียง ทหารซึ่งคุมกองเสบียงและแตกหนีมาได้เข้ามาหาเบ้งเฮ็กและรายงานว่า ขงเบ้งให้ม้าต้ายคุมทหารยกข้ามแม่น้ำมาตีชิงเอาเสบียงอาหารไปหมดสิ้นแล้ว และได้ฆ่าทหารของเราบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก

            เบ้งเฮ็กได้ฟังรายงานก็ยังคงหัวเราะ พลางว่าเราได้เกณฑ์เรือมาไว้ที่ฟากนี้จนหมดสิ้นแล้ว ทหารซึ่งขงเบ้งใช้มาตีเสบียงจึงได้แต่อาศัยแพและยกข้ามแม่น้ำมาได้ไม่มากนัก เราจะทำลายกองทหารของเมืองเสฉวนหน่วยนี้เสียให้สิ้น ว่าแล้วจึงสั่งเงียมเตียงให้คุมทหารสามพันยกไปรบกับม้าต้าย

            เงียมเตียงรับคำสั่งของเบ้งเฮ็กแล้ว คุมทหารตรงไปที่ค่ายของม้าต้าย ฝ่ายหน่วยสอดแนมของม้าต้ายเห็นทหารของเบ้งเฮ็กยกมาจึงรายงานความให้ม้าต้ายทราบ ม้าต้ายทราบดังนั้นจึงคุมทหารออกไปรบกับเงียมเตียง

            ม้าต้ายขี่ม้าเข้ารบกับเงียมเตียงได้ไม่ถึงสองเพลงก็เอาง้าวฟันเงียมเตียงตกม้าตาย ทหารของเงียมเตียงเห็นตัวนายถึงแก่ความตายก็ตกใจแตกหนี ม้าต้ายจึงขับทหารไล่ตามตีทหารของเงียมเตียงบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ทหารของเงียมเตียงกลับไปถึงค่ายเบ้งเฮ็กก็รายงานความให้เบ้งเฮ็กทราบ เบ้งเฮ็กจึงสั่งให้สุนาคุมทหารสามพันยกไปรบกับม้าต้าย

            พอสุนายกทหารไปแล้วเบ้งเฮ็กจึงปรารภแก่ทหารทั้งปวงว่า “เราคิดว่าแม่น้ำที่นี้ร้าย ข้าศึกจะข้ามมามิได้ มันกลับข้ามมารบตัดเอาเสบียงอาหารเราไปได้ดังนี้ จำจะให้ไปตั้งทัพไว้ที่นั้นกองหนึ่ง”

            กล่าวแล้วเบ้งเฮ็กจึงสั่งให้ห้วยหลำคุมทหารสามพันยกไปตั้งค่ายคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำลกซุยตรงจุดที่น้ำตื้นเขินนั้น กำชับให้รักษาจุดยุทธศาสตร์นี้ไว้ให้มั่นคง อย่าให้ขงเบ้งยกกองทัพข้ามแม่น้ำนี้มาได้

            ห้วยหลำรับคำสั่งเบ้งเฮ็กแล้วคุมทหารยกไปตั้งค่ายตามคำสั่ง

            ฝ่ายสุนาเมื่อยกทหารไปใกล้ค่ายของม้าต้ายก็ให้ทหารตั้งค่ายไว้ หน่วยสอดแนมของม้าต้ายทราบความจึงรายงานให้ม้าต้ายทราบ ม้าต้ายจึงยกทหารออกไปท้ารบ สุนาได้ยินคำท้าก็โกรธ ยกทหารออกมาจะรบกับม้าต้าย

            ฝ่ายทหารเมืองเสฉวนซึ่งไปกับม้าต้ายเห็นสุนาก็จำได้ว่าเคยเป็นเชลยศึกที่ขงเบ้งปล่อยตัวกลับมา จึงรายงานความให้ม้าต้ายทราบ ม้าต้ายทราบความดังนั้นก็ดีใจ ขี่ม้าเข้าไปใกล้สุนาแล้วร้องด่าสุนาว่าอ้ายคนเนรคุณ นายกูจับมึงได้แล้วเอ็นดูไว้ชีวิตไม่ฆ่าเสีย มึงรับปากว่าจะไม่ยกมารบอีก บัดนี้ไฉนจึงตระบัดสัตย์ ไม่ละอายต่อเทพยดาฟ้าดินดอกหรือ

            สุนาแม้ว่าจะเป็นคนป่าเถื่อน แต่ยึดมั่นในความสัตย์และความกตัญญู ครั้นได้ยินคำม้าต้ายก็ละอายแก่ใจ เหลียวหน้ามองหลังไม่กล้าที่จะยกเข้ารบกับม้าต้าย

            ทหารของสุนาเคยถูกขงเบ้งปล่อยตัวกลับมา ไม่อยากจะสู้รบ พากันเหลียวซ้ายแลขวาว่าเพื่อนจะสู้หรือถอย ม้าต้ายเห็นทหารสุนารวนเรจึงขับทหารเข้าตี ทหารของสุนาเห็นทหารเมืองเสฉวนรุกรบเข้ามาก็พากันหนีเข้าป่า สุนาเห็นทหารหนีทัพเป็นจำนวนมากก็ขี่ม้าหนีกลับมาหาเบ้งเฮ็ก แล้วรายงานว่าทหารเมืองเสฉวนเข้มแข็งนัก สู้ไม่ได้ สุดแท้แต่จะลงโทษประการใด

            เบ้งเฮ็กได้ฟังรายงานก็โกรธ สั่งทหารให้คุมตัวสุนาเอาไปประหารชีวิต บรรดาหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ เห็นดังนั้นก็พร้อมกันร้องขอต่อเบ้งเฮ็กให้เว้นโทษตายแก่สุนา เบ้งเฮ็กขัดคำขอไม่ได้จึงอภัยโทษ แต่ให้โบยสุนาร้อยทีเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ทหารทั้งปวง

            สุนาถูกโบยได้รับบาดเจ็บเป็นสาหัส เดินกลับไปค่ายเองไม่ได้ บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาต้องช่วยกันพุยงกลับไปค่าย ฝ่ายทหารของสุนาและห้วยหลำซึ่งเคยถูกขงเบ้งจับได้แล้วปล่อยตัวกลับมา ทราบข่าวว่าสุนาถูกโบยเป็นสาหัส จึงพากันมาเยี่ยมเยียน เห็นสุนาบาดเจ็บสาหัสก็พากันทอดถอนใจใหญ่ แล้วกล่าวว่า “แต่ก่อนมามิได้มีศึกมาถึงเมือง ครั้งนี้เพราะเบ้งเฮ็กยกไปตีเมืองเองเฉียงจึงพาศึกมาติดเมืองให้เราได้ความเดือดร้อน ขงเบ้งคนนี้เขาเลื่องลือว่ามีสติปัญญามากนัก พระเจ้าซุนกวน พระเจ้าโจผียังกลัวความคิด ครั้งนี้ขงเบ้งยกมารบจับเราไปได้ไม่ฆ่าเสียปล่อยมา บุญคุณอยู่กับเรามากนัก แล้วพิเคราะห์ดูทหารเมืองเราเล่า ก็ไม่เห็นผู้ใดที่จะออกไปต่อสู้ได้ เห็นจะเสียเมืองหมั่นอ๋องเป็นมั่นคง ครั้นจะนิ่งอยู่เล่า เบ้งเฮ็กก็จะเกณฑ์เอาเราออกไปรบ ขัดมิได้ก็จะตายเสียเปล่า เราชวนกันจับเอาตัวเบ้งเฮ็กให้ขงเบ้งเห็นจะได้ความชอบ”

            ทหารเหล่านั้นกล่าวแล้วก็คุกเข่าอ้อนวอนให้สุนาเป็นหัวหน้านำทหารไปจับตัว   เบ้งเฮ็กไปมอบให้ขงเบ้ง สุนาเห็นทหารพร้อมเพรียงกันเสนอดังนั้น เห็นเป็นทางแก้แค้นเบ้งเฮ็กก็มีความยินดี จึงว่าเมื่อท่านทั้งปวงพร้อมใจกันฉะนี้แล้ว ก็จงทำตามความเห็นท่านทั้งปวงเถิด เมื่อใดที่เบ้งเฮ็กเมาสุราไม่ได้สติแล้ว ให้รีบมารายงานแก่เรา เราจะคุมทหารไปจับตัวเบ้งเฮ็กเอง

            ทหารเหล่านั้นได้ฟังคำสุนาก็มีความยินดี แล้วแยกย้ายกลับไปค่ายคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเบ้งเฮ็ก

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กหลังจากจัดแจงแต่งกองทัพไปคุมจุดยุทธศาสตร์ที่จะข้ามแม่น้ำลกซุยแล้ว ก็นึกประมาทว่าทหารเมืองเสฉวนจะไม่สามารถยกข้ามแม่น้ำมาได้ อีกไม่ช้านานขงเบ้งก็จะต้องล่าทัพกลับไป เมื่อนึกประมาทเช่นนั้นเบ้งเฮ็กก็จัดงานเลี้ยงฉลองภายในค่าย เลี้ยงสุรากันเป็นที่เอิกเกริก จนเบ้งเฮ็กเองเมาสุราม่อยหลับไปในค่าย

            ฝ่ายทหารของสุนาที่สังเกตการณ์ทราบความดังนั้นจึงลอบส่งข่าวให้สุนาทราบ สุนาทราบความแล้วก็มีความยินดี ถือดาบคุมทหารมาที่ค่ายของเบ้งเฮ็ก แล้วกรูกันเข้าไปในค่าย ช่วยกันจับตัวเบ้งเฮ็กมัดไว้ แล้วคุมตัวลงเรือข้ามแม่น้ำลกซุยไปที่ค่ายของขงเบ้ง

            หน่วยลาดตระเวนของเมืองเสฉวนทราบความจากสุนาแล้วจึงรายงานความให้ขงเบ้งทราบ ขงเบ้งจึงสั่งให้ทหารแต่งตัวใส่เกราะถืออาวุธเต็มอัตราศึก เพื่อจะข่มขวัญเบ้งเฮ็กให้ระย่อท้อถอยทั่วทุกค่าย แล้วสั่งให้คุมตัวเบ้งเฮ็กไว้ด้านนอกก่อน และให้พาตัวสุนาเข้ามาหา

            สุนาพาทหารซึ่งสนิทเข้าไปในค่ายของขงเบ้ง เห็นขงเบ้งนั่งเป็นสง่าอยู่ท่ามกลาง  แม่ทัพนายกองทั้งปวงก็คุกเข่าลงคำนับ แล้วกล่าวว่าพวกข้าพเจ้าคิดถึงคุณมหาอุปราชที่จับตัวพวกข้าพเจ้าได้แล้วปล่อยกลับไป จึงวางแผนจับตัวเบ้งเฮ็กมามอบแก่ท่าน

            ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งพวกท่านรู้คุณเราแล้วคิดอ่านจับตัวเบ้งเฮ็กมาให้นั้นขอบใจนัก ว่าแล้วก็สั่งทหารให้เบิกเสื้อผ้าและข้าวของมาปูนบำเหน็จแก่สุนาและทหารเป็นอันมาก สุนาและทหารได้รับบำเหน็จแล้วจึงคำนับลาขงเบ้งยกทหารกลับไป

            ขงเบ้งสั่งให้คุมตัวเบ้งเฮ็กเข้ามา เบ้งเฮ็กฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ และไม่ยอมคารวะขงเบ้งตามธรรมเนียม ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วถามว่า ท่านสัญญาว่าจะไปรวบรวมทหารยกมารบกับเรา หากพ่ายแพ้แล้วก็จะยอมแพ้ บัดนี้ท่านตกเป็นเชลยของเราอีกครั้งหนึ่ง จะคิดอ่านประการใด

            เบ้งเฮ็กจึงว่า ซึ่งเราตกเป็นเชลยของท่านครั้งนี้ใช่ว่าจะพ่ายแพ้ด้วยฝีมือรบก็หาไม่ เป็นแต่ทหารของเรามันชั่วเอง คิดหักหลังแล้วจับเราในยามเผลอ การตกเป็นเชลยในลักษณะนี้เราไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้

            ขงเบ้งจึงว่า ในเมื่อท่านยังไม่ยอมพ่ายแพ้แล้วจะให้ทำประการใด

            เบ้งเฮ็กจึงว่า “ถึงเราอยู่เมืองบ้านนอกก็ดี การศึกเพียงนี้พอจะสู้ท่านได้อยู่ ถ้าปล่อยให้ไปเมืองแล้ว จะจัดแจงทหารคุมมารบท่านอีก ถ้าแพ้ทีนี้เราจึงจะกลัวเกรงท่าน”

            ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะ แล้วว่าเมื่อท่านมีความปรารถนาจะรบกับเราให้ประจักษ์ในฝีมือจึงจะยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยใจ เราก็จะยอมรับคำท้าท่าน ปล่อยท่านกลับไปอีกครั้งหนึ่ง กล่าวแล้วขงเบ้งก็สั่งทหารให้แก้มัดเบ้งเฮ็ก แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยง

            เบ้งเฮ็กค่อยมีท่าทีอ่อนลง แต่ยังคงไม่ยอมพูดจาใด ๆ ขงเบ้งเห็นเบ้งเฮ็กยังแข็งกร้าวนักจึงว่า “เราทำการศึกมาหนักหนา แต่ครั้งพระเจ้าเล่าปี่ยกไปตีแห่งใดตำบลใด มีแต่ชัยชนะยังหาแพ้ผู้ใดไม่ ท่านเป็นแต่เจ้าเมืองน้อยเท่านี้ เหตุไรจึงไม่เกรงกลัวเรา”

            เบ้งเฮ็กแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน คงตั้งหน้าตั้งตากินโต๊ะต่อไป ครั้นกินโต๊ะเสร็จแล้วขงเบ้งจึงว่า ก่อนที่ท่านจะกลับไปเราขอเชิญท่านออกไปตรวจตราดูค่ายคูหอรบของเราแลเสบียงอาหารทั้งปวงให้เป็นขวัญตาก่อน ว่าแล้วขงเบ้งจึงให้แต่งม้าสองตัวให้เบ้งเฮ็กขี่ตัวหนึ่ง ขงเบ้งขี่ตัวหนึ่ง แล้วพร้อมด้วยทหารติดตามพาเบ้งเฮ็กออกไปดูตามค่ายต่าง ๆ ตลอดจนที่เก็บเสบียงและอาวุธ

            เบ้งเฮ็กเห็นการตั้งค่ายของขงเบ้งเป็นสง่าน่าเกรงขาม มีลักษณะรุกรับที่ทรงพลัง  สรรพาวุธทั้งปวงพรั่งพร้อมอยู่ทุกค่าย และเสบียงนั้นเต็มไปทั่วทุกยุ้งก็รู้สึกครั่นคร้ามแต่แสร้งทำเป็นปกติ เมินหน้ามองทิวทัศน์ที่ไกลออกไป

            ขงเบ้งเห็นดังนั้นจึงถามเบ้งเฮ็กว่า ซึ่งทหารและอาวุธตลอดจนเสบียงของเราพรั่งพร้อมดังนี้ ท่านคิดหรือว่าจะต่อสู้ด้วยเราได้ตลอด ท่านจงมาเข้าสวามิภักดิ์ต่อเราเสียโดยดี เราจะทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ตั้งท่านเป็นเจ้าเมืองครองอำนาจดังแต่ก่อน จะได้เป็นสุขสืบไปชั่วหลานเหลน

            เบ้งเฮ็กจึงว่า แคว้นพุกามนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยหัวเมืองและไพร่พลเป็นจำนวนมาก แม้นตัวเราคนเดียวจะยอมสวามิภักดิ์ต่อท่าน หากคนทั้งปวงไม่ยอมพร้อมใจด้วยแล้วก็ป่วยการเปล่า เราจะกลับไปปรึกษาหารือกันดูก่อน หากเห็นพ้องต้องกันก็จะกลับมาหาท่าน

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ ขี่ม้าพาเบ้งเฮ็กกลับมาที่ค่ายแล้วกล่าวว่า บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ท่านจงกลับไปจัดแจงทหารให้พร้อมเพรียง แล้วยกมารบกับเราใหม่ กล่าวแล้วขงเบ้งจึงให้ทหารจัดเรือส่งเบ้งเฮ็กข้ามไปอีกฟากหนึ่ง

            เมื่อปล่อยเบ้งเฮ็กกลับไปแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งทหารให้ไปแจ้งแก่ม้าต้ายให้เลิกทัพยกทหารกลับมารวมกับค่ายหลวง ม้าต้ายทราบคำสั่งแล้วจึงลำเลียงเสบียงอาหารที่ยึดมาได้ข้ามแม่น้ำลกซุยในเวลาเที่ยงคืนของวันนั้น แล้วกลับมาที่ค่ายหลวงรายงานความทั้งปวงให้ขงเบ้งทราบ

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กเมื่อกลับมาถึงค่ายก็คิดแค้นพยาบาทสุนาที่ลอบจับตัวเอาไปมอบแก่  ขงเบ้ง ทั้งระแวงห้วยหลำว่ามีความสนิทสนมกับสุนา หากไม่กำจัดเสียแล้วสืบไปภายหน้าก็จะคิดอ่านเป็นไส้ศึกให้กับขงเบ้งต่อไป คิดดังนั้นแล้วเบ้งเฮ็กจึงสั่งทหารให้ไปเชิญสุนาและห้วยหลำมาที่ค่าย และลวงว่าขงเบ้งใช้คนมาหา ขณะนี้กำลังรออยู่ที่ค่ายของเบ้งเฮ็ก แล้วสั่งให้จัดแจงทหารถืออาวุธครบมือซุ่มไว้ภายนอกค่าย ถ้าสุนาและห้วยหลำมาที่ค่ายแล้วก็ให้ล้อมจับตัวไว้ให้ได้

            ฝ่ายสุนาและห้วยหลำครั้นทราบความจากทหารของเบ้งเฮ็กว่าขงเบ้งส่งทหารมาหาก็สำคัญว่าเป็นความจริง จึงพากันมาที่ค่ายของเบ้งเฮ็ก พอมาถึงค่ายก็ลงจากหลังม้าจะเดินเข้าไปในค่าย ทหารของเบ้งเฮ็กจึงเข้าล้อมจับตัวสุนาและห้วยหลำ แล้วมัดเอาไปมอบแก่เบ้งเฮ็ก

            เบ้งเฮ็กเห็นทหารจับสุนาและห้วยหลำได้ก็มีความยินดี หัวเราะเสียงดังลั่นแล้วกล่าวว่าพวกมึงคิดคดทรยศต่อมิตร อย่ามีชีวิตอยู่ให้รกแผ่นดินสืบไปเลย กล่าวแล้วก็สั่งทหารให้คุมตัวสุนาและห้วยหลำไปประหารชีวิต แล้วโยนศพไว้ในคลองเพื่อไม่ให้ทหารเอาเป็นเยี่ยงอย่างสืบไป.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘