ตอนที่ 490. แม่น้ำพิษ

ขงเบ้งวางกลดักไซจับปลาล่อเบ้งเฮ็กเข้าไปในซอกเขากิมไต๋ และให้ทหารเมืองเสฉวนล้อมกระหนาบโจมตีเข้ามาทุกด้าน จนกระทั่งเบ้งเฮ็กต้องทิ้งม้าและไพร่พลปีนเขาหนีแต่ถูกอุยเอี๋ยนจับเป็นได้ ขงเบ้งได้แต่งโต๊ะเลี้ยงบรรดาเชลยศึกที่เป็นทหารของเบ้งเฮ็กแล้วประกาศปล่อยตัวกลับไปหาลูกเมียและครอบครัว

            ทหารของเบ้งเฮ็กได้ยินว่าขงเบ้งจะปล่อยตัวกลับไปหาลูกเมียและครอบครัวก็มีความยินดี พากันคุกเข่าคำนับขอบคุณขงเบ้ง ขงเบ้งจึงกำชับว่าแผ่นดินทั้งปวงต้องการความสงบสุขร่มเย็น แต่เบ้งเฮ็กไม่คิดถึงทุกข์สุขของราษฎร ทำสงครามรุกรานบ้านเมืองเรา เราจึงจำต้องยกมาปราบปราม คนทั้งปวงจึงได้ยากลำบากฉะนี้ เมื่อพวกท่านกลับไปหาครอบครัวแล้ว ต่อไปเบื้องหน้าอย่าได้มารบกับเราอีกเลย หากพลาดพลั้งเสียทีบาดเจ็บล้มตาย ครอบครัวข้างหลังจะเป็นทุกข์ร้อนลำบาก

            ทหารของเบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็รับคำ ขงเบ้งจึงให้เชลยศึกเหล่านั้นกินโต๊ะเลี้ยงสุราจนอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ทั่วหน้ากัน แล้วปล่อยเชลยศึกเหล่านั้นกลับไปบ้านเมือง

            เมื่อปล่อยเชลยศึกแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้คุมตัวเบ้งเฮ็กเข้ามาหา เบ้งเฮ็กเห็นขงเบ้งก็ขัดขืนไม่คำนับ ทหารซึ่งคุมตัวเบ้งเฮ็กเห็นดังนั้นก็โกรธ จึงเงื้อคันทวนจะฟาดน่องเบ้งเฮ็กแต่ขงเบ้งได้ห้ามปรามไว้ แล้วถามว่าชายแดนภาคใต้เมืองเสฉวนสงบร่มเย็นมาช้านาน ไฉนท่านจึงละทิ้งสันติเสียแล้วยกไปรุกรานตีเมืองเราเล่า

            เบ้งเฮ็กจึงว่า “เมืองเองเฉียงนั้นมิใช่ของท่าน เมืองของผู้อื่นต่างหาก แต่ท่านกล้าแข็งก็ไปหักหาญชิงเอาของเขาไว้ แล้วยกมาตีเมืองหมั่นอ๋องข่มเหงเราอีก กลับว่าเราดูหมิ่นเล่า”

            ขงเบ้งได้ยินดังนั้นก็แหงนหน้าหัวเราะ แล้วกล่าวว่าตัวท่านตกอยู่ในเงื้อมมือเราดังนี้ ไม่คิดเกรงกลัวเราบ้างหรือ

            เบ้งเฮ็กจึงว่า จะเกรงกลัวท่านไปไยกัน เหตุที่ท่านจับเราได้ก็เพราะเราหนีไปทางซอกเขาอันเป็นที่แคบ ถ้าหากเราหนีไปทางอื่น ไหนเลยท่านจะจับเราได้

            ขงเบ้งหัวเราะแล้วถามว่า จะให้เราทำประการใดท่านจึงจะยำเกรงต่อเรา

            เบ้งเฮ็กหัวเราะบ้างแล้วว่า จะต้องรบกันให้เห็นฝีมือก่อน ถ้าหากท่านปล่อยเราไป ให้คุมทหารมารบกันใหม่ หากพ่ายแพ้เสียทีก็จะยำเกรงท่านสืบไป

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า เมื่อท่านปรารถนาจะสู้กันให้สิ้นฝีมือเราก็ไม่ขัด ว่าแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดเบ้งเฮ็ก แล้วให้ทหารเอาเสื้อผ้ามาให้เบ้งเฮ็กเปลี่ยน และเชิญเบ้งเฮ็กกินโต๊ะเสพสุรา

            เบ้งเฮ็กขัดมิได้ก็กินโต๊ะเสพสุราไปตามธรรมเนียม แต่ไม่ยอมเอ่ยปากเจรจาประการใดกับขงเบ้ง ครั้นกินโต๊ะเสร็จแล้วขงเบ้งจึงเดินมาส่งเบ้งเฮ็กถึงหน้าค่าย พร้อมกับจัดม้าให้เบ้งเฮ็กตัวหนึ่งขี่กลับไปเมือง

            บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงเห็นขงเบ้งปล่อยเบ้งเฮ็กกลับไปดังนั้นจึงเข้ามาถามขงเบ้งว่า เรายกทัพมาแสนไกล จับตัวศัตรูได้แล้ว ไฉนมหาอุปราชจึงปล่อยกลับไปเสียเล่า

            ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “คนทั้งปวงอย่าสงสัยเลย ทำไมกับจะจับตัวเบ้งเฮ็ก เหมือนหนึ่งไขกุญแจหีบหยิบเอาทอง แต่หากเราจะทำให้มันเกรงจงมาก”

            แม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็ไม่คลายความสงสัย แต่มั่นใจในสติปัญญาของขงเบ้งว่าย่อมมีความนัยอันลึกซึ้ง จึงพากันลาขงเบ้งกลับไปค่าย

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กขี่ม้ากลับไปเมือง ระหว่างทางผ่านแม่น้ำลกซุย พบกับทหารซึ่งแตกหนีเป็นจำนวนมากก็มีความยินดี จึงเข้าไปเกลี้ยกล่อมเอาใจ ทหารทั้งนั้นเห็นเบ้งเฮ็กก็ประหลาดใจว่าไฉนถูกจับได้แล้วไม่ถูกประหารชีวิต จึงถามเบ้งเฮ็กว่าท่านถูกทหารเมืองเสฉวนจับตัวได้ เหตุใดท่านจึงกลับมาดังนี้

            เบ้งเฮ็กได้ยินคำถามก็ละอายใจ ไม่กล้าบอกความจริง เกรงว่าทหารทั้งนั้นจะดูหมิ่นเหยียดหยาม จึงแสร้งกล่าวว่าเมื่อเราถูกจับตัวได้ ขงเบ้งให้ทหารสิบคนควบคุมตัวเราไว้ในค่าย พอตอนดึกเราลอบฆ่าทหารผู้คุมตายเสียสิ้นแล้วจึงหนีมา พบกับกองลาดตระเวนจึงสังหารพวกกองลาดตระเวนเสีย ชิงเอาม้าขี่มาถึงแม่น้ำลกซุยนี้

            ทหารของเบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็พากันดีใจ สำคัญว่าผู้เป็นนายทัพมีฝีมือเข้มแข็งกล้าหาญ ถึงถูกจับตัวได้แล้วยังสามารถหักหนีมาได้โดยสะดวก เบ้งเฮ็กเห็นทหารเป็นปกติแล้วจึงพาทหารเหล่านั้นลงเรือข้ามแม่น้ำลกซุยไปตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม แล้วตั้งกองเกลี้ยกล่อมทหารเมืองหมั่นอ๋องที่แตกหนีกระสานซ่านเซ็นอยู่ในอาณาบริเวณนั้น และสั่งทหารให้ไประดมทหารจากบรรดาหัวเมืองซึ่งขึ้นกับเมืองหมั่นอ๋องมารวมพลพร้อมกันที่ฟากแม่น้ำลกซุย

            วันหนึ่งเบ้งเฮ็กทราบข่าวว่าสุนาและห้วยหลำพาทหารกลับไปเมืองแล้ว จึงให้ม้าเร็วไปเชิญสุนาและห้วยหลำมาพบ สุนาและห้วยหลำกลัวเบ้งเฮ็กจึงมาตามคำเชิญ

            เมื่อสุนาและห้วยหลำรวมทั้งบรรดาหัวเมืองทั้งปวงที่ขึ้นต่อเมืองหมั่นอ๋องมาพร้อมกันแล้ว เบ้งเฮ็กจึงปรึกษาว่า “ขงเบ้งยกมารบเราครั้งนี้เป็นเทศกาลร้อน ทหารไม่มีที่อาศัย เราจะตั้งทัพมั่นอยู่ฟากข้างนี้ดูท่วงทีก่อน ให้ไปเกณฑ์เอาเรือแพฟากข้างโน้นมาไว้ฟากข้างนี้ให้สิ้น อย่าให้ข้าศึกข้ามมาได้ แล้วให้ขุดดินพูนขึ้นเป็นกำแพงบัง ตั้งป้อมรายไปตามริมน้ำ ให้มีทหารถือเกาทัณฑ์รักษาค่ายยิงอย่าให้ศัตรูข้ามมาได้ ซึ่งเสบียงอาหารนั้นเราเกณฑ์เอาทุกหัวเมืองให้มาส่ง แล้วเราตั้งมั่นอยู่อย่าออกรบ ดูขงเบ้งคิดอ่านเป็นประการใด”

            เบ้งเฮ็กกำหนดยุทธศาสตร์เป็นฝ่ายตั้งรับ เพราะเล็งเห็นว่าขงเบ้งเดินทัพมาแต่ทางไกล ทหารเมืองเสฉวนได้ความยากลำบากด้วยเรื่องเสบียงอาหารและเทศกาลหน้าร้อน หวังเอาแม่น้ำลกซุยเป็นปราการต้านรับศึก โดยขุดสนามเพลาะตลอดแนวแม่น้ำก่อเป็นกำแพงตั้งป้อมค่าย ให้ทหารเตรียมเกาทัณฑ์ไว้ระดมยิง หากกองทัพเมืองเสฉวนจะยกข้ามแม่น้ำมา และเพื่อตัดหนทางข้ามแม่น้ำ ก็ให้เกณฑ์เอาเรือตลอดทั้งสายน้ำเอามาไว้ฟากข้างค่ายของเบ้งเฮ็กจงสิ้น หากสามารถตั้งรับเช่นนี้ได้ ขงเบ้งคงจะต้องเลิกทัพกลับไปเอง

            ฝ่ายขงเบ้งครั้นปล่อยเบ้งเฮ็กกลับไปแล้ว จึงสั่งให้เคลื่อนทัพตามเบ้งเฮ็กมาจนกระทั่งถึงริมแม่น้ำลกซุย ก็ออกสำรวจตรวจตราภูมิประเทศทั้งปวง “เห็นน้ำไหลเชี่ยวแรงนัก เรือแพก็ไม่มี แลไปฟากข้างโน้นเห็นเนินดินสูงเป็นกำแพงเรียงรายไป มีทหารรักษาอยู่”

            ขงเบ้งเห็นสภาพดังนั้นก็แจ้งในยุทธศาสตร์ของเบ้งเฮ็ก จึงเรียกบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาปรึกษาว่า เบ้งเฮ็กเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นตั้งรับ เห็นจะไม่ยกรุกข้ามแม่น้ำมา จำเราจะคิดแผนการรุกรบตีกองทัพเบ้งเฮ็กและจับตัวเบ้งเฮ็กให้จงได้

            ขงเบ้งจึงสั่งให้ลิคีซึ่งชำนาญภูมิประเทศแถบนี้เป็นผู้กำหนดภูมิประเทศในการตั้งค่ายเรียงรายไปตามริมแม่น้ำจำนวนสี่ค่าย ให้อองเป๋ง กวนสก เตียวเอ๊ก เตียวหงี รักษาค่ายคนละค่าย และให้เกี่ยวหญ้ามุงเป็นหลังคาค่ายเพื่อให้ทหารได้หลบความร้อน

            ลิคีและทหารทั้งปวงรับคำขงเบ้งแล้วคำนับลาออกไปจัดแจงตามคำสั่งของขงเบ้งทุกประการ

            ฝ่ายเจียวอ้วนซึ่งเป็นปลัดทัพ เห็นลิคีตั้งค่ายเรียงรายตามริมแม่น้ำดังนั้นจึงเข้ามาท้วงกับขงเบ้งว่า ซึ่งท่านให้ตั้งค่ายรายเรียงตามริมแม่น้ำฉะนี้ เห็นจะเหมือนเมื่อครั้งพระเจ้าเล่าปี่ยกไปตีเมืองกังตั๋ง แล้วถูกลกซุนเผากองทัพพระเจ้าเล่าปี่จนแตกพ่ายยับเยิน จึงกริ่งว่าหากเบ้งเฮ็กลอบยกทหารมาเผาค่าย ก็จะเสียทีเหมือนกับพระเจ้าเล่าปี่ ขอท่านได้ใคร่ครวญให้จงดี

            ขงเบ้งได้ฟังคำเจียวอ้วนก็หัวเราะ แล้วกล่าวว่าเราคิดการทั้งนี้ถี่ถ้วนดีแล้วจึงทำการ ท่านอย่าได้วิตกไปเลย คอยดูการข้างหน้าเถิด เจียวอ้วนได้ฟังคำขงเบ้งดังนั้นก็ยังไม่คลายใจ แต่คิดว่าขงเบ้งมีสติปัญญาในการสงคราม คงคิดอ่านแผนการแยบยลกลนัยที่ไม่อาจแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้ จึงคำนับลาขงเบ้งกลับไป

            ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยน ครั้นถึงเทศกาลหน้าร้อนก็ทรงรำลึกถึงขงเบ้งว่าจะได้ยากลำบาก จึงตรัสสั่งให้ม้าต้ายคุมทหารสามพันคุมเสบียงซึ่งล้วนเป็นของกินแก้ร้อนเอามามอบให้แก่ขงเบ้ง ครั้นขงเบ้งทราบความจึงออกมาต้อนรับม้าต้าย และคุกเข่าผินหน้าไปทางทิศเหนืออันเป็นที่ตั้งเมืองเสฉวน ถวายบังคมพระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วสั่งให้เอาของพระราชทานเหล่านั้นแจกจ่ายทหารถ้วนหน้ากัน

            ขงเบ้งกล่าวกับม้าต้ายว่าท่านมาแต่หนทางไกล อย่าเพิ่งกลับไปเลย ให้อยู่ช่วยเรารบเบ้งเฮ็กก่อน ม้าต้ายก็กล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นข้าแผ่นดิน มหาอุปราชมีการใดจะใช้สอยข้าพเจ้าก็พร้อมจะรับบัญชาโดยไม่เห็นแก่ชีวิต

            ขงเบ้งได้ยินดังนั้นก็มีความยินดี แล้วกล่าวว่าเบ้งเฮ็กคิดจะตั้งรับหวังให้เราสิ้นกำลังแล้วเลิกทัพกลับไป แต่เบ้งเฮ็กเองก็ยกทัพมาไกลเช่นเดียวกัน หากแม้นตัดเสบียงเบ้งเฮ็กเสียได้ก็จะได้ชัยชนะโดยง่าย ทางทิศใต้ของค่ายเราพันห้าร้อยเส้น น้ำในแม่น้ำลกซุยตื้นเขิน ท่านจงคุมทหารยกไปข้ามแม่น้ำลกซุย ณ ที่นั้น คอยรบพุ่งตัดเสบียงอย่าให้ส่งถึงค่ายของเบ้งเฮ็กได้ และให้ปล่อยข่าวลวงว่าซึ่งเราปล่อยสุนาและห้วยหลำกลับไปนั้นเพื่อหวังให้เป็นไส้ศึกคอยช่วยเหลือกองทัพเมืองเสฉวน

            ม้าต้ายรับคำขงเบ้งแล้วคำนับลา พาทหารออกไปดำเนินการตามคำสั่งของขงเบ้งทุกประการ

            พอม้าต้ายคุมทหารไปถึงริมแม่น้ำลกซุย ก็ให้ทหารตัดไม้ผูกแพจะข้ามแม่น้ำ ทหารของม้าต้ายร้อนนักก็พากันลงอาบน้ำในแม่น้ำ แต่พอขึ้นมาถึงฝั่งก็ล้มลง มีโลหิตไหลออกจากจมูกและปากถึงแก่ความตายประมาณพันห้าร้อยคน ม้าต้ายเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบพาทหารกลับมาหาขงเบ้งตั้งแต่คืนนั้น แล้วรายงานความทั้งปวงให้ขงเบ้งทราบ

            ขงเบ้งทราบความก็ตกใจ จึงให้ทหารไปจับตัวชาวบ้านมาสอบถามต้นสายปลายเหตุ ชาวบ้านทั้งนั้นได้แจ้งแก่ขงเบ้งตามความจริงว่า “แม่น้ำนี้มีพิษร้ายนัก เทศกาลนี้ใครอาบแลกินกลางวันแล้วก็ตาย ถ้าจะอาบกินได้แต่เวลากลางคืนดึกสงัด”

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงจัดทหารให้กับม้าต้ายอีกห้าร้อยรวมเป็นสองพันและให้ชาวบ้านนำทางม้าต้ายไปด้วย ครั้นไปถึงแม่น้ำลกซุยเป็นเวลาเที่ยงคืน ชาวบ้านก็นำทางข้ามแม่น้ำลกซุยไปโดยสะดวก จนไปถึงซอกเขาซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงอาหารมาส่งกองทัพของเบ้งเฮ็ก

            ม้าต้ายสอบถามเส้นทางภูมิประเทศโดยละเอียดแล้วจึงสั่งให้ทหารเข้าไปซุ่มอยู่ในราวป่าในซอกเขา

            วันรุ่งขึ้นหน่วยลำเลียงเสบียงอาหารของเบ้งเฮ็กก็ลำเลียงเสบียงอาหารมาส่งตามปกติ ครั้นมาถึงจุดซุ่มม้าต้ายจึงสั่งทหารให้รุกเข้าตีทหารลำเลียงเสบียงอาหารของเบ้งเฮ็กบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก พวกที่รอดตายก็แตกหนีไปสิ้น ม้าต้ายยึดเสบียงอาหารได้กว่าร้อยเล่มเกวียน จึงสั่งให้ตั้งค่ายควบคุมเส้นทางลำเลียงไว้

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กหลังจากจัดแจงแต่งค่ายคูตั้งรับกองทัพเมืองเสฉวนแล้วก็มีความมั่นใจว่ากองทัพเมืองเสฉวนจะไม่สามารถยกข้ามแม่น้ำลกซุยมาได้ ดังนั้นแต่ละวันจึงให้แต่งโต๊ะเลี้ยงทหารและร้องรำทำเพลงตามประเพณีของชนเผ่ากลุ่มน้อยแห่งพุกามประเทศ พลางโอ่ว่าคอยดูเถิดอีกไม่นานขงเบ้งก็จะล่าถอยกลับไป เราจะยกตามตี เห็นจะจับตัวขงเบ้งได้โดยง่าย กล่าวแล้วเบ้งเฮ็กก็หัวเราะเยาะ

            ทหารรักษาการณ์คนหนึ่งได้ยินเบ้งเฮ็กคึกคะนองปรามาสข้าศึกดังนั้นจึงท้วงว่า ท่านอย่าเพ่อประมาทแก่ข้าศึกว่าจะข้ามแม่น้ำมาไม่ได้ ด้วยข้างทิศใต้พันห้าร้อยเส้น แม่น้ำลกซุยตื้นเขิน ข้าศึกอาจข้ามแม่น้ำมาได้ ชอบที่ท่านจะแต่งทหารออกไปตั้งสกัดกองทัพเมืองเสฉวนไว้ที่นั่นสักกองหนึ่ง

            เบ้งเฮ็กได้ยินก็หัวเราะแล้วว่า ถ้าขงเบ้งยกทหารไปข้ามแม่น้ำตรงจุดนั้นจะยิ่งเป็นการดี เจ้าไม่รู้หรือว่าแม่น้ำลกซุยมีพิษร้ายนัก หากกองทัพเมืองเสฉวนยกไปข้ามน้ำ เห็นจะลงอาบน้ำด้วยเป็นเทศกาลหน้าร้อน คงจะพากันตายสิ้น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓