ตอนที่ 489. อุบายจับเป็นเบ้งเฮ็กครั้งที่หนึ่ง

พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดพรรษา ปลายเดือนหก จูกัดเหลียง-ขงเบ้งมหาอุปราชแห่งแคว้นจ๊กกรีฑาทัพยกข้ามพรมแดนจีนเข้าสู่แดนพุกามประเทศอันเป็นถิ่นของชนป่าเถื่อน ซึ่งประกอบด้วยชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าเพื่อปราบปรามเบ้งเฮ็กหัวหน้าเผ่าพม่าให้ราบคาบ และกำหนดแผนการให้ทหารเมืองเสฉวนเข้าตีกองทัพสามสายของชนกลุ่มน้อย

            เมื่อสี่นายทหารออกไปแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้กวนสกคุมทหารเป็นกองหนุนยกตามไป หนักข้างไหนให้หนุนช่วยข้างนั้น

            ฝ่ายอุยเอี๋ยนยกทหารไปถึงหลังค่ายของสุนาก็เป็นเวลาสว่างแล้ว จึงสั่งทหารให้เร่งโจมตี บรรดาทหารของอุยเอี๋ยนได้โห่ร้องขึ้นพร้อมกัน แล้วกรูกันหักเข้าตีค่ายของสุนา สุนาก็ขับทหารป้องกันรักษาค่ายเป็นสามารถ

            ในขณะเดียวกันนั้นอองเป๋งยกทหารมาทางด้านหน้าตามคำสั่งของขงเบ้ง ได้ยินเสียงการโห่ร้องต่อสู้ทางด้านหลังค่าย จึงสั่งทหารให้รุกเข้าตีค่ายทางด้านหน้า

            ทหารเมืองเสฉวนฆ่าฟันทหารของสุนาบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก สุนาเห็นเป็นศึกกระหนาบหน้าหลังและกำลังข้าศึกหนุนเนื่องไม่ขาดสาย เกรงว่าจะรักษาค่ายไว้ไม่ได้ จึงขี่ม้าพาทหารหนีออกจากค่ายทางด้านตะวันออก

            ทางด้านจูล่งยกทหารไปถึงด้านหลังค่ายของห้วยหลำในเวลาเช้าตรู่ จึงสั่งทหารให้หักเข้าตีค่าย ฝ่ายห้วยหลำรู้ว่าข้าศึกยกมาตีค่ายจึงยกทหารออกนอกค่ายเพื่อจะเข้ารบกับทหารเมืองเสฉวน ในขณะเดียวกันนั้นม้าตงรับคำสั่งขงเบ้งยกทหารมาถึงหน้าค่ายของห้วยหลำ ได้ยินเสียงทหารโห่ร้องต่อสู้กันด้านหลังก็รู้ว่าเป็นจูล่งยกเข้าตีค่าย จึงสั่งทหารให้ยกเข้าตีค่ายห้วยหลำพร้อมกัน

            ทหารในค่ายของห้วยหลำเหลืออยู่น้อยตัว จึงถูกม้าตงตีหักเข้าไปในค่ายได้ และฆ่าฟันทหารที่รักษาค่ายบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก แล้วยกทหารออกนอกค่ายตีกระทบหลังห้วยหลำซึ่งยกทหารออกไปสู้รบกับทหารของจูล่ง

            ห้วยหลำเห็นข้าศึกตีกระหนาบเข้ามาทั้งสองด้านและค่ายถูกข้าศึกยึดไปได้แล้วก็ตกใจ จึงพาทหารหนีไปตามซอกเขาทางทิศตะวันตก

            ทั้งจูล่งและอุยเอี๋ยนคุมทหารไล่ตามตีข้าศึกอยู่พักใหญ่แต่เส้นทางทุรกันดารเป็นที่เดือดร้อนแก่ทหาร ทั้งเห็นว่าข้าศึกหนีไปไกลแล้ว จึงพากันยกทัพกลับไปหาขงเบ้ง

            สุนาและห้วยหลำต่างพาทหารหนีไปตามซอกเขาคนละทิศคนละทาง ทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตก แต่พอไปถึงจุดซุ่มก็ถูกทหารของเตียวหงีและเตียวเอ๊กซึ่งขงเบ้งใช้ให้มาดักซุ่มรุมล้อมจับกุมตัวได้โดยละม่อม แล้วมัดตัวพากลับไปหาขงเบ้ง ณ ค่าย

            ฝ่ายจูล่งและอุยเอี๋ยนเมื่อยกกลับมาถึงค่ายก็นำศีรษะของกิมห้วนไปมอบแก่ขงเบ้ง และรายงานความให้ขงเบ้งทราบทุกประการ แล้วว่าสุนาและห้วยหลำนั้นหนีไปได้

            ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะ แล้วว่าสุนาและห้วยหลำนั้นเราให้ทหารไปดักซุ่มจับตัวไว้ได้แล้ว จูล่งและอุยเอี๋ยนได้ฟังคำขงเบ้งก็ประหลาดใจ ท้วงว่าสุนาและห้วยหลำเพิ่งหนีไปเมื่อเช้านี้ ข้าพเจ้าไล่ตามตีไม่ทันจึงพากันกลับมา ไฉนมหาอุปราชจึงว่าจับตัวไว้ได้แล้วเล่า

            ขงเบ้งยังไม่ทันตอบคำ เตียวหงีและเตียวเอ๊กก็มัดเอาตัวสุนาและห้วยหลำเข้ามามอบแก่ขงเบ้ง  จูล่งและอุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นก็ตกใจ และพากันสรรเสริญสติปัญญาของขงเบ้งเป็นอันมาก

            ขงเบ้งเห็นจูล่งและอุยเอี๋ยนยังคลางแคลงใจจึงไขว่า “เราตรึกตรองคิดการแจ้งในแผนที่แล้ว เห็นว่ามันจะหนีไปทางนั้นจึงแกล้งทำเป็นไม่ใช้ท่าน หวังจะให้ท่านทั้งสองมานะไปทำการเอง แล้วกลับใช้นายทหารทั้งสี่ยกไปสกัดอยู่ จึงจับสุนา ห้วยหลำได้”

            กล่าวแล้วขงเบ้งก็หันมาทางสุนาและห้วยหลำ พลางกล่าวว่าขออภัยพวกท่านที่ทำรุนแรงไปบ้าง ว่าแล้วขงเบ้งก็ลุกออกมาแก้มัดสุนาและห้วยหลำ สั่งทหารให้เอาเสื้อผ้ามามอบให้สุนาและห้วยหลำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวที่สกปรกมอมแมมเสียใหม่ แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง

            ขงเบ้งกล่าวกับสุนาและห้วยหลำว่า ซึ่งท่านยกมาสกัดกองทัพของเราทั้งนี้เรามิได้ถือโทษเพราะความผิดมิได้เกิดแต่ตัวท่าน หากเป็นเพราะพวกท่านเกรงกลัวเบ้งเฮ็ก จึงจำใจตามกันไป เมื่อพวกท่านไม่มีความผิด เราก็จะปล่อยตัวท่านกลับไปหาครอบครัวลูกเมีย แต่เมื่อรู้จักกันแล้วก็จงกินดื่มให้อิ่มหนำสำราญก่อน ต่อแต่นี้ไปอย่าได้เชื่อฟังคำเบ้งเฮ็กยกมารบกวนเราอีกเลย

            สุนาและห้วยหลำตั้งแต่ถูกจับได้ต่างทอดอาลัยตายอยาก สำคัญว่าจะต้องถูกประหารชีวิตตามประเพณีการศึกที่ชนกลุ่มน้อยได้กระทำต่อกัน ต่างคนต่างวิตกทุกข์ร้อนถึงครอบครัวบุตรภรรยา ครั้นได้ยินคำขงเบ้งว่าจะปล่อยตัวกลับไปก็มีความยินดีน้ำตาไหลพราก ลุกจากที่นั่งคุกเข่าลงคำนับขงเบ้งแล้วว่า “ท่านโปรดไว้ชีวิตแล้ว ข้าพเจ้าไม่มารบท่านอีกเลย”

            ขงเบ้งได้ฟังคำสุนาและห้วยหลำดังนั้นก็มีความยินดี อวยชัยให้พรแก่สุนาและห้วยหลำให้มีความสุขความเจริญ ปกครองราษฎรด้วยความเอื้ออาทรเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขสืบไป ครั้นเสร็จงานเลี้ยงแล้วขงเบ้งจึงเดินออกมาส่งสุนาและห้วยหลำและสั่งทหารให้จัดม้ามอบแก่สุนาและห้วยหลำขี่คนละตัว

            สองเชลยศึกคำนับลาขงเบ้งแล้วขี่ม้ากลับไป

            ขงเบ้งเอาแผนที่พุกามประเทศมาพิจารณาไตร่ตรองเส้นทางเดินทัพจากเมือง  หมั่นอ๋องมาจนถึงแนวหน้า ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเรียกแม่ทัพนายกองทั้งปวงเข้ามาพร้อมกัน แล้วกล่าวว่าเมื่อเบ้งเฮ็กทราบว่ากิมห้วน สุนาและห้วยหลำพ่ายแพ้แก่เราแล้ว ในวันพรุ่งนี้เห็นจะยกกองทัพมา พลางชี้มือให้แม่ทัพนายกองดูแผนที่เส้นทางเดินทัพ

            แล้วขงเบ้งจึงว่าที่เขากิมไต๋ในแผนที่นี้เป็นที่ชอบกล หากล่อเบ้งเฮ็กเข้ามาอยู่ในช่องเขานี้ได้แล้วเห็นจะจับตัวได้โดยง่าย บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบพร้อมกัน

            ขงเบ้งจึงสั่งให้อองเป๋งและกวนสกคุมทหารสามพันเป็นกองล่อยกไปสกัดกองทัพเบ้งเฮ็ก ห่างหน้าเขากิมไต๋ห้าสิบเส้น แล้วให้ทำเป็นเสียทีล่าถอยเข้ามาในซอกเขา เมื่อกองทัพเบ้งเฮ็กล่วงเข้ามาในซอกเขาแล้วจะจุดประทัดเป็นสัญญาณขึ้น ให้อองเป๋งคุมทหารกลับเข้าตี

            แล้วสั่งให้จูล่งคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ในป่าหน้าซอกเขา ให้อุยเอี๋ยนคุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ในป่าปลายซอกเขา ให้เตียวเอ๊กและเตียวหงีคุมทหารคนละสามพันซุ่มอยู่ในป่าสองข้างทางในซอกเขานั้น

            ขงเบ้งได้กำชับต่อไปว่า เมื่อกองทัพของเบ้งเฮ็กเข้ามาอยู่ในซอกเขาและได้ยินเสียงประทัดสัญญาณแล้ว ให้ทหารทุกหน่วยรุกรบตีกระหนาบเข้ามาพร้อมกัน จับเป็นเบ้งเฮ็กมาให้จงได้ ทหารทั้งปวงรับคำขงเบ้งแล้วออกไปจัดแจงทหารยกไปตั้งซุ่มตามแผนการของขงเบ้งแต่เพลานั้น

            ฝ่ายเบ้งเฮ็กหลังจากจัดแจงให้กิมห้วน สุนา และห้วยหลำ ยกกองทัพเป็นสามสายไปสกัดกองทัพของขงเบ้งแล้ว ก็ให้หน่วยสอดแนมลาดตระเวนติดตามข่าวสารมิได้ประมาท พอได้ทราบว่ากองทัพทั้งสามเสียทีแก่ขงเบ้งแล้วก็โกรธ สั่งจัดแจงกองทัพให้พร้อม พอรุ่งขึ้นก็เคลื่อนทัพตรงไปที่กองทัพของขงเบ้ง

            กองทัพของเบ้งเฮ็กเผชิญหน้ากับกองทัพของอองเป๋งและกวนสกซึ่งขงเบ้งให้ยกมาล่อรบ เบ้งเฮ็กเห็นอองเป๋งและกวนสกยืนม้าถือง้าวอยู่หน้าทหาร แต่ทหารทั้งปวงกลับไม่เป็นขบวนแถว ดูสับสนอลหม่านก็หัวเราะ ปรารภกับทหารทั้งปวงว่า “เขาลือว่าขงเบ้งนั้นมีสติปัญญา เหตุใดจึงจัดแจงทหารให้ยกมาไม่เป็นกระบวน เห็นไม่สมกับคนเลื่องลือเลย แม้รู้ว่าความคิดขงเบ้งเช่นนี้ ไหนเราจะนิ่งช้าถึงเพียงนี้ จะไปตีเมืองเสฉวนมิได้แล้วหรือ”

            เมื่อเบ้งเฮ็กหมิ่นความคิดของขงเบ้งฉะนั้นแล้ว จึงถามทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะอาสาออกไปฆ่าทหารเมืองเสฉวนสองคนนี้

            ฝ่ายเงียมเตียงซึ่งเป็นนายทหารเอกได้ยินคำเบ้งเฮ็กก็อาสา แล้วกระตุ้นม้าถือง้าวขับเข้ารบกับอองเป๋ง อองเป๋งทำเป็นสู้ไม่ได้ กวนสกก็เข้าช่วยรบ ไม่ถึงห้าเพลงทั้งอองเป๋งและกวนสกก็ชักม้าหนีออกจากลานรบ

            เบ้งเฮ็กเห็นได้ทีก็ขับทหารเข้าตีทหารของอองเป๋งและกวนสก ทหารเมืองเสฉวนรบพลางถอยพลางไปตามเส้นทางที่จะไปสู่ช่องเขากิมไต๋ เบ้งเฮ็กไม่รู้กลก็คุมทหารไล่ตามตีจนกองทัพของเบ้งเฮ็กทั้งสิ้นล่วงเข้าไปอยู่ในซอกเขากิมไต๋ ในทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณดังสนั่นก้องลั่นทั้งหุบเขา เบ้งเฮ็กและทหารพากันตกตะลึงงัน

            กองทหารเมืองเสฉวนทั้งหัวเขาท้ายเขาและทั้งสองข้างทางพร้อมกับกองทหารของ อองเป๋งและกวนสกได้ยินเสียงประทัดสัญญาณแล้วต่างโหมโจมตีกระหนาบเข้ามาพร้อมกันทุกด้าน ส่งเสียงโห่ร้องก้องสนั่นทั้งซอกเขา แล้วฆ่าฟันทหารของเบ้งเฮ็กบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ทหารของเบ้งเฮ็กรวนเรถอยร่นเข้ามาจุกอยู่กลางซอกเขา เบ้งเฮ็กเห็นเหตุการณ์ คับขันจึงขี่ม้าคุมทหารตีฝ่าออกไปทางด้านหัวเขากิมไต๋ ทหารเมืองเสฉวนเห็นเบ้งเฮ็กตีฝ่าหนีไปดังนั้นจึงไล่ตามตี

            เบ้งเฮ็กขี่ม้าพาทหารมาใกล้หัวเขาก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้น ทหารเมืองเสฉวนภายใต้การบังคับบัญชาของจูล่งได้โห่ร้องขึ้นพร้อมกันแล้วยกออกมาสกัดเบ้งเฮ็กไว้

            เบ้งเฮ็กเห็นจูล่งยืนม้าถือทวนอยู่หน้าทหาร สวมเกราะเงินดูสง่าน่าเกรงขามยิ่งนักก็คร้ามเกรง จึงพาทหารตีฝ่าย้อนกลับไปทางด้านท้ายเขา จูล่งเห็นได้ทีก็ขับทหารไล่ตามตี จับทหารเบ้งเฮ็กเป็นเชลยได้จำนวนมาก

            เบ้งเฮ็กพาทหารซึ่งสนิทห้าสิบคนตีฝ่าพ้นแนวล้อมของทหารเมืองเสฉวนออกไปทางด้านท้ายเขาได้ แต่ทางนั้นแคบและทุรกันดารไม่สามารถขี่ม้าผ่านไปได้ เบ้งเฮ็กจึงสั่งให้ทหารทิ้งม้าแล้วพากันเดินลัดเลาะไปตามซอกเขา

            พอใกล้จะถึงท้ายเขาก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้นอีก ทหารเมืองเสฉวนเป็นอันมากได้ยกออกมาจากราวป่าสกัดขวางทางไว้ เบ้งเฮ็กเห็นจะฝ่าออกไปไม่ได้จึงสั่งทหารให้ปีนเขาเพื่อจะหนีให้พ้นจากทหารเมืองเสฉวน

            ฝ่ายอุยเอี๋ยนตั้งกองบัญชาการอยู่บนเนินเขา เห็นเบ้งเฮ็กพาทหารปีนขึ้นเขามาดังนั้นจึงสั่งทหารให้ล้อมเบ้งเฮ็กและทหารไว้และจับตัวเบ้งเฮ็กได้ ให้ทหารมัดไว้แล้วพากลับไปที่ค่าย

            ขงเบ้งได้ทราบความจากหน่วยสอดแนมว่า ทหารเมืองเสฉวนได้ชัยชนะแก่กองทัพของเบ้งเฮ็กและอุยเอี๋ยนจับเบ้งเฮ็กได้ก็มีความยินดีเป็นอันมาก สั่งให้แต่งโต๊ะพร้อมจัดหาสุราเป็นอันมากคอยท่าไว้ และให้ทหารใส่เสื้อเกราะพร้อมอาวุธยืนรายเรียงอยู่สองข้างทางตลอดทางที่จะมายังค่ายหลวง

            สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ระบุว่าขงเบ้งได้เตรียมการข่มขวัญเบ้งเฮ็กด้วยการ “จัดแจงที่ทางค่ายคู ให้ทหารยืนถืออาวุธเจ็ดชั้น ทำให้เป็นสง่า แล้วขงเบ้งขึ้นนั่งที่สมควร”

            ครั้นขงเบ้งได้รับรายงานว่าทหารเมืองเสฉวนได้ควบคุมตัวเชลยศึกมาถึงแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้นำตัวเชลยศึกชั้นผู้น้อยเข้ามาก่อน ทหารเมืองเสฉวนก็คุมทหารของเบ้งเฮ็กเข้ามาหาขงเบ้ง

            เมื่อคุมเชลยศึกเข้ามาสิ้นแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดเชลยศึกนั้น แล้วกล่าวว่า “คนทั้งปวงเป็นแต่ไพร่พลเมือง เบ้งเฮ็กเกณฑ์เอาตัวมารบ ขัดเขามิได้ก็จำเป็นจำมา ครั้นเราจับไว้ได้ฉะนี้ ฝ่ายลูกเมียพี่น้องอยู่ข้างหลังก็คอยหา ครั้นไม่เห็นกลับไปก็จะร้องไห้เป็นทุกข์ถึง เราคิดเอ็นดูคนทั้งปวงไม่ฆ่าเสียแล้วจะปล่อยไปเอาบุญ”.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘