ตอนที่ 487. อุบาย "ปั่นหัวจิ้งหรีด"

ขงเบ้งยาตราทัพถึงเมืองเองเฉียง ฝ่ายขบถได้จัดกองทัพเป็นสามสายออกมาตั้งรับ ขงเบ้งจึงทำอุบายให้ทหารบอกต่อ ๆ กันว่าถ้าหากเป็นทหารโกเตงอย่าให้ฆ่าเพราะเป็นพวกเดียวกัน แต่ถ้าเป็นทหารของยงคีก็ให้ฆ่าเสียให้สิ้น

            ทหารของโกเตงและยงคีพอเสียทีจะถูกสังหารก็ร้องบอกทหารเมืองเสฉวนว่า เราเป็นทหารของโกเตง ทหารเมืองเสฉวนก็ไว้ชีวิตและจับเป็นเชลย ในขณะที่ตัวยงคีและโกเตงพาทหารคนสนิทตีฝ่าหนีรอดจากวงล้อมไปได้ ทหารเมืองเสฉวนไล่ตามตีไประยะหนึ่งก็ยกกลับ แล้วพาเชลยศึกไปรวมไว้ที่หน้าค่าย และรายงานความให้ขงเบ้งทราบ

            ขงเบ้งทราบความแล้วก็มีความยินดี จึงพาทหารองครักษ์ไปที่พลับพลาว่าราชการของค่ายหลวง แล้วสั่งให้ทหารคุมตัวเชลยศึกที่เป็นพวกของยงคีเข้ามาก่อน

            ขงเบ้งได้ถามเชลยเหล่านั้นว่า พวกเจ้าเป็นทหารของใคร เชลยศึกที่เป็นทหารของยงคีเกรงว่าจะถูกขงเบ้งประหารชีวิต จึงตอบว่าพวกเราเป็นทหารของโกเตง ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้แก้มัดเชลยศึกเหล่านั้น แล้วว่าเมื่อพวกเจ้าเป็นทหารของ โกเตงเราจะไม่ประหารชีวิต แต่ถ้าหากเป็นทหารของยงคีเราจะประหารชีวิตเสียให้สิ้น

            ขงเบ้งกล่าวแล้วให้สั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงเชลยศึก เสร็จแล้วจึงสั่งให้ปล่อยเชลยศึกเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น เมื่อปล่อยเชลยศึกซึ่งเป็นทหารของยงคีแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้คุมตัวเชลยศึกที่เป็นพวกของโกเตงเข้ามา แล้วถามว่าพวกเจ้าเป็นทหารของใคร เชลยศึกนั้นก็ตอบว่าเป็นทหารของโกเตง ขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดแล้วแต่งโต๊ะเลี้ยง เสร็จแล้วก็ให้ปล่อยตัวกลับไป และกำชับว่าเราปล่อยตัวกลับไปครั้งนี้แล้วอย่าได้กลับมารบอีก มิฉะนั้นเราจะประหารเสียให้สิ้น

            เชลยทั้งนั้นคุกเข่าลงคำนับขอบคุณ ขงเบ้งได้ถามว่าผู้ใดเป็นตัวนาย แล้วเรียกตัวเข้ามากระซิบว่า ยงคีรู้สึกสำนึกตัวกลัวตาย จึงส่งคนมาแจ้งความแก่เราว่า จะตัดศีรษะโกเตงและจูโพมาให้เราเพื่อเป็นการไถ่โทษ แต่เรานั้นเห็นว่าโกเตงเป็นคนซื่อตรง จึงให้เจ้ากลับไปบอกความให้โกเตงทราบ จะได้เร่งระวังรักษาตัว

            นายทหารของโกเตงได้ฟังดังนั้นก็คุกเข่าคำนับขอบคุณขงเบ้งอีกครั้งหนึ่ง แล้วพาเพื่อนเชลยศึกกลับไปหาโกเตง รายงานความซึ่งขงเบ้งกระซิบสั่งมานั้นให้โกเตงทราบทุกประการ

            โกเตงทราบความดังนั้นก็ตกใจ ไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่าขงเบ้งทอดไมตรีมาตั้งแต่ต้น หากนิ่งเฉยอยู่ยงคีก็จะมาตัดศีรษะไปไถ่โทษกับขงเบ้ง แต่เพื่อความแน่ใจโกเตงจึงสั่งทหารให้ไปสอดแนมดูลาดเลาตามค่ายทหารของยงคีว่ามีความเคลื่อนไหวประการใด

            ส่วนทหารของยงคีนั้นพอกลับมาถึงค่ายก็บอกเล่าความให้เพื่อน ๆ ทหารด้วยกันฟังว่า ขงเบ้งนี้มีน้ำใจงามประเสริฐ ไม่ข่มเหงเชลยศึก พวกเราได้อาศัยอ้างชื่อของโกเตงจึงได้รอดพ้นจากความตาย ทหารในค่ายของยงคีต่างบอกเล่าต่อ ๆ กันอึงคะนึงไปทุกค่าย

            หน่วยสอดแนมของโกเตงได้ทราบความดังนั้นจึงนำความมารายงานให้โกเตงทราบ โกเตงทราบรายงานแล้วก็สงสัย จึงสั่งทหารให้ไปสอดแนมใกล้ ๆ กับค่ายทหารเมืองเสฉวนเพื่อฟังความอีกด้านหนึ่งว่าทางฝ่ายยงคีมีการติดต่อกับกองทัพของขงเบ้งประการใดหรือไม่

            ฝ่ายขงเบ้งครั้นปล่อยเชลยศึกแล้วได้สั่งทหารลาดตระเวนให้กวดขันระมัดระวังอย่าได้ประมาท คาดว่าจะมีหน่วยสอดแนมของข้าศึกลอบเข้ามา ให้พยายามจับเป็นให้จงได้ เมื่อได้ตัวแล้วให้มัดตัวมามอบแก่เรา และให้ตู่ว่าเป็นทหารของยงคี

            พอหน่วยสอดแนมของโกเตงลอบเข้ามาใกล้ค่ายทหารเมืองเสฉวนก็ถูกหน่วยลาดตระเวนจับเป็นได้โดยละม่อมแล้วมัดตัวเข้าไปหาขงเบ้ง ระหว่างทางหน่วยลาดตระเวนแสร้งตู่ว่าพวกเอ็งเป็นทหารของยงคีลอบมาสอดแนมถึงที่นี่ เห็นจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป

            ทหารสอดแนมของโกเตงได้ยินดังนั้นก็ตอบว่าเราเป็นทหารของโกเตงไม่ใช่ทหารของยงคี ขงเบ้งจะต้องปล่อยตัวกลับไป แต่หน่วยลาดตระเวนก็แสร้งทำเป็นไม่เชื่อ และแจ้งว่าอย่ามาตู่ว่าเป็นทหารของโกเตง ครั้นไปถึงค่ายขงเบ้งแล้วหน่วยลาดตระเวนก็คุมเชลยเข้าไปรายงานแก่ขงเบ้งว่า ได้จับตัวทหารยงคีได้

            ทหารของโกเตงได้ยินดังนั้นก็ตกใจเกรงว่าจะถูกประหาร จึงบอกขงเบ้งว่าข้าพเจ้าเป็นทหารของโกเตง

            ขงเบ้งจึงว่า มีผู้แอบอ้างเป็นทหารของโกเตงเพื่อให้รอดพ้นความตาย แต่ตัวเจ้านี้เรารู้ดีว่าเป็นทหารของยงคี อย่าได้ลวงเราอีกเลย ว่าแล้วขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดเชลยศึกและบอกว่า เราจะขอยืมปากเจ้ากลับไปบอกยงคีว่าซึ่งยงคีส่งหนังสือลับมาแจ้งว่าภายในสามวันจะตัดศีรษะโกเตงและจูโพมาให้เรานั้น เวลานี้เป็นวันที่สี่แล้ว ไฉนจึงไม่เอาศีรษะโกเตงและจูโพมาให้เรา ให้รีบทำการจึงจะพ้นความผิด กล่าวแล้วขงเบ้งจึงมอบหนังสือฉบับหนึ่งให้กับทหารนั้น แล้วบอกว่าจงรีบกลับไปแล้วนำหนังสือนี้ไปมอบแก่ยงคี

            เชลยนั้นพอได้ยินคำว่าขงเบ้งจะปล่อยตัวกลับไปหายงคีก็แสร้งทำทีรับคำ รับหนังสือแล้วคำนับลาขงเบ้งกลับออกไป ครั้นกลับไปถึงค่ายก็นำความไปรายงานให้โกเตงทราบพร้อมกับมอบหนังสือที่ขงเบ้งมีไปถึงยงคีนั้น

            โกเตงทราบรายงานจากทหารแล้วเปิดหนังสือออกอ่านดู เห็นเนื้อความซึ่งขงเบ้งเร่งรัดให้ยงคีรีบทำตามสัญญาก็โกรธยงคี เรียกงากฟันนายทหารเอกมาปรึกษาว่ายงคีคิดแต่จะเอาตัวรอด จึงวางแผนสังหารเราเอาไปไถ่โทษแก่ขงเบ้ง ท่านจะเห็นเป็นประการใด

            งากฟันนั้นหลังจากถูกขงเบ้งปล่อยกลับมาแล้วก็นึกถึงคุณของขงเบ้ง และเห็นว่าขงเบ้งมีน้ำใจเมตตาแก่ทหาร ใจจึงเอนเอียงไปทางขงเบ้ง ครั้นได้ยินคำโกเตงดังนั้นจึงว่า “เราทำการที่ผิดทั้งนี้เพราะยงคีอ้อนวอนว่ากล่าว บัดนี้ขงเบ้งรู้อยู่แล้วจับได้ไม่ฆ่าเสีย กลับปล่อยมา นับว่ามีคุณต่อเรา ครั้นเราจะทำการผิดไปอีกเล่าก็ไม่ควร นานไปเห็นไม่พ้นความตาย เราจะคิดอ่านตัดเอาศีรษะยงคีไปให้ขงเบ้งจึงจะแก้ความผิดได้”

            โกเตงได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วย จึงปรึกษางากฟันว่าจะทำประการใดจึงจะได้ศีรษะยงคีไปไถ่โทษกับขงเบ้ง

            งากฟันจึงว่า ให้ท่านทำทีเชิญยงคีมากินโต๊ะ ถ้าหากยงคียังซื่อตรงต่อท่าน เห็นจะมาตามคำเชิญ หากยงคีไม่มาเห็นจะคดต่อท่านตามหนังสือของขงเบ้ง ให้ท่านจัดกองทัพเป็นสองกอง ท่านคุมทหารไปกองหนึ่งเข้าตีค่ายยงคีทางด้านหน้า ข้าพเจ้าจะคุมทหารอีกกองหนึ่งเข้าตีทางด้านหลัง จับตัวยงคีได้แล้วตัดศีรษะเอาไปให้กับขงเบ้ง เราก็จะพ้นความผิด

            โกเตงได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงแต่งโต๊ะเตรียมไว้แล้วให้ทหารไปเชิญยงคีมากินโต๊ะ

            ฝ่ายยงคีทราบความดังนั้นก็สงสัยว่าเหตุไฉนอยู่ท่ามกลางการศึกโกเตงจึงมาเชิญไปกินโต๊ะ แต่พอคิดถึงเหตุการณ์วันก่อนที่งากฟันถูกขงเบ้งปล่อยกลับมาก็แคลงใจว่า อาจเป็นแผนการร้ายของโกเตง จึงแสร้งบ่ายเบี่ยงบอกทหารของโกเตงที่มาเชิญว่าท้องเสีย ไปกินโต๊ะด้วยไม่ได้

            พอโกเตงทราบความจากทหารที่ใช้ไปเชิญยงคีแล้วก็โกรธ จึงกล่าวกับงากฟันว่ายงคีคิดคดต่อเราเป็นแน่แล้ว ค่ำวันนี้จงยกไปกำจัดยงคีตามแผนการของท่านเถิด งากฟันก็ตกลงรับคำ

            ยามแรกของคืนนั้นโกเตงและงากฟันจึงยกทหารออกจากค่ายเป็นสองกอง เข้าโจมตีค่ายของยงคีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โห่ร้องแล้วบอกกันต่อ ๆ ไปว่าให้จับตัวยงคีเอาไปให้ขงเบ้ง

            ฝ่ายทหารของยงคีที่รักษาค่าย ครั้นได้ยินว่าโกเตงยกทหารจะมาจับยงคีเอาไปให้ ขงเบ้งก็คิดถึงคุณของโกเตงที่ได้แอบอ้างอาศัยชื่อแล้วรอดตาย ทั้งเห็นว่าซึ่งจะต่อสู้กับขงเบ้งนั้นเกินกำลังนัก จะพากันตายเปล่า จึงพากันแปรพักตร์ไปเข้าด้วยกับทหารของโกเตง เปิดประตูค่ายรับทหารโกเตงเข้ามา

            ทหารของโกเตงรุกเข้าไปในค่ายแล้ว บุกเข้าไปฆ่าฟันทหารของยงคีที่ต่อสู้ขัดขืนบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ฝ่ายยงคีเห็นโกเตงยกทหารเข้าปล้นค่ายและทหารแปรพักตร์ดังนั้นก็ตกใจ รีบไปขึ้นม้าทางด้านหลังค่ายแล้วขับม้าหนีออกจากค่าย

            งากฟันเห็นยงคีขี่ม้าหนีออกจากด้านหลังค่ายจึงขี่ม้าไล่ตามไป ทันกันแล้วจึงเอาทวนแทงถูกยงคีตกม้าตาย จึงตัดศีรษะยงคีแล้วชวนโกเตงพากันไปหาขงเบ้ง

            ขงเบ้งทราบความแล้วมีความยินดีเป็นอันมาก แต่สั่งทหารร้อยกว่าคนให้เตรียมพร้อมอยู่หน้าประตูค่าย แล้วออกมาต้อนรับโกเตงและงากฟันที่ด้านนอกค่าย โกเตงและงากฟันเห็นขงเบ้งออกมาต้อนรับก็มีความยินดี คุกเข่าคำนับแล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าสำนึกผิดแล้วจึงตัดศีรษะยงคีมาเป็นเครื่องไถ่โทษ ขอมหาอุปราชได้โปรดยกโทษให้สักครั้งหนึ่ง

            ขงเบ้งแสร้งทำเป็นโกรธแล้วเบือนหน้าหนี ปากก็ออกคำสั่งให้ทหารจับตัวโกเตงและงากฟันมัดไว้ แล้วสั่งว่าให้เอาตัวไปประหารชีวิต

            โกเตงได้ยินดังนั้นก็ตกใจ รีบร้องบอกขงเบ้งว่ามหาอุปราชจงหยุดไว้ก่อน ข้าพเจ้าสำนึกผิดแล้วจึงตัดศีรษะยงคีเอามาไถ่โทษ ไฉนมหาอุปราชจึงประหารชีวิตข้าพเจ้าด้วยเล่า

            ขงเบ้งหันหน้ามาทางโกเตงแล้วหัวเราะ พลางกล่าวว่าจูโพมีหนังสือลับมาถึงเราว่าท่านกับยงคีกระทำสาบานกันว่าจะร่วมเป็นร่วมตายกัน แต่ท่านหักหลังยงคีและยังคิดร้ายต่อเรา ตัวท่านวางแผนจะมาใกล้ตัวเราแต่เกรงว่าเราจะไม่สนิทใจ จึงตัดศีรษะยงคีมาให้เรา เพื่อฉวยโอกาสนั้นสังหารเราเสีย จูโพเกรงความผิดจึงมีหนังสือมาแจ้งให้เราทราบ แผนการของท่านครั้งนี้เรารู้ดีอยู่แล้ว คิดว่าจะลวงเราได้หรือ ว่าแล้วขงเบ้งจึงโยนหนังสือฉบับหนึ่งไปที่ตรงหน้าของโกเตง

            โกเตงรับหนังสือนั้นมาเปิดออกอ่านดู เป็นเนื้อความตามที่ขงเบ้งกล่าวและลงชื่อของจูโพ ก็โกรธจึงมิได้เฉลียวใจว่าเป็นกลอุบายของขงเบ้ง คงสำคัญว่าจูโพหักหลัง โกเตงโกรธจูโพเป็นอันมาก กล่าวกับขงเบ้งว่า ไอ้จูโพมีหนังสือมาถึงมหาอุปราชทั้งนี้เพราะมีน้ำใจชังคิดหักหลังข้าพเจ้า แสร้งให้มหาอุปราชประหารชีวิตข้าพเจ้าเสีย ขอมหาอุปราชอย่าเพ่อเชื่อถือจูโพเลย

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ซึ่งท่านขอให้เราเชื่อฟังนั้นจะให้เราเชื่อได้อย่างไร เว้นไว้แต่จะเอาศีรษะจูโพมามอบแก่เราก่อนจึงจะเชื่อว่าจริง

            โกเตงจึงว่า ข้าพเจ้าขอโอกาสอาสามหาอุปราชไปตัดศีรษะจูโพมาพิสูจน์ความจริงใจของข้าพเจ้า ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าอุบายเพียงเท่านี้คิดหรือว่าจะหลอกให้เราปล่อยตัวกลับไปได้

            โกเตงได้ฟังดังนั้นจึงยกมือคารวะไหว้ฟ้าดิน แล้วว่าฟ้าดินจงเป็นพยาน ข้าพเจ้าจะอาสาขงเบ้งไปตัดศีรษะจูโพให้จงได้ แม้นผิดคำสาบาน ขอฟ้าดินได้ลงโทษผลาญชีวิตให้แหลกสลาย อย่าได้มีอาการครบสามสิบสองเลย

            ขงเบ้งได้ยินคำสาบานของโกเตงก็แสร้งทำเป็นอึ้ง แล้วกล่าวว่าในเมื่อท่านกล้าสาบานต่อดินฟ้าฉะนี้ เราก็จำใจจะลองเชื่อสักครั้งหนึ่ง ว่าแล้วขงเบ้งจึงให้ทหารแก้มัดแล้วปล่อยตัวโกเตงและงากฟันกลับไปค่าย

            โกเตงและงากฟันกลับไปถึงค่ายแล้วสั่งระดมพลและยกทหารไปที่ค่ายของจูโพ

            ฝ่ายจูโพไม่รู้ความนัย ทราบว่าโกเตงยกทหารมาหาจึงขี่ม้าพาทหารออกไปต้อนรับ แล้วคำนับทักทายตามธรรมเนียม โกเตงไม่รับคำนับตอบแต่กลับกล่าวว่า เหตุใดท่านจึงเขียนหนังสือไปหาขงเบ้งใส่ร้ายป้ายสีเรา ซึ่งจะยืมมือขงเบ้งฆ่าเรานั้นควรแล้วหรือ

            จูโพได้ยินคำโกเตงดังนั้นก็ตกตะลึง ยังไม่ทันที่จะกล่าวความประการใดก็ถูกงากฟันซึ่งยืนม้าอยู่ด้านหลังเอาทวนแทงตกม้าตาย

            โกเตงตัดศีรษะของจูโพแล้วประกาศแก่ทหารของจูโพว่า จูโพทรยศต่อเราเราจึงฆ่าเสีย ให้ทหารทั้งปวงสวามิภักดิ์ต่อเราแต่โดยดี จะไว้ชีวิตให้ มิฉะนั้นจะสังหารเสียให้สิ้น

            ทหารของจูโพไม่รู้กลนัยประการใด แต่ครั้นเห็นตัวนายถึงแก่ความตายและโกเตงคุมทหารมาเป็นอันมากก็พากันตกใจ ยอมอ่อนน้อมแก่โกเตงแต่โดยดี

            โกเตงจึงคุมทหารทั้งสิ้นพร้อมกับเอาศีรษะของจูโพกลับไปหาขงเบ้ง ขงเบ้งทราบความดังนั้นจึงสั่งให้ทหารของโกเตงอยู่ภายนอก ให้โกเตงเข้ามาหาแต่ผู้เดียว.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘