ตอนที่ 486. ยุทธศาสตร์ครองใจคนเถื่อน
ง่อก๊กและจ๊กก๊กร่วมมือกันโจมตีกองทัพของพระเจ้าโจผีจนพ่ายแพ้ศึกกังตั๋งครั้งที่สอง และต้องถอยทัพกลับคืนเมืองฮูโต๋ ช่วงเดียวกันนั้นเจ้าเมืองชายแดนภาคใต้ของเมืองเสฉวนสมคบกับหัวหน้าเผ่าชาวพม่าแข็งเมืองเป็นกบฏ และยกกองทัพสิบหมื่นเข้าตีเมืองเองเฉียง ขงเบ้งจึงอาสาคุมทหารไปปราบปรามฝ่ายกบฏ
พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังคำขงเบ้งว่า ถึงจะให้แม่ทัพคนอื่นยกไปปราบปรามฝ่ายกบฏก็จะได้ชัยชนะแต่ไม่ราบคาบก็ทรงประหลาดพระทัย จึงตรัสถามว่าเมื่อได้ชัยชนะในสงครามแล้วไฉนท่านพ่อจึงว่าไม่ราบคาบอีกเล่า
ขงเบ้งจึงกราบบังคมทูลว่า การทำสงครามให้ได้ชัยชนะเป็นเรื่องหนึ่ง การกำราบแล้วครองใจให้สยบโดยราบคาบ ไม่กำเริบในภายหลังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การได้ชัยชนะเป็นของง่าย การได้ครองใจสิเป็นของยาก อันเมืองหมั่นอ๋องนั้นเป็นเมืองคนป่าเถื่อน มีภาษาวัฒนธรรมและอาหารการกินผิดเภทจากแผ่นดินจีน หากคิดแต่จะเอาชนะสงครามอย่างเดียว เมื่อยกกองทัพกลับมาแล้วก็จะแข็งเมืองเป็นกบฏให้วุ่นวายต่อไปอีก จำจะต้องกำราบและผูกน้ำใจไว้ให้มั่นคง จึงจะสงบสันติอยู่ในโอวาทเป็นปกติ ดังนี้แล้วจึงจะทำการกับเมืองฮูโต๋และเมืองกังตั๋งในภายหน้าโดยไม่ต้องห่วงหลัง การทั้งนี้ยังไม่เห็นผู้ใดจะทำการได้สำเร็จ จึงจำต้องยกกองทัพไปทำการด้วยตนเอง
พระเจ้าเล่าเสี้ยนฟังคำกราบบังคมทูลของขงเบ้งแล้วสิ้นที่สงสัย แต่ยังคงกังวลในพระทัยเกี่ยวกับการศึกข้างเมืองฮูโต๋และเมืองกังตั๋ง จึงตรัสถามขงเบ้งว่า ในระหว่างที่ท่านพ่อยกทัพไปแดนไกล หากเมืองฮูโต๋หรือเมืองกังตั๋งรู้ความแล้วยกกองทัพมาตีเมืองเสฉวน จะทำประการใด
ขงเบ้งจึงกราบทูลว่า “เมืองกังตั๋งเป็นไมตรีกับเราแล้วเห็นจะไม่มา ถึงมาตรว่าจะยกมาเล่า พวกเราตั้งอยู่เมืองเป๊กเต้ปากทางมา เห็นพอจะรบลกซุนทหารเมืองกังตั๋งได้ ฝ่ายพระเจ้าโจผีเล่าก็ยกไปรบเมืองกังตั๋ง ทหารพระเจ้าซุนกวนฆ่าฟันทหารเสียเป็นอันมาก ยังจะจัดแจงทหารอยู่ เห็นจะไม่ยกมาได้ อนึ่งด่านฮันต๋งเล่า ม้าเฉียวก็คุมทหารตั้งรักษาอยู่ ฝ่ายกวนหิน เตียวเปา ก็คุมทหารเที่ยวตรวจตราอยู่ พระองค์อย่าได้วิตกเลย ข้าพเจ้าจะยกไปรบ ได้เบ้งเฮ็กแล้วจึงจะคิดทำการด้วยพระเจ้าโจผี ฉลองคุณ พระเจ้าเล่าปี่สืบไป”
พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังดังนั้นก็ดีพระทัย รับสั่งว่าเมื่อท่านพ่อเห็นสมควรดังนี้แล้วก็ทำการตามความเห็นของท่านพ่อเถิด
ฝ่ายอองเลี้ยนซึ่งเป็นที่ปรึกษาได้ฟังคำตรัสดังนั้น จึงกราบทูลติงว่าอันแดนเถื่อนทางภาคใต้เป็นทางไกลและทุรกันดาร ทั้งไข้ป่าก็ชุกชุม ซึ่งมหาอุปราชจะยกกองทัพไปด้วยตนเองนั้นเหมือนหนึ่งเอามีดฆ่าโคไปเชือดไก่ ชอบที่จะให้นายทหารชั้นผู้น้อยยกไปเห็นจะได้การ
ขงเบ้งจึงกราบทูลแก้ว่า “ท่านว่ามาทั้งนี้ก็ควรอยู่ แต่เราเห็นว่าคนในที่นั้นเป็นคนป่า หามีความคิดรู้จักผิดแลชอบไม่ จะให้ผู้อื่นยกไปนั้นเห็นมันจะไม่เกรงกลัว เราจึงจะยกไปเอง”
อองเลี้ยนได้ฟังคำขงเบ้งแล้วยังคงยืนยันทัดทานไม่ให้ขงเบ้งยกกองทัพไปถึงสองครั้งสามครั้ง แต่ขงเบ้งก็ยืนยันยกกองทัพไปตามความคิดเดิม พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงโปรดเกล้าให้ขงเบ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ยกกองทัพไปปราบพวกกบฏทางภาคใต้ตลอดไปจนถึงพุกามประเทศ
ขงเบ้งได้ยินรับสั่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็มีความยินดี จึงทูลขอให้จูล่งไปในกองทัพด้วย พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็โปรดเกล้าฯ ตามที่ขอ ขงเบ้งจึงถวายบังคมลาออกมาจัดแจงทหารและให้ม้าเร็วถือหนังสือไปให้จูล่ง เรียกตัวให้รีบกลับมาเมืองเสฉวน
พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดพรรษา เดือนห้าปลายข้างแรม ขงเบ้งจัดแจงกองทัพประกอบด้วยกำลังพลห้าสิบหมื่นพร้อมแล้ว ให้ชุมนุมพลพร้อมไว้นอกเมืองเสฉวน ตั้งให้จูล่งและอุยเอี๋ยนเป็นแม่ทัพกองทัพหน้าซ้ายขวา อองเป๋งและเตียวเอ๊กคุมทหารเป็นปีกซ้ายปีกขวา เจียวอ้วนเป็นปลัดทัพ ตรวจตราระเบียบวินัย กำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงทั้งปวง ให้ปีฮุย ต๋งเคียด และ อ้วนเคียนเป็นเสนาธิการ
ครั้นถึงวันฤกษ์ดีขงเบ้งจึงพาจูล่งเข้าไปถวายบังคมลาพระเจ้าเล่าเสี้ยนตามประเพณี แล้วกลับออกมาที่ชุมนุมทหาร ในขณะนั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า กวนสกซึ่งเป็นบุตรของกวนอูและหายสาบสูญไปตั้งแต่ครั้งเสียเมืองเกงจิ๋ว ทราบว่ามหาอุปราชจะยกกองทัพไปปราบปรามกบฏ จึงมาขออาสาไปในกองทัพด้วย
ขงเบ้งได้ฟังรายงานดังนั้นก็มีความยินดี จึงเชิญกวนสกเข้ามาสนทนา หลังจากทักทายโอภาปราศรัยรำลึกความแต่ครั้งหลังเป็นอันดีแล้ว ขงเบ้งจึงตั้งให้กวนสกเป็นแม่ทัพหน้าอีกสายหนึ่ง แล้วแต่งฎีกาให้ทหารนำไปกราบบังคมทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนเพื่อทรงทราบ
เมื่อการทั้งปวงพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้ลั่นกลองรบเอาฤกษ์ชัย แล้วเคลื่อนพลออกจากเมืองเสฉวน
ขงเบ้งยกกองทัพมุ่งลงสู่ภาคใต้ของเมืองเอ๊กจิ๋ว กองทัพหน้าทั้งสามสายได้เคลื่อนรุดหน้าไปอย่างราบรื่น อาณาประชาราษฎรทั้งปวงได้ทราบว่าขงเบ้งนำกองทัพมาปราบปรามพวกกบฏก็มีความยินดี นำข้าวปลาอาหารของกินของใช้มามอบแก่กองทัพตลอดทาง
ฝ่ายยงคีเจ้าเมืองเกียมเหลง จูโพเจ้าเมืองโคกุ้น และโกเตงเจ้าเมืองอวดจุ้น ซึ่งเป็นขบถคบคิดกับเบ้งเฮ็กเจ้าเมืองหมั่นอ๋องนั้น พอได้ทราบข่าวว่าเมืองหลวงยกกองทัพลงใต้ มีกองทัพหน้ารุดมาถึงสามสายดังนั้น จึงปรึกษาหารือกันรับมือกับกองทัพของเมืองหลวง
ฝ่ายกบฏตกลงจัดกองทัพเป็นสามสายเพื่อสกัดกองทัพของเมืองหลวง โดยยงคีคุมกองทัพเป็นสายกลาง จูโพคุมทหารเป็นสายซ้าย และโกเตงคุมทหารเป็นสายขวา และให้งากฟันนายทหารเอกของโกเตงคุมทหารเป็นกองลาดตระเวนล่วงหน้ายกไปก่อน กองทัพทั้งสามสายจึงยกตามไป
ขงเบ้งคุมกองทัพจากเมืองหลวงล่วงเข้าเขตเมืองเองเฉียง เห็นกองทหารของงากฟันซึ่งยกล่วงหน้ามาตั้งขัดตาทัพอยู่แต่ไกล จึงสั่งให้อุยเอี๋ยนคุมทหารยกไปรบกับงากฟัน พอรบกันได้ห้าเพลงอุยเอี๋ยนก็แสร้งชักม้าหนี งากฟันไม่รู้ทีก็ขี่ม้าไล่ตามไป
ฝ่ายเตียวเอ๊กและอองเป๋งซึ่งคุมทหารเป็นปีกซ้ายขวา เห็นงากฟันขี่ม้าไล่ตามอุยเอี๋ยนไปดังนั้นก็คุมทหารยกตามไปล้อมงากฟันไว้ แล้วตีกระหนาบกระชับวงเข้ามา งากฟันเห็นวงล้อมแน่นหนาจึงยอมจำนนแต่โดยดี
ทหารเมืองเสฉวนจับตัวงากฟันมัดเข้าไปหาขงเบ้ง พอขงเบ้งทราบรายงานก็มีความยินดี เข้ามาแก้มัดงากฟันแล้วแต่งโต๊ะเลี้ยงปลอบขวัญ งากฟันรู้สึกประหลาดใจว่าตัวเองเป็นเชลยศึกแต่ไฉนขงเบ้งจึงไม่สั่งประหารชีวิต กลับให้เกียรติต้อนรับขับสู้เลี้ยงดูเป็นอันดี แต่ไม่อาจพูดจาประการใดด้วยไม่รู้ว่าขงเบ้งทำทั้งนี้เพราะประสงค์สิ่งไร
ระหว่างกินโต๊ะนั้นขงเบ้งได้ถามงากฟันว่า ท่านเป็นทหารในสังกัดเมืองใด งากฟันจึงตอบว่า ข้าพเจ้าเป็นนายทหารเอกของโกเตง
ขงเบ้งจึงว่าโกเตงคนนี้เป็นคนดีมีความซื่อตรง จงรักภักดีต่อราชสำนัก เราทราบดีว่ามิได้เป็นใจใฝ่ด้วยกบฏ แต่เป็นเพราะยงคีหลอกลวงอ้อนวอนด้วยประการต่าง ๆ ทำให้โกเตงหวาดกลัวว่าราชสำนักจะประหารชีวิต จึงจำต้องคบคิดเข้าด้วย การทั้งนี้เป็นเพราะยงคีผิดแต่ผู้เดียว เมื่อท่านเป็นทหารของโกเตงก็ดีแล้ว เราจะปล่อยให้เป็นอิสระ จงกลับไปหาโกเตงบอกให้มารายงานตัวต่อเราแต่โดยดีจึงจะพ้นผิด
งากฟันทราบความดังนั้นก็มีความยินดี ลุกขึ้นคุกเข่าลงคำนับขอบคุณขงเบ้ง แล้วว่ามหาอุปราชมีสติปัญญา ทราบความจริงกระจ่าง และมีความเมตตาต่อข้าแผ่นดินดังนี้ ข้าพเจ้าจะกลับไปแจ้งโกเตงให้สำนึกตัว แล้วจะพามาหามหาอุปราช
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี ครั้นกินโต๊ะเสร็จแล้วขงเบ้งจึงเดินออกมาส่งงากฟันถึงหน้าค่าย และให้ทหารจัดม้าให้งากฟันขี่กลับไปหาโกเตง
ครั้นไปถึงโกเตง งากฟันจึงรายงานความทั้งปวงให้ทราบ โกเตงทราบความดังนั้นแล้วก็เชื่อตามนายทหารเอกคนสนิท สรรเสริญว่าขงเบ้งนี้มีน้ำใจดีงามยิ่งนัก แต่การซึ่งจะออกไปหาขงเบ้งนั้นจำจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง
ครั้นรุ่งขึ้นทหารรักษาการณ์ได้นำความเข้ามาแจ้งแก่โกเตงว่ายงคีพาทหารมาหา โกเตงจึงเชิญยงคีเข้ามาสนทนากันในค่าย
ยงคีเข้ามาถึงค่ายเห็นโกเตงก็ไม่ได้ทักทายคำนับตามธรรมเนียม รีบถามโกเตงว่าวันวานนี้เราทราบว่างากฟันทหารเอกของท่านยกไปรบกับขงเบ้ง แล้วถูกจับตัวไป เหตุไฉนงากฟันจึงขี่ม้ากลับมาค่ายได้โดยปลอดภัย
โกเตงจึงว่า ความที่ท่านทราบนั้นจริงแท้ แต่ที่งากฟันกลับมาได้เป็นเพราะขงเบ้งมีน้ำใจดีงามไม่ถือโทษแก่งากฟันซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้น้อย
ยงคีจึงแย้งว่าขงเบ้งแสร้งทำเป็นเมตตาเหมือนหนึ่งนกกระสาแสร้งเมตตาแก่ฝูงปลา ไม่นานช้าคงจะกินปลาหมดทั้งบึง ขงเบ้งทำการทั้งนี้หวังจะให้พวกเราแตกแยกกัน ท่านจงคิดดูให้จงดี
โกเตงได้ฟังคำยงคีดังนั้น ใจหนึ่งก็ยังเห็นว่าขงเบ้งมีเมตตาเอื้ออาทรไม่เอาผิด แต่ใจหนึ่งก็คิดสงสัยตามคำของยงคี ในขณะนั้นทหารรักษาการณ์ได้วิ่งเข้ามารายงานว่า อุยเอี๋ยนยกทหารมาท้ารบ
ยงคีได้ยินรายงานก็มองหน้าโกเตง แต่เห็นโกเตงเฉยเมยจึงรู้สึกไม่พอใจ รีบออกจากค่ายของโกเตงขี่ม้ากลับไปค่าย คุมทหารยกออกไปรบกับอุยเอี๋ยน ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้ประจัญบานกันเป็นสามารถ แต่ยงคีสู้ฝีมืออุยเอี๋ยนไม่ได้จึงชักม้าหนี อุยเอี๋ยนเห็นได้ทีจึงสั่งทหารให้โจมตีทหารของยงคี ฆ่าฟันทหารของยงคีบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก แต่ยงคีนั้นพาทหารที่เหลือตายรอดกลับไปค่ายได้
อุยเอี๋ยนไล่ตามตีจนยงคีหนีไปไกลแล้ว จึงยกกองทัพกลับมาค่าย แล้วรายงานความทั้งปวงให้ขงเบ้งทราบ
ขงเบ้งทราบความแล้วจึงออกคำสั่งสนามว่าในสามวันนี้ถ้าหากข้าศึกยกทหารมาท้ารบก็ให้ตั้งสงบอยู่แต่ในค่าย อย่าให้ออกรบเป็นอันขาด
วันรุ่งขึ้นยงคีก็ยกทหารมาท้ารบอีก แต่ทหารเมืองเสฉวนกลับสงบนิ่งอยู่ภายในค่าย ยงคีท้ารบจนถึงเวลาบ่ายจึงยกทหารกลับไป
ยงคียกทหารออกมาท้ารบติดต่อกันถึงสามวัน แต่ทหารเมืองเสฉวนก็ยังคงตั้งมั่นไม่ออกรบ ยงคีจึงจำต้องยกทหารกลับไปค่ายด้วยความโกรธแค้น
ในค่ำวันนั้นขงเบ้งเรียกเตียวเอ๊กและอองเป๋งซึ่งเป็นปีกซ้ายขวามาสั่งว่า ในวันพรุ่งนี้ให้ท่านยกทหารออกไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าสองข้างทาง ถ้าโกเตงและยงคียกทหารมารบก็ให้โจมตีกระหนาบเข้ามาหากัน จับเป็นทหารทั้งสองฝ่ายมาให้ได้ แล้วให้พูดจาปล่อยข่าวว่าถ้าเชลยที่ถูกจับเป็นทหารของโกเตง ขงเบ้งจะปล่อยให้กลับไปเพราะเป็นพวกเดียวกัน แต่ถ้าเป็นทหารของยงคีจะถูกสั่งประหารชีวิต
ฝ่ายยงคีครั้นยกทหารออกไปท้ารบกับขงเบ้งถ้วนสามวันแล้ว เห็นทหารเมืองเสฉวนไม่ยกออกมารบก็สงสัย จึงแสร้งลองใจให้ทหารไปนัดโกเตงว่าในวันพรุ่งนี้ให้ยกกองทัพไปตีกองทัพเมืองเสฉวน ยงคีจะยกกองทัพอีกกองหนึ่งเข้าตีพร้อมกัน โกเตงไม่รู้ความนัยก็รับคำตามที่นัด
พอวันรุ่งขึ้นโกเตงและยงคีต่างคุมทหารเป็นสองสายยกตรงมาที่กองทัพของเมืองเสฉวน แต่พ้นจุดซุ่มกลางทางประมาณเส้นเศษก็ปะทะกับทหารของอุยเอี๋ยนซึ่งขงเบ้งใช้ให้ยกมาตั้งรับ ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ครู่หนึ่งโกเตงและยงคีก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณจากทางด้านหลัง ทหารเมืองเสฉวนซึ่งซุ่มอยู่ได้ยกออกมาโจมตีกระหนาบพร้อมกัน ทหารของโกเตงและยงคีถูกตีกระหนาบหน้าหลังซ้ายขวาโดยไม่ทันรู้สึกตัวก็แตกตื่นตกใจ จึงถูกทหารเมืองเสฉวนฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
ทหารเมืองเสฉวนได้ร้องบอกต่อ ๆ กันว่า อย่าฆ่าทหารของโกเตง ให้ฆ่าแต่ทหารของยงคีเท่านั้น.
พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังคำขงเบ้งว่า ถึงจะให้แม่ทัพคนอื่นยกไปปราบปรามฝ่ายกบฏก็จะได้ชัยชนะแต่ไม่ราบคาบก็ทรงประหลาดพระทัย จึงตรัสถามว่าเมื่อได้ชัยชนะในสงครามแล้วไฉนท่านพ่อจึงว่าไม่ราบคาบอีกเล่า
ขงเบ้งจึงกราบบังคมทูลว่า การทำสงครามให้ได้ชัยชนะเป็นเรื่องหนึ่ง การกำราบแล้วครองใจให้สยบโดยราบคาบ ไม่กำเริบในภายหลังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การได้ชัยชนะเป็นของง่าย การได้ครองใจสิเป็นของยาก อันเมืองหมั่นอ๋องนั้นเป็นเมืองคนป่าเถื่อน มีภาษาวัฒนธรรมและอาหารการกินผิดเภทจากแผ่นดินจีน หากคิดแต่จะเอาชนะสงครามอย่างเดียว เมื่อยกกองทัพกลับมาแล้วก็จะแข็งเมืองเป็นกบฏให้วุ่นวายต่อไปอีก จำจะต้องกำราบและผูกน้ำใจไว้ให้มั่นคง จึงจะสงบสันติอยู่ในโอวาทเป็นปกติ ดังนี้แล้วจึงจะทำการกับเมืองฮูโต๋และเมืองกังตั๋งในภายหน้าโดยไม่ต้องห่วงหลัง การทั้งนี้ยังไม่เห็นผู้ใดจะทำการได้สำเร็จ จึงจำต้องยกกองทัพไปทำการด้วยตนเอง
พระเจ้าเล่าเสี้ยนฟังคำกราบบังคมทูลของขงเบ้งแล้วสิ้นที่สงสัย แต่ยังคงกังวลในพระทัยเกี่ยวกับการศึกข้างเมืองฮูโต๋และเมืองกังตั๋ง จึงตรัสถามขงเบ้งว่า ในระหว่างที่ท่านพ่อยกทัพไปแดนไกล หากเมืองฮูโต๋หรือเมืองกังตั๋งรู้ความแล้วยกกองทัพมาตีเมืองเสฉวน จะทำประการใด
ขงเบ้งจึงกราบทูลว่า “เมืองกังตั๋งเป็นไมตรีกับเราแล้วเห็นจะไม่มา ถึงมาตรว่าจะยกมาเล่า พวกเราตั้งอยู่เมืองเป๊กเต้ปากทางมา เห็นพอจะรบลกซุนทหารเมืองกังตั๋งได้ ฝ่ายพระเจ้าโจผีเล่าก็ยกไปรบเมืองกังตั๋ง ทหารพระเจ้าซุนกวนฆ่าฟันทหารเสียเป็นอันมาก ยังจะจัดแจงทหารอยู่ เห็นจะไม่ยกมาได้ อนึ่งด่านฮันต๋งเล่า ม้าเฉียวก็คุมทหารตั้งรักษาอยู่ ฝ่ายกวนหิน เตียวเปา ก็คุมทหารเที่ยวตรวจตราอยู่ พระองค์อย่าได้วิตกเลย ข้าพเจ้าจะยกไปรบ ได้เบ้งเฮ็กแล้วจึงจะคิดทำการด้วยพระเจ้าโจผี ฉลองคุณ พระเจ้าเล่าปี่สืบไป”
พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังดังนั้นก็ดีพระทัย รับสั่งว่าเมื่อท่านพ่อเห็นสมควรดังนี้แล้วก็ทำการตามความเห็นของท่านพ่อเถิด
ฝ่ายอองเลี้ยนซึ่งเป็นที่ปรึกษาได้ฟังคำตรัสดังนั้น จึงกราบทูลติงว่าอันแดนเถื่อนทางภาคใต้เป็นทางไกลและทุรกันดาร ทั้งไข้ป่าก็ชุกชุม ซึ่งมหาอุปราชจะยกกองทัพไปด้วยตนเองนั้นเหมือนหนึ่งเอามีดฆ่าโคไปเชือดไก่ ชอบที่จะให้นายทหารชั้นผู้น้อยยกไปเห็นจะได้การ
ขงเบ้งจึงกราบทูลแก้ว่า “ท่านว่ามาทั้งนี้ก็ควรอยู่ แต่เราเห็นว่าคนในที่นั้นเป็นคนป่า หามีความคิดรู้จักผิดแลชอบไม่ จะให้ผู้อื่นยกไปนั้นเห็นมันจะไม่เกรงกลัว เราจึงจะยกไปเอง”
อองเลี้ยนได้ฟังคำขงเบ้งแล้วยังคงยืนยันทัดทานไม่ให้ขงเบ้งยกกองทัพไปถึงสองครั้งสามครั้ง แต่ขงเบ้งก็ยืนยันยกกองทัพไปตามความคิดเดิม พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงโปรดเกล้าให้ขงเบ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ยกกองทัพไปปราบพวกกบฏทางภาคใต้ตลอดไปจนถึงพุกามประเทศ
ขงเบ้งได้ยินรับสั่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็มีความยินดี จึงทูลขอให้จูล่งไปในกองทัพด้วย พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็โปรดเกล้าฯ ตามที่ขอ ขงเบ้งจึงถวายบังคมลาออกมาจัดแจงทหารและให้ม้าเร็วถือหนังสือไปให้จูล่ง เรียกตัวให้รีบกลับมาเมืองเสฉวน
พระพุทธศาสนายุกาลล่วงแล้วได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดพรรษา เดือนห้าปลายข้างแรม ขงเบ้งจัดแจงกองทัพประกอบด้วยกำลังพลห้าสิบหมื่นพร้อมแล้ว ให้ชุมนุมพลพร้อมไว้นอกเมืองเสฉวน ตั้งให้จูล่งและอุยเอี๋ยนเป็นแม่ทัพกองทัพหน้าซ้ายขวา อองเป๋งและเตียวเอ๊กคุมทหารเป็นปีกซ้ายปีกขวา เจียวอ้วนเป็นปลัดทัพ ตรวจตราระเบียบวินัย กำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงทั้งปวง ให้ปีฮุย ต๋งเคียด และ อ้วนเคียนเป็นเสนาธิการ
ครั้นถึงวันฤกษ์ดีขงเบ้งจึงพาจูล่งเข้าไปถวายบังคมลาพระเจ้าเล่าเสี้ยนตามประเพณี แล้วกลับออกมาที่ชุมนุมทหาร ในขณะนั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า กวนสกซึ่งเป็นบุตรของกวนอูและหายสาบสูญไปตั้งแต่ครั้งเสียเมืองเกงจิ๋ว ทราบว่ามหาอุปราชจะยกกองทัพไปปราบปรามกบฏ จึงมาขออาสาไปในกองทัพด้วย
ขงเบ้งได้ฟังรายงานดังนั้นก็มีความยินดี จึงเชิญกวนสกเข้ามาสนทนา หลังจากทักทายโอภาปราศรัยรำลึกความแต่ครั้งหลังเป็นอันดีแล้ว ขงเบ้งจึงตั้งให้กวนสกเป็นแม่ทัพหน้าอีกสายหนึ่ง แล้วแต่งฎีกาให้ทหารนำไปกราบบังคมทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนเพื่อทรงทราบ
เมื่อการทั้งปวงพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้ลั่นกลองรบเอาฤกษ์ชัย แล้วเคลื่อนพลออกจากเมืองเสฉวน
ขงเบ้งยกกองทัพมุ่งลงสู่ภาคใต้ของเมืองเอ๊กจิ๋ว กองทัพหน้าทั้งสามสายได้เคลื่อนรุดหน้าไปอย่างราบรื่น อาณาประชาราษฎรทั้งปวงได้ทราบว่าขงเบ้งนำกองทัพมาปราบปรามพวกกบฏก็มีความยินดี นำข้าวปลาอาหารของกินของใช้มามอบแก่กองทัพตลอดทาง
ฝ่ายยงคีเจ้าเมืองเกียมเหลง จูโพเจ้าเมืองโคกุ้น และโกเตงเจ้าเมืองอวดจุ้น ซึ่งเป็นขบถคบคิดกับเบ้งเฮ็กเจ้าเมืองหมั่นอ๋องนั้น พอได้ทราบข่าวว่าเมืองหลวงยกกองทัพลงใต้ มีกองทัพหน้ารุดมาถึงสามสายดังนั้น จึงปรึกษาหารือกันรับมือกับกองทัพของเมืองหลวง
ฝ่ายกบฏตกลงจัดกองทัพเป็นสามสายเพื่อสกัดกองทัพของเมืองหลวง โดยยงคีคุมกองทัพเป็นสายกลาง จูโพคุมทหารเป็นสายซ้าย และโกเตงคุมทหารเป็นสายขวา และให้งากฟันนายทหารเอกของโกเตงคุมทหารเป็นกองลาดตระเวนล่วงหน้ายกไปก่อน กองทัพทั้งสามสายจึงยกตามไป
ขงเบ้งคุมกองทัพจากเมืองหลวงล่วงเข้าเขตเมืองเองเฉียง เห็นกองทหารของงากฟันซึ่งยกล่วงหน้ามาตั้งขัดตาทัพอยู่แต่ไกล จึงสั่งให้อุยเอี๋ยนคุมทหารยกไปรบกับงากฟัน พอรบกันได้ห้าเพลงอุยเอี๋ยนก็แสร้งชักม้าหนี งากฟันไม่รู้ทีก็ขี่ม้าไล่ตามไป
ฝ่ายเตียวเอ๊กและอองเป๋งซึ่งคุมทหารเป็นปีกซ้ายขวา เห็นงากฟันขี่ม้าไล่ตามอุยเอี๋ยนไปดังนั้นก็คุมทหารยกตามไปล้อมงากฟันไว้ แล้วตีกระหนาบกระชับวงเข้ามา งากฟันเห็นวงล้อมแน่นหนาจึงยอมจำนนแต่โดยดี
ทหารเมืองเสฉวนจับตัวงากฟันมัดเข้าไปหาขงเบ้ง พอขงเบ้งทราบรายงานก็มีความยินดี เข้ามาแก้มัดงากฟันแล้วแต่งโต๊ะเลี้ยงปลอบขวัญ งากฟันรู้สึกประหลาดใจว่าตัวเองเป็นเชลยศึกแต่ไฉนขงเบ้งจึงไม่สั่งประหารชีวิต กลับให้เกียรติต้อนรับขับสู้เลี้ยงดูเป็นอันดี แต่ไม่อาจพูดจาประการใดด้วยไม่รู้ว่าขงเบ้งทำทั้งนี้เพราะประสงค์สิ่งไร
ระหว่างกินโต๊ะนั้นขงเบ้งได้ถามงากฟันว่า ท่านเป็นทหารในสังกัดเมืองใด งากฟันจึงตอบว่า ข้าพเจ้าเป็นนายทหารเอกของโกเตง
ขงเบ้งจึงว่าโกเตงคนนี้เป็นคนดีมีความซื่อตรง จงรักภักดีต่อราชสำนัก เราทราบดีว่ามิได้เป็นใจใฝ่ด้วยกบฏ แต่เป็นเพราะยงคีหลอกลวงอ้อนวอนด้วยประการต่าง ๆ ทำให้โกเตงหวาดกลัวว่าราชสำนักจะประหารชีวิต จึงจำต้องคบคิดเข้าด้วย การทั้งนี้เป็นเพราะยงคีผิดแต่ผู้เดียว เมื่อท่านเป็นทหารของโกเตงก็ดีแล้ว เราจะปล่อยให้เป็นอิสระ จงกลับไปหาโกเตงบอกให้มารายงานตัวต่อเราแต่โดยดีจึงจะพ้นผิด
งากฟันทราบความดังนั้นก็มีความยินดี ลุกขึ้นคุกเข่าลงคำนับขอบคุณขงเบ้ง แล้วว่ามหาอุปราชมีสติปัญญา ทราบความจริงกระจ่าง และมีความเมตตาต่อข้าแผ่นดินดังนี้ ข้าพเจ้าจะกลับไปแจ้งโกเตงให้สำนึกตัว แล้วจะพามาหามหาอุปราช
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี ครั้นกินโต๊ะเสร็จแล้วขงเบ้งจึงเดินออกมาส่งงากฟันถึงหน้าค่าย และให้ทหารจัดม้าให้งากฟันขี่กลับไปหาโกเตง
ครั้นไปถึงโกเตง งากฟันจึงรายงานความทั้งปวงให้ทราบ โกเตงทราบความดังนั้นแล้วก็เชื่อตามนายทหารเอกคนสนิท สรรเสริญว่าขงเบ้งนี้มีน้ำใจดีงามยิ่งนัก แต่การซึ่งจะออกไปหาขงเบ้งนั้นจำจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง
ครั้นรุ่งขึ้นทหารรักษาการณ์ได้นำความเข้ามาแจ้งแก่โกเตงว่ายงคีพาทหารมาหา โกเตงจึงเชิญยงคีเข้ามาสนทนากันในค่าย
ยงคีเข้ามาถึงค่ายเห็นโกเตงก็ไม่ได้ทักทายคำนับตามธรรมเนียม รีบถามโกเตงว่าวันวานนี้เราทราบว่างากฟันทหารเอกของท่านยกไปรบกับขงเบ้ง แล้วถูกจับตัวไป เหตุไฉนงากฟันจึงขี่ม้ากลับมาค่ายได้โดยปลอดภัย
โกเตงจึงว่า ความที่ท่านทราบนั้นจริงแท้ แต่ที่งากฟันกลับมาได้เป็นเพราะขงเบ้งมีน้ำใจดีงามไม่ถือโทษแก่งากฟันซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้น้อย
ยงคีจึงแย้งว่าขงเบ้งแสร้งทำเป็นเมตตาเหมือนหนึ่งนกกระสาแสร้งเมตตาแก่ฝูงปลา ไม่นานช้าคงจะกินปลาหมดทั้งบึง ขงเบ้งทำการทั้งนี้หวังจะให้พวกเราแตกแยกกัน ท่านจงคิดดูให้จงดี
โกเตงได้ฟังคำยงคีดังนั้น ใจหนึ่งก็ยังเห็นว่าขงเบ้งมีเมตตาเอื้ออาทรไม่เอาผิด แต่ใจหนึ่งก็คิดสงสัยตามคำของยงคี ในขณะนั้นทหารรักษาการณ์ได้วิ่งเข้ามารายงานว่า อุยเอี๋ยนยกทหารมาท้ารบ
ยงคีได้ยินรายงานก็มองหน้าโกเตง แต่เห็นโกเตงเฉยเมยจึงรู้สึกไม่พอใจ รีบออกจากค่ายของโกเตงขี่ม้ากลับไปค่าย คุมทหารยกออกไปรบกับอุยเอี๋ยน ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้ประจัญบานกันเป็นสามารถ แต่ยงคีสู้ฝีมืออุยเอี๋ยนไม่ได้จึงชักม้าหนี อุยเอี๋ยนเห็นได้ทีจึงสั่งทหารให้โจมตีทหารของยงคี ฆ่าฟันทหารของยงคีบาดเจ็บล้มตายลงเป็นจำนวนมาก แต่ยงคีนั้นพาทหารที่เหลือตายรอดกลับไปค่ายได้
อุยเอี๋ยนไล่ตามตีจนยงคีหนีไปไกลแล้ว จึงยกกองทัพกลับมาค่าย แล้วรายงานความทั้งปวงให้ขงเบ้งทราบ
ขงเบ้งทราบความแล้วจึงออกคำสั่งสนามว่าในสามวันนี้ถ้าหากข้าศึกยกทหารมาท้ารบก็ให้ตั้งสงบอยู่แต่ในค่าย อย่าให้ออกรบเป็นอันขาด
วันรุ่งขึ้นยงคีก็ยกทหารมาท้ารบอีก แต่ทหารเมืองเสฉวนกลับสงบนิ่งอยู่ภายในค่าย ยงคีท้ารบจนถึงเวลาบ่ายจึงยกทหารกลับไป
ยงคียกทหารออกมาท้ารบติดต่อกันถึงสามวัน แต่ทหารเมืองเสฉวนก็ยังคงตั้งมั่นไม่ออกรบ ยงคีจึงจำต้องยกทหารกลับไปค่ายด้วยความโกรธแค้น
ในค่ำวันนั้นขงเบ้งเรียกเตียวเอ๊กและอองเป๋งซึ่งเป็นปีกซ้ายขวามาสั่งว่า ในวันพรุ่งนี้ให้ท่านยกทหารออกไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าสองข้างทาง ถ้าโกเตงและยงคียกทหารมารบก็ให้โจมตีกระหนาบเข้ามาหากัน จับเป็นทหารทั้งสองฝ่ายมาให้ได้ แล้วให้พูดจาปล่อยข่าวว่าถ้าเชลยที่ถูกจับเป็นทหารของโกเตง ขงเบ้งจะปล่อยให้กลับไปเพราะเป็นพวกเดียวกัน แต่ถ้าเป็นทหารของยงคีจะถูกสั่งประหารชีวิต
ฝ่ายยงคีครั้นยกทหารออกไปท้ารบกับขงเบ้งถ้วนสามวันแล้ว เห็นทหารเมืองเสฉวนไม่ยกออกมารบก็สงสัย จึงแสร้งลองใจให้ทหารไปนัดโกเตงว่าในวันพรุ่งนี้ให้ยกกองทัพไปตีกองทัพเมืองเสฉวน ยงคีจะยกกองทัพอีกกองหนึ่งเข้าตีพร้อมกัน โกเตงไม่รู้ความนัยก็รับคำตามที่นัด
พอวันรุ่งขึ้นโกเตงและยงคีต่างคุมทหารเป็นสองสายยกตรงมาที่กองทัพของเมืองเสฉวน แต่พ้นจุดซุ่มกลางทางประมาณเส้นเศษก็ปะทะกับทหารของอุยเอี๋ยนซึ่งขงเบ้งใช้ให้ยกมาตั้งรับ ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ครู่หนึ่งโกเตงและยงคีก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณจากทางด้านหลัง ทหารเมืองเสฉวนซึ่งซุ่มอยู่ได้ยกออกมาโจมตีกระหนาบพร้อมกัน ทหารของโกเตงและยงคีถูกตีกระหนาบหน้าหลังซ้ายขวาโดยไม่ทันรู้สึกตัวก็แตกตื่นตกใจ จึงถูกทหารเมืองเสฉวนฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
ทหารเมืองเสฉวนได้ร้องบอกต่อ ๆ กันว่า อย่าฆ่าทหารของโกเตง ให้ฆ่าแต่ทหารของยงคีเท่านั้น.