ตอนที่ 47. สมเด็จโตช่วยเหลือศิษย์ในการสอบ
หลังจากแยกกับเพื่อนวันนั้นแล้วผมรีบเอาหนังสือมาทบทวนดูในสิ่งที่นิมิตเห็นในฝัน สำหรับวิชาคณิตศาสตร์นั้นผมพยายามลองทำดู และตรวจสอบทานจนมั่นใจ เพราะแน่ใจว่าสิ่งที่ได้นิมิตเห็นนั้นไม่ใช่ฝันด้วยจิตนิวรณ์ หากเป็นการฝันที่ต้องด้วยลักษณะที่เรียกว่าเทพยดาสังหรณ์ คือเจ้าประคุณสมเด็จบันดาลนิมิตให้ปรากฏเป็นไปในความฝัน
เมื่อวันสอบมาถึงผมเข้าสนามสอบด้วยความมั่นใจ และเป็นที่อัศจรรย์ใจยิ่งนัก เพราะความอันได้ปรากฏในฝันนั้นกลายเป็นเรื่องจริง เนื่องจากข้อสอบถูกต้องตรงกันกับความฝัน ดังนั้นผมจึงสามารถทำข้อสอบได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าการเก็งข้อสอบถูกต้องเสียอีก
หลังจากสอบเสร็จแล้ว ผมได้สอบทานกับมนูญผลว่าเพื่อนไปสอบพบข้อสอบตรงกับที่ฝันบ้างหรือไม่ มนูญผลก็ยืนยันว่าข้อสอบออกมาตรงกับสิ่งที่ฝันเห็นทุกประการ จึงสามารถทำข้อสอบได้ดีเป็นพิเศษ
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผมก็ได้เล่าความทางด้านผมให้มนูญผลทราบว่าเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อเป็นดังนั้นพวกเราจึงรู้สึกว่าทำข้อสอบได้อย่างง่ายดายในคราวนี้ก็ด้วยบารมีเจ้าประคุณสมเด็จแผ่เมตตาให้กับศิษย์ผู้ยาก บันดาลนิมิตให้เห็นข้อสอบล่วงหน้า ทำให้ได้ซักซ้อมทำข้อสอบจนชำนาญก่อนที่จะเข้าสนามสอบ
จากนั้นพวกเราจึงพากันไปที่วิหารสมเด็จ เข้าไปกราบสักการะขอบพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จอีกครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งในพระคุณเป็นที่สุด
นักเรียนน้อย วิชาน้อย แต่ด้วยบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จจึงทำให้เบาแรงในการสอบ และทำให้มีความมั่นอกมั่นใจเป็นพิเศษว่าเมื่อเจ้าประคุณสมเด็จได้เมตตาฉะนี้แล้ว ย่อมเป็นนิมิตหมายเบื้องต้นว่าผลสอบน่าจะเป็นไปดังที่ปรารถนา
ครั้นประกาศผลสอบเข้าจริง สิ่งที่ปรารถนาไว้ก็ประสพผลสำเร็จ ผมสอบแข่งขันได้ เป็นแต่ว่าอยู่ในลำดับเกือบจะท้ายสุด ส่วนมนูญผลก็สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้สมความปรารถนาเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างสมความปรารถนาดังนี้จึงพากันไปกราบเจ้าประคุณสมเด็จ และร่วมกันสวดพระคาถาชินบัญชรถวายเจ้าประคุณสมเด็จอีกครั้งหนึ่ง
ผมทราบผลสอบและรู้วันมอบตัวแล้ว เห็นพอมีเวลาเหลืออยู่จึงถือโอกาสนั้นเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้งหนึ่ง พ่อแม่ก๋งและยายตลอดจนญาติพี่น้องพอได้ทราบข่าวต่างก็มีความยินดี แม่ได้บอกให้ทราบว่าในปีนี้จะส่งน้องตามมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ด้วยอีกคนหนึ่ง ผมก็ดีใจ เพราะจะได้มีน้องมาเป็นเพื่อนอย่างหนึ่ง และเป็นโอกาสที่จะได้ทำนุบำรุงให้น้องได้มาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ อีกอย่างหนึ่ง
ครั้นใกล้ถึงวันมอบตัว ผมจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมกับพาน้องชายขึ้นมากรุงเทพฯ ด้วย น้องชายผมต้องการเรียนด้านพาณิชย์เพื่อจะนำความรู้ไปทำการค้าขายในวันข้างหน้า ผมจึงติดต่อหาที่เรียนให้กับน้อง เป็นโรงเรียนของเอกชนแต่มีชื่อเสียงในวิชาชีพด้านการพาณิชย์ และขออนุญาตพระมหาทรงธรรม์ให้น้องได้พักอาศัยอยู่ที่วัดระฆังด้วยกัน
พระมหาทรงธรรม์ได้ทราบความก็มีน้ำใจเมตตากรุณาเป็นอย่างดี เพราะคงเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าในเมื่อตัวพี่เป็นเด็กขยันตั้งใจเรียน ตัวน้องซึ่งตามมาก็คงจะไม่ไกลกันเท่าใดนัก และเป็นวิสัยของพระจากภาคใต้ที่มักมีน้ำใจเอื้ออาทรอุปถัมภ์ค้ำชูผู้เคยอยู่บ้านเดียวกันมาให้ได้มีที่พักที่เรียนในกรุงเทพฯ
ดังนั้นน้องชายของผมจึงได้พักอาศัยอยู่ที่วัดระฆังเพื่อเรียนหนังสือตามความประสงค์สืบไป
เพราะเหตุที่ผมสอบได้ใกล้ ๆ กับลำดับสุดท้าย ดังนั้นเมื่อถึงวันมอบตัวจึงไม่มีโอกาสได้เรียนในห้องคิงหรือหรือห้องควีนซึ่งเป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนเรียนดี แต่ถูกจัดให้เรียนในห้องท้ายสุด หรือที่เรียกกันโดยนิยมในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาว่าห้องบ๊วยนั่นเอง
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเขาคัดและตัดเอาคะแนนสำหรับกลุ่มนักเรียนที่เรียนดีในระดับกลุ่มคะแนนเดียวกันให้เรียนในห้องเดียวกัน ผมได้คะแนนใกล้ ๆ จะรั้งท้าย ดังนั้นจึงถูกจับกลุ่มให้เรียนกับผู้ที่มีคะแนนอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายด้วยกัน ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการจัดการที่ถูกต้อง เพราะหากคละกันไปคนเรียนเก่งก็จะต้องเสียเวลารอคนที่เรียนไม่เก่ง ทั้งโรงเรียนก็สะดวกที่จะจัดครูมาเร่งรัดกวดขันการสอบให้เป็นพิเศษ นอกจากนี้จะดีกว่าการเคล้าคละปะปนกัน เพราะคนที่เรียนไม่เก่งก็อาจกลายเป็นคนมีปมด้อย ดีร้ายก็อาจจะท้อถอยไปเลย
ผมทราบหลักเกณฑ์การจัดห้องเรียนดังนั้นแล้วก็มิได้รู้สึกท้อถอย กลับคิดและกำหนดไว้ในใจว่าในเมื่อเพื่อน ๆ ที่เรียนห้องเดียวกันเป็นพวกกลุ่มคะแนนรั้งท้ายด้วยกัน จึงน่าจะไปด้วยกันได้ด้วยดี
กลุ่มของพวกผมถูกจัดให้เรียนในห้อง 32 อาคาร 1 ซึ่งเป็นที่รู้กันว่านักเรียนห้องนี้เป็นห้องโหล่หรือห้องสุดท้าย แต่เพราะพวกเราเป็นพวกกลุ่มเดียวกันจึงรู้สึกว่ามีหัวอกอย่างเดียวกัน เหตุนี้จึงไม่มีใครรู้สึกเป็นปมด้อยที่ต้องเรียนในห้องโหล่หรือห้องบ๊วย กลับรู้สึกว่าเมื่อพวกเราเรียนอยู่ห้องรั้งท้ายสุดก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่ต้องพะวงว่าจะต้องแข่งกับใครอีกแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าจะตกรุ่นไปอยู่ห้องท้ายกว่านี้อีก หากตั้งหน้าพยายามให้ดีแล้วก็มีแต่โอกาสที่จะได้ก้าวไปข้างหน้าถ่ายเดียวเท่านั้น
ความจริงในชีวิตของคนเรานั้นจะมีทั้งรุ่งโรจน์และร่วงโรย หรือสุขทุกข์เคล้าคละกันไป ยากจะมีใครรุ่งโรจน์หรือร่วงโรยตลอดไป หรือมีสุขทุกข์ตลอดไปแต่อย่างเดียว ดุจดังเวลากลางวันและกลางคืนย่อมสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป มีมืดแล้วก็มีสว่าง มีสว่างแล้วก็มีมืด เมื่อกลางวันมาถึง กลางคืนก็จะต้องตามมา ยามเป็นเวลากลางคืนก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าอีกไม่ช้านานรุ่งอรุณก็จะมาถึง
หากคนเราคำนึงถึงความจริงอันเป็นสัจธรรมนี้ได้ และมีสติรู้เท่าทันถึงความเป็นจริงดังกล่าว ก็จะไม่ท้อแท้ในยามร่วงโรยหรือยามมีทุกข์ และจะไม่ฮึกเหิมลำพองเมื่อยามรุ่งโรจน์หรือมีสุข หากจะต้องเตรียมรับกับสถานการณ์ที่ผันแปรไปในวันข้างหน้า ดีกว่าที่ตกทุกข์หรือร่วงโรยแล้วเป็นทุกข์ตาม จนกระทั่งไม่ยอมคิดอ่านต่อสู้กับชีวิต กลายเป็นคนยอมจำนนหรือคิดสั้นไปโดยไม่รู้ตัว
ในปีนั้นเพื่อนนักเรียนเก่าและเด็กรุ่นน้อง ๆ จากบ้านเดิมได้เดินทางเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ มากเป็นพิเศษ เฉพาะที่มาอยู่ใหม่ในคณะหนึ่งวัดระฆังก็มีถึง 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นน้องผม และอีกหนึ่งในนั้นคือหลานของพระมหาวิสุทธิ์ ดังนั้นจึงทำให้พวกเราใกล้ชิดกันมากขึ้น และทำให้ผมได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระมหาวิสุทธิ์ด้วย
พระมหาวิสุทธิ์บวชมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ ครั้นสอบนักธรรมเอกได้แล้วก็เดินทางเข้ามาเรียนพระปริยัติธรรมในกรุงเทพฯ นานแล้ว พระมหาวิสุทธิ์เรียนเปรียญธรรมได้ถึงประโยคหก และได้ทำงานในมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านเป็นผู้ใฝ่ในการศึกษาและมีความคิดอ่านที่ก้าวหน้า ทุกวันจะอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ แต่กลับเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ลงพระอุโบสถทำวัตรมิได้ขาด ไม่หยิบต้องเงินทอง และไม่ใส่รองเท้า ท่านเดินด้วยเท้าเปล่าทั้งเวลาบิณฑบาตรและนอกบิณฑบาตรเป็นนิตย์
ที่หลับที่นอนก็เป็นไปตามพระวินัยทุกประการ ท่านใช้ผ้าจีวรเก่าผืนเดียวเย็บเป็นที่นอน และใช้ผ้าเก่า ๆ ทำเป็นหมอนหนุนนอน นับเป็นพระเถระที่ทรงพระวินัย ทรงความรู้ในพระพุทธศาสนาที่น่าบูชานับถืออย่างยิ่ง
หลังจากพระมหาวิสุทธิ์สิ้นบุญประมาณ 5-6 ปี น้องชายของท่านคนหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส คือท่านบัญญัติ จันทนเสนะ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
วันหนึ่งพระมหาทรงธรรม์ได้เรียกบรรดาเด็กวัดในกุฏิธรรมนิวาสมาประชุมพร้อมกัน แล้วว่าให้ทุกคนไปทำความรู้จักคุ้นเคยกับพระมหาวิสุทธิ์ เพราะในปีหน้าท่านจะออกธุดงค์เพื่อหาวิเวกสุขตามรอยพระบาทของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า และจะไม่กลับมาอีก ในการนี้จะมอบหมายให้พระมหาวิสุทธิ์มาครองกุฏิธรรมนิวาสต่อไป หากได้คุ้นเคยกันไว้ก่อนก็จะสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้
ผมได้ฟังดังนั้นก็ใจหาย เพราะปีกว่าที่มาอาศัยอยู่กับพระมหาทรงธรรม์นั้น ได้พบได้เห็นวัตรปฏิบัติที่น่านับถือศรัทธา เป็นแต่ว่าออกจะตึงและฟุ้งมากไปสักหน่อยตามแนวทางของผู้ที่เรียนรู้ทฤษฎีทางพระอภิธรรม
ท่านเจ้าคุณพุทธทาสได้ติงไว้ในชั้นหลังว่าพระอภิธรรมนั้นเป็นการรวบรวมขึ้นในภายหลัง ไม่มีที่มาจากพระโอษฐ์ของพระบรมศาสดาโดยตรง ซึ่งสังเกตได้จากพระอภิธรรมปิฎกว่าทุกบททุกตอนไม่ได้ขึ้นด้วยบทพระบาลีว่า “เอวัมเมสุตตัง เอกังสะมะยังภะคะวา” ซึ่งเป็นคำกล่าวของพระอานนท์ว่าได้ยินได้ฟังพระพุทธองค์ตรัสสั่งสอนเรื่องอะไรไว้กับใครที่ไหนและสอนว่าอย่างไรดังที่ปรากฏในพระสูตร จึงมีส่วนเกินปะปนอยู่มาก ส่วนเกินนี้ท่านเจ้าคุณพุทธทาสกล่าวว่าเป็นความจำเป็นและเหมาะสมที่มีไว้สำหรับการโต้วาที คือเพื่อการตอบโต้กับเหล่านักปราชญ์ บัณฑิต และสมณะพราหมณ์อื่นในยุคนั้น
ท่านเจ้าคุณพุทธทาสได้ยืนยันว่ามนุษย์เรามีชีวิตไม่ยืนยาวเท่าใดนัก หากจะศึกษาทุกเรื่องทุกราวก็จะไม่ทันกับเวลาที่มีอยู่ ดังนั้นจึงพึงศึกษาเฉพาะเรื่องที่จำเป็นแก่ชีวิตให้ดี โดยเฉพาะคือในส่วนที่จำเป็นต่อการบรรลุมรรคผลนิพพานนั้นให้ศึกษาได้จากพระสูตรก็เป็นการเพียงพอแล้ว
ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ติดตราพระเกี้ยวที่หน้าอก มีความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเป็นอันมาก ในขณะที่มนูญผลก็ได้แต่งชุดนักเรียนเตรียมทหารซึ่งออกจะโก้หรู เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ในขณะนั้น
หลังเปิดเรียนได้ไม่นานผมได้ถือโอกาสไปเยี่ยมลูกผู้พี่ที่อยู่หอพักของอาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบ ความตั้งใจจริงก็คือต้องการไปบอกให้เจ้าของหอพักได้รู้ว่าเด็กนักเรียนบ้านนอกที่เคยถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเรียนไม่เก่ง โง่เขลาเบาปัญญา บัดนี้สามารถสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้แล้ว
และได้พบกับท่านอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของหอพักจริง ๆ พอทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วผมสังเกตเห็นว่าอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของหอพักนั้นคงจะทราบจากการแต่งชุดนักเรียนของผมได้เป็นอย่างดีว่าผมเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคงเข้าใจเช่นเดียวกับที่ผมตั้งใจมาเหมือนกัน ดังนั้นท่าทีของเจ้าของหอพักในวันนี้จึงมีอาการไม่ค่อยเต็มใจที่จะทักทายและไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก หลังจากปฏิสันถารกันแบบขัดไม่ได้แล้วท่านก็พาลเดินกลับเข้าไปข้างในบ้านเสียดื้อ ๆ
คนแบบนี้เห็นประจักษ์ชัดว่าไม่มีพรหมวิหารสี่อยู่กับใจ ในใจไม่มีความเมตตากรุณา มุทิตา และอุเบกขาต่อคนอื่น เพราะนอกจากชอบดูหมิ่นถิ่นแคลนคนอื่นแล้วยังเป็นคนมีจิตใจกระด้าง เห็นผู้น้อยประสพความสำเร็จบ้างก็ยอมรับไม่ได้ ในใจจริงคงต้องการให้คนอื่นโง่เขลาเบาปัญญาตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง คนเช่นนี้แท้จริงแล้วเป็นคนชั้นต่ำ คือมีภูมิธรรมในใจอันต่ำ ไม่ควรที่จะเป็นครูเลย เพราะหากเมื่อแม่แบบไม่มีธรรมประจำอยู่ในใจ ที่ไหนเลยจะอบรมบ่มเพาะสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดีมีจิตใจที่งดงามได้
มาถึงวันนี้ผมได้หวนทวนคิดถึงเหตุการณ์คราวนั้นแล้ว ก็รู้สึกเสียใจและเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้องเอาเสียเลย เพราะการทำเช่นนั้นก็คือการอวดดี ซึ่งมีแต่จะเป็นโทษภัยแก่ตัว เนื่องจากความอวดดีไม่เป็นที่รักของใคร ๆ มีแต่เป็นที่ขุ่นเคืองใจของคนอื่น อย่างน้อยก็เป็นเหตุให้หมั่นไส้ ซึ่งที่ถูกแล้วควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตนจะดีกว่า
ชีวิตการเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาผิดไปจากชีวิตนักเรียนของโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์อย่างลิบลับ ผมแทบจะหาเพื่อนจริง ๆ จัง ๆ ไม่ได้เลย เพราะจะพูดจะจากับใครก็ไม่มีใครสนใจจะพูดจากัน จะชวนไปเที่ยวเตร่เฮฮาก็ไม่มีใครสนใจ ต่างคนต่างตั้งอกตั้งใจจะเรียนหนังสืออย่างเดียวเท่านั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกค่อนข้างจะผิดหวัง อึดอัด และรู้สึกว้าเหว่อย่างไรชอบกล
เพราะชีวิตในวัยเรียนของผมก่อนหน้านี้เป็นชีวิตที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา มีเพื่อนฝูงพูดคุยเที่ยวเตร่เฮฮาตามประสาเด็ก ๆ แต่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานี้ไม่มีบรรยากาศเช่นว่านั้นอยู่เลย
ใครที่เคยผ่านชีวิตนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามาแล้วก็คงจะมีความรู้สึกเป็นอย่างเดียวกันว่าวันเวลาที่ได้ร่วมเรียนหนังสือกันนั้นมีแต่เพื่อนเรียน แทบจะหาเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจที่คบหากันฉันท์สหายไม่ได้เลย แต่จะว่าไปก็ไม่ได้เพราะใครที่มาเข้าเรียนที่นี่ก็ย่อมเป็นที่รู้แก่ใจดีว่ามีความปรารถนามุ่งมั่นในการเรียนเป็นหลัก จึงยากนักที่จะหาใครสนใจเรื่องอื่น ๆ นอกจากการเรียน ยิ่งคนที่สนใจเรื่องอื่น ๆ มาก ๆ อย่างผมด้วยแล้วก็ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นธรรมดา
ดูเหมือนว่าเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นของผมและห้องอื่น ๆ ล้วนเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล มั่งมีศรีสุขเสียเป็นส่วนใหญ่ ทุกเช้าเย็นมีรถมาส่งมารับแน่นขนัด แต่ละคนพอโรงเรียนเลิกแล้วก็มีคนขับรถมารับไปจากโรงเรียน ไม่ยอมเถลไถลไปไหนมาไหน เหมือนกับบรรยากาศที่เคยเห็นเคยเป็นเมื่อครั้งที่เรียนหนังสืออยู่ที่บ้านเดิมหรือที่โรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์เลย
ดังนั้นทุกวันเมื่อเลิกเรียนแล้ว หาเพื่อนไปเที่ยวเถลไถลไม่ได้ ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนจึงจำใจต้องกลับวัด ชีวิตในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของผมเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งปีการศึกษานั้น
ทางโรงเรียนคงจะเห็นถึงความเป็นไปในลักษณะนี้ว่าขาดลักษณะร่วม ดังนั้นจึงมีการจัดตั้งกีฬาสี แบ่งกลุ่มนักเรียนทั้งปีหนึ่งและปีสองให้สังกัดกลุ่มสีต่าง ๆ จำได้ว่ามีอยู่เจ็ดสี ผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหรือคณะสีเหลือง
ทางโรงเรียนจัดให้มีการแข่งขันกีฬาสีภายในหลายชนิด และทุกคนก็จะต้องเลือกเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นกรีฑา หรือกีฬากลางแจ้ง หรือกีฬาในร่มก็ได้ตามใจถนัด
ผมไม่ถนัดทั้งกรีฑาหรือกีฬากลางแจ้ง ทั้งรักที่จะเล่นหมากฮอส จึงสมัครเป็นนักกีฬาหมากฮอสของคณะสีเหลือง เมื่อสมัครเป็นนักกีฬาหมากฮอสของคณะสีเหลืองแล้วก็จะต้องแข่งขันกับผู้สมัครภายในคณะสีของตนเองก่อน แล้วคัดเอาผู้ชนะเลิศลำดับที่ 1, 2 และ 3 ไปแข่งกับผู้ชนะเลิศลำดับที่ 1, 2 และ 3 ของสีอื่น ๆ จนครบทุกสีเพื่อคัดหาผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศต่อไป.
เมื่อวันสอบมาถึงผมเข้าสนามสอบด้วยความมั่นใจ และเป็นที่อัศจรรย์ใจยิ่งนัก เพราะความอันได้ปรากฏในฝันนั้นกลายเป็นเรื่องจริง เนื่องจากข้อสอบถูกต้องตรงกันกับความฝัน ดังนั้นผมจึงสามารถทำข้อสอบได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าการเก็งข้อสอบถูกต้องเสียอีก
หลังจากสอบเสร็จแล้ว ผมได้สอบทานกับมนูญผลว่าเพื่อนไปสอบพบข้อสอบตรงกับที่ฝันบ้างหรือไม่ มนูญผลก็ยืนยันว่าข้อสอบออกมาตรงกับสิ่งที่ฝันเห็นทุกประการ จึงสามารถทำข้อสอบได้ดีเป็นพิเศษ
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผมก็ได้เล่าความทางด้านผมให้มนูญผลทราบว่าเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อเป็นดังนั้นพวกเราจึงรู้สึกว่าทำข้อสอบได้อย่างง่ายดายในคราวนี้ก็ด้วยบารมีเจ้าประคุณสมเด็จแผ่เมตตาให้กับศิษย์ผู้ยาก บันดาลนิมิตให้เห็นข้อสอบล่วงหน้า ทำให้ได้ซักซ้อมทำข้อสอบจนชำนาญก่อนที่จะเข้าสนามสอบ
จากนั้นพวกเราจึงพากันไปที่วิหารสมเด็จ เข้าไปกราบสักการะขอบพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จอีกครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งในพระคุณเป็นที่สุด
นักเรียนน้อย วิชาน้อย แต่ด้วยบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จจึงทำให้เบาแรงในการสอบ และทำให้มีความมั่นอกมั่นใจเป็นพิเศษว่าเมื่อเจ้าประคุณสมเด็จได้เมตตาฉะนี้แล้ว ย่อมเป็นนิมิตหมายเบื้องต้นว่าผลสอบน่าจะเป็นไปดังที่ปรารถนา
ครั้นประกาศผลสอบเข้าจริง สิ่งที่ปรารถนาไว้ก็ประสพผลสำเร็จ ผมสอบแข่งขันได้ เป็นแต่ว่าอยู่ในลำดับเกือบจะท้ายสุด ส่วนมนูญผลก็สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้สมความปรารถนาเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างสมความปรารถนาดังนี้จึงพากันไปกราบเจ้าประคุณสมเด็จ และร่วมกันสวดพระคาถาชินบัญชรถวายเจ้าประคุณสมเด็จอีกครั้งหนึ่ง
ผมทราบผลสอบและรู้วันมอบตัวแล้ว เห็นพอมีเวลาเหลืออยู่จึงถือโอกาสนั้นเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้งหนึ่ง พ่อแม่ก๋งและยายตลอดจนญาติพี่น้องพอได้ทราบข่าวต่างก็มีความยินดี แม่ได้บอกให้ทราบว่าในปีนี้จะส่งน้องตามมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ด้วยอีกคนหนึ่ง ผมก็ดีใจ เพราะจะได้มีน้องมาเป็นเพื่อนอย่างหนึ่ง และเป็นโอกาสที่จะได้ทำนุบำรุงให้น้องได้มาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ อีกอย่างหนึ่ง
ครั้นใกล้ถึงวันมอบตัว ผมจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมกับพาน้องชายขึ้นมากรุงเทพฯ ด้วย น้องชายผมต้องการเรียนด้านพาณิชย์เพื่อจะนำความรู้ไปทำการค้าขายในวันข้างหน้า ผมจึงติดต่อหาที่เรียนให้กับน้อง เป็นโรงเรียนของเอกชนแต่มีชื่อเสียงในวิชาชีพด้านการพาณิชย์ และขออนุญาตพระมหาทรงธรรม์ให้น้องได้พักอาศัยอยู่ที่วัดระฆังด้วยกัน
พระมหาทรงธรรม์ได้ทราบความก็มีน้ำใจเมตตากรุณาเป็นอย่างดี เพราะคงเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าในเมื่อตัวพี่เป็นเด็กขยันตั้งใจเรียน ตัวน้องซึ่งตามมาก็คงจะไม่ไกลกันเท่าใดนัก และเป็นวิสัยของพระจากภาคใต้ที่มักมีน้ำใจเอื้ออาทรอุปถัมภ์ค้ำชูผู้เคยอยู่บ้านเดียวกันมาให้ได้มีที่พักที่เรียนในกรุงเทพฯ
ดังนั้นน้องชายของผมจึงได้พักอาศัยอยู่ที่วัดระฆังเพื่อเรียนหนังสือตามความประสงค์สืบไป
เพราะเหตุที่ผมสอบได้ใกล้ ๆ กับลำดับสุดท้าย ดังนั้นเมื่อถึงวันมอบตัวจึงไม่มีโอกาสได้เรียนในห้องคิงหรือหรือห้องควีนซึ่งเป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนเรียนดี แต่ถูกจัดให้เรียนในห้องท้ายสุด หรือที่เรียกกันโดยนิยมในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาว่าห้องบ๊วยนั่นเอง
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเขาคัดและตัดเอาคะแนนสำหรับกลุ่มนักเรียนที่เรียนดีในระดับกลุ่มคะแนนเดียวกันให้เรียนในห้องเดียวกัน ผมได้คะแนนใกล้ ๆ จะรั้งท้าย ดังนั้นจึงถูกจับกลุ่มให้เรียนกับผู้ที่มีคะแนนอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายด้วยกัน ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการจัดการที่ถูกต้อง เพราะหากคละกันไปคนเรียนเก่งก็จะต้องเสียเวลารอคนที่เรียนไม่เก่ง ทั้งโรงเรียนก็สะดวกที่จะจัดครูมาเร่งรัดกวดขันการสอบให้เป็นพิเศษ นอกจากนี้จะดีกว่าการเคล้าคละปะปนกัน เพราะคนที่เรียนไม่เก่งก็อาจกลายเป็นคนมีปมด้อย ดีร้ายก็อาจจะท้อถอยไปเลย
ผมทราบหลักเกณฑ์การจัดห้องเรียนดังนั้นแล้วก็มิได้รู้สึกท้อถอย กลับคิดและกำหนดไว้ในใจว่าในเมื่อเพื่อน ๆ ที่เรียนห้องเดียวกันเป็นพวกกลุ่มคะแนนรั้งท้ายด้วยกัน จึงน่าจะไปด้วยกันได้ด้วยดี
กลุ่มของพวกผมถูกจัดให้เรียนในห้อง 32 อาคาร 1 ซึ่งเป็นที่รู้กันว่านักเรียนห้องนี้เป็นห้องโหล่หรือห้องสุดท้าย แต่เพราะพวกเราเป็นพวกกลุ่มเดียวกันจึงรู้สึกว่ามีหัวอกอย่างเดียวกัน เหตุนี้จึงไม่มีใครรู้สึกเป็นปมด้อยที่ต้องเรียนในห้องโหล่หรือห้องบ๊วย กลับรู้สึกว่าเมื่อพวกเราเรียนอยู่ห้องรั้งท้ายสุดก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่ต้องพะวงว่าจะต้องแข่งกับใครอีกแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าจะตกรุ่นไปอยู่ห้องท้ายกว่านี้อีก หากตั้งหน้าพยายามให้ดีแล้วก็มีแต่โอกาสที่จะได้ก้าวไปข้างหน้าถ่ายเดียวเท่านั้น
ความจริงในชีวิตของคนเรานั้นจะมีทั้งรุ่งโรจน์และร่วงโรย หรือสุขทุกข์เคล้าคละกันไป ยากจะมีใครรุ่งโรจน์หรือร่วงโรยตลอดไป หรือมีสุขทุกข์ตลอดไปแต่อย่างเดียว ดุจดังเวลากลางวันและกลางคืนย่อมสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป มีมืดแล้วก็มีสว่าง มีสว่างแล้วก็มีมืด เมื่อกลางวันมาถึง กลางคืนก็จะต้องตามมา ยามเป็นเวลากลางคืนก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าอีกไม่ช้านานรุ่งอรุณก็จะมาถึง
หากคนเราคำนึงถึงความจริงอันเป็นสัจธรรมนี้ได้ และมีสติรู้เท่าทันถึงความเป็นจริงดังกล่าว ก็จะไม่ท้อแท้ในยามร่วงโรยหรือยามมีทุกข์ และจะไม่ฮึกเหิมลำพองเมื่อยามรุ่งโรจน์หรือมีสุข หากจะต้องเตรียมรับกับสถานการณ์ที่ผันแปรไปในวันข้างหน้า ดีกว่าที่ตกทุกข์หรือร่วงโรยแล้วเป็นทุกข์ตาม จนกระทั่งไม่ยอมคิดอ่านต่อสู้กับชีวิต กลายเป็นคนยอมจำนนหรือคิดสั้นไปโดยไม่รู้ตัว
ในปีนั้นเพื่อนนักเรียนเก่าและเด็กรุ่นน้อง ๆ จากบ้านเดิมได้เดินทางเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ มากเป็นพิเศษ เฉพาะที่มาอยู่ใหม่ในคณะหนึ่งวัดระฆังก็มีถึง 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นน้องผม และอีกหนึ่งในนั้นคือหลานของพระมหาวิสุทธิ์ ดังนั้นจึงทำให้พวกเราใกล้ชิดกันมากขึ้น และทำให้ผมได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระมหาวิสุทธิ์ด้วย
พระมหาวิสุทธิ์บวชมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ ครั้นสอบนักธรรมเอกได้แล้วก็เดินทางเข้ามาเรียนพระปริยัติธรรมในกรุงเทพฯ นานแล้ว พระมหาวิสุทธิ์เรียนเปรียญธรรมได้ถึงประโยคหก และได้ทำงานในมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านเป็นผู้ใฝ่ในการศึกษาและมีความคิดอ่านที่ก้าวหน้า ทุกวันจะอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ แต่กลับเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ลงพระอุโบสถทำวัตรมิได้ขาด ไม่หยิบต้องเงินทอง และไม่ใส่รองเท้า ท่านเดินด้วยเท้าเปล่าทั้งเวลาบิณฑบาตรและนอกบิณฑบาตรเป็นนิตย์
ที่หลับที่นอนก็เป็นไปตามพระวินัยทุกประการ ท่านใช้ผ้าจีวรเก่าผืนเดียวเย็บเป็นที่นอน และใช้ผ้าเก่า ๆ ทำเป็นหมอนหนุนนอน นับเป็นพระเถระที่ทรงพระวินัย ทรงความรู้ในพระพุทธศาสนาที่น่าบูชานับถืออย่างยิ่ง
หลังจากพระมหาวิสุทธิ์สิ้นบุญประมาณ 5-6 ปี น้องชายของท่านคนหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส คือท่านบัญญัติ จันทนเสนะ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลของพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
วันหนึ่งพระมหาทรงธรรม์ได้เรียกบรรดาเด็กวัดในกุฏิธรรมนิวาสมาประชุมพร้อมกัน แล้วว่าให้ทุกคนไปทำความรู้จักคุ้นเคยกับพระมหาวิสุทธิ์ เพราะในปีหน้าท่านจะออกธุดงค์เพื่อหาวิเวกสุขตามรอยพระบาทของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า และจะไม่กลับมาอีก ในการนี้จะมอบหมายให้พระมหาวิสุทธิ์มาครองกุฏิธรรมนิวาสต่อไป หากได้คุ้นเคยกันไว้ก่อนก็จะสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้
ผมได้ฟังดังนั้นก็ใจหาย เพราะปีกว่าที่มาอาศัยอยู่กับพระมหาทรงธรรม์นั้น ได้พบได้เห็นวัตรปฏิบัติที่น่านับถือศรัทธา เป็นแต่ว่าออกจะตึงและฟุ้งมากไปสักหน่อยตามแนวทางของผู้ที่เรียนรู้ทฤษฎีทางพระอภิธรรม
ท่านเจ้าคุณพุทธทาสได้ติงไว้ในชั้นหลังว่าพระอภิธรรมนั้นเป็นการรวบรวมขึ้นในภายหลัง ไม่มีที่มาจากพระโอษฐ์ของพระบรมศาสดาโดยตรง ซึ่งสังเกตได้จากพระอภิธรรมปิฎกว่าทุกบททุกตอนไม่ได้ขึ้นด้วยบทพระบาลีว่า “เอวัมเมสุตตัง เอกังสะมะยังภะคะวา” ซึ่งเป็นคำกล่าวของพระอานนท์ว่าได้ยินได้ฟังพระพุทธองค์ตรัสสั่งสอนเรื่องอะไรไว้กับใครที่ไหนและสอนว่าอย่างไรดังที่ปรากฏในพระสูตร จึงมีส่วนเกินปะปนอยู่มาก ส่วนเกินนี้ท่านเจ้าคุณพุทธทาสกล่าวว่าเป็นความจำเป็นและเหมาะสมที่มีไว้สำหรับการโต้วาที คือเพื่อการตอบโต้กับเหล่านักปราชญ์ บัณฑิต และสมณะพราหมณ์อื่นในยุคนั้น
ท่านเจ้าคุณพุทธทาสได้ยืนยันว่ามนุษย์เรามีชีวิตไม่ยืนยาวเท่าใดนัก หากจะศึกษาทุกเรื่องทุกราวก็จะไม่ทันกับเวลาที่มีอยู่ ดังนั้นจึงพึงศึกษาเฉพาะเรื่องที่จำเป็นแก่ชีวิตให้ดี โดยเฉพาะคือในส่วนที่จำเป็นต่อการบรรลุมรรคผลนิพพานนั้นให้ศึกษาได้จากพระสูตรก็เป็นการเพียงพอแล้ว
ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ติดตราพระเกี้ยวที่หน้าอก มีความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเป็นอันมาก ในขณะที่มนูญผลก็ได้แต่งชุดนักเรียนเตรียมทหารซึ่งออกจะโก้หรู เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ในขณะนั้น
หลังเปิดเรียนได้ไม่นานผมได้ถือโอกาสไปเยี่ยมลูกผู้พี่ที่อยู่หอพักของอาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบ ความตั้งใจจริงก็คือต้องการไปบอกให้เจ้าของหอพักได้รู้ว่าเด็กนักเรียนบ้านนอกที่เคยถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเรียนไม่เก่ง โง่เขลาเบาปัญญา บัดนี้สามารถสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้แล้ว
และได้พบกับท่านอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของหอพักจริง ๆ พอทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วผมสังเกตเห็นว่าอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของหอพักนั้นคงจะทราบจากการแต่งชุดนักเรียนของผมได้เป็นอย่างดีว่าผมเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคงเข้าใจเช่นเดียวกับที่ผมตั้งใจมาเหมือนกัน ดังนั้นท่าทีของเจ้าของหอพักในวันนี้จึงมีอาการไม่ค่อยเต็มใจที่จะทักทายและไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก หลังจากปฏิสันถารกันแบบขัดไม่ได้แล้วท่านก็พาลเดินกลับเข้าไปข้างในบ้านเสียดื้อ ๆ
คนแบบนี้เห็นประจักษ์ชัดว่าไม่มีพรหมวิหารสี่อยู่กับใจ ในใจไม่มีความเมตตากรุณา มุทิตา และอุเบกขาต่อคนอื่น เพราะนอกจากชอบดูหมิ่นถิ่นแคลนคนอื่นแล้วยังเป็นคนมีจิตใจกระด้าง เห็นผู้น้อยประสพความสำเร็จบ้างก็ยอมรับไม่ได้ ในใจจริงคงต้องการให้คนอื่นโง่เขลาเบาปัญญาตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง คนเช่นนี้แท้จริงแล้วเป็นคนชั้นต่ำ คือมีภูมิธรรมในใจอันต่ำ ไม่ควรที่จะเป็นครูเลย เพราะหากเมื่อแม่แบบไม่มีธรรมประจำอยู่ในใจ ที่ไหนเลยจะอบรมบ่มเพาะสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดีมีจิตใจที่งดงามได้
มาถึงวันนี้ผมได้หวนทวนคิดถึงเหตุการณ์คราวนั้นแล้ว ก็รู้สึกเสียใจและเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้องเอาเสียเลย เพราะการทำเช่นนั้นก็คือการอวดดี ซึ่งมีแต่จะเป็นโทษภัยแก่ตัว เนื่องจากความอวดดีไม่เป็นที่รักของใคร ๆ มีแต่เป็นที่ขุ่นเคืองใจของคนอื่น อย่างน้อยก็เป็นเหตุให้หมั่นไส้ ซึ่งที่ถูกแล้วควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตนจะดีกว่า
ชีวิตการเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาผิดไปจากชีวิตนักเรียนของโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์อย่างลิบลับ ผมแทบจะหาเพื่อนจริง ๆ จัง ๆ ไม่ได้เลย เพราะจะพูดจะจากับใครก็ไม่มีใครสนใจจะพูดจากัน จะชวนไปเที่ยวเตร่เฮฮาก็ไม่มีใครสนใจ ต่างคนต่างตั้งอกตั้งใจจะเรียนหนังสืออย่างเดียวเท่านั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกค่อนข้างจะผิดหวัง อึดอัด และรู้สึกว้าเหว่อย่างไรชอบกล
เพราะชีวิตในวัยเรียนของผมก่อนหน้านี้เป็นชีวิตที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา มีเพื่อนฝูงพูดคุยเที่ยวเตร่เฮฮาตามประสาเด็ก ๆ แต่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานี้ไม่มีบรรยากาศเช่นว่านั้นอยู่เลย
ใครที่เคยผ่านชีวิตนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามาแล้วก็คงจะมีความรู้สึกเป็นอย่างเดียวกันว่าวันเวลาที่ได้ร่วมเรียนหนังสือกันนั้นมีแต่เพื่อนเรียน แทบจะหาเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจที่คบหากันฉันท์สหายไม่ได้เลย แต่จะว่าไปก็ไม่ได้เพราะใครที่มาเข้าเรียนที่นี่ก็ย่อมเป็นที่รู้แก่ใจดีว่ามีความปรารถนามุ่งมั่นในการเรียนเป็นหลัก จึงยากนักที่จะหาใครสนใจเรื่องอื่น ๆ นอกจากการเรียน ยิ่งคนที่สนใจเรื่องอื่น ๆ มาก ๆ อย่างผมด้วยแล้วก็ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นธรรมดา
ดูเหมือนว่าเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นของผมและห้องอื่น ๆ ล้วนเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล มั่งมีศรีสุขเสียเป็นส่วนใหญ่ ทุกเช้าเย็นมีรถมาส่งมารับแน่นขนัด แต่ละคนพอโรงเรียนเลิกแล้วก็มีคนขับรถมารับไปจากโรงเรียน ไม่ยอมเถลไถลไปไหนมาไหน เหมือนกับบรรยากาศที่เคยเห็นเคยเป็นเมื่อครั้งที่เรียนหนังสืออยู่ที่บ้านเดิมหรือที่โรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์เลย
ดังนั้นทุกวันเมื่อเลิกเรียนแล้ว หาเพื่อนไปเที่ยวเถลไถลไม่ได้ ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนจึงจำใจต้องกลับวัด ชีวิตในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของผมเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งปีการศึกษานั้น
ทางโรงเรียนคงจะเห็นถึงความเป็นไปในลักษณะนี้ว่าขาดลักษณะร่วม ดังนั้นจึงมีการจัดตั้งกีฬาสี แบ่งกลุ่มนักเรียนทั้งปีหนึ่งและปีสองให้สังกัดกลุ่มสีต่าง ๆ จำได้ว่ามีอยู่เจ็ดสี ผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหรือคณะสีเหลือง
ทางโรงเรียนจัดให้มีการแข่งขันกีฬาสีภายในหลายชนิด และทุกคนก็จะต้องเลือกเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นกรีฑา หรือกีฬากลางแจ้ง หรือกีฬาในร่มก็ได้ตามใจถนัด
ผมไม่ถนัดทั้งกรีฑาหรือกีฬากลางแจ้ง ทั้งรักที่จะเล่นหมากฮอส จึงสมัครเป็นนักกีฬาหมากฮอสของคณะสีเหลือง เมื่อสมัครเป็นนักกีฬาหมากฮอสของคณะสีเหลืองแล้วก็จะต้องแข่งขันกับผู้สมัครภายในคณะสีของตนเองก่อน แล้วคัดเอาผู้ชนะเลิศลำดับที่ 1, 2 และ 3 ไปแข่งกับผู้ชนะเลิศลำดับที่ 1, 2 และ 3 ของสีอื่น ๆ จนครบทุกสีเพื่อคัดหาผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศต่อไป.