ตอนที่ 444. กำเนิดเทพเจ้ากวนกง

กวนอูเสียทีถูกทหารเมืองกังตั๋งจับเป็น  และซุนกวนสั่งให้ประหารชีวิตทั้งกวนอูและกวนเป๋ง เมื่อจิวฉองทหารคู่ใจทราบก็เสียใจจึงเชือดคอตายตาม ส่วนม้าเซ็กเธาว์ซึ่งเป็นม้าคู่บุญก็อดข้าวอดน้ำตายตามไปด้วย อำนาจแห่งอธิจิตและแรงพยาบาท วิญญาณของกวนอูจึงไม่ดับสูญและไปสถิตอยู่ที่เขาจวนหยกสัน โดยมีกวนเป๋ง จิวฉอง และม้าเซ็กเธาว์ติดตามเป็นบริวาร

            กวนอูรับส่วนบุญจากการแผ่อุทิศของหลวงจีนเภาเจ๋งแล้วหายลับตาไปพร้อมกับกวนเป๋ง จิวฉองและม้าเซ็กเธาว์ แต่การแสดงธรรมที่สั่งสอนมิให้พยาบาทจองเวรนั้น ไม่อาจลบเลือนรอยแรงพยาบาทที่เกาะกุมดวงวิญญาณของกวนอูออกไปได้

            วันรุ่งขึ้นหลวงจีนเภาเจ๋งจึงแจ้งเนื้อความซึ่งวิญญาณของกวนอูมาสิงสถิตอยู่ที่ ภูเขาจวนหยกสันให้คนทั้งปวงได้ทราบ คนทั้งนั้นเคยยินกิตติศัพท์ของกวนอูมาแต่ก่อนว่ายิ่งด้วยความกตัญญู ซื่อสัตย์ และจงรักภักดี เป็นยอดขุนพลอันแกร่งกล้าเกรียงไกร ก็มีน้ำใจเลื่อมใสศรัทธา พากันไปกราบไหว้ขอหวยและขอให้ช่วยบำบัดความทุกข์ร้อนต่าง ๆ นานา บ้างก็บนบานศาลกล่าวให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง

            ความปรารถนาของคนทั้งปวงที่ไปบวงสรวงบนบานศาลกล่าวได้รับการกล่าวขานว่าดวงวิญญาณของกวนอูรับรู้ ดลบันดาลให้ความปรารถนานั้นบรรลุผลสำเร็จ ดังนั้นจึงมีการแสดงมหรสพบูชาถวาย มีการเซ่นไหว้และกราบกรานไม่ขาดสาย กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของกวนอูจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ฝูงชนผู้มีความศรัทธาจึงได้ปลูกศาลเทพเจ้าขึ้นที่ยอดเขาเจาหยกสันนั้น ตั้งชื่อว่าศาลเทพเจ้ากวนกง เป็นศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนั้นตลอดมาจนทุกวันนี้

            ชีวิตของชาวไก่เหลียงผู้หนีราชภัย แล้วสาบานเป็นพี่น้องกับเล่าปี่และเตียวหุยในสวนท้อจบสิ้นลงเพราะยึดมั่นอยู่ในคำสัตย์ปฏิญาณ ไม่หวั่นไหวต่อข้อเสนอที่วิสัยปุถุชนทั่วไปจะต้องยอมรับแม้แต่น้อย ทำให้คำสัตย์ปฏิญาณแห่งสวนท้อเป็นคำปฏิญาณประวัติศาสตร์แห่งคุณธรรมน้ำมิตรตลอดมาเกือบสองพันปี ชั่วชีวิตของกวนอูเป็นยอดทหารเสือที่เข้มแข็งแกร่งกล้าสามารถ มีเกียรติคุณลือชาปรากฎไปทั่วทั้งแผ่นดิน มีน้ำใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อผู้ที่เป็นทั้งนายและพี่น้องร่วมสาบานไม่เคยคลอนแคลน แม้ในยามที่โจโฉวางอุบายให้อยู่ใกล้ชิดกับพี่สะใภ้โดยหวังให้ล่วงเกินในเชิงประเวณี แต่กวนอูก็ไม่เคยแม้กระทั่งที่จะคิดให้ผิดเพี้ยนไปจากธรรม นับเป็นบุรุษผู้มีชีวิตอันงดงามสง่า แต่ยศถาศักดิ์นั้นก็เป็นเครื่องทำลายคนดุจเดียวกับอายุขัย อันคนสูงวัยแม้มีความรอบคอบและมีประสบการณ์มากขึ้น แต่อายุขัยนั้นก็คือที่มาแห่งโรคภัยไข้เจ็บและมรณะในที่สุด ยศถาศักดิ์ก็เช่นเดียวกันกลายเป็นเครื่องทำลายคนให้ตั้งตนอยู่ในความเย่อหยิ่งทระนงและตั้งอยู่ในความประมาท จึงพลาดพลั้งเสียทีถึงชีวิตดังนี้ ประมวลชีวิตของกวนอูทั้งหมดแล้ว สามารถนับคุณงามความดีได้กว่าร้อยละเก้าสิบห้า มีจุดอ่อนอยู่ก็เพียงร้อยละห้า แต่ร้อยละห้านั้นเมื่อกาลวินาศมาถึงก็สามารถผลาญชีวิตกวนอูให้ดับดิ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ นี่แลที่โบราณว่าความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย อันพึงถือเป็นแบบอย่างของคนทั้งปวง

            เพราะความมีฝีมือสู้รบเข้มแข็งแกร่งกล้าเกรียงไกรและจิตใจที่ทรงคุณธรรม ยึดมั่นในความสัตย์ จงรักภักดีมั่นคงดังนี้ คนทั้งปวงจึงยกย่องนับถือกวนอูเป็นเทพเจ้า นามว่าเทพเจ้ากวนกง และกลายเป็นปูชนียบุคคลของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ตลอดจนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในอีกหลายประเทศที่นับถือธรรมอันมีอยู่ในตัวของกวนอู ดูไปแล้วก็ล้ำเลิศประเสริฐกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในบางประเทศที่หลงนับถือผู้เผด็จการที่ชั่วชีวิตมีแต่ความมัวหมองด้วยเรื่องการโกง กาม เกียรติ และทำลายชาติบ้านเมือง จนพิษร้ายนั้นยังไม่ยอมจางหายสิ้นไป ทั้งที่วันเวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว

            ทางฝ่ายซุนกวนครั้นได้เมืองเกงจิ๋วและปราบปรามหัวเมืองทั้งปวงที่ขึ้นต่อเมือง  เกงจิ๋วสงบราบคาบแล้ว จึงปูนบำเหน็จแก่บรรดาที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและทหารทั้งปวงเป็นอันมาก ยกย่องให้ลิบองเป็นยอดขุนพลของแคว้นกังตั๋ง เวลาซุนกวนออกนั่งว่าราชการก็ยกย่องให้ลิบองนั่งในที่สูงกว่าที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวง

            เจี้ยนอันศกปีที่ยี่สิบห้า เดือนสาม ขึ้นสามค่ำ ซุนกวนออกว่าราชการ บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองตลอดจนขุนนางทั้งปวงยืนประจำตามตำแหน่ง ซุนกวนได้ปรารภขึ้นในท่ามกลางมหาสมาคมว่า “เราคิดว่าจะได้เมืองเกงจิ๋วโดยยาก อาศัยลิบองก็ได้ง่ายดาย ไม่ทันจะพลิกมืออีก เพราะความคิดของลิบอง ความชอบอันนี้ใหญ่หลวงนัก”

            ลิบองได้ฟังดังนั้นก็คำนับซุนกวนแล้วถ่อมตนว่า ลำพังแต่สติปัญญาความสามารถของข้าพเจ้านั้นเป็นแต่ประมาณ ซึ่งได้เมืองเกงจิ๋วนี้เป็นแต่บุญบารมีของซุนกวนท่าน คนทั้งปวงจึงทำการตามบัญชาแห่งสวรรค์ การจึงสำเร็จได้โดยง่าย

            ซุนกวนได้ฟังคำของลิบองก็ต้องใจ คงกล่าวสืบต่อไปว่า “แต่ก่อนเรามีจิวยี่ มีสติปัญญากล้าหาญชำนาญในการกลศึก โจโฉยกทัพบก ทัพเรือมามาก ทหารถึงแปดสิบสามหมื่นมารบกันตำบลเซ็กเพ็ก อาศัยความคิดจิวยี่มีชัยชนะโจโฉโดยง่าย จิวยี่แพ้ความคิดขงเบ้งก็ตายเสียแล้ว ยังอยู่แต่โลซก ครั้งหนึ่งจิวยี่ยังมิตาย โจโฉมีหนังสือมาเกลี้ยกล่อมเรา ที่ปรึกษาทั้งปวงยอมจะให้เราไปขึ้นแก่โจโฉ แลโลซกผู้เดียวมิยอม จึงให้หาจิวยี่เข้ามาปรึกษาจะทำสงครามกับโจโฉ อันนี้เป็นความชอบของโลซก ครั้งหนึ่งเล่าปี่ให้มาขอยืมเมืองเกงจิ๋วว่าจะอาศัยอยู่ เราปรึกษาโลซก โลซกยอมให้จึงวุ่นวายทั้งนี้ อันนี้เป็นความผิดของโลซก บัดนี้เราอาศัยความคิดของลิบอง จึงได้เมืองเกงจิ๋วโดยสะดวก ความคิดลิบองชนะความคิดจิวยี่ โลซก”

            ซุนกวนกล่าวแล้วก็สั่งให้ทหารบริการแจกจอกสุราและรินสุราให้แก่ลิบองและที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวง เสร็จแล้วซุนกวนจึงประคองจอกสุราด้วยสองมือดื่มแสดงความยินดีแก่ลิบอง
ในทันใดนั้นลิบองได้ขว้างจอกสุราลงกับพื้น ยกมือขึ้นชี้หน้าซุนกวน ตวาดด้วยเสียงอันดังว่า “อ้ายเด็กน้อยตาแดง มึงรู้จักกูหรือไม่” 

            คนทั้งปวงเห็นอากัปกิริยาของลิบองเปลี่ยนแปลงผิดแปลกไปดังนั้นก็พากันตกใจ ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงนึกไม่ถึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลิบองก็เดินตรงเข้าไปหาซุนกวนยังที่นั่งว่าราชการ กระชากแขนซุนกวนให้ลุกออกจากที่นั่ง แล้วผลักจนซุนกวนล้มลงกับพื้น

            คนทั้งปวงยิ่งตกใจ มองไปเห็นลิบองดวงตาเหลือกกลอกไปมาราวกับว่ามิใช่ลิบองคนเดิม แล้วได้ยินลิบองกล่าวด้วยเสียงอันดังคล้ายกับเสียงของกวนอูว่า “เมื่อโจรโพกผ้าเหลืองไล่ย่ำยีราษฎรได้ความเดือดร้อน กูพี่น้องสามคนไล่ปราบปรามโจร โจรจึงราบคาบมาประมาณสามสิบปีแล้ว บัดนี้กูแพ้ในกลศึกของมึง กูถึงแก่ความตาย กูเป็นคนไม่ได้กินเนื้อมึง กูตายแล้วจะหักคอมึงไปจงได้ มึงไม่รู้จักกูหรือ กูชื่อว่ากวนอู”

            ซุนกวนและบรรดาที่ปรึกษาตลอดจนแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวงได้ฟังดังนั้นต่างพากันตกใจ รู้ว่าวิญญาณกวนอูผูกพยาบาทเข้าสิงลิบอง ต่างคนจึงต่างพากันคุกเข่ากราบไหว้แล้วก้มหน้าอยู่กับพื้น ในขณะที่เสียงของกวนอูยังคงกล่าวคำอาฆาตแก่ผู้ที่วางแผนคิดอ่านสังหารตัวดังลั่นห้องโถงที่ว่าราชการ

            ซุนกวนและคนทั้งปวงตกใจกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าเงยหน้า ครู่หนึ่งพอเสียงสงบลงซุนกวนและคนทั้งปวงก็เงยหน้าขึ้นดู เห็นลิบองคอหักพับติดอยู่กับหน้าอก มีเลือดไหลทั้งทางปากและจมูก จนแดงฉานไปทั้งที่ว่าราชการ

            ซุนกวนและคนทั้งปวงตกใจเป็นอันมาก พอตั้งสติได้ซุนกวนจึงสั่งให้ตั้งการศพของลิบองตามธรรมเนียม และให้เอาศพไปฝังไว้ในสุสานวีรชนของแคว้นกังตั๋ง แล้วตั้งให้ ลิปาบุตรของลิบองเป็นนายทหารสืบทอดศักดินาแทนลิบองผู้บิดา

            พอซุนกวนสั่งความเสร็จทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า บัดนี้เตียวเจียวที่ปรึกษาผู้ใหญ่กำลังจะมาถึง ซุนกวนได้ฟังดังนั้นจึงสั่งทหารให้รีบไปเชิญเตียวเจียวเข้ามาปรึกษาข้อราชการ

            ซุนกวนรับคำนับเตียวเจียวตามธรรมเนียมแล้วยังมิทันจะได้เอ่ยคำ เตียวเจียวก็กล่าวขึ้นก่อนว่า ข้าพเจ้าทราบข่าวว่าท่านจับกวนอูและกวนเป๋งสองพ่อลูกได้แล้วประหารชีวิตเสียนั้น เป็นความจริงหรือไม่ประการใด

            ซุนกวนก็ว่าเป็นความจริงตามที่ท่านได้ทราบนั้นแล้ว เตียวเจียวได้ฟังก็ตกใจ จึงว่าซึ่งท่านประหารชีวิตกวนอู กวนเป๋ง สองพ่อลูกนี้ เห็นจะชักนำเภทภัยอันตรายมาสู่เมืองกังตั๋งเราเป็นมั่นคง ท่านไม่ทราบหรือว่ากวนอู เล่าปี่ และเตียวหุย ได้ให้สัตย์สาบานเป็นพี่น้องกัน สัญญาว่าแม้จะตายก็ต้องตายด้วยกัน แลบัดนี้เล่าปี่เป็นใหญ่ครองอำนาจอยู่ในภาคตะวันตก ทั้งแคว้นเสฉวน ตังฉวน ก็อยู่ในอำนาจของเล่าปี่สิ้น หลายปีมานี้เล่าปี่ได้ซ่องสุมทหารแลเสบียงอาหารไว้เป็นอันมาก ทหารเอกและไพร่พลเล่าก็มีมากมายก่ายกองประดุจดังคลื่นในพระสมุทร ทั้งขงเบ้งก็เป็นกุนซือผู้มีสติปัญญาความสามารถในการสงคราม การครั้งนี้แม้นความทราบถึงเล่าปี่วันใด เห็นเล่าปี่จะกรีฑาทัพใหญ่ยกมาตีเมืองกังตั๋งเพื่อแก้แค้นให้กับกวนอู ท่านจะรับมือเล่าปี่ประการใด

            ซุนกวนได้ฟังคำของเตียวเจียวก็ได้คิดว่าหลงกลตกเป็นเครื่องมือของโจโฉ ทำลายความสัมพันธ์และไมตรีกับเล่าปี่ แล้วมิหนำยังซ้ำผูกปมพยาบาทที่ถึงขนาดเล่าปี่อาจกรีฑาทัพทั่วทั้งแคว้นตะวันตกยกมาถล่มแคว้นกังตั๋งให้พังพินาศ หรือแม้อาจจะรับมือเล่าปี่ได้ โจโฉก็ยังคงคล้ายกับนายพรานที่นั่งคอยอยู่บนภูดูสองเสือกัดกัน ฝ่ายใดพลาดพลั้งเสียทีก็จะซ้ำเติมเอาต่อภายหลัง ความเสียหายย่อมมีมาแก่กังตั๋งทั้งขึ้นและล่อง

            ซุนกวนได้คิดดังนั้นก็ตกใจ ลุกขึ้นยืนกระทืบเท้าแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่ทันคิด จิตจึงพลั้งเผลอสั่งประหารชีวิตกวนอู แต่เมื่อการล่วงไปเพียงนี้แล้วท่านจะคิดอ่านประการใดสืบไป

            เตียวเจียวคำนับซุนกวนแล้วว่า ข้าพเจ้ามีอุบายมิให้เล่าปี่ยกมาตีเมืองกังตั๋ง ทั้งจะทำให้เมืองกังตั๋งปลอดภัยมั่นคงดุจดังผืนแผ่นดิน ไม่มีวันดับสูญจนสิ้นกาลนาน

            ซุนกวนได้ฟังก็ค่อยคลายใจ รีบถามว่าอุบายของท่านเป็นประการใด

            เตียวเจียวจึงว่า ซึ่งโจโฉได้ให้สัญญาว่าเป็นไมตรีกับเมืองกังตั๋งนั้น จะฟังเป็นจริงมิได้ มาตรแม้นเล่าปี่ยกกองทัพมาแล้วจะให้หาโจโฉขอให้ยกทหารมาช่วย โจโฉก็จะหัวร่อ นั่งดูเมืองเสฉวนและเมืองกังตั๋งรบกันจนสิ้นกำลังแล้วก็จะซ้ำเติมเอา ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดอุบายให้เล่าปี่ยกไปตีโจโฉแทนที่จะยกมาตีเมืองกังตั๋ง เมืองกังตั๋งก็จะไม่เป็นอันตราย

            ซุนกวนจึงถามว่า ทำอย่างไรการจึงเป็นไปดังความคิดท่านเล่า

            เตียวเจียวจึงว่า ขอให้ท่านใช้ทหารคุมศีรษะกวนอูส่งไปให้แก่โจโฉที่เมืองฮูโต๋ เล่าปี่รู้ก็จะเข้าใจว่าซึ่งท่านฆ่ากวนอูเสียนั้นเป็นเพราะคำสั่งของโจโฉ เล่าปี่ก็จะมีความแค้นโจโฉแทนที่จะแค้นท่าน เห็นจะไม่ยกกองทัพมาตีเมืองกังตั๋ง แต่จะยกกองทัพจากภาคตะวันตกไปตีเมืองฮูโต๋แทน “เราก็จะมีความสบาย จะดูเล่นใครแพ้แลชนะก็ช่าง”

             ซุนกวนได้ฟังดังนั้นสีหน้าพลันแช่มชื่น สั่งทหารช่างให้ต่อหีบไม้หอม ใส่ศีรษะ กวนอูลงในหีบแล้ว ให้จัดกองทหารคุมหีบศีรษะกวนอูไปเมืองหลวง กำชับให้เร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนเพื่อเอาศีรษะกวนอูมอบให้แก่โจโฉโดยไว

            ทางฝ่ายโจโฉครั้นทราบว่าซุนกวนได้เมืองเกงจิ๋วแล้ว จึงเลิกทัพจากตำบลคอโผ ยกไปเมืองลกเอี๋ยงเพื่อพักผ่อนให้เป็นที่สำราญ เนื่องจากขณะนั้นอาการปวดศีรษะได้กำเริบขึ้นเป็นลำดับ กินไม่ค่อยจะได้ นอนไม่ค่อยจะหลับ

            วันหนึ่งโจโฉกำลังพักผ่อนดื่มน้ำชาอยู่กับบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวง ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า ซุนกวนให้ทหารคุมเอาศีรษะกวนอูมาถวาย โจโฉไม่ทันได้คิดก็ดีใจ ด้วยสำคัญว่าการที่ซุนกวนส่งศีรษะกวนอูมาถวายนั้นเป็นการแสดงความจงรักภักดีของเมืองกังตั๋งต่อทางราชสำนัก จึงปรารภกับทหารทั้งปวงว่ากวนอูตายไปเสียคนหนึ่ง เราค่อยนอนตาหลับ บัดนี้อันตรายทางด้านใต้เป็นอันหมดสิ้นแล้ว แผ่นดินและราษฎรจะได้สงบสุขสืบไป.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘