ตอนที่ 438. ยามที่นกเปลี่ยนรัง

เจี้ยนอันศกปีที่ยี่สิบสี่ เดือนยี่ ข้างขึ้น ลิบองวางกลอุบายให้กวนอูตายใจ แล้วยึดเมืองเกงจิ๋วให้กับซุนกวนได้สำเร็จอย่างง่ายดาย โดยที่กวนอูมิได้รู้แยบคายแม้แต่น้อย จึงคุมกองทัพประชิดติดพันอยู่ที่เมืองอ้วนเซีย เมื่อซุนกวนได้เมืองเกงจิ๋วแล้วจึงให้จีหลวนไปเกลี้ยกล่อมเปาสูหยิน

            เปาสูหยินได้รับหนังสือของจีหลวนแล้วรีบเปิดหนังสือนั้นออกอ่านดู ปรากฏความว่าข้าพเจ้าจีหลวนขออวยพรมาถึงเปาสูหยินผู้เพื่อนรัก ด้วยบัดนี้ซุนกวนนายข้าพเจ้าตีได้เมืองเกงจิ๋วแล้ว จะยกกองทัพมาตีเอาเมืองกังอั๋น ข้าพเจ้าเกรงว่าท่านจะเป็นอันตราย ด้วยผูกพันรักใคร่เป็นมิตรมาแต่ก่อน จึงได้ว่ากล่าวอาสากับซุนกวนว่าอย่าเพ่อยกกองทัพมา ขอโอกาสให้ข้าพเจ้ามาว่ากล่าวกับท่าน เพื่อเชื้อเชิญให้ท่านไปรับราชการอยู่กับซุนกวนด้วยกัน ท่านจงทำตามที่ข้าพเจ้าแนะนำมานี้ไมตรีเราจะยั่งยืนสืบไป และซุนกวนก็จะชุบเลี้ยงท่านมิให้ด้อยกว่าที่กวนอูชุบเลี้ยงเลย

            เปาสูหยินทราบความตามหนังสือของจีหลวนแล้วก็คิดว่า กวนอูยามนี้แม้เหมือนต้นไม้ใหญ่แต่ใบเฉาร่วงโรยแล้ว ตัวเราดุจดังนกจะมัวยึดอาศัยเป็นรวงรังก็จะพลอยเป็นอันตราย อนึ่งตัวเราไร้คุณค่าในสายตาของกวนอู เมื่อครั้งที่เราทำให้เพลิงไหม้ค่าย กวนอูจะลงโทษถึงประหาร ดีที่เพื่อนนายทหารร้องขอชีวิตไว้จึงรอดตายมาได้ถึงวันนี้ ซึ่งกวนอูทำความอัปยศแก่เรานั้นใหญ่หลวงนัก จำจะหาทางแก้แค้นให้จงได้ บัดนี้โอกาสอำนวยแล้ว ชอบที่เราจะไปอยู่กับซุนกวน จะได้แก้แค้นกวนอูอย่างหนึ่ง และจะได้ทำความชอบไว้กับซุนกวนอีกอย่างหนึ่ง

            เปาสูหยินคิดดังนั้นแล้วจึงพาทหารขึ้นไปบนเชิงเทิน เห็นจีหลวนคุมทหารคอยทีอยู่ที่ข้างหน้าประตูเมือง พอจีหลวนเห็นเปาสูหยินก็คำนับ เปาสูหยินก็คำนับตอบ และพาทหารลงมาจากเชิงเทิน สั่งให้เปิดประตูเมือง แล้วออกไปคำนับจีหลวน ยอมสวามิภักดิ์แก่ซุนกวนแต่โดยดี

            จีหลวนจึงบอกเปาสูหยินให้จัดทหารซึ่งไว้ใจอยู่รักษาเมืองกังอั๋น แล้วพาเปาสูหยินไปหาซุนกวนที่เมืองเกงจิ๋ว หลังจากคำนับตามธรรมเนียมแล้ว จีหลวนได้รายงานความทั้งปวงให้ซุนกวนทราบ

            ซุนกวนทราบรายงานแล้วมีความยินดีเป็นอันมาก ตั้งให้เปาสูหยินเป็นเจ้าเมืองกังอั๋นดังแต่ก่อน และให้เปาสูหยินรีบเดินทางกลับไปรักษาเมืองไว้อย่าให้เป็นอันตราย

            ฝ่ายลิบองครั้นทราบความว่าซุนกวนตั้งให้เปาสูหยินเป็นเจ้าเมืองและกลับไปรักษาเมืองกังอั๋นตามเดิมก็ตกใจ รีบเข้ามาหาซุนกวนแล้วท้วงว่า เปาสูหยินเพิ่งมาเข้าสวามิภักดิ์ต่อท่าน แต่ท่านกลับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองไปทำหน้าที่เดิม เกรงว่าเปาสูหยินจะยังไม่สิ้นเยื่อใยกับกวนอู การข้างหน้าของท่านก็จะเสียไป
           
            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็ได้คิด จึงปรึกษาลิบองว่าเราเพิ่งตั้งให้เปาสูหยินเป็นเจ้าเมือง แม้นคืนคำเสียก็จะเป็นที่ครหานินทาแก่คนทั้งปวงว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่รักษาความสัตย์ 

            ลิบองจึงว่าเปาสูหยินและบิฮองเป็นสหายสนิท เปาสูหยินอยู่กับท่านแล้วแต่บิฮองยังอยู่กับกวนอูทำหน้าที่รักษาเมืองลำกุ๋น เปาสูหยินจึงอาจถูกบิฮองเกลี้ยกล่อมให้กลับเข้ากับกวนอูได้อีก จึงชอบที่ท่านจะสั่งให้เปาสูหยินไปเกลี้ยกล่อมบิฮองไว้เป็นพวกอีกคนหนึ่ง ดังนี้จึงพอที่จะวางใจได้

            ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงสั่งทหารให้เร่งตามไปบอกเปาสูหยินให้เดินทางไปเกลี้ยกล่อมบิฮองเสียก่อน เปาสูหยินทราบคำสั่งของซุนกวนแล้วจึงรีบเดินทางไปเมืองลำกุ๋น

            ทางฝ่ายบิฮองรับคำสั่งจากกวนอูให้รักษาเมืองลำกุ๋น ครั้นได้ทราบว่าเมืองเกงจิ๋วเสียแก่ลิบองแล้วก็ตกใจ จึงสั่งทหารให้รักษาค่ายคูประตูหอรบเตรียมการรับมือกับการโจมตีของข้าศึก

            ครั้นบิฮองได้ทราบรายงานจากทหารรักษาการณ์ว่า เปาสูหยินผู้เป็นสหายเดินทางมาหาก็ให้ทหารเชิญเปาสูหยินเข้ามาพบ แล้วถามว่าท่านมาหาข้าพเจ้าด้วยข้อราชการสิ่งใด

            เปาสูหยินจึงว่า เหตุการณ์บัดนี้ท่านย่อมทราบดีว่าเมืองเกงจิ๋วเสียแก่ซุนกวนแล้ว ตัวข้าพเจ้าอยู่รักษาเมืองกังอั๋น แม้ใจจะระลึกถึงคุณของพระเจ้าเล่าปี่ที่มีคุณแก่ข้าพเจ้าเป็นอันมาก แต่กำลังทหารข้าศึกมากมายใหญ่หลวงนัก ไม่อาจต้านทานได้ ข้าพเจ้าจึงได้เข้ากับซุนกวน บัดนี้ซุนกวนใช้ให้ข้าพเจ้ามาเชื้อเชิญท่านไปทำราชการกับซุนกวน ท่านจะมีความเห็นประการใด

            บิฮองจึงว่า ตัวเรานี้ได้ถวายสัตย์ไว้กับพระเจ้าเล่าปี่ ซึ่งจะเปลี่ยนใจให้เป็นสองไปนบนอบด้วยซุนกวนนั้นไม่สมควร

            เปาสูหยินจึงแย้งว่า ท่านรำลึกถึงคุณของพระเจ้าเล่าปี่นั้นก็สมควร แต่กวนอูจะคิดถึงความข้อนี้หรือไม่ประการใด ท่านย่อมแจ้งอยู่แก่ใจ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าก่อนที่กวนอูจะไปทัพนั้นได้อาฆาตท่านและข้าพเจ้าว่าแม้นพลั้งพลาดประการใดก็จะเอาโทษถึงตาย

            บิฮองยังคงยืนกรานต่อไปว่า ที่ท่านว่ามาก็สมควร แต่ตัวข้าพเจ้าใช่ว่าจะตัวคนเดียว บรรดาพี่น้องเพื่อนฝูงทั้งหลายล้วนรับราชการอยู่กับพระเจ้าเล่าปี่ทั้งสิ้น ดังนั้นแม้ว่ากวนอูจะอาฆาตข้าพเจ้าประการใด ก็ไม่อาจตัดใจไปเข้ากับซุนกวนได้

            ในขณะที่บิฮองและเปาสูหยินกำลังโต้ตอบกันนั้น ทหารรักษาการณ์ได้นำทหารจากกองทัพของกวนอูเข้ามาหาแล้วแจ้งข้อราชการว่า กวนอูยังต้องทำศึกติดพันอยู่ที่เมืองอ้วนเซีย จึงมีคำสั่งให้ทั้งบิฮองและเปาสูหยินเร่งจัดเสบียงจำนวนหกร้อยเกวียนรีบส่งตามไปที่กองทัพโดยเร็วที่สุด หากล่าช้าหรือได้เสบียงไม่ครบตามจำนวนก็จะลงโทษประหารชีวิต 

            บิฮองได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวกับทหารของกวนอูว่า เมืองเกงจิ๋วเสียแก่ซุนกวนแล้ว บรรดาหัวเมืองทั้งปวงก็มีศึกติดพัน ซึ่งจะเกณฑ์เสบียงส่งไปให้นั้นเห็นขัดสนนัก

            เปาสูหยินเห็นบิฮองยังมีกิริยาท่าทียำเกรงกวนอูอยู่ จึงชักกระบี่ออกจากฝักแล้วกล่าวว่า สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว จะมัวคิดมากไปไย ว่าแล้วก็เอากระบี่นั้นฟันทหารกวนอูถึงแก่ความตาย

            บิฮองเห็นดังนั้นก็ตกใจ เกรงว่ากวนอูทราบความแล้วจะโกรธและเอาโทษถึงตาย จึงกล่าวกับเปาสูหยินด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า ท่านฆ่าทหารของกวนอูเสียทั้งนี้ด้วยประสงค์สิ่งใด

            เปาสูหยินจึงว่า กวนอูเกณฑ์เสบียงจำนวนมากเอาจากเราสองคนในสถานการณ์เช่นนี้ก็เหมือนหนึ่งแกล้งฆ่าเราเสีย จะมัวนิ่งอยู่ก็ตายเปล่า ชอบที่ท่านจะไปเข้าด้วย ซุนกวนจึงจะไม่เป็นอันตราย

            ขณะที่กำลังโต้เถียงกันนั้นทหารรักษาการณ์ก็วิ่งเข้ามารายงานว่า บัดนี้ลิบองได้รับคำสั่งจากซุนกวนให้ยกทหารจำนวนมากมาประชิดเมืองลำกุ๋น ขณะนี้กองทัพของลิบองกำลังเตรียมที่จะโจมตีเมืองลำกุ๋นอยู่แล้ว

            บิฮองได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จ้องมองหน้าเปาสูหยิน เปาสูหยินจึงพยักหน้าให้บิฮองเป็นทีว่าให้ออกไปอ่อนน้อมกับลิบองก็จะไม่เป็นอันตราย บิฮองเกรงกลัวต่อความตายจึงตกลงเข้าด้วยกับซุนกวน

            เปาสูหยินจึงพาบิฮองออกไปหาลิบอง ลิบองจึงยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยสะดวก  ลิบองจัดแจงการปกครองเมืองลำกุ๋นเป็นปกติแล้ว จึงพาบิฮองและเปาสูหยินไปหาซุนกวนที่เมืองเกงจิ๋ว

            ซุนกวนทราบรายงานจากลิบองแล้วมีความยินดีเป็นอันมาก สั่งให้ปูนบำเหน็จแก่เปาสูหยินและบิฮอง แล้วกำชับให้กวดขันระมัดระวังรักษาเมืองมิให้เป็นอันตราย

            ทางฝ่ายโจโฉ ครั้นได้รับหนังสือจากซุนกวนว่าให้รีบยกไปตีเมืองเกงจิ๋ว จึงปรึกษาด้วยขุนนางทั้งปวงว่าจะคิดอ่านประการใด

            ตังเจี๋ยวซึ่งเป็นขุนนางควบคุมกรมบัญชีกลาง ได้ฟังโจโฉปรารภดังนั้นจึงว่า ขณะนี้กวนอูยกกองทัพไปประชิดเมืองอ้วนเซียไว้ ชอบที่วุยอ๋องจะยกกองทัพไปตีกระหนาบกองทัพของกวนอู เห็นจะได้ชัยชนะโดยง่าย และเมื่อวุยอ๋องยกกองทัพไปก็ให้แจ้งข่าวสารให้ในเมืองอ้วนเซียทราบ แล้วยกตีกระหนาบพร้อมกัน

            โจโฉได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงสั่งให้ซิหลงซึ่งตั้งอยู่ที่ทุ่งเอียงลกโผเป็นกองทัพหน้า ยกไปเมืองอ้วนเซียตีกระหนาบกองทัพของกวนอู และให้ทหารแจ้งความแก่ข้างในเมืองอ้วนเซียให้ทราบกำหนดการยกกองทัพของโจโฉ ครั้นวันฤกษ์ดีโจโฉก็ยกกองทัพออกจากเมืองหลวง

            กองทัพของโจโฉยกมาถึงทุ่งเอียงลกโผ กองทัพหน้าของซิหลงได้เคลื่อนออกจากทุ่งเอียงลกโผไปเมืองอ้วนเซียตามคำสั่งของโจโฉแล้ว โจโฉจึงให้ตั้งค่ายไว้ที่ทุ่งเอียงลกโผนั้นเพื่อคอยฟังข่าวศึก แล้วจะยกรุดหน้าต่อไป

            ทางฝ่ายซิหลงครั้นรับคำสั่งของโจโฉแล้ว รีบเร่งเดินทัพทั้งวันทั้งคืน พอไปถึงแดนเมืองเอียนเสียก็ได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมว่า บัดนี้กวนอูให้กวนเป๋งยกกองทัพมาตั้งอยู่ที่เมืองเอียนเสีย และให้เลียวฮัวคุมทหารตั้งอยู่ที่ตำบลซูทง ตั้งค่ายรายเรียงถึงกันเป็นจำนวนสิบสองค่าย

            ซิหลงได้ทราบรายงานแล้วจึงสั่งให้ชีเสียงและลิเตียนคุมทหารพร้อมกับธงประจำตัวซิหลงยกเข้าตีเมืองเอียนเสียทางด้านหน้า ส่วนซิหลงคุมทหารฝีมือดีเพียงห้าร้อยคนยกอ้อมไปตามซอกเขาจะเข้าตีทางด้านหลัง

            ทางฝ่ายกวนเป๋งคุมทหารรักษาเมืองเอียนเสีย ครั้นได้รับรายงานจากทหารรักษาการณ์ว่าเห็นกองทัพข้าศึกยกมา มีธงประจำตัวนายทัพว่าซิหลง จึงยกทหารออกจากเมืองเพื่อสกัดไม่ให้กองทัพข้าศึกรุกล้ำเข้ามาถึงกำแพงเมือง

            กวนเป๋งยกทหารยกออกจากเมืองได้สี่ร้อยเส้นก็พบกับกองหน้าของชีเสียง กวนเป๋งจึงเข้ารบกับชีเสียง ครั้นรบกันได้สามเพลงชีเสียงก็ทำทีสู้ไม่ได้ ชักม้าหนี กวนเป๋งจึงขี่ม้าไล่ตามไป เห็นลิเตียนขี่ม้ามาสกัดไว้ กวนเป๋งจึงชักม้าเข้ารบกับลิเตียน แต่พอต่อสู้กันได้หกเพลงลิเตียนก็ขับม้าหนีและสั่งให้ถอยทัพ กวนเป๋งจึงคุมทหารไล่ตามลิเตียนและชีเสียงต่อไป

            ทางฝ่ายซิหลงซึ่งยกทหารวกอ้อมไปซุ่มอยู่ทางด้านหลังเมืองเอียนเสีย ครั้นทราบรายงานว่ากวนเป๋งยกทหารไล่ติดตามชีเสียงและลิเตียนไกลออกไปแล้ว จึงสั่งทหารให้ใช้ธนูเพลิงยิงเข้าไปในเมือง ไฟได้ไหม้บ้านเรือนราษฎรหลายแห่ง แสงและควันเพลิงลุกขึ้นทาบท้องฟ้า ซิหลงเห็นดังนั้นจึงพาทหารวกมาทางด้านหน้าเมืองเตรียมตีสกัดกวนเป๋งต่อไป

            ทางฝ่ายกวนเป๋งพาทหารไล่ตามตีทหารของชีเสียงและลิเตียนไกลออกไปจากตัวเมืองถึงสองร้อยเส้น เหลียวกลับมาเห็นแสงเพลิงไหม้ขึ้นในเมืองก็รู้ว่าต้องกลอุบายของข้าศึก จึงรีบสั่งทหารให้ถอยทัพกลับไปเมืองเอียนเสีย

            กวนเป๋งพาทหารมาใกล้ถึงประตูเมืองก็เห็นซิหลงคุมทหารสกัดขวางทางอยู่ ซิหลงเห็นกวนเป๋งยกทหารกลับมาดังนั้นก็ให้ทหารตั้งขบวนแล้วขี่ม้าออกไปข้างหน้าทหาร ร้องบอกแก่กวนเป๋งว่า ท่านไม่รู้หรือว่าบัดนี้ซุนกวนตีเอาเมืองเกงจิ๋วได้แล้ว ไฉนจึงไม่คิดป้องกันรักษาเมือง ซึ่งจะคิดตีเอาเมืองอ้วนเซียนั้นไม่ต่างอันใดกับการฝันในเวลากลางวัน

            กวนเป๋งได้ยินว่าซุนกวนตีเมืองเกงจิ๋วได้แล้วก็ตกใจ แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเป็นคำลวงของซิหลงเพื่อให้จิตใจพะว้าพะวัง คิดดังนั้นแล้วกวนเป๋งก็โกรธ ชักม้าเข้ารบกับซิหลง

            กวนเป๋งรบกับซิหลงได้สี่เพลง ทหารของชีเสียงและลิเตียนก็ยกหนุนกลับเข้ามา ในขณะที่ทหารของซิหลงก็โห่ร้องเป็นสัญญาณให้ตีกระหนาบเข้าไปพร้อมกัน กวนเป๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจ ทั้งเห็นแสงไฟในเมืองยิ่งไหม้ลามรุนแรงขึ้น จึงสำคัญว่าข้าศึกยึดเมืองเอียนเสียได้แล้ว จึงพาทหารที่เหลือหนีไปทางตำบลซูทง เพื่อจะสมทบกับกองทหารของเลียวฮัว

            ครั้นกวนเป๋งพาทหารหนีไปถึงค่ายของเลียวฮัวแล้ว เลียวฮัวซึ่งทราบความข้างเมืองเกงจิ๋วจากทหารมาก่อนจึงแจ้งความแก่กวนเป๋งว่า ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่าซุนกวนให้ลิบองยกไปตีเมืองเกงจิ๋วได้แล้ว ท่านไม่ทราบหรือ

            ทหารของกวนเป๋งพอได้ยินดังนั้นก็พากันตกใจ คิดถึงครอบครัวซึ่งอยู่ในเมืองเกงจิ๋ว กวนเป๋งเห็นทหารขวัญเสียจึงกล่าวกับเลียวฮัวว่า ข่าวที่ว่าเมืองเกงจิ๋วเสียแก่ ซุนกวนนั้นเป็นข่าวลวงของข้าศึก ท่านอย่าเจรจาความเรื่องนี้สืบไป และหากทหารคนใดกล่าวถึงเรื่องนี้อีก ข้าพเจ้าก็จะประหารชีวิตเสีย.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓