ตอนที่ 417. ฤทธิ์ของขิงแก่

 แฮหัวชงและฮันโฮหลงกลฮองตง แบ่งกำลังรักษาค่ายที่ยึดได้ถึงสามค่าย และนำกำลังทหารที่เหลือเข้าประชิดด่านแฮบังก๋วน จึงถูกฮองตงรุกกลับโจมตีจนแตกพ่ายแล้วยึดค่ายทั้งสามคืน จากนั้นจึงรุกไล่ตามตีไปจนถึงเขาเทียนตองสันอันเป็นคลังเสบียงใหญ่ของเมืองฮันต๋ง แฮหัวเต๊กจึงให้ฮันโฮนำทหารสามพันยกไปสกัดกองทัพ ฮองตงที่ปากทางเชิงเขาเทียนตองสัน

            ฮันโฮคุมทหารสามพันยกไปถึงปากทางเข้าเขาเทียนตองสันก็ปะทะกับฮองตงซึ่งยกทหารรุกตรงเข้ามา ฮันโฮพอเห็นฮองตงก็ร้องด่าท้าทายว่าอ้ายเฒ่ามาถึงที่นี่จะมาหาที่ฝังศพหรืออย่างไร

            ฮองตงถูกหยามว่าเป็นคนแก่ก็โกรธ เพลิงโทสะพลุ่งโหมประหนึ่งราดเชื้อเพลิงเข้าสู่กองไฟ จึงชักม้าปราดเข้าหาฮันโฮ ทั้งสองฝ่ายประมือกันได้ไม่ถึงสามเพลงฮองตงก็เอาง้าวฟันฮันโฮตกม้าตาย

            ฮองตงเห็นได้ทีจึงสั่งให้จุดประทัดสัญญาณดังกึกก้องและให้ทหารโห่ร้องขึ้นพร้อมกันเพื่อให้สัญญาณแก่เงียมหงันซึ่งยกทหารมาตั้งซุ่มอยู่ก่อนหน้าแล้ว ในขณะเดียวกันฮองตงก็คุมทหารรุกไล่ตามตีฆ่าฟันทหารของฮันโฮที่กำลังแตกหนีบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            เตียวคับและแฮหัวชงรู้ว่าฮันโฮเสียทีแก่ฮองตงก็คุมทหารจะยกลงมาช่วย แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประทัดสัญญาณดังขึ้นที่ด้านหลังเขาเทียนตองสัน มีเสียงทหารโห่ร้องก้องกัมปนาทและเห็นแสงเพลิงลุกไหม้ขึ้นเป็นอันมากก็ละล้าละลัง ไม่รู้ที่จะรุกไปข้างหน้าหรือถอยกลับไปทางด้านหลัง

            ทางฝ่ายแฮหัวเต๊กอยู่ที่ค่ายบัญชาการของเขาเทียนตองสัน พอรู้ว่าข้าศึกรุกโจมตีมาจากทางด้านหลังเขาอีกทางหนึ่ง และเผาคลังเสบียงอาหารเป็นอันมากก็ตกใจ รีบพาทหารเท่าที่จะระดมได้ยกไปทางด้านหลังเขาเทียนตองสัน

            ทางด้านเงียมหงันซุ่มทหารอยู่ในป่าด้านหลังเขา ครั้นได้ยินสัญญาณจากฮองตงก็ได้จุดประทัดสัญญาณให้ทหารทุกหน่วยซึ่งซุ่มอยู่นั้นรุกรบเข้าโจมตีคลังเสบียงของเขาเทียนตองสันพร้อมกัน กองทหารของเงียมหงันได้จู่โจมเข้ายิงธนูเพลิงใส่คลังเสบียงเป็นหลายแห่ง แล้วโห่ร้องรุกไล่ฆ่าฟันทหารซึ่งคุ้มกันคลังเสบียงบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก

            ฝ่ายเงียมหงันคุมทหารตีกระหนาบเข้ามาหวังจะสมทบกับฮองตง ครั้นเห็นแฮหัวเต๊กคุมทหารยกมาสกัดก็ขี่ม้ารำทวนตรงเข้าไปหา  แฮหัวเต๊กเห็นเงียมหงันผมหงอกขาวก็ประมาท นึกกระหยิ่มใจว่าจะจับเป็นเงียมหงันให้จงได้ จึงชักม้าเข้ารบกับเงียมหงัน

            แต่พอประอาวุธกันเท่านั้นแฮหัวเต๊กก็สะท้านขึ้นทั้งตัวเพราะแรงกระทบทำให้ไหล่แทบจะหลุดออกจากร่างก็ตกใจเป็นอันมาก สัมผัสได้ว่าเงียมหงันนั้นแม้อยู่ในวัยชราแล้วแต่กำลังวังชายังหนักหน่วงนัก แฮหัวเต๊กยังไม่ทันกลับม้าเข้ามาปะทะครั้งใหม่ เงียมหงันได้ดึงบังเหียนม้ากลับอย่างรวดเร็ว แล้วตวาดขึ้นด้วยเสียงอันดังและเอาทวนแทงถูกแฮหัวเต๊กตกม้าตาย

            ทางฝ่ายฮองตงได้ยินเสียงประทัดสัญญาณและเห็นแสงเพลิงไหม้ขึ้นจากด้านหลังเขาเทียนตองสันก็ดีใจ ด้วยรู้ว่าเงียมหงันสหายศึกเฒ่าทำการสำเร็จตามแผนการแล้ว จึงสั่งทหารให้ตีกระหนาบเข้าไปสมทบกับกองทหารของเงียมหงันและให้ทหารเผาคลังเสบียงในบริเวณนั้นอีกสองสามแห่ง

            ฮองตงและเงียมหงันต่างคุมทหารตีกระหนาบกระทบเข้ามาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเขาเทียนตองสัน ในขณะที่ทหารของเตียวคับและแฮหัวชงแตกตื่นคุมกันไม่ติด ถูกทหารเมืองเสฉวนฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก เตียวคับและแฮหัวชงเห็นเหลือกำลังนักจึงพาทหารที่สนิทหนีไปทางเขาเตงกุนสันเพื่อไปหาแฮหัวเอี๋ยน

            ทหารของแฮหัวเต๊ก เตียวคับ และแฮหัวชงที่หนีไม่ทันถูกจับเป็นเชลยเป็นจำนวนมากและยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี ฮองตงและเงียมหงันได้ชัยชนะแก่ข้าศึก สามารถยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญอันเป็นคลังเสบียงของเมืองฮันต๋งไว้ได้แล้ว จึงสั่งทหารให้รีบเข้าดับเพลิงและรักษาเสบียงที่เหลืออยู่เพื่อคอยท่ากองทัพของเล่าปี่ต่อไป

            ครั้นควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เขาเทียนตองสันได้สิ้นเชิงแล้ว ฮองตงและเงียมหงันจึงให้ทหารกวดขันรักษาช่องทางที่จะเข้ามายังเขาเทียนตองสันอย่างแน่นหนา แล้วแต่งหนังสือให้ม้าเร็วถือไปรายงานแก่เล่าปี่ที่เมืองเสฉวน

            ฤทธิ์เดชของคนแก่บางคนก็คล้ายกับขิงแก่ คือยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดร้อน แต่ก็มีคนแก่อีกจำนวนมากที่แก่แล้วแก่เลยกลายเป็นคนจำพวกแก่มะพร้าว เฒ่ามะละกอ ไม่อยู่กับร่องกับรอย ให้ผู้คนเขาเหยียดหยามว่าเลอะเทอะไร้มาตรฐาน กระทั่งถูกถอนหงอกก็ยังไม่รู้จักชอกรู้จักช้ำ

            ครั้นเล่าปี่ทราบรายงานแล้วจึงเรียกประชุมที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองทั้งปวง แล้วปรึกษาว่าจะทำการประการใดต่อไป

            หวดเจ้งซึ่งเป็นที่ปรึกษาได้เสนอว่า “ครั้งโจโฉยกมาตีเมืองฮันต๋งนั้น ก็คิดจะมาตีเอาเมืองเสฉวน บัดนี้โจโฉให้แฮหัวเอี๋ยนกับเตียวคับอยู่รักษาเมืองฮันต๋ง ตัวโจโฉยกกองทัพกลับไปนั้น เหมือนหนึ่งมิใช่ความคิดโจโฉ แล้วเตียวคับก็แตกยับเยิน ทั้งเสียเสบียง ณ เขาเทียนตองสัน ครั้งนี้เห็นได้ทีอยู่แล้ว ขอให้ยกกองทัพหลวงไปตีเอาเมืองฮันต๋งไว้ให้ได้แล้ว แม้จะยกล่วงไปกำจัดศัตรูราชสมบัติเสียก็เห็นจะได้โดยง่าย ถ้ามิดังนั้นก็ให้แต่งผู้รักษาเมืองฮันต๋งไว้เป็นเมืองหน้าด่าน ท่านจงยกกลับมารักษาเมืองเสฉวนไว้ให้เป็นที่มั่นคง ก็จะมีความสุขสืบไป”

            เล่าปี่ได้ฟังคำหวดเจ้งดังนั้นก็หันไปมองหน้าขงเบ้ง เห็นขงเบ้งอมยิ้มและพยักหน้าเป็นทีเห็นด้วยเล่าปี่ก็มีความยินดี ตัดสินใจยกกองทัพไปตีเมืองฮันต๋ง และให้มีหมายประกาศไปยังบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ที่ขึ้นต่อเมืองเสฉวนให้ระมัดระวังกวดขันรักษาด่านต่าง ๆ ไว้ให้มั่นคง

            อันแผนการที่หวดเจ้งได้เสนอต่อเล่าปี่ครั้งนี้มีความหมายเป็นสองนัยยะ คือประการแรก ฉวยโอกาสที่โจโฉถอนตัวกลับไปอยู่เมืองฮูโต๋ ให้เล่าปี่รีบยกไปตีเมืองฮันต๋งให้สำเร็จ จากนั้นจึงยกล่วงเข้าไปตีเมืองฮูโต๋เสียทีเดียว ในประการนี้ก็คือยุทธศาสตร์สามก๊กขั้นที่สามที่ขงเบ้งเคยเสนอแก่เล่าปี่เมื่อครั้งที่เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้ง ณ เขาโงลังกั๋ง ส่วนประการที่สอง หากแม้นสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยที่จะยกไปตีเมืองฮูโต๋ เมื่อยึดได้แล้วก็ให้ถือเมืองฮันต๋งเป็นเมืองหน้าด่านสำหรับยันกองทัพเมืองฮูโต๋ โดยให้เล่าปี่ถอยกลับมาตั้งหลักที่เมืองเสฉวนต่อไป แต่การจะเป็นประการใดนั้น ถึงแม้ความคิดของคนจะคิดได้ แต่ความสำเร็จหาได้ขึ้นกับเจตจำนงของคนไม่ หากขึ้นต่อลิขิตสวรรค์ที่ขีดคั่นกำหนดไว้แล้วว่าอายุขัยแห่งราชวงศ์ฮั่นจะรุ่งเรืองหรือดับสูญประการใด

            เจี้ยนอันศกปีที่ยี่สิบสาม ตรงกับพุทธศักราชเจ็ดร้อยหกสิบเอ็ด เดือนเก้า ขึ้นเก้าค่ำ เป็นวันฤกษ์ดี เล่าปี่ได้กรีฑาทัพสิบหมื่นออกจากเมืองเสฉวนโดยจูล่งเป็นแม่ทัพกองทัพหน้า เล่าปี่และขงเบ้งเป็นกองทัพหลวง ยกตรงไปที่ด่านแฮบังก๋วนซึ่งเป็นด่านสำคัญใกล้ชายแดนเมืองฮันต๋ง

            เมื่อกองทัพของเล่าปี่ยกมาถึงด่านแฮบังก๋วน ขงเบ้งจึงให้ตั้งค่ายไว้ที่ด้านนอกด่าน แล้วให้ม้าเร็วไปเชิญตัวฮองตงและเงียมหงันจากเขาเทียนตองสันมาพบเป็นการด่วน

            ครั้นฮองตงและเงียมหงันมาถึง ได้เข้าไปคำนับเล่าปี่และขงเบ้ง รายงานความศึกทั้งปวงให้ทราบ เล่าปีจึงให้ปูนบำเหน็จฮองตงและเงียมหงันเป็นอันมาก แล้วเล่าปี่จึงว่า “ทหารทั้งปวงดูหมิ่นว่าท่านเป็นคนชรา จะทำการศึกไม่ได้ แต่เรากับขงเบ้งรู้อยู่ว่าท่านจะทำการสงครามได้ จึงให้อาสามาทำการได้ชัยชนะแก่เตียวคับ บัดนี้ท่านก็ได้เสบียงข้างเขาเทียนตองสันแล้ว ยังแต่เสบียงข้างเขาเตงกุนสัน ซึ่งแฮหัวเอี๋ยนรักษาอยู่นั้น แม้เราได้เสบียงตำบลนี้อีกเมืองฮันต๋งก็จะอยู่ในเงื้อมมือเรา”

            ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็ขันอาสาว่า ข้าพเจ้านำกองทัพยกล่วงมาถึงเพียงนี้แล้ว เหลืออยู่ก็แต่เขาเตงกุนสัน จะขออาสานำทหารไปตีเอาเขาเตงกุนสันให้แก่ท่านจงได้

            เล่าปี่หันหน้าไปมองขงเบ้งซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่ขงเบ้งได้กล่าวกับฮองตงว่า ท่านผู้เฒ่ามีฝีมือลือชาปรากฏ งามงดน่าเกรงขาม แต่ทว่าหลายเพลามานี้ท่านได้กรำศึกอย่างหนักย่อมอ่อนล้าอิดโรยลงตามวัยสังขาร ส่วนแฮหัวเอี๋ยนเล่าก็เป็นญาติของโจโฉ มีกำลังฝีมือแข็งกล้านัก ทั้งประสบการณ์ในการศึกก็โชกโชนยิ่งกว่าเตียวคับ โจโฉจึงวางใจให้มารักษาจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญนี้ ข้าพเจ้าเห็นมีแต่กวนอูเท่านั้นที่จะเอาชนะแฮหัวเอี๋ยนได้ จึงใคร่ให้ท่านไปรักษาเมืองเกงจิ๋วแทนกวนอูไว้ชั่วคราว แล้วเรียกกวนอูมารับหน้าที่ยกทหารไปตีเขาเตงกุนสันต่อไป

            ฮองตงได้ฟังคำขงเบ้งปรามาสดังนั้นก็มุมานะราวกับช้างสารตกมัน กล่าวกับขงเบ้งด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ท่านอย่าเพิ่งดูหมิ่นข้าพเจ้า แลเมื่อครั้งเลียดก๊กนั้นเจ้าเมืองเก๊กมีทหารเอกผู้หนึ่งชื่อว่าเลียมเภา อายุแปดสิบเศษ มีกำลังวังชากล้าแข็ง กินข้าววันละถัง หมูวันละสิบชั่ง ถือง้าวหนักแปดสิบชั่ง เป็นที่ยำเกรงแก่เหล่าทหารและข้าศึกทั้งปวง ตัวข้าพเจ้าวันนี้อายุเพียงเจ็ดสิบเศษ ยังแข็งแรงกว่าเลียมเภามากนัก ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสาเอาทหารสามพันไปตัดศีรษะแฮหัวเอี๋ยนมามอบแก่ท่านให้จงได้

            ขงเบ้งเห็นฮองตงขุ่นเคืองด้วยแรงมานะก็แสร้งทักท้วงถึงสองสามครั้ง แต่ฮองตงก็ยังยืนยันอาสาจะพาทหารยกไปตีเขาเตงกุนสัน ขงเบ้งจึงทำทีขัดมิได้แล้วว่า เมื่อท่านยืนยันขันอาสาดังนี้ข้าพเจ้าก็ไม่อาจขัดน้ำใจท่าน ท่านจงไปทำการตามที่อาสาให้สำเร็จดังประสงค์เถิด แต่ข้าพเจ้าจะให้หวดเจ้งไปกับท่าน จะได้ช่วยกันคิดอ่านการศึกต่อไป ตัวข้าพเจ้าและเล่าปี่อยู่ทางนี้จะจัดแจงทหารยกหนุนไปในเวลาอันสมควร

            ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี คำนับเล่าปี่แล้วพาหวดเจ้งพร้อมทหารสามพันยกไปทางเขาเตงกุนสัน

            พอฮองตงคล้อยหลังไปจากค่าย ขงเบ้งจึงกล่าวกับเล่าปี่ว่าข้าพเจ้ายั่วยุให้ฮองตงมุมานะจะได้ทำการอย่างแกล้วกล้า แต่อย่างไรเสียฮองตงก็มีอายุมากแล้ว ศึกครั้งนี้เป็นการสำคัญ จะยอมให้มีการเสี่ยงภัยใด ๆ ไม่ได้ ชอบที่จะยกทหารหนุนไปช่วยฮองตงเผื่อพลาดพลั้งประการใดจะได้ช่วยแก้ไขมิให้เป็นอันตราย

            เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย ขงเบ้งจึงเรียกจูล่งมาสั่งให้นำทหารหนึ่งพันยกตามทางลัดตามฮองตงไป และกำชับว่าถ้ามาตรแม้นฮองตงทำการได้ชัยชนะแก่ข้าศึก ก็ให้ซุ่มกำลังไว้ในป่าคอยฟังคำสั่งต่อไป แต่ถ้าฮองตงพลาดพลั้งเสียทีแก่ข้าศึกก็ให้ยกหนุนเข้าช่วยอย่าให้เป็นอันตรายได้

            จูล่งรับคำแล้วคำนับลาเล่าปี่และขงเบ้งออกไปจัดแจงทหารแล้วยกตามฮองตงไป

            ขงเบ้งเรียกเล่าฮองและเบ้งตัดเข้ามาพบแล้วสั่งการว่า ให้ท่านทั้งสองคุมทหารสามพันยกไปที่เขาเตงกุนสัน ให้เอาธงไปปักไว้ในราวป่าอันเป็นที่เปลี่ยวเพื่อลวงข้าศึกให้สับสน เมื่อใดที่ฮองตงและจูล่งยกทหารเข้ารบเกิดศึกติดพันชุลมุนแล้วให้ยกทหารเข้ายึดคลังเสบียงและค่ายเขาเตงกุนสันให้จงได้

            เล่าฮองและเบ้งตัดรับคำขงเบ้งแล้ว คำนับลาเล่าปี่ออกไปจัดแจงทหารแล้วยกไปตามคำสั่งของขงเบ้ง

            จากนั้นขงเบ้งจึงสั่งให้เงียมหงันไปรักษาเมืองปาเสแทนเตียวหุยและอุยเอี๋ยน แล้วมีหมายเรียกสับให้เตียวหุยและอุยเอี๋ยนคุมทหารยกไปซุ่มอยู่ในป่านอกเมืองลำเต๋ง คอยฟังสัญญาณโจมตีเมืองต่อไป

            ทางฝ่ายเตียวคับและแฮหัวชงครั้นแตกหนีมาถึงเขาเตงกุนสันแล้ว จึงเข้าไปรายงานความศึกทั้งปวงให้แฮหัวเอี๋ยนทราบ และแจ้งแก่แฮหัวเอี๋ยนว่าบัดนี้หน่วยสอดแนมได้รายงานว่าเล่าปี่ได้ยกกองทัพออกจากเมืองเสฉวนจะมาตีเมืองฮันต๋ง ชอบที่จะต้องทูลรายงานความศึกให้วุยอ๋องทราบ

            แฮหัวเอี๋ยนได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงทำหนังสือถึงโจหองที่เมืองลำเต๋ง รายงานความทั้งปวงให้ทราบ โจหองได้ทราบความแล้วจึงทำหนังสือรายงานกราบทูลให้วุยอ๋องทราบความทุกประการ.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘