ตอนที่ 413. ปีนข้ามเขา บินข้ามฟ้า

  เตียวหุยทำกลอุบายใช้สุราลวงให้เตียวคับประมาทแล้วใช้แผนเกี่ยวเงี่ยงปลาดุกตีค่ายเพ็กเงียม ค่ายบองเทา และค่ายบองเซ็กแตก จนเตียวคับต้องถอยไปตั้งหลักที่ด่านบองเทาเหงียมตามเดิม ครั้นเตียวหุยยกกองทัพไปประชิดเตียวคับก็วางแผนซุ่มโจมตีจนลุยต๋องถึงแก่ความตาย และใช้แผนเดิมลวงเตียวหุยอีก แต่เตียวหุยแจ้งในกลอุบายของเตียวคับ จึงวางแผนแก้กลอุบายนั้น

            เตียวหุยคิดอ่านซ้อนกลเตียวคับเพราะเตียวหุยรู้ดีอยู่แล้วว่าการรบในวันพรุ่งนี้ เตียวคับก็จะใช้แผนการเดิม คือล่อเตียวหุยเข้าไปในทางน้อยและให้ทหารซุ่มอยู่ในทางน้อยนั้นทั้งสองข้างทาง พอเตียวหุยเข้าไปก็ยกทหารออกมาโจมตี

            ดังนั้นแผนการที่เตียวหุยคิดซ้อนกลเตียวคับคือให้อุยเอี๋ยนคุมทหารเป็นสองกอง พร้อมด้วยเชื้อเพลิงและฟางเป็นจำนวนมาก ทั้งสองกองให้ซุ่มอยู่ในทางน้อยด้านหลังทหารของเตียวคับเพื่อกำจัดกองซุ่มของเตียวคับเสียก่อน และให้แบ่งทหารเอาเชื้อเพลิงและฟางไปเตรียมไว้ที่ต้นทางและปลายทางน้อย ใช้เพลิงสกัดกั้นไม่ให้เตียวคับหนีไปทางปลายทางหรือต้นทางได้

            อุยเอี๋ยนได้ฟังแผนการดังนั้นก็ยกย่องความคิดของเตียวหุยเป็นอันมากว่าเขาเล่าลือว่าท่านวู่วามแรงด้วยโทสะ คิดไม่ถึงว่าท่านจะคิดอ่านแผนการศึกได้รัดกุมลึกซึ้งถึงเพียงนี้

            เตียวหุยได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ อุยเอี๋ยนก็หัวเราะตาม แล้วเตียวหุยจึงว่าความคิดของข้าพเจ้าเป็นแต่ประมาณดอก แผนการทั้งนี้ข้าพเจ้าจดจำมาจากแผนการของกุนซือทั้งสิ้น

            อุยเอี๋ยนรับคำเตียวหุยแล้วจึงว่าข้าพเจ้าจะลอบยกทหารไปซุ่มอยู่ในทางน้อย และเตรียมการตามแผนการของท่านตั้งแต่สองยามวันนี้ ท่านจงวางใจเถิด แล้วอุยเอี๋ยนจึงคำนับลาเตียวหุยออกไปจัดแจงการตามแผนการนั้น

            พอรุ่งขึ้นเช้าเตียวหุยก็ขี่ม้าพาทหารจะออกไปรบกับเตียวคับ เตียวคับก็คุมทหารยกมาจะท้ารบกับเตียวหุยหวังจะลวงเตียวหุยเข้าไปในทางน้อยตามแผนการเดิม แล้วจะจับตัวเตียวหุยล้างความอัปยศให้จงได้

            สองทหารเสือพอเห็นหน้าก็ขี่ม้าปราดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างโห่ร้องก้องสนั่นทั้งท้องทุ่ง เตียวคับรบกับเตียวหุยได้เพียงสิบเพลงก็ชักม้าหนีไปตามกล เตียวหุยทำทีไม่รู้ทัน และขี่ม้าไล่ตามเตียวคับไป

            เตียวคับขี่ม้าเข้ามาถึงทางน้อย เหลียวไปด้านหลังเห็นเตียวหุยไล่ตามมาก็ดีใจ คิดว่าคราวนี้คงจับเตียวหุยได้เป็นแน่แท้ เตียวคับจึงขี่ม้าไปถึงจุดซุ่ม แล้วชักม้ากลับมารบกับเตียวหุยอย่างคึกคะนอง

            เตียวคับขี่ม้ากลับมารบกับเตียวหุยกว่ายี่สิบเพลงแล้วก็ไม่เห็นทหารซึ่งซุ่มไว้ยกออกมาตีกระหนาบเตียวหุยก็ประหลาดใจ กลับเห็นควันไฟลุกโชติขึ้นทั้งต้นทางและปลายทาง แล้วทหารเมืองเสฉวนก็กรูออกมาจากทั้งสองข้างทาง ร้องบอกต่อ ๆ กันว่าให้จับเตียวคับให้จงได้

            เตียวคับเห็นดังนั้นก็ตกใจและแปลกประหลาดใจว่าเหตุไฉนทหารซึ่งซุ่มไว้ไม่ยกออกมาตีกระหนาบเตียวหุยตามแผนการ เตียวหุยเห็นเตียวคับละล้าละลังดังนั้นก็รุกไล่อย่างดุเดือด พลางข่มขวัญว่าเตียวคับเอย อย่าหวังว่าทหารที่ซุ่มไว้จะยกออกมาช่วย อุบายเพียงเท่านี้เราก็แจ้งอยู่ จึงซ้อนกลซุ่มทหารไว้ด้านหลังทหารของท่านแล้วโจมตีฆ่าเสียจนหมดสิ้นก่อนที่ท่านจะเข้ามาในทางน้อยนี้แล้ว บัดนี้ท่านตกอยู่ในกลอุบายของเรา จะหนีไปทางปลายทางก็มิได้แล้ว จงยอมจำนนแต่โดยดีเราก็จะไว้ชีวิตให้

            เตียวคับรู้ความดังนั้นก็ยิ่งตกใจ มองไปทางหน้าเหลียวมาทางหลังก็เห็นทหารเมืองเสฉวนตีกระหนาบรุกกระชับเข้ามาทั้งสองด้าน ทางปลายทางต้นทางทั้งสองเล่าก็มีแสงเพลิงและควันไฟลุกโขมง ถึงแม้จะตีฝ่าหนีออกไปก็ไม่อาจฝ่ากองเพลิงที่ปากทางและปลายทางได้ เตียวคับก็หน้าถอดสี

            เตียวคับตัดสินใจฝ่าสถานการณ์คับขัน ขี่ม้าหนีออกจากวงรบขึ้นไปบนเนินเขาโดยมีทหารติดตามไปเพียงไม่ถึงห้าสิบคน เตียวหุยไม่รู้ภูมิประเทศคิดว่าเตียวคับขึ้นไปบนภูเขาแล้วไม่มีเส้นทางหนีต่อไป จึงสั่งทหารให้ตั้งขบวนรุกคืบขึ้นไปบนเนินเขาอย่างช้า ๆ หวังมิให้เตียวคับตีฝ่ากลับลงมาได้

            เดชะบุญเตียวคับยังไม่ถึงที่ตาย เมื่อขี่ม้าขึ้นเนินเขาหนีไปแล้วก็ดั้นด้นขึ้นไปจนถึงบนยอดเขา เห็นทางลาดชันลงไปถึงด่านบองเทาเหงียม เตียวคับก็มีความยินดี รีบขี่ม้าหนีเข้าด่านไป และสั่งทหารให้กวดขันรักษาด่านไว้มิให้ประมาท

            เตียวหุยนำขบวนทหารค่อย ๆ รุกคืบขึ้นไปจนถึงยอดเขาก็ไม่พบเตียวคับ มองลงไปเห็นด่านบองเทาเหงียมก็รู้ว่าเตียวคับหนีกลับเข้าไปในด่านแล้ว จึงพาทหารกลับไปค่าย

            วันรุ่งขึ้นเตียวหุยคุมทหารยกไปตีด่านบองเทาเหงียมอีก แต่เตียวคับก็ป้องกันรักษาค่ายไว้เป็นสามารถ เตียวหุยยกทหารเข้าตีด่านบองเทาเหงียมติดต่อกันถึงสิบวันก็ไม่สามารถตีได้สำเร็จ จึงสั่งให้ถอยทัพออกมาตั้งค่ายไกลจากด่านบองเทาเหงียมสองร้อยเส้น

            การถอยมาตั้งค่ายใหม่ของเตียวหุยครั้งนี้คือการเปลี่ยนกลยุทธ์รุกมาเป็นกลยุทธ์ยัน เพราะการตั้งค่ายประชิดด่านจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากภายในด่านตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มั่นคงแข็งแรง สามารถอาศัยกำแพงด่านเป็นเครื่องป้องกันการรุกเข้าตีได้เป็นอย่างดี และถ้าเห็นได้ทีก็สามารถยกเข้าตีค่ายได้โดยสะดวก การระมัดระวังรักษาค่ายอย่างกวดขันจะทำให้ทหารอ่อนล้าอิดโรย หากนานวันไปก็จะเพลี่ยงพล้ำ ดังนั้นเพื่อแก้ไขความเสียเปรียบ เตียวหุยจึงให้ถอยทัพออกมาตั้งค่ายใหม่ในระยะห่างพอสมควรในระยะที่สามารถป้องกันระวังตนได้ทันท่วงที ทั้งสามารถคุมเชิงการเคลื่อนไหวภายในด่านได้ด้วย ดังนี้จึงเห็นได้ว่าความก้าวหน้าในทางพิชัยยุทธ์ของเตียวหุยหลังจากที่ขงเบ้งมาอยู่กับเล่าปี่แล้วได้เปลี่ยนแปลงไปในทางเก่งกล้าสามารถมากขึ้น ต่างกับกวนอูซึ่งยังคงอาศัยความกล้าหาญและความเก่งกล้าเป็นบาทฐานดังเดิม

            เตียวหุยตั้งค่ายใหม่แล้วก็ประพฤติตนตามแบบอย่างของขงเบ้ง คือศึกษาภูมิประเทศให้เข้าใจจนกระจ่างถ่องแท้เพื่อกำหนดแผนการยุทธ์สืบไป ดังนั้นเตียวหุยจึงพาทหารคนสนิทยี่สิบห้าคนพร้อมด้วยอุยเอี๋ยนลอบไปสำรวจภูมิประเทศโดยรอบด่านบองเทาเหงียม

            เห็นภูมิประเทศเป็น “ซอกห้วยเนินเขา แลทางนั้นกันดารนัก จำเพาะข้ามเขาจึงจะมาได้”

            นั่นคือภูมิประเทศอันเป็นที่ตั้งด่านบองเทาเหงียมตั้งอยู่ในหุบเขา มีภูเขาสูงชันกั้นขวางโดยรอบ มีซอกเขาเนินเขาและลำธารห้วยละหานอันทุรกันดาร ยากแก่การนำกองทัพรุกเข้ามาได้ การยกทหารเข้าตีด่านบองเทาเหงียมจะมีความเป็นไปได้ก็แต่โดยปีนข้ามภูเขาเท่านั้น

            เพราะเหตุนี้เตียวคับจึงมีความมั่นใจว่าเตียวหุยจะไม่สามารถตีด่านบองเทาเหงียมได้สำเร็จ ดังนั้นเตียวคับจึงกำหนดแผนตั้งรับข้าศึกอยู่ในด่านบองเทาเหงียม คาดหวังว่าเมื่อเสบียงอาหารหมดสิ้นลงกองทัพเตียวหุยก็ต้องยกกลับไป ซึ่งต้องถือว่านี่คือความคิดที่ประมาทต่อการศึก เพราะบนฟ้านั้นถึงแม้คนจะบินข้ามไปไม่ได้ แต่นกก็ยังสามารถบินข้ามฟ้าไปได้ สำมะหาอะไรกับภูเขา มีหรือที่จะขัดขวางความพยายามของคนได้

            เมื่อครั้งสงครามเจ็ดวันระหว่างอินเดียกับจีนเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนอินเดียกับจีนในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้านั้น อินเดียก็ประมาทว่ากองทัพปลดแอกประชาชนจีนจะไม่สามารถยกฝ่าข้ามภูเขาสูงชันมาได้ แต่ในที่สุดกองทัพปลดแอกประชาชนจีนที่บัญชาการสูงสุดโดยเหมาเจ๋อตงก็ได้ปีนข้ามภูเขาอันสูงชันรุกเข้าไปในดินแดนของอินเดียอย่างดุเดือด ห้าวหาญ และปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จภายในเวลาเจ็ดวัน หลังจากนั้นก็ถอนทัพกลับ

            เตียวหุยสำรวจภูมิประเทศแล้วตัดสินใจเข้าตีด่านบองเทาเหงียมโดยใช้ยุทธวิธีให้ทหารปีนภูเขา อันเป็นแผนการเหนือความคาดหมายของข้าศึก โดยยอมฝ่าความยากลำบากและอุปสรรคนานัปการเพื่อทำการในสิ่งที่ข้าศึกคิดไม่ถึง แล้วช่วงชิงชัยชนะให้จงได้

            ดังนั้นปัญหาของเตียวหุยจึงอยู่ที่การหาผู้รู้ภูมิประเทศและเส้นทางปีนป่ายภูเขาสูงเพื่อเข้าตีด่านบองเทาเหงียมโดยฉับพลัน และโชคก็เข้าข้าง ในขณะที่เตียวหุยคุมทหารสำรวจภูมิประเทศอยู่นั้นได้พบกับชาวบ้านหาบคอนของป่าไต่เถาวัลย์ห้อยตัวลงมาจากยอดเขา

            เตียวหุยรอจนกระทั่งชาวบ้านกลุ่มนั้นไต่เขาลงมาถึงพื้นแล้วจึงลงจากหลังม้าชวนอุยเอี๋ยนเดินเข้าไปหา คำนับและถามว่าท่านเป็นชาวบ้านใด จึงได้ไต่เขาลงมาที่นี่

            ชาวบ้านทั้งห้าคนเห็นท่าทีเตียวหุยเป็นมิตรและอ่อนน้อมจึงคำนับตอบแล้วว่า พวกข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองฮันต๋ง เที่ยวค้าขายของป่า ทราบว่ากองทหารมาตั้งอยู่ทั้งในด่านและนอกด่านบองเทาเหงียม เกรงจะถูกรังแกรีดไถจึงเลี่ยงมาตามทางลัดไต่เขามาจนถึงที่นี่

            เตียวหุยจึงถามว่า เส้นทางที่มาเป็นส่วนไหนของด่าน ชาวบ้านทั้งห้าคนจึงบอกว่าลงจากยอดเขาไปข้างล่างอีกด้านหนึ่งจะเป็นท้ายด่านบองเทาเหงียม มีทหารอยู่ไม่มากนัก ผิดกับทางหน้าด่านซึ่งทหารชุมนุมอยู่หนาแน่น

            เตียวหุยได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีจึงว่า เวลานี้บ่ายเย็นแล้วข้าพเจ้าขอเชิญท่านไปที่ค่ายเพื่อเลี้ยงขอบคุณให้เป็นไมตรีไว้สักครั้งหนึ่ง ชาวบ้านทั้งห้าคนเห็นเตียวหุยให้เกียรติพวกตนผิดกับทหารที่เคยพบเห็นมาแต่ก่อนก็มีความยินดี ทั้งเห็นเป็นเวลาใกล้มืดจึงตอบรับคำ เตียวหุยจึงพาทหารและชาวบ้านทั้งห้าคนมาที่ค่าย

            พอมาถึงค่ายเตียวหุยและอุยเอี๋ยนจึงเลี้ยงดูชาวบ้านทั้งห้าคนอย่างอิ่มหนำสำราญและผูกมิตรไมตรีจนแน่นแฟ้น แล้วมอบเงินทองเป็นสินน้ำใจ จากนั้นเตียวหุยจึงขอให้ชาวบ้านทั้งห้าคนช่วยนำทางไปที่ด่านบองเทาเหงียม

            ชาวบ้านทั้งห้าคนได้รับทั้งไมตรี ทั้งเกียรติยศ ข้าวปลาอาหาร และของรางวัลก็มีความยินดีจึงตกปากรับคำช่วยเหลือเตียวหุยอย่างเต็มที่

            พอใกล้รุ่งเตียวหุยจึงสั่งจัดทหารเป็นสองกอง ให้อุยเอี๋ยนคุมกองหนึ่งยกเข้าตีด่านบองเทาเหงียมทางด้านหน้า ส่วนเตียวหุยจัดทหารที่ชำนาญการเดินป่าและการรบในป่าเขาห้าร้อยคน ให้ชาวบ้านทั้งห้าคนเป็นผู้นำทาง ปีนป่ายภูเขาไปตามเส้นทางลัดเพื่อเข้าตีด่านบองเทาเหงียมทางด้านหลัง

            ครั้นจัดแจงทหารเสร็จแล้วจึงกำหนดนัดเวลาเที่ยงตรงเป็นเวลาเข้าตีด่านพร้อมกัน ทหารทั้งสองกองจึงยกออกจากค่าย เป้าหมายตรงไปที่ด่านบองเทาเหงียม

            เตียวคับรักษาการอยู่ในด่านด้วยความมั่นใจว่าจะใช้กลยุทธ์ตั้งรับเพื่อรับมือกับกองทัพของเตียวหุย พอใกล้เที่ยงทหารรักษาการณ์ได้วิ่งเข้ามารายงานว่าบัดนี้อุยเอี๋ยนยกทหารมาท้ารบที่หน้าด่าน เตียวคับขึ้นไปดูบนกำแพงด่าน เห็นธงประจำตัวนายทัพไม่ใช่เตียวหุยแต่เป็นชื่ออุยเอี๋ยน เตียวคับสำคัญว่าจะสามารถเอาชนะแก่ฝีมือของอุยเอี๋ยนได้โดยง่าย จึงลงจากกำแพงด่านแล้วคุมทหารยกออกจากด่านจะไปรบกับอุยเอี๋ยน

            เตียวคับคุมทหารออกจากประตูด่านไปยังไม่ทันหมดขบวน ทหารรักษาการณ์ได้วิ่งตามมารายงานอย่างร้อนรนว่า ทางด้านท้ายด่านมีทหารข้าศึกรุกเข้าโจมตีและได้จุดเพลิงทางด้านท้ายด่านเป็นหลายแห่ง

            เตียวคับได้ยินรายงานดังนั้นจึงเหลียวหลังกลับไปทางด้านท้ายด่าน เห็นเพลิงลุกขึ้นหลายแห่งและได้ยินเสียงทหารของเตียวหุยโห่ร้องใกล้เข้ามาก็ตกใจ รีบสั่งทหารให้ถอยกลับเข้าไปในด่านเพื่อรับมือกับข้าศึกที่รุกเข้ามาทางด้านหลังด่าน.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓