ตอนที่ 40. อภินิหารพระกวนกง
เพราะเหตุที่พื้นบ้านผมนั้นเป็นถิ่นของคนเชื้อสายจีนมาแต่โบราณ ดังนั้นจึงมีพระจีนที่บรรพบุรุษนำมาจากเมืองจีนประจำบ้านอยู่หลายครอบครัว
นอกจากพระจีนที่โรงพระซึ่งผมมักจะไปกราบไหว้เป็นประจำแล้ว จะเป็นเพราะวาสนาแต่ปางก่อนประการใดก็ไม่อาจรู้ได้ ผมยังรักที่จะไปกราบไหว้พระจีนอีกสองที่ตลอดมา
ที่หนึ่ง คือบ้านของคนจีนฮกเกี้ยนที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เป็นพระกวนกง ทำจากไม้ มีลักษณะที่สวยงามมาก
อีกที่หนึ่ง คือบ้านเดิมของพ่อที่ต่างหมู่บ้านออกไปอีก เป็นพระจีนที่ก๋งฝ่ายพ่อนำมาจากเมืองจีนเหมือนกัน เป็นพระมาโจ๊ว ซึ่งเป็นพระที่คนจีนฮกเกี้ยนนับถือบูชามากว่ามีอิทธิปาฏิหาริย์ในการปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายจากลมฟ้าอากาศ และบังเกิดความเป็นสิริมงคล จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพ การงาน และครอบครัวทุกประการ
เหตุที่ผมคุ้นเคยกับพระจีนสององค์นี้ก็เพราะว่าตั้งแต่น้อยนั้นได้มีเหตุเป็นไปให้ได้ไปกราบไหว้บูชา และหลังจากนั้นมาก็ติดอกติดใจเหมือนกับว่ามีอะไรผูกพันกันมาแต่ก่อน ไปไหว้พระทีไรก็มีความสุขกายสุขใจ เพราะมองเห็นประหนึ่งว่าพระยิ้มหัวให้ความเมตตาผมเป็นอันมาก เป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้จริง ๆ
ยิ่งไปกราบไหว้บ่อยครั้งเข้า ก็รู้สึกราวกับว่าพระจีนทั้งสององค์นี้เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ ที่มีทุกข์ร้อนสิ่งใดก็บอกกล่าวให้รู้และขอความช่วยเหลือได้ บางครั้งจะไปจับปลากัดต่างหมู่บ้านออกไป ก็เคยไปบอกพระขอให้อวยชัยให้พรให้จับปลากัดตัวดีได้ดังประสงค์ ก็มักจะจับได้ดังปรารถนา
สำหรับพระมาโจ๊วที่ก๋งฝ่ายพ่อนำเข้ามาจากเมืองจีนนั้น พอก๋งสิ้นบุญแล้วน้องคนสุดท้องของพ่อเป็นผู้ดูแลรักษาตลอดมา
ปีหนึ่งในช่วงพระจันทร์ใกล้วันเพ็ญ เป็นฤดูน้ำหลาก ผมอายุสิบปีเศษ ๆ ได้ไปค้างที่บ้านก๋งฝ่ายพ่อ อาเจ็กซึ่งเป็นน้องของพ่อจัดที่นอนให้ที่หน้าพระ โดยมีลูกของลุงอีกสองคนนอนเป็นเพื่อน
คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ มีอาการกระสับกระส่ายอย่างไรบอกไม่ถูก จนเที่ยงคืนแล้วแสงของพระจันทร์ทอสาดผ่านกระจกหลังคาลงมาตรงหน้าพระ ในทันใดนั้นก็ปรากฏเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดฝัน
นั่นคือมีผู้หญิงอายุราว 40 ปีเศษ ๆ ผิวขาว ผมยาว รูปโฉมสะคราญงดงามเหลือจะพรรณนานัก ในชุดแต่งกายสีขาวทั้งชุด รู้สึกว่าเป็นชุดแพรไหมที่พลิ้วแผ่วเบาบางไปตามสายลม มีลูกประคำแขวนที่คอ และในมือก็ยังถือลูกประคำอีกชุดหนึ่ง ปรากฏขึ้นที่หน้าพระ
ผมรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับกระดิกตัวและพูดจาใด ๆ ไม่ได้เลย เหมือนกับถูกสะกดให้นิ่งอยู่กับที่ ผมรู้สึกตัวดีว่าไม่ได้หลับ สายตายังจับจ้องไปที่สตรีนั้น ซึ่งมีความรู้สึกในขณะนั้นว่าเป็นพระมาโจ๊วนั่นเอง
พระมาโจ๊วในความรู้สึกของผม มองมาที่ผมด้วยใบหน้าและสายตาที่เมตตากรุณาอย่างยิ่ง ผมพยายามจะเอื้อมมือไปปลุกลูกของลุงแต่ขยับมือไม่ได้ จึงได้แต่มองพระอยู่เช่นนั้น พักหนึ่งก็หายไป
นับเป็นเหตุการณ์ที่ผมทรงจำไว้ไม่เคยลืมเลือนจนบัดนี้
ผมกลับบ้านครั้งนี้ก็ได้ถือโอกาสไปกราบไหว้พระจีนทั้งสององค์นี้ดังที่เคยกระทำมาแต่ก่อน พร้อมทั้งบอกเล่าความที่ได้ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตลอดจนความตั้งใจที่จะสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท พร้อมทั้งขอให้พระอำนวยพรให้ประสพในสิ่งที่หวังตั้งใจทุกประการ
ใครจะเชื่อเรื่องบุรพกรรมหรือไม่ก็ตามที แต่ตัวผมเองนั้นเชื่อเรื่องนี้เพราะได้พบเห็นเรื่องนี้ชนิดที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์เป็นอันมาก เกี่ยวกับพระจีนสององค์นี้ก็เหมือนกัน วันเวลาล่วงไปเกือบ 10 ปีครั้งหนึ่ง และเกือบ 40 ปีอีกครั้งหนึ่ง พระจีนทั้งสององค์นี้ก็ได้มาอยู่กับผมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เช่นนี้แล้วจะไม่นับว่าเป็นความมหัศจรรย์หรือบุรพกรรมได้อย่างไร
หลังจากนั้นเกือบ 10 ปี ลูกผู้น้องที่มาเรียนหนังสือกับผมกลับไปบวชที่บ้าน ผมได้ไปร่วมงานบวชด้วย และได้ไปไหว้พระจีนทั้งที่โรงพระ ทั้งที่บ้านคนจีนใกล้บ้าน และทั้งที่บ้านของก๋งฝ่ายพ่อเหมือนอย่างเคย
วันนั้นผมไปไหว้พระกวนกงที่บ้านคนจีนข้างบ้าน เป็นเหตุการณ์ภายหลังที่อาแปะชราที่มาจากเมืองจีนเสียชีวิตแล้ว เหลือแต่อาซิ้มผู้เป็นภรรยา อายุราว 60 กว่าปีอยู่ที่บ้าน
เมื่อผมไปไหว้พระ อาซิ้มก็จัดแจงธูปเทียนให้ผมไหว้พระเหมือนดังแต่ก่อน วันนั้นผมสังเกตเห็นว่าพระกวนกงมีใบหน้าแดงปลั่งกว่าปกติที่เคยเห็น ทั้งมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมตตาเป็นพิเศษกว่าที่เคยเห็นมาในครั้งก่อน ๆ ผมมีความรู้สึกในขณะนั้นว่าพระอยากจะมาอยู่กับผม เป็นความรู้สึกที่บังเกิดขึ้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ผมได้พูดกับอาซิ้มแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังในขณะนั้นว่า อาซิ้ม อาแปะก็เสียไปแล้ว ดูท่าพระอยากมาอยู่กับอั๊ว อั๊วอยากจะขอพระองค์นี้ไปกรุงเทพฯ
อาซิ้มได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ แล้วปฏิเสธว่าพระกวนกงเป็นพระประจำครอบครัวของอั๊ว อั๊วมีลูกหลานตั้งหลายคน อาแปะตายแล้วแต่อั๊วก็ยังอยู่ ต้องดูแลรักษาพระต่อไป ถ้าอั๊วตายลูกหลานอั๊วก็ต้องดูแลรักษาพระสืบต่อไป อั๊วจะให้ลื้อได้อย่างไร
ผมก็ยังคงดันทุรังพูดกับอาซิ้มต่อไปว่า ถ้าพระจะมาอยู่กับอั๊วล่ะ ลื้อจะว่าอย่างไร อาซิ้มคงรำคาญจึงพูดว่าถ้าพระอยากไปอยู่กับลื้อ อั๊วก็ขัดไม่ได้
วันนั้นเมื่อผมไหว้พระบอกกล่าวความตามที่เคยกระทำมาแล้ว ก็ตั้งใจพูดในใจกับพระว่า “กง (ซึ่งหมายถึงพระกวนกง) ผมรู้สึกว่ากงอยากจะมาอยู่กับผม แต่ผมเป็นคนภายนอกครอบครัวอาซิ้ม และอาซิ้มก็เปิดทางว่าถ้ากงจะมาอยู่กับผม อาซิ้มก็ไม่ขัด ดังนั้นกงมีความประสงค์ประการใดก็ขอให้บอกด้วย”
ผมรำลึกในใจเช่นนั้นแล้วก็หยิบเบี้ยซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับเสี่ยงทายและวางประกบคู่อยู่หน้าพระกวนกงมาพนมไว้ในมือ แล้วบอกอาซิ้มว่าอั๊วจะถามพระต่อหน้าลื้อว่าพระจะไปอยู่กับอั๊วหรือเปล่า อาซิ้มก็บอกว่าสุดแล้วแต่ลื้อเถิด
ผมก็ตั้งจิตอธิษฐานขอเสี่ยงทายโดยการทอดเบี้ยว่าพระกวนกงจะมาอยู่กับผมหรือไม่ แล้วทอดไปสามครั้ง ผลปรากฏว่าเบี้ยออกคว่ำอันหนึ่ง หงายอันหนึ่งทั้งสามครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณหมายว่าพระจะมาอยู่กับผม
ผมก็ก้มลงกราบพระสามครั้ง อาซิ้มเห็นเหตุการณ์ดังนั้นก็ตกตะลึงแต่ไม่ว่าประการใด
คืนนั้นผมนอนกับก๋ง ตอนเช้าผมยังไม่ทันตื่น ก๋งมาปลุกบอกว่าอาซิ้มเอาพระมาให้ ผมตื่นขึ้นก็ตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างนั้น รีบลุกจากที่นอนออกไปที่หน้าบ้านในทันที เห็นอาซิ้มเอาผ้าแดงห่อพระมานั่งรออยู่ที่หน้าบ้าน
ผมทักอาซิ้ม แต่ไม่ทันที่จะพูดประการใด อาซิ้มก็บอกว่าเมื่อคืนนี้อั๊วนอนหลับ พระกวนกงไปเข้าฝันอั๊วว่าจะไปอยู่กับลื้อที่กรุงเทพฯ อั๊วตื่นแต่เช้ารีบไปตลาด ไปบอกลูกหลานว่าพระจะไปอยู่กับลื้อ ลูกหลานอั๊วทุกคนบอกว่าลื้อเป็นคนนับถือพระ เมื่อพระจะไปอยู่กับลื้อก็ดีแล้ว อั๊วจึงไปซื้อผ้าแดงเชิญพระมามอบให้กับลื้อในวันนี้
ผมนั่งก้มลงกราบอาซิ้ม อาซิ้มก็มอบพระให้กับผมตั้งแต่เวลานั้น ผมทำใจน้อมรำลึกถึงพระคุณพระและกล่าวแต่ในใจด้วยความดีใจเป็นล้นพ้นว่าจะกราบไหว้บูชาบำรุงดูแลรักษาพระเป็นอย่างดีที่สุดและจะรักษาพระเป็นอย่างดีไปชั่วชีวิต ขออัญเชิญพระกวนกงไปอยู่กับผมที่กรุงเทพฯ และช่วยคุ้มครองป้องกันภัย อวยชัยให้พรแก่ลูกหลานสืบไปด้วย แล้วกล่าวขอบคุณอาซิ้ม
ผมขอเงินก๋งหนึ่งพันบาทเพื่อเป็นสินน้ำใจ แต่อาซิ้มรีบปฏิเสธ บอกว่าพระของครอบครัวอั๊วไม่ใช่ของซื้อของขาย อั๊วเอาพระมาให้ลื้อตามความประสงค์ของพระ ลื้อไม่ต้องมาตอบแทนอะไรให้ ขอให้กราบไหว้บูชาแทนอั๊วเป็นอย่างดีก็แล้วกัน
ผมเอาพระไปวางไว้ชั่วคราวที่หน้าชื่อ หรือหิ้งบูชาเตี่ยของก๋งทางด้านหลังบ้าน เพราะขณะนั้นที่หน้าบ้านกำลังตั้งผ้าไตรและพิธีการสำหรับงานบวชลูกผู้น้อง เสร็จแล้วก็ออกมาไหว้ขอบคุณอาซิ้มอีกครั้งหนึ่ง
ในวันนั้นผมได้ไปว่าจ้างให้ช่างไม้ทำตู้เล็ก ๆ สำหรับพระกวนกงตามแบบอย่างที่เคยเห็นที่โรงพระ และกำชับช่างว่าขอให้เสร็จในวันรุ่งขึ้น เพราะเสร็จงานบวชแล้วผมจะต้องรีบกลับกรุงเทพฯ
ในคืนวันนั้นญาติพี่น้องจากต่างหมู่บ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และต่างก็นอนค้างกันที่บ้านงานซึ่งเป็นบ้านของก๋ง จนที่นอนไม่พอและต้องนอนกันที่นอกชานหน้าบ้าน
วันรุ่งขึ้นเป็นวันอุปสมบทลูกผู้น้อง ผมตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นญาติพี่น้องมายืนดูพระกวนกงกันหลายคน และอีกหลายคนก็นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องพระกวนกง
ผมไต่ถามก็ได้ความว่าเมื่อเวลาใกล้เที่ยงคืน ขณะที่ทุกคนเพิ่งเริ่มเข้านอน พวกที่นอนที่นอกชานพากันตกใจเพราะเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่เป็นสง่า ในชุดเสื้อคลุมสีเขียวตองอ่อน ใบหน้าแดงดั่งผลพุทราสุก หนวดสีดำเป็นใยใหมละเอียดอ่อนยาวลงมาถึงสะดือยืนอยู่ที่หลังผ้าไตร พลางเอามือลูบหนวด
ญาติพี่น้องที่นอนอยู่ที่นอกชานปลุกพวกเดียวกันให้ตื่นขึ้น ทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายในชุดเสื้อคลุมสีเขียวนั้น โดยที่ชายผู้นั้นก็มิได้หวั่นต่อสายตาผู้คนแต่ประการใด คงยืนเอามือลูบหนวดอยู่เช่นนั้น ระยะหนึ่งจึงหายไป
ญาติ ๆ ซึ่งพอรู้เรื่องที่อาซิ้มเอาพระกวนกงมาให้ผม จึงคิดว่าเป็นพระกวนกงแสดงปาฏิหาริย์มาร่วมงานบุญ จึงพากันไปจุดธูปเทียนไหว้พระกวนกงตั้งแต่กลางดึกคืนนั้น และยังคงเล่าขานกันมาจนกระทั่งรุ่งเช้า
ผมได้ทราบความก็มีน้ำใจยินดี เพราะเชื่อมั่นอยู่ว่าพระกวนกงนี้มีความศักดิ์สิทธิ์แน่นอน จึงไปจุดธูปเทียนบูชาพระ และบอกกล่าวให้พระรับเอาส่วนบุญกุศลแห่งอุปสมบทนั้นด้วย
ในวันนั้นหลังอุปสมบทแล้ว ผมได้ทำพิธีกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้กับพระกวนกง พร้อมกับอธิษฐานขอให้พระอยู่ปกป้องคุ้มครองผมตลอดไป
วันรุ่งขึ้นงานอุปสมบทเสร็จแล้ว ผมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ต้องนั่งเรือหางยาวข้ามทะเลเพื่อไปขึ้นรถไฟที่จังหวัดข้างเคียง ใช้เวลาเดินทางโดยเรือหางยาวราวชั่วโมงเศษ ซึ่งปกติของทะเลในฤดูนั้นย่อมต้องมีคลื่นลมเป็นธรรมดา
ผมอุ้มพระกวนกงซึ่งยังคงห่อผ้าแดงไว้ในตู้พระซึ่งเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ลงนั่งในเรือหางยาวแล้ว ก็อยากจะเห็นอภินิหารของพระกวนกงด้วยตาตนสักครั้งหนึ่ง จึงตั้งจิตอธิษฐานว่าอีกสักครู่หนึ่งเรือหางยาวก็จะออกทะเลแล้ว ขอให้กวนกงแสดงอภินิหารให้ประจักษ์แก่ลูกหลาน อย่าให้มีคลื่นลมในวันนี้เลย
เรือออกจากท่าหลังบ้านไปราว 20 นาที ก็ออกปากอ่าวสู่ทะเล และแล่นฝ่าทะเลไปยังอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียงกับบ้านผม ในวันนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์เป็นที่อัศจรรย์แก่ตาทุกคนที่นั่งอยู่ในเรือลำนั้น
เพราะท้องทะเลราบเรียบราวกับพื้นไม้กระดาน ผิดปกติวิสัยของฤดูกาลนั้นที่ต้องมีคลื่นลมมาจากทิศตะวันตกพัดไปทางทิศตะวันออก
คนบ้านผมเขารู้ฤดูกาลและทิศทางลม ตลอดจนความแรงของลม รวมทั้งรู้จักชื่อของลมและความแรงของลมชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี
ฤดูกาลนั้นจะมีลมจากทิศตะวันตกพัดตรงไปทางทิศตะวันออก มีชื่อเรียกว่าลมพลัดกลาง แม้แรงลมจะไม่มากเท่าใดนัก แต่กระแสลมจะพัดสม่ำเสมอ และจะมีคลื่นระดับสูงประมาณครึ่งศอก
คลื่นสูงระดับครึ่งศอกหากปะทะกับตัวลำเรือซึ่งวิ่งเฉียงจากปากอ่าวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้วก็นับว่ามีอันตรายได้เหมือนกัน แต่สำหรับชาวเรือบ้านผมเขามีความชำนาญในการเดินเรือฝ่าคลื่นลมแบบนี้เป็นอย่างดี จักไม่มีอันตรายใด ๆ
ถึงกระนั้นเมื่อแรงลมแรงคลื่นปะทะเข้ากับข้างเรือแล้วก็จะเกิดแรงกระแทกตลอดระยะเวลาที่เรือแล่นอยู่ในทะเล
แต่เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ตลอดระยะทางและระยะเวลาที่เรือหางยาวแล่นฝ่าทะเลในวันนั้นไร้คลื่น ไร้ลม มีแต่สายลมแผ่วผิวแค่พอเย็นกายสบายตัวพัดมาต้องตัวทั่วทุกคนเท่านั้น
เหตุการณ์เช่นนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ทุกคนในเรือหางยาววันนั้น แต่สำหรับตัวผมแล้วมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเหตุทั้งนี้เป็นไปเพราะกวนกงได้แสดงอภินิหารให้ประจักษ์ดังคำอธิษฐานที่ต้องการเห็นอภินิหารนั่นเอง
ผมกลับถึงกรุงเทพฯ แล้วก็ได้จัดหน้าพระสำหรับพระกวนกงและบูชากราบไหว้ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้.
นอกจากพระจีนที่โรงพระซึ่งผมมักจะไปกราบไหว้เป็นประจำแล้ว จะเป็นเพราะวาสนาแต่ปางก่อนประการใดก็ไม่อาจรู้ได้ ผมยังรักที่จะไปกราบไหว้พระจีนอีกสองที่ตลอดมา
ที่หนึ่ง คือบ้านของคนจีนฮกเกี้ยนที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เป็นพระกวนกง ทำจากไม้ มีลักษณะที่สวยงามมาก
อีกที่หนึ่ง คือบ้านเดิมของพ่อที่ต่างหมู่บ้านออกไปอีก เป็นพระจีนที่ก๋งฝ่ายพ่อนำมาจากเมืองจีนเหมือนกัน เป็นพระมาโจ๊ว ซึ่งเป็นพระที่คนจีนฮกเกี้ยนนับถือบูชามากว่ามีอิทธิปาฏิหาริย์ในการปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายจากลมฟ้าอากาศ และบังเกิดความเป็นสิริมงคล จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพ การงาน และครอบครัวทุกประการ
เหตุที่ผมคุ้นเคยกับพระจีนสององค์นี้ก็เพราะว่าตั้งแต่น้อยนั้นได้มีเหตุเป็นไปให้ได้ไปกราบไหว้บูชา และหลังจากนั้นมาก็ติดอกติดใจเหมือนกับว่ามีอะไรผูกพันกันมาแต่ก่อน ไปไหว้พระทีไรก็มีความสุขกายสุขใจ เพราะมองเห็นประหนึ่งว่าพระยิ้มหัวให้ความเมตตาผมเป็นอันมาก เป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้จริง ๆ
ยิ่งไปกราบไหว้บ่อยครั้งเข้า ก็รู้สึกราวกับว่าพระจีนทั้งสององค์นี้เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ ที่มีทุกข์ร้อนสิ่งใดก็บอกกล่าวให้รู้และขอความช่วยเหลือได้ บางครั้งจะไปจับปลากัดต่างหมู่บ้านออกไป ก็เคยไปบอกพระขอให้อวยชัยให้พรให้จับปลากัดตัวดีได้ดังประสงค์ ก็มักจะจับได้ดังปรารถนา
สำหรับพระมาโจ๊วที่ก๋งฝ่ายพ่อนำเข้ามาจากเมืองจีนนั้น พอก๋งสิ้นบุญแล้วน้องคนสุดท้องของพ่อเป็นผู้ดูแลรักษาตลอดมา
ปีหนึ่งในช่วงพระจันทร์ใกล้วันเพ็ญ เป็นฤดูน้ำหลาก ผมอายุสิบปีเศษ ๆ ได้ไปค้างที่บ้านก๋งฝ่ายพ่อ อาเจ็กซึ่งเป็นน้องของพ่อจัดที่นอนให้ที่หน้าพระ โดยมีลูกของลุงอีกสองคนนอนเป็นเพื่อน
คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ มีอาการกระสับกระส่ายอย่างไรบอกไม่ถูก จนเที่ยงคืนแล้วแสงของพระจันทร์ทอสาดผ่านกระจกหลังคาลงมาตรงหน้าพระ ในทันใดนั้นก็ปรากฏเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดฝัน
นั่นคือมีผู้หญิงอายุราว 40 ปีเศษ ๆ ผิวขาว ผมยาว รูปโฉมสะคราญงดงามเหลือจะพรรณนานัก ในชุดแต่งกายสีขาวทั้งชุด รู้สึกว่าเป็นชุดแพรไหมที่พลิ้วแผ่วเบาบางไปตามสายลม มีลูกประคำแขวนที่คอ และในมือก็ยังถือลูกประคำอีกชุดหนึ่ง ปรากฏขึ้นที่หน้าพระ
ผมรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับกระดิกตัวและพูดจาใด ๆ ไม่ได้เลย เหมือนกับถูกสะกดให้นิ่งอยู่กับที่ ผมรู้สึกตัวดีว่าไม่ได้หลับ สายตายังจับจ้องไปที่สตรีนั้น ซึ่งมีความรู้สึกในขณะนั้นว่าเป็นพระมาโจ๊วนั่นเอง
พระมาโจ๊วในความรู้สึกของผม มองมาที่ผมด้วยใบหน้าและสายตาที่เมตตากรุณาอย่างยิ่ง ผมพยายามจะเอื้อมมือไปปลุกลูกของลุงแต่ขยับมือไม่ได้ จึงได้แต่มองพระอยู่เช่นนั้น พักหนึ่งก็หายไป
นับเป็นเหตุการณ์ที่ผมทรงจำไว้ไม่เคยลืมเลือนจนบัดนี้
ผมกลับบ้านครั้งนี้ก็ได้ถือโอกาสไปกราบไหว้พระจีนทั้งสององค์นี้ดังที่เคยกระทำมาแต่ก่อน พร้อมทั้งบอกเล่าความที่ได้ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตลอดจนความตั้งใจที่จะสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท พร้อมทั้งขอให้พระอำนวยพรให้ประสพในสิ่งที่หวังตั้งใจทุกประการ
ใครจะเชื่อเรื่องบุรพกรรมหรือไม่ก็ตามที แต่ตัวผมเองนั้นเชื่อเรื่องนี้เพราะได้พบเห็นเรื่องนี้ชนิดที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์เป็นอันมาก เกี่ยวกับพระจีนสององค์นี้ก็เหมือนกัน วันเวลาล่วงไปเกือบ 10 ปีครั้งหนึ่ง และเกือบ 40 ปีอีกครั้งหนึ่ง พระจีนทั้งสององค์นี้ก็ได้มาอยู่กับผมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เช่นนี้แล้วจะไม่นับว่าเป็นความมหัศจรรย์หรือบุรพกรรมได้อย่างไร
หลังจากนั้นเกือบ 10 ปี ลูกผู้น้องที่มาเรียนหนังสือกับผมกลับไปบวชที่บ้าน ผมได้ไปร่วมงานบวชด้วย และได้ไปไหว้พระจีนทั้งที่โรงพระ ทั้งที่บ้านคนจีนใกล้บ้าน และทั้งที่บ้านของก๋งฝ่ายพ่อเหมือนอย่างเคย
วันนั้นผมไปไหว้พระกวนกงที่บ้านคนจีนข้างบ้าน เป็นเหตุการณ์ภายหลังที่อาแปะชราที่มาจากเมืองจีนเสียชีวิตแล้ว เหลือแต่อาซิ้มผู้เป็นภรรยา อายุราว 60 กว่าปีอยู่ที่บ้าน
เมื่อผมไปไหว้พระ อาซิ้มก็จัดแจงธูปเทียนให้ผมไหว้พระเหมือนดังแต่ก่อน วันนั้นผมสังเกตเห็นว่าพระกวนกงมีใบหน้าแดงปลั่งกว่าปกติที่เคยเห็น ทั้งมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมตตาเป็นพิเศษกว่าที่เคยเห็นมาในครั้งก่อน ๆ ผมมีความรู้สึกในขณะนั้นว่าพระอยากจะมาอยู่กับผม เป็นความรู้สึกที่บังเกิดขึ้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ผมได้พูดกับอาซิ้มแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังในขณะนั้นว่า อาซิ้ม อาแปะก็เสียไปแล้ว ดูท่าพระอยากมาอยู่กับอั๊ว อั๊วอยากจะขอพระองค์นี้ไปกรุงเทพฯ
อาซิ้มได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ แล้วปฏิเสธว่าพระกวนกงเป็นพระประจำครอบครัวของอั๊ว อั๊วมีลูกหลานตั้งหลายคน อาแปะตายแล้วแต่อั๊วก็ยังอยู่ ต้องดูแลรักษาพระต่อไป ถ้าอั๊วตายลูกหลานอั๊วก็ต้องดูแลรักษาพระสืบต่อไป อั๊วจะให้ลื้อได้อย่างไร
ผมก็ยังคงดันทุรังพูดกับอาซิ้มต่อไปว่า ถ้าพระจะมาอยู่กับอั๊วล่ะ ลื้อจะว่าอย่างไร อาซิ้มคงรำคาญจึงพูดว่าถ้าพระอยากไปอยู่กับลื้อ อั๊วก็ขัดไม่ได้
วันนั้นเมื่อผมไหว้พระบอกกล่าวความตามที่เคยกระทำมาแล้ว ก็ตั้งใจพูดในใจกับพระว่า “กง (ซึ่งหมายถึงพระกวนกง) ผมรู้สึกว่ากงอยากจะมาอยู่กับผม แต่ผมเป็นคนภายนอกครอบครัวอาซิ้ม และอาซิ้มก็เปิดทางว่าถ้ากงจะมาอยู่กับผม อาซิ้มก็ไม่ขัด ดังนั้นกงมีความประสงค์ประการใดก็ขอให้บอกด้วย”
ผมรำลึกในใจเช่นนั้นแล้วก็หยิบเบี้ยซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับเสี่ยงทายและวางประกบคู่อยู่หน้าพระกวนกงมาพนมไว้ในมือ แล้วบอกอาซิ้มว่าอั๊วจะถามพระต่อหน้าลื้อว่าพระจะไปอยู่กับอั๊วหรือเปล่า อาซิ้มก็บอกว่าสุดแล้วแต่ลื้อเถิด
ผมก็ตั้งจิตอธิษฐานขอเสี่ยงทายโดยการทอดเบี้ยว่าพระกวนกงจะมาอยู่กับผมหรือไม่ แล้วทอดไปสามครั้ง ผลปรากฏว่าเบี้ยออกคว่ำอันหนึ่ง หงายอันหนึ่งทั้งสามครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณหมายว่าพระจะมาอยู่กับผม
ผมก็ก้มลงกราบพระสามครั้ง อาซิ้มเห็นเหตุการณ์ดังนั้นก็ตกตะลึงแต่ไม่ว่าประการใด
คืนนั้นผมนอนกับก๋ง ตอนเช้าผมยังไม่ทันตื่น ก๋งมาปลุกบอกว่าอาซิ้มเอาพระมาให้ ผมตื่นขึ้นก็ตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างนั้น รีบลุกจากที่นอนออกไปที่หน้าบ้านในทันที เห็นอาซิ้มเอาผ้าแดงห่อพระมานั่งรออยู่ที่หน้าบ้าน
ผมทักอาซิ้ม แต่ไม่ทันที่จะพูดประการใด อาซิ้มก็บอกว่าเมื่อคืนนี้อั๊วนอนหลับ พระกวนกงไปเข้าฝันอั๊วว่าจะไปอยู่กับลื้อที่กรุงเทพฯ อั๊วตื่นแต่เช้ารีบไปตลาด ไปบอกลูกหลานว่าพระจะไปอยู่กับลื้อ ลูกหลานอั๊วทุกคนบอกว่าลื้อเป็นคนนับถือพระ เมื่อพระจะไปอยู่กับลื้อก็ดีแล้ว อั๊วจึงไปซื้อผ้าแดงเชิญพระมามอบให้กับลื้อในวันนี้
ผมนั่งก้มลงกราบอาซิ้ม อาซิ้มก็มอบพระให้กับผมตั้งแต่เวลานั้น ผมทำใจน้อมรำลึกถึงพระคุณพระและกล่าวแต่ในใจด้วยความดีใจเป็นล้นพ้นว่าจะกราบไหว้บูชาบำรุงดูแลรักษาพระเป็นอย่างดีที่สุดและจะรักษาพระเป็นอย่างดีไปชั่วชีวิต ขออัญเชิญพระกวนกงไปอยู่กับผมที่กรุงเทพฯ และช่วยคุ้มครองป้องกันภัย อวยชัยให้พรแก่ลูกหลานสืบไปด้วย แล้วกล่าวขอบคุณอาซิ้ม
ผมขอเงินก๋งหนึ่งพันบาทเพื่อเป็นสินน้ำใจ แต่อาซิ้มรีบปฏิเสธ บอกว่าพระของครอบครัวอั๊วไม่ใช่ของซื้อของขาย อั๊วเอาพระมาให้ลื้อตามความประสงค์ของพระ ลื้อไม่ต้องมาตอบแทนอะไรให้ ขอให้กราบไหว้บูชาแทนอั๊วเป็นอย่างดีก็แล้วกัน
ผมเอาพระไปวางไว้ชั่วคราวที่หน้าชื่อ หรือหิ้งบูชาเตี่ยของก๋งทางด้านหลังบ้าน เพราะขณะนั้นที่หน้าบ้านกำลังตั้งผ้าไตรและพิธีการสำหรับงานบวชลูกผู้น้อง เสร็จแล้วก็ออกมาไหว้ขอบคุณอาซิ้มอีกครั้งหนึ่ง
ในวันนั้นผมได้ไปว่าจ้างให้ช่างไม้ทำตู้เล็ก ๆ สำหรับพระกวนกงตามแบบอย่างที่เคยเห็นที่โรงพระ และกำชับช่างว่าขอให้เสร็จในวันรุ่งขึ้น เพราะเสร็จงานบวชแล้วผมจะต้องรีบกลับกรุงเทพฯ
ในคืนวันนั้นญาติพี่น้องจากต่างหมู่บ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และต่างก็นอนค้างกันที่บ้านงานซึ่งเป็นบ้านของก๋ง จนที่นอนไม่พอและต้องนอนกันที่นอกชานหน้าบ้าน
วันรุ่งขึ้นเป็นวันอุปสมบทลูกผู้น้อง ผมตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นญาติพี่น้องมายืนดูพระกวนกงกันหลายคน และอีกหลายคนก็นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องพระกวนกง
ผมไต่ถามก็ได้ความว่าเมื่อเวลาใกล้เที่ยงคืน ขณะที่ทุกคนเพิ่งเริ่มเข้านอน พวกที่นอนที่นอกชานพากันตกใจเพราะเห็นคนรูปร่างสูงใหญ่เป็นสง่า ในชุดเสื้อคลุมสีเขียวตองอ่อน ใบหน้าแดงดั่งผลพุทราสุก หนวดสีดำเป็นใยใหมละเอียดอ่อนยาวลงมาถึงสะดือยืนอยู่ที่หลังผ้าไตร พลางเอามือลูบหนวด
ญาติพี่น้องที่นอนอยู่ที่นอกชานปลุกพวกเดียวกันให้ตื่นขึ้น ทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายในชุดเสื้อคลุมสีเขียวนั้น โดยที่ชายผู้นั้นก็มิได้หวั่นต่อสายตาผู้คนแต่ประการใด คงยืนเอามือลูบหนวดอยู่เช่นนั้น ระยะหนึ่งจึงหายไป
ญาติ ๆ ซึ่งพอรู้เรื่องที่อาซิ้มเอาพระกวนกงมาให้ผม จึงคิดว่าเป็นพระกวนกงแสดงปาฏิหาริย์มาร่วมงานบุญ จึงพากันไปจุดธูปเทียนไหว้พระกวนกงตั้งแต่กลางดึกคืนนั้น และยังคงเล่าขานกันมาจนกระทั่งรุ่งเช้า
ผมได้ทราบความก็มีน้ำใจยินดี เพราะเชื่อมั่นอยู่ว่าพระกวนกงนี้มีความศักดิ์สิทธิ์แน่นอน จึงไปจุดธูปเทียนบูชาพระ และบอกกล่าวให้พระรับเอาส่วนบุญกุศลแห่งอุปสมบทนั้นด้วย
ในวันนั้นหลังอุปสมบทแล้ว ผมได้ทำพิธีกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้กับพระกวนกง พร้อมกับอธิษฐานขอให้พระอยู่ปกป้องคุ้มครองผมตลอดไป
วันรุ่งขึ้นงานอุปสมบทเสร็จแล้ว ผมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ต้องนั่งเรือหางยาวข้ามทะเลเพื่อไปขึ้นรถไฟที่จังหวัดข้างเคียง ใช้เวลาเดินทางโดยเรือหางยาวราวชั่วโมงเศษ ซึ่งปกติของทะเลในฤดูนั้นย่อมต้องมีคลื่นลมเป็นธรรมดา
ผมอุ้มพระกวนกงซึ่งยังคงห่อผ้าแดงไว้ในตู้พระซึ่งเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ลงนั่งในเรือหางยาวแล้ว ก็อยากจะเห็นอภินิหารของพระกวนกงด้วยตาตนสักครั้งหนึ่ง จึงตั้งจิตอธิษฐานว่าอีกสักครู่หนึ่งเรือหางยาวก็จะออกทะเลแล้ว ขอให้กวนกงแสดงอภินิหารให้ประจักษ์แก่ลูกหลาน อย่าให้มีคลื่นลมในวันนี้เลย
เรือออกจากท่าหลังบ้านไปราว 20 นาที ก็ออกปากอ่าวสู่ทะเล และแล่นฝ่าทะเลไปยังอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นจังหวัดใกล้เคียงกับบ้านผม ในวันนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์เป็นที่อัศจรรย์แก่ตาทุกคนที่นั่งอยู่ในเรือลำนั้น
เพราะท้องทะเลราบเรียบราวกับพื้นไม้กระดาน ผิดปกติวิสัยของฤดูกาลนั้นที่ต้องมีคลื่นลมมาจากทิศตะวันตกพัดไปทางทิศตะวันออก
คนบ้านผมเขารู้ฤดูกาลและทิศทางลม ตลอดจนความแรงของลม รวมทั้งรู้จักชื่อของลมและความแรงของลมชนิดต่าง ๆ เป็นอย่างดี
ฤดูกาลนั้นจะมีลมจากทิศตะวันตกพัดตรงไปทางทิศตะวันออก มีชื่อเรียกว่าลมพลัดกลาง แม้แรงลมจะไม่มากเท่าใดนัก แต่กระแสลมจะพัดสม่ำเสมอ และจะมีคลื่นระดับสูงประมาณครึ่งศอก
คลื่นสูงระดับครึ่งศอกหากปะทะกับตัวลำเรือซึ่งวิ่งเฉียงจากปากอ่าวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้วก็นับว่ามีอันตรายได้เหมือนกัน แต่สำหรับชาวเรือบ้านผมเขามีความชำนาญในการเดินเรือฝ่าคลื่นลมแบบนี้เป็นอย่างดี จักไม่มีอันตรายใด ๆ
ถึงกระนั้นเมื่อแรงลมแรงคลื่นปะทะเข้ากับข้างเรือแล้วก็จะเกิดแรงกระแทกตลอดระยะเวลาที่เรือแล่นอยู่ในทะเล
แต่เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ตลอดระยะทางและระยะเวลาที่เรือหางยาวแล่นฝ่าทะเลในวันนั้นไร้คลื่น ไร้ลม มีแต่สายลมแผ่วผิวแค่พอเย็นกายสบายตัวพัดมาต้องตัวทั่วทุกคนเท่านั้น
เหตุการณ์เช่นนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ทุกคนในเรือหางยาววันนั้น แต่สำหรับตัวผมแล้วมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเหตุทั้งนี้เป็นไปเพราะกวนกงได้แสดงอภินิหารให้ประจักษ์ดังคำอธิษฐานที่ต้องการเห็นอภินิหารนั่นเอง
ผมกลับถึงกรุงเทพฯ แล้วก็ได้จัดหน้าพระสำหรับพระกวนกงและบูชากราบไหว้ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้.