ตอนที่ 408. เพลิงพยากรณ์
เคาจีได้เล่าให้โจโฉฟังถึงความสามารถของกวนลอที่ล่วงรู้ความลับแห่งสวรรค์ รู้วันเวลาและสถานที่ซึ่งเทพโลกบาลประจำทิศอุดรและทิศทักษิณลงมาเล่นหมากรุกที่เมืองมนุษย์ และคิดอุบายให้กับผู้มีชะตาถึงฆาตได้รับการช่วยเหลือต่ออายุ จนโจโฉศรัทธาเชิญกวนลอมาพยากรณ์ชะตาบ้านเมือง ซึ่งกวนลอพยากรณ์ว่าในเทศกาลปีใหม่จะเกิดเพลิงการเมืองไหม้ในเมืองหลวง
เกงจีครั้นฟังว่าอุยหลงคิดจะเกลี้ยกล่อมอองปิดให้ร่วมขบวนการกำจัดโจโฉก็ท้วงว่า ข้าพเจ้ากริ่งว่าการจักไม่สำเร็จ ด้วยกิมหันเป็นเพื่อนรักกับอองปิด ส่วนอองปิดก็เป็นทหารเอกซึ่งโจโฉวางใจ กิมหันย่อมไม่อาจว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมได้ ถึงแม้กิมหันจะใจกล้าทำการเกลี้ยกล่อมก็เกรงว่าอองปิดจะไม่ปลงใจด้วย การของเราก็จะเสียไป
อุยหลงจึงว่า นั่นเป็นเพียงความเข้าใจที่มองจากภายนอก ข้าพเจ้ารู้จักคุ้นเคยกับกิมหันเป็นอันดี หากท่านยังไม่วางใจก็จงไปพบกิมหันพร้อมกับข้าพเจ้า ดูท่วงทีของกิมหันให้ประจักษ์ก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจต่อภายหลัง
เมื่อปรึกษากันดังนั้นแล้วอุยหลงและเกงจีจึงชวนกันไปที่บ้านของกิมหัน ครั้นคำนับทักทายกันตามธรรมเนียมแล้ว กิมหันจึงเชิญเกงจีกับอุยหลงขึ้นไปนั่งสนทนากันที่ห้องรับรองอันเป็นที่รโหฐาน
อุยหลงจึงเริ่มลองใจกิมหันให้เกงจีได้พินิจพิจารณา โดยแกล้งกล่าวกับกิมหันว่า “เรากับท่านได้เป็นเพื่อนสนิทกันมา ตัวท่านเล่าก็เป็นเพื่อนรักกับอองปิด บัดนี้เราเห็นพระเจ้าวุยอ๋องจะได้ครองราชสมบัติแทนพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่แล้ว แลอองปิดเป็นข้าหลวงเดิมก็จะเสนอความชอบตั้งแต่งท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ตัวเราจึงมาหาท่านหวังจะให้ช่วยทำนุบำรุงเราด้วย”
กิมหันได้ฟังคำอุยหลงดังนั้นก็มีสีหน้าบึ้งตึง ลุกขึ้นยืนตวาดอุยหลงแล้วว่า ท่านอย่ากล่าวความฉะนี้สืบไป
พอดีเด็กรับใช้ได้ยกน้ำชาเข้ามาให้แขกผู้มาเยือน กิมหันจึงข่มอารมณ์ไว้ครู่หนึ่ง พลางโบกมือให้เด็กรับใช้รีบออกจากห้องไป พอเด็กรับใช้ออกไปแล้วกิมหันจึงเอาน้ำชาซึ่งยกมานั้นเททิ้งเสียทั้งสิ้น พลางกล่าวว่าน้ำชานี้มีมาเพราะเบี้ยหวัดในราชการของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่สมควรที่จะให้คนซึ่งไม่ภักดีต่อแผ่นดินดื่มกิน
อุยหลงเห็นดังนั้นก็รู้ทีว่ากิมหันมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักแต่ยังแสร้งลองใจต่อไป โดยทำเป็นโกรธกิมหันแล้วกล่าวว่า “ตัวเราคิดว่าท่านได้ดีขึ้นจึงอุตส่าห์บ่ายหน้ามาหา หวังจะฝากตัวกับท่านสืบไป ยังไม่ทันไรท่านมาดูหมิ่นผลักหน้าเราเสียให้ได้ความอัปยศแก่คนใช้ของท่าน”
กิมหันได้ฟังคำอุยหลงกล่าวความผูกพันฉันท์เพื่อนเป็นเชิงตัดพ้อต่อว่าดังนั้น จึงแก้ว่าตัวเราสิคิดถึงเพื่อนสนิทมิตรสหาย แต่จะให้ข้ามความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์นั้นเราทำไม่ได้ ตัวท่านก็รู้ดีอยู่ว่าโจโฉเป็นศัตรูราชสมบัติ คิดอ่านจะล้มล้างราชบัลลังก์ แต่ไฉนจึงไม่เจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ มิหนำซ้ำยังคิดหวังจะพึ่งใบบุญของโจโฉอีกเล่า ความคิดข้าขายเจ้า บ่าวขายนายดังนี้ ข้าพเจ้าไม่อาจนับถือว่าเป็นเพื่อนได้อีกต่อไป
อุยหลงกับเกงจีสังเกตอากัปกิริยาท่วงท่าวาจาของกิมหันโดยตลอดดังนั้นจึงปลงใจเชื่อว่ากิมหันมีความซื่อสัตย์กตัญญูต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ เกงจีจึงพยักหน้าให้กับอุยหลงเป็นนัยให้ทำการเกลี้ยกล่อมกิมหันตามแผนการที่ตกลงกันไว้
อุยหลงจึงว่า ท่านอย่าเพิ่งวู่วามและอย่าด่วนเข้าใจผิด ข้าพเจ้ากล่าวความทั้งนี้ด้วยหวังจะลองใจท่าน บัดนี้ประจักษ์น้ำใจแท้ว่าท่านซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ก็มีความยินดีนัก ข้าพเจ้าและเกงจีมาหาท่านวันนี้เพราะเจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ที่ถูกศัตรูราชสมบัติข่มเหงย่ำยี จึงมีเจตนารมย์ตรงกันที่จะกำจัดโจโฉเสีย ดังนั้นจึงพร้อมกันมาชวนท่านให้ช่วยกันกำจัดศัตรูราชสมบัติ ปกป้องพระราชบัลลังก์เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของแผ่นดินสืบไป
กิมหันจึงว่า เชื้อสายตระกูลเราได้รับราชการในราชวงศ์ฮั่นสืบเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคนแล้วจนกระทั่งถึงตัวเรา บุญคุณในข้าวแดงแกงร้อนของพระมหากษัตริย์ต่อตระกูลและตัวข้าพเจ้าล้นฟ้าพระมหาสมุทร ข้าพเจ้าจึงเจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งท่านทั้งสองจะคิดอ่านกำจัดศัตรูราชสมบัตินั้นต้องด้วยความคิดข้าพเจ้า หากแม้นมีแผนการประการใดที่จะทำการให้สำเร็จแล้วจงแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบ
อุยหลงจึงว่า ในชั้นนี้เพียงแต่คิดอ่านรวบรวมผู้ภักดีต่อแผ่นดิน ยังไม่ถึงขั้นวางแผนการในการกำจัดศัตรูราชสมบัติซึ่งเป็นการที่จะต้องคิดอ่านกันสืบไป อันตัวท่านก็มีความสนิทสนมกับอองปิด บัดนี้อองปิดก็มีตำแหน่งสำคัญรักษาความมั่นคงปลอดภัยของราชธานี ท่านจะมีความคิดเห็นประการใด
กิมหันจึงว่าอองปิดนี้เป็นเพื่อนรักกับข้าพเจ้าก็จริงอยู่ แต่จะไว้ใจนั้นไม่ได้ ด้วย อองปิดเป็นขุนนางที่โจโฉไว้วางใจให้ดูแลความปลอดภัยของเมืองหลวง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดอ่านที่จะสังหารอองปิดแล้วชิงตราสำคัญสำหรับบัญชาการทหารเอามาครองไว้เพื่อใช้บังคับบัญชาทหารต่อไป เมื่อเรายึดเมืองหลวงได้แล้วจะทำเป็นรับสั่งของพระเจ้าเหี้ยนเต้มีหมายไปถึงเล่าปี่ให้ยกกองทัพไปตีเมืองเงียบกุ๋น ส่วนเราคุมทหารในเมืองหลวงจะยกกองทัพหนุนไปกระหนาบตีโจโฉ เห็นจะจับตัวศัตรูราชสมบัติได้เป็นมั่นคง
อุยหลงและเกงจีได้ฟังแผนการของกิมหันแล้วเห็นมีความลึกซึ้งจึงคิดว่าแผนการครั้งนี้น่าจะทำการได้สำเร็จ เพราะขณะนี้โจโฉไปอยู่ที่วังใหม่ ณ เมืองเงียบกุ๋น ส่วนในเมืองหลวงมีอองปิดเป็นผู้รับผิดชอบรักษาเมือง หากยึดอำนาจในเมืองหลวงแล้วโจโฉก็จะขาดไร้ฐานอำนาจทางทหารดังแต่ก่อน เมื่อมีหมายรับสั่งไปถึงเล่าปี่ เล่าปี่ก็ต้องปฏิบัติตามหมายรับสั่งนั้น ยกกองทัพไปกำจัดโจโฉที่เมืองเงียบกุ๋น เมื่อกระหนาบด้วยกองทัพจากเมืองหลวงแล้วโจโฉคงไม่หลุดรอดจากเงื้อมมือไปได้ ก็มีความยินดียิ่งนัก
อุยหลงและเกงจีจึงปรบมือขึ้นพร้อมกัน สรรเสริญกิมหันว่ามีความคิดอ่านวางแผนการหลักแหลมลึกซึ้งนัก การครั้งนี้จักสำเร็จตามความคิดของท่านเป็นมั่นคง
กิมหันได้ฟังคำชมก็ปลาบปลื้มใจ กล่าวสืบไปว่าข้าพเจ้ายังมีเพื่อนรักอีกสองคน ต่างเคียดแค้นชิงชังโจโฉราวกับจะกลืนเลือด ด้วยโจโฉได้ฆ่าบิดาและญาติพี่น้องของเพื่อนข้าพเจ้าดังกล่าว ดังนั้นข้าพเจ้าจะชวนเพื่อนทั้งสองคนนี้เข้ามาร่วมงานครั้งนี้ด้วย
เกงจีได้ฟังดังนั้นก็เห็นว่าผู้ที่จะเข้าร่วมขบวนการเริ่มขยายวง โดยที่สองคนใหม่ที่กิมหันจะชักชวนนั้นทั้งเกงจีและอุยหลงก็ไม่รู้จัก หากความลับแพร่งพรายรั่วไหลก็จะเป็นอันตราย เกงจีจึงถามว่าเพื่อนท่านสองคนนี้เป็นผู้ใด
กิมหันจึงว่า ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน คนพี่ชื่อเกียดเมา คนน้องชื่อเกียดบก ทั้งสองคนนี้เป็นบุตรของหมอหลวงนามเกียดเป๋ง เมื่อครั้งที่ตังสินรับพระบรมราชโองการเลือดให้กำจัดโจโฉนั้น เกียดเป๋งได้ร่วมขบวนการนั้นด้วย และวางแผนวางยาพิษให้โจโฉกิน แต่ โจโฉจับความได้จึงสังหารผู้ร่วมขบวนการในครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก ทั้งเกียดเป๋ง ภรรยาและญาติพี่น้องถูกสังหารจนหมดสิ้น แต่เกียดเมาและเกียดบกหนีออกจากเมืองหลวงได้ทันจึงรอดตายแล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่หัวเมือง บัดนี้ได้ลอบกลับเข้ามาในเมืองฮูโต๋ ซ่องสุมผู้คนอยู่ที่ปลายแดน หากแม้นเราไปชักชวนก็จะได้ทั้งคนได้ทั้งกำลัง
อุยหลงและเกงจีเคยรู้ถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองในราชสำนักเมื่อครั้งโจโฉปราบปรามขบวนการของตังสินเป็นอย่างดี ได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย
กิมหันจึงว่า วันนี้พวกท่านจงกลับไปก่อน ข้าพเจ้าจะเจรจาว่ากล่าวกับเกียดเมาและเกียดบกก่อน เมื่อปลงใจพร้อมกันแล้วจะได้นัดพวกท่านมาปรึกษาหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
อยู่มาวันหนึ่งกิมหันจึงให้คนลอบไปเชิญเกียดเมาและเกียดบกเข้ามาปรึกษาหารือกัน ครั้นได้รับคำยืนยันจากเกียดเมาและเกียดบกว่าเต็มใจร่วมขบวนการด้วยหวังจะล้างแค้นแทนเกียดเป๋งผู้บิดา กิมหันจึงให้คนไปตามเกงจีและอุยหลงมาพบกับเกียดเมาและเกียดบก
ครั้นมาพร้อมกันแล้วกิมหันจึงแนะนำตัวให้สหายร่วมขบวนการได้รู้จักกัน และได้เล่าเนื้อความตลอดจนแผนการทั้งปวงให้ทุกคนทราบอีกครั้งหนึ่ง
เกียดเมาและเกียดบกได้ฟังแผนการอีกครั้งหนึ่งก็ตื้นตันใจ รำลึกถึงเกียดเป๋งผู้บิดาก็ร้องไห้แล้วว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกศัตรูราชสมบัติย่ำยีมาช้านาน บิดาของข้าพเจ้าเจ็บแค้นด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้จึงเข้าร่วมการกับตังสินเพื่อจะกำจัดโจโฉเสีย แต่พลาดพลั้งเสียทีจนตัวตาย ข้าพเจ้าสองพี่น้องจะสืบสานปณิธานของบิดาให้สำเร็จ ดังนั้นพวกเราจงมาสาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย และช่วยกันกำจัดโจโฉสนองคุณแผ่นดินให้สำเร็จจงได้
กิมหันได้ฟังดังนั้นจึงถามสหายผู้ร่วมก่อการทุกคนว่าจะมีความเห็นเป็นประการใด ทุกคนต่างรับปากพร้อมกันว่าการครั้งนี้จะเป็นจะตายก็จะไม่ทอดทิ้งกัน
กิมหันได้ฟังดังนั้นจึงกำหนดแผนการให้แต่ละคนปฏิบัติว่า “เมื่อถึงเดือนสามขึ้นสิบห้าค่ำ เป็นธรรมเนียมชาวเมืองทั้งปวงจุดโคมบูชา ขุนนางทั้งปวงแลหญิงชายเที่ยวเล่นในเวลากลางคืนอื้ออึงเป็นการมหรสพ ตัวเราจะเข้าไปหาอองปิด แล้วเราจะคุมพรรคพวกไปซุ่มอยู่ริมจวน แล้วอุยหลง เกงจี จงคุมบ่าวไพร่ซึ่งสนิทไปซุ่มซ่อนอยู่เป็นสองกอง ถ้าเห็นแสงเพลิงเราจุดขึ้นท่านจงลอบจุดต่อ ๆ ไป แล้วคุมพรรคพวกตีเข้ามาให้ถึงจวนอองปิด ท่านจงตามเราเข้าไปในวัง เราจะเชิญพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นอยู่บนปราสาทงอหองเหลา เราจึงจะปรึกษากับขุนนางทั้งปวงตามที่คิดไว้ แล้วให้เกียดเมา เกียดบก ซึ่งอยู่นอกกำแพงนั้นจุดเพลิงขึ้น จึงพาพรรคพวกตีเข้ามาให้ร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่าทำการทั้งนี้จะกำจัดศัตรูราชสมบัติเสีย ผู้ใดสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินก็ให้มาช่วยกัน”
กิมหันวางแผนให้สหายร่วมก่อการแต่ละคนปฏิบัติแล้วจึงกล่าวสืบไปว่า ตัวข้าพเจ้าจะกราบบังคมทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้มีหมายประกาศพระบรมราชโองการ ชักชวนให้ราษฎรทั้งปวงร่วมกันกำจัดโจโฉผู้เป็นศัตรูราชสมบัติ และให้มีหมายรับสั่งไปให้เล่าปี่ยกกองทัพไปตีเมืองเงียบกุ๋น กำจัดโจโฉเสีย
กิมหันได้กล่าวสืบไปว่าแผนการของข้าพเจ้าทั้งนี้กำหนดให้ทำการโดยรีบด่วน เพราะหากเนิ่นช้าไว้ความลับอาจแพร่งพรายรั่วไหล ทุกคนก็จะเป็นอันตรายเหมือนเมื่อครั้งตังสิน ดังนั้นท่านทั้งปวงอย่าได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก จงเร่งจัดแจงแต่งการให้พร้อม อย่าให้ขาดตกบกพร่อง
สหายศึกทุกคนได้ยินแผนการดังนั้นก็เห็นชอบ กิมหันจึงให้เอาจอกสุรามาตั้งเรียงไว้ห้าจอก รินสุราจนเกือบเต็มแล้วแต่ละคนจึงเอามีดกรีดมือให้โลหิตไหลปนลงไปในจอกสุราทั้งห้าจอก แล้วต่างคนต่างถือจอกสุราหันหน้าไปทางทิศเหนือ คำนับเทพยดาฟ้าดิน สาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย จะไม่ทอดทิ้งกันจนวันตาย แล้วต่างคนต่างก็ดื่มสุราสาบานจนหมดจอก
ครั้นได้เวลาอันสมควรสหายร่วมขบวนการผู้เป็นแขกจึงคำนับลากิมหันกลับไปที่อยู่ อุยหลงกับเกงจีจัดแจงคนซึ่งสนิทพร้อมศาตราวุธสำหรับทำการได้สามร้อยคนเศษ ส่วนเกียดเมาและเกียดบกก็ชักชวนซ่องสุมมิตรสหายเพื่อนฝูงพร้อมอาวุธเข้าร่วมขบวนการได้สามร้อยคนเศษเช่นเดียวกัน
ปลายเจี้ยนอันศกปี่ที่ยี่สิบสอง เดือนสาม ขึ้นสิบสี่ค่ำ เป็นเทศกาลใกล้ปีใหม่ เวลาเช้า กิมหันได้เข้าไปหาอองปิด คำนับแล้วอวยพรปีใหม่ตามธรรมเนียม ต่างฝ่ายต่างทักทายตามสมควรแล้ว อองปิดจึงเชิญกิมหันเข้าไปสนทนากันที่ห้องรับรอง
กิมหันได้กล่าวกับอองปิดว่านับแต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยามหาอุปราชได้เชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้มาประทับอยู่ที่เมืองฮูโต๋จนบัดนี้แผ่นดินทั้งปวงร่มเย็น อาณาประชาราษฎรเป็นสุข อยู่ดีกินดี ทั้งนี้เป็นเพราะบารมีของวุยอ๋องเป็นล้นพ้นนัก ในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันปีใหม่แล้ว จึงชอบที่ท่านจะแต่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ตามประเพณี เพื่อมิให้คนครหาได้ว่าวุยอ๋องไม่อยู่ในเมืองหลวงแล้วการประเพณีมหรสพถูกยกเลิกเพิกเฉยไป
อองปิดจึงว่า ท่านอย่าได้ปรารมภ์เลย ข้าพเจ้าได้เตรียมการไว้พร้อมมิให้ถูกตำหนิ ติเตียนได้ ในวันพรุ่งนี้เป็นวันเข้าปีใหม่ ในเมืองหลวงจะมีการมหรสพตามประเพณีที่มีมาทุกประการ
กิมหันได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี คิดว่าการทั้งปวงจะเป็นไปตามแผนการซึ่งได้วางไว้ทุกประการ ครั้นสนทนากันอีกครู่หนึ่งกิมหันจึงคำนับลาอองปิดกลับไปที่พักด้วยความอิ่มอกอิ่มใจว่าการซึ่งคิดนั้นจักสำเร็จเป็นแน่แท้ แต่หารู้ไม่ว่าเพลิงพยากรณ์ที่จะบังเกิดขึ้นนั้นกวนลอได้ทำนายทายทักไว้กับโจโฉก่อนแล้ว.
เกงจีครั้นฟังว่าอุยหลงคิดจะเกลี้ยกล่อมอองปิดให้ร่วมขบวนการกำจัดโจโฉก็ท้วงว่า ข้าพเจ้ากริ่งว่าการจักไม่สำเร็จ ด้วยกิมหันเป็นเพื่อนรักกับอองปิด ส่วนอองปิดก็เป็นทหารเอกซึ่งโจโฉวางใจ กิมหันย่อมไม่อาจว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมได้ ถึงแม้กิมหันจะใจกล้าทำการเกลี้ยกล่อมก็เกรงว่าอองปิดจะไม่ปลงใจด้วย การของเราก็จะเสียไป
อุยหลงจึงว่า นั่นเป็นเพียงความเข้าใจที่มองจากภายนอก ข้าพเจ้ารู้จักคุ้นเคยกับกิมหันเป็นอันดี หากท่านยังไม่วางใจก็จงไปพบกิมหันพร้อมกับข้าพเจ้า ดูท่วงทีของกิมหันให้ประจักษ์ก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจต่อภายหลัง
เมื่อปรึกษากันดังนั้นแล้วอุยหลงและเกงจีจึงชวนกันไปที่บ้านของกิมหัน ครั้นคำนับทักทายกันตามธรรมเนียมแล้ว กิมหันจึงเชิญเกงจีกับอุยหลงขึ้นไปนั่งสนทนากันที่ห้องรับรองอันเป็นที่รโหฐาน
อุยหลงจึงเริ่มลองใจกิมหันให้เกงจีได้พินิจพิจารณา โดยแกล้งกล่าวกับกิมหันว่า “เรากับท่านได้เป็นเพื่อนสนิทกันมา ตัวท่านเล่าก็เป็นเพื่อนรักกับอองปิด บัดนี้เราเห็นพระเจ้าวุยอ๋องจะได้ครองราชสมบัติแทนพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่แล้ว แลอองปิดเป็นข้าหลวงเดิมก็จะเสนอความชอบตั้งแต่งท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ตัวเราจึงมาหาท่านหวังจะให้ช่วยทำนุบำรุงเราด้วย”
กิมหันได้ฟังคำอุยหลงดังนั้นก็มีสีหน้าบึ้งตึง ลุกขึ้นยืนตวาดอุยหลงแล้วว่า ท่านอย่ากล่าวความฉะนี้สืบไป
พอดีเด็กรับใช้ได้ยกน้ำชาเข้ามาให้แขกผู้มาเยือน กิมหันจึงข่มอารมณ์ไว้ครู่หนึ่ง พลางโบกมือให้เด็กรับใช้รีบออกจากห้องไป พอเด็กรับใช้ออกไปแล้วกิมหันจึงเอาน้ำชาซึ่งยกมานั้นเททิ้งเสียทั้งสิ้น พลางกล่าวว่าน้ำชานี้มีมาเพราะเบี้ยหวัดในราชการของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่สมควรที่จะให้คนซึ่งไม่ภักดีต่อแผ่นดินดื่มกิน
อุยหลงเห็นดังนั้นก็รู้ทีว่ากิมหันมีความจงรักภักดีต่อราชสำนักแต่ยังแสร้งลองใจต่อไป โดยทำเป็นโกรธกิมหันแล้วกล่าวว่า “ตัวเราคิดว่าท่านได้ดีขึ้นจึงอุตส่าห์บ่ายหน้ามาหา หวังจะฝากตัวกับท่านสืบไป ยังไม่ทันไรท่านมาดูหมิ่นผลักหน้าเราเสียให้ได้ความอัปยศแก่คนใช้ของท่าน”
กิมหันได้ฟังคำอุยหลงกล่าวความผูกพันฉันท์เพื่อนเป็นเชิงตัดพ้อต่อว่าดังนั้น จึงแก้ว่าตัวเราสิคิดถึงเพื่อนสนิทมิตรสหาย แต่จะให้ข้ามความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์นั้นเราทำไม่ได้ ตัวท่านก็รู้ดีอยู่ว่าโจโฉเป็นศัตรูราชสมบัติ คิดอ่านจะล้มล้างราชบัลลังก์ แต่ไฉนจึงไม่เจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ มิหนำซ้ำยังคิดหวังจะพึ่งใบบุญของโจโฉอีกเล่า ความคิดข้าขายเจ้า บ่าวขายนายดังนี้ ข้าพเจ้าไม่อาจนับถือว่าเป็นเพื่อนได้อีกต่อไป
อุยหลงกับเกงจีสังเกตอากัปกิริยาท่วงท่าวาจาของกิมหันโดยตลอดดังนั้นจึงปลงใจเชื่อว่ากิมหันมีความซื่อสัตย์กตัญญูต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ เกงจีจึงพยักหน้าให้กับอุยหลงเป็นนัยให้ทำการเกลี้ยกล่อมกิมหันตามแผนการที่ตกลงกันไว้
อุยหลงจึงว่า ท่านอย่าเพิ่งวู่วามและอย่าด่วนเข้าใจผิด ข้าพเจ้ากล่าวความทั้งนี้ด้วยหวังจะลองใจท่าน บัดนี้ประจักษ์น้ำใจแท้ว่าท่านซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ก็มีความยินดีนัก ข้าพเจ้าและเกงจีมาหาท่านวันนี้เพราะเจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ที่ถูกศัตรูราชสมบัติข่มเหงย่ำยี จึงมีเจตนารมย์ตรงกันที่จะกำจัดโจโฉเสีย ดังนั้นจึงพร้อมกันมาชวนท่านให้ช่วยกันกำจัดศัตรูราชสมบัติ ปกป้องพระราชบัลลังก์เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของแผ่นดินสืบไป
กิมหันจึงว่า เชื้อสายตระกูลเราได้รับราชการในราชวงศ์ฮั่นสืบเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคนแล้วจนกระทั่งถึงตัวเรา บุญคุณในข้าวแดงแกงร้อนของพระมหากษัตริย์ต่อตระกูลและตัวข้าพเจ้าล้นฟ้าพระมหาสมุทร ข้าพเจ้าจึงเจ็บร้อนด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งท่านทั้งสองจะคิดอ่านกำจัดศัตรูราชสมบัตินั้นต้องด้วยความคิดข้าพเจ้า หากแม้นมีแผนการประการใดที่จะทำการให้สำเร็จแล้วจงแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบ
อุยหลงจึงว่า ในชั้นนี้เพียงแต่คิดอ่านรวบรวมผู้ภักดีต่อแผ่นดิน ยังไม่ถึงขั้นวางแผนการในการกำจัดศัตรูราชสมบัติซึ่งเป็นการที่จะต้องคิดอ่านกันสืบไป อันตัวท่านก็มีความสนิทสนมกับอองปิด บัดนี้อองปิดก็มีตำแหน่งสำคัญรักษาความมั่นคงปลอดภัยของราชธานี ท่านจะมีความคิดเห็นประการใด
กิมหันจึงว่าอองปิดนี้เป็นเพื่อนรักกับข้าพเจ้าก็จริงอยู่ แต่จะไว้ใจนั้นไม่ได้ ด้วย อองปิดเป็นขุนนางที่โจโฉไว้วางใจให้ดูแลความปลอดภัยของเมืองหลวง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดอ่านที่จะสังหารอองปิดแล้วชิงตราสำคัญสำหรับบัญชาการทหารเอามาครองไว้เพื่อใช้บังคับบัญชาทหารต่อไป เมื่อเรายึดเมืองหลวงได้แล้วจะทำเป็นรับสั่งของพระเจ้าเหี้ยนเต้มีหมายไปถึงเล่าปี่ให้ยกกองทัพไปตีเมืองเงียบกุ๋น ส่วนเราคุมทหารในเมืองหลวงจะยกกองทัพหนุนไปกระหนาบตีโจโฉ เห็นจะจับตัวศัตรูราชสมบัติได้เป็นมั่นคง
อุยหลงและเกงจีได้ฟังแผนการของกิมหันแล้วเห็นมีความลึกซึ้งจึงคิดว่าแผนการครั้งนี้น่าจะทำการได้สำเร็จ เพราะขณะนี้โจโฉไปอยู่ที่วังใหม่ ณ เมืองเงียบกุ๋น ส่วนในเมืองหลวงมีอองปิดเป็นผู้รับผิดชอบรักษาเมือง หากยึดอำนาจในเมืองหลวงแล้วโจโฉก็จะขาดไร้ฐานอำนาจทางทหารดังแต่ก่อน เมื่อมีหมายรับสั่งไปถึงเล่าปี่ เล่าปี่ก็ต้องปฏิบัติตามหมายรับสั่งนั้น ยกกองทัพไปกำจัดโจโฉที่เมืองเงียบกุ๋น เมื่อกระหนาบด้วยกองทัพจากเมืองหลวงแล้วโจโฉคงไม่หลุดรอดจากเงื้อมมือไปได้ ก็มีความยินดียิ่งนัก
อุยหลงและเกงจีจึงปรบมือขึ้นพร้อมกัน สรรเสริญกิมหันว่ามีความคิดอ่านวางแผนการหลักแหลมลึกซึ้งนัก การครั้งนี้จักสำเร็จตามความคิดของท่านเป็นมั่นคง
กิมหันได้ฟังคำชมก็ปลาบปลื้มใจ กล่าวสืบไปว่าข้าพเจ้ายังมีเพื่อนรักอีกสองคน ต่างเคียดแค้นชิงชังโจโฉราวกับจะกลืนเลือด ด้วยโจโฉได้ฆ่าบิดาและญาติพี่น้องของเพื่อนข้าพเจ้าดังกล่าว ดังนั้นข้าพเจ้าจะชวนเพื่อนทั้งสองคนนี้เข้ามาร่วมงานครั้งนี้ด้วย
เกงจีได้ฟังดังนั้นก็เห็นว่าผู้ที่จะเข้าร่วมขบวนการเริ่มขยายวง โดยที่สองคนใหม่ที่กิมหันจะชักชวนนั้นทั้งเกงจีและอุยหลงก็ไม่รู้จัก หากความลับแพร่งพรายรั่วไหลก็จะเป็นอันตราย เกงจีจึงถามว่าเพื่อนท่านสองคนนี้เป็นผู้ใด
กิมหันจึงว่า ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน คนพี่ชื่อเกียดเมา คนน้องชื่อเกียดบก ทั้งสองคนนี้เป็นบุตรของหมอหลวงนามเกียดเป๋ง เมื่อครั้งที่ตังสินรับพระบรมราชโองการเลือดให้กำจัดโจโฉนั้น เกียดเป๋งได้ร่วมขบวนการนั้นด้วย และวางแผนวางยาพิษให้โจโฉกิน แต่ โจโฉจับความได้จึงสังหารผู้ร่วมขบวนการในครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก ทั้งเกียดเป๋ง ภรรยาและญาติพี่น้องถูกสังหารจนหมดสิ้น แต่เกียดเมาและเกียดบกหนีออกจากเมืองหลวงได้ทันจึงรอดตายแล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่หัวเมือง บัดนี้ได้ลอบกลับเข้ามาในเมืองฮูโต๋ ซ่องสุมผู้คนอยู่ที่ปลายแดน หากแม้นเราไปชักชวนก็จะได้ทั้งคนได้ทั้งกำลัง
อุยหลงและเกงจีเคยรู้ถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองในราชสำนักเมื่อครั้งโจโฉปราบปรามขบวนการของตังสินเป็นอย่างดี ได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย
กิมหันจึงว่า วันนี้พวกท่านจงกลับไปก่อน ข้าพเจ้าจะเจรจาว่ากล่าวกับเกียดเมาและเกียดบกก่อน เมื่อปลงใจพร้อมกันแล้วจะได้นัดพวกท่านมาปรึกษาหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
อยู่มาวันหนึ่งกิมหันจึงให้คนลอบไปเชิญเกียดเมาและเกียดบกเข้ามาปรึกษาหารือกัน ครั้นได้รับคำยืนยันจากเกียดเมาและเกียดบกว่าเต็มใจร่วมขบวนการด้วยหวังจะล้างแค้นแทนเกียดเป๋งผู้บิดา กิมหันจึงให้คนไปตามเกงจีและอุยหลงมาพบกับเกียดเมาและเกียดบก
ครั้นมาพร้อมกันแล้วกิมหันจึงแนะนำตัวให้สหายร่วมขบวนการได้รู้จักกัน และได้เล่าเนื้อความตลอดจนแผนการทั้งปวงให้ทุกคนทราบอีกครั้งหนึ่ง
เกียดเมาและเกียดบกได้ฟังแผนการอีกครั้งหนึ่งก็ตื้นตันใจ รำลึกถึงเกียดเป๋งผู้บิดาก็ร้องไห้แล้วว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกศัตรูราชสมบัติย่ำยีมาช้านาน บิดาของข้าพเจ้าเจ็บแค้นด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้จึงเข้าร่วมการกับตังสินเพื่อจะกำจัดโจโฉเสีย แต่พลาดพลั้งเสียทีจนตัวตาย ข้าพเจ้าสองพี่น้องจะสืบสานปณิธานของบิดาให้สำเร็จ ดังนั้นพวกเราจงมาสาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย และช่วยกันกำจัดโจโฉสนองคุณแผ่นดินให้สำเร็จจงได้
กิมหันได้ฟังดังนั้นจึงถามสหายผู้ร่วมก่อการทุกคนว่าจะมีความเห็นเป็นประการใด ทุกคนต่างรับปากพร้อมกันว่าการครั้งนี้จะเป็นจะตายก็จะไม่ทอดทิ้งกัน
กิมหันได้ฟังดังนั้นจึงกำหนดแผนการให้แต่ละคนปฏิบัติว่า “เมื่อถึงเดือนสามขึ้นสิบห้าค่ำ เป็นธรรมเนียมชาวเมืองทั้งปวงจุดโคมบูชา ขุนนางทั้งปวงแลหญิงชายเที่ยวเล่นในเวลากลางคืนอื้ออึงเป็นการมหรสพ ตัวเราจะเข้าไปหาอองปิด แล้วเราจะคุมพรรคพวกไปซุ่มอยู่ริมจวน แล้วอุยหลง เกงจี จงคุมบ่าวไพร่ซึ่งสนิทไปซุ่มซ่อนอยู่เป็นสองกอง ถ้าเห็นแสงเพลิงเราจุดขึ้นท่านจงลอบจุดต่อ ๆ ไป แล้วคุมพรรคพวกตีเข้ามาให้ถึงจวนอองปิด ท่านจงตามเราเข้าไปในวัง เราจะเชิญพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นอยู่บนปราสาทงอหองเหลา เราจึงจะปรึกษากับขุนนางทั้งปวงตามที่คิดไว้ แล้วให้เกียดเมา เกียดบก ซึ่งอยู่นอกกำแพงนั้นจุดเพลิงขึ้น จึงพาพรรคพวกตีเข้ามาให้ร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่าทำการทั้งนี้จะกำจัดศัตรูราชสมบัติเสีย ผู้ใดสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินก็ให้มาช่วยกัน”
กิมหันวางแผนให้สหายร่วมก่อการแต่ละคนปฏิบัติแล้วจึงกล่าวสืบไปว่า ตัวข้าพเจ้าจะกราบบังคมทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้มีหมายประกาศพระบรมราชโองการ ชักชวนให้ราษฎรทั้งปวงร่วมกันกำจัดโจโฉผู้เป็นศัตรูราชสมบัติ และให้มีหมายรับสั่งไปให้เล่าปี่ยกกองทัพไปตีเมืองเงียบกุ๋น กำจัดโจโฉเสีย
กิมหันได้กล่าวสืบไปว่าแผนการของข้าพเจ้าทั้งนี้กำหนดให้ทำการโดยรีบด่วน เพราะหากเนิ่นช้าไว้ความลับอาจแพร่งพรายรั่วไหล ทุกคนก็จะเป็นอันตรายเหมือนเมื่อครั้งตังสิน ดังนั้นท่านทั้งปวงอย่าได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก จงเร่งจัดแจงแต่งการให้พร้อม อย่าให้ขาดตกบกพร่อง
สหายศึกทุกคนได้ยินแผนการดังนั้นก็เห็นชอบ กิมหันจึงให้เอาจอกสุรามาตั้งเรียงไว้ห้าจอก รินสุราจนเกือบเต็มแล้วแต่ละคนจึงเอามีดกรีดมือให้โลหิตไหลปนลงไปในจอกสุราทั้งห้าจอก แล้วต่างคนต่างถือจอกสุราหันหน้าไปทางทิศเหนือ คำนับเทพยดาฟ้าดิน สาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย จะไม่ทอดทิ้งกันจนวันตาย แล้วต่างคนต่างก็ดื่มสุราสาบานจนหมดจอก
ครั้นได้เวลาอันสมควรสหายร่วมขบวนการผู้เป็นแขกจึงคำนับลากิมหันกลับไปที่อยู่ อุยหลงกับเกงจีจัดแจงคนซึ่งสนิทพร้อมศาตราวุธสำหรับทำการได้สามร้อยคนเศษ ส่วนเกียดเมาและเกียดบกก็ชักชวนซ่องสุมมิตรสหายเพื่อนฝูงพร้อมอาวุธเข้าร่วมขบวนการได้สามร้อยคนเศษเช่นเดียวกัน
ปลายเจี้ยนอันศกปี่ที่ยี่สิบสอง เดือนสาม ขึ้นสิบสี่ค่ำ เป็นเทศกาลใกล้ปีใหม่ เวลาเช้า กิมหันได้เข้าไปหาอองปิด คำนับแล้วอวยพรปีใหม่ตามธรรมเนียม ต่างฝ่ายต่างทักทายตามสมควรแล้ว อองปิดจึงเชิญกิมหันเข้าไปสนทนากันที่ห้องรับรอง
กิมหันได้กล่าวกับอองปิดว่านับแต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยามหาอุปราชได้เชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้มาประทับอยู่ที่เมืองฮูโต๋จนบัดนี้แผ่นดินทั้งปวงร่มเย็น อาณาประชาราษฎรเป็นสุข อยู่ดีกินดี ทั้งนี้เป็นเพราะบารมีของวุยอ๋องเป็นล้นพ้นนัก ในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันปีใหม่แล้ว จึงชอบที่ท่านจะแต่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ตามประเพณี เพื่อมิให้คนครหาได้ว่าวุยอ๋องไม่อยู่ในเมืองหลวงแล้วการประเพณีมหรสพถูกยกเลิกเพิกเฉยไป
อองปิดจึงว่า ท่านอย่าได้ปรารมภ์เลย ข้าพเจ้าได้เตรียมการไว้พร้อมมิให้ถูกตำหนิ ติเตียนได้ ในวันพรุ่งนี้เป็นวันเข้าปีใหม่ ในเมืองหลวงจะมีการมหรสพตามประเพณีที่มีมาทุกประการ
กิมหันได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี คิดว่าการทั้งปวงจะเป็นไปตามแผนการซึ่งได้วางไว้ทุกประการ ครั้นสนทนากันอีกครู่หนึ่งกิมหันจึงคำนับลาอองปิดกลับไปที่พักด้วยความอิ่มอกอิ่มใจว่าการซึ่งคิดนั้นจักสำเร็จเป็นแน่แท้ แต่หารู้ไม่ว่าเพลิงพยากรณ์ที่จะบังเกิดขึ้นนั้นกวนลอได้ทำนายทายทักไว้กับโจโฉก่อนแล้ว.