ตอนที่ 35. เพลงพื้นบ้านอันลึกลับ

 เมื่อสถานการณ์สงครามของฝ่ายปฏิวัติเปลี่ยนจากถอยเป็นรับสู่รุก เปลี่ยนจากปราชัยเป็นมีชัยเช่นนี้ หัวเมืองทั้งปวงจึงมีความยินดียิ่งนัก เฉลิมฉลองกันแล้วเจ้าเมืองทั้งแปดหัวเมืองจึงรายงานการศึกให้ผู้บัญชาการใหญ่อ้วนเสี้ยวทราบ

            อ้วนเสี้ยวทราบความศึกแล้วยินดีนัก คิดทำศึกแตกหักทั้งทางด่านเฮาโลก๋วนและด่านกิสุยก๋วน เพราะความคิดของอ้วนเสี้ยวนั้นเข้าใจว่าในสภาพเช่นนี้กองทัพฝ่ายเมืองหลวงต้องปราชัยอย่างแน่แท้ จึงช่วงชิงฉวยโอกาสสร้างผลงานของตนเองในฐานะเป็นผู้บัญชาการในการศึกขั้นสุดท้าย

            แต่อ้วนเสี้ยวกังวลอยู่ด้วยกองทัพของซุนเกี๋ยน ซึ่งไม่พอใจอ้วนสุดในเรื่องไม่ส่งเสบียงตามกำหนด ทำให้กองทัพเมืองเตียงสาต้องพ่ายแพ้ จึงได้แต่ตั้งค่ายมั่นไว้ไม่ยอมออกรบ

            ดังนั้นอ้วนเสี้ยวจึงให้ทหารถือหนังสือไปยังซุนเกี๋ยนให้เร่งยกทหารตีด่าน      กิสุยก๋วนให้จงได้ แล้วแก้ตัวให้กับอ้วนสุดผู้น้องว่าเรื่องเสบียงครั้งก่อนนั้นอ้วนสุดได้สั่งการไปแล้ว แต่ทหารผู้รับผิดชอบปฏิบัติละหน้าที่เสีย จึงทำให้ท่านเดือดร้อนเสียหาย ขอจงเห็นแก่การใหญ่ของบ้านเมือง อภัยเรื่องนี้เสียเถิด

            ซุนเกี๋ยนเห็นหนังสือของอ้วนเสี้ยวแล้ว จึงสั่งทหารให้รักษาค่ายไว้ให้มั่นคง ตัวซุนเกี๋ยนเองพาเทียเภา อุยกาย ออกจากค่ายไปหาอ้วนสุด เพื่อต้องการไต่ถามเรื่องนี้ให้สิ้นกระแสความ ทำความจริงให้กระจ่าง และให้เอาตัวคนผิดมาลงโทษตามพระอัยการศึก

            ซุนเกี๋ยนพบอ้วนสุดแล้วต่อว่าเรื่องไม่ส่งเสบียงจนทำให้กองทัพซุนเกี๋ยนต้องเสียที อ้วนสุดมีความละอายใจนักแต่แก้ตัวเหมือนกับที่ได้ซักซ้อมไว้กับอ้วนเสี้ยวว่าได้สั่งการไปแล้ว แต่ทหารผู้รับผิดชอบปฏิบัติละหน้าที่เสีย ว่าแล้วสั่งทหารให้ไปจับตัวทหารเลวคนหนึ่งแล้วกล่าวหาว่าทิ้งหน้าที่ ไม่ลำเลียงเสบียงส่งให้แก่กองทัพซุนเกี๋ยน แล้วสั่งให้เพชฌฆาตประหารทหารเลวนั้นเสียต่อหน้าซุนเกี๋ยน

            เรื่องของคนถ่อยกับเรื่องของแพะรับบาป แม้จะเป็นคนละเรื่อง แต่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องอยู่ในเรื่องเดียวกันมาตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยประการฉะนี้

            ซุนเกี๋ยนเห็นอ้วนสุดประหารทหารของตนเองก็คิดว่าเป็นการกระทำโดยจริงใจ จึงค่อยคลายโทสะลง ในขณะนั้นทหารของอ้วนสุดเข้ามารายงานว่ามีทหารมาจากค่ายของซุนเกี๋ยนขอพบซุนเกี๋ยนเป็นการด่วน

            ซุนเกี๋ยนจึงออกมานอกค่ายพบทหารจากค่ายตนแล้วทหารนั้นรายงานว่าบัดนี้มีทหารเอกของตั๋งโต๊ะชื่อว่าลิฉุยมาแต่ด่านกิสุยก๋วน และรอพบซุนเกี๋ยนอยู่ที่ค่าย บอกว่ามีราชการสำคัญ

            ซุนเกี๋ยนจึงกลับเข้าไปในค่ายบอกลาอ้วนสุด แล้วเดินทางกลับไปยังค่ายของตน ณ ตำบลเลียงต๋ง เข้าไปพบกับลิฉุยถามว่าท่านมาพบเราด้วยธุระสิ่งใด

            ลิฉุยคารวะซุนเกี๋ยนตามธรรมเนียมแล้วว่าการที่หัวเมืองต่าง ๆ ยกมาประชิดแดนลกเอี๋ยงครั้งนี้เป็นกบฏต่อแผ่นดิน ก่อความเดือดร้อนแก่บ้านเมืองแลราษฎร อัครมหาเสนาบดีตั๋งโต๊ะจะทำการปราบปรามอย่างเฉียบขาดแต่มีใจเมตตาท่านด้วยเป็นคนกล้าหาญมีคุณธรรม เป็นกำลังสำคัญของแผ่นดิน ทั้งยังหวังไมตรีที่สถาพรไปเบื้องหน้า โดยท่านอัครมหาเสนาบดีทราบกิตติศัพท์ว่าซุนเซ็กบุตรท่านเป็นคนมีสติปัญญากล้าหาญเหมาะสมกับบุตรสาว จึงดำริที่จะยกบุตรสาวให้เป็นภรรยาซุนเซ็ก เพื่อให้ตระกูล “ตั๋ง” และ “ซุน” เป็นทองแผ่นเดียวกัน จะได้ร่วมมือกันทำนุบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุขสืบไป

            ซุนเกี๋ยนฟังลิฉุยเจรจาดั่งนั้นก็เข้าใจได้ว่าตั๋งโต๊ะต้องการซื้อหาตนเหมือนกับการซื้อหาสินค้าตามท้องตลาดด้วยการยกลูกสาวให้แก่ซุนเซ็กผู้บุตร แล้วให้หักหลังหัวเมืองต่าง ๆ ด้วยการถอนตัวออกจากกองทัพปฏิวัติก็เคืองใจนัก จึงตวาดเอากับลิฉุยให้หยุดอย่ากล่าวความสืบไปอีกเลย

            แล้วซุนเกี๋ยนจึงว่าบ้านเมืองทุกวันนี้เดือดร้อนเป็นจลาจล ราษฎรทุกข์เข็ญทุกหย่อมหญ้า เกิดแต่ตั๋งโต๊ะเป็นกบฏขายชาติ ทำหยาบช้าต่อฮ่องเต้และขุนนางข้าราชการทั้งปวง ปล้นบ้านปล้นเมือง ข่มเหงสังหารราษฎรผู้ไม่มีความผิดเป็นจำนวนมาก แม้กับพระสงฆ์องค์เจ้าก็มิได้ละเว้น ทำให้ราชการบ้านเมืองวิปริต เราจึงพร้อมใจกับหัวเมืองต่าง ๆ ยกเข้ามาเพื่อจะล้างตั๋งโต๊ะเสียให้สิ้น ทั้งบัดนี้ราษฎรในเมืองหลวงและหัวเมืองต่างชิงชังทรราชย์ก่นสาปแช่งทุกวันคืน ใคร่จะกินเนื้อทรราชย์ระบายความแค้นกันทุกตัวคน ชะตากรรมของทรราชย์จะไม่ยืนยาวแล้ว อย่าว่าแต่จะให้ลูกเรารับเอาลูกสาวทรราชย์มาเป็นภรรยาเลย เพียงแค่ได้ยินเรื่องนี้เราก็ละอายยิ่งนัก ลูกเสือไม่มีวันที่จะเอาลูกสุนัขมาทำเมียอย่างเด็ดขาด

            ซุนเกี๋ยนสำทับต่อไปว่าท่านเป็นทูตมาเกลี้ยกล่อมเราครั้งนี้ เราจะไว้ชีวิตสักครั้งหนึ่งไม่ให้ผิดธรรมเนียมต้อนรับทูตมาเจรจาความเมือง ต่อไปเบื้องหน้าถ้ามากล่าวด้วยเราในเรื่องนี้อีกเราจะสังหารตัวเสีย  แล้วว่าตัวจงกลับไปแล้วชวนทหารทั้งปวงของ    ตั๋งโต๊ะให้มาเข้าสวามิภักดิ์ด้วยกองทัพปฏิวัติเสีย มิฉะนั้นจะพากันตายสิ้น

            ลิฉุยฟังซุนเกี๋ยนแล้วเห็นว่าการที่ได้รับมอบหมายจากตั๋งโต๊ะ ลิยู ให้มาเกลี้ยกล่อมซุนเกี๋ยนคงจะไม่สำเร็จเป็นแน่แท้ ทั้งขืนอยู่เจรจาสืบไปอาจได้รับอันตรายเพราะกริยาท่าทีของซุนเกี๋ยนเหี้ยมหาญดุดันยิ่งนัก
             ลิฉุยจึงลุกขึ้นคารวะแล้วอำลาซุนเกี๋ยนเดินทางกลับเข้าด่าน รายงานให้ตั๋งโต๊ะ   ลิยูทราบ
            ตั๋งโต๊ะจึงปรึกษาลิยูว่าเมื่อซุนเกี๋ยนไม่ยอมตกลงปลงใจด้วยเช่นนี้ จะคิดอ่านแผนการประการใด ลิยูซึ่งบัดนี้สติปัญญากำลังวิปริตแปรปรวนด้วยกลัวภัย จึงออกความเห็นว่าซึ่งกองทัพเราสูญเสียฮัวหยงทหารเอกไปคนหนึ่ง ไม่ทันไรลิโป้ก็เสียทีแก่ข้าศึกซ้ำอีกเล่า กองทัพแลทหารของเราต่างมั่นใจในฝีมือของทหารเอกทั้งสอง เชื่อว่าจะนำชัยชนะมาสู่กองทัพ แต่เมื่อเหตุการณ์ผันแปรไปดังนี้ทำให้ขวัญทหารทั้งกองทัพท้อถอยและสิ้นหวัง เป็นอุปสรรคต่อการทำศึกต่อไป และแม้จะทำศึกต่อไปเห็นจะไม่ได้ชัยชนะ

            เมื่อสิ้นคิดเสียเช่นนี้แล้วลิยูจึงเสนอให้ตั๋งโต๊ะยกทัพกลับเมืองหลวง “แล้วเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปตั้งอยู่เมืองเตียงอัน”

            ว่าแล้วลิยูก็อ้างว่าเด็ก ๆ ชาวเมืองร้องรำทำเพลงเป็นใจความว่า เบื้องบูรพามีเมืองฮั่น เบื้องประจิมก็มีเมืองฮั่น กวางหนีภัยเข้าไปเมืองเตียงอันแล้วจึงรอดตาย ได้พิจารณาความหมายของเพลงพื้นบ้านนี้แล้ว จึงได้รู้ว่าเมืองลกเอี๋ยงราชธานีกำลังจะดับสูญ ราชวงศ์ฮั่นกำลังจะสิ้นแล้ว ถ้าท่านยกไปเมืองเตียงอันเห็นจะได้ราชสมบัติเหมือนกับพระเจ้าฮั่นโกโจ

            ความเห็นของลิยูเป็นความเห็นที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารทางการทหาร และข้อมูลลับเกี่ยวกับการภายในข้างกองทัพปฏิวัติ หากเป็นการออกความเห็นแบบส่งเดช เพราะสถานการณ์ขณะนี้ภายในกองทัพปฏิวัติมีรอยร้าวปริ ทั้งผู้บัญชาการใหญ่อ้วนเสี้ยวก็เป็นคนไร้สติปัญญาความสามารถ มิได้มีแผนการใด ๆ ที่จะยึดเอาลกเอี๋ยงได้เลย ดังนั้นถ้าหากลิยูรู้ความศึกหรือใส่ใจแสวงหาข้อมูลข่าวสารการสงครามให้สมกับฐานะที่ปรึกษาแล้ว ย่อมจะไม่ออกความเห็นชุ่ย ๆ แบบนี้

            เพราะเพียงแต่เสนอให้ฝ่ายเมืองหลวงคุมกำลังตั้งมั่นไว้ในด่าน แล้วหาทางสร้างความแตกแยกในกองทัพปฏิวัติ ไม่ว่าโดยวิธีการตัดเสบียง หรือเกลี้ยกล่อมกองทัพอื่นประการหนึ่งประการใด หรือโดยติดสินบนด้วยการตั้งตำแหน่งแหล่งที่ให้สูงขึ้น หรือปูนบำเหน็จให้ไปกินเมืองใหญ่ หรือปล่อยข่าวสร้างกระแสโกหกหลอกลวงด้วยประการต่างๆ เหมือนดังที่รัฐบาลบางรัฐบาลกระทำอยู่อย่างเชี่ยวชาญช่ำชองแล้ว กองทัพปฏิวัติก็จะแตกพ่ายไปเอง

            ข้อเสนอของลิยูในครั้งนี้จึงเป็นข้อเสนอที่เหลวไหล ไร้เหตุผล ราวกับว่าเป็นคนละคนกับลิยูคนที่เสนอแผนการให้ตั๋งโต๊ะยึดอำนาจรัฐ  เพราะเพียงแค่เสียทหารเอกไปคนหนึ่งและลิโป้ทหารเอกอีกคนหนึ่งเสียทีข้าศึกมาเท่านั้น กลับเสนอให้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองลกเอี๋ยงไปอยู่เมืองเตียงอัน สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่ขี้ขลาดตาขาว และตกใจกลัวง่าย คล้ายกับนักวิชาการขายตัวบางยุคบางสมัยที่ถูกเรียกขานว่าบัณฑิตเต้าหู้

            อันเมืองเตียงอันหรือเมืองฉางอัน คือเมืองซีอานในปัจจุบัน เคยเป็นราชธานีในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ หลังจากพระเจ้าฮั่นโกโจได้ชัยชนะต่อฌ้อปาอ๋อง และปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นแล้ว ได้ฟื้นฟูเมืองเตียงอันซึ่งถูกฌ้อปาอ๋องวางเพลิงเผาผลาญจนหมดสิ้นขึ้นมาใหม่ ตั้งเป็นราชธานีของราชวงศ์ฮั่น สืบสันตติวงศ์เป็นลำดับมาถึงสิบสองรัชกาล เป็นเวลาร่วมสองร้อยปี อองมังขุนนางเป็นกบฏยึดอำนาจ
 ครั้นพระเจ้าฮั่นกองบู๊ปราบปรามอองมัง ชิงเอาเมืองเตียงอัน อองมังได้เผาเมืองเตียงอันเสียจนวอดวายสิ้น พระเจ้าฮั่นกองบู๊จึงย้ายราชธานีมาสร้างเมืองหลวงใหม่ทางด้านตะวันออกชื่อว่าเมืองลกเอี๋ยงหรือเมืองลั่วหยางในปัจจุบันนี้
เชื้อสายของพระเจ้าฮั่นกองบู๊เสวยราชย์ต่อ ๆ กันมาถึงพระเจ้าเหี้ยนเต้เป็นสิบสองรัชกาลเป็นเวลาอีกสองร้อยปี ดังนั้นจึงเรียกราชอาณาจักรฮั่นในสมัยพระเจ้าฮั่นโกโจมาจนถึงเวลาก่อนอองมังยึดอำนาจว่าฮั่นตะวันตก หรือไซฮั่น มีเมืองเตียงอันเป็นราชธานี และเรียกราชอาณาจักรฮั่นตั้งแต่สมัยพระเจ้าฮั่นกองบู๊มาจนถึงสมัยรัชกาลพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่าฮั่นตะวันออก หรือตังฮั่น
 การเอาเพลงพื้นบ้านมาเป็นเหตุผลในการย้ายเมืองหลวงจึงเป็นเหตุผลที่บ้าบอคอแตกที่สุด ไม่ต่างอะไรกับความเชื่อของพวกมืออาชีพในบางยุคที่ว่าการฟื้นฟูแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศจะสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการเอาอกเอาใจต่างชาติ เพื่อให้ต่างชาติเอาเงินเข้ามาลงทุนด้วยความหลงผิดมหันต์ว่ามีแต่ทุนต่างชาติเท่านั้น จึงจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นคืนได้ เหตุนี้จึงยอมตนขายตัวให้กับต่างชาติ ยอมเป็นทาสที่สามารถกระทำทุกอย่างกับพี่น้องร่วมชาติของตน ไม่คำนึงว่าจะเกิดความฉิบหายแก่บ้านเมืองและราษฎรอย่างไร ขอให้ต่างชาติพอใจก็เป็นพอ
ไม่ยอมคิดไม่ยอมเข้าใจว่าความพอใจของต่างชาติก็คือการปล้นสดมภ์เอาผลประโยชน์ทั้งหลายของประเทศและประชาชนไปจนหมดสิ้น ดังนั้นจึงไม่เพียงแต่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจะแก้ไขไม่ฟื้นคืนเป็นปกติเท่านั้น ยังกลับทรุดหนักลงในทุก ๆ ด้าน จนกลไกเศรษฐกิจของประเทศถูกยึดครองไปจนหมดสิ้น ราษฎรเดือดร้อนและตกเป็นทาสของลัทธิล่าเมืองขึ้นสมัยใหม่

ผู้นำโง่ ๆ แบบตั๋งโต๊ะได้ฟังข้อเสนอเช่นนี้ก็หลงเชื่อตามเพราะไร้สติปัญญาความสามารถทั้งขี้ขลาดตาขาว ขอเพียงให้ได้อยู่ในอำนาจเท่านั้น บ้านเมืองและราษฎรจะเดือดร้อนฉิบหายก็มิได้สนใจคำนึงถึง ดังนั้นตั๋งโต๊ะจึงสั่งให้ยกทัพกลับเมืองหลวง

สามก๊กบางฉบับระบุว่าเพลงพื้นบ้านที่เด็ก ๆ ร้องรำทำเพลงกันเล่นๆ นี้แต่งขึ้นโดยกลุ่มบัณฑิตกลุ่มหนึ่ง มีสุมาเต๊กโชปราชญ์ผู้ชำนาญทางอาโปกสิณเป็นผู้นำ ได้เล็งเห็นการในเบื้องหน้าว่าแผ่นดินเป็นจลาจล เชื้อสายพระเจ้าฮั่นโกโจจะกลับฟื้นคืนอำนาจเป็นใหญ่ได้ก็แต่โดยเคลื่อนตัวไปตั้งหลักปักฐาน ณ ดินแดนเสฉวน ซึ่งเป็นดินแดนด้านตะวันตก ในขณะที่เมืองลกเอี๋ยงเป็นดินแดนด้านตะวันออกของเมืองเสฉวน จึงแต่งเพลงขึ้นเพื่อส่งข่าวสารเป็นความนัยถึงเชื้อสายของพระเจ้าฮั่นโกโจให้เด็ก ๆ พื้นบ้านใช้เป็นเพลงขับร้อง ซึ่งเป็นวิธีสื่อสารชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับใบปลิวหรือข่าวลือในสมัยปัจจุบันหาใช่เมืองเตียงอัน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองลกเอี๋ยงดังที่ลิยูเข้าใจและตีความเอาตามใจชอบไม่
 ตั๋งโต๊ะยกกองทัพกลับเมืองหลวงแล้ว เรียกประชุมขุนนางข้าราชการทั้งปวง แล้วทำตัวเป็นโหราจารย์ใหญ่ หลอกขุนนางข้าราชการเหล่านั้นว่าเราได้พิจารณาดูดวงดาวประจำเมืองแล้วเห็นเศร้าหมองนัก เมืองลกเอี๋ยงกำลังจะดับสูญ ฮ่องเต้ ขุนนาง ข้าราชการแลราษฎรจะได้รับอันตราย ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องย้ายเมืองหลวงจากเมืองลกเอี๋ยงไปตั้งราชธานีใหม่ที่เมืองเตียงอัน บ้านเมืองแลราษฎรจะได้ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตัวอย่างกระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี 5

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร