ตอนที่ 32. จิตใจต่างกันทำให้คนต่างกัน

ที่ไหน ๆ เขาก็เล่นหมากฮอสกันทีละกระดาน หรือถ้าเล่นหลายกระดานก็เป็นกรณีที่คนเดียวเล่นกับหลาย ๆ คนโดยเดินเวียนไปตามโต๊ะต่าง ๆ พอมีเวลาได้คิดได้อ่านและมักจะเป็นการตั้งหน้าตั้งตาเล่นหมากฮอสอย่างเดียว มีแต่สามตัวประหลาดนี้เท่านั้นที่เล่นหมากฮอสแบบประหลาดและทำการหลาย ๆ อย่างในขณะเดียวกัน

            ผมนึกเลื่อมใสอยู่ในใจว่าทั้งสามคนนี้ได้ฝึกฝนจิตใจจนมีความมั่นคง สามารถทำการงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน และการมีจิตใจที่มั่นคงนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเราสามารถทำการงานทุกสิ่งอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ถ้าหากมีจิตใจที่ไม่มั่นคง หวั่นไหว ก็ยากที่จะทำการงานใดให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิผล เพราะเป็นธรรมดาของการทั้งปวงที่ต้องฝ่าคลื่นฝ่าลม ต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนาม ทั้งต้องพัฒนาการนั้นๆ ให้ยกระดับก้าวหน้าขึ้นไปโดยลำดับด้วย

            จึงขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถดำรงความเป็นปกติและมีความมั่นคงได้ในทุกสถานการณ์ และนี่คือสิ่งที่ทำให้คนเรามีความแตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่อาจมีอายุ เพศ วัย ความรู้ ความสามารถที่เท่ากัน แต่ถ้าความมั่นคงของจิตใจต่างกันแล้ว ผลที่ได้มาย่อมแตกต่างกันไปเสมอ

            ยิ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน หรือเรื่องที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบากมากหลายด้วยแล้ว ความแตกต่างก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว บางคนประสบความล้มเหลว แต่บางคนก็ประสพความสำเร็จจนเป็นวีรชนหรือรัฐบุรุษไปเลย

            บิดาของนายภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสชื่อดังของประเทศไทยได้กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่าในการแข่งขันครั้งที่ภราดร ศรีชาพันธุ์ ต้องพ่ายแพ้แก่นักเทนนิสลำดับหนึ่งของโลกชาวต่างชาตินั้น ความจริงแล้วฝีมือไม่ได้แตกต่างกัน แต่ที่นายภราดร ศรีชาพันธุ์ พ่ายแพ้เนื่องจากเหตุสองประการ คือนายภราดร ศรีชาพันธุ์ กระดูกยังไม่แข็งพอ ซึ่งหมายความว่ายังมีประสบการณ์น้อยกว่าอย่างหนึ่ง และยังมีจิตใจที่ยังไม่มั่นคงพออีกอย่างหนึ่ง

            คำกล่าวนี้ถูกต้องถ่องแท้ สมแล้วกับความเป็นพรหมโค้ช คือโค้ชที่เป็นผู้พ่อของนายภราดร ศรีชาพันธุ์เอง และเป็นโค้ชที่เข้าใจปัจจัยแพ้ชนะได้อย่างกระจ่างแจ้ง ต่างกันอย่างลิบลับกับโค้ชกระจอกงอกง่อยบางคนที่ไม่รู้ถึงสาเหตุแพ้ชนะ กลับแนะนำให้นายภราดร ศรีชาพันธุ์ ไปว่าจ้างโค้ชต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อจะได้มีชัยชนะในการแข่งขัน

            การเที่ยวออกความเห็นโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้เหตุแพ้ชนะ มีแต่จะนำความหายนะมาสู่ยอดนักเทนนิสชาวไทย เพราะฝรั่งที่ไหนในโลกจะมีความรู้วิธีทำให้จิตใจมั่นคงได้เสมอด้วยคนตะวันออก และยิ่งไม่มีทางเสมอด้วยโค้ชที่เป็นพ่อของนายภราดร ศรีชาพันธุ์เอง

            ผมนั่งดูสามตัวประหลาดแห่งวงการหมากฮอสเล่นหมากฮอสกันไป กินกับแกล้มและกินเหล้ากันไป หัวเราะต่อกระซิก ร้องเพลงสลับกันไปอย่างสนุกสนาน ในขณะเดียวกันก็สังเกตกระบวนท่าการเดินหมากฮอสที่เดินกันเป็นสามมุม สามกระดาน ก็ได้รู้ว่าความรู้เรื่องหมากฮอสของผมนั้นยังห่างไกลจากตัวประหลาดทั้งสามคนนี้มากมายนัก

            เพราะรูปการเปิดหมากที่แต่ละคนใช้ในการเดินก็เป็นรูปลักษณะที่แปลกประหลาดกว่าที่ผมเคยรู้เคยเห็นมา ทั้งจังหวะก้าวการเดินและลีลาการกิน การลวง ก็ช่างลึกล้ำ ผมพยายามดูตาม คิดตาม และพยายามจดจำลีลารูปหมากของแต่ละคนอย่างใจจดใจจ่อ ถึงกระนั้นก็จดจำได้ไม่มากนัก แต่ที่เกิดความรู้สึกขึ้นในใจผมก็คือแนวความคิดในการคิด ในการกิน ในการกัน ในการแก้ และในการวางกลอุบายในการเดินหมากแต่ละตัวที่ลึกซึ้งและสนุกสนาน

            ที่ประหลาดยิ่งกว่านั้นก็คือในขณะที่นายกำธรกำลังเดินหมาก ด้านหนึ่งเดินกับนายเป๋ ด้านหนึ่งเดินกับนายเณรนั้น นายกำธรยังคงสามารถวิจารณ์การเดินหมากของนายเป๋และนายเณรที่เล่นกันเองอีกด้วย

            ได้เห็นถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจนของนายกำธร ทั้งในความมีจิตใจที่มั่นคงอย่างหนึ่ง และความลึกซึ้งแหลมคมในความรู้เรื่องการเดินหมากฮอสอีกอย่างหนึ่ง สมแล้วที่อยากเรียกตัวเองแบบหนังสือกำลังภายในว่าซือเจ๊กโจ๊ว

            ผมนั่งดูสามตัวประหลาดแห่งวงการหมากฮอสเล่นหมากฮอสกันจนกระทั่งเกือบใกล้สามทุ่มก็ร้อนใจอยากจะกลับวัด เพราะที่กุฏิธรรมนิวาสนั้นมีระเบียบแบบแผนว่าทุกคนต้องกลับเข้ากุฏิก่อนเวลาสามทุ่ม หลังจากนั้นแล้วก็จะปิดประตู ลั่นกุญแจ เว้นแต่จะขออนุญาตพระมหาทรงธรรม์ให้เป็นเรื่องเป็นราวตามความจำเป็นก่อน

            นายกำธรแม้จะสาละวนอยู่กับการเล่นหมากฮอส แต่ยังสัมผัสรู้ถึงความผิดปกติรอบ ๆ ตัวได้เป็นอย่างดี ต้องนับว่าเป็นคนที่มีความสามารถเป็นพิเศษเยี่ยมยอดจริงๆดังนั้นพอผมมีอาการกระวนกระวายให้ปรากฏเท่านั้น นายกำธรก็จับความสังเกตและหยั่งคาดถึงความรู้สึกของผมได้อย่างถูกต้อง นายกำธรจึงได้ถามผมว่าได้เวลากลับวัดแล้วใช่ไหม ผมก็ตอบว่าใช่ เพราะที่กุฏิจะปิดประตูล็อคกุญแจเวลาสามทุ่ม วันนี้ไม่ได้ขออนุญาตพระเอาไว้ก่อน จึงต้องกลับให้ทันเวลา

            นายเณรได้ยินดังนั้นก็ว่าเกิดเป็นคนอย่าให้เรื่องราวต่างๆ มาผูกมัดตนเองมากเกินไป คนเราตอนเป็นเด็กก็ถูกพ่อแม่ผูกมัดบังคับให้ประพฤติปฏิบัติและเรียนหนังสือ โตขึ้นหน่อยก็ถูกครูบังคับให้ปฏิบัติตามระเบียบวินัยและให้มีความขยันหมั่นเพียร พอบวชเรียนก็ถูกอุปัชฌาย์บังคับให้อยู่ในศีลในวินัย พอแต่งงานก็ถูกเมียบังคับอีก ครั้นทำงานเข้าแล้วก็ถูกเจ้านายผู้บังคับบัญชาบังคับขับไส พอแก่เฒ่าตามวัยก็ต้องถูกลูกบังคับให้รักษาสุขภาพอีก ครั้นถึงเวลาตายก็ถูกสัปเหร่อมัดตราสังข์เพราะกลัวว่าเป็นผีแล้วจะออกไปหลอกรังแกชาวบ้าน

            นายเณรกล่าวดังนั้นแล้วก็พร่ำในลำคอให้ได้ยินทั่วกันว่าเออ! อนาถหนอชีวิตคนเรานี้ไม่มีแก่นสารอันใด เกิดมาเพียงเพื่อถูกเขาบังคับแท้ ๆ

            นายเณรมีทัศนคติที่แม้จะแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่เมื่อตรองดูแล้วก็ดูเหมือนว่าสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความเป็นไปในชีวิตของเกือบทุกผู้คน

            นายเณรพูดลอย ๆ เช่นนั้นแล้วก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก คือไม่ได้ทักท้วง ห้ามปราม หรือเร่งรัดให้ผมรีบกลับวัดแต่ประการใด ราวกับว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมัน

            ส่วนนายเป๋นั้นกลับบอกว่าจะไปกลัวระบบระเบียบอะไรกัน คนที่ทำตามระเบียบเป็นได้ก็แค่คนธรรมดาที่เหมือนกันทุกคน แต่การจะเป็นยอดคนก็ต้องรู้จักหลีกเลี่ยงระเบียบ กล่าวแล้วนายเป๋ก็หัวเราะ และไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรอีก

            ผมเห็นดังนั้นจึงกล่าวกับทั้งสามคนว่าวันนี้เห็นทีจะต้องกลับไปก่อน ใจจริงอยากจะเล่นหมากฮอสสัก 2-3 กระดาน พอให้ซือเจ๊กโจ๊ว ซือแป๋ และซือเจ็กได้รู้ว่ามีฝีมือขนาดไหน จะได้ถ่ายทอดวิชาให้ตรงกับระดับฝีมือที่เป็นอยู่ เพื่อไม่ต้องเสียเวลา

            นายเณรได้ยินดังนั้นก็ว่าต้องเริ่มใหม่หมดละวะ วิชาหมากฮอสบ้านนอกมันก็เท่านั้นแหละ เอาเถิดวันนี้กลับไปก่อน วันหลังให้มาหาเวลาสี่ทุ่ม จะสอนวิชาให้ ส่วนจะมาได้ประการใดหรือไม่ เป็นลูกผู้ชายไปคิดอ่านหาวิธีเอาเอง แต่อย่ามาวันศุกร์และวันเสาร์เพราะตัวเราจะต้องไปทำมาหากิน ซึ่งหมายความว่าจะไปเล่นการพนันกันที่ต่างจังหวัด

            ผมเห็นสมควรแก่เวลาและทั้งสามคนก็ไม่มีท่าทีเหนี่ยวรั้ง จึงยกมือไหว้ลาแล้วรีบกลับกุฏิ ไปถึงกุฏิเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาทีก็จะเป็นเวลาสามทุ่ม พอเข้าไปถึงกุฏิก็เห็นหมอปานกำลังนั่งผูกดวงและคิดคำนวณตัวเลขต่าง ๆ ผมเห็นเป็นเรื่องแปลกกว่าวันก่อนจึงถามว่าวันนี้ลุงหมอมาแปลก ทำไมสามทุ่มแล้วยังมานั่งผูกดวงคำนวณอะไรอยู่อีก

            หมอปานก็ว่าดูดวงดาวในวันข้างหน้าไม่ไกลจากนี้เห็นจะมีการปฏิวัติหรือไม่ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญละวะ

            ตัวผมเองในขณะนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องการบ้านการเมืองอะไร ได้ยินดังนั้นก็ไม่ค่อยสนใจ จึงถามหมอปานว่าใครคิดปฏิวัติ แล้วให้คำนวณฤกษ์ผานาทีหรืออย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไร

            หมอปานจึงว่าบ้าละสิ ตัวเราพอมีความรู้บ้างก็จริงแต่จะไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับพวกนักปฏิวัติเด็ดขาด บทเรียนจากพวกโหรหลายคนที่ไปเที่ยวคำนวณฤกษ์ผานาทีให้เขายึดอำนาจ พอพลาดพลั้งลงก็ติดคุกหรือไม่ก็ถูกทำร้ายถึงหัวร้างข้างแตกมาแล้ว บางคนไปให้ฤกษ์ปฏิวัติ พอเขาจะเอาจริงเขาก็ให้คนมาจับตัวไปขังไว้เพราะเกรงว่าจะไปเที่ยวพูดจาให้ความลับแพร่งพรายให้เสียการไป มีแต่เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง ใครจะเป็นหมอดูก็ต้องรู้บทเรียนนี้ เราคำนวณเพื่อรู้เอง ไม่ได้บอกใครและก็ไม่ได้รับจ้างใครมาคำนวณด้วย

            ผมจึงได้คติและแง่คิดในเรื่องนี้จากหมอปานอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ไม่น้อย และได้เห็นเหตุการณ์ในชั้นหลัง ๆ ว่าเป็นดังที่หมอปานได้กล่าวไว้ทุกประการ

            หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งในเดือนธันวาคมปีนั้น ในขณะที่ผมกำลังนั่งซักผ้าอยู่ด้านหลังกุฏิก็ได้ยินวิทยุประกาศข่าวว่าจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีซึ่งป่วยหนักได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว และต่อมาก็มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นจริงตามที่หมอปานได้คำนวณไว้

            หลังกลับจากบ้านนายเณรวันนั้นแล้ว ความคิดใคร่ที่จะเรียนวิชาหมากฮอสจากสามตัวประหลาดก็กรุ่นอยู่ในอก เพราะผมเป็นคนบ้านนอก ไม่มีอะไรดีเด่นติดตัวเลย ในขณะนั้นจึงคิดว่าขอให้เก่งหมากฮอสสักอย่างคงจะดีเป็นแน่ และบัดนี้ก็พบคนมีความรู้ดีแล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เล่าเรียนวิชา

            แต่เป็นปัญหาว่าการจะไปศึกษาเรื่องการเดินหมากฮอสนั้นจะต้องไปพบกับนายเณรในเวลาสี่ทุ่มเป็นต้นไป ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมเพราะประตูกุฏิธรรมนิวาสจะปิดในเวลาสามทุ่ม ไม่อาจไปศึกษาได้เว้นแต่จะขออนุญาตจากพระเสียก่อน แต่จะไปขออนุญาตพระเพื่อไปเล่นหมากฮอสยามดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ย่อมไม่สมควรเป็นแน่

            ผมเฝ้าครุ่นคิดวิธีที่จะไปเรียนหมากฮอสอยู่ไม่นานก็เห็นว่าการที่จะได้เรียนวิชาหมากฮอสด้วยและไม่ทำให้พระหนักอกหนักใจหรือขัดขวางด้วยนั้น ไม่เห็นทางออกอื่นนอกจากจะต้องหนีออกจากกุฏิในเวลาใกล้สี่ทุ่ม ซึ่งจะต้องทำให้แนบเนียนไม่ให้มีอาการผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น นั่นคือจะต้องทำทีเป็นเข้านอนในราวสามทุ่ม ครั้นทุกคนเข้านอนแล้วจึงค่อยหลบออกไป

            แต่เนื่องจากประตูกุฏิธรรมนิวาสนั้นสูงและยังมีลวดหนามขึงกั้นอยู่อีกชั้นหนึ่ง ยากจะออกไปได้ เว้นแต่จะทำกุญแจผีซึ่งผมไม่มีความรู้ จึงมีแต่จะต้องออกไปทางรั้วด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเดินอ้อมคณะหนึ่งไปเท่านั้นจึงจะเป็นไปได้มากกว่าทางอื่น

            ดังนั้นพอโอกาสอำนวยผมจึงไปสำรวจรั้วกุฏิด้านที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นรั้วต้นชบา แต่มีรั้วลวดหนามขึงกั้นเป็นสี่ชั้น ผมคะเนพอเหมาะแล้วจึงตัดลวดหนามเสียเส้นหนึ่ง แล้วเอาลวดผูกต่อมัดไว้กับเสาดังเดิม เผื่อเวลาจะออกไปก็จะได้แก้ลวดเปิดลวดหนามเส้นนั้นออก ก็จะไม่เป็นที่ระแคะระคายให้เป็นที่ผิดสังเกต

            ครั้นจัดแจงแต่งทางหนีทีกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คืนวันหนึ่งเวลาใกล้สี่ทุ่มคะเนเห็นพระเข้านอนแล้ว ผมจึงบอกหมอปานว่าจะไปเรียนวิชาหมากฮอส หมอปานอย่าอึกทึกเอะอะให้ใครล่วงรู้ หมอปานก็ว่าระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน อย่าไปมีเรื่องมีราวกับใครให้เดือดร้อนมาถึงวัด ผมก็รับคำแต่โดยดี

            ผมหลบออกมาจากกุฏิทางด้านหลังแล้วปิดประตูไว้ดังเดิม จากนั้นก็เดินมาที่รั้วชบาริมแม่น้ำเจ้าพระยา แกะลวดที่ผูกลวดหนามออกตามที่ได้เตรียมการไว้ แล้วเดินอ้อมคณะหนึ่ง เดินไปทางซอยวังหลัง 

            ผมไปถึงบ้านนายเณรก็พบนายเณรนั่งเล่นหมากฮอสอยู่คนเดียว เห็นทีว่านายเณรนี้จะตั้งตารอท่าผมอยู่วันสองวันแล้ว พอเห็นหน้าผมนายเณรก็เอ่ยปากว่านึกแล้วว่าจะต้องมาภายในไม่เกินสามวัน ผมก็ตอบว่าเพิ่งจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมเสร็จจึงรีบมาในวันนี้

            นายเณรบอกให้ผมเดินหมากฮอสคนเดียวก่อนโดยเดินทั้งสองข้าง ส่วนนายเณรเป็นผู้นั่งดู แล้วบอกว่าผมเปิดรูปหมากในแบบที่เรียกว่าอีปุ้มออกศึกซึ่งเป็นแบบที่คนบ้านนอกเขานิยมใช้กัน แต่เป็นแบบที่มีทั้งจุดแข็ง จุดอ่อนอยู่ในตัว คนทั่วไปรู้แต่จุดแข็ง แต่ไม่รู้จุดอ่อนของรูปหมากนี้ ดังนั้นพอเล่นกับคนที่มีความรู้จึงพ่ายแพ้ได้โดยง่าย

            นายเณรบอกว่ามาเริ่มต้นใหม่กันเลยจะดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาไปพิจารณาว่ามีพื้นความรู้ขนาดไหน ผมเห็นดีเห็นงามไปกับนายเณรด้วย ดังนั้นการสอนวิชาหมากฮอสจึงได้เริ่มต้นขึ้น.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘