ตอนที่ 295. ศึกสองยอดขุนพล
ในบรรดาหัวเมืองที่ขึ้นต่อเมืองเกงจิ๋วนั้น นับว่าเมืองเตียงสาเป็นเมืองใหญ่และเข้มแข็งที่สุด ดังนั้นขงเบ้งจึงกำหนดแผนการตีเมืองเตียงสาไว้หลังสุด แต่เมืองเตียงสานี้แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่เจ้าเมืองหยาบช้าเป็นที่เกลียดชังของราษฎร ความเข้มแข็งแท้จริงจึงอยู่ที่ฮองตงขุนพลเฒ่าซึ่งเป็นยอดขุนพลคู่บุญเมืองเตียงสา และเป็นที่นับถือของผู้คนทั้งปวง
ดังนั้นศึกเมืองเตียงสาครั้งนี้ปมเงื่อนของความแพ้แลชนะจึงอยู่ที่ความแพ้แลชนะของฝีมือฮองตง และกำหนดให้การศึกครั้งนี้เป็นการรบกันด้วยฝีมือสองขุนพลคือกวนอูและฮองตง ทำให้การที่กวนอูยกทหารมาเพียงห้าร้อยคนไม่ตกเป็นจุดอ่อน ส่วนฮองตงนั้นก็นับว่าเป็นสุภาพบุรุษยอดขุนพล เพราะมุ่งที่จะเอาชนะด้วยกำลังฝีมือของตัวจึงนำทหารแต่ห้าร้อยนายออกสู้รบกับกวนอู ความเป็นสุภาพบุรุษแม้ดูประหนึ่งว่าจะเป็นเรื่องประเสริฐ แต่ในการสงครามนั้นอาจถือได้ว่าเป็นความโง่เขลาอย่างหนึ่ง เพราะธรรมะไม่มีในสงคราม ความเป็นสุภาพบุรุษไม่มีในสงคราม เป้าหมายของสงครามมีแต่ชนะหรือปราชัยเท่านั้น
การต่อสู้โดยธรรมยุทธ์ระหว่างสองยอดขุนพลกำลังเริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องสนับสนุนของทหารทั้งสองฝ่าย ประสานกับเสียงกลองศึกบรรเลงเพลงรบอย่างเร้าใจ
กวนอูและฮองตงขี่ม้าเข้าประเพลงง้าวกันเพลงแล้วเพลงเล่าด้วยความฮึกห้าวเหิมหาญ ง้าวของทั้งสองฝ่ายประกันแต่ละทีเสียงโห่ร้องของทหารทั้งสองฝ่ายก็ดังประสานประสมเสียงกับเสียงกระทบของโลหะ ช่างเป็นที่เร้าเริงใจของวิสัยชายชาติทหารยิ่งนัก
เพลงรบผ่านไปได้ร้อยเพลงกวนอูและฮองตงยังไม่แพ้ชนะแก่กัน แต่ฮองตงนั้นอายุหกสิบแล้วร่องรอยความเหนื่อยหอบจึงปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน ในใจนั้นนึกสรรเสริญกวนอูว่ามีฝีมือเข้มแข็งนัก ตัวเราออกรบแต่หนุ่มจนอายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยพบทหารคนใดมีฝีมือเสมอเหมือนกวนอูนี้เลย ส่วนกวนอูก็นึกสรรเสริญฝีมือการรบของฮองตงเป็นอันมากว่าคนผู้นี้อายุหกสิบแล้วยังรบพุ่งรวดเร็วหนักหน่วง นอกเสียจากลิโป้แล้วยังไม่เคยเห็นผู้ใดเหมือนฮองตงนี้เลย
ฝ่ายฮันเหียนยืนสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทิน แต่ลานรบนั้นฝุ่นคลุ้งอยู่แลเห็นการต่อสู้ไม่ถนัดตา ได้ยินแต่เสียงกลองศึกลั่นเพลงรบนานนักแล้วแต่ไม่รู้ผลประการใด ก็เกรงว่าฮองตงมีอายุมากกำลังสู้กวนอูไม่ได้จะเสียทีแก่กวนอู จึงสั่งทหารให้ตีระฆังสัญญาณถอย ฮองตงได้ยินเสียงสัญญาณถอยก็ชักม้าปลีกออกจากลานรบ แล้วคำนับกวนอูเป็นทีว่าวันนี้รบกันแต่เพียงเท่านี้ก่อน
กวนอูก็คำนับตอบเป็นทีตกลง ทั้งสองฝ่ายจึงให้ทหารถอยทัพ ฮองตงพาทหารกลับเข้าเมือง กวนอูก็ให้ทหารตั้งค่ายมั่นไว้นอกเมืองระยะห่างสองร้อยเส้น
ครั้นรุ่งขึ้นกวนอูจึงขี่ม้าพาทหารออกจากค่ายจะไปท้ารบกับฮองตง พอตีม้าล่อให้สัญญาณเคลื่อนพลก็ได้ยินเสียงม้าล่อดังมาจากในเมือง ฮองตงได้คุมทหารห้าร้อยยกออกจากประตูเมืองตรงมา
ทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนเผชิญหน้ากันโดยมีลานรบอยู่ตรงกลาง พอกลองศึกบรรเลงเพลงรบ ทั้งกวนอูและฮองตงต่างชักม้าออกไปในลานรบประง้าวกันอย่างดุเดือด
เพลงรบที่ห้าสิบผ่านไป กวนอูแสร้งทำเป็นชักม้าหนีออกจากลานรบ ฮองตงสำคัญว่าได้ทีจึงขับม้าไล่ตามกวนอูไป กวนอูขี่ม้าเซ็กเธาว์ไปทางเนินเขาซึ่งเป็นทางขรุขระแต่ม้าเซ็กเธาว์นั้นฝีเท้ามั่นคงรวดเร็ว ฮองตงไม่รู้ทีขี่ม้าไล่ไปติด ๆ พอม้าฮองตงสะดุดก้อนหินพลาดล้มลง ฮองตงก็พลัดจากหลังม้า ง้าวกระเด็นหลุดจากมือ
กวนอูเห็นได้ทีจึงชักม้ากลับมาถึงที่ฮองตงล้มอยู่และเงื้อง้าวขึ้นจะฟัน ในพลันนั้นก็คิดว่า “เราได้ออกปากไว้ว่าผู้ใดไม่มีอาวุธอยู่กับมือเราจะไม่ทำอันตราย บัดนี้ฮองตงล้มลงแล้วอาวุธพลัดมือไป ครั้นเราจะฆ่าเสียก็ไม่ควร”
คิดดังนั้นแล้วกวนอูจึงกล่าวกับฮองตงว่าวันนี้ท่านเสียทีล้มลงอาวุธหลุดจากมือ ข้าพเจ้าจะไว้ชีวิตท่าน จงกลับไปเตรียมม้าตัวใหม่ แล้วค่อยยกมารบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ กวนอูกล่าวแล้วจึงพาทหารกลับไปที่ค่าย
ฮองตงได้ฟังก็ลุกขึ้นไปหยิบง้าวซึ่งตกอยู่ ขึ้นขี่ม้าแล้วพาทหารกลับเข้าไปในเมือง
ฝ่ายฮันเหียนสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทินเห็นฮองตงเสียทีดังนั้นจึงไม่พอใจ เห็นฮองตงกลับเข้าเมืองแล้วจึงถามว่าการรบวันนี้เหตุใดท่านจึงเสียทีแก่กวนอูกลับมา
ฮองตงจึงชี้แจงไปตามจริงว่าเป็นเพราะม้าที่ข้าพเจ้าขี่มีกำลังน้อยเนื่องจากไม่ได้ใช้ออกศึกมานาน แลม้านั้นเหยียบเท้าพลาดสะดุดก้อนศิลาจึงล้มลง
ฮันเหียนได้ฟังก็ไม่สิ้นที่แคลงใจ ซักถามต่อไปว่าอันตัวท่านก็มีฝีมือเกาทัณฑ์แม่นยำเป็นเลิศอยู่ ไฉนท่านจึงไม่เอาเกาทัณฑ์ยิงกวนอูให้ตายเล่า
ฮองตงได้ฟังก็รู้ว่าฮันเหียนระแวงแคลงใจจึงน้อยใจ แต่ฝืนใจชี้แจงต่อไปว่าการสู้รบในวันนี้ติดพันไม่เปิดช่องโอกาสดังนั้นจึงยิงเกาทัณฑ์ไม่ได้ ต่อวันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะรบลวงกวนอูเข้ามาใกล้เชิงเทินและจะยิงกวนอูให้ท่านดู
ฮันเหียนได้ฟังดังนั้นก็ยินดี และมอบม้าซึ่งขี่นั้นให้แก่ฮองตงเพื่อใช้ขี่สู้รบกับกวนอู ฮองตงขอบคุณฮันเหียนแล้วคำนับลากลับไปที่อยู่
พอค่ำลงฮองตงออกมาเดินในบริเวณบ้านคิดถึงการรบที่ผ่านมาสองวัน แล้วคิดว่ากวนอูทหารเล่าปี่ผู้นี้มีฝีมือเข้มแข็งกล้าหาญนัก มีน้ำใจเป็นสุภาพบุรุษรู้จักแพ้แลชนะ กิตติศัพท์ที่เขาเล่าลือว่าถือความสัตย์มั่นคงได้เห็นประจักษ์ในวันนี้ กวนอูไว้ชีวิตเรามีคุณแก่เรานักหนา หากวันพรุ่งนี้เราจะใช้เกาทัณฑ์สังหารกวนอูเสียก็เหมือนเป็นคนไร้กตัญญูไม่รู้คุณคน เป็นคนก็เสียเปล่า แต่ถ้าไม่ยิงกวนอูให้ตาย ฮันเหียนก็จะหาว่าเป็นทหารไม่รักษาวินัยและลงโทษเราตามพระอัยการศึก
ฮองตงครุ่นคิดขัดแย้งกันในตัวเองระหว่างคุณธรรมคือความกตัญญูรู้คุณคนที่กวนอูไว้ชีวิต กับวินัยของทหารที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด คิดทวนไปย้อนมาเป็นหลายตลบแล้วหาข้อสรุปไม่ได้จนเวลารุ่งเช้า
พอฟ้าสว่างทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่าบัดนี้กวนอูคุมทหารมารออยู่ที่หน้าประตูเมือง ให้ทหารท้าให้ท่านออกไปรบ
ฮองตงได้ฟังรายงานแล้วแต่งตัวใส่เกราะ สะพายเกาทัณฑ์เข้าประจำที่แล้วออกจากที่พักไป พาทหารยกออกจากประตูเมือง เห็นกวนอูขี่ม้ารออยู่จึงผละม้าออกหน้าทหารเข้ารบกับกวนอู
พอรบกันได้สามสิบเพลงฮองตงจึงทำเป็นชักม้าหนีออกจากลานรบเพื่อให้มีระยะห่างพอแล้วจะใช้เกาทัณฑ์ยิง
กวนอูหมายมั่นว่าได้สู้รบกับฮองตงมาสองวันแล้ว การรบวันนี้จะต้องเอาชนะฮองตงให้จงได้ ครั้นเห็นฮองตงขับม้าหนีกวนอูจึงขี่ม้าไล่ตามไป
ฮองตงขับม้าหนีออกห่างจากกวนอู เหลียวกลับมาดูเห็นกวนอูขี่ม้าไล่ตามเข้ามาในระยะเกาทัณฑ์ ฮองตงยังตัดสินใจไม่ตกลงว่าจะยิงหรือไม่ยิง แต่สถานการณ์บังคับกระชั้นดังนี้ ฮองตงจึงเอามือเปล่าน้าวสายเกาทัณฑ์แล้วยิงไปที่กวนอู
กวนอูเห็นฮองตงน้าวสายเกาทัณฑ์ยิงมาเห็นไม่ถนัด สำคัญว่าฮองตงยิงลูกเกาทัณฑ์จึงเบี่ยงตัวหลบ แต่ไม่เห็นลูกเกาทัณฑ์จึงขับม้าไล่ตามฮองตงต่อไป ฮองตงน้าวสายเกาทัณฑ์เปล่ายิงใส่กวนอูอีกครั้งหนึ่ง กวนอูก็เบี่ยงตัวหลบเช่นเดิม ครั้นไม่เห็นลูกเกาทัณฑ์อีกก็สำคัญว่าเป็นกลอุบายของฮองตงเพื่อจะหนีเอาตัวรอด ประกอบกับฮองตงได้ขี่ม้าหนีเป็นวงอ้อมเข้าไปใกล้กำแพงเมืองโฉมหน้าไปยังประตูเมือง กวนอูก็ยิ่งมั่นใจว่าฮองตงจะหนีกลับเข้าเมือง จึงกระตุ้นม้าเซ็กเธาว์ให้เร่งฝีเท้ากระชั้นใกล้เข้าไป
ฮองตงคิดว่าน้าวเกาทัณฑ์เข้าใส่กวนอูถึงสองครั้งพอเป็นการเตือนให้กวนอูระมัดระวังตัวแล้วจึงเอาลูกเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสาย เหลียวหลังมามองเห็นกวนอูขี่ม้าไล่ตามเข้ามาในระยะหวังผลของการยิงเกาทัณฑ์แล้วจึงน้าวเกาทัณฑ์จะยิงไปที่กวนอู แต่สำนึกในความกตัญญูผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกอีก ฮองตงน้าวเกาทัณฑ์สุดล้าแล้วจึงเชิดคันเกาทัณฑ์ขึ้นแล้วยิงไป ลูกเกาทัณฑ์ฝ่าอากาศอย่างรุนแรงและรวดเร็วถูกที่พู่หมวกของกวนอูราวกับจับวาง
กวนอูเห็นเกาทัณฑ์กรีดฝ่าอากาศมาอย่างรวดเร็วก็เบี่ยงตัวหลบแต่ไม่ทัน ลูกเกาทัณฑ์ถูกพู่หมวกขาดร่วงลงก็ตกใจรีบขี่ม้ากลับไปที่ค่ายแล้วรำพึงว่าฮองตงขุนพลเฒ่าผู้นี้เขาเล่าลือว่ามีฝีมือเกาทัณฑ์แม่นยำฉมังนัก ได้เห็นประจักษ์ว่าไม่ผิดคำลือเลย วันนี้ฮองตงคิดถึงคุณเราที่ไว้ชีวิตเมื่อวันก่อนจึงแกล้งยิงเกาทัณฑ์ให้พลาดเป้าไป หาไม่แล้วเราคงถึงแก่ความตาย กวนอูตระหนักดังนี้แล้วก็หนาวเหน็บเข้าไปถึงหัวใจ
ฝ่ายฮองตงเห็นกวนอูขี่ม้าหนีกลับไปก็ไม่ติดตาม แล้วพาทหารกลับเข้าไปในเมือง
ฝ่ายฮันเหียนสงสัยฮองตงจากการรบเมื่อสองครั้งก่อน พอทราบว่าฮองตงยกไปรบกับกวนอูอีกจึงขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทิน ครั้นแลเห็นฮองตงน้าวเกาทัณฑ์ไม่ใส่ลูกยิงกวนอูก็โกรธ แม้ยิงครั้งที่สองก็ยังคงเป็นน้าวสายเกาทัณฑ์เปล่า ฮันเหียนก็เข้าใจว่าฮองตงเป็นใจเข้าด้วยกวนอู แต่เมื่อฮองตงจะยิงครั้งที่สามและเข้ามาใกล้กำแพงเมือง เห็นถนัดว่าเอาลูกเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสายฮันเหียนก็คลายโกรธ สำคัญว่าสองครั้งก่อนเป็นอุบายลวงให้กวนอูตายใจ ฮันเหียนจึงมั่นใจว่าในระยะหวังผลเช่นนี้ด้วยฝีมือเกาทัณฑ์อันฉมังแม่นของ ฮองตงคงสังหารกวนอูได้อย่างแน่นอน
ครั้นเห็นลูกเกาทัณฑ์พลาดเป้าฮันเหียนก็ยิ่งโกรธจัด เห็นว่าฮองตงเป็นกบฎเข้าด้วยกวนอู ดังนั้นพอฮองตงกลับเข้าเมืองแล้วขึ้นมาบนเชิงเทิน ฮันเหียนจึงสั่งทหารให้จับฮองตงแล้วเอาตัวไปประหาร
ฮองตงเห็นดังนั้นก็ตกใจ ถามฮันเหียนว่าท่านจะประหารข้าพเจ้าเสียด้วยความผิดสิ่งไร
ฮันเหียนได้ยินคำถามก็โกรธ ตวาดใส่ฮองตงว่าเมื่อกวนอูยกกองทัพมา ท่านอาสายกออกไปรบจะตัดศีรษะกวนอูมาให้เรา แต่เราสังเกตเห็นว่าหามีความตั้งใจทำการเหมือนคำอาสาไม่ วันวานนี้แกล้งเสียทีมาเราก็ไม่ได้เอาโทษ มาวันนี้ยิงเกาทัณฑ์เปล่าถึงสองครั้ง คิดลวงเราว่าเป็นระยะไกลแล้วมองไม่เห็น พอมาใกล้ที่เราอยู่ก็แสร้งยิงพลาดไปถูกแค่พู่หมวก คิดหรือว่าคบคิดกับกวนอูกบฏต่อเราแล้วจะตบตาลวงเราได้ เราจึงต้องประหารชีวิตมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นสืบไป
ว่าแล้วฮันเหียนจึงเร่งให้ผู้คุมเอาตัวฮองตงไปประหาร บรรดาทหารทั้งปวงที่อยู่บนเชิงเทินเห็นเหตุดังนั้นจึงพร้อมใจกันอ้อนวอนขอฮันเหียนให้ไว้ชีวิตยกโทษแก่ฮองตงสักครั้งหนึ่ง แต่ฮันเหียนไม่ยอมตวาดใส่บรรดาทหารว่าหากแม้นผู้ใดร้องขอชีวิตให้ฮองตงอีกก็จะถือว่าคบคิดเป็นกบฏกับฮองตง จะลงโทษประหารชีวิตอย่างเดียวกัน
ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็ไม่พอใจฮันเหียน เพราะไม่เชื่อว่าฮองตงขุนพลเฒ่าคู่บุญเมืองเตียงสาซึ่งประจักษ์ถึงความภักดีต่อบ้านเมืองมาแต่ก่อนจะเป็นกบฏตามข้อหา แต่เกรงอาญาของฮันเหียนจึงพากันนิ่งอยู่ ผู้คุมจึงพาฮองตงลงจากเชิงเทินไปที่ลานประหาร
ฝ่ายอุยเอี๋ยนชาวเมืองงีเอี๋ยงเคยรับราชการเป็นทหารอยู่กับเล่าเปียวที่เมืองซงหยง เมื่อครั้งที่เล่าปี่หนีโจโฉยกไปจะขออาศัยที่เมืองซงหยงนั้น ชัวมอน้องภรรยาเล่าเปียวซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเมืองเกงจิ๋วไม่ยอมเปิดประตูเมืองรับ อุยเอี๋ยนเป็นแต่เพียงนายทหารเห็นว่าชัวมอทำการไม่ชอบ จึงพาพรรคพวกเปิดประตูเมืองรับเล่าปี่ และเกิดต่อสู้กับทหารของชัวมอที่ยกมาขัดขวาง เล่าปี่เห็นว่ายังไม่ทันเข้าเมืองก็เกิดแตกสามัคคีกันจึงเอ็นดูว่าราษฎรจะได้ความเดือดร้อนจึงพาทหารและชาวเมืองซึ่งติดตามมาหนีต่อไป อุยเอี๋ยนสู้รบกับทหารชัวมอติดพันกันจึงพลาดกับเล่าปี่แล้วหนีมาอยู่เมืองเตียงสา ครั้นฮันเหียนเป็นเจ้าเมืองก็ไม่เห็นอุยเอี๋ยนอยู่ในสายตาจึงมิได้ทำนุบำรุงให้สมกับฝีมือ คงใช้สอยอุยเอี๋ยนให้เป็นเพียงทหารเลวเท่านั้น
อุยเอี๋ยนรักนับถือฮองตงในฐานะที่เป็นขุนพลผู้มีฝีมือดี พอทราบว่าฮันเหียนสั่งประหารฮองตงอุยเอี๋ยนจึงวิ่งไปที่ลานประหาร เห็นเพชฌฆาตกำลังจะลงดาบประหารและราษฎรซึ่งมุงดูพากันร้องไห้รักฮองตงทุกคน อุยเอี๋ยนจึงขัดขวางการประหารแล้วฆ่าผู้คุมและเพชฌฆาตจนหมดสิ้น จากนั้นจึงแก้มัดฮองตง.
ดังนั้นศึกเมืองเตียงสาครั้งนี้ปมเงื่อนของความแพ้แลชนะจึงอยู่ที่ความแพ้แลชนะของฝีมือฮองตง และกำหนดให้การศึกครั้งนี้เป็นการรบกันด้วยฝีมือสองขุนพลคือกวนอูและฮองตง ทำให้การที่กวนอูยกทหารมาเพียงห้าร้อยคนไม่ตกเป็นจุดอ่อน ส่วนฮองตงนั้นก็นับว่าเป็นสุภาพบุรุษยอดขุนพล เพราะมุ่งที่จะเอาชนะด้วยกำลังฝีมือของตัวจึงนำทหารแต่ห้าร้อยนายออกสู้รบกับกวนอู ความเป็นสุภาพบุรุษแม้ดูประหนึ่งว่าจะเป็นเรื่องประเสริฐ แต่ในการสงครามนั้นอาจถือได้ว่าเป็นความโง่เขลาอย่างหนึ่ง เพราะธรรมะไม่มีในสงคราม ความเป็นสุภาพบุรุษไม่มีในสงคราม เป้าหมายของสงครามมีแต่ชนะหรือปราชัยเท่านั้น
การต่อสู้โดยธรรมยุทธ์ระหว่างสองยอดขุนพลกำลังเริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องสนับสนุนของทหารทั้งสองฝ่าย ประสานกับเสียงกลองศึกบรรเลงเพลงรบอย่างเร้าใจ
กวนอูและฮองตงขี่ม้าเข้าประเพลงง้าวกันเพลงแล้วเพลงเล่าด้วยความฮึกห้าวเหิมหาญ ง้าวของทั้งสองฝ่ายประกันแต่ละทีเสียงโห่ร้องของทหารทั้งสองฝ่ายก็ดังประสานประสมเสียงกับเสียงกระทบของโลหะ ช่างเป็นที่เร้าเริงใจของวิสัยชายชาติทหารยิ่งนัก
เพลงรบผ่านไปได้ร้อยเพลงกวนอูและฮองตงยังไม่แพ้ชนะแก่กัน แต่ฮองตงนั้นอายุหกสิบแล้วร่องรอยความเหนื่อยหอบจึงปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน ในใจนั้นนึกสรรเสริญกวนอูว่ามีฝีมือเข้มแข็งนัก ตัวเราออกรบแต่หนุ่มจนอายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยพบทหารคนใดมีฝีมือเสมอเหมือนกวนอูนี้เลย ส่วนกวนอูก็นึกสรรเสริญฝีมือการรบของฮองตงเป็นอันมากว่าคนผู้นี้อายุหกสิบแล้วยังรบพุ่งรวดเร็วหนักหน่วง นอกเสียจากลิโป้แล้วยังไม่เคยเห็นผู้ใดเหมือนฮองตงนี้เลย
ฝ่ายฮันเหียนยืนสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทิน แต่ลานรบนั้นฝุ่นคลุ้งอยู่แลเห็นการต่อสู้ไม่ถนัดตา ได้ยินแต่เสียงกลองศึกลั่นเพลงรบนานนักแล้วแต่ไม่รู้ผลประการใด ก็เกรงว่าฮองตงมีอายุมากกำลังสู้กวนอูไม่ได้จะเสียทีแก่กวนอู จึงสั่งทหารให้ตีระฆังสัญญาณถอย ฮองตงได้ยินเสียงสัญญาณถอยก็ชักม้าปลีกออกจากลานรบ แล้วคำนับกวนอูเป็นทีว่าวันนี้รบกันแต่เพียงเท่านี้ก่อน
กวนอูก็คำนับตอบเป็นทีตกลง ทั้งสองฝ่ายจึงให้ทหารถอยทัพ ฮองตงพาทหารกลับเข้าเมือง กวนอูก็ให้ทหารตั้งค่ายมั่นไว้นอกเมืองระยะห่างสองร้อยเส้น
ครั้นรุ่งขึ้นกวนอูจึงขี่ม้าพาทหารออกจากค่ายจะไปท้ารบกับฮองตง พอตีม้าล่อให้สัญญาณเคลื่อนพลก็ได้ยินเสียงม้าล่อดังมาจากในเมือง ฮองตงได้คุมทหารห้าร้อยยกออกจากประตูเมืองตรงมา
ทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนเผชิญหน้ากันโดยมีลานรบอยู่ตรงกลาง พอกลองศึกบรรเลงเพลงรบ ทั้งกวนอูและฮองตงต่างชักม้าออกไปในลานรบประง้าวกันอย่างดุเดือด
เพลงรบที่ห้าสิบผ่านไป กวนอูแสร้งทำเป็นชักม้าหนีออกจากลานรบ ฮองตงสำคัญว่าได้ทีจึงขับม้าไล่ตามกวนอูไป กวนอูขี่ม้าเซ็กเธาว์ไปทางเนินเขาซึ่งเป็นทางขรุขระแต่ม้าเซ็กเธาว์นั้นฝีเท้ามั่นคงรวดเร็ว ฮองตงไม่รู้ทีขี่ม้าไล่ไปติด ๆ พอม้าฮองตงสะดุดก้อนหินพลาดล้มลง ฮองตงก็พลัดจากหลังม้า ง้าวกระเด็นหลุดจากมือ
กวนอูเห็นได้ทีจึงชักม้ากลับมาถึงที่ฮองตงล้มอยู่และเงื้อง้าวขึ้นจะฟัน ในพลันนั้นก็คิดว่า “เราได้ออกปากไว้ว่าผู้ใดไม่มีอาวุธอยู่กับมือเราจะไม่ทำอันตราย บัดนี้ฮองตงล้มลงแล้วอาวุธพลัดมือไป ครั้นเราจะฆ่าเสียก็ไม่ควร”
คิดดังนั้นแล้วกวนอูจึงกล่าวกับฮองตงว่าวันนี้ท่านเสียทีล้มลงอาวุธหลุดจากมือ ข้าพเจ้าจะไว้ชีวิตท่าน จงกลับไปเตรียมม้าตัวใหม่ แล้วค่อยยกมารบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ กวนอูกล่าวแล้วจึงพาทหารกลับไปที่ค่าย
ฮองตงได้ฟังก็ลุกขึ้นไปหยิบง้าวซึ่งตกอยู่ ขึ้นขี่ม้าแล้วพาทหารกลับเข้าไปในเมือง
ฝ่ายฮันเหียนสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทินเห็นฮองตงเสียทีดังนั้นจึงไม่พอใจ เห็นฮองตงกลับเข้าเมืองแล้วจึงถามว่าการรบวันนี้เหตุใดท่านจึงเสียทีแก่กวนอูกลับมา
ฮองตงจึงชี้แจงไปตามจริงว่าเป็นเพราะม้าที่ข้าพเจ้าขี่มีกำลังน้อยเนื่องจากไม่ได้ใช้ออกศึกมานาน แลม้านั้นเหยียบเท้าพลาดสะดุดก้อนศิลาจึงล้มลง
ฮันเหียนได้ฟังก็ไม่สิ้นที่แคลงใจ ซักถามต่อไปว่าอันตัวท่านก็มีฝีมือเกาทัณฑ์แม่นยำเป็นเลิศอยู่ ไฉนท่านจึงไม่เอาเกาทัณฑ์ยิงกวนอูให้ตายเล่า
ฮองตงได้ฟังก็รู้ว่าฮันเหียนระแวงแคลงใจจึงน้อยใจ แต่ฝืนใจชี้แจงต่อไปว่าการสู้รบในวันนี้ติดพันไม่เปิดช่องโอกาสดังนั้นจึงยิงเกาทัณฑ์ไม่ได้ ต่อวันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะรบลวงกวนอูเข้ามาใกล้เชิงเทินและจะยิงกวนอูให้ท่านดู
ฮันเหียนได้ฟังดังนั้นก็ยินดี และมอบม้าซึ่งขี่นั้นให้แก่ฮองตงเพื่อใช้ขี่สู้รบกับกวนอู ฮองตงขอบคุณฮันเหียนแล้วคำนับลากลับไปที่อยู่
พอค่ำลงฮองตงออกมาเดินในบริเวณบ้านคิดถึงการรบที่ผ่านมาสองวัน แล้วคิดว่ากวนอูทหารเล่าปี่ผู้นี้มีฝีมือเข้มแข็งกล้าหาญนัก มีน้ำใจเป็นสุภาพบุรุษรู้จักแพ้แลชนะ กิตติศัพท์ที่เขาเล่าลือว่าถือความสัตย์มั่นคงได้เห็นประจักษ์ในวันนี้ กวนอูไว้ชีวิตเรามีคุณแก่เรานักหนา หากวันพรุ่งนี้เราจะใช้เกาทัณฑ์สังหารกวนอูเสียก็เหมือนเป็นคนไร้กตัญญูไม่รู้คุณคน เป็นคนก็เสียเปล่า แต่ถ้าไม่ยิงกวนอูให้ตาย ฮันเหียนก็จะหาว่าเป็นทหารไม่รักษาวินัยและลงโทษเราตามพระอัยการศึก
ฮองตงครุ่นคิดขัดแย้งกันในตัวเองระหว่างคุณธรรมคือความกตัญญูรู้คุณคนที่กวนอูไว้ชีวิต กับวินัยของทหารที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด คิดทวนไปย้อนมาเป็นหลายตลบแล้วหาข้อสรุปไม่ได้จนเวลารุ่งเช้า
พอฟ้าสว่างทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่าบัดนี้กวนอูคุมทหารมารออยู่ที่หน้าประตูเมือง ให้ทหารท้าให้ท่านออกไปรบ
ฮองตงได้ฟังรายงานแล้วแต่งตัวใส่เกราะ สะพายเกาทัณฑ์เข้าประจำที่แล้วออกจากที่พักไป พาทหารยกออกจากประตูเมือง เห็นกวนอูขี่ม้ารออยู่จึงผละม้าออกหน้าทหารเข้ารบกับกวนอู
พอรบกันได้สามสิบเพลงฮองตงจึงทำเป็นชักม้าหนีออกจากลานรบเพื่อให้มีระยะห่างพอแล้วจะใช้เกาทัณฑ์ยิง
กวนอูหมายมั่นว่าได้สู้รบกับฮองตงมาสองวันแล้ว การรบวันนี้จะต้องเอาชนะฮองตงให้จงได้ ครั้นเห็นฮองตงขับม้าหนีกวนอูจึงขี่ม้าไล่ตามไป
ฮองตงขับม้าหนีออกห่างจากกวนอู เหลียวกลับมาดูเห็นกวนอูขี่ม้าไล่ตามเข้ามาในระยะเกาทัณฑ์ ฮองตงยังตัดสินใจไม่ตกลงว่าจะยิงหรือไม่ยิง แต่สถานการณ์บังคับกระชั้นดังนี้ ฮองตงจึงเอามือเปล่าน้าวสายเกาทัณฑ์แล้วยิงไปที่กวนอู
กวนอูเห็นฮองตงน้าวสายเกาทัณฑ์ยิงมาเห็นไม่ถนัด สำคัญว่าฮองตงยิงลูกเกาทัณฑ์จึงเบี่ยงตัวหลบ แต่ไม่เห็นลูกเกาทัณฑ์จึงขับม้าไล่ตามฮองตงต่อไป ฮองตงน้าวสายเกาทัณฑ์เปล่ายิงใส่กวนอูอีกครั้งหนึ่ง กวนอูก็เบี่ยงตัวหลบเช่นเดิม ครั้นไม่เห็นลูกเกาทัณฑ์อีกก็สำคัญว่าเป็นกลอุบายของฮองตงเพื่อจะหนีเอาตัวรอด ประกอบกับฮองตงได้ขี่ม้าหนีเป็นวงอ้อมเข้าไปใกล้กำแพงเมืองโฉมหน้าไปยังประตูเมือง กวนอูก็ยิ่งมั่นใจว่าฮองตงจะหนีกลับเข้าเมือง จึงกระตุ้นม้าเซ็กเธาว์ให้เร่งฝีเท้ากระชั้นใกล้เข้าไป
ฮองตงคิดว่าน้าวเกาทัณฑ์เข้าใส่กวนอูถึงสองครั้งพอเป็นการเตือนให้กวนอูระมัดระวังตัวแล้วจึงเอาลูกเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสาย เหลียวหลังมามองเห็นกวนอูขี่ม้าไล่ตามเข้ามาในระยะหวังผลของการยิงเกาทัณฑ์แล้วจึงน้าวเกาทัณฑ์จะยิงไปที่กวนอู แต่สำนึกในความกตัญญูผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกอีก ฮองตงน้าวเกาทัณฑ์สุดล้าแล้วจึงเชิดคันเกาทัณฑ์ขึ้นแล้วยิงไป ลูกเกาทัณฑ์ฝ่าอากาศอย่างรุนแรงและรวดเร็วถูกที่พู่หมวกของกวนอูราวกับจับวาง
กวนอูเห็นเกาทัณฑ์กรีดฝ่าอากาศมาอย่างรวดเร็วก็เบี่ยงตัวหลบแต่ไม่ทัน ลูกเกาทัณฑ์ถูกพู่หมวกขาดร่วงลงก็ตกใจรีบขี่ม้ากลับไปที่ค่ายแล้วรำพึงว่าฮองตงขุนพลเฒ่าผู้นี้เขาเล่าลือว่ามีฝีมือเกาทัณฑ์แม่นยำฉมังนัก ได้เห็นประจักษ์ว่าไม่ผิดคำลือเลย วันนี้ฮองตงคิดถึงคุณเราที่ไว้ชีวิตเมื่อวันก่อนจึงแกล้งยิงเกาทัณฑ์ให้พลาดเป้าไป หาไม่แล้วเราคงถึงแก่ความตาย กวนอูตระหนักดังนี้แล้วก็หนาวเหน็บเข้าไปถึงหัวใจ
ฝ่ายฮองตงเห็นกวนอูขี่ม้าหนีกลับไปก็ไม่ติดตาม แล้วพาทหารกลับเข้าไปในเมือง
ฝ่ายฮันเหียนสงสัยฮองตงจากการรบเมื่อสองครั้งก่อน พอทราบว่าฮองตงยกไปรบกับกวนอูอีกจึงขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนเชิงเทิน ครั้นแลเห็นฮองตงน้าวเกาทัณฑ์ไม่ใส่ลูกยิงกวนอูก็โกรธ แม้ยิงครั้งที่สองก็ยังคงเป็นน้าวสายเกาทัณฑ์เปล่า ฮันเหียนก็เข้าใจว่าฮองตงเป็นใจเข้าด้วยกวนอู แต่เมื่อฮองตงจะยิงครั้งที่สามและเข้ามาใกล้กำแพงเมือง เห็นถนัดว่าเอาลูกเกาทัณฑ์ขึ้นพาดสายฮันเหียนก็คลายโกรธ สำคัญว่าสองครั้งก่อนเป็นอุบายลวงให้กวนอูตายใจ ฮันเหียนจึงมั่นใจว่าในระยะหวังผลเช่นนี้ด้วยฝีมือเกาทัณฑ์อันฉมังแม่นของ ฮองตงคงสังหารกวนอูได้อย่างแน่นอน
ครั้นเห็นลูกเกาทัณฑ์พลาดเป้าฮันเหียนก็ยิ่งโกรธจัด เห็นว่าฮองตงเป็นกบฎเข้าด้วยกวนอู ดังนั้นพอฮองตงกลับเข้าเมืองแล้วขึ้นมาบนเชิงเทิน ฮันเหียนจึงสั่งทหารให้จับฮองตงแล้วเอาตัวไปประหาร
ฮองตงเห็นดังนั้นก็ตกใจ ถามฮันเหียนว่าท่านจะประหารข้าพเจ้าเสียด้วยความผิดสิ่งไร
ฮันเหียนได้ยินคำถามก็โกรธ ตวาดใส่ฮองตงว่าเมื่อกวนอูยกกองทัพมา ท่านอาสายกออกไปรบจะตัดศีรษะกวนอูมาให้เรา แต่เราสังเกตเห็นว่าหามีความตั้งใจทำการเหมือนคำอาสาไม่ วันวานนี้แกล้งเสียทีมาเราก็ไม่ได้เอาโทษ มาวันนี้ยิงเกาทัณฑ์เปล่าถึงสองครั้ง คิดลวงเราว่าเป็นระยะไกลแล้วมองไม่เห็น พอมาใกล้ที่เราอยู่ก็แสร้งยิงพลาดไปถูกแค่พู่หมวก คิดหรือว่าคบคิดกับกวนอูกบฏต่อเราแล้วจะตบตาลวงเราได้ เราจึงต้องประหารชีวิตมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นสืบไป
ว่าแล้วฮันเหียนจึงเร่งให้ผู้คุมเอาตัวฮองตงไปประหาร บรรดาทหารทั้งปวงที่อยู่บนเชิงเทินเห็นเหตุดังนั้นจึงพร้อมใจกันอ้อนวอนขอฮันเหียนให้ไว้ชีวิตยกโทษแก่ฮองตงสักครั้งหนึ่ง แต่ฮันเหียนไม่ยอมตวาดใส่บรรดาทหารว่าหากแม้นผู้ใดร้องขอชีวิตให้ฮองตงอีกก็จะถือว่าคบคิดเป็นกบฏกับฮองตง จะลงโทษประหารชีวิตอย่างเดียวกัน
ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็ไม่พอใจฮันเหียน เพราะไม่เชื่อว่าฮองตงขุนพลเฒ่าคู่บุญเมืองเตียงสาซึ่งประจักษ์ถึงความภักดีต่อบ้านเมืองมาแต่ก่อนจะเป็นกบฏตามข้อหา แต่เกรงอาญาของฮันเหียนจึงพากันนิ่งอยู่ ผู้คุมจึงพาฮองตงลงจากเชิงเทินไปที่ลานประหาร
ฝ่ายอุยเอี๋ยนชาวเมืองงีเอี๋ยงเคยรับราชการเป็นทหารอยู่กับเล่าเปียวที่เมืองซงหยง เมื่อครั้งที่เล่าปี่หนีโจโฉยกไปจะขออาศัยที่เมืองซงหยงนั้น ชัวมอน้องภรรยาเล่าเปียวซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเมืองเกงจิ๋วไม่ยอมเปิดประตูเมืองรับ อุยเอี๋ยนเป็นแต่เพียงนายทหารเห็นว่าชัวมอทำการไม่ชอบ จึงพาพรรคพวกเปิดประตูเมืองรับเล่าปี่ และเกิดต่อสู้กับทหารของชัวมอที่ยกมาขัดขวาง เล่าปี่เห็นว่ายังไม่ทันเข้าเมืองก็เกิดแตกสามัคคีกันจึงเอ็นดูว่าราษฎรจะได้ความเดือดร้อนจึงพาทหารและชาวเมืองซึ่งติดตามมาหนีต่อไป อุยเอี๋ยนสู้รบกับทหารชัวมอติดพันกันจึงพลาดกับเล่าปี่แล้วหนีมาอยู่เมืองเตียงสา ครั้นฮันเหียนเป็นเจ้าเมืองก็ไม่เห็นอุยเอี๋ยนอยู่ในสายตาจึงมิได้ทำนุบำรุงให้สมกับฝีมือ คงใช้สอยอุยเอี๋ยนให้เป็นเพียงทหารเลวเท่านั้น
อุยเอี๋ยนรักนับถือฮองตงในฐานะที่เป็นขุนพลผู้มีฝีมือดี พอทราบว่าฮันเหียนสั่งประหารฮองตงอุยเอี๋ยนจึงวิ่งไปที่ลานประหาร เห็นเพชฌฆาตกำลังจะลงดาบประหารและราษฎรซึ่งมุงดูพากันร้องไห้รักฮองตงทุกคน อุยเอี๋ยนจึงขัดขวางการประหารแล้วฆ่าผู้คุมและเพชฌฆาตจนหมดสิ้น จากนั้นจึงแก้มัดฮองตง.