ตอนที่ 28. อานาปานสติวิหาร
บางครั้งพระอาจารย์รับกิจนิมนต์ไปสวดศพตามหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งคลองหนึ่งเป็นที่ไกล ตอนขาไปก็อาศัยเรือชาวบ้านข้ามฟาก แต่พอขากลับเป็นเวลาดึกแล้ว เรือแจวเรือพายย่านนั้นก็ไม่มี หลายครั้งที่พระอาจารย์บอกแก่พระเณรเมื่อมาถึงชายคลองว่าวันนี้น้ำลงตื้นแล้วให้จูงชายจีวรเดินตามท่านไป กล่าวแล้วท่านก็จะถลกจีวรขึ้นเหนือเข่าเดินลุยน้ำข้ามคลอง พระเณรซึ่งตามไปงานก็ปฏิบัติตามท่านแล้วจูงชายจีวรเดินตามพระอาจารย์ข้ามคลองมายังอีกฝั่งหนึ่งได้เป็นที่อัศจรรย์
ความจริงคลองหน้าวัดนั้นไม่ว่าเวลาน้ำขึ้น น้ำลง หรือเวลาไหน ๆ ก็ไม่เคยตื้นเพียงแค่หัวเข่าเลย แต่มีความลึกถึงขนาดเอาไม้ถ่อหยั่งก็ไม่ถึง เพิ่งมาตื้นเหลือสองวาเศษก็ไม่กี่ปีมานี้ พระเณรท่านก็รู้โดยทั่วกันว่าเกิดแต่พระอาจารย์แสดงฤทธิ์ให้ปรากฏ
ผมได้ยินกิตติศัพท์จากพระเณรและศิษย์วัดเกี่ยวกับเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ของพระอาจารย์ก็เกิดความศรัทธามากขึ้น ครั้นเข้ามาอยู่วัดได้ปรนนิบัติพระอาจารย์ใกล้ชิดขึ้น พระอาจารย์ก็ให้ความเมตตาให้การอบรมศึกษาในทุกทาง
ท่านสอนว่าบรรดาวิชาอยู่ยงคงกระพันนั้นเป็นวิชานักเลง ถึงจะหนังเหนียวฟันไม่เข้ายิงไม่ออกแต่ก็ต้องเจ็บ หากเขาจับได้ก็มีวิธีทำให้ถึงตายได้ ท่านไม่ชอบวิธีการของนักเลง จึงสอนว่าให้เรียนวิชาแคล้วคลาดไว้จะดีกว่า เมื่อบวกด้วยวิชาเมตตามหานิยมแล้วก็จะเอาตัวรอดปลอดภัย และสามารถสร้างความสำเร็จในภายภาคหน้าได้
ในขณะนั้นใจจริงผมอยากเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพันเพราะเป็นที่นิยมยกย่องกันของคนพื้นนั้นในยุคนั้น แต่พระอาจารย์ก็ชี้ให้ดูตัวอย่างของศิษย์วัดอีกสำนักหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลหัววัง สมภารวัดนั้นเรืองวิทยาคมแก่กล้านัก สอนสั่งจนลูกศิษย์อยู่ยงคงกระพัน ฟันไม่เข้า ยิงไม่เข้ากันทั้งนั้น แล้วก็กำเริบทำตัวเป็นโจรเที่ยวปล้นชิงราษฎร ในที่สุดตำรวจก็จับได้
ตำรวจบ้านผมสมัยนั้นผิดกันกับตำรวจสมัยนี้ เพราะเขาทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง เมื่อจับได้ไล่ทันว่าเป็นโจรระดับไอ้เสือเอาละวาแล้วก็มักจะประหารโดยไม่ต้องส่งตัวขึ้นอำเภอหรือไปศาล
ศิษย์วัดตัวอย่างที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังนั้นถูกตำรวจจับตัวได้แล้วฟันไม่เข้า ยิงไม่เข้า ตำรวจจึงเอาตัวไปถ่วงน้ำก็ยังไม่ตายเพราะรู้วิชาระเบิดน้ำเสียอีก แต่ในที่สุดตำรวจก็เอาไม้ไผ่สวนทวารจนทะลุมาถึงลำคอก็ถึงแก่ความตาย
เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าถึงแม้จะเรืองวิชาอาคมแก่กล้าปานไหน แต่คนเราก็มีประตูอยู่ถึงเก้าทวารที่อาวุธหรือแม้ไม้ไผ่ก็สามารถทะลุทะลวงเข้าไปให้ถึงตายได้
บางคนก็ถูกตำรวจมีวิชาสังหารเสียโดยวิชา ดังเช่นกรณีที่ศิษย์สมภารดังกล่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นโจรระดับไอ้เสือเอาละวา มีชื่อเสียงในทางปล้นฆ่ากระฉ่อนทั้งภาคใต้ ในที่สุดก็ถูกขุนพันธรักษ์ราชเดชนายตำรวจมือปราบ ศิษย์เอกสำนักวัดเขาอ้อปราบเสียจนสิ้นชื่อ
พระอาจารย์ยังเล่าให้ฟังอีกว่าศิษย์ร่วมสำนักของขุนพันธรักษ์ราชเดชเองบางคนที่ประพฤติตนเป็นโจรและมีวิชาอาคมแก่กล้าถึงขนาดล่องหนกำบังตนได้ แม้ไม่มีตำรวจคนไหนปราบปรามได้สำเร็จ แต่ในที่สุดทางราชการก็ได้สั่งให้ขุนพันธรักษ์ราชเดชศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันไปปราบปรามจนราบคาบ
ผมได้เห็นตัวอย่างที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังและเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ ก็เห็นด้วยว่าไม่สมควรเรียนวิชาเช่นนั้นเลย เพราะวิชาเหล่านั้นเมื่อร่ำเรียนแล้วก็จะต้องปลุกเสกตัวเองตามวันเวลาที่กำหนดและต้องถือพรตหลายอย่าง แต่มักจะมีน้ำใจกำเริบไม่ยำเกรงกฎหมาย ที่สำคัญคือตั้งอยู่ในความประมาท ฝืนคำครู ลืมความดี กล้าทำชั่ว ในที่สุดตัวก็ต้องตาย
ผมจึงเพียรร่ำเรียนวิชาแคล้วคลาดและวิชาเมตตามหานิยม โดยเฉพาะวิชาแคล้วคลาดนั้นเป็นวิชาที่ว่าด้วยมนต์บทหนึ่ง ซึ่งใช้ภาวนาในเวลาก่อนจะออกเดินทาง หรือจะลงว่ายน้ำ เพราะลำน้ำบ้านผมนั้นชุกชุมไปด้วยจระเข้ และผู้คนบ้านผมก็นิยมอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือลงเล่นน้ำในลำคลอง และเสี่ยงภัยที่จะถูกจระเข้งาบเอาไป จึงเป็นวิชาที่จำเป็นสำหรับคุ้มครองตัวเอง วิชาที่ว่านี้หากได้ภาวนาก่อนจะหลับนอนก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าแม้คนคิดร้ายมาอยู่ใกล้ถึงตัวแล้วก็จะมองไม่เห็น หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไป
ผมนับถือศรัทธาพระอาจารย์ดังนั้นจึงได้ร่ำเรียนวิทยาคมที่สูงขึ้นไปโดยลำดับ พระอาจารย์ก็สอนว่าวิชาอาคมทั้งปวงนั้นหาได้ใช้มีผลเสมอกันทุกคนไม่ ขึ้นอยู่กับกำลังอำนาจของจิตว่าอยู่ในระดับไหน จึงทำให้ผมสนใจเรื่องการฝึกฝนอบรมจิตนับแต่นั้นมา ด้วยวาดหวังว่าเมื่อมีกำลังอำนาจของจิตเข้มแข็งแก่กล้าแล้วก็จะทำให้วิทยาคุณที่ร่ำเรียนมาทรงอานุภาพยิ่งขึ้น
ความจริงในขณะนั้นผมยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก แต่เนื่องจากยุคนั้นหนังสือกำลังภายในเรื่องมังกรหยกเพิ่งแพร่หลายเข้ามายังเมืองไทย คนไทยอ่านหนังสือมังกรหยกติดกันงอมแงม ผมก็พลอยติดหนังสือมังกรหยกกับเขาด้วย ถึงเวลาหนังสือออกก็ไปคอยที่ท่าเรือตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อจะได้รับหนังสือมาอ่านก่อน และเพราะได้อ่านเรื่องมังกรหยกจึงสามารถเข้าใจได้ว่าวิชากระบวนท่าร่างกับพื้นฐานกำลังภายในนั้นไม่เหมือนกัน และต้องอาศัยเป็นปัจจัยเกื้อหนุนกัน
ตัวอย่างเช่นก๊วยเจ๋งฝึกวิชากับผู้กล้าหาญทั้งเจ็ดแห่งแคว้นกังหนำมาช้านานก็ไม่มีความก้าวหน้าเพราะไม่มีรากฐานทางกำลังภายใน ต่อเมื่อได้พบกับเบ๊เง็กจินหยินหนึ่งในเจ็ดศิษย์รุ่นแรกของเฮ้งต้งเอี้ยงแห่งสำนักฉวนจินแล้ว ได้เรียนรู้วิชาหายใจและการฝึกปรือกำลังภายในแล้วจึงทำให้กระบวนท่าวิชาท่าร่างต่าง ๆ พัฒนารุดหน้าเข้มแข็งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
เพราะได้รู้ความแตกต่างและความสัมพันธ์ของวิชาท่าร่างกับพื้นฐานกำลังภายในจากหนังสือมังกรหยก จึงทำให้ผมเข้าใจได้โดยง่ายว่ามนต์และคาถาทั้งหลายก็เหมือนกับวิชาท่าร่างหรือเพลงกระบี่ ส่วนสมาธิจิตนั้นก็เหมือนกับพื้นฐานกำลังภายในที่ต้องจุนเจือเกื้อหนุนกันจึงจะสามารถเปล่งอานุภาพได้เต็มที่
ผมได้ฝึกวิชาหายใจซึ่งในภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นหลักปฏิบัติอานาปานสติซึ่งเป็นพระสูตรบทสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรรเสริญมาก เป็นหลักปฏิบัติที่เป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่เริ่มต้นฝึกใหม่ ๆ ไปจนถึงการบรรลุมรรคผลนิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้ามีปกติอบรมจิตหรือมีจิตตั้งอยู่ในวิหารธรรมที่เรียกว่าอานาปานสติวิหารนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นพระกุมาร ครั้งหนึ่งตามเสด็จพระบิดาไปทอดพระเนตรเขาแรกนาแล้วเกิดเหตุมหัศจรรย์เป็นร่มเงาบังพระองค์ไว้ในขณะที่พระอาทิตย์ร้อนจ้าก็เพราะอำนาจแห่งอานาปาณสตินั้น
ห้วงเวลาแห่งการตรัสรู้ก็ทรงดำเนินการตามขั้นตอนแห่งอานาปานสติ หลังตรัสรู้แล้วก็ทรงมีปกติอยู่ในวิหารธรรมที่ชื่อว่าอานาปานสติวิหารนั้น แม้ยามจะปรินิพพานก็ทรงเสด็จอยู่ในอานาปานสติวิหาร จนจิตเข้าสู่ปฐมฌานไปจนถึงจตุตถฌานแล้วย้อนปฏิโลมกลับมาอีกจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าตลอดพระชนม์ชีพของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำรงอยู่ใน อานาปานสติวิหาร ซึ่งมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
พระอาจารย์สอนผมให้ปฏิบัติอานาปาณสติภาวนาโดยที่ขณะนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอานาปานสติวิธี เพราะพระอาจารย์ไม่ได้บอกเรื่องราวทางทฤษฎี คงสอนแต่วิธีการหายใจ ให้มีสติระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่าลมหายใจเป็นประการใด ซึ่งผมก็ได้สัมผัสกับความสงบในสมาธิมาตั้งแต่น้อยดังนี้ เป็นแต่ว่าการฝึกทำสมาธิของผมในขณะนั้นหาได้มุ่งหวังมรรคผลนิพพานแต่ประการใดไม่ หากมุ่งแต่หวังจะให้มนต์และคาถาที่ได้ร่ำเรียนมาทรงอานุภาพเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นผลและอานิสงส์ของการได้ปฏิบัติอานาปานสติมาตั้งแต่น้อยก็ได้กลายเป็นอุปนิสัยติดตัวมา ครั้นมาสำนักที่วัดระฆังแล้วยามค่ำคืนไม่มีอะไรทำก็ฝึกทำอานาปานสติต่อไป ดีกว่าหายใจทิ้งเสียเปล่า ๆ ทำให้ได้ความสงบ ความร่มเย็น ตามประสาคนพลัดบ้านมาอยู่แดนไกล
เพราะเหตุได้ฝึกฝนอบรมจิตและมีความเลื่อมใสศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จเป็นที่สุดฉะนี้ ผมจึงมีความคิดว่าความปรารถนาที่จะใคร่ได้พระสมเด็จวัดระฆังรุ่นที่เจ้าประคุณสมเด็จได้ทำไว้ก็อาจจะใกล้ความเป็นจริงขึ้นมา และวิธีการที่จะได้มาคงไม่อาจซื้อหาได้ เพราะในขณะนั้นผมก็รู้แล้วว่าราคาค่าเช่าหาพระสมเด็จวัดระฆังรุ่นแรก ๆ ก็แพงลิบลิ่วถึงขนาดแลกรถเบนซ์ได้เป็นคันหนึ่งแล้ว จึงเหลือแต่เพียงวิธีขอเอาจากเจ้าประคุณสมเด็จ ซึ่งต้องกระทำผ่านทางสมาธิ
ผมคิดดังนั้นแล้วในวันหนึ่งจึงเข้าไปถามความจากแม่ชีเฒ่าว่าในวัดระฆังนี้น่าจะมีที่แห่งใดที่พอมีพระสมเด็จเก็บหรือฝังกรุอยู่บ้าง เป็นการถามซ้ำจากที่เคยถามแม่ชีมาครั้งหนึ่งแล้ว
แม่ชีก็บอกดังเดิมดังที่เคยบอกว่ายายก็ไม่รู้ แต่ถ้าจะลองค้นคว้าแสวงหาดูก็น่าจะลองที่พระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจุดหนึ่ง หรือบริเวณด้านหลังพระอุโบสถจุดหนึ่ง หรือที่เก้าอี้หินใต้ต้นโพธิ์ข้างศาลาแดงซึ่งเป็นศาลาธรรมที่รื้อย้ายมาจากพระราชวังเดิมเนื่องจากเป็นวิหารที่สมเด็จพระเจ้าตากสินเคยใช้ปฏิบัติธรรมมาก่อน แล้วมาประกอบขึ้นใหม่ที่วัดระฆังในบริเวณคณะสอง ตรงข้ามกับคณะหนึ่งอีกจุดหนึ่ง
แม่ชีบอกด้วยว่าอีกที่หนึ่งก็คือบริเวณเจดีย์ซึ่งอยู่ติดกับรั้วโบสถ์ด้านทิศเหนือเรียงรายกันอยู่สามองค์
ที่แม่ชีบอกความเช่นนั้นผมเข้าใจว่าแม่ชีคงจะรู้ได้ว่าที่ผมถามหาสถานที่ที่อาจมีพระสมเด็จรุ่นแรก ๆ บรรจุกรุหรือฝังอยู่เกิดจากสาเหตุอันใดและผมจะใช้วิธีใด คิดไปแล้วก็น่าเลื่อมใสแม่ชีเฒ่าที่อาจล่วงรู้ความคิดในใจผมในขณะนั้นได้
ผมทราบความจากแม่ชีก็ดีใจ คิดใคร่จะลองหาหนทางที่จะได้พระสมเด็จรุ่นแรกโดยไม่ต้องเช่าหา ดังนั้นพอตกเวลากลางคืนผมจึงปลีกตัวออกไปนั่งสมาธิตามสถานที่ที่แม่ชีได้บอกไว้แห่งละหลาย ๆ หน
แต่ละครั้งก่อนจะนั่งสมาธิผมก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าแต่น้อยมามีความเลื่อมใสศรัทธาในพระสมเด็จวัดระฆังเป็นนักหนา ที่เคยได้มาถึงจะเป็นพระคะแนนรุ่นใหม่ ๆ ก็สูญหายไปแล้ว ดังนั้นจึงหวังปรารถนาจะได้พระสมเด็จวัดระฆังรุ่นแรก ๆ ที่เจ้าประคุณสมเด็จได้สร้างขึ้นไว้เป็นพระประจำตัวสักองค์หนึ่ง
แต่เนื่องจากเป็นเด็กวัดจากแดนไกล ไม่มีฐานะเงินทองที่จะเช่าหาพระสมเด็จได้ดังปรารถนา จึงขอให้เจ้าประคุณสมเด็จเมตตามอบพระสมเด็จรุ่นเก่า ๆ ให้เป็นพระประจำตัวสักองค์หนึ่ง ขอบารมีเจ้าประคุณสมเด็จสำแดงฤทธิ์บอกกรุหรือที่เก็บที่ฝังพระสมเด็จให้ปรากฏในนิมิตด้วยเถิด
ผมตั้งจิตอธิษฐานเช่นนี้ทุกครั้งก่อนที่จะเข้าสมาธิตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งแม่ชีได้บอกกล่าวไว้ เมื่อไม่ได้ผลจากที่หนึ่งผมก็ย้ายไปนั่งสมาธิเช่นเดียวกันตรงอีกที่หนึ่ง ผมกระทำเช่นนี้จนครบทุกแห่งทุกที่ตามที่แม่ชีบอก
แต่ปรากฏว่าไม่ปรากฏร่องรอยหรือนิมิตใด ๆ ให้ได้รู้ได้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความสงบ สงัด วิเวก แต่ก็มีความสุขจนบอกไม่ถูก มีความอิ่มเอิบ เบิกบาน ผ่องแผ้วเป็นปีติบังเกิดขึ้นในใจ และเป็นรสสัมผัสใหม่ในจิตใจที่ไม่เคยประสบพบมาแต่ก่อนเลย
ในครั้งหลัง ๆ ผมรู้สึกว่าเมื่อเข้าสมาธิแล้วจิตมีความตั้งมั่นมากขึ้น ถึงแม้ไม่ปรากฏนิมิตใด ๆ ให้เห็น แต่ความตั้งมั่นนั้นหนักแน่นลึกซึ้งโปร่งโล่งว่างเบาและซาบซ่านอิ่มเอิบสุดประมาณ จนแมลง ยุง มดหรือความเปลี่ยวแห่งสถานที่ไม่มีอยู่ในความรู้สึกของผมอีกเลย
นานวันเข้าผมก็รู้ว่าเป็นความพยายามที่เหลวเปล่า เนื่องจากทุกที่ทุกแห่งนั้นไม่ปรากฏร่องรอยและนิมิตว่ามีพระสมเด็จรุ่นเก่าบรรจุกรุหรือเก็บฝังอยู่สักแห่งเดียว ซึ่งคงเป็นดังที่แม่ชีได้บอกไว้ก่อนแล้วว่าไม่เคยรู้ว่ามีพระสมเด็จเก็บกรุหรือฝังไว้ในสถานที่เหล่านั้นเลย
ใจหนึ่งนึกอยากจะโกรธแม่ชีที่บอกสถานที่เหล่านี้และทำให้เสียเวลา แต่พอนึกขึ้นมาได้ก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงที่แม่ชีบอกสถานที่หลายที่หลายแห่งในวัดระฆัง ซึ่งแต่ละแห่งนั้นล้วนแต่เป็นที่สงบ สงัด เปลี่ยวและวิเวก ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่อันเป็นสัปปายะหรือสถานที่ที่เกื้อกูลในการทำสมาธิ จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของแม่ชียิ่งนัก.
ความจริงคลองหน้าวัดนั้นไม่ว่าเวลาน้ำขึ้น น้ำลง หรือเวลาไหน ๆ ก็ไม่เคยตื้นเพียงแค่หัวเข่าเลย แต่มีความลึกถึงขนาดเอาไม้ถ่อหยั่งก็ไม่ถึง เพิ่งมาตื้นเหลือสองวาเศษก็ไม่กี่ปีมานี้ พระเณรท่านก็รู้โดยทั่วกันว่าเกิดแต่พระอาจารย์แสดงฤทธิ์ให้ปรากฏ
ผมได้ยินกิตติศัพท์จากพระเณรและศิษย์วัดเกี่ยวกับเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ของพระอาจารย์ก็เกิดความศรัทธามากขึ้น ครั้นเข้ามาอยู่วัดได้ปรนนิบัติพระอาจารย์ใกล้ชิดขึ้น พระอาจารย์ก็ให้ความเมตตาให้การอบรมศึกษาในทุกทาง
ท่านสอนว่าบรรดาวิชาอยู่ยงคงกระพันนั้นเป็นวิชานักเลง ถึงจะหนังเหนียวฟันไม่เข้ายิงไม่ออกแต่ก็ต้องเจ็บ หากเขาจับได้ก็มีวิธีทำให้ถึงตายได้ ท่านไม่ชอบวิธีการของนักเลง จึงสอนว่าให้เรียนวิชาแคล้วคลาดไว้จะดีกว่า เมื่อบวกด้วยวิชาเมตตามหานิยมแล้วก็จะเอาตัวรอดปลอดภัย และสามารถสร้างความสำเร็จในภายภาคหน้าได้
ในขณะนั้นใจจริงผมอยากเรียนวิชาอยู่ยงคงกระพันเพราะเป็นที่นิยมยกย่องกันของคนพื้นนั้นในยุคนั้น แต่พระอาจารย์ก็ชี้ให้ดูตัวอย่างของศิษย์วัดอีกสำนักหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลหัววัง สมภารวัดนั้นเรืองวิทยาคมแก่กล้านัก สอนสั่งจนลูกศิษย์อยู่ยงคงกระพัน ฟันไม่เข้า ยิงไม่เข้ากันทั้งนั้น แล้วก็กำเริบทำตัวเป็นโจรเที่ยวปล้นชิงราษฎร ในที่สุดตำรวจก็จับได้
ตำรวจบ้านผมสมัยนั้นผิดกันกับตำรวจสมัยนี้ เพราะเขาทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง เมื่อจับได้ไล่ทันว่าเป็นโจรระดับไอ้เสือเอาละวาแล้วก็มักจะประหารโดยไม่ต้องส่งตัวขึ้นอำเภอหรือไปศาล
ศิษย์วัดตัวอย่างที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังนั้นถูกตำรวจจับตัวได้แล้วฟันไม่เข้า ยิงไม่เข้า ตำรวจจึงเอาตัวไปถ่วงน้ำก็ยังไม่ตายเพราะรู้วิชาระเบิดน้ำเสียอีก แต่ในที่สุดตำรวจก็เอาไม้ไผ่สวนทวารจนทะลุมาถึงลำคอก็ถึงแก่ความตาย
เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าถึงแม้จะเรืองวิชาอาคมแก่กล้าปานไหน แต่คนเราก็มีประตูอยู่ถึงเก้าทวารที่อาวุธหรือแม้ไม้ไผ่ก็สามารถทะลุทะลวงเข้าไปให้ถึงตายได้
บางคนก็ถูกตำรวจมีวิชาสังหารเสียโดยวิชา ดังเช่นกรณีที่ศิษย์สมภารดังกล่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นโจรระดับไอ้เสือเอาละวา มีชื่อเสียงในทางปล้นฆ่ากระฉ่อนทั้งภาคใต้ ในที่สุดก็ถูกขุนพันธรักษ์ราชเดชนายตำรวจมือปราบ ศิษย์เอกสำนักวัดเขาอ้อปราบเสียจนสิ้นชื่อ
พระอาจารย์ยังเล่าให้ฟังอีกว่าศิษย์ร่วมสำนักของขุนพันธรักษ์ราชเดชเองบางคนที่ประพฤติตนเป็นโจรและมีวิชาอาคมแก่กล้าถึงขนาดล่องหนกำบังตนได้ แม้ไม่มีตำรวจคนไหนปราบปรามได้สำเร็จ แต่ในที่สุดทางราชการก็ได้สั่งให้ขุนพันธรักษ์ราชเดชศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันไปปราบปรามจนราบคาบ
ผมได้เห็นตัวอย่างที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังและเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ ก็เห็นด้วยว่าไม่สมควรเรียนวิชาเช่นนั้นเลย เพราะวิชาเหล่านั้นเมื่อร่ำเรียนแล้วก็จะต้องปลุกเสกตัวเองตามวันเวลาที่กำหนดและต้องถือพรตหลายอย่าง แต่มักจะมีน้ำใจกำเริบไม่ยำเกรงกฎหมาย ที่สำคัญคือตั้งอยู่ในความประมาท ฝืนคำครู ลืมความดี กล้าทำชั่ว ในที่สุดตัวก็ต้องตาย
ผมจึงเพียรร่ำเรียนวิชาแคล้วคลาดและวิชาเมตตามหานิยม โดยเฉพาะวิชาแคล้วคลาดนั้นเป็นวิชาที่ว่าด้วยมนต์บทหนึ่ง ซึ่งใช้ภาวนาในเวลาก่อนจะออกเดินทาง หรือจะลงว่ายน้ำ เพราะลำน้ำบ้านผมนั้นชุกชุมไปด้วยจระเข้ และผู้คนบ้านผมก็นิยมอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือลงเล่นน้ำในลำคลอง และเสี่ยงภัยที่จะถูกจระเข้งาบเอาไป จึงเป็นวิชาที่จำเป็นสำหรับคุ้มครองตัวเอง วิชาที่ว่านี้หากได้ภาวนาก่อนจะหลับนอนก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าแม้คนคิดร้ายมาอยู่ใกล้ถึงตัวแล้วก็จะมองไม่เห็น หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไป
ผมนับถือศรัทธาพระอาจารย์ดังนั้นจึงได้ร่ำเรียนวิทยาคมที่สูงขึ้นไปโดยลำดับ พระอาจารย์ก็สอนว่าวิชาอาคมทั้งปวงนั้นหาได้ใช้มีผลเสมอกันทุกคนไม่ ขึ้นอยู่กับกำลังอำนาจของจิตว่าอยู่ในระดับไหน จึงทำให้ผมสนใจเรื่องการฝึกฝนอบรมจิตนับแต่นั้นมา ด้วยวาดหวังว่าเมื่อมีกำลังอำนาจของจิตเข้มแข็งแก่กล้าแล้วก็จะทำให้วิทยาคุณที่ร่ำเรียนมาทรงอานุภาพยิ่งขึ้น
ความจริงในขณะนั้นผมยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก แต่เนื่องจากยุคนั้นหนังสือกำลังภายในเรื่องมังกรหยกเพิ่งแพร่หลายเข้ามายังเมืองไทย คนไทยอ่านหนังสือมังกรหยกติดกันงอมแงม ผมก็พลอยติดหนังสือมังกรหยกกับเขาด้วย ถึงเวลาหนังสือออกก็ไปคอยที่ท่าเรือตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อจะได้รับหนังสือมาอ่านก่อน และเพราะได้อ่านเรื่องมังกรหยกจึงสามารถเข้าใจได้ว่าวิชากระบวนท่าร่างกับพื้นฐานกำลังภายในนั้นไม่เหมือนกัน และต้องอาศัยเป็นปัจจัยเกื้อหนุนกัน
ตัวอย่างเช่นก๊วยเจ๋งฝึกวิชากับผู้กล้าหาญทั้งเจ็ดแห่งแคว้นกังหนำมาช้านานก็ไม่มีความก้าวหน้าเพราะไม่มีรากฐานทางกำลังภายใน ต่อเมื่อได้พบกับเบ๊เง็กจินหยินหนึ่งในเจ็ดศิษย์รุ่นแรกของเฮ้งต้งเอี้ยงแห่งสำนักฉวนจินแล้ว ได้เรียนรู้วิชาหายใจและการฝึกปรือกำลังภายในแล้วจึงทำให้กระบวนท่าวิชาท่าร่างต่าง ๆ พัฒนารุดหน้าเข้มแข็งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
เพราะได้รู้ความแตกต่างและความสัมพันธ์ของวิชาท่าร่างกับพื้นฐานกำลังภายในจากหนังสือมังกรหยก จึงทำให้ผมเข้าใจได้โดยง่ายว่ามนต์และคาถาทั้งหลายก็เหมือนกับวิชาท่าร่างหรือเพลงกระบี่ ส่วนสมาธิจิตนั้นก็เหมือนกับพื้นฐานกำลังภายในที่ต้องจุนเจือเกื้อหนุนกันจึงจะสามารถเปล่งอานุภาพได้เต็มที่
ผมได้ฝึกวิชาหายใจซึ่งในภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นหลักปฏิบัติอานาปานสติซึ่งเป็นพระสูตรบทสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรรเสริญมาก เป็นหลักปฏิบัติที่เป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่เริ่มต้นฝึกใหม่ ๆ ไปจนถึงการบรรลุมรรคผลนิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้ามีปกติอบรมจิตหรือมีจิตตั้งอยู่ในวิหารธรรมที่เรียกว่าอานาปานสติวิหารนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นพระกุมาร ครั้งหนึ่งตามเสด็จพระบิดาไปทอดพระเนตรเขาแรกนาแล้วเกิดเหตุมหัศจรรย์เป็นร่มเงาบังพระองค์ไว้ในขณะที่พระอาทิตย์ร้อนจ้าก็เพราะอำนาจแห่งอานาปาณสตินั้น
ห้วงเวลาแห่งการตรัสรู้ก็ทรงดำเนินการตามขั้นตอนแห่งอานาปานสติ หลังตรัสรู้แล้วก็ทรงมีปกติอยู่ในวิหารธรรมที่ชื่อว่าอานาปานสติวิหารนั้น แม้ยามจะปรินิพพานก็ทรงเสด็จอยู่ในอานาปานสติวิหาร จนจิตเข้าสู่ปฐมฌานไปจนถึงจตุตถฌานแล้วย้อนปฏิโลมกลับมาอีกจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าตลอดพระชนม์ชีพของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำรงอยู่ใน อานาปานสติวิหาร ซึ่งมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
พระอาจารย์สอนผมให้ปฏิบัติอานาปาณสติภาวนาโดยที่ขณะนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอานาปานสติวิธี เพราะพระอาจารย์ไม่ได้บอกเรื่องราวทางทฤษฎี คงสอนแต่วิธีการหายใจ ให้มีสติระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่าลมหายใจเป็นประการใด ซึ่งผมก็ได้สัมผัสกับความสงบในสมาธิมาตั้งแต่น้อยดังนี้ เป็นแต่ว่าการฝึกทำสมาธิของผมในขณะนั้นหาได้มุ่งหวังมรรคผลนิพพานแต่ประการใดไม่ หากมุ่งแต่หวังจะให้มนต์และคาถาที่ได้ร่ำเรียนมาทรงอานุภาพเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นผลและอานิสงส์ของการได้ปฏิบัติอานาปานสติมาตั้งแต่น้อยก็ได้กลายเป็นอุปนิสัยติดตัวมา ครั้นมาสำนักที่วัดระฆังแล้วยามค่ำคืนไม่มีอะไรทำก็ฝึกทำอานาปานสติต่อไป ดีกว่าหายใจทิ้งเสียเปล่า ๆ ทำให้ได้ความสงบ ความร่มเย็น ตามประสาคนพลัดบ้านมาอยู่แดนไกล
เพราะเหตุได้ฝึกฝนอบรมจิตและมีความเลื่อมใสศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จเป็นที่สุดฉะนี้ ผมจึงมีความคิดว่าความปรารถนาที่จะใคร่ได้พระสมเด็จวัดระฆังรุ่นที่เจ้าประคุณสมเด็จได้ทำไว้ก็อาจจะใกล้ความเป็นจริงขึ้นมา และวิธีการที่จะได้มาคงไม่อาจซื้อหาได้ เพราะในขณะนั้นผมก็รู้แล้วว่าราคาค่าเช่าหาพระสมเด็จวัดระฆังรุ่นแรก ๆ ก็แพงลิบลิ่วถึงขนาดแลกรถเบนซ์ได้เป็นคันหนึ่งแล้ว จึงเหลือแต่เพียงวิธีขอเอาจากเจ้าประคุณสมเด็จ ซึ่งต้องกระทำผ่านทางสมาธิ
ผมคิดดังนั้นแล้วในวันหนึ่งจึงเข้าไปถามความจากแม่ชีเฒ่าว่าในวัดระฆังนี้น่าจะมีที่แห่งใดที่พอมีพระสมเด็จเก็บหรือฝังกรุอยู่บ้าง เป็นการถามซ้ำจากที่เคยถามแม่ชีมาครั้งหนึ่งแล้ว
แม่ชีก็บอกดังเดิมดังที่เคยบอกว่ายายก็ไม่รู้ แต่ถ้าจะลองค้นคว้าแสวงหาดูก็น่าจะลองที่พระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจุดหนึ่ง หรือบริเวณด้านหลังพระอุโบสถจุดหนึ่ง หรือที่เก้าอี้หินใต้ต้นโพธิ์ข้างศาลาแดงซึ่งเป็นศาลาธรรมที่รื้อย้ายมาจากพระราชวังเดิมเนื่องจากเป็นวิหารที่สมเด็จพระเจ้าตากสินเคยใช้ปฏิบัติธรรมมาก่อน แล้วมาประกอบขึ้นใหม่ที่วัดระฆังในบริเวณคณะสอง ตรงข้ามกับคณะหนึ่งอีกจุดหนึ่ง
แม่ชีบอกด้วยว่าอีกที่หนึ่งก็คือบริเวณเจดีย์ซึ่งอยู่ติดกับรั้วโบสถ์ด้านทิศเหนือเรียงรายกันอยู่สามองค์
ที่แม่ชีบอกความเช่นนั้นผมเข้าใจว่าแม่ชีคงจะรู้ได้ว่าที่ผมถามหาสถานที่ที่อาจมีพระสมเด็จรุ่นแรก ๆ บรรจุกรุหรือฝังอยู่เกิดจากสาเหตุอันใดและผมจะใช้วิธีใด คิดไปแล้วก็น่าเลื่อมใสแม่ชีเฒ่าที่อาจล่วงรู้ความคิดในใจผมในขณะนั้นได้
ผมทราบความจากแม่ชีก็ดีใจ คิดใคร่จะลองหาหนทางที่จะได้พระสมเด็จรุ่นแรกโดยไม่ต้องเช่าหา ดังนั้นพอตกเวลากลางคืนผมจึงปลีกตัวออกไปนั่งสมาธิตามสถานที่ที่แม่ชีได้บอกไว้แห่งละหลาย ๆ หน
แต่ละครั้งก่อนจะนั่งสมาธิผมก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าแต่น้อยมามีความเลื่อมใสศรัทธาในพระสมเด็จวัดระฆังเป็นนักหนา ที่เคยได้มาถึงจะเป็นพระคะแนนรุ่นใหม่ ๆ ก็สูญหายไปแล้ว ดังนั้นจึงหวังปรารถนาจะได้พระสมเด็จวัดระฆังรุ่นแรก ๆ ที่เจ้าประคุณสมเด็จได้สร้างขึ้นไว้เป็นพระประจำตัวสักองค์หนึ่ง
แต่เนื่องจากเป็นเด็กวัดจากแดนไกล ไม่มีฐานะเงินทองที่จะเช่าหาพระสมเด็จได้ดังปรารถนา จึงขอให้เจ้าประคุณสมเด็จเมตตามอบพระสมเด็จรุ่นเก่า ๆ ให้เป็นพระประจำตัวสักองค์หนึ่ง ขอบารมีเจ้าประคุณสมเด็จสำแดงฤทธิ์บอกกรุหรือที่เก็บที่ฝังพระสมเด็จให้ปรากฏในนิมิตด้วยเถิด
ผมตั้งจิตอธิษฐานเช่นนี้ทุกครั้งก่อนที่จะเข้าสมาธิตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งแม่ชีได้บอกกล่าวไว้ เมื่อไม่ได้ผลจากที่หนึ่งผมก็ย้ายไปนั่งสมาธิเช่นเดียวกันตรงอีกที่หนึ่ง ผมกระทำเช่นนี้จนครบทุกแห่งทุกที่ตามที่แม่ชีบอก
แต่ปรากฏว่าไม่ปรากฏร่องรอยหรือนิมิตใด ๆ ให้ได้รู้ได้เห็นเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความสงบ สงัด วิเวก แต่ก็มีความสุขจนบอกไม่ถูก มีความอิ่มเอิบ เบิกบาน ผ่องแผ้วเป็นปีติบังเกิดขึ้นในใจ และเป็นรสสัมผัสใหม่ในจิตใจที่ไม่เคยประสบพบมาแต่ก่อนเลย
ในครั้งหลัง ๆ ผมรู้สึกว่าเมื่อเข้าสมาธิแล้วจิตมีความตั้งมั่นมากขึ้น ถึงแม้ไม่ปรากฏนิมิตใด ๆ ให้เห็น แต่ความตั้งมั่นนั้นหนักแน่นลึกซึ้งโปร่งโล่งว่างเบาและซาบซ่านอิ่มเอิบสุดประมาณ จนแมลง ยุง มดหรือความเปลี่ยวแห่งสถานที่ไม่มีอยู่ในความรู้สึกของผมอีกเลย
นานวันเข้าผมก็รู้ว่าเป็นความพยายามที่เหลวเปล่า เนื่องจากทุกที่ทุกแห่งนั้นไม่ปรากฏร่องรอยและนิมิตว่ามีพระสมเด็จรุ่นเก่าบรรจุกรุหรือเก็บฝังอยู่สักแห่งเดียว ซึ่งคงเป็นดังที่แม่ชีได้บอกไว้ก่อนแล้วว่าไม่เคยรู้ว่ามีพระสมเด็จเก็บกรุหรือฝังไว้ในสถานที่เหล่านั้นเลย
ใจหนึ่งนึกอยากจะโกรธแม่ชีที่บอกสถานที่เหล่านี้และทำให้เสียเวลา แต่พอนึกขึ้นมาได้ก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงที่แม่ชีบอกสถานที่หลายที่หลายแห่งในวัดระฆัง ซึ่งแต่ละแห่งนั้นล้วนแต่เป็นที่สงบ สงัด เปลี่ยวและวิเวก ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่อันเป็นสัปปายะหรือสถานที่ที่เกื้อกูลในการทำสมาธิ จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของแม่ชียิ่งนัก.