ตอนที่ 287. อานุภาพยุทธศาสตร์สามก๊ก

 การที่เล่าปี่และขงเบ้งวางกลอุบายเสือซ่อนเล็บเข้ายึดเมืองลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋ว และเมืองซงหยงไว้ได้โดยไม่สิ้นเปลืองรี้พลแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่จะทำให้กำลังอำนาจทางการทหารของเล่าปี่เติบใหญ่เท่านั้น ยังทำให้เล่าปี่สามารถบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ขั้นแรกในการตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ได้สำเร็จ

            เมื่อครั้งที่ขงเบ้งวางแผนยุทธศาสตร์สามก๊กก่อนจะลงจากเขาโงลังกั๋งนั้นได้กำหนดแผนการยุทธศาสตร์ออกเป็นสามขั้น คือขั้นแรกจะต้องยึดเมืองเกงจิ๋วให้ได้ ขั้นที่สองเข้ายึดเมืองเสฉวนให้สำเร็จ และขั้นที่สามเข้ายึดแผ่นดินตงง้วน รวบรวมแผ่นดินจีนเข้าเป็นหนึ่ง

            สิบเอ็ดเดือนหลังจากขงเบ้งลงจากเขาโงลังกั๋งได้ทำให้เล่าปี่เชื้อพระวงศ์ไร้วาสนาซึ่งไม่มีแผ่นดินที่จะอาศัยและมีกำลังทหารเพียงหมื่นเศษกลายเป็นเสือติดปีก เพราะดินแดนแคว้นเกงจิ๋วเมื่อรวมกับเมืองซงหยง เมืองลำกุ๋น และเมืองกังแฮ และเมืองแฮเค้าแล้ว กลายเป็นดินแดนที่กว้างขวางและยาวเหยียดตลอดแนวฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี ทำให้แผ่นดินจีนกลายเป็นสามส่วน คือซุนกวนครองอำนาจเป็นใหญ่ในดินแดนฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซีทั้งหมด เล่าปี่ครองอำนาจเป็นใหญ่ในดินแดนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซีจรดกับดินแดนทางด้านเหนือซึ่งอยู่ในอำนาจปกครองของโจโฉ ในขณะเดียวกันนั้นดินแดนที่เล่าปี่ครอบครองอยู่ก็เชื่อมโยงคุกคามต่อดินแดนในภาคตะวันตก ซึ่งอยู่ในอำนาจของเตียวล่อและเล่าเจี้ยง

            ในทางการทหารนั้นเล่า สถานการณ์และดุลยกำลังทางการทหารได้เกิดการแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพราะภายหลังจากเล่าปี่ยึดเมืองเกงจิ๋ว เมืองลำกุ๋น และเมืองซงหยงได้แล้ว ทำให้กำลังทหารของเล่าปี่เพิ่มพูนมีจำนวนกว่ายี่สิบหมื่น ส่วนซุนกวนแม้มีกำลังทหารร่วมสามสิบหมื่น แต่ภายหลังจากสงครามเซ็กเพ็ก กำลังของฝ่ายกังตั๋งก็ได้อ่อนเปลี้ยเพลียลงเพราะได้สูญเสียทรัพย์สินและเสบียงอาหารตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ไปในการสงครามเป็นอันมาก ส่วนโจโฉแม้จะยังมีกำลังทหารในภาคเหนือเกือบห้าสิบหมื่น แต่เป็นกำลังทหารที่อยู่แดนไกลและบอบช้ำจากการสงครามตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ทรัพย์สิน เสบียง และอาวุธยุทโธปกรณ์ล้วนร่อยหรอไปตามวันเวลาแห่งสงครามที่ผ่านไป ประกอบทั้งสถานการณ์ข้างโจโฉนั้นเพิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำเสียทีจากสงครามเซ็กเพ็ก ไม่มีศักยภาพที่จะคุกคามต่อกองทัพของเล่าปี่ได้ในระยะเวลาอันใกล้ กำลังทหารที่มากกว่าจึงถูกลดศักยะสงครามลง ดังนั้นศักยภาพทางการทหารของโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวนในวันนี้แม้ว่าจะมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหักหาญทำลายล้างอีกฝ่ายหนึ่งได้โดยง่าย เพราะสภาพการณ์ทางการเมืองแห่งยุทธศาสตร์สามก๊กที่ขงเบ้งกำหนดให้เหนือรบโจโฉ ใต้จับมือกับซุนกวน ยังคงเปล่งอานุภาพครอบคลุมแผ่นดินจีนอยู่

            โจโฉยามนี้ย่อมไม่มีศักยภาพที่จะยกมาปราบปรามเล่าปี่และซุนกวนได้อีก เพราะเมื่อเล่าปี่และซุนกวนเป็นพันธมิตรกันอยู่ ความเข้มแข็งและจำนวนทหารเมื่อรวมกันแล้วย่อมมากกว่าและเหนือกว่ากำลังทหารของโจโฉ

            ซุนกวนเล่าก็ถูกอานุภาพแห่งยุทธศาสตร์สามก๊กกดดันบังคับไว้ไม่กล้าแตกหักกับเล่าปี่ เพราะเกรงว่าถ้าแตกหักกับเล่าปี่แล้วโจโฉยกมาซ้ำเติมก็จะเสียทีแก่โจโฉ หรือถ้าฝ่ายกังตั๋งยกกองทัพไปรบกับเล่าปี่แล้วเล่าปี่เกิดเข้าด้วยกับโจโฉเช่นเดียวกัน เมืองกังตั๋งก็จะเสียที

            เมื่อสภาพการณ์ทางการเมืองและการทหารเป็นดังนี้ ต่างฝ่ายจึงต่างไม่สามารถทำลายล้างซึ่งกันและกันได้ แต่โดยที่ยุทธศาสตร์สามก๊กนั้นฝ่ายเล่าปี่คือขงเบ้งเป็นผู้กำหนดและเป็นผู้ใช้ยุทธศาสตร์นี้ ดังนั้นจึงสามารถมุ่งมั่นดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างคล่องตัว โดยมีเป้าหมายขั้นที่สองคือยึดเมืองเสฉวนต่อไป

            ฝ่ายโจหยินเมื่อยกกองทัพออกจากเมืองลำกุ๋นโดยมีงิ้วขิมคุมทหารเป็นกองทัพหน้า โจหยินเป็นกองทัพหลวง โจหองและโจซุนเป็นกองทัพหลัง ได้ยกไปถึงค่ายของจิวยี่เวลาประมาณยามเศษ เห็นค่ายนั้นเงียบสงบอยู่ ไม่มีทหารอยู่ในค่ายแม้แต่สักคนเดียวก็รู้ว่าเหตุการณ์ผิดปกติ เพราะถ้าหากจิวยี่ตายและมีการแต่งพิธีการศพก็ต้องมีทหารรักษาการณ์เป็นเข้มงวดกวดขัน โจหยินคิดดังนั้นก็ตกใจ ออกคำสั่งให้กองทัพทั้งปวงรีบถอยทัพออกห่างจากค่ายของจิวยี่ในทันที

            ในทันใดนั้นเสียงประทัดสัญญาณได้ดังขึ้นทั้งสี่ด้าน เสียงทหารของเมืองกังตั๋งโห่ร้องดังมาจากด้านนอกอย่างพร้อมเพรียงกันทุกทัพ

            ฮันต๋งและเจียวขิมคุมทหารตีเข้ามาทางทิศตะวันออก พัวเจี้ยงและจิวท่ายคุมทหารตีเข้ามาทางทิศตะวันตก ชีเซ่งและเตงฮองคุมทหารตีเข้ามาทางทิศใต้ ตันบูและลิบองคุมทหารตีเข้ามาทางทิศเหนืออย่างพร้อมเพรียงกัน

            กองทัพของโจหยินตกอยู่ในวงล้อมของทหารเมืองกังตั๋งทั้งสี่ด้านพากันแตกตื่นตกใจคุมกันไม่ติด ในขณะที่ทหารเมืองกังตั๋งได้รุกโจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็วและดุเดือด ฆ่าฟันทหารของโจหยินบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

            แม่ทัพหน้า แม่ทัพหลวง และแม่ทัพหลังของกองทัพโจหยินถูกกองทหารเมืองกังตั๋งรุมล้อมโจมตีโหมกระหน่ำอย่างดุเดือดถึงขั้นตะลุมบอน พวกที่เหลือตายต่างพากันหนีเอาตัวรอดทุกทิศทาง โจหยินเองเหลือทหารเพียงยี่สิบกว่าคน ตีฝ่าหนีออกมาทางด้านเมืองลำกุ๋น พอหนีมาถึงกลางทางก็พบกับโจหองจึงพากันหนีต่อไป แต่พอไปถึงทางแยกเห็นกำเหลงคุมทหารขี่ม้าถือง้าวยืนสกัดอยู่

            โจหยินและโจหองเห็นดังนั้นจึงขับม้าเข้ารบกับกำเหลง แต่ต้านทานกำลังของกำเหลงและทหารของกำเหลงที่รุมล้อมเข้ามาไม่ได้จึงตีฝ่าพาทหารหนีไปทางด้านเมืองซงหยง

            ทหารเมืองกังตั๋งแก้แค้นโจหยินได้สำเร็จ ฆ่าฟันทหารโจหยินบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่รอดตายต่างแตกหนีไปจนหมดสิ้น ครั้นเวลารุ่งเช้าจิวยี่จึงเรียกระดมพลพร้อมกันที่ค่าย สำรวจไพร่พลแล้วมีบาดเจ็บล้มตายไม่กี่คนก็มีความยินดียิ่งนัก

            จิวยี่จึงสั่งกองทัพทั้งปวงว่าบัดนี้โจหยินแม่ทัพภาคใต้ของโจโฉแตกหนีกลับไปแล้ว เห็นทีจะหนีไปเมืองซงหยง ดังนั้นเมืองลำกุ๋นซึ่งโจหยินรักษาอยู่จึงว่างเปล่า ว่าแล้วจิวยี่จึงสั่งให้เคลื่อนทัพยกไปเมืองลำกุ๋น

            พอจิวยี่ยกไปใกล้ประตูเมืองลำกุ๋นก็รู้สึกแปลกประหลาดใจ เพราะธงทิวบนเชิงเทินกำแพงเมืองทั้งปวงกลับไม่ใช่ธงทิวประจำกองทัพของโจโฉ แต่เป็นธงขอบแสดพื้นเหลืองซึ่งเป็นธงประจำกองทัพเล่าปี่ และเห็นธงประจำตัวแม่ทัพปักอยู่บนเชิงเทิน ระบุนามนายทัพผู้รักษาเมืองจูล่งชาวเสียงสานก็ตกใจ 

            จิวยี่ยังคลางแคลงสงสัยว่าเหตุไฉนธงทิวบนกำแพงจึงเปลี่ยนแปลงไปดังนี้ จึงขี่ม้าเข้าไปใกล้กำแพงเมือง ในทันใดนั้นจูล่งซึ่งรักษาการณ์อยู่บนเชิงเทินได้ร้องบอกมาที่จิวยี่ว่า “ข้าพเจ้าขออภัยจิวยี่เถิด บัดนี้ขงเบ้งให้ข้าพเจ้าคุมทหารมาตีเมืองลำกุ๋นได้ก่อนแล้ว”

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็แจ้งว่าบัดนี้เล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดเมืองลำกุ๋นไว้ได้แล้วก็โกรธแค้นเล่าปี่และขงเบ้งเป็นอันมาก แต่ก็มิวายที่จะสงสัยว่าเหตุไฉนเล่าปี่ ขงเบ้ง จึงสามารถยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยรวดเร็วและไร้ร่องรอยเยี่ยงนี้

            จิวยี่ยิ่งสงสัยก็ยิ่งคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธแค้น จึงสั่งทหารให้ยกกำลังเข้าปล้นเมืองพร้อมกัน จูล่งยืนบัญชาการอยู่บนเชิงเทินเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ทหารรักษาเชิงเทินและกำแพงเมืองระดมยิงเกาทัณฑ์และทิ้งก้อนศิลาเข้าใส่ทหารของจิวยี่

            ทหารจิวยี่จะบุกเข้าใกล้กำแพงเมืองแต่ถูกเกาทัณฑ์และก้อนศิลาที่ยิงมาจากบนกำแพงเมืองราวกับห่าฝน บาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก จิวยี่สั่งการให้ทหารบุกเข้าปล้นเมืองอีกหลายระลอกแต่ก็ถูกจูล่งสั่งทหารบนกำแพงเมืองตีโต้จนไม่สามารถเข้าประชิดกำแพงเมืองได้

            จิวยี่พยายามเข้าตีเมืองลำกุ๋นอยู่ร่วมสองชั่วยามแต่ยังไม่สามารถเข้าประชิดกำแพงเมืองลำกุ๋นได้ก็ท้อใจ สั่งให้ยกกองทัพกลับมาที่ค่ายเดิม แล้วปรึกษากับบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าบัดนี้เล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดเอาเมืองลำกุ๋นไว้ได้แล้ว อาศัยกำแพงเมืองแข็งแรงสูงชันเป็นปราการป้องกัน เราจะทุ่มกำลังเข้ายึดเห็นขัดสนนัก

            แล้วว่าอันเมืองซงหยงและเมืองเกงจิ๋วนั้นหากละไว้นาน เล่าปี่ ขงเบ้ง ย่อมยกกำลังไปยึดเอาอีก ดังนั้นชอบที่เราจะยกกองทัพไปยึดเมืองซงหยงและเมืองเกงจิ๋วไว้เสียก่อน

            บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จิวยี่จึงสั่งให้กำเหลงยกทหารสามพันยกไปตีเมืองเกงจิ๋วและให้เล่งทองคุมทหารอีกสามพันยกไปตีเมืองซงหยง

            กำเหลงและเล่งทองรับคำสั่งจิวยี่แล้วก็คำนับลาจิวยี่จะกลับออกไปจัดแจงทหารเพื่อยกไปตีเมืองเกงจิ๋วและเมืองซงหยงตามคำสั่ง แต่ยังมิทันที่จะก้าวขาทหารรักษาการณ์ได้วิ่งเข้ามารายงานด้วยความตกใจว่าทหารลาดตระเวนได้แจ้งข่าวมาว่า บัดนี้เล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดเมืองเกงจิ๋ว และเมืองซงหยงไว้ได้หมดแล้ว

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ประหลาดใจ ถามย้ำว่าเจ้าฟังรายงานเป็นที่แน่นอนแล้วหรือ

            ทหารรักษาการณ์ได้รายงานว่าหน่วยลาดตระเวนได้รายงานชัดเจนว่าขงเบ้งได้ใช้ให้กวนอูและเตียวหุยคุมทหารปลอมเป็นทหารของโจหยิน ถือธงและตราสำหรับเรียกพลไปลวงผู้รักษาเมืองเกงจิ๋วและเมืองซงหยง โดยเตียวหุยคุมทหารยกไปเมืองเกงจิ๋ว กวนอูคุมทหารยกไปเมืองซงหยง ทหารรักษาเมืองเกงจิ๋วและเมืองซงหยงเห็นทหารปลอมของโจหยินก็สำคัญว่าเป็นความจริง ทั้งเห็นธงอาญาสิทธิ์และตราสำคัญสำหรับเรียกพลก็พากันยกทหารออกจากเมืองจะไปช่วยโจหยิน ดังนั้นกวนอูและเตียวหุยจึงฉวยโอกาสยกทหารบุกเข้ายึดเมืองเกงจิ๋วและเมืองซงหยงได้โดยง่าย เมื่อยึดได้แล้วก็ให้ทหารขึ้นรักษาการณ์บนกำแพงและเชิงเทิน เปลี่ยนธงทิวเป็นธงประจำกองทัพของเล่าปี่

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็สงสัยจึงถามว่า ขงเบ้งเอาธงและตราสำหรับเรียกพล ตลอดจนเครื่องแต่งกายของทหารโจโฉมาจากที่ไหน

            เทียเภาได้ฟังดังนั้นจึงออกความเห็นว่า โจโฉได้แต่งให้โจหยินเป็นแม่ทัพใหญ่ในภาคใต้ประจำอยู่ที่เมืองลำกุ๋น ดังนั้นธงอาญาสิทธิ์และตราสำหรับเรียกพล ตลอดจนคลังเสื้อผ้าของทหารโจโฉจึงอยู่ที่เมืองลำกุ๋นสิ้น ก็แลเมื่อเล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดเมืองลำกุ๋นไว้ได้แล้ว ตันเกียวปลัดเมืองก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของเล่าปี่ ขงเบ้ง ดังนั้นจึงถูกบังคับให้ต้องเวนธงอาญาสิทธิ์และตราสำหรับเรียกพล ตลอดจนคลังเสบียงและเสื้อผ้าของทหารให้แก่เล่าปี่จนสิ้น

            แล้วเทียเภาจึงกล่าวต่อไปว่า เมื่อเล่าปี่ ขงเบ้ง เรียกธงอาญาสิทธิ์และตราสำหรับเรียกพล ตลอดจนเสื้อผ้าของทหารโจโฉได้แล้วก็สามารถสั่งการให้กวนอู เตียวหุย ไปทำการในครั้งนี้ และเมื่อการเป็นเช่นนี้แล้วการที่จะยกไปยึดเอาเมืองซงหยงและเมืองเกงจิ๋วเห็นขัดสนนัก ชอบที่จะยกกลับไปเมืองกังตั๋งก่อนแล้วค่อยคิดอ่านต่อไป

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็คิดแค้นเล่าปี่ ขงเบ้ง เป็นอันมาก และคับแค้นเสียใจที่เสียรู้เสียทีแก่ขงเบ้ง แรงโทสะจึงระเบิดขึ้น จิวยี่จึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “ตัวกูเป็นชาติทหารทำการมาได้ถึงเพียงนี้ ขงเบ้งมาชิงเอาเมืองไปได้ถึงสามตำบล กูจำจะคิดฆ่าขงเบ้งเสียให้ได้ แล้วจะชิงเอาเมืองทั้งสามนี้มาขึ้นแก่เมืองกังตั๋งให้ได้”

            จิวยี่กล่าวสิ้นคำลงก็ร้อง โอ๊ย! ขึ้นสุดเสียง พิษเกาทัณฑ์ซึ่งยังไม่สิ้นได้กำเริบเพราะแรงโทสะ จิวยี่เซถลาได้สองก้าวก็ล้มสลบลง

            บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงเห็นดังนั้นก็ตกใจ ช่วยกันแก้ไขพยาบาลจนสติของจิวยี่ฟื้นคืนสมประดี

            จิวยี่พอได้สติจึงสั่งให้หาโลซกเข้ามา แล้วปรึกษาว่า “บัดนี้ขงเบ้งคิดการชิงเอาเมืองได้ถึงสามตำบล จำเราจะยกกองทัพไปกำจัดเล่าปี่ ขงเบ้ง เสียให้ได้ ท่านจะเห็นประการใด”

            โลซกได้ฟังดังนั้นจึงว่า “ซึ่งโจโฉแตกไปครั้งนี้ ใช่จะนิ่งเสียทีเดียวหามิได้ เห็นจะคิดอ่านแก้แค้นเป็นมั่นคง อันซุนกวนนายเราบัดนี้ก็ยกไปตีเมืองหับป๋าอยู่ เราก็ยังไม่ได้ข่าวประการใดก่อน ฝ่ายเล่าปี่กับเราก็เหมือนหนึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งท่านจะยกกองทัพไปกำจัดเล่าปี่ ขงเบ้งเสียนั้น เกลือกโจโฉรู้ไปจะยกมาตีเอาเมืองกังตั๋ง เราก็จะเป็นสองกังวลอยู่ ประการหนึ่งเล่าปี่ก็เป็นคนรู้จักกันมาแต่ก่อน เกลือกเล่าปี่จะเอาเมืองทั้งสามตำบลนี้ไปออกแก่โจโฉ แล้วตัวเล่าปี่ ขงเบ้ง ก็จะเข้าร่วมคิดทำการศึกด้วยโจโฉนั้น เมืองกังตั๋งนี้ก็จะมีอันตรายเป็นมั่นคง”

            อานุภาพแห่งยุทธศาสตร์สามก๊กของขงเบ้งได้คุ้มครองกองทัพเล่าปี่มิให้ถูกทำร้ายด้วยประการฉะนี้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘