ตอนที่ 286. อุบายเสือซ่อนเล็บ
ฝ่ายโจหยินเมื่อกลับเข้าไปในเมืองแล้ว ได้ปรึกษากับบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าจิวยี่ต้องกลของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษยังไม่ทันทุเลาก็ทนการยั่วยุด่าว่าของทหารเราไม่ได้จึงคุมทหารจะออกมารบแต่พิษเกาทัณฑ์กำเริบแล้วอาเจียนเป็นโลหิตพลัดลงจากหลังม้า ครั้งนี้เห็นจิวยี่จะตายเป็นมั่นคง จงเตรียมการทั้งปวงไว้ให้พร้อม เมื่อจิวยี่ตายแล้วจะได้ทำการโดยสะดวก
ในขณะที่กำลังประชุมปรึกษาอยู่นั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่ามีทหารจากค่ายจิวยี่จะมาขอสวามิภักดิ์ โจหยินจึงสั่งทหารรักษาการณ์ให้พาตัวทหารที่หนีมานั้นเข้ามาพบ
ทหารจากค่ายจิวยี่ทั้งสิบสองคนเข้ามาพบโจหยินแล้วจึงคุกเข่าลงคำนับ โจหยินจึงถามว่าพวกเจ้าจะขอมาอยู่ด้วยเราครั้งนี้เพราะสาเหตุใด
ทหารทั้งสิบสองคนนั้นจึงว่า ในจำนวนทหารสิบสองคนนี้เป็นทหารจิวยี่สิบคน อีกสองคนเป็นทหารเก่าของโจโฉถูกทหารเมืองกังตั๋งจับไว้หลังจากโจโฉแตกทัพเรือ ได้คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อเช้าวันนี้จิวยี่ยกทหารจะมารบด้วยท่าน แต่บาดแผลพิษเกาทัณฑ์อาบยาพิษกำเริบจิวยี่จึงอาเจียนเป็นโลหิตพลัดลงจากหลังม้า ทหารเมืองกังตั๋งช่วยกันพากลับไปที่ค่าย พอถึงค่ายพักหนึ่งจิวยี่ก็ถึงแก่ความตาย เทียเภาปลัดทัพจึงว่าการแทนให้แต่งการศพไว้ที่ค่ายและปกปิดเป็นความลับเพราะเกรงว่าท่านทราบข่าวแล้วจะยกไปทำร้าย
แล้วว่าเมื่อเทียเภาได้ว่าการแทนจิวยี่แล้วใช้อำนาจตามอำเภอน้ำใจ ทหารส่วนใหญ่ท้อถอยเพราะจิวยี่ถึงแก่ความตาย จึงใคร่ให้ยกทัพกลับเมืองกังตั๋ง แต่เทียเภาถืออำนาจดึงดันไม่ฟังคำผู้ใด คิดอ่านจะสู้รบสืบไป พวกข้าพเจ้าไม่สามารถอยู่กับเทียเภาได้จึงพากันหนีออกมา พอดีเพื่อนทหารซึ่งเคยอยู่กับโจโฉชักชวนให้มาสวามิภักดิ์ด้วยท่านจึงบากหน้ามาหวังเอาท่านเป็นที่พึ่งสืบไป
โจหยินมีความเชื่ออยู่ก่อนแล้วว่าจิวยี่ต้องพิษเกาทัณฑ์กำเริบครั้งนี้คงจะถึงแก่ความตายเป็นแน่นอน ครั้นได้ยินคำทหารทั้งสิบสองคนต้องกับความเชื่อเดิมก็ไม่ระแวงสงสัย และเมื่อพิจารณาดูทหารสองคนที่ว่าเคยเป็นทหารเก่าของโจโฉก็จำได้ จึงเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นความจริง
โจหยินจึงให้ทหารพาทหารทั้งสิบสองคนนั้นออกไปก่อนเพื่อวางแผนปล้นค่ายเมืองกังตั๋งต่อไป พอทหารสอดแนมได้เข้ามารายงานอีกว่าบัดนี้จิวยี่ตายแล้ว เทียเภาให้ปกปิดข่าวการตายไว้มิให้แพร่งพราย แต่ทหารเมืองกังตั๋งต่างร้องไห้ทุกข์โศกอยู่ทุกคน แลศพจิวยี่นั้นตั้งการพิธีอยู่ที่ค่ายหลวงของจิวยี่
โจหยินได้ฟังรายงานก็มั่นใจว่าจิวยี่ถึงแก่ความตายแน่นอนแล้ว ทหารเมืองกังตั๋งย่อมท้อถอยเสียขวัญ จึงสั่งการให้ทหารทั้งปวงเตรียมพร้อม เวลาสองยามวันนี้จะยกไปปล้นค่ายจิวยี่ ชิงเอาศพแล้วตัดหัวส่งไปมอบแก่โจโฉที่เมืองหลวง
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองได้ฟังเรื่องราวโดยตลอดก็เชื่อมั่นว่าเป็นความจริง จึงพร้อมเพรียงกันสนับสนุนแผนการของโจหยิน
โจหยินสั่งการจัดกระบวนทัพเพื่อจะยกไปปล้นค่ายจิวยี่แล้ว ต่างคนจึงต่างออกมาเตรียมการให้พร้อมไว้ตั้งแต่ก่อนเวลามืด
ฝ่ายเล่าปี่และขงเบ้งยกทหารมาซุ่มอยู่ในป่าใกล้เมืองลำกุ๋นคอยทีอยู่ แต่ละวันติดตามสอดแนมข่าวคราวการสู้รบของทหารโจหยินและจิวยี่อย่างใกล้ชิด พอทราบข่าวว่าจิวยี่ต้องเกาทัณฑ์อาบยาพิษ ขงเบ้งจึงถามว่าลูกเกาทัณฑ์ถูกจิวยี่ตรงที่ใด ทหารสอดแนมก็รายงานว่าจิวยี่ถูกเกาทัณฑ์ที่ขาข้างซ้าย ขงเบ้งทราบความแล้วจึงให้คอยทีต่อไป
ครั้นทหารสอดแนมมารายงานอีกว่า เวลาเช้าวันนี้จิวยี่ยกทหารจะออกไปรบกับโจหยินแต่พิษเกาทัณฑ์กำเริบ จิวยี่อาเจียนเป็นโลหิตแล้วพลัดลงจากหลังม้าและถึงแก่ความตายแล้วเมื่อเที่ยงวันนี้ เทียเภาได้ว่าการแทนและให้ปกปิดข่าวตายไว้เป็นความลับ แต่ทหารเมืองกังตั๋งร้องไห้โศกเศร้ากันทุกคน
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงถามว่าทหารเมืองกังตั๋งมีทีท่าว่าจะรื้อค่ายเลิกทัพกลับเมืองกังตั๋งหรือไม่
ทหารสอดแนมจึงรายงานว่า กองทัพเมืองกังตั๋งยังเป็นปกติอยู่ แต่ทหารนั้นร้องไห้รักจิวยี่อยู่ทุกค่าย
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงรำพึงว่าจิวยี่ทำเมาสุราลวงเจียวก้านให้ไปลวงโจโฉให้สังหารชัวมอ เตียวอุ๋นเสีย แล้วครานี้ยังทำเป็นตายให้ทหารร้องไห้ทั้งกองทัพจะมิเป็นอัปมงคลแก่จิวยี่เองดอกหรือ
ขงเบ้งรำพึงดังนั้นแล้วจึงกล่าวกับเล่าปี่ว่าเวลาที่คอยทีอยู่มาถึงแล้ว บัดนี้เสือสองตัวต่อสู้กันบาดเจ็บบอบช้ำด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้ว เวลาคืนวันนี้โจหยินจะยกทหารไปปล้นค่ายจิวยี่ ข้าพเจ้าจะถือโอกาสนี้ชิงเอาเมืองลำกุ๋น เมืองซงหยง และเมืองเกงจิ๋ว โดยมิให้ได้ยากแก่ทหาร ท่านจงเรียกบรรดาแม่ทัพนายกองมาประชุมพร้อมกันเป็นการด่วนแต่เวลานี้เถิด
เล่าปี่สงสัยคิดจะไต่ถามต้นสายปลายเหตุประการใด แต่เห็นขงเบ้งเร่งร้อนนักก็เกรงใจจึงไม่ไต่ถามสืบไป และสั่งทหารรักษาการณ์ให้เชิญแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาประชุมในทันที
ครั้นแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาพร้อมกันแล้ว ขงเบ้งจึงว่าเวลาคืนวันนี้เราจะยกไปยึดเอาเมืองลำกุ๋น ให้ทหารทั้งปวงรีบกินข้าวแล้วเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ให้จูล่งคุมทหารหนึ่งพันเป็นกองหน้า นอกนั้นให้ยกไปพร้อมกับกองทัพหลวงของเล่าปี่ เฉพาะกวนอู และเตียวหุยนั้นให้คุมทหารม้าคนละสามพันและคอยรับคำสั่งที่เมืองลำกุ๋น
แล้วขงเบ้งจึงสั่งว่าให้หน่วยสอดแนมคอยติดตามข่าวคราวข้างเมืองลำกุ๋น ถ้าเห็นโจหยินยกกองทัพออกจากเมืองลำกุ๋นเมื่อใดให้รีบกลับมารายงานในทันที
แม่ทัพนายกองทั้งปวงรับคำสั่งแล้วจึงคำนับลาเล่าปี่และขงเบ้งออกไปตระเตรียมการตามคำสั่ง
พอแม่ทัพนายกองออกไปแล้ว ขงเบ้งจึงกล่าวกับเล่าปี่ว่าจิวยี่ทำอุบายว่าถึงแก่ความตายด้วยพิษเกาทัณฑ์เพื่อลวงให้โจหยินยกทหารไปปล้นค่ายแล้วจิวยี่จะรุมล้อมโจมตี โจหยินเห็นกับตาว่าจิวยี่อาเจียนเป็นโลหิตพลัดจากหลังม้าก็จะสำคัญว่าเป็นความจริงแล้วมีน้ำใจกำเริบเห็นจะยกไปปล้นค่ายจิวยี่ในคืนวันนี้ เมื่อโจหยินยกไปแล้วทหารในเมืองลำกุ๋นก็จะเบาบาง ข้าพเจ้าจะให้จูล่งปลอมเป็นทหารของโจหยินแล้วลวงทหารเฝ้าประตูเมืองให้เปิดประตู แล้วเราจึงยกเข้าไปในเมืองก็จะยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยง่าย
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี แล้วเตรียมพร้อมรอคอยข่าวสารจากทหารสอดแนม ครั้นเวลาใกล้สองยามทหารสอดแนมก็กลับมารายงานว่าบัดนี้โจหยินกำลังยกทหารออกจากประตูเมือง เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นเห็นการณ์สมดังที่ขงเบ้งได้คะเนไว้จึงสั่งทหารทั้งปวงให้ลอบยกออกจากป่าตรงไปที่เมืองลำกุ๋น
จูล่งคุมทหารหนึ่งพันเป็นกองหน้าปลอมตัวเป็นทหารของโจหยินยกไปถึงหน้าประตูเมืองแล้วจึงร้องบอกนายประตูว่าโจหยินหลงกลจิวยี่เสียทีแตกกลับมา ให้รีบเปิดประตูรับเป็นการด่วน
ตันเกียวคุมทหารรักษาการณ์อยู่บนเชิงเทินมองลงมาเห็นเป็นทหารแต่งตัวเหมือนกับทหารของโจหยินก็สำคัญว่าเป็นความจริง จึงสั่งให้เปิดประตูเมือง
จูล่งเห็นประตูเมืองเปิดจึงรีบยกทหารเข้าไปในเมือง ตัวจูล่งลงจากหลังม้าพาทหารขึ้นไปบนเชิงเทินแล้วจับตัวตันเกียวเอาไว้ได้ จึงบังคับให้ตันเกียวสั่งทหารให้ยอมจำนน ตันเกียวกลัวความตายจึงร้องบอกทหารทั้งปวงให้ยอมจำนนแต่โดยดี เล่าปี่และขงเบ้งจึงยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อทหารด้วยประการฉะนี้
เล่าปี่และขงเบ้งพาทหารไปที่ศาลาว่าราชการแล้วยึดอำนาจปกครองเมืองลำกุ๋นไว้ได้แต่คืนวันนั้น และให้จูล่งคุมตัวตันเกียวเข้ามาพบแล้วขงเบ้งจึงว่า บัดนี้เล่าปี่ยึดได้เมืองลำกุ๋นแล้วไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนแก่อาณาราษฎร จึงขอให้ท่านตั้งใจทำราชการด้วยเล่าปี่ จะทำนุบำรุงให้มีความสุขสืบไป ตันเกียวเคยได้กิตติศัพท์เล่าปี่มาแต่ก่อนว่ามีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนทั้งปวง และเห็นว่าไม่มีทางอื่นที่จะดีกว่านี้จึงรับคำขงเบ้งแต่โดยดี
ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็มีความยินดีสั่งตันเกียวให้เบิกตราและธงสำหรับตัวโจหยินใช้ในการเรียกพลหัวเมืองที่ขึ้นต่อโจหยิน ให้ตันเกียวเบิกชุดทหารและธงสำหรับกองทัพเมืองหลวงออกมาจากคลังเป็นจำนวนมาก
จากนั้นขงเบ้งจึงเรียกกวนอูและเตียวหุยเข้ามาสั่งว่าให้เอาชุดทหารและธงสำหรับกองทัพเมืองหลวงไปให้ทหารเปลี่ยน พร้อมกับมอบตราและธงสำหรับโจหยินใช้เรียกพลแก่กวนอูและเตียวหุยแล้วว่าให้เตียวหุยคุมทหารยกไปยึดเมืองเกงจิ๋ว ให้กวนอูยกทหารไปยึดเมืองซงหยง โดยวิธีการเดียวกับที่ยึดเมืองลำกุ๋นนี้ และให้รีบยกไปทันที
กวนอูและเตียวหุยรับเอาตราและธงแล้วคำนับรับคำสั่งของขงเบ้ง และให้ทหารในสังกัดเปลี่ยนเสื้อผ้าปลอมเป็นทหารโจโฉ แล้วยกไปแต่ในเพลานั้น
เตียวหุยคุมทหารปลอมตัวเป็นทหารของโจโฉ พาตราและธงสำหรับเรียกทหารตรงไปที่เมืองเกงจิ๋ว ครั้นยกไปใกล้ประตูเมืองจึงให้ทหารซุ่มอยู่ที่ชายป่า แล้วสั่งทหารที่สนิทให้ถือธงและตราสำหรับเรียกพลเข้าไปที่ประตูเมือง ร้องบอกแก่ผู้รักษาเมืองว่าบัดนี้โจหยินตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก จึงมอบให้เราเอาธงและตราสำหรับเรียกพลมาเกณฑ์พลจากเมืองเกงจิ๋วให้รีบยกไปช่วยในทันที
ทหารรักษาเมืองเกงจิ๋วได้ฟังดังนั้นก็เปิดประตูเมืองรับ เห็นเครื่องแต่งกาย ตราและธงอาญาสิทธิ์สำหรับเรียกพลของโจหยินก็มิได้สงสัย สั่งเกณฑ์พลแล้วรีบยกออกจากเมืองไปในทันทีนั้น
พอทหารของโจโฉซึ่งประจำอยู่ที่เมืองเกงจิ๋วยกออกไปนอกเมือง เตียวหุยจึงรีบยกทหารบุกเข้าไปในเมืองเกงจิ๋ว บังคับให้ผู้รักษาการสั่งทหารที่เหลืออยู่ในเมืองยอมจำนน แล้วเข้าควบคุมอำนาจบังคับบัญชาทหารและการปกครองเมืองเกงจิ๋วไว้ทั้งสิ้น
จากนั้นเตียวหุยจึงสั่งทหารให้ปิดประตูเมือง เปลี่ยนธงทิวบนเชิงเทินเป็นธงประจำกองทัพเล่าปี่ และให้ทหารรักษาเชิงเทินไว้เป็นมั่นคง
ทางด้านกวนอูเมื่อยกไปใกล้เมืองซงหยงก็ซุ่มทหารไว้ที่ภายนอกเมืองอย่างเดียวกับเตียวหุย แล้วแต่งทหารที่สนิทให้ถือตราและธงสำหรับเรียกพลไปที่ประตูเมือง แจ้งว่าบัดนี้โจหยินถูกข้าศึกล้อมไว้ จึงมีคำสั่งให้ถือตราและธงอาญาสิทธิ์มาแจ้งแก่แฮหัวตุ้นให้รีบยกทหารไปช่วยในทันที
แฮหัวตุ้นเห็นตราและธงอาญาสิทธิ์สำหรับเรียกพลของโจหยิน ทั้งเห็นทหารนั้นแต่งเครื่องแบบประจำกองทัพของโจโฉก็มิได้สงสัย จึงสั่งเกณฑ์พลและยกออกจากเมืองซงหยงเพื่อไปช่วยโจหยินตั้งแต่เวลานั้น
กวนอูซุ่มกำลังคอยทีอยู่ข้างนอกเมือง เมื่อเห็นแฮหัวตุ้นยกทหารออกจากประตูเมืองไปแล้วจึงพาทหารออกจากที่ซุ่ม รุกเข้ายึดเมืองซงหยงอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้ปิดประตูเมือง เปลี่ยนธงทิวบนเชิงเทินเป็นธงประจำกองทัพเล่าปี่ และให้ทหารรักษาการณ์ตามประตูหอรบและเชิงเทินไว้อย่างแน่นหนา
ขงเบ้งวางแผนการอุบายเสือซ่อนเล็บขึ้นนั่งบนภูดูจิวยี่และโจหยินสัประยุทธ์แก่กันจนอ่อนล้าลงทั้งสองฝ่าย เห็นได้ทีสมคะเนแล้วจึงจัดกำลังเข้ายึดเมืองลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋ว และเมืองซงหยง รวมสามเมืองไว้ในอำนาจได้อย่างง่ายดาย โดยที่มิได้เปลืองแรงและชีวิตทหารแม้แต่น้อย ในขณะที่ทั้งฝ่ายโจหยินและจิวยี่ต่างสูญเสียไพร่พล อาวุธยุทโธปกรณ์แลเสบียงเป็นอันมาก การได้สามเมืองนี้ไว้ในอำนาจทำให้ดุลกำลังอำนาจทางทหารของเล่าปี่เปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยมีทหารอยู่เพียงหมื่นเศษ เมื่อได้กำลังทหารจากสามเมืองนี้มาเพิ่มเติมแล้วจึงทำให้กำลังทหารของเล่าปี่เพิ่มขึ้นเป็นยี่สิบหมื่นเศษ และทำให้ดินแดนในอำนาจปกครองของเล่าปี่กว้างใหญ่เป็นประวัติการณ์ คือครอบคลุมแคว้นเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด อันประกอบด้วยเมืองเกงจิ๋ว เมืองซงหยง เมืองลำกุ๋น เมืองกังแฮ และเมืองแฮเค้า ทำให้ดินแดนเมืองจีนแบ่งออกเป็นสามส่วนชัดเจนขึ้นเป็นครั้งแรก.
ในขณะที่กำลังประชุมปรึกษาอยู่นั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่ามีทหารจากค่ายจิวยี่จะมาขอสวามิภักดิ์ โจหยินจึงสั่งทหารรักษาการณ์ให้พาตัวทหารที่หนีมานั้นเข้ามาพบ
ทหารจากค่ายจิวยี่ทั้งสิบสองคนเข้ามาพบโจหยินแล้วจึงคุกเข่าลงคำนับ โจหยินจึงถามว่าพวกเจ้าจะขอมาอยู่ด้วยเราครั้งนี้เพราะสาเหตุใด
ทหารทั้งสิบสองคนนั้นจึงว่า ในจำนวนทหารสิบสองคนนี้เป็นทหารจิวยี่สิบคน อีกสองคนเป็นทหารเก่าของโจโฉถูกทหารเมืองกังตั๋งจับไว้หลังจากโจโฉแตกทัพเรือ ได้คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อเช้าวันนี้จิวยี่ยกทหารจะมารบด้วยท่าน แต่บาดแผลพิษเกาทัณฑ์อาบยาพิษกำเริบจิวยี่จึงอาเจียนเป็นโลหิตพลัดลงจากหลังม้า ทหารเมืองกังตั๋งช่วยกันพากลับไปที่ค่าย พอถึงค่ายพักหนึ่งจิวยี่ก็ถึงแก่ความตาย เทียเภาปลัดทัพจึงว่าการแทนให้แต่งการศพไว้ที่ค่ายและปกปิดเป็นความลับเพราะเกรงว่าท่านทราบข่าวแล้วจะยกไปทำร้าย
แล้วว่าเมื่อเทียเภาได้ว่าการแทนจิวยี่แล้วใช้อำนาจตามอำเภอน้ำใจ ทหารส่วนใหญ่ท้อถอยเพราะจิวยี่ถึงแก่ความตาย จึงใคร่ให้ยกทัพกลับเมืองกังตั๋ง แต่เทียเภาถืออำนาจดึงดันไม่ฟังคำผู้ใด คิดอ่านจะสู้รบสืบไป พวกข้าพเจ้าไม่สามารถอยู่กับเทียเภาได้จึงพากันหนีออกมา พอดีเพื่อนทหารซึ่งเคยอยู่กับโจโฉชักชวนให้มาสวามิภักดิ์ด้วยท่านจึงบากหน้ามาหวังเอาท่านเป็นที่พึ่งสืบไป
โจหยินมีความเชื่ออยู่ก่อนแล้วว่าจิวยี่ต้องพิษเกาทัณฑ์กำเริบครั้งนี้คงจะถึงแก่ความตายเป็นแน่นอน ครั้นได้ยินคำทหารทั้งสิบสองคนต้องกับความเชื่อเดิมก็ไม่ระแวงสงสัย และเมื่อพิจารณาดูทหารสองคนที่ว่าเคยเป็นทหารเก่าของโจโฉก็จำได้ จึงเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นความจริง
โจหยินจึงให้ทหารพาทหารทั้งสิบสองคนนั้นออกไปก่อนเพื่อวางแผนปล้นค่ายเมืองกังตั๋งต่อไป พอทหารสอดแนมได้เข้ามารายงานอีกว่าบัดนี้จิวยี่ตายแล้ว เทียเภาให้ปกปิดข่าวการตายไว้มิให้แพร่งพราย แต่ทหารเมืองกังตั๋งต่างร้องไห้ทุกข์โศกอยู่ทุกคน แลศพจิวยี่นั้นตั้งการพิธีอยู่ที่ค่ายหลวงของจิวยี่
โจหยินได้ฟังรายงานก็มั่นใจว่าจิวยี่ถึงแก่ความตายแน่นอนแล้ว ทหารเมืองกังตั๋งย่อมท้อถอยเสียขวัญ จึงสั่งการให้ทหารทั้งปวงเตรียมพร้อม เวลาสองยามวันนี้จะยกไปปล้นค่ายจิวยี่ ชิงเอาศพแล้วตัดหัวส่งไปมอบแก่โจโฉที่เมืองหลวง
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองได้ฟังเรื่องราวโดยตลอดก็เชื่อมั่นว่าเป็นความจริง จึงพร้อมเพรียงกันสนับสนุนแผนการของโจหยิน
โจหยินสั่งการจัดกระบวนทัพเพื่อจะยกไปปล้นค่ายจิวยี่แล้ว ต่างคนจึงต่างออกมาเตรียมการให้พร้อมไว้ตั้งแต่ก่อนเวลามืด
ฝ่ายเล่าปี่และขงเบ้งยกทหารมาซุ่มอยู่ในป่าใกล้เมืองลำกุ๋นคอยทีอยู่ แต่ละวันติดตามสอดแนมข่าวคราวการสู้รบของทหารโจหยินและจิวยี่อย่างใกล้ชิด พอทราบข่าวว่าจิวยี่ต้องเกาทัณฑ์อาบยาพิษ ขงเบ้งจึงถามว่าลูกเกาทัณฑ์ถูกจิวยี่ตรงที่ใด ทหารสอดแนมก็รายงานว่าจิวยี่ถูกเกาทัณฑ์ที่ขาข้างซ้าย ขงเบ้งทราบความแล้วจึงให้คอยทีต่อไป
ครั้นทหารสอดแนมมารายงานอีกว่า เวลาเช้าวันนี้จิวยี่ยกทหารจะออกไปรบกับโจหยินแต่พิษเกาทัณฑ์กำเริบ จิวยี่อาเจียนเป็นโลหิตแล้วพลัดลงจากหลังม้าและถึงแก่ความตายแล้วเมื่อเที่ยงวันนี้ เทียเภาได้ว่าการแทนและให้ปกปิดข่าวตายไว้เป็นความลับ แต่ทหารเมืองกังตั๋งร้องไห้โศกเศร้ากันทุกคน
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงถามว่าทหารเมืองกังตั๋งมีทีท่าว่าจะรื้อค่ายเลิกทัพกลับเมืองกังตั๋งหรือไม่
ทหารสอดแนมจึงรายงานว่า กองทัพเมืองกังตั๋งยังเป็นปกติอยู่ แต่ทหารนั้นร้องไห้รักจิวยี่อยู่ทุกค่าย
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงรำพึงว่าจิวยี่ทำเมาสุราลวงเจียวก้านให้ไปลวงโจโฉให้สังหารชัวมอ เตียวอุ๋นเสีย แล้วครานี้ยังทำเป็นตายให้ทหารร้องไห้ทั้งกองทัพจะมิเป็นอัปมงคลแก่จิวยี่เองดอกหรือ
ขงเบ้งรำพึงดังนั้นแล้วจึงกล่าวกับเล่าปี่ว่าเวลาที่คอยทีอยู่มาถึงแล้ว บัดนี้เสือสองตัวต่อสู้กันบาดเจ็บบอบช้ำด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้ว เวลาคืนวันนี้โจหยินจะยกทหารไปปล้นค่ายจิวยี่ ข้าพเจ้าจะถือโอกาสนี้ชิงเอาเมืองลำกุ๋น เมืองซงหยง และเมืองเกงจิ๋ว โดยมิให้ได้ยากแก่ทหาร ท่านจงเรียกบรรดาแม่ทัพนายกองมาประชุมพร้อมกันเป็นการด่วนแต่เวลานี้เถิด
เล่าปี่สงสัยคิดจะไต่ถามต้นสายปลายเหตุประการใด แต่เห็นขงเบ้งเร่งร้อนนักก็เกรงใจจึงไม่ไต่ถามสืบไป และสั่งทหารรักษาการณ์ให้เชิญแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาประชุมในทันที
ครั้นแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาพร้อมกันแล้ว ขงเบ้งจึงว่าเวลาคืนวันนี้เราจะยกไปยึดเอาเมืองลำกุ๋น ให้ทหารทั้งปวงรีบกินข้าวแล้วเตรียมตัวไว้ให้พร้อม ให้จูล่งคุมทหารหนึ่งพันเป็นกองหน้า นอกนั้นให้ยกไปพร้อมกับกองทัพหลวงของเล่าปี่ เฉพาะกวนอู และเตียวหุยนั้นให้คุมทหารม้าคนละสามพันและคอยรับคำสั่งที่เมืองลำกุ๋น
แล้วขงเบ้งจึงสั่งว่าให้หน่วยสอดแนมคอยติดตามข่าวคราวข้างเมืองลำกุ๋น ถ้าเห็นโจหยินยกกองทัพออกจากเมืองลำกุ๋นเมื่อใดให้รีบกลับมารายงานในทันที
แม่ทัพนายกองทั้งปวงรับคำสั่งแล้วจึงคำนับลาเล่าปี่และขงเบ้งออกไปตระเตรียมการตามคำสั่ง
พอแม่ทัพนายกองออกไปแล้ว ขงเบ้งจึงกล่าวกับเล่าปี่ว่าจิวยี่ทำอุบายว่าถึงแก่ความตายด้วยพิษเกาทัณฑ์เพื่อลวงให้โจหยินยกทหารไปปล้นค่ายแล้วจิวยี่จะรุมล้อมโจมตี โจหยินเห็นกับตาว่าจิวยี่อาเจียนเป็นโลหิตพลัดจากหลังม้าก็จะสำคัญว่าเป็นความจริงแล้วมีน้ำใจกำเริบเห็นจะยกไปปล้นค่ายจิวยี่ในคืนวันนี้ เมื่อโจหยินยกไปแล้วทหารในเมืองลำกุ๋นก็จะเบาบาง ข้าพเจ้าจะให้จูล่งปลอมเป็นทหารของโจหยินแล้วลวงทหารเฝ้าประตูเมืองให้เปิดประตู แล้วเราจึงยกเข้าไปในเมืองก็จะยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยง่าย
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี แล้วเตรียมพร้อมรอคอยข่าวสารจากทหารสอดแนม ครั้นเวลาใกล้สองยามทหารสอดแนมก็กลับมารายงานว่าบัดนี้โจหยินกำลังยกทหารออกจากประตูเมือง เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นเห็นการณ์สมดังที่ขงเบ้งได้คะเนไว้จึงสั่งทหารทั้งปวงให้ลอบยกออกจากป่าตรงไปที่เมืองลำกุ๋น
จูล่งคุมทหารหนึ่งพันเป็นกองหน้าปลอมตัวเป็นทหารของโจหยินยกไปถึงหน้าประตูเมืองแล้วจึงร้องบอกนายประตูว่าโจหยินหลงกลจิวยี่เสียทีแตกกลับมา ให้รีบเปิดประตูรับเป็นการด่วน
ตันเกียวคุมทหารรักษาการณ์อยู่บนเชิงเทินมองลงมาเห็นเป็นทหารแต่งตัวเหมือนกับทหารของโจหยินก็สำคัญว่าเป็นความจริง จึงสั่งให้เปิดประตูเมือง
จูล่งเห็นประตูเมืองเปิดจึงรีบยกทหารเข้าไปในเมือง ตัวจูล่งลงจากหลังม้าพาทหารขึ้นไปบนเชิงเทินแล้วจับตัวตันเกียวเอาไว้ได้ จึงบังคับให้ตันเกียวสั่งทหารให้ยอมจำนน ตันเกียวกลัวความตายจึงร้องบอกทหารทั้งปวงให้ยอมจำนนแต่โดยดี เล่าปี่และขงเบ้งจึงยึดเมืองลำกุ๋นได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อทหารด้วยประการฉะนี้
เล่าปี่และขงเบ้งพาทหารไปที่ศาลาว่าราชการแล้วยึดอำนาจปกครองเมืองลำกุ๋นไว้ได้แต่คืนวันนั้น และให้จูล่งคุมตัวตันเกียวเข้ามาพบแล้วขงเบ้งจึงว่า บัดนี้เล่าปี่ยึดได้เมืองลำกุ๋นแล้วไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนแก่อาณาราษฎร จึงขอให้ท่านตั้งใจทำราชการด้วยเล่าปี่ จะทำนุบำรุงให้มีความสุขสืบไป ตันเกียวเคยได้กิตติศัพท์เล่าปี่มาแต่ก่อนว่ามีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนทั้งปวง และเห็นว่าไม่มีทางอื่นที่จะดีกว่านี้จึงรับคำขงเบ้งแต่โดยดี
ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็มีความยินดีสั่งตันเกียวให้เบิกตราและธงสำหรับตัวโจหยินใช้ในการเรียกพลหัวเมืองที่ขึ้นต่อโจหยิน ให้ตันเกียวเบิกชุดทหารและธงสำหรับกองทัพเมืองหลวงออกมาจากคลังเป็นจำนวนมาก
จากนั้นขงเบ้งจึงเรียกกวนอูและเตียวหุยเข้ามาสั่งว่าให้เอาชุดทหารและธงสำหรับกองทัพเมืองหลวงไปให้ทหารเปลี่ยน พร้อมกับมอบตราและธงสำหรับโจหยินใช้เรียกพลแก่กวนอูและเตียวหุยแล้วว่าให้เตียวหุยคุมทหารยกไปยึดเมืองเกงจิ๋ว ให้กวนอูยกทหารไปยึดเมืองซงหยง โดยวิธีการเดียวกับที่ยึดเมืองลำกุ๋นนี้ และให้รีบยกไปทันที
กวนอูและเตียวหุยรับเอาตราและธงแล้วคำนับรับคำสั่งของขงเบ้ง และให้ทหารในสังกัดเปลี่ยนเสื้อผ้าปลอมเป็นทหารโจโฉ แล้วยกไปแต่ในเพลานั้น
เตียวหุยคุมทหารปลอมตัวเป็นทหารของโจโฉ พาตราและธงสำหรับเรียกทหารตรงไปที่เมืองเกงจิ๋ว ครั้นยกไปใกล้ประตูเมืองจึงให้ทหารซุ่มอยู่ที่ชายป่า แล้วสั่งทหารที่สนิทให้ถือธงและตราสำหรับเรียกพลเข้าไปที่ประตูเมือง ร้องบอกแก่ผู้รักษาเมืองว่าบัดนี้โจหยินตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก จึงมอบให้เราเอาธงและตราสำหรับเรียกพลมาเกณฑ์พลจากเมืองเกงจิ๋วให้รีบยกไปช่วยในทันที
ทหารรักษาเมืองเกงจิ๋วได้ฟังดังนั้นก็เปิดประตูเมืองรับ เห็นเครื่องแต่งกาย ตราและธงอาญาสิทธิ์สำหรับเรียกพลของโจหยินก็มิได้สงสัย สั่งเกณฑ์พลแล้วรีบยกออกจากเมืองไปในทันทีนั้น
พอทหารของโจโฉซึ่งประจำอยู่ที่เมืองเกงจิ๋วยกออกไปนอกเมือง เตียวหุยจึงรีบยกทหารบุกเข้าไปในเมืองเกงจิ๋ว บังคับให้ผู้รักษาการสั่งทหารที่เหลืออยู่ในเมืองยอมจำนน แล้วเข้าควบคุมอำนาจบังคับบัญชาทหารและการปกครองเมืองเกงจิ๋วไว้ทั้งสิ้น
จากนั้นเตียวหุยจึงสั่งทหารให้ปิดประตูเมือง เปลี่ยนธงทิวบนเชิงเทินเป็นธงประจำกองทัพเล่าปี่ และให้ทหารรักษาเชิงเทินไว้เป็นมั่นคง
ทางด้านกวนอูเมื่อยกไปใกล้เมืองซงหยงก็ซุ่มทหารไว้ที่ภายนอกเมืองอย่างเดียวกับเตียวหุย แล้วแต่งทหารที่สนิทให้ถือตราและธงสำหรับเรียกพลไปที่ประตูเมือง แจ้งว่าบัดนี้โจหยินถูกข้าศึกล้อมไว้ จึงมีคำสั่งให้ถือตราและธงอาญาสิทธิ์มาแจ้งแก่แฮหัวตุ้นให้รีบยกทหารไปช่วยในทันที
แฮหัวตุ้นเห็นตราและธงอาญาสิทธิ์สำหรับเรียกพลของโจหยิน ทั้งเห็นทหารนั้นแต่งเครื่องแบบประจำกองทัพของโจโฉก็มิได้สงสัย จึงสั่งเกณฑ์พลและยกออกจากเมืองซงหยงเพื่อไปช่วยโจหยินตั้งแต่เวลานั้น
กวนอูซุ่มกำลังคอยทีอยู่ข้างนอกเมือง เมื่อเห็นแฮหัวตุ้นยกทหารออกจากประตูเมืองไปแล้วจึงพาทหารออกจากที่ซุ่ม รุกเข้ายึดเมืองซงหยงอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้ปิดประตูเมือง เปลี่ยนธงทิวบนเชิงเทินเป็นธงประจำกองทัพเล่าปี่ และให้ทหารรักษาการณ์ตามประตูหอรบและเชิงเทินไว้อย่างแน่นหนา
ขงเบ้งวางแผนการอุบายเสือซ่อนเล็บขึ้นนั่งบนภูดูจิวยี่และโจหยินสัประยุทธ์แก่กันจนอ่อนล้าลงทั้งสองฝ่าย เห็นได้ทีสมคะเนแล้วจึงจัดกำลังเข้ายึดเมืองลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋ว และเมืองซงหยง รวมสามเมืองไว้ในอำนาจได้อย่างง่ายดาย โดยที่มิได้เปลืองแรงและชีวิตทหารแม้แต่น้อย ในขณะที่ทั้งฝ่ายโจหยินและจิวยี่ต่างสูญเสียไพร่พล อาวุธยุทโธปกรณ์แลเสบียงเป็นอันมาก การได้สามเมืองนี้ไว้ในอำนาจทำให้ดุลกำลังอำนาจทางทหารของเล่าปี่เปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยมีทหารอยู่เพียงหมื่นเศษ เมื่อได้กำลังทหารจากสามเมืองนี้มาเพิ่มเติมแล้วจึงทำให้กำลังทหารของเล่าปี่เพิ่มขึ้นเป็นยี่สิบหมื่นเศษ และทำให้ดินแดนในอำนาจปกครองของเล่าปี่กว้างใหญ่เป็นประวัติการณ์ คือครอบคลุมแคว้นเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด อันประกอบด้วยเมืองเกงจิ๋ว เมืองซงหยง เมืองลำกุ๋น เมืองกังแฮ และเมืองแฮเค้า ทำให้ดินแดนเมืองจีนแบ่งออกเป็นสามส่วนชัดเจนขึ้นเป็นครั้งแรก.