ตอนที่ 284. แผนลึกในจดหมายลับ
ครั้นจิวยี่ได้ทราบความจากทหารสื่อสารว่ากำเหลงยึดเมืองอิเหลงไว้ได้แล้วก็มีความยินดี จึงปรึกษาด้วยบรรดาแม่ทัพนายกองว่าซึ่งเมืองอิเหลงถูกทหารโจโฉล้อมไว้ในครั้งนี้จะทำประการใด
เทียเภาขุนพลอาวุโสจึงเสนอว่าเมื่อกำเหลงยึดเมืองอิเหลงไว้ได้แล้วก็สามารถใช้เมืองอิเหลงเป็นฐานกำลังของเมืองกังตั๋งบนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี จึงสมควรต้องแบ่งทหารยกไปช่วยกำเหลงป้องกันเมืองอิเหลงไว้ให้มั่นคง
จิวยี่ได้สอบถามความเห็นบรรดาแม่ทัพนายกองต่อไปว่า หากเราแบ่งทหารไปรักษาเมืองอิเหลง ทหารในค่ายเราก็จะเบาบางลง เกลือกความล่วงรู้ไปถึงโจหยินก็จะยกทหารมาตีค่ายเราจะมิเสียทีแก่ข้าศึกหรือ
ลิบองจึงกล่าวขึ้นว่าระยะทางจากค่ายนี้ไปเมืองอิเหลงไม่ไกลเท่าใดนัก หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นก็สามารถยกกองทัพกลับมาได้ทัน เมื่อเรายกกองทัพไปทหารของโจหยินก็จะอยู่ระหว่างถูกกระหนาบเห็นจะเสียทีโดยง่าย แลเมื่อกองทัพเราตีทหารของโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงนั้นแตกไปแล้ว ท่านก็จะรับศึกแต่ด้านเมืองลำกุ๋นหน้าเดียวและยังมีเมืองอิเหลงเป็นแนวหลังอีก จึงไม่เพียงแต่จะรักษาเมืองอิเหลงไว้ได้เท่านั้น ยังจะได้เมืองลำกุ๋นโดยง่ายอีกด้วย
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่าความเห็นของลิบองต้องด้วยความคิดของข้าพเจ้านัก ตัวข้าพเจ้าเองคิดจะแบ่งทหารออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้รักษาค่ายนี้ไว้ให้ได้ ข้าพเจ้าจะคุมทหารยกไปช่วยกำเหลงเอง ครั้นกำจัดทหารโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงอยู่ได้แล้วก็จะรีบยกกองทัพกลับมา
ลิบองจึงกล่าวเสริมขึ้นว่าถ้าเช่นนั้นขอท่านจงแต่งให้เล่งทองอยู่รักษาค่าย ตั้งความพยายามรักษาค่ายให้ได้ในสิบวันรอท่านยกทัพกลับมา ตัวข้าพเจ้าขออาสาเป็นกองทัพหน้า และขอให้ท่านเป็นกองทัพหลวงยกไปช่วยกำเหลง ภายในสิบวันคงทำการได้สำเร็จแล้วค่อยยกกลับมาตีเอาเมืองลำกุ๋นต่อไป
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี ถามเล่งทองว่าท่านจะรักษาค่ายไว้ให้ครบสิบวันจะได้หรือไม่
เล่งทองจึงตอบว่าระยะเวลาสิบวันนั้นข้าพเจ้าพอจะรักษาค่ายไว้ได้อยู่ แต่ถ้าพ้นสิบวันไปแล้วเห็นจะเหลือกำลังนัก
จิวยี่ฟังกำลังเล่งทองดังนั้นแล้วจึงตั้งให้เล่งทองเป็นผู้รักษาค่าย จัดทหารให้เล่งทองไว้หมื่นหนึ่ง ทหารนอกแต่นั้นให้ยกไปช่วยกำเหลง และตั้งให้ลิบองเป็นแม่ทัพกองทัพหน้า ตัวจิวยี่คุมกองทัพหลวงด้วยตนเอง แล้วจิวยี่จึงกำชับเล่งทองว่าท่านจงรักษาค่ายไว้อย่าได้ประมาท ภายในสิบวันเราจะยกกองทัพกลับมา
เล่งทองรับคำจิวยี่แล้ว จิวยี่และลิบองจึงยกทหารไปเมืองอิเหลง
จิวยี่คิดอ่านจะเอาเมืองอิเหลงเป็นฐานที่มั่นทางทหารของแคว้นกังตั๋งบนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี จึงแบ่งทหารหมื่นหนึ่งให้เล่งทองรักษาค่ายไว้ให้ได้ภายในสิบวัน ตัวจิวยี่ยกกองทัพหลวงไปช่วยกำเหลงตีกระหนาบทหารของโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงอยู่นั้น
พอจิวยี่ยกกองทัพไปถึงระหว่างทาง ลิบองได้เสนอว่าข้างทิศใต้เมืองอิเหลงมีเส้นทางลัดอยู่สายหนึ่งสามารถหนีไปเมืองลำกุ๋นได้ เมื่อทหารของโจโฉเสียทีคงจะใช้เส้นทางลัดสายนี้หนีไปหาโจหยินที่เมืองลำกุ๋น ดังนั้นจึงขอให้ท่านจัดทหารห้าร้อยให้ไปตัดต้นไม้แลกิ่งไม้ขวางทางเส้นนี้ไว้จงมาก เมื่อทหารโจโฉแตกหนีไปตามทางลัดนี้ก็จะขี่ม้าต่อไปไม่ได้ จะไปได้ก็แต่ตัว เห็นจะทิ้งม้าและศาสตราวุธไว้เป็นอันมาก ท่านก็จะได้ไว้เป็นกำลังของกองทัพ
จิวยี่ฟังคำลิบองแล้วเห็นชอบ จึงจัดทหารห้าร้อยนายสั่งให้ไปดำเนินการตามคำของลิบองทุกประการ ครั้นจิวยี่เดินทัพใกล้จะถึงเมืองอิเหลงจึงปรึกษาด้วยแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าเรายกทัพมาทั้งนี้มิได้แจ้งข่าวให้กำเหลงรู้ตัวก่อน ดังนั้นจะมีผู้ใดอาสาตีฝ่าเข้าไปแจ้งความให้กำเหลงทราบบ้าง
จิวท่ายได้ฟังคำจิวยี่ก็รับอาสา จิวยี่จึงว่าเมื่อท่านอาสาก็ขอบใจ เมื่อเข้าไปถึง กำเหลงแล้วจงบอกให้กำเหลงรีบยกทหารเข้าตีกองทัพของโจหอง เราจะตีกระหนาบจากทางด้านนอกเห็นจะขับไล่กองทัพของโจหองได้โดยง่าย
จิวท่ายรับคำจิวยี่แล้วจึงขี่ม้าถือง้าวรีบรุดไปข้างหน้าตีฝ่าทหารโจหยินที่ล้อมเมือง อิเหลงเข้าไปถึงหน้าประตูเมือง กำเหลงยืนสังเกตกรณ์อยู่บนหอรบเห็นเหตุการณ์สู้รบชุลมุนอยู่ที่หน้าประตูเมืองก็จำได้ว่าเป็นจิวท่าย จึงให้ทหารเปิดประตูเมืองแล้วยกออกไปช่วยจิวท่ายรับเข้ามาในเมือง
สองนายทหารเมืองกังตั๋งคารวะกันตามธรรมเนียมแล้ว จิวท่ายจึงแจ้งความตามที่จิวยี่สั่งมาแก่กำเหลงทุกประการ กำเหลงได้ทราบดังนั้นก็มีความยินดีสั่งการให้ทหารเตรียมพร้อมรอฟังคำสั่งเพื่อจะได้ยกไปทำการได้ในทันที
ฝ่ายโจหองและโจชุนคุมทหารล้อมเมืองอิเหลงอยู่ พอทราบว่าจิวยี่ยกทหารมาช่วยกำเหลงจึงให้ม้าเร็วรีบเดินสารไปเมืองลำกุ๋นแจ้งความให้โจหยินทราบ โจหยินทราบความแล้วจึงรีบยกทหารมาเมืองอิเหลง
พอโจหยินยกทหารออกไปจากเมืองลำกุ๋น หน่วยสอดแนมของเล่าปี่จึงนำความไปรายงานให้เล่าปี่ทราบ
เล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งว่าท่านจะคิดอ่านประการใด ขงเบ้งจึงว่าโจหยินยกไปในครั้งนี้คงจะยังไม่เป็นศึกแตกหัก ชอบที่จะคอยทีดูอีกสักระยะหนึ่ง เล่าปี่ได้ฟังก็เห็นชอบและให้ทหารซุ่มคอยทีอยู่ที่ในป่าข้างเมืองลำกุ๋นต่อไป
ฝ่ายโจหองเมื่อแจ้งความไปยังโจหยินแล้วจึงจัดทหารเป็นสองกอง กองหนึ่งเตรียมรับมือกับกองทัพจิวยี่ที่เพิ่งยกมา อีกกองหนึ่งเตรียมรับมือกับกองทัพของกำเหลงซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอิเหลง
พอจิวยี่ยกกองทัพหลวงมาถึงก็คาดหมายว่าจิวท่ายคงเข้าเมืองไปแจ้งความให้กำเหลงทราบแล้ว เพราะเหตุความข้างเมืองลำกุ๋นร้อนอยู่จิวยี่จึงไม่รั้งรอ สั่งกองทัพหน้าและกองทัพหลวงให้รุกโจมตีทหารของโจหองและโจชุนพร้อมกัน ทหารของทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือด
ฝ่ายกำเหลงได้ยินเสียงกลองศึกดังก้องขึ้นที่ข้างนอกเมืองก็รู้ว่าจิวยี่ยกกองทัพมาถึงและเข้ารบกับโจหองแล้ว จึงขึ้นไปสังเกตการณ์บนเชิงเทินเห็นการสมคะเนก็มีความยินดี รีบลงจากเชิงเทินแล้วคุมทหารซึ่งจัดแจงรอพร้อมอยู่แล้วยกออกจากประตูเมืองตีกระหนาบทหารของโจหองประสานกับกองทัพของจิวยี่ซึ่งตีรุกเข้ามาจากด้านนอก
ทหารของโจหอง โจชุน และงิวขิ้มได้สู้รบศึกที่ตีกระหนาบเข้ามาทั้งด้านนอกแลด้านในเป็นสามารถ
ทหารฝ่ายเมืองหลวงถูกตีกระหนาบต้องระวังทั้งหน้าหลังจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และถูกทหารเมืองกังตั๋งฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
โจหอง โจชุน และงิวขิ้มเห็นว่าจะต้านทานทหารเมืองกังตั๋งต่อไปไม่ได้ จึงตีฝ่าวงล้อมพาทหารหนีไปตามเส้นทางลัดข้างทิศใต้เมืองอิเหลงเพื่อจะไปเมืองลำกุ๋น จิวยี่และ ลิบองจึงขับทหารไล่ตามทหารของโจหองไปตามเส้นทางลัดนั้น
โจหองพาทหารหนีไปตามเส้นทางลัดได้พักหนึ่ง เห็นต้นไม้และกิ่งไม้ล้มขวางทางอยู่เป็นอันมากไม่สามารถขี่ม้าฝ่าไปข้างหน้าได้ จึงทิ้งม้าสัมภาระและศาสตราวุธไว้เป็นจำนวนมากแล้วพากันรีบหนีไปแต่ตัว
จิวยี่คุมทหารไล่ตามโจหองไปไม่ทันแต่เห็นมาสัมภาระแลเสบียงถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมากสมคำลิบองก็มีความยินดี จึงให้ทหารเก็บข้าวของสินศึกทั้งปวงแล้วยกตามโจหองไป
ฝ่ายโจหยินยกกองทัพตามมาช่วยโจหอง พอยกมาใกล้ปากทางลัดสวนกับโจหองซึ่งแตกหนีมา ทราบว่าจิวยี่กำลังยกทหารตามมาจึงให้โจหองและพวกที่แตกทัพสลับมาเป็นกองหลัง โจหยินคุมทหารเป็นกองทัพหน้าแล้วยกตรงไปที่ปากทางลัดเพื่อโจมตีกองทัพจิวยี่
ฝ่ายจิวยี่พอยกทหารออกมาพ้นปากทางลัด เห็นโจหยินยกทหารมาเป็นจำนวนมากจึงสั่งให้กองทัพทั้งปวงตั้งขบวนเป็นปีกกาตีโอบทหารของโจหยิน
โจหยินเห็นดังนั้นจึงสั่งให้แปรขบวนทหารเป็นรูปปีกกาเช่นเดียวกันแล้วสั่งให้เปิดศึกประจัญบาน ต่างฝ่ายต่างสั่งพลกลองสัญญาณลั่นกลองรบดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุ่งราบปากทางลัดนั้น
ทหารของทั้งสองฝ่ายได้ประจัญบานกันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมากจนเวลาใกล้พลบค่ำก็ยังไม่แพ้ชนะกัน ต่างฝ่ายจึงต่างตีระฆังสัญญาณถอย ทหารของทั้งสองฝ่ายจึงแยกออกจากกัน โจหยินได้พาทหารทั้งปวงกลับเข้าเมืองลำกุ๋น ในขณะที่จิวยี่ก็พาทหารทั้งปวงกลับไปเข้าค่ายที่เล่งทองรักษาอยู่
เมื่อโจหยินยกทหารเข้าไปในเมืองแล้วจึงปรึกษาด้วยแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าขณะนี้จิวยี่ยึดเมืองอิเหลงได้แล้ว และทุ่มกำลังทหารมาล้อมเมืองลำกุ๋นไว้เห็นจะรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ไม่ได้ สถานการณ์คับขันแล้ว และว่าก่อนที่ท่านอัครมหาเสนาบดีจะยกทหารกลับไปเมืองหลวงได้มอบหนังสือลับไว้ฉบับหนึ่งสั่งว่าถ้าถึงคราคับขันแล้วค่อยเปิดดู
โจหยินว่าดังนั้นแล้วจึงเอาหนังสือลับของโจโฉออกมาเปิดผนึกดู พอทราบความแล้วโจหยินก็มีใบหน้ายิ้มย่องผ่องใส บรรดาทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็สงสัยสอบถามว่าท่านอัครมหาเสนาบดีได้สั่งการไว้ประการใด
โจหยินไม่ตอบคำถามของเหล่าทหาร แต่กลับออกคำสั่งว่าเวลากลางดึกคืนวันนี้ให้ตันเกียวและงิวขิ้มคุมทหารสามพันออกไปขุดหลุมยาวสามสิบวา กว้างสองวาลึกหนึ่งวาไว้ข้างหน้าประตูเมืองทั้งสามด้านเอาดินกลบปากหลุมไว้ให้มิดชิดอย่าให้รู้เห็นร่องรอยได้ เสร็จแล้วให้เอาธงทิวไปปักไว้บนเชิงเทินทุกด้าน ต่อวันพรุ่งนี้เช้าให้จัดพลเกาทัณฑ์ซุ่มไว้บนเชิงเทินทั้งสามด้าน ด้านละพันคน แล้วเปิดประตูเมืองทั้งสามด้านนั้น ตัวเราจะพา ทหารและชาวเมืองทำทีขนข้าวของและสัมภาระหนีออกจากเมือง เมื่อจิวยี่ยกทหารบุกเข้ามาก็จะตกลงไปในหลุม ท่านจงให้พลเกาทัณฑ์ระดมยิงให้แน่นหนาไว้ มาตรแม้นว่าจิวยี่ไม่ตายก็คงจับเอาตัวได้โดยง่าย
บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังการสั่งการของโจหยินตามหนังสือลับของ โจโฉดังนั้น ต่างพากันสรรเสริญสติปัญญาการสงครามของโจโฉเป็นอันมากและมั่นใจว่าแผนการครั้งนี้ถึงจิวยี่จะมีปีกบินก็จะไม่สามารถรอดจากคมเกาทัณฑ์ไปได้
โจหยินเห็นดังนั้นจึงกำชับบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงให้เข้มงวดกวดขันทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดอย่าให้ขาดเกิน และให้ระมัดระวังความลับอย่าให้แพร่งพรายล่วงรู้ไปถึงหูข้าศึก บรรดาคนทั้งปวงรับคำโจหยินแล้วคำนับลากลับออกไปจัดแจงตามคำสั่งของโจหยินทุกประการ
ครั้นรุ่งขึ้นจิวยี่พาบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงขึ้นไปสังเกตการณ์บนหอรบ เห็นโจหยินและโจหองพาทหารและชาวเมืองแบกขนข้าวของสัมภาระออกจากเมืองเป็นทิวแถวเหมือนขบวนผู้อพยพ และประตูเมืองนั้นก็เปิดทิ้งอยู่ แลไปบนกำแพงเมืองลำกุ๋นเห็นธงทิวแต่ไม่มีทหารอยู่รักษาการณ์ตามปกติก็สำคัญว่าโจหยินไม่สามารถป้องกันรักษาเมืองลำกุ๋นได้ จึงพาทหารและชาวเมืองหนีเอาตัวรอด
จิวยี่คิดดังนั้นแล้วจึงรีบลงจากหอรบสั่งจัดทหารเป็นสองกอง กองหนึ่งให้ฮันต๋งและจิวท่ายเป็นกองทัพหน้าให้ไล่ตามตีโจหยินและโจหอง จิวยี่เป็นกองทัพหลวงจะคุมทหารเข้ายึดเมืองลำกุ๋นด้วยตนเอง
กองทัพหน้าและกองทัพหลวงของจิวยี่ได้ยกออกจากค่ายตามแผนการที่กำหนด กองทัพหน้าได้เข้าโจมตีกองทหารของโจหยินและโจหองซึ่งทำทีหนีออกจากเมืองพร้อมกับชาวเมือง โจหยินเห็นดังนั้นจึงพาโจหองคุมทหารยกมาทำหน้าที่เป็นกองระวังหลังและสกัดกองทัพหน้าของฮันต๋งและจิวท่ายไว้.
เทียเภาขุนพลอาวุโสจึงเสนอว่าเมื่อกำเหลงยึดเมืองอิเหลงไว้ได้แล้วก็สามารถใช้เมืองอิเหลงเป็นฐานกำลังของเมืองกังตั๋งบนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี จึงสมควรต้องแบ่งทหารยกไปช่วยกำเหลงป้องกันเมืองอิเหลงไว้ให้มั่นคง
จิวยี่ได้สอบถามความเห็นบรรดาแม่ทัพนายกองต่อไปว่า หากเราแบ่งทหารไปรักษาเมืองอิเหลง ทหารในค่ายเราก็จะเบาบางลง เกลือกความล่วงรู้ไปถึงโจหยินก็จะยกทหารมาตีค่ายเราจะมิเสียทีแก่ข้าศึกหรือ
ลิบองจึงกล่าวขึ้นว่าระยะทางจากค่ายนี้ไปเมืองอิเหลงไม่ไกลเท่าใดนัก หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นก็สามารถยกกองทัพกลับมาได้ทัน เมื่อเรายกกองทัพไปทหารของโจหยินก็จะอยู่ระหว่างถูกกระหนาบเห็นจะเสียทีโดยง่าย แลเมื่อกองทัพเราตีทหารของโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงนั้นแตกไปแล้ว ท่านก็จะรับศึกแต่ด้านเมืองลำกุ๋นหน้าเดียวและยังมีเมืองอิเหลงเป็นแนวหลังอีก จึงไม่เพียงแต่จะรักษาเมืองอิเหลงไว้ได้เท่านั้น ยังจะได้เมืองลำกุ๋นโดยง่ายอีกด้วย
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่าความเห็นของลิบองต้องด้วยความคิดของข้าพเจ้านัก ตัวข้าพเจ้าเองคิดจะแบ่งทหารออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้รักษาค่ายนี้ไว้ให้ได้ ข้าพเจ้าจะคุมทหารยกไปช่วยกำเหลงเอง ครั้นกำจัดทหารโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงอยู่ได้แล้วก็จะรีบยกกองทัพกลับมา
ลิบองจึงกล่าวเสริมขึ้นว่าถ้าเช่นนั้นขอท่านจงแต่งให้เล่งทองอยู่รักษาค่าย ตั้งความพยายามรักษาค่ายให้ได้ในสิบวันรอท่านยกทัพกลับมา ตัวข้าพเจ้าขออาสาเป็นกองทัพหน้า และขอให้ท่านเป็นกองทัพหลวงยกไปช่วยกำเหลง ภายในสิบวันคงทำการได้สำเร็จแล้วค่อยยกกลับมาตีเอาเมืองลำกุ๋นต่อไป
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี ถามเล่งทองว่าท่านจะรักษาค่ายไว้ให้ครบสิบวันจะได้หรือไม่
เล่งทองจึงตอบว่าระยะเวลาสิบวันนั้นข้าพเจ้าพอจะรักษาค่ายไว้ได้อยู่ แต่ถ้าพ้นสิบวันไปแล้วเห็นจะเหลือกำลังนัก
จิวยี่ฟังกำลังเล่งทองดังนั้นแล้วจึงตั้งให้เล่งทองเป็นผู้รักษาค่าย จัดทหารให้เล่งทองไว้หมื่นหนึ่ง ทหารนอกแต่นั้นให้ยกไปช่วยกำเหลง และตั้งให้ลิบองเป็นแม่ทัพกองทัพหน้า ตัวจิวยี่คุมกองทัพหลวงด้วยตนเอง แล้วจิวยี่จึงกำชับเล่งทองว่าท่านจงรักษาค่ายไว้อย่าได้ประมาท ภายในสิบวันเราจะยกกองทัพกลับมา
เล่งทองรับคำจิวยี่แล้ว จิวยี่และลิบองจึงยกทหารไปเมืองอิเหลง
จิวยี่คิดอ่านจะเอาเมืองอิเหลงเป็นฐานที่มั่นทางทหารของแคว้นกังตั๋งบนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี จึงแบ่งทหารหมื่นหนึ่งให้เล่งทองรักษาค่ายไว้ให้ได้ภายในสิบวัน ตัวจิวยี่ยกกองทัพหลวงไปช่วยกำเหลงตีกระหนาบทหารของโจหยินซึ่งล้อมเมืองอิเหลงอยู่นั้น
พอจิวยี่ยกกองทัพไปถึงระหว่างทาง ลิบองได้เสนอว่าข้างทิศใต้เมืองอิเหลงมีเส้นทางลัดอยู่สายหนึ่งสามารถหนีไปเมืองลำกุ๋นได้ เมื่อทหารของโจโฉเสียทีคงจะใช้เส้นทางลัดสายนี้หนีไปหาโจหยินที่เมืองลำกุ๋น ดังนั้นจึงขอให้ท่านจัดทหารห้าร้อยให้ไปตัดต้นไม้แลกิ่งไม้ขวางทางเส้นนี้ไว้จงมาก เมื่อทหารโจโฉแตกหนีไปตามทางลัดนี้ก็จะขี่ม้าต่อไปไม่ได้ จะไปได้ก็แต่ตัว เห็นจะทิ้งม้าและศาสตราวุธไว้เป็นอันมาก ท่านก็จะได้ไว้เป็นกำลังของกองทัพ
จิวยี่ฟังคำลิบองแล้วเห็นชอบ จึงจัดทหารห้าร้อยนายสั่งให้ไปดำเนินการตามคำของลิบองทุกประการ ครั้นจิวยี่เดินทัพใกล้จะถึงเมืองอิเหลงจึงปรึกษาด้วยแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าเรายกทัพมาทั้งนี้มิได้แจ้งข่าวให้กำเหลงรู้ตัวก่อน ดังนั้นจะมีผู้ใดอาสาตีฝ่าเข้าไปแจ้งความให้กำเหลงทราบบ้าง
จิวท่ายได้ฟังคำจิวยี่ก็รับอาสา จิวยี่จึงว่าเมื่อท่านอาสาก็ขอบใจ เมื่อเข้าไปถึง กำเหลงแล้วจงบอกให้กำเหลงรีบยกทหารเข้าตีกองทัพของโจหอง เราจะตีกระหนาบจากทางด้านนอกเห็นจะขับไล่กองทัพของโจหองได้โดยง่าย
จิวท่ายรับคำจิวยี่แล้วจึงขี่ม้าถือง้าวรีบรุดไปข้างหน้าตีฝ่าทหารโจหยินที่ล้อมเมือง อิเหลงเข้าไปถึงหน้าประตูเมือง กำเหลงยืนสังเกตกรณ์อยู่บนหอรบเห็นเหตุการณ์สู้รบชุลมุนอยู่ที่หน้าประตูเมืองก็จำได้ว่าเป็นจิวท่าย จึงให้ทหารเปิดประตูเมืองแล้วยกออกไปช่วยจิวท่ายรับเข้ามาในเมือง
สองนายทหารเมืองกังตั๋งคารวะกันตามธรรมเนียมแล้ว จิวท่ายจึงแจ้งความตามที่จิวยี่สั่งมาแก่กำเหลงทุกประการ กำเหลงได้ทราบดังนั้นก็มีความยินดีสั่งการให้ทหารเตรียมพร้อมรอฟังคำสั่งเพื่อจะได้ยกไปทำการได้ในทันที
ฝ่ายโจหองและโจชุนคุมทหารล้อมเมืองอิเหลงอยู่ พอทราบว่าจิวยี่ยกทหารมาช่วยกำเหลงจึงให้ม้าเร็วรีบเดินสารไปเมืองลำกุ๋นแจ้งความให้โจหยินทราบ โจหยินทราบความแล้วจึงรีบยกทหารมาเมืองอิเหลง
พอโจหยินยกทหารออกไปจากเมืองลำกุ๋น หน่วยสอดแนมของเล่าปี่จึงนำความไปรายงานให้เล่าปี่ทราบ
เล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งว่าท่านจะคิดอ่านประการใด ขงเบ้งจึงว่าโจหยินยกไปในครั้งนี้คงจะยังไม่เป็นศึกแตกหัก ชอบที่จะคอยทีดูอีกสักระยะหนึ่ง เล่าปี่ได้ฟังก็เห็นชอบและให้ทหารซุ่มคอยทีอยู่ที่ในป่าข้างเมืองลำกุ๋นต่อไป
ฝ่ายโจหองเมื่อแจ้งความไปยังโจหยินแล้วจึงจัดทหารเป็นสองกอง กองหนึ่งเตรียมรับมือกับกองทัพจิวยี่ที่เพิ่งยกมา อีกกองหนึ่งเตรียมรับมือกับกองทัพของกำเหลงซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอิเหลง
พอจิวยี่ยกกองทัพหลวงมาถึงก็คาดหมายว่าจิวท่ายคงเข้าเมืองไปแจ้งความให้กำเหลงทราบแล้ว เพราะเหตุความข้างเมืองลำกุ๋นร้อนอยู่จิวยี่จึงไม่รั้งรอ สั่งกองทัพหน้าและกองทัพหลวงให้รุกโจมตีทหารของโจหองและโจชุนพร้อมกัน ทหารของทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือด
ฝ่ายกำเหลงได้ยินเสียงกลองศึกดังก้องขึ้นที่ข้างนอกเมืองก็รู้ว่าจิวยี่ยกกองทัพมาถึงและเข้ารบกับโจหองแล้ว จึงขึ้นไปสังเกตการณ์บนเชิงเทินเห็นการสมคะเนก็มีความยินดี รีบลงจากเชิงเทินแล้วคุมทหารซึ่งจัดแจงรอพร้อมอยู่แล้วยกออกจากประตูเมืองตีกระหนาบทหารของโจหองประสานกับกองทัพของจิวยี่ซึ่งตีรุกเข้ามาจากด้านนอก
ทหารของโจหอง โจชุน และงิวขิ้มได้สู้รบศึกที่ตีกระหนาบเข้ามาทั้งด้านนอกแลด้านในเป็นสามารถ
ทหารฝ่ายเมืองหลวงถูกตีกระหนาบต้องระวังทั้งหน้าหลังจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และถูกทหารเมืองกังตั๋งฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
โจหอง โจชุน และงิวขิ้มเห็นว่าจะต้านทานทหารเมืองกังตั๋งต่อไปไม่ได้ จึงตีฝ่าวงล้อมพาทหารหนีไปตามเส้นทางลัดข้างทิศใต้เมืองอิเหลงเพื่อจะไปเมืองลำกุ๋น จิวยี่และ ลิบองจึงขับทหารไล่ตามทหารของโจหองไปตามเส้นทางลัดนั้น
โจหองพาทหารหนีไปตามเส้นทางลัดได้พักหนึ่ง เห็นต้นไม้และกิ่งไม้ล้มขวางทางอยู่เป็นอันมากไม่สามารถขี่ม้าฝ่าไปข้างหน้าได้ จึงทิ้งม้าสัมภาระและศาสตราวุธไว้เป็นจำนวนมากแล้วพากันรีบหนีไปแต่ตัว
จิวยี่คุมทหารไล่ตามโจหองไปไม่ทันแต่เห็นมาสัมภาระแลเสบียงถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมากสมคำลิบองก็มีความยินดี จึงให้ทหารเก็บข้าวของสินศึกทั้งปวงแล้วยกตามโจหองไป
ฝ่ายโจหยินยกกองทัพตามมาช่วยโจหอง พอยกมาใกล้ปากทางลัดสวนกับโจหองซึ่งแตกหนีมา ทราบว่าจิวยี่กำลังยกทหารตามมาจึงให้โจหองและพวกที่แตกทัพสลับมาเป็นกองหลัง โจหยินคุมทหารเป็นกองทัพหน้าแล้วยกตรงไปที่ปากทางลัดเพื่อโจมตีกองทัพจิวยี่
ฝ่ายจิวยี่พอยกทหารออกมาพ้นปากทางลัด เห็นโจหยินยกทหารมาเป็นจำนวนมากจึงสั่งให้กองทัพทั้งปวงตั้งขบวนเป็นปีกกาตีโอบทหารของโจหยิน
โจหยินเห็นดังนั้นจึงสั่งให้แปรขบวนทหารเป็นรูปปีกกาเช่นเดียวกันแล้วสั่งให้เปิดศึกประจัญบาน ต่างฝ่ายต่างสั่งพลกลองสัญญาณลั่นกลองรบดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุ่งราบปากทางลัดนั้น
ทหารของทั้งสองฝ่ายได้ประจัญบานกันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมากจนเวลาใกล้พลบค่ำก็ยังไม่แพ้ชนะกัน ต่างฝ่ายจึงต่างตีระฆังสัญญาณถอย ทหารของทั้งสองฝ่ายจึงแยกออกจากกัน โจหยินได้พาทหารทั้งปวงกลับเข้าเมืองลำกุ๋น ในขณะที่จิวยี่ก็พาทหารทั้งปวงกลับไปเข้าค่ายที่เล่งทองรักษาอยู่
เมื่อโจหยินยกทหารเข้าไปในเมืองแล้วจึงปรึกษาด้วยแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าขณะนี้จิวยี่ยึดเมืองอิเหลงได้แล้ว และทุ่มกำลังทหารมาล้อมเมืองลำกุ๋นไว้เห็นจะรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ไม่ได้ สถานการณ์คับขันแล้ว และว่าก่อนที่ท่านอัครมหาเสนาบดีจะยกทหารกลับไปเมืองหลวงได้มอบหนังสือลับไว้ฉบับหนึ่งสั่งว่าถ้าถึงคราคับขันแล้วค่อยเปิดดู
โจหยินว่าดังนั้นแล้วจึงเอาหนังสือลับของโจโฉออกมาเปิดผนึกดู พอทราบความแล้วโจหยินก็มีใบหน้ายิ้มย่องผ่องใส บรรดาทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็สงสัยสอบถามว่าท่านอัครมหาเสนาบดีได้สั่งการไว้ประการใด
โจหยินไม่ตอบคำถามของเหล่าทหาร แต่กลับออกคำสั่งว่าเวลากลางดึกคืนวันนี้ให้ตันเกียวและงิวขิ้มคุมทหารสามพันออกไปขุดหลุมยาวสามสิบวา กว้างสองวาลึกหนึ่งวาไว้ข้างหน้าประตูเมืองทั้งสามด้านเอาดินกลบปากหลุมไว้ให้มิดชิดอย่าให้รู้เห็นร่องรอยได้ เสร็จแล้วให้เอาธงทิวไปปักไว้บนเชิงเทินทุกด้าน ต่อวันพรุ่งนี้เช้าให้จัดพลเกาทัณฑ์ซุ่มไว้บนเชิงเทินทั้งสามด้าน ด้านละพันคน แล้วเปิดประตูเมืองทั้งสามด้านนั้น ตัวเราจะพา ทหารและชาวเมืองทำทีขนข้าวของและสัมภาระหนีออกจากเมือง เมื่อจิวยี่ยกทหารบุกเข้ามาก็จะตกลงไปในหลุม ท่านจงให้พลเกาทัณฑ์ระดมยิงให้แน่นหนาไว้ มาตรแม้นว่าจิวยี่ไม่ตายก็คงจับเอาตัวได้โดยง่าย
บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังการสั่งการของโจหยินตามหนังสือลับของ โจโฉดังนั้น ต่างพากันสรรเสริญสติปัญญาการสงครามของโจโฉเป็นอันมากและมั่นใจว่าแผนการครั้งนี้ถึงจิวยี่จะมีปีกบินก็จะไม่สามารถรอดจากคมเกาทัณฑ์ไปได้
โจหยินเห็นดังนั้นจึงกำชับบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงให้เข้มงวดกวดขันทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดอย่าให้ขาดเกิน และให้ระมัดระวังความลับอย่าให้แพร่งพรายล่วงรู้ไปถึงหูข้าศึก บรรดาคนทั้งปวงรับคำโจหยินแล้วคำนับลากลับออกไปจัดแจงตามคำสั่งของโจหยินทุกประการ
ครั้นรุ่งขึ้นจิวยี่พาบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงขึ้นไปสังเกตการณ์บนหอรบ เห็นโจหยินและโจหองพาทหารและชาวเมืองแบกขนข้าวของสัมภาระออกจากเมืองเป็นทิวแถวเหมือนขบวนผู้อพยพ และประตูเมืองนั้นก็เปิดทิ้งอยู่ แลไปบนกำแพงเมืองลำกุ๋นเห็นธงทิวแต่ไม่มีทหารอยู่รักษาการณ์ตามปกติก็สำคัญว่าโจหยินไม่สามารถป้องกันรักษาเมืองลำกุ๋นได้ จึงพาทหารและชาวเมืองหนีเอาตัวรอด
จิวยี่คิดดังนั้นแล้วจึงรีบลงจากหอรบสั่งจัดทหารเป็นสองกอง กองหนึ่งให้ฮันต๋งและจิวท่ายเป็นกองทัพหน้าให้ไล่ตามตีโจหยินและโจหอง จิวยี่เป็นกองทัพหลวงจะคุมทหารเข้ายึดเมืองลำกุ๋นด้วยตนเอง
กองทัพหน้าและกองทัพหลวงของจิวยี่ได้ยกออกจากค่ายตามแผนการที่กำหนด กองทัพหน้าได้เข้าโจมตีกองทหารของโจหยินและโจหองซึ่งทำทีหนีออกจากเมืองพร้อมกับชาวเมือง โจหยินเห็นดังนั้นจึงพาโจหองคุมทหารยกมาทำหน้าที่เป็นกองระวังหลังและสกัดกองทัพหน้าของฮันต๋งและจิวท่ายไว้.