ตอนที่ 283. อุบาย "รวบงู รัดนก"
กองทัพเมืองกังตั๋งอุปมาดังพญานกอินทรีที่กำลังจะเฉี่ยวโฉบงูใหญ่คือเมือง ลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋วและเมืองซงหยง หัวเมืองฝ่ายใต้บนฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซีซึ่ง โจหยินแม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของโจโฉเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรักษา ในขณะที่กองทัพเล่าปี่ประดุจดังเสือที่คอยจ้องรอคอยจังหวะว่าเมื่อใดที่พญานกอินทรีและงูใหญ่จิกรัดติดพันกันแล้วก็จะฉวยเอาโอกาสนั้นจับเอาทั้งพญานกอินทรีและงูใหญ่กินเป็นอาหาร
พอหน่วยลาดตระเวนของเล่าปี่ทราบข่าวว่ากองทัพหน้าของจิวยี่ยกไปตั้งประชิดเมืองลำกุ๋น และกองทัพหลวงของจิวยี่ได้เคลื่อนทัพยกไปหนุนกองทัพหน้าแล้ว จึงนำความไปรายงานให้เล่าปี่และขงเบ้งทราบทุกประการ
ครั้นเล่าปี่ปรึกษากับขงเบ้งแล้วจึงเคลื่อนทัพหมื่นเศษออกจากค่ายที่ตำบลปากน้ำอิวกั๋ง ให้เดินทัพตามทางลัด เลาะไปตามแนวป่าไม่ให้ฝ่ายจิวยี่และฝ่ายโจหยินทราบ ให้เก็บธงทิวไว้อย่างมิดชิด งดการตีม้าล่อฆ้องกลองและสัญญาณเสียงทุกชนิด กำหนดจุดหมายปลายทางที่ป่านอกเมืองลำกุ๋น และให้เดินทัพเฉพาะเวลากลางคืน ส่วนกลางวันให้ซ่อนตัวอยู่ในป่าตลอดการเดินทาง
ด้วยความชำนาญภูมิประเทศ กองทัพเล่าปี่จึงเดินทัพรุดหน้าไปอย่างราบรื่นตามแผนการทุกประการ ขงเบ้งได้กำชับบรรดาหน่วยลาดตระเวนให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการสอดแนมเป็นพิเศษ
ฝ่ายหน่วยลาดตระเวนของเมือลำกุ๋น เมื่อเห็นกองทัพหน้าของเมืองกังตั๋งยกมาตั้งประชิดเมืองจึงรายงานความทั้งปวงให้โจหยินทราบ โจหยินจึงเรียกประชุมบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงแล้วว่ากองทัพเมืองกังตั๋งยกมาครั้งนี้ข้ามทะเลมา เสบียงอาหารจึงจำกัด ดังนั้นถ้าฝ่ายเราตั้งรับอยู่ในเมือง อีกไม่นานกองทัพเมืองกังตั๋งหมดเสบียงแล้วคงจะเลิกทัพกลับไปเอง ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด
ตันเกียวผู้เป็นปลัดเมืองจึงว่าข้าศึกยกมาประชิดเมืองลำกุ๋นไว้ดังนี้ เมืองอิเหลงของเราจึงถูกกันไปอยู่แนวหลังของข้าศึก หากกองทัพเมืองกังตั๋งยกหนุนมาแล้วเข้าตีเมืองอิเหลงก็เท่ากับว่ากองทัพที่ยกมาประชิดเมืองเราได้สกัดไม่ให้ท่านยกทหารไปช่วยเมืองอิเหลง ดังนี้เมืองอิเหลงก็จะเสียทีแก่ข้าศึก เมื่อเสียเมืองอิเหลงแล้วข้าศึกก็จะยกมาล้อมโจมตีเมืองลำกุ๋น เห็นจะป้องกันรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ไม่ได้
งิวขิ้มนายทหารรองได้ฟังคำตันเกียวดังนั้นจึงกล่าวเสริมขึ้นว่ากองทัพเมืองหลวงเพิ่งเสียทีแก่กองทัพเมืองกังตั๋ง บัดนี้กองทัพเมืองกังตั๋งก็ยกมาประชิดเมืองเราอีก หากแม้นว่าจะตั้งมั่นอยู่แต่ในเมือง บรรดาทหารทั้งปวงก็จะเสียขวัญพากันระย่อท้อถอยว่าฝ่ายเราสิ้นไร้ซึ่งฝีมือไม่กล้าต่อสู้ด้วยทหารเมืองกังตั๋ง ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสายกทหารห้าร้อยออกไปโจมตีข้าศึกให้แตกไปจงได้
โจหยินได้ฟังนั้นก็มีความยินดี สั่งให้จัดทหารม้าห้าร้อยให้งิวขิ้มยกออกไปโจมตีกองทัพหน้าของเมืองกังตั๋ง
งิวขิ้มรับคำสั่งโจหยินแล้วคำนับลาออกมาจัดแจงทหารยกออกจากประตูเมืองยกออกไป เจียวขิมแม่ทัพหน้าของเมืองกังตั๋งเห็นทหารของโจหยินยกออกจากเมืองมาจึงสั่งให้เตงฮองคุมทหารออกไปรบด้วยงิวขิ้ม
ทั้งสองฝ่ายรบกันบนหลังม้าได้ห้าเพลง เตงฮองจึงแสร้งชักม้าหนีไปทางด้านหลัง งิวขิ้มสำคัญว่าเตงฮองสู้ไม่ได้แล้วคิดหลบหนีจึงขี่ม้าไล่ตามไป พองิวขิ้มขี่ม้าตามไกลออกไปจากกองทหารเตงฮองจึงชักม้ากลับเข้ามารบ และร้องให้ทหารเมืองกังตั๋งรีบเข้าล้อมจับตัวงิวขิ้มให้จงได้
ในขณะที่งิวขิ้มยกทหารออกไปนั้นโจหยินได้ขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนหอรบ ครั้นเห็นงิวขิ้มถูกทหารเมืองกังตั๋งเข้าล้อมไว้ จึงรีบแต่งตัวใส่เสื้อเกราะพาทหารสามร้อยยกออกไปช่วย
ฝ่ายชีเซ่งเห็นเตงฮองล้อมทหารรองของโจหยินไว้ก็มีความยินดี ครั้นเห็นโจหยินยกทหารจะเข้าไปช่วยงิวขิ้มจึงขี่ม้าพาทหารออกไปสกัดโจหยินไว้ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันได้สามสิบเพลง ชีเซ่งต้านทานกำลังของโจหยินไม่ได้จึงถูกโจหยินตีฝ่าเข้าไปแก้เอางิวขิ้มออกมาจากวงล้อมได้ แต่พอเหลียวกลับไปดูเห็นทหารของงิวขิ้มราวห้าสิบคนยังถูกทหารเมืองกังตั๋งล้อมอยู่ โจหยินและงิวขิ้มจึงชักมากลับตีฝ่าเข้าไปแก้ไขเอาทหารกว่าห้าสิบคนนั้นออกมาจากวงล้อม
เจียวขิมแม่ทัพหน้าของจิวยี่เห็นดังนั้นจึงสั่งให้ทหารเมืองกังตั๋งยกหนุนเข้าล้อม โจหยินและทหารทั้งปวงไว้ การต่อสู้จึงเกิดตะลุมบอนขึ้น
ฝ่ายโจชุนอยู่รักษาเมืองลำกุ๋นได้สังเกตการณ์อยู่บนหอรบ เห็นการศึกชุลมุนถึงขั้นตะลุมบอนดังนั้น จึงเกณฑ์ทหารในเมืองลำกุ๋นยกออกไปช่วยโจหยิน
ทหารของเมืองกังตั๋งและทหารของโจหยินกำลังรบพุ่งตะลุมบอนกันอยู่ พอโจชุนยกทหารตีกระหนาบเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง ทหารเมืองกังตั๋งก็ละล้าละลัง ระวังหน้าพะวงหลังเป็นพัลวัน กลายเป็นศึกกระหนาบที่ถูกตีกระหนาบหน้าหลังดังนี้ จึงถูกฝ่ายโจหยินฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
เจียวขิม ชีเซ่งและเตงฮองเห็นข้าศึกหนุนเนื่องเข้ามาเหลือกำลังนักเกรงว่าจะเสียที จึงตีฝ่าวงล้อมพาทหารที่เหลือตายหนีไป แต่จะกลับเข้าค่ายก็ไม่ทันด้วยทหารของโจหยินยกตามตีไปอย่างกระชั้นชิด จึงจำต้องทิ้งค่ายหนีไปทางเมืองอิเหลง
โจหยินเห็นว่าทหารเมืองกังตั๋งถูกตามตีจนหนีไปไกลแล้วจึงให้ตีระฆังสัญญาณถอยทัพแล้วยกทหารกลับเข้าเมืองลำกุ๋น
ฝ่ายเจียวขิมพาทหารหนีย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิมสวนกับกองทัพหลวงของจิวยี่จึงรายงานการบพุ่งให้จิวยี่ทราบทุกประการ
จิวยี่ทราบว่าเจียวขิมปราชัยแก่กองทัพของโจหยินทำให้เสียฤกษ์ชัยก็โกรธ สั่งให้ประหารชีวิตเจียวขิมตามพระอัยการศึก บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงเห็นดังนั้นจึงพากันขอชีวิตให้เจียวขิมเพราะเป็นนายทหารเก่าของเมืองกังตั๋งมีความชอบมาแต่ก่อนเป็นอันมาก จิวยี่ขัดคำร้องขอชีวิตของบรรดาแม่ทัพนายกองไม่ได้จึงยกโทษให้เจียวขิมแล้วยกทหารไปตั้งมั่นอยู่ใกล้เมืองลำกุ๋นระยะห่างร้อยเส้น
พอตั้งค่ายเสร็จกำเหลงทหารเอกเมืองกังตั๋งจึงเสนอแก่จิวยี่ว่ากองทัพเรายกมาตั้งค่ายใกล้เมืองลำกุ๋นในครั้งนี้ ด้านหน้าเป็นเมืองลำกุ๋นด้านหลังเป็นเมืองอิเหลง ซึ่งเมืองอิเหลงนั้นโจหยินได้ให้โจหองอยู่รักษาเมือง จึงเท่ากับกองทัพเราอยู่ในท่ามกลางศึกกระหนาบ หากโจหยินและโจหองยกตีกระหนาบมาก็จะเสียทีแก่ข้าศึก ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสาเอาทหารสามพันยกไปตั้งสกัดกองทัพมืองอิเหลงไว้ไม่ให้ยกล่วงมาทำอันตรายได้ หรือถ้าสถานการณ์เป็นใจข้าพเจ้าก็จะยกทหารเข้าตีเมืองอิเหลงจับโจหองให้จงได้
จิวยี่ได้ฟังแผนการณ์ความคิดของกำเหลงแล้วจึงจัดทหารให้กำเหลงสามพันยกไปตีเมืองอิเหลง กำเหลงรับคำสั่งแล้วจึงยกทหารไปตั้งค่ายประชิดเมืองอิเหลงไว้แต่วันนั้น
ยุทโธบายของจิวยี่ในการยกกองทัพมาตีเมืองลำกุ๋นโดยยกอ้อมเมืองอิเหลงแล้วตรงเข้าตีเมืองลำกุ๋นโดยทิ้งเมืองอิเหลงไว้ด้านหลังครั้งนี้มีจุดอ่อนดังที่กำเหลงได้เสนอทุกประการและทำให้เห็นว่าคำพูดของขงเบ้งเมื่อครั้งยั่วยุจิวยี่ว่าถนัดแต่การรบทางเรือไม่ถนัดการรบทางบกนั้นไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นจริง ในประการสำคัญคือการไม่กระจ่างแจ้งในภูมิประเทศ ตั้งท่าแต่จะยึดเมืองลำกุ๋นอย่างเดียวโดยมิได้คำนึงถึงความเชื่อมโยงของกำลังศึกที่เป็นสามเส้าอยู่ ทั้งมีจุดอ่อนทางการข่าวที่มิได้ระแคะระคายหรือระวังกองทัพเล่าปี่ที่กำลังเคลื่อนตรงมาที่เมืองลำกุ๋นพร้อมที่จะหยิบฉวยแย่งชิงชัยไปทุกเมื่อ การยุทธ์ครั้งสำคัญของจิวยี่ในครั้งนี้จึงต้องด้วยลักษณะปราชัยเพราะเท่ากับทำสงครามโดยไม่รู้เขา ไม่รู้ภูมิประเทศอันคับขัน มีลักษณะเป็นมรณะภูมิซึ่งยากยิ่งที่จะได้ชัยชนะ หรือแม้จะได้รับชัยชนะก็จะรักษาไว้ไม่ได้
ฝ่ายกองสอดแนมของโจหยินทราบว่าจิวยี่ให้กำเหลงคุมทหารสามพันยกไปตีเมือง อิเหลงจึงนำความไปรายงานให้โจหยินทราบ โจหยินจึงเรียกประชุมบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงแล้วปรึกษาว่าจะทำประการใด
ตันเกียวปลัดเมืองเจ้าความคิดจึงเสนอว่าอันเมืองอิเหลงนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองลำกุ๋น ข้าพเจ้าเคยบอกแก่ท่านว่าหากเสียเมืองอิเหลงแล้วก็ยากที่จะรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ได้ จึงชอบที่ท่านจะได้จัดทหารยกไปช่วยโจหองป้องกันเมืองอิเหลงไว้ ตราบใดที่รักษาเมืองอิเหลงไว้ได้ข้าศึกก็จะห่วงหน้าพะวงหลังไม่สามารถทำการโดยสะดวกเราก็จะป้องกันเมืองลำกุ๋นเอาไว้ได้
โจหยินได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบจึงให้โจชุนกับงิวขิ้มคุมทหารสามพันยกไปช่วย โจหองป้องกันเมืองอิเหลง
โจชุนและงิวขิ้มรับคำสั่งแล้วคำนับลาโจหยินออกไปจัดแจงทหารตามคำสั่งแล้วยกทหารออกจากเมืองลำกุ๋นไปตามเส้นทางลัด พอยกไปถึงกลางทางงิวขิ้มจึงปรึกษาด้วย โจชุนว่าเรายกมาตามทางลัดครั้งนี้หวังมิให้กำเหลงรู้ตัว จะได้นัดแนะกับโจหองแล้วยกทหารตีกระหนาบกำเหลงพร้อมกันเห็นจะได้ชัยชนะโดยง่าย
โจชุนได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงใช้ทหารสื่อสารให้เดินทางล่วงหน้าแล้วลอบเข้าไปในเมืองอิเหลงแจ้งแก่โจหองว่าบัดนี้โจหยินได้ให้โจชุนและงิวขิ้มยกทหารมาช่วยให้ โจหองยกทหารออกตีกองทัพกำเหลงแล้วโจชุนและงิวขิ้มจะยกเข้าตีกระหนาบก็จะได้ชัยชนะเป็นแน่แท้
โจหองทราบความดังนั้นก็มีความยินดีสั่งให้จัดกองทัพยกออกไปที่หน้าค่ายของกำเหลง ฝ่ายกำเหลงเห็นทหารเมืองอิเหลงยกออกมาจึงคุมทหารออกจากค่าย ทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนเป็นแถวหน้ากระดานเหลือลานรบไว้ตรงกลางสำหรับแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายจะได้กระทำยุทธนาการแก่กัน
พอกำเหลงทหารเมืองกังตั๋งออกไปยืนม้าอยู่ข้างหน้าแถวทหาร โจหองทหารเมืองหลวงก็ชักม้าออกไปข้างหน้าแถวทหารบ้าง กลองศึกของทั้งสองฝ่ายดังกระหึ่มขึ้น ทั้งกำเหลงและโจหองต่างขับม้าปรี่เข้าหากันแล้วสู้รบกันบนหลังม้าเป็นสามารถ พอเพลงรบผ่านไปได้สิบห้าเพลงโจหองก็แสร้งทำทีว่าต้านทานกำลังกำเหลงไม่ได้จึงชักม้าหนีออกจากลานรบแล้วพาทหารหนีไปทางเมืองลำกุ๋น
กำเหลงเห็นได้ชัยชนะแก่โจหองแล้วจึงยกทหารเข้าไปในเมืองอิเหลง
ฝ่ายโจหองเมื่อพาทหารหนีออกจากลานรบแล้วได้สวนทางกับกองทัพของโจชุนที่ยกมาช่วย จึงปรึกษากันว่าโจหองยกกองทัพออกตีกำเหลงเร็วเกินไปไม่ทันที่กองทัพของโจชุนจะยกมาตีกระหนาบ แต่เมื่อกำเหลงเข้าไปในเมืองแล้วก็เหมือนเสือติดอยู่ในจั่น ปลาถูกขังอยูในข้อง เห็นจะจับกำเหลงได้โดยง่าย ปรึกษากันแล้วโจหอง โจชุน และงิวขิ้มจึงยกทหารเข้าล้อมเมืองอิเหลงไว้
ฝ่ายกำเหลงเมื่อยกทหารเข้าไปในเมืองอิเหลงสำคัญว่าได้ชัยชนะก็มีความยินดีนัก แต่พอหัวหน้าทหารพลาธิการเข้ามารายงานว่าในเมืองอิเหลงนี้มีเสบียงอาหารเหลืออยู่ไม่มากนักเพราะโจหองได้เคลื่อนย้ายคลังเสบียงไปไว้ที่เมืองลำกุ๋นตามคำสั่งของโจหยินตั้งแต่เมื่อครั้งที่โจโฉเพิ่งยึดหัวเมืองฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซีได้ใหม่ ๆ แล้วอาศัยเสบียงที่เมืองลำกุ๋นจะได้ลำเลียงมาส่งเป็นครั้งคราว จึงเห็นจะตั้งรับข้าศึกในมืองอิเหลงต่อไปไม่ได้
กำเหลงได้ฟังดังนั้นก็ตกใจแต่ยังไม่ทันที่จะว่ากล่าวประการใด ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่าบัดนี้ทหารของโจหยินได้ยกกองทัพมาล้อมเมืองอิเหลงเอาไว้แล้ว
กำเหลงได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจ แต่ด้วยจิตใจที่กล้าหาญสมความเป็นนักรบฝีมือเอกแห่งแคว้นกังตั๋ง กำเหลงจึงตัดสินใจที่จะป้องกันรักษาเมืองอิเหลงเอาไว้ให้ได้ แต่หากจะตั้งรับอย่างโดดเดี่ยวก็เกรงว่าจะเสียทีจึงให้ม้าเร็วถือหนังสือรีบลอบเดินทางไปส่งข่าวให้จิวยี่ทราบ.
พอหน่วยลาดตระเวนของเล่าปี่ทราบข่าวว่ากองทัพหน้าของจิวยี่ยกไปตั้งประชิดเมืองลำกุ๋น และกองทัพหลวงของจิวยี่ได้เคลื่อนทัพยกไปหนุนกองทัพหน้าแล้ว จึงนำความไปรายงานให้เล่าปี่และขงเบ้งทราบทุกประการ
ครั้นเล่าปี่ปรึกษากับขงเบ้งแล้วจึงเคลื่อนทัพหมื่นเศษออกจากค่ายที่ตำบลปากน้ำอิวกั๋ง ให้เดินทัพตามทางลัด เลาะไปตามแนวป่าไม่ให้ฝ่ายจิวยี่และฝ่ายโจหยินทราบ ให้เก็บธงทิวไว้อย่างมิดชิด งดการตีม้าล่อฆ้องกลองและสัญญาณเสียงทุกชนิด กำหนดจุดหมายปลายทางที่ป่านอกเมืองลำกุ๋น และให้เดินทัพเฉพาะเวลากลางคืน ส่วนกลางวันให้ซ่อนตัวอยู่ในป่าตลอดการเดินทาง
ด้วยความชำนาญภูมิประเทศ กองทัพเล่าปี่จึงเดินทัพรุดหน้าไปอย่างราบรื่นตามแผนการทุกประการ ขงเบ้งได้กำชับบรรดาหน่วยลาดตระเวนให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการสอดแนมเป็นพิเศษ
ฝ่ายหน่วยลาดตระเวนของเมือลำกุ๋น เมื่อเห็นกองทัพหน้าของเมืองกังตั๋งยกมาตั้งประชิดเมืองจึงรายงานความทั้งปวงให้โจหยินทราบ โจหยินจึงเรียกประชุมบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงแล้วว่ากองทัพเมืองกังตั๋งยกมาครั้งนี้ข้ามทะเลมา เสบียงอาหารจึงจำกัด ดังนั้นถ้าฝ่ายเราตั้งรับอยู่ในเมือง อีกไม่นานกองทัพเมืองกังตั๋งหมดเสบียงแล้วคงจะเลิกทัพกลับไปเอง ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด
ตันเกียวผู้เป็นปลัดเมืองจึงว่าข้าศึกยกมาประชิดเมืองลำกุ๋นไว้ดังนี้ เมืองอิเหลงของเราจึงถูกกันไปอยู่แนวหลังของข้าศึก หากกองทัพเมืองกังตั๋งยกหนุนมาแล้วเข้าตีเมืองอิเหลงก็เท่ากับว่ากองทัพที่ยกมาประชิดเมืองเราได้สกัดไม่ให้ท่านยกทหารไปช่วยเมืองอิเหลง ดังนี้เมืองอิเหลงก็จะเสียทีแก่ข้าศึก เมื่อเสียเมืองอิเหลงแล้วข้าศึกก็จะยกมาล้อมโจมตีเมืองลำกุ๋น เห็นจะป้องกันรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ไม่ได้
งิวขิ้มนายทหารรองได้ฟังคำตันเกียวดังนั้นจึงกล่าวเสริมขึ้นว่ากองทัพเมืองหลวงเพิ่งเสียทีแก่กองทัพเมืองกังตั๋ง บัดนี้กองทัพเมืองกังตั๋งก็ยกมาประชิดเมืองเราอีก หากแม้นว่าจะตั้งมั่นอยู่แต่ในเมือง บรรดาทหารทั้งปวงก็จะเสียขวัญพากันระย่อท้อถอยว่าฝ่ายเราสิ้นไร้ซึ่งฝีมือไม่กล้าต่อสู้ด้วยทหารเมืองกังตั๋ง ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสายกทหารห้าร้อยออกไปโจมตีข้าศึกให้แตกไปจงได้
โจหยินได้ฟังนั้นก็มีความยินดี สั่งให้จัดทหารม้าห้าร้อยให้งิวขิ้มยกออกไปโจมตีกองทัพหน้าของเมืองกังตั๋ง
งิวขิ้มรับคำสั่งโจหยินแล้วคำนับลาออกมาจัดแจงทหารยกออกจากประตูเมืองยกออกไป เจียวขิมแม่ทัพหน้าของเมืองกังตั๋งเห็นทหารของโจหยินยกออกจากเมืองมาจึงสั่งให้เตงฮองคุมทหารออกไปรบด้วยงิวขิ้ม
ทั้งสองฝ่ายรบกันบนหลังม้าได้ห้าเพลง เตงฮองจึงแสร้งชักม้าหนีไปทางด้านหลัง งิวขิ้มสำคัญว่าเตงฮองสู้ไม่ได้แล้วคิดหลบหนีจึงขี่ม้าไล่ตามไป พองิวขิ้มขี่ม้าตามไกลออกไปจากกองทหารเตงฮองจึงชักม้ากลับเข้ามารบ และร้องให้ทหารเมืองกังตั๋งรีบเข้าล้อมจับตัวงิวขิ้มให้จงได้
ในขณะที่งิวขิ้มยกทหารออกไปนั้นโจหยินได้ขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนหอรบ ครั้นเห็นงิวขิ้มถูกทหารเมืองกังตั๋งเข้าล้อมไว้ จึงรีบแต่งตัวใส่เสื้อเกราะพาทหารสามร้อยยกออกไปช่วย
ฝ่ายชีเซ่งเห็นเตงฮองล้อมทหารรองของโจหยินไว้ก็มีความยินดี ครั้นเห็นโจหยินยกทหารจะเข้าไปช่วยงิวขิ้มจึงขี่ม้าพาทหารออกไปสกัดโจหยินไว้ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันได้สามสิบเพลง ชีเซ่งต้านทานกำลังของโจหยินไม่ได้จึงถูกโจหยินตีฝ่าเข้าไปแก้เอางิวขิ้มออกมาจากวงล้อมได้ แต่พอเหลียวกลับไปดูเห็นทหารของงิวขิ้มราวห้าสิบคนยังถูกทหารเมืองกังตั๋งล้อมอยู่ โจหยินและงิวขิ้มจึงชักมากลับตีฝ่าเข้าไปแก้ไขเอาทหารกว่าห้าสิบคนนั้นออกมาจากวงล้อม
เจียวขิมแม่ทัพหน้าของจิวยี่เห็นดังนั้นจึงสั่งให้ทหารเมืองกังตั๋งยกหนุนเข้าล้อม โจหยินและทหารทั้งปวงไว้ การต่อสู้จึงเกิดตะลุมบอนขึ้น
ฝ่ายโจชุนอยู่รักษาเมืองลำกุ๋นได้สังเกตการณ์อยู่บนหอรบ เห็นการศึกชุลมุนถึงขั้นตะลุมบอนดังนั้น จึงเกณฑ์ทหารในเมืองลำกุ๋นยกออกไปช่วยโจหยิน
ทหารของเมืองกังตั๋งและทหารของโจหยินกำลังรบพุ่งตะลุมบอนกันอยู่ พอโจชุนยกทหารตีกระหนาบเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง ทหารเมืองกังตั๋งก็ละล้าละลัง ระวังหน้าพะวงหลังเป็นพัลวัน กลายเป็นศึกกระหนาบที่ถูกตีกระหนาบหน้าหลังดังนี้ จึงถูกฝ่ายโจหยินฆ่าฟันบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก
เจียวขิม ชีเซ่งและเตงฮองเห็นข้าศึกหนุนเนื่องเข้ามาเหลือกำลังนักเกรงว่าจะเสียที จึงตีฝ่าวงล้อมพาทหารที่เหลือตายหนีไป แต่จะกลับเข้าค่ายก็ไม่ทันด้วยทหารของโจหยินยกตามตีไปอย่างกระชั้นชิด จึงจำต้องทิ้งค่ายหนีไปทางเมืองอิเหลง
โจหยินเห็นว่าทหารเมืองกังตั๋งถูกตามตีจนหนีไปไกลแล้วจึงให้ตีระฆังสัญญาณถอยทัพแล้วยกทหารกลับเข้าเมืองลำกุ๋น
ฝ่ายเจียวขิมพาทหารหนีย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิมสวนกับกองทัพหลวงของจิวยี่จึงรายงานการบพุ่งให้จิวยี่ทราบทุกประการ
จิวยี่ทราบว่าเจียวขิมปราชัยแก่กองทัพของโจหยินทำให้เสียฤกษ์ชัยก็โกรธ สั่งให้ประหารชีวิตเจียวขิมตามพระอัยการศึก บรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงเห็นดังนั้นจึงพากันขอชีวิตให้เจียวขิมเพราะเป็นนายทหารเก่าของเมืองกังตั๋งมีความชอบมาแต่ก่อนเป็นอันมาก จิวยี่ขัดคำร้องขอชีวิตของบรรดาแม่ทัพนายกองไม่ได้จึงยกโทษให้เจียวขิมแล้วยกทหารไปตั้งมั่นอยู่ใกล้เมืองลำกุ๋นระยะห่างร้อยเส้น
พอตั้งค่ายเสร็จกำเหลงทหารเอกเมืองกังตั๋งจึงเสนอแก่จิวยี่ว่ากองทัพเรายกมาตั้งค่ายใกล้เมืองลำกุ๋นในครั้งนี้ ด้านหน้าเป็นเมืองลำกุ๋นด้านหลังเป็นเมืองอิเหลง ซึ่งเมืองอิเหลงนั้นโจหยินได้ให้โจหองอยู่รักษาเมือง จึงเท่ากับกองทัพเราอยู่ในท่ามกลางศึกกระหนาบ หากโจหยินและโจหองยกตีกระหนาบมาก็จะเสียทีแก่ข้าศึก ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสาเอาทหารสามพันยกไปตั้งสกัดกองทัพมืองอิเหลงไว้ไม่ให้ยกล่วงมาทำอันตรายได้ หรือถ้าสถานการณ์เป็นใจข้าพเจ้าก็จะยกทหารเข้าตีเมืองอิเหลงจับโจหองให้จงได้
จิวยี่ได้ฟังแผนการณ์ความคิดของกำเหลงแล้วจึงจัดทหารให้กำเหลงสามพันยกไปตีเมืองอิเหลง กำเหลงรับคำสั่งแล้วจึงยกทหารไปตั้งค่ายประชิดเมืองอิเหลงไว้แต่วันนั้น
ยุทโธบายของจิวยี่ในการยกกองทัพมาตีเมืองลำกุ๋นโดยยกอ้อมเมืองอิเหลงแล้วตรงเข้าตีเมืองลำกุ๋นโดยทิ้งเมืองอิเหลงไว้ด้านหลังครั้งนี้มีจุดอ่อนดังที่กำเหลงได้เสนอทุกประการและทำให้เห็นว่าคำพูดของขงเบ้งเมื่อครั้งยั่วยุจิวยี่ว่าถนัดแต่การรบทางเรือไม่ถนัดการรบทางบกนั้นไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นจริง ในประการสำคัญคือการไม่กระจ่างแจ้งในภูมิประเทศ ตั้งท่าแต่จะยึดเมืองลำกุ๋นอย่างเดียวโดยมิได้คำนึงถึงความเชื่อมโยงของกำลังศึกที่เป็นสามเส้าอยู่ ทั้งมีจุดอ่อนทางการข่าวที่มิได้ระแคะระคายหรือระวังกองทัพเล่าปี่ที่กำลังเคลื่อนตรงมาที่เมืองลำกุ๋นพร้อมที่จะหยิบฉวยแย่งชิงชัยไปทุกเมื่อ การยุทธ์ครั้งสำคัญของจิวยี่ในครั้งนี้จึงต้องด้วยลักษณะปราชัยเพราะเท่ากับทำสงครามโดยไม่รู้เขา ไม่รู้ภูมิประเทศอันคับขัน มีลักษณะเป็นมรณะภูมิซึ่งยากยิ่งที่จะได้ชัยชนะ หรือแม้จะได้รับชัยชนะก็จะรักษาไว้ไม่ได้
ฝ่ายกองสอดแนมของโจหยินทราบว่าจิวยี่ให้กำเหลงคุมทหารสามพันยกไปตีเมือง อิเหลงจึงนำความไปรายงานให้โจหยินทราบ โจหยินจึงเรียกประชุมบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงแล้วปรึกษาว่าจะทำประการใด
ตันเกียวปลัดเมืองเจ้าความคิดจึงเสนอว่าอันเมืองอิเหลงนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองลำกุ๋น ข้าพเจ้าเคยบอกแก่ท่านว่าหากเสียเมืองอิเหลงแล้วก็ยากที่จะรักษาเมืองลำกุ๋นไว้ได้ จึงชอบที่ท่านจะได้จัดทหารยกไปช่วยโจหองป้องกันเมืองอิเหลงไว้ ตราบใดที่รักษาเมืองอิเหลงไว้ได้ข้าศึกก็จะห่วงหน้าพะวงหลังไม่สามารถทำการโดยสะดวกเราก็จะป้องกันเมืองลำกุ๋นเอาไว้ได้
โจหยินได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบจึงให้โจชุนกับงิวขิ้มคุมทหารสามพันยกไปช่วย โจหองป้องกันเมืองอิเหลง
โจชุนและงิวขิ้มรับคำสั่งแล้วคำนับลาโจหยินออกไปจัดแจงทหารตามคำสั่งแล้วยกทหารออกจากเมืองลำกุ๋นไปตามเส้นทางลัด พอยกไปถึงกลางทางงิวขิ้มจึงปรึกษาด้วย โจชุนว่าเรายกมาตามทางลัดครั้งนี้หวังมิให้กำเหลงรู้ตัว จะได้นัดแนะกับโจหองแล้วยกทหารตีกระหนาบกำเหลงพร้อมกันเห็นจะได้ชัยชนะโดยง่าย
โจชุนได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงใช้ทหารสื่อสารให้เดินทางล่วงหน้าแล้วลอบเข้าไปในเมืองอิเหลงแจ้งแก่โจหองว่าบัดนี้โจหยินได้ให้โจชุนและงิวขิ้มยกทหารมาช่วยให้ โจหองยกทหารออกตีกองทัพกำเหลงแล้วโจชุนและงิวขิ้มจะยกเข้าตีกระหนาบก็จะได้ชัยชนะเป็นแน่แท้
โจหองทราบความดังนั้นก็มีความยินดีสั่งให้จัดกองทัพยกออกไปที่หน้าค่ายของกำเหลง ฝ่ายกำเหลงเห็นทหารเมืองอิเหลงยกออกมาจึงคุมทหารออกจากค่าย ทหารของทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนเป็นแถวหน้ากระดานเหลือลานรบไว้ตรงกลางสำหรับแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายจะได้กระทำยุทธนาการแก่กัน
พอกำเหลงทหารเมืองกังตั๋งออกไปยืนม้าอยู่ข้างหน้าแถวทหาร โจหองทหารเมืองหลวงก็ชักม้าออกไปข้างหน้าแถวทหารบ้าง กลองศึกของทั้งสองฝ่ายดังกระหึ่มขึ้น ทั้งกำเหลงและโจหองต่างขับม้าปรี่เข้าหากันแล้วสู้รบกันบนหลังม้าเป็นสามารถ พอเพลงรบผ่านไปได้สิบห้าเพลงโจหองก็แสร้งทำทีว่าต้านทานกำลังกำเหลงไม่ได้จึงชักม้าหนีออกจากลานรบแล้วพาทหารหนีไปทางเมืองลำกุ๋น
กำเหลงเห็นได้ชัยชนะแก่โจหองแล้วจึงยกทหารเข้าไปในเมืองอิเหลง
ฝ่ายโจหองเมื่อพาทหารหนีออกจากลานรบแล้วได้สวนทางกับกองทัพของโจชุนที่ยกมาช่วย จึงปรึกษากันว่าโจหองยกกองทัพออกตีกำเหลงเร็วเกินไปไม่ทันที่กองทัพของโจชุนจะยกมาตีกระหนาบ แต่เมื่อกำเหลงเข้าไปในเมืองแล้วก็เหมือนเสือติดอยู่ในจั่น ปลาถูกขังอยูในข้อง เห็นจะจับกำเหลงได้โดยง่าย ปรึกษากันแล้วโจหอง โจชุน และงิวขิ้มจึงยกทหารเข้าล้อมเมืองอิเหลงไว้
ฝ่ายกำเหลงเมื่อยกทหารเข้าไปในเมืองอิเหลงสำคัญว่าได้ชัยชนะก็มีความยินดีนัก แต่พอหัวหน้าทหารพลาธิการเข้ามารายงานว่าในเมืองอิเหลงนี้มีเสบียงอาหารเหลืออยู่ไม่มากนักเพราะโจหองได้เคลื่อนย้ายคลังเสบียงไปไว้ที่เมืองลำกุ๋นตามคำสั่งของโจหยินตั้งแต่เมื่อครั้งที่โจโฉเพิ่งยึดหัวเมืองฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซีได้ใหม่ ๆ แล้วอาศัยเสบียงที่เมืองลำกุ๋นจะได้ลำเลียงมาส่งเป็นครั้งคราว จึงเห็นจะตั้งรับข้าศึกในมืองอิเหลงต่อไปไม่ได้
กำเหลงได้ฟังดังนั้นก็ตกใจแต่ยังไม่ทันที่จะว่ากล่าวประการใด ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่าบัดนี้ทหารของโจหยินได้ยกกองทัพมาล้อมเมืองอิเหลงเอาไว้แล้ว
กำเหลงได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจ แต่ด้วยจิตใจที่กล้าหาญสมความเป็นนักรบฝีมือเอกแห่งแคว้นกังตั๋ง กำเหลงจึงตัดสินใจที่จะป้องกันรักษาเมืองอิเหลงเอาไว้ให้ได้ แต่หากจะตั้งรับอย่างโดดเดี่ยวก็เกรงว่าจะเสียทีจึงให้ม้าเร็วถือหนังสือรีบลอบเดินทางไปส่งข่าวให้จิวยี่ทราบ.