ตอนที่ 281. ยุทธการยึดเกงจิ๋ว
ขงเบ้งดำเนินยุทโธบายต่อภายนอกผูกมิตรกับกังตั๋งรับมือกับโจโฉ ต่อภายในได้อาศัยสถานการณ์สงครามเซ็กเพ็กขจัดความกินแหนงแคลงใจและแรงมุมานะในใจของกวนอูที่มีมาแต่ก่อนเก่าจนสำเร็จ ทำให้กวนอูละพยศและนับถือศรัทธาขงเบ้งอย่างเดียวกันกับเล่าปี่และเตียวหุย
อุบายในการปล่อยโจโฉในครั้งนี้ทำให้สถานการณ์สามก๊กก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างชัดเจน โดยโจโฉยังคงครองอำนาจอยู่ในภาคเหนือ ซุนกวนครองอำนาจเป็นใหญ่ในภาคใต้ ในขณะที่เล่าปี่ยังคงมีทหารหมื่นกว่าคนครองอำนาจเหนือหัวเมืองเล็ก ๆ เพียงสองเมืองคือเมืองกังแฮและเมืองแฮเค้า แต่เมื่อแสนยานุภาพทางการทหารของโจโฉถูกทำลายลงในครั้งสำคัญในสงครามเซ็กเพ็กและโจโฉต้องหนีกลับไปภาคเหนือแล้ว เล่าปี่ก็สิ้นแรงกดดันจากการศึกข้างภาคเหนือ แต่ยังจำต้องระมัดระวังแรงกดดันและการคุกคามจากเมืองกังตั๋งซึ่งมีจิวยี่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ในภาคใต้ ในขณะเดียวกันจิวยี่ก็จะทำการกับเล่าปี่ไม่ถนัดนักเพราะกองทัพโจโฉในภาคใต้ที่โจหยินเป็นผู้บัญชาการก็ยังคงตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเกงจิ๋ว เมืองลำกุ๋น เมืองซงหยงและเมืองหับป๋า สถานการณ์จึงบังคับให้กังตั๋งและเล่าปี่จำเป็นที่จะต้องรักษาความเป็นพันธมิตรไว้ต่อไป ในขณะที่เล่าปี่ก็จำเป็นต้องช่วงชิงสถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์แก่การตั้งตัวตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ขั้นแรกที่ขงเบ้งกำหนดคือยึดเอาเมืองเกงจิ๋วไว้เป็นฐาน เพื่อเตรียมยึดเมืองเสฉวนเป็นที่ตั้งตัวตามแนวทางที่พระเจ้าฮั่นโกโจปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นได้ทรงกระทำเมื่อกว่าสี่ร้อยปีก่อน
แผนยุทธการยึดเกงจิ๋วซึ่งเป็นก้าวแรกของยุทธศาสตร์ได้เริ่มขึ้น ณ บัดนี้แล้ว!
กลวิธีปล่อยโจโฉนี้เหมาเจ๋อตงประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำมาใช้ในกรณีปัญหาความขัดแย้งในธิเบตหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งแม้ว่าธิเบตจะเป็นดินแดนของจีนมาแต่ก่อนในฐานะเขตปกครองตนเองในลักษณะเดียวกับเมืองเกงจิ๋ว และเมืองเสฉวน อันตำแหน่งดาไลลามะนั้นเป็นตำแหน่งทางการเมืองการปกครองของจีนในการปกครองธิเบต โดยที่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงของจีนได้พระราชทานให้แก่เจ้าเมืองธิเบต แต่วิสัยนักการเมืองที่คิดอ่านก่อตั้งอำนาจของตัวก็ยังมีอยู่ประจำตัวทุกผู้คน ดังนั้นเมื่อได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติจึงเกิดปัญหาแข็งข้อต่อรัฐบาลจีนจนเกิดการจลาจลขึ้น ในครั้งนั้นพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ทราบข้อมูลอย่างชัดเจนว่าหากดาไลลามะไม่สามารถแยกดินแดนและการปกครองธิเบตออกจากจีนได้สำเร็จแล้ว ดาไลลามะก็จะหนีเข้าไปในประเทศอินเดีย ซึ่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีนสามารถที่จะป้องกันและจับกุมดาไลลามะและบริวารได้โดยง่าย แต่เหมาเจ๋อตงเห็นว่าหากกำจัดดาไลลามะแล้วกลุ่มต่อต้านต่าง ๆ ก็จะแตกตัวยากที่จะติดตามกำจัดได้โดยง่าย และอาจเกิดความไม่สงบขึ้นในธิเบต แต่ถ้าปล่อยให้ดาไลลามะหนีออกจากประเทศจีนไปอยู่ในต่างประเทศแล้ว บรรดาสมุนบริวารก็จะติดตามดาไลลามะไปด้วย เปิดหนทางให้แก่การสร้างสันติภาพและการพัฒนาธิเบตตามระบอบการปกครองแผนใหม่ของจีน ซึ่งเป็นวิธีคิดและกลยุทธ์อย่างเดียวกันกับที่ขงเบ้งใช้ปฏิบัติกับโจโฉในครั้งสามก๊ก ตัวเหมาเจ๋อตงเองนั้นแม้มิได้ศึกษาจากต่างประเทศ แต่ก็เจนจบประวัติศาสตร์จีนชนิดที่หาตัวจับได้ยาก ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการสงครามของขงเบ้งจึงมีอิทธิพลต่อความคิดของเหมาเจ๋อตงเป็นอย่างมาก และว่ากันว่าการตัดสินใจของเหมาเจ๋อตงที่สั่งให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนปล่อยให้ดาไลลามะหนีไปโดยสะดวกในครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจโดยถือแบบอย่างกลยุทธ์ของขงเบ้งนั่นเอง
ฝ่ายจิวยี่ครั้นได้รับชัยชนะต่อกองทัพโจโฉแล้วได้ยกกองทัพกลับที่ตั้งแล้วให้ปูนบำเหน็จแก่ทหารทั้งปวงตามความชอบ และให้รวบรวมบรรดาเรือรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ สินศึกและเชลยศึกที่ยึดได้เอาไปส่งมอบแก่ซุนกวน ณ ปากน้ำเมืองกังตั๋ง
จากนั้นจิวยี่จึงปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าโจโฉปราชัยในครั้งนี้คงจะหนีกลับไปเมืองหลวง ทิ้งหัวเมืองฝ่ายใต้ให้นายทหารเอกดูแลแทน จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะยกกองทัพไปยึดเอาหัวเมืองเหล่านี้ ท่านทั้งปวงจะมีความเห็นเป็นประการใด
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบพร้อมกัน จิวยี่จึงว่าในบรรดาหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวงที่ขึ้นต่อเมืองหลวงนั้น เมืองลำกุ๋นเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ถ้าหากยึดไว้ได้แล้วก็จะเป็นฐานกำลังที่จะขยายตัวรุกเข้ายึดหัวเมืองอื่นได้โดยง่าย
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองเห็นชอบกับแผนการของจิวยี่ ดังนั้นจิวยี่จึงมีคำสั่งให้เคลื่อนทัพยกไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง ซึ่งเป็นแดนใกล้กับเมืองลำกุ๋น
ฝ่ายเล่าปี่และขงเบ้งครั้นยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋งแล้ว และทราบว่า จิวยี่ยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง เล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งว่าจิวยี่ยกกองทัพมาตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋งนี้ใกล้กับแดนเมืองลำกุ๋น ท่านจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด
ขงเบ้งจึงว่า จิวยี่ยกกองทัพมาครั้งนี้เพื่อเตรียมการเข้าตีเมืองลำกุ๋นดังที่ข้าพเจ้าได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ดังนั้นท่านจึงควรหยั่งท่าทีของจิวยี่สักครั้งหนึ่งก่อน
เล่าปี่จึงถามว่า จะหยั่งความคิดจิวยี่ประการใดหรือ
ขงเบ้งจึงว่า อันจิวยี่เป็นคนขี้ระแวงสงสัย ขอเพียงแต่ท่านให้ซุนเขียนนำข้าวของไปมอบแก่จิวยี่เป็นทีแสดงความยินดีที่จิวยี่ชนะศึกในครั้งนี้ จิวยี่ก็จะเผยท่าทีออกมาเอง
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบ สั่งให้ซุนเขียนจัดแจงข้าวของและเสบียงอาหารล่องเรือข้ามแม่น้ำไปที่กองทัพจิวยี่ที่ตำบลลิมกั๋ง
ฝ่ายจิวยี่ครั้นได้ทราบว่าเล่าปี่ให้ซุนเขียนนำข้าวของมากำนัลก็ยินดี ออกมาต้อนรับซุนเขียนถึงนอกค่าย ต่างถ้อยทีถ้อยคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วจิวยี่จึงเชิญซุนเขียนเข้าไปสนทนาที่ในค่าย แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงสุราแก่ซุนเขียน
ซุนเขียนได้กล่าวความสรรเสริญความคิดอ่านจิวยี่ที่สามารถทำลายล้างกองทัพโจโฉได้วายวอดสิ้นภายในคืนเดียว และได้สรรเสริญความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่างซุนกวนกับเล่าปี่เป็นอันมาก
จิวยี่ได้ฟังคำสรรเสริญก็หัวเราะร่วน กล่าวถ่อมตัวเป็นพิธี แล้วฝากซุนเขียนไปขอบคุณเล่าปี่ที่ได้ร่วมมือทำการศึกในครั้งนี้จนประสบชัยชนะ แล้วจิวยี่จึงถามว่าขณะนี้เล่าปี่และขงเบ้งยังคงอยู่ที่เมืองแฮเค้าหรือว่ากลับไปที่เมืองกังแฮแล้ว
ซุนเขียนได้ฟังดังนั้นก็ตอบไปโดยซื่อว่าเวลานี้เล่าปี่และขงเบ้งได้ยกทหารมาตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง
จิวยี่ได้ฟังคำซุนเขียนพอสิ้นเสียงคำว่าอิวกั๋งก็สะดุ้งขึ้นทั้งตัว แล้วข่มสติมั่นเป็นปกติ กล่าวกับซุนเขียนว่าวันนี้เป็นเวลาสมควรแล้ว ท่านจงรีบกลับไปก่อน ถ้าวันใดเรามีเวลาว่างก็จะไปเยี่ยมเล่าปี่เป็นการตอบแทน
ซุนเขียนได้ฟังเจ้าบ้านกล่าวดังนั้นก็รู้มารยาททางการทูต จึงรีบคำนับลาจิวยี่กลับไปหาเล่าปี่
ฝ่ายโลซกซึ่งได้นั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยให้รู้สึกประหลาดใจที่จิวยี่มีอาการสะดุ้งในขณะที่สนทนากับซุนเขียน แต่เก็บความสงสัยไว้ ครั้นเห็นซุนเขียนเดินกลับออกไปแล้ว จึงถามจิวยี่ว่าเมื่อสักครู่นี้พอซุนเขียนบอกว่าเล่าปี่ ขงเบ้ง ยกทหารไปตั้งที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง ข้าพเจ้าสังเกตเห็นท่านมีอาการสะดุ้งตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เป็นเพราะเหตุอันใด
จิวยี่จึงว่า “เราตกใจสะดุ้งขึ้นนั้นเพราะเหตุว่าเล่าปี่กับขงเบ้งจะชิงเอาเมืองลำกุ๋นเป็นมั่นคง ซึ่งเราทำการครั้งนี้ได้เสียเงินทองแลสิ่งของเป็นบำเหน็จแก่ทหารเป็นอันมาก อันเมืองลำกุ๋นนั้นเหมือนหนึ่งอยู่ในเงื้อมมือของเรา เมื่อเล่าปี่และขงเบ้งได้เมืองลำกุ๋นแล้ว เราก็จะมีความน้อยใจเห็นจะถึงแก่ความตาย เราจึงตกใจสะดุ้งขึ้นเพราะเหตุฉะนี้”
จิวยี่ได้เปิดเผยท่าทีอย่างชัดเจน แต่เป็นท่าทีที่มิได้เปิดเผยต่อซุนเขียนกลับเป็นการเปิดเผยต่อโลซก ซึ่งตรงกับที่ขงเบ้งได้คาดคะเนไว้ว่าเมื่อโจโฉเสียทีหนีกลับภาคเหนือแล้ว จิวยี่ก็จะยกมาตีหัวเมืองฝ่ายใต้ซึ่งประกอบด้วยเมืองลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋ว เมืองซงหยง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของหัวเมืองฝ่ายใต้ แต่จิวยี่นั้นได้ประเมินสถานการณ์ไปไกลถึงขนาดว่าถ้าหากเล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดได้เมืองลำกุ๋นแล้ว ตัวเองก็จะเสียใจอย่างรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต จึงสะดุ้งขึ้นทั้งตัว ท่าทีดังกล่าวนี้แม้เปิดเผยต่อโลซกแต่ใช่ว่าจะยุติลงเพียงแค่นั้น เพราะขงเบ้งย่อมคาดการณ์ได้ว่าวิสัยของจิวยี่เมื่อระแวงสงสัยแล้วก็จะแก้ไขความระแวงสงสัยนั้น ไม่อาจเก็บงำเอาไว้ได้อีกต่อไป
โลซกได้ฟังดังนั้นก็ผงกศีรษะเป็นทีเห็นด้วยกับความคิดของจิวยี่ และกล่าวว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะคิดอ่านวางแผนการประการใดจึงจะทำให้เล่าปี่และขงเบ้งเลิกทัพหรือถอยทหารออกไปไกลจากแดนเมืองลำกุ๋น
จิวยี่จึงว่า โจโฉแม้เสียทีแตกทัพกลับไปก็จริง แต่บรรดาแม่ทัพนายกองที่ตั้งมั่นอยู่ในหัวเมืองฝ่ายใต้ก็ใช่ว่าจะดูแคลนหรือมองข้ามไปได้เสียทีเดียว หากเราเปิดศึกกับเล่าปี่ ฝ่ายโจโฉก็จะถือโอกาสยกมาซ้ำเติม เราก็จะห่วงหน้าพะวงหลัง เห็นจะทำการขัดสน จึงชอบที่จะไปว่ากล่าวกับเล่าปี่ ขงเบ้ง แต่โดยดีเสียชั้นหนึ่งก่อน หากแม้นเล่าปี่ไม่ฟังขืนคิดจะแย่งชิงเมืองลำกุ๋นกับเราสืบไป จะได้คิดอ่านกำจัดเสียให้พ้นทางในภายหลัง
โลซกได้ฟังดังนั้นจึงว่า ความคิดของท่านดีแท้ จงรีบดำเนินการตามแผนการความคิดนี้เถิด ถ้าหากแม้นท่านจะไปหาเล่าปี่เมื่อใด ข้าพเจ้าก็ขออาสาติดตามท่านไปด้วยจะได้ช่วยกันเจรจาว่ากล่าวให้เล่าปี่เห็นผิดแลชอบ
จิวยี่จึงว่า การครั้งนี้จะรั้งรออยู่นั้นมิได้ วันพรุ่งนี้ตัวท่านกับข้าพเจ้าจงพร้อมกันไปหาเล่าปี่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง ให้ท่านไปรอข้าพเจ้าอยู่ที่ฐานทัพเรือแต่เพลาเช้า โลซกได้ฟังดังนั้นก็รับคำจิวยี่ แล้วคำนับลาจิวยี่กลับไปที่พัก
ครั้นรุ่งขึ้นจิวยี่จึงพาโลซกพร้อมทหารสามพันลงเรือรบยกเป็นขบวนข้ามอ่าวไปที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง
ฝ่ายซุนเขียนครั้นเดินทางกลับมาถึงกองทัพเล่าปี่ก็ได้เข้าไปรายงานความทั้งปวงให้เล่าปี่ทราบ แล้วว่าจิวยี่ได้ฝากมาบอกว่ามีเวลาว่างเมื่อใดก็จะมาเยี่ยมคารวะเล่าปี่ด้วยตนเอง
เล่าปี่ฟังรายงานแล้วจึงปรึกษาขงเบ้งว่าจิวยี่จะมาเยี่ยมคารวะข้าพเจ้าด้วยเหตุประการใด
ขงเบ้งจึงว่า อันจิวยี่มีน้ำใจทะนงองอาจ ไม่เคยนับถือศรัทธาท่านและข้าพเจ้า แม้การที่ท่านส่งมอบของกำนัลไปเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หามีเหตุที่จิวยี่จะต้องมาคารวะท่านด้วยตนเองไม่ จิวยี่มาครั้งนี้คงจะมาด้วยเรื่องเมืองลำกุ๋นเป็นแน่แท้ ข้าพเจ้าได้ประมาณสถานการณ์ว่าวิสัยจิวยี่นั้นเมื่อทราบว่าท่านยกมาตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋งนี้แล้วจะไม่อดรนทนรออยู่ได้ ภายในไม่เกินสามวันจิวยี่คงจะยกทหารมาหาท่านเป็นมั่นคง
ว่าแล้วขงเบ้งและเล่าปี่ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน แล้วเล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งต่อไปว่า หากจิวยี่ยกกองทัพมา ท่านเห็นว่าควรจะทำประการใด
ขงเบ้งเห็นความที่เล่าปี่ปรึกษาเป็นความเมืองเรื่องสำคัญที่สมควรจะเก็บงำเป็นความลับเอาไว้ก่อน จึงกระซิบที่ข้างหูเล่าปี่ให้พอได้ยินกันแต่สองคน เล่าปี่ฟังคำกระซิบของขงเบ้งแล้วก็ผงกศีรษะเป็นทีรับคำ
แล้วเล่าปี่จึงสั่งให้กองทัพเรือเตรียมพร้อมตั้งมั่นระวังภัยตลอดแนวปากน้ำ และสั่งว่าถ้าหากแม้นจิวยี่ยกมาเห็นเป็นการร้ายก็ให้ต่อสู้ป้องกันอย่าให้จิวยี่รุกเข้ามาทำอันตรายได้ แต่ถ้าจิวยี่มาดีก็ให้รีบรายงานให้เราทราบ
ครั้นวันรุ่งขึ้นเวลาเช้าเล่าปี่และขงเบ้งนั่งปรึกษาหารือข้อราชการกันตามปกติ ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า บัดนี้จิวยี่และโลซกยกกองทัพสามพันมาที่ปากน้ำ แต่ลักษณะเป็นการมาดี ด้วยจิวยี่ให้ทอดสมอเรือไว้แต่ภายนอก คงลงเรือเร็วพร้อมโลซกกับทหารสามสิบคนมาขึ้นฝั่ง และขณะนี้ทางฝ่ายทหารเรือกำลังต้อนรับจิวยี่อยู่
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้จูล่งคุมทหารห้าสิบคนออกไปรับจิวยี่ แล้วเชิญมาที่ค่าย
พอจูล่งนำจิวยี่ โลซก และทหารติดตามมาที่หน้าค่ายเล่าปี่ จิวยี่ได้สั่งให้ทหารที่ติดตามมานั้นรออยู่ที่ข้างนอก แล้วพาโลซกตามจูล่งเข้าไปในค่ายของเล่าปี่
เล่าปี่และขงเบ้งคอยทีอยู่ที่ในค่าย พอทราบว่าจิวยี่มาถึงจึงออกไปต้อนรับจิวยี่และโลซก ต่างฝ่ายต่างถ้อยทีคำนับกันตามธรรมเนียมแล้ว เล่าปี่จึงเชิญจิวยี่และโลซกเข้าไปสนทนากันที่กองบัญชาการทหาร.
อุบายในการปล่อยโจโฉในครั้งนี้ทำให้สถานการณ์สามก๊กก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างชัดเจน โดยโจโฉยังคงครองอำนาจอยู่ในภาคเหนือ ซุนกวนครองอำนาจเป็นใหญ่ในภาคใต้ ในขณะที่เล่าปี่ยังคงมีทหารหมื่นกว่าคนครองอำนาจเหนือหัวเมืองเล็ก ๆ เพียงสองเมืองคือเมืองกังแฮและเมืองแฮเค้า แต่เมื่อแสนยานุภาพทางการทหารของโจโฉถูกทำลายลงในครั้งสำคัญในสงครามเซ็กเพ็กและโจโฉต้องหนีกลับไปภาคเหนือแล้ว เล่าปี่ก็สิ้นแรงกดดันจากการศึกข้างภาคเหนือ แต่ยังจำต้องระมัดระวังแรงกดดันและการคุกคามจากเมืองกังตั๋งซึ่งมีจิวยี่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ในภาคใต้ ในขณะเดียวกันจิวยี่ก็จะทำการกับเล่าปี่ไม่ถนัดนักเพราะกองทัพโจโฉในภาคใต้ที่โจหยินเป็นผู้บัญชาการก็ยังคงตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเกงจิ๋ว เมืองลำกุ๋น เมืองซงหยงและเมืองหับป๋า สถานการณ์จึงบังคับให้กังตั๋งและเล่าปี่จำเป็นที่จะต้องรักษาความเป็นพันธมิตรไว้ต่อไป ในขณะที่เล่าปี่ก็จำเป็นต้องช่วงชิงสถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์แก่การตั้งตัวตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ขั้นแรกที่ขงเบ้งกำหนดคือยึดเอาเมืองเกงจิ๋วไว้เป็นฐาน เพื่อเตรียมยึดเมืองเสฉวนเป็นที่ตั้งตัวตามแนวทางที่พระเจ้าฮั่นโกโจปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นได้ทรงกระทำเมื่อกว่าสี่ร้อยปีก่อน
แผนยุทธการยึดเกงจิ๋วซึ่งเป็นก้าวแรกของยุทธศาสตร์ได้เริ่มขึ้น ณ บัดนี้แล้ว!
กลวิธีปล่อยโจโฉนี้เหมาเจ๋อตงประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำมาใช้ในกรณีปัญหาความขัดแย้งในธิเบตหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งแม้ว่าธิเบตจะเป็นดินแดนของจีนมาแต่ก่อนในฐานะเขตปกครองตนเองในลักษณะเดียวกับเมืองเกงจิ๋ว และเมืองเสฉวน อันตำแหน่งดาไลลามะนั้นเป็นตำแหน่งทางการเมืองการปกครองของจีนในการปกครองธิเบต โดยที่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิงของจีนได้พระราชทานให้แก่เจ้าเมืองธิเบต แต่วิสัยนักการเมืองที่คิดอ่านก่อตั้งอำนาจของตัวก็ยังมีอยู่ประจำตัวทุกผู้คน ดังนั้นเมื่อได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติจึงเกิดปัญหาแข็งข้อต่อรัฐบาลจีนจนเกิดการจลาจลขึ้น ในครั้งนั้นพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ทราบข้อมูลอย่างชัดเจนว่าหากดาไลลามะไม่สามารถแยกดินแดนและการปกครองธิเบตออกจากจีนได้สำเร็จแล้ว ดาไลลามะก็จะหนีเข้าไปในประเทศอินเดีย ซึ่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีนสามารถที่จะป้องกันและจับกุมดาไลลามะและบริวารได้โดยง่าย แต่เหมาเจ๋อตงเห็นว่าหากกำจัดดาไลลามะแล้วกลุ่มต่อต้านต่าง ๆ ก็จะแตกตัวยากที่จะติดตามกำจัดได้โดยง่าย และอาจเกิดความไม่สงบขึ้นในธิเบต แต่ถ้าปล่อยให้ดาไลลามะหนีออกจากประเทศจีนไปอยู่ในต่างประเทศแล้ว บรรดาสมุนบริวารก็จะติดตามดาไลลามะไปด้วย เปิดหนทางให้แก่การสร้างสันติภาพและการพัฒนาธิเบตตามระบอบการปกครองแผนใหม่ของจีน ซึ่งเป็นวิธีคิดและกลยุทธ์อย่างเดียวกันกับที่ขงเบ้งใช้ปฏิบัติกับโจโฉในครั้งสามก๊ก ตัวเหมาเจ๋อตงเองนั้นแม้มิได้ศึกษาจากต่างประเทศ แต่ก็เจนจบประวัติศาสตร์จีนชนิดที่หาตัวจับได้ยาก ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการสงครามของขงเบ้งจึงมีอิทธิพลต่อความคิดของเหมาเจ๋อตงเป็นอย่างมาก และว่ากันว่าการตัดสินใจของเหมาเจ๋อตงที่สั่งให้กองทัพปลดแอกประชาชนจีนปล่อยให้ดาไลลามะหนีไปโดยสะดวกในครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจโดยถือแบบอย่างกลยุทธ์ของขงเบ้งนั่นเอง
ฝ่ายจิวยี่ครั้นได้รับชัยชนะต่อกองทัพโจโฉแล้วได้ยกกองทัพกลับที่ตั้งแล้วให้ปูนบำเหน็จแก่ทหารทั้งปวงตามความชอบ และให้รวบรวมบรรดาเรือรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ สินศึกและเชลยศึกที่ยึดได้เอาไปส่งมอบแก่ซุนกวน ณ ปากน้ำเมืองกังตั๋ง
จากนั้นจิวยี่จึงปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงว่าโจโฉปราชัยในครั้งนี้คงจะหนีกลับไปเมืองหลวง ทิ้งหัวเมืองฝ่ายใต้ให้นายทหารเอกดูแลแทน จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะยกกองทัพไปยึดเอาหัวเมืองเหล่านี้ ท่านทั้งปวงจะมีความเห็นเป็นประการใด
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบพร้อมกัน จิวยี่จึงว่าในบรรดาหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวงที่ขึ้นต่อเมืองหลวงนั้น เมืองลำกุ๋นเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ถ้าหากยึดไว้ได้แล้วก็จะเป็นฐานกำลังที่จะขยายตัวรุกเข้ายึดหัวเมืองอื่นได้โดยง่าย
บรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองเห็นชอบกับแผนการของจิวยี่ ดังนั้นจิวยี่จึงมีคำสั่งให้เคลื่อนทัพยกไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง ซึ่งเป็นแดนใกล้กับเมืองลำกุ๋น
ฝ่ายเล่าปี่และขงเบ้งครั้นยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋งแล้ว และทราบว่า จิวยี่ยกกองทัพไปตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋ง เล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งว่าจิวยี่ยกกองทัพมาตั้งอยู่ที่ตำบลลิมกั๋งนี้ใกล้กับแดนเมืองลำกุ๋น ท่านจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด
ขงเบ้งจึงว่า จิวยี่ยกกองทัพมาครั้งนี้เพื่อเตรียมการเข้าตีเมืองลำกุ๋นดังที่ข้าพเจ้าได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ดังนั้นท่านจึงควรหยั่งท่าทีของจิวยี่สักครั้งหนึ่งก่อน
เล่าปี่จึงถามว่า จะหยั่งความคิดจิวยี่ประการใดหรือ
ขงเบ้งจึงว่า อันจิวยี่เป็นคนขี้ระแวงสงสัย ขอเพียงแต่ท่านให้ซุนเขียนนำข้าวของไปมอบแก่จิวยี่เป็นทีแสดงความยินดีที่จิวยี่ชนะศึกในครั้งนี้ จิวยี่ก็จะเผยท่าทีออกมาเอง
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบ สั่งให้ซุนเขียนจัดแจงข้าวของและเสบียงอาหารล่องเรือข้ามแม่น้ำไปที่กองทัพจิวยี่ที่ตำบลลิมกั๋ง
ฝ่ายจิวยี่ครั้นได้ทราบว่าเล่าปี่ให้ซุนเขียนนำข้าวของมากำนัลก็ยินดี ออกมาต้อนรับซุนเขียนถึงนอกค่าย ต่างถ้อยทีถ้อยคำนับกันตามธรรมเนียมแล้วจิวยี่จึงเชิญซุนเขียนเข้าไปสนทนาที่ในค่าย แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงสุราแก่ซุนเขียน
ซุนเขียนได้กล่าวความสรรเสริญความคิดอ่านจิวยี่ที่สามารถทำลายล้างกองทัพโจโฉได้วายวอดสิ้นภายในคืนเดียว และได้สรรเสริญความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่างซุนกวนกับเล่าปี่เป็นอันมาก
จิวยี่ได้ฟังคำสรรเสริญก็หัวเราะร่วน กล่าวถ่อมตัวเป็นพิธี แล้วฝากซุนเขียนไปขอบคุณเล่าปี่ที่ได้ร่วมมือทำการศึกในครั้งนี้จนประสบชัยชนะ แล้วจิวยี่จึงถามว่าขณะนี้เล่าปี่และขงเบ้งยังคงอยู่ที่เมืองแฮเค้าหรือว่ากลับไปที่เมืองกังแฮแล้ว
ซุนเขียนได้ฟังดังนั้นก็ตอบไปโดยซื่อว่าเวลานี้เล่าปี่และขงเบ้งได้ยกทหารมาตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง
จิวยี่ได้ฟังคำซุนเขียนพอสิ้นเสียงคำว่าอิวกั๋งก็สะดุ้งขึ้นทั้งตัว แล้วข่มสติมั่นเป็นปกติ กล่าวกับซุนเขียนว่าวันนี้เป็นเวลาสมควรแล้ว ท่านจงรีบกลับไปก่อน ถ้าวันใดเรามีเวลาว่างก็จะไปเยี่ยมเล่าปี่เป็นการตอบแทน
ซุนเขียนได้ฟังเจ้าบ้านกล่าวดังนั้นก็รู้มารยาททางการทูต จึงรีบคำนับลาจิวยี่กลับไปหาเล่าปี่
ฝ่ายโลซกซึ่งได้นั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยให้รู้สึกประหลาดใจที่จิวยี่มีอาการสะดุ้งในขณะที่สนทนากับซุนเขียน แต่เก็บความสงสัยไว้ ครั้นเห็นซุนเขียนเดินกลับออกไปแล้ว จึงถามจิวยี่ว่าเมื่อสักครู่นี้พอซุนเขียนบอกว่าเล่าปี่ ขงเบ้ง ยกทหารไปตั้งที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง ข้าพเจ้าสังเกตเห็นท่านมีอาการสะดุ้งตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เป็นเพราะเหตุอันใด
จิวยี่จึงว่า “เราตกใจสะดุ้งขึ้นนั้นเพราะเหตุว่าเล่าปี่กับขงเบ้งจะชิงเอาเมืองลำกุ๋นเป็นมั่นคง ซึ่งเราทำการครั้งนี้ได้เสียเงินทองแลสิ่งของเป็นบำเหน็จแก่ทหารเป็นอันมาก อันเมืองลำกุ๋นนั้นเหมือนหนึ่งอยู่ในเงื้อมมือของเรา เมื่อเล่าปี่และขงเบ้งได้เมืองลำกุ๋นแล้ว เราก็จะมีความน้อยใจเห็นจะถึงแก่ความตาย เราจึงตกใจสะดุ้งขึ้นเพราะเหตุฉะนี้”
จิวยี่ได้เปิดเผยท่าทีอย่างชัดเจน แต่เป็นท่าทีที่มิได้เปิดเผยต่อซุนเขียนกลับเป็นการเปิดเผยต่อโลซก ซึ่งตรงกับที่ขงเบ้งได้คาดคะเนไว้ว่าเมื่อโจโฉเสียทีหนีกลับภาคเหนือแล้ว จิวยี่ก็จะยกมาตีหัวเมืองฝ่ายใต้ซึ่งประกอบด้วยเมืองลำกุ๋น เมืองเกงจิ๋ว เมืองซงหยง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของหัวเมืองฝ่ายใต้ แต่จิวยี่นั้นได้ประเมินสถานการณ์ไปไกลถึงขนาดว่าถ้าหากเล่าปี่ ขงเบ้ง ยึดได้เมืองลำกุ๋นแล้ว ตัวเองก็จะเสียใจอย่างรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต จึงสะดุ้งขึ้นทั้งตัว ท่าทีดังกล่าวนี้แม้เปิดเผยต่อโลซกแต่ใช่ว่าจะยุติลงเพียงแค่นั้น เพราะขงเบ้งย่อมคาดการณ์ได้ว่าวิสัยของจิวยี่เมื่อระแวงสงสัยแล้วก็จะแก้ไขความระแวงสงสัยนั้น ไม่อาจเก็บงำเอาไว้ได้อีกต่อไป
โลซกได้ฟังดังนั้นก็ผงกศีรษะเป็นทีเห็นด้วยกับความคิดของจิวยี่ และกล่าวว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะคิดอ่านวางแผนการประการใดจึงจะทำให้เล่าปี่และขงเบ้งเลิกทัพหรือถอยทหารออกไปไกลจากแดนเมืองลำกุ๋น
จิวยี่จึงว่า โจโฉแม้เสียทีแตกทัพกลับไปก็จริง แต่บรรดาแม่ทัพนายกองที่ตั้งมั่นอยู่ในหัวเมืองฝ่ายใต้ก็ใช่ว่าจะดูแคลนหรือมองข้ามไปได้เสียทีเดียว หากเราเปิดศึกกับเล่าปี่ ฝ่ายโจโฉก็จะถือโอกาสยกมาซ้ำเติม เราก็จะห่วงหน้าพะวงหลัง เห็นจะทำการขัดสน จึงชอบที่จะไปว่ากล่าวกับเล่าปี่ ขงเบ้ง แต่โดยดีเสียชั้นหนึ่งก่อน หากแม้นเล่าปี่ไม่ฟังขืนคิดจะแย่งชิงเมืองลำกุ๋นกับเราสืบไป จะได้คิดอ่านกำจัดเสียให้พ้นทางในภายหลัง
โลซกได้ฟังดังนั้นจึงว่า ความคิดของท่านดีแท้ จงรีบดำเนินการตามแผนการความคิดนี้เถิด ถ้าหากแม้นท่านจะไปหาเล่าปี่เมื่อใด ข้าพเจ้าก็ขออาสาติดตามท่านไปด้วยจะได้ช่วยกันเจรจาว่ากล่าวให้เล่าปี่เห็นผิดแลชอบ
จิวยี่จึงว่า การครั้งนี้จะรั้งรออยู่นั้นมิได้ วันพรุ่งนี้ตัวท่านกับข้าพเจ้าจงพร้อมกันไปหาเล่าปี่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง ให้ท่านไปรอข้าพเจ้าอยู่ที่ฐานทัพเรือแต่เพลาเช้า โลซกได้ฟังดังนั้นก็รับคำจิวยี่ แล้วคำนับลาจิวยี่กลับไปที่พัก
ครั้นรุ่งขึ้นจิวยี่จึงพาโลซกพร้อมทหารสามพันลงเรือรบยกเป็นขบวนข้ามอ่าวไปที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋ง
ฝ่ายซุนเขียนครั้นเดินทางกลับมาถึงกองทัพเล่าปี่ก็ได้เข้าไปรายงานความทั้งปวงให้เล่าปี่ทราบ แล้วว่าจิวยี่ได้ฝากมาบอกว่ามีเวลาว่างเมื่อใดก็จะมาเยี่ยมคารวะเล่าปี่ด้วยตนเอง
เล่าปี่ฟังรายงานแล้วจึงปรึกษาขงเบ้งว่าจิวยี่จะมาเยี่ยมคารวะข้าพเจ้าด้วยเหตุประการใด
ขงเบ้งจึงว่า อันจิวยี่มีน้ำใจทะนงองอาจ ไม่เคยนับถือศรัทธาท่านและข้าพเจ้า แม้การที่ท่านส่งมอบของกำนัลไปเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หามีเหตุที่จิวยี่จะต้องมาคารวะท่านด้วยตนเองไม่ จิวยี่มาครั้งนี้คงจะมาด้วยเรื่องเมืองลำกุ๋นเป็นแน่แท้ ข้าพเจ้าได้ประมาณสถานการณ์ว่าวิสัยจิวยี่นั้นเมื่อทราบว่าท่านยกมาตั้งอยู่ที่ปากน้ำเมืองอิวกั๋งนี้แล้วจะไม่อดรนทนรออยู่ได้ ภายในไม่เกินสามวันจิวยี่คงจะยกทหารมาหาท่านเป็นมั่นคง
ว่าแล้วขงเบ้งและเล่าปี่ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน แล้วเล่าปี่จึงปรึกษาขงเบ้งต่อไปว่า หากจิวยี่ยกกองทัพมา ท่านเห็นว่าควรจะทำประการใด
ขงเบ้งเห็นความที่เล่าปี่ปรึกษาเป็นความเมืองเรื่องสำคัญที่สมควรจะเก็บงำเป็นความลับเอาไว้ก่อน จึงกระซิบที่ข้างหูเล่าปี่ให้พอได้ยินกันแต่สองคน เล่าปี่ฟังคำกระซิบของขงเบ้งแล้วก็ผงกศีรษะเป็นทีรับคำ
แล้วเล่าปี่จึงสั่งให้กองทัพเรือเตรียมพร้อมตั้งมั่นระวังภัยตลอดแนวปากน้ำ และสั่งว่าถ้าหากแม้นจิวยี่ยกมาเห็นเป็นการร้ายก็ให้ต่อสู้ป้องกันอย่าให้จิวยี่รุกเข้ามาทำอันตรายได้ แต่ถ้าจิวยี่มาดีก็ให้รีบรายงานให้เราทราบ
ครั้นวันรุ่งขึ้นเวลาเช้าเล่าปี่และขงเบ้งนั่งปรึกษาหารือข้อราชการกันตามปกติ ทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า บัดนี้จิวยี่และโลซกยกกองทัพสามพันมาที่ปากน้ำ แต่ลักษณะเป็นการมาดี ด้วยจิวยี่ให้ทอดสมอเรือไว้แต่ภายนอก คงลงเรือเร็วพร้อมโลซกกับทหารสามสิบคนมาขึ้นฝั่ง และขณะนี้ทางฝ่ายทหารเรือกำลังต้อนรับจิวยี่อยู่
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้จูล่งคุมทหารห้าสิบคนออกไปรับจิวยี่ แล้วเชิญมาที่ค่าย
พอจูล่งนำจิวยี่ โลซก และทหารติดตามมาที่หน้าค่ายเล่าปี่ จิวยี่ได้สั่งให้ทหารที่ติดตามมานั้นรออยู่ที่ข้างนอก แล้วพาโลซกตามจูล่งเข้าไปในค่ายของเล่าปี่
เล่าปี่และขงเบ้งคอยทีอยู่ที่ในค่าย พอทราบว่าจิวยี่มาถึงจึงออกไปต้อนรับจิวยี่และโลซก ต่างฝ่ายต่างถ้อยทีคำนับกันตามธรรมเนียมแล้ว เล่าปี่จึงเชิญจิวยี่และโลซกเข้าไปสนทนากันที่กองบัญชาการทหาร.