ตอนที่ 275. จิว-เหลียง ระดมพล
ขงเบ้งทำอุบายพิธีเรียกลมสลาตันพัดมาตามกำหนดแล้ว คาดหมายว่าจิวยี่จะต้องคิดสังหารเป็นแน่ จึงวางแผนสามชั้นหนีลงจากปะรำพิธีโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรือขัดขวาง แล้วลงเรือน้อยที่จูล่งมาทอดสมอคอยตามคำสั่งล่องข้ามอ่าวไปเมืองแฮเค้าโดยสวัสดี
ฝ่ายจิวยี่เมื่อเห็นลมสลาตันพัดมา ได้สั่งให้ชีเซ่ง เตงฮอง ติดตามจับตัวขงเบ้งแล้วจึงเรียกอุยกายเข้ามาสั่งการให้ทำหนังสือแจ้งไปยังโจโฉตั้งแต่เย็นวันนั้นว่า คืนนี้เวลาสองยามจะลอบพาเรือรบและเรือเสบียงหนีออกจากกองทัพเมืองกังตั๋งไปสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ ให้จัดทหารไว้คอยรับ และให้อุยกายเตรียมการไว้ให้พร้อมที่จะยกไปในทันทีที่มีคำสั่ง
อุยกายรับคำสั่งแล้วคำนับลาจิวยี่กลับออกไป
พออุยกายออกไปไม่ทันนาน ชีเซ่ง เตงฮอง ก็เข้าไปรายงานแก่จิวยี่ว่าขงเบ้งได้วางแผนหลบหนีออกจากปะรำพิธีโดยให้จูล่งเอาเรือมารับกลับไปเมืองแฮเค้า ครั้นไล่ตามไปก็ถูกจูล่งใช้เกาทัณฑ์ยิงสายชักใบจนขาด ตามไปมิได้
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจยิ่งนัก รำพึงขึ้นว่าขงเบ้งนี้มีสติปัญญาลึกซึ้งกว้างไกลยิ่งกว่าพระมหาสมุทร ขงเบ้งยังมีชีวิตอยู่ตราบใด เราหายใจไม่เป็นสุขเลย
โลซกได้ฟังดังนั้นจึงปลอบใจจิวยี่ว่า การข้างขงเบ้ง เล่าปี่ ยังเป็นเรื่องทีหลัง บัดนี้ลมสลาตันพัดมาแล้วชอบที่จะเผด็จศึกข้างโจโฉให้ได้รับชัยชนะก่อนแล้วจึงค่อยคิดอ่านจัดการกับขงเบ้งและเล่าปี่ต่อไป
จิวยี่ได้ฟังก็เห็นชอบ สั่งให้เรียกที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองมารับคำสั่งในทันที
จิวยี่จัดขบวนทัพทางบกชุดแรก โดยสั่งให้กำเหลงคุมทหารยกไปตามริมทะเลแล้วลงเรือยกพลขึ้นบกที่ตำบลฮัวหลิม ให้กำเหลงยกไปถึงที่หมายก่อนสองยามของคืนนี้ เมื่อเห็นแสงเพลิงลุกขึ้นที่ฐานทัพเซ็กเพ็กแล้วให้เข้าปล้นเผาคลังเสบียงของโจโฉที่ตำบลฮัวหลิมเสีย เมื่อได้ฤกษ์จะยกออกไปนั้นให้กำเหลงตัดศีรษะชัวต๋งเซ่นธงชัยเป็นสง่าของกองทัพเสียก่อน ส่วนชัวโฮให้กำเหลงจัดทหารคุมตัวมามอบที่กองบัญชาการทัพเรือเพื่อตัดศีรษะเซ่นธงชัยก่อนที่จะเคลื่อนกองทัพเรือไปทำการ
ให้ลิบองคุมทหารสามพันเป็นกองหนุนยกไปช่วยกำเหลง
ให้ไทสูจู้คุมทหารสามพันยกไปตามทางบก แล้วลงเรือยกพลขึ้นบกที่ตำบลหับป๋า ทำหน้าที่โจมตีสกัดกองทัพบกของโจโฉให้ขาดออกเป็นสองตอน อย่าให้หนุนเนื่องช่วยเหลือกันได้ และให้สังเกตแสงเพลิงไหม้ขึ้นทางกองทัพเรือของโจโฉเมื่อใดแล้วให้ลงมือทำการ ให้ใช้ธงแดงเป็นสำคัญ จากนั้นให้ยกทหารเข้าบรรจบทัพกับกำเหลง
เนื่องจากการเดินทัพทางบกไปลงเรือและยกพลขึ้นบกเป็นระยะทางไกลจิวยี่จึงสั่งให้ทั้งสามนายทหารรีบยกไปแต่เวลานั้น สามนายทหารรับคำสั่งแล้วคำนับลาจิวยี่ออกมาจัดแจงตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนทัพกำเหลงได้ให้ทหารคุมตัวชัวต๋งมาตัดศีรษะเซ่นธงชัย แล้วเคลื่อนทัพออกไปอย่างเงียบเชียบ
จากนั้นจิวยี่สั่งให้จัดกำลังทางบกชุดที่สอง โดยให้เล่งทองคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่ตำบลอิเหลง ให้สังเกตแสงเพลิงที่ตำบลฮัวหลิมไหม้ขึ้นเมื่อใดก็ให้ยกทหารเข้าโจมตีทหารของโจโฉ
ให้ตังสิดคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่ริมแม่น้ำอันฉวน ให้ใช้ธงขาวเป็นสัญญาณของกองทัพ ให้ถือสัญญาณเพลิงไหม้ที่ตำบลฮัวหลิม แล้วยกเข้าตีค่ายทหารของโจโฉ
ให้พัวเจี้ยงคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่แดนเมือง ฮันหยง ให้ใช้ธงขาวเป็นสัญญาณเช่นเดียวกับกองทัพของตังสิด ทำหน้าที่เป็นกองหนุนของตังสิด
สามนายทหารที่ยกกำลังไปตามเส้นทางบกชุดที่สองรับคำสั่งจิวยี่แล้วคำนับลาจิวยี่ออกไปจัดการตามคำสั่งในทันที
การข้างกองทัพเรือนั้น จิวยี่สั่งให้จัดกองทัพเรือเป็นสี่ขบวน ให้ฮันต๋ง จิวท่าย เจียวขิมและตันบูเป็นแม่ทัพคุมเรือแต่ละขบวน โดยให้นายทหารทั้งสี่ลงประจำเรือธงของแต่ละขบวน ให้จัดทหารมีฝีมือดีประจำเรือธงของแต่ละลำ แต่ละขบวนนั้นให้ประกอบด้วยเรือรบสามร้อยลำ รวมเป็นเรือรบทั้งสิ้นหนึ่งพันสองร้อยลำให้ยกตามหลังอุยกายไป เมื่ออุยกายจุดเรือเพลิงเข้าโจมตีกองทัพเรือของโจโฉแล้วให้กองทัพเรือทั้งสี่ขบวนรุกเข้าโจมตีพร้อมกัน ทำลายกองทัพเรือของโจโฉเสียให้สิ้น
แล้วให้โลซกกับงำเต๊กอยู่รักษาฐานทัพเรือ รองแม่ทัพเทียเภานั่งสังเกตการจัดกระบวนทัพของจิวยี่ ทั้งฝ่ายทัพบกและฝ่ายทัพเรือเข้มงวดกวดขันเป็นระเบียบ มีลักษณะรุกรบหนักหน่วงก็นึกยำเกรงและสรรเสริญจิวยี่เป็นอันมาก
ในขณะที่จิวยี่บัญชาการจัดกระบวนทัพบกทัพเรืออยู่นั้นทหารรักษาการณ์ได้นำหนังสือของซุนกวนที่มีมาถึงจิวยี่เข้ามาให้ จิวยี่รับมาอ่านดูแล้วทราบความว่าซุนกวนได้ให้ลกซุนเป็นกองทัพหน้า ตัวซุนกวนเป็นกองทัพหลวง ยกมาตั้งอยู่ที่ตำบลอุยเต้คอยสนับสนุนกองทัพเมืองกังตั๋งพร้อมอยู่แล้ว จิวยี่ทราบความดังนั้นก็มีความยินดี จึงสั่งให้ทหารฝ่ายสัญญาณนำเอาประทัดแพยาวสามวาขึ้นไปเตรียมการอยู่ที่ยอดเขาลำปินสาน ให้กองทัพเรือทุกหน่วยทุกกองคอยฟังสัญญาณ แล้วให้ยกไปทำการพร้อมกัน
ฝ่ายอุยกายเมื่อลากลับออกมาจากศาลาบัญชาการทหารแล้วรีบเขียนหนังสือถึงโจโฉว่า “ข้าพเจ้าอุยกายได้ท่วงทีแล้ว ด้วยจิวยี่ใช้ให้ข้าพเจ้าไปรับเรือเสบียง ณ เมืองฮวนหยง ข้าพเจ้าจะตัดเอาศีรษะนายเรือซึ่งกุมเสบียง แลเรือลำเลียงมาเป็นกำนัลมหาอุปราชในเวลาสองยามวันนี้ ให้มหาอุปราชคอยรับด้วย” แล้วให้คนสนิทลงเรือเร็วข้ามอ่าวไปส่งแก่โจโฉแต่เวลานั้น
ทางฝ่ายเล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลแฮเค้า คอยท่าการกลับมาของขงเบ้งอยู่ตั้งแต่วันแรมสี่ค่ำ ครั้นถึงวันแรมห้าค่ำเวลาเย็น เห็นลมสลาตันพัดมาก็สั่งให้กองทัพบก กองทัพเรือเตรียมพร้อมเพื่อคอยฟังคำสั่งของขงเบ้ง
ในขณะที่เล่าปี่จัดแจงกองทัพอยู่นั้นเล่ากี๋ได้ยกกองทัพเรือมาสมทบ พอมาถึงเมือง แฮเค้าก็ขึ้นไปพบเล่าปี่ที่ค่ายบัญชาการ สองอาหลานคำนับปฏิสันถารกันตามธรรมเนียมแล้ว เล่ากี๋ไม่เห็นขงเบ้งจึงถามว่าขงเบ้งยังไม่กลับมาอีกหรือ
เล่าปี่จึงว่าเราให้จูล่งเอาเรือไปคอยรับขงเบ้งแล้วแต่ถึงเวลานี้ยังไม่กลับมา จะมีเหตุประการใดยังไม่แจ้ง สองอาหลานจึงชวนกันสนทนาดื่มน้ำชาคอยทีอยู่
พอทหารลาดตระเวนเข้ามารายงานเล่าปี่ว่าบัดนี้จูล่งพาขงเบ้งมาถึงท่าเรือแล้ว เล่าปี่และเล่ากี๋ก็มีความยินดี รีบลงไปที่ท่าเรือต้อนรับขงเบ้ง
ขงเบ้งคำนับเล่าปี่ตามธรรมเนียมแล้วจึงรับคำนับเล่ากี๋ในฐานะอาจารย์ผู้ใหญ่ และ เล่าปี่จึงถามว่าท่านไปเมืองกังตั๋งครั้งนี้ได้ทำการประการใดบ้าง
ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าเพิ่งถามความทั้งนี้เลย การด่วนบัดนี้คือใคร่ขอทราบว่าบรรดาการทั้งปวงที่ให้จัดแจงเตรียมไว้นั้นได้จัดแจงไว้พร้อมที่จะทำการแล้วหรือหาไม่
เล่าปี่พยักหน้าแล้วตอบว่าข้าพเจ้าได้จัดแจงกองทัพบก กองทัพเรือ ไว้พร้อมสรรพตามที่ท่านได้บอกไว้แล้ว บัดนี้รอฟังคำสั่งของท่านอยู่
แล้วเล่าปี่จึงพาขงเบ้งไปที่ค่ายบัญชาการ แล้วเรียกประชุมบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงในทันที
เมื่อบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาพร้อมกันแล้ว ขงเบ้งจึงจัดแจงกองทัพเตรียมที่จะยกไปซ้ำเติมโจโฉ
ขงเบ้งให้จูล่งคุมทหารสามพันรีบยกข้ามแม่น้ำแฮเค้าอ้อมไปทางด้านตำบลฮัวหลิม ให้จูล่งคุมทหารซุ่มไว้ที่ในป่า และบอกว่าเวลายามสามวันนี้กองทัพโจโฉจะแตกไปทางตำบลฮัวหลิม ให้จูล่ง “คุมทหารออกโจมตีเข้าตัดกลางทัพ ถึงทหารโจโฉจะไม่เสียสิ้นก็จะตายลงบ้างสักกึ่งหนึ่ง ก็คงจะได้ม้าแลอาวุธเป็นอันมาก”
จูล่งได้ฟังดังนั้นจึงถามว่าที่ตำบลฮัวหลิมนั้นมีเส้นทางแยกเป็นสองทาง ทางหนึ่งไปเมืองลำกุ๋น อีกทางหนึ่งไปเมืองเกงจิ๋ว ไม่แน่ใจว่าโจโฉจะหนีมาตามเส้นทางใด
ขงเบ้งจึงว่าเส้นทางเมืองลำกุ๋นนั้นระยะทางใกล้กับกองทัพของจิวยี่ ทางฝ่ายทหารของจิวยี่คงจะยกมาโจมตีและติดตาม ดังนั้นให้ท่านยกไปซุ่มในเส้นทางที่จะไปเมืองเกงจิ๋ว เห็นทีโจโฉจะแตกไปตามเส้นทางนี้
ขงเบ้งสั่งให้เตียวหุยคุมทหารสามพันยกไปซุ่มอยู่ ณ เนินเขาปากทางเข้าตำบลโฮโลก๊ก แล้วว่า “เวลาพรุ่งนี้ฝนจะตก ครั้นฝนเหือดโจโฉมาถึงตำบลนั้น จะหยุดอยู่ให้ทหารหุงข้าวกิน แต่พอท่านเห็นควันเพลิงก็ให้เร่งทหารออกโจมตีอย่าให้ทันหุงข้าวสุก ถึงมาตรว่าจะจับโจโฉไม่ได้ ท่านก็จะมีความชอบด้วยได้ฆ่าฟันทหารโจโฉเสีย”
ขงเบ้งสั่งให้บิต๊ก บิฮอง และเล่าฮองคุมกองทัพเรือเมืองแฮเค้า แล่นลาดตระเวนตามชายทะเล คอยจับทหารโจโฉซึ่งแตกทัพและเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพโจโฉให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แล้วขงเบ้งจึงว่า ยังมีอีกตำบลหนึ่งซึ่งเป็นทางที่โจโฉอาจแตกหนีไปได้ แม้ว่าความเป็นไปได้จะน้อยกว่าเส้นทางที่มอบหมายจูล่งและเตียวหุยไปทำการแต่จะละเลยเสียนั้นมิได้ จึงให้เล่ากี๋คุมกองทัพเรือของเมืองกังแฮยกไปตั้งอยู่ที่ตำบลฮูเชียง แล้วสั่งว่าถ้าจับพลัดจับผลูโจโฉแตกหนีมาทางนี้ก็ให้พยายามจับตัวโจโฉให้จงได้ ทั้งการไปตั้งอยู่ที่ตำบลนี้จะมีฐานะกุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สามารถป้องกันเมืองกังแฮมิให้กองทัพจิวยี่และกองทัพโจโฉเข้ายึดเอาได้
จากนั้นขงเบ้งจึงแจ้งแก่เล่าปี่ให้คุมทหารจำนวนพันคนยกขึ้นไปคอยอยู่ที่เนินเขาใกล้กับค่ายบัญชาการของเล่าปี่เพื่อคอยสังเกตการณ์ว่าค่ำวันนี้จิวยี่จะทำการผลาญกองทัพโจโฉให้วายวอดไปได้หรือไม่
จูล่ง เตียวหุย บิต๊ก บิฮอง เล่าฮอง และเล่ากี๋รับคำสั่งขงเบ้งแล้วคำนับลาออกไปจัดแจงทหารแล้วยกไปแต่เพลานั้น
กวนอูเห็นขงเบ้งจัดแจงกองทัพมอบหมายหน้าที่แก่แม่ทัพนายกองทั้งปวงครบทั่วทุกตัวคนแล้ว แต่กลับไม่มอบภาระหน้าที่ใดให้ก็นึกน้อยใจขงเบ้งว่าไฉนจึงมองข้ามความสำคัญของตน จึงเข้าไปทักท้วงกับขงเบ้งว่าข้าพเจ้าได้ทำการอยู่กับเล่าปี่มาตั้งแต่เริ่มตั้งตัว ถึงบัดนี้เป็นเวลาช้านานแล้ว ทั้งยังสาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นตายกับเล่าปี่ หลายปีมานี้การงานสิ่งใดหนักก็ดี เบาก็ดี เล่าปี่วางใจใช้สอยข้าพเจ้าให้ไปทำการก่อนเพื่อนโดยไม่เคยคลางแคลง
แล้วว่าการศึกครั้งนี้ท่านมอบหมายคนทั้งปวงไปทำการแต่กลับทอดทิ้งข้าพเจ้าเสมือนหนึ่งไร้แล้วซึ่งความวางใจ ท่านมีเหตุผลประการใดหรือ
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเป็นทีว่าใช่ แล้วว่ายังมีที่สำคัญอยู่อีกแห่งหนึ่งคือที่ตำบลฮัวหยง เวลาวันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงโจโฉจะแตกไปถึงตำบลนั้น แต่เกรงว่าหากให้ท่านไปทำการแล้วจะไม่สำเร็จ มีความสงสัยอยู่ดังนี้จึงมิได้มอบหมายงานแก่ท่าน
กวนอูได้ฟังดังนั้นจึงว่า ท่านระแวงแคลงใจข้าพเจ้าด้วยเรื่องใด
ขงเบ้งจึงว่า เหตุอันควรที่ข้าพเจ้าแคลงใจท่านย่อมมีอยู่ ด้วยแต่ก่อนนี้ท่านเคยไปอยู่ด้วยโจโฉ และโจโฉได้ทำนุบำรุงเลี้ยงดูท่านเป็นอันมาก ข้าพเจ้ารู้จักน้ำใจท่านเป็นอย่างดีว่ามีความสำนึกกตัญญูรู้คุณคน หากใช้ท่านไปทำการ พบโจโฉแล้วท่านคงปล่อยโจโฉไปไม่ฆ่าเสีย การของเล่าปี่นายเราก็จะเสียไป ข้าพเจ้าแคลงใจอยู่ดังนี้จึงมิได้ใช้ท่าน อย่าได้น้อยใจเลย
กวนอูได้ฟังคำขงเบ้งก็สิ้นความน้อยใจแล้วกล่าวว่า “อันสติปัญญาของท่านนี้ลึกซึ้งหลักแหลมนัก ซึ่งโจโฉเลี้ยงดูข้าพเจ้านั้นก็ได้อาสาฆ่างันเหลียง บุนทิว แทนคุณโจโฉแล้ว แม้จะให้ข้าพเจ้าไปครั้งนี้ ถ้าพบโจโฉแล้วข้าพเจ้ามิได้ตัดศีรษะโจโฉมาให้ท่าน ก็ให้ท่านตัดศีรษะข้าพเจ้าแทนเถิด แต่ข้าพเจ้าเกรงอยู่ว่าถ้าโจโฉจะไม่หนีไปทางฮัวหยงอันเป็นทางลัด ฝ่ายท่านจะว่าประการใดเล่า”
ขงเบ้งและกวนอูมีความกินแหนงแคลงใจกันมาตั้งแต่ต้น น้ำใจกวนอูแม้ละพยศแล้วก็ยังมีทิฐิมานะประจำอยู่ในใจ ดังนั้นการอาสาไปทำการครั้งนี้จึงให้สัญญาว่าหากไม่ได้ศีรษะโจโฉก็ยอมเอาศีรษะตัวมอบแก่ขงเบ้งแทน แต่แรงทิฐิมานะนั้นยังมากอยู่จึงกล้าท้าทายขงเบ้งว่าหากแม้นไปแล้วไม่พบโจโฉขงเบ้งจะว่าประการใด
ขงเบ้งตระหนักน้ำใจกวนอูเป็นอย่างดี เห็นเป็นทีที่จะทำให้กวนอูละพยศแลทิฐิมานะสิ้นเชิงจึงรับคำท้าว่า “แม้ท่านยกไปไม่พบโจโฉทางนั้นก็ให้เร่งกลับมาเถิด เราจะตัดศีรษะเรานี้ให้แทนโจโฉ”
ว่าแล้วสั่งกวนอูให้คุมทหารห้าร้อยยกไปตั้งสกัดอยู่ทางตำบลฮัวหยง โดยต่างฝ่ายต่างรับคำท้าซึ่งกันและกันต่อหน้าเล่าปี่.
ฝ่ายจิวยี่เมื่อเห็นลมสลาตันพัดมา ได้สั่งให้ชีเซ่ง เตงฮอง ติดตามจับตัวขงเบ้งแล้วจึงเรียกอุยกายเข้ามาสั่งการให้ทำหนังสือแจ้งไปยังโจโฉตั้งแต่เย็นวันนั้นว่า คืนนี้เวลาสองยามจะลอบพาเรือรบและเรือเสบียงหนีออกจากกองทัพเมืองกังตั๋งไปสวามิภักดิ์ด้วยโจโฉ ให้จัดทหารไว้คอยรับ และให้อุยกายเตรียมการไว้ให้พร้อมที่จะยกไปในทันทีที่มีคำสั่ง
อุยกายรับคำสั่งแล้วคำนับลาจิวยี่กลับออกไป
พออุยกายออกไปไม่ทันนาน ชีเซ่ง เตงฮอง ก็เข้าไปรายงานแก่จิวยี่ว่าขงเบ้งได้วางแผนหลบหนีออกจากปะรำพิธีโดยให้จูล่งเอาเรือมารับกลับไปเมืองแฮเค้า ครั้นไล่ตามไปก็ถูกจูล่งใช้เกาทัณฑ์ยิงสายชักใบจนขาด ตามไปมิได้
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจยิ่งนัก รำพึงขึ้นว่าขงเบ้งนี้มีสติปัญญาลึกซึ้งกว้างไกลยิ่งกว่าพระมหาสมุทร ขงเบ้งยังมีชีวิตอยู่ตราบใด เราหายใจไม่เป็นสุขเลย
โลซกได้ฟังดังนั้นจึงปลอบใจจิวยี่ว่า การข้างขงเบ้ง เล่าปี่ ยังเป็นเรื่องทีหลัง บัดนี้ลมสลาตันพัดมาแล้วชอบที่จะเผด็จศึกข้างโจโฉให้ได้รับชัยชนะก่อนแล้วจึงค่อยคิดอ่านจัดการกับขงเบ้งและเล่าปี่ต่อไป
จิวยี่ได้ฟังก็เห็นชอบ สั่งให้เรียกที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองมารับคำสั่งในทันที
จิวยี่จัดขบวนทัพทางบกชุดแรก โดยสั่งให้กำเหลงคุมทหารยกไปตามริมทะเลแล้วลงเรือยกพลขึ้นบกที่ตำบลฮัวหลิม ให้กำเหลงยกไปถึงที่หมายก่อนสองยามของคืนนี้ เมื่อเห็นแสงเพลิงลุกขึ้นที่ฐานทัพเซ็กเพ็กแล้วให้เข้าปล้นเผาคลังเสบียงของโจโฉที่ตำบลฮัวหลิมเสีย เมื่อได้ฤกษ์จะยกออกไปนั้นให้กำเหลงตัดศีรษะชัวต๋งเซ่นธงชัยเป็นสง่าของกองทัพเสียก่อน ส่วนชัวโฮให้กำเหลงจัดทหารคุมตัวมามอบที่กองบัญชาการทัพเรือเพื่อตัดศีรษะเซ่นธงชัยก่อนที่จะเคลื่อนกองทัพเรือไปทำการ
ให้ลิบองคุมทหารสามพันเป็นกองหนุนยกไปช่วยกำเหลง
ให้ไทสูจู้คุมทหารสามพันยกไปตามทางบก แล้วลงเรือยกพลขึ้นบกที่ตำบลหับป๋า ทำหน้าที่โจมตีสกัดกองทัพบกของโจโฉให้ขาดออกเป็นสองตอน อย่าให้หนุนเนื่องช่วยเหลือกันได้ และให้สังเกตแสงเพลิงไหม้ขึ้นทางกองทัพเรือของโจโฉเมื่อใดแล้วให้ลงมือทำการ ให้ใช้ธงแดงเป็นสำคัญ จากนั้นให้ยกทหารเข้าบรรจบทัพกับกำเหลง
เนื่องจากการเดินทัพทางบกไปลงเรือและยกพลขึ้นบกเป็นระยะทางไกลจิวยี่จึงสั่งให้ทั้งสามนายทหารรีบยกไปแต่เวลานั้น สามนายทหารรับคำสั่งแล้วคำนับลาจิวยี่ออกมาจัดแจงตามคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนทัพกำเหลงได้ให้ทหารคุมตัวชัวต๋งมาตัดศีรษะเซ่นธงชัย แล้วเคลื่อนทัพออกไปอย่างเงียบเชียบ
จากนั้นจิวยี่สั่งให้จัดกำลังทางบกชุดที่สอง โดยให้เล่งทองคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่ตำบลอิเหลง ให้สังเกตแสงเพลิงที่ตำบลฮัวหลิมไหม้ขึ้นเมื่อใดก็ให้ยกทหารเข้าโจมตีทหารของโจโฉ
ให้ตังสิดคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่ริมแม่น้ำอันฉวน ให้ใช้ธงขาวเป็นสัญญาณของกองทัพ ให้ถือสัญญาณเพลิงไหม้ที่ตำบลฮัวหลิม แล้วยกเข้าตีค่ายทหารของโจโฉ
ให้พัวเจี้ยงคุมทหารสามพันยกไปตามทางบก ลงเรือแล้วยกพลขึ้นบกที่แดนเมือง ฮันหยง ให้ใช้ธงขาวเป็นสัญญาณเช่นเดียวกับกองทัพของตังสิด ทำหน้าที่เป็นกองหนุนของตังสิด
สามนายทหารที่ยกกำลังไปตามเส้นทางบกชุดที่สองรับคำสั่งจิวยี่แล้วคำนับลาจิวยี่ออกไปจัดการตามคำสั่งในทันที
การข้างกองทัพเรือนั้น จิวยี่สั่งให้จัดกองทัพเรือเป็นสี่ขบวน ให้ฮันต๋ง จิวท่าย เจียวขิมและตันบูเป็นแม่ทัพคุมเรือแต่ละขบวน โดยให้นายทหารทั้งสี่ลงประจำเรือธงของแต่ละขบวน ให้จัดทหารมีฝีมือดีประจำเรือธงของแต่ละลำ แต่ละขบวนนั้นให้ประกอบด้วยเรือรบสามร้อยลำ รวมเป็นเรือรบทั้งสิ้นหนึ่งพันสองร้อยลำให้ยกตามหลังอุยกายไป เมื่ออุยกายจุดเรือเพลิงเข้าโจมตีกองทัพเรือของโจโฉแล้วให้กองทัพเรือทั้งสี่ขบวนรุกเข้าโจมตีพร้อมกัน ทำลายกองทัพเรือของโจโฉเสียให้สิ้น
แล้วให้โลซกกับงำเต๊กอยู่รักษาฐานทัพเรือ รองแม่ทัพเทียเภานั่งสังเกตการจัดกระบวนทัพของจิวยี่ ทั้งฝ่ายทัพบกและฝ่ายทัพเรือเข้มงวดกวดขันเป็นระเบียบ มีลักษณะรุกรบหนักหน่วงก็นึกยำเกรงและสรรเสริญจิวยี่เป็นอันมาก
ในขณะที่จิวยี่บัญชาการจัดกระบวนทัพบกทัพเรืออยู่นั้นทหารรักษาการณ์ได้นำหนังสือของซุนกวนที่มีมาถึงจิวยี่เข้ามาให้ จิวยี่รับมาอ่านดูแล้วทราบความว่าซุนกวนได้ให้ลกซุนเป็นกองทัพหน้า ตัวซุนกวนเป็นกองทัพหลวง ยกมาตั้งอยู่ที่ตำบลอุยเต้คอยสนับสนุนกองทัพเมืองกังตั๋งพร้อมอยู่แล้ว จิวยี่ทราบความดังนั้นก็มีความยินดี จึงสั่งให้ทหารฝ่ายสัญญาณนำเอาประทัดแพยาวสามวาขึ้นไปเตรียมการอยู่ที่ยอดเขาลำปินสาน ให้กองทัพเรือทุกหน่วยทุกกองคอยฟังสัญญาณ แล้วให้ยกไปทำการพร้อมกัน
ฝ่ายอุยกายเมื่อลากลับออกมาจากศาลาบัญชาการทหารแล้วรีบเขียนหนังสือถึงโจโฉว่า “ข้าพเจ้าอุยกายได้ท่วงทีแล้ว ด้วยจิวยี่ใช้ให้ข้าพเจ้าไปรับเรือเสบียง ณ เมืองฮวนหยง ข้าพเจ้าจะตัดเอาศีรษะนายเรือซึ่งกุมเสบียง แลเรือลำเลียงมาเป็นกำนัลมหาอุปราชในเวลาสองยามวันนี้ ให้มหาอุปราชคอยรับด้วย” แล้วให้คนสนิทลงเรือเร็วข้ามอ่าวไปส่งแก่โจโฉแต่เวลานั้น
ทางฝ่ายเล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลแฮเค้า คอยท่าการกลับมาของขงเบ้งอยู่ตั้งแต่วันแรมสี่ค่ำ ครั้นถึงวันแรมห้าค่ำเวลาเย็น เห็นลมสลาตันพัดมาก็สั่งให้กองทัพบก กองทัพเรือเตรียมพร้อมเพื่อคอยฟังคำสั่งของขงเบ้ง
ในขณะที่เล่าปี่จัดแจงกองทัพอยู่นั้นเล่ากี๋ได้ยกกองทัพเรือมาสมทบ พอมาถึงเมือง แฮเค้าก็ขึ้นไปพบเล่าปี่ที่ค่ายบัญชาการ สองอาหลานคำนับปฏิสันถารกันตามธรรมเนียมแล้ว เล่ากี๋ไม่เห็นขงเบ้งจึงถามว่าขงเบ้งยังไม่กลับมาอีกหรือ
เล่าปี่จึงว่าเราให้จูล่งเอาเรือไปคอยรับขงเบ้งแล้วแต่ถึงเวลานี้ยังไม่กลับมา จะมีเหตุประการใดยังไม่แจ้ง สองอาหลานจึงชวนกันสนทนาดื่มน้ำชาคอยทีอยู่
พอทหารลาดตระเวนเข้ามารายงานเล่าปี่ว่าบัดนี้จูล่งพาขงเบ้งมาถึงท่าเรือแล้ว เล่าปี่และเล่ากี๋ก็มีความยินดี รีบลงไปที่ท่าเรือต้อนรับขงเบ้ง
ขงเบ้งคำนับเล่าปี่ตามธรรมเนียมแล้วจึงรับคำนับเล่ากี๋ในฐานะอาจารย์ผู้ใหญ่ และ เล่าปี่จึงถามว่าท่านไปเมืองกังตั๋งครั้งนี้ได้ทำการประการใดบ้าง
ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าเพิ่งถามความทั้งนี้เลย การด่วนบัดนี้คือใคร่ขอทราบว่าบรรดาการทั้งปวงที่ให้จัดแจงเตรียมไว้นั้นได้จัดแจงไว้พร้อมที่จะทำการแล้วหรือหาไม่
เล่าปี่พยักหน้าแล้วตอบว่าข้าพเจ้าได้จัดแจงกองทัพบก กองทัพเรือ ไว้พร้อมสรรพตามที่ท่านได้บอกไว้แล้ว บัดนี้รอฟังคำสั่งของท่านอยู่
แล้วเล่าปี่จึงพาขงเบ้งไปที่ค่ายบัญชาการ แล้วเรียกประชุมบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงในทันที
เมื่อบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงมาพร้อมกันแล้ว ขงเบ้งจึงจัดแจงกองทัพเตรียมที่จะยกไปซ้ำเติมโจโฉ
ขงเบ้งให้จูล่งคุมทหารสามพันรีบยกข้ามแม่น้ำแฮเค้าอ้อมไปทางด้านตำบลฮัวหลิม ให้จูล่งคุมทหารซุ่มไว้ที่ในป่า และบอกว่าเวลายามสามวันนี้กองทัพโจโฉจะแตกไปทางตำบลฮัวหลิม ให้จูล่ง “คุมทหารออกโจมตีเข้าตัดกลางทัพ ถึงทหารโจโฉจะไม่เสียสิ้นก็จะตายลงบ้างสักกึ่งหนึ่ง ก็คงจะได้ม้าแลอาวุธเป็นอันมาก”
จูล่งได้ฟังดังนั้นจึงถามว่าที่ตำบลฮัวหลิมนั้นมีเส้นทางแยกเป็นสองทาง ทางหนึ่งไปเมืองลำกุ๋น อีกทางหนึ่งไปเมืองเกงจิ๋ว ไม่แน่ใจว่าโจโฉจะหนีมาตามเส้นทางใด
ขงเบ้งจึงว่าเส้นทางเมืองลำกุ๋นนั้นระยะทางใกล้กับกองทัพของจิวยี่ ทางฝ่ายทหารของจิวยี่คงจะยกมาโจมตีและติดตาม ดังนั้นให้ท่านยกไปซุ่มในเส้นทางที่จะไปเมืองเกงจิ๋ว เห็นทีโจโฉจะแตกไปตามเส้นทางนี้
ขงเบ้งสั่งให้เตียวหุยคุมทหารสามพันยกไปซุ่มอยู่ ณ เนินเขาปากทางเข้าตำบลโฮโลก๊ก แล้วว่า “เวลาพรุ่งนี้ฝนจะตก ครั้นฝนเหือดโจโฉมาถึงตำบลนั้น จะหยุดอยู่ให้ทหารหุงข้าวกิน แต่พอท่านเห็นควันเพลิงก็ให้เร่งทหารออกโจมตีอย่าให้ทันหุงข้าวสุก ถึงมาตรว่าจะจับโจโฉไม่ได้ ท่านก็จะมีความชอบด้วยได้ฆ่าฟันทหารโจโฉเสีย”
ขงเบ้งสั่งให้บิต๊ก บิฮอง และเล่าฮองคุมกองทัพเรือเมืองแฮเค้า แล่นลาดตระเวนตามชายทะเล คอยจับทหารโจโฉซึ่งแตกทัพและเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพโจโฉให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แล้วขงเบ้งจึงว่า ยังมีอีกตำบลหนึ่งซึ่งเป็นทางที่โจโฉอาจแตกหนีไปได้ แม้ว่าความเป็นไปได้จะน้อยกว่าเส้นทางที่มอบหมายจูล่งและเตียวหุยไปทำการแต่จะละเลยเสียนั้นมิได้ จึงให้เล่ากี๋คุมกองทัพเรือของเมืองกังแฮยกไปตั้งอยู่ที่ตำบลฮูเชียง แล้วสั่งว่าถ้าจับพลัดจับผลูโจโฉแตกหนีมาทางนี้ก็ให้พยายามจับตัวโจโฉให้จงได้ ทั้งการไปตั้งอยู่ที่ตำบลนี้จะมีฐานะกุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สามารถป้องกันเมืองกังแฮมิให้กองทัพจิวยี่และกองทัพโจโฉเข้ายึดเอาได้
จากนั้นขงเบ้งจึงแจ้งแก่เล่าปี่ให้คุมทหารจำนวนพันคนยกขึ้นไปคอยอยู่ที่เนินเขาใกล้กับค่ายบัญชาการของเล่าปี่เพื่อคอยสังเกตการณ์ว่าค่ำวันนี้จิวยี่จะทำการผลาญกองทัพโจโฉให้วายวอดไปได้หรือไม่
จูล่ง เตียวหุย บิต๊ก บิฮอง เล่าฮอง และเล่ากี๋รับคำสั่งขงเบ้งแล้วคำนับลาออกไปจัดแจงทหารแล้วยกไปแต่เพลานั้น
กวนอูเห็นขงเบ้งจัดแจงกองทัพมอบหมายหน้าที่แก่แม่ทัพนายกองทั้งปวงครบทั่วทุกตัวคนแล้ว แต่กลับไม่มอบภาระหน้าที่ใดให้ก็นึกน้อยใจขงเบ้งว่าไฉนจึงมองข้ามความสำคัญของตน จึงเข้าไปทักท้วงกับขงเบ้งว่าข้าพเจ้าได้ทำการอยู่กับเล่าปี่มาตั้งแต่เริ่มตั้งตัว ถึงบัดนี้เป็นเวลาช้านานแล้ว ทั้งยังสาบานเป็นพี่น้องร่วมเป็นตายกับเล่าปี่ หลายปีมานี้การงานสิ่งใดหนักก็ดี เบาก็ดี เล่าปี่วางใจใช้สอยข้าพเจ้าให้ไปทำการก่อนเพื่อนโดยไม่เคยคลางแคลง
แล้วว่าการศึกครั้งนี้ท่านมอบหมายคนทั้งปวงไปทำการแต่กลับทอดทิ้งข้าพเจ้าเสมือนหนึ่งไร้แล้วซึ่งความวางใจ ท่านมีเหตุผลประการใดหรือ
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเป็นทีว่าใช่ แล้วว่ายังมีที่สำคัญอยู่อีกแห่งหนึ่งคือที่ตำบลฮัวหยง เวลาวันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงโจโฉจะแตกไปถึงตำบลนั้น แต่เกรงว่าหากให้ท่านไปทำการแล้วจะไม่สำเร็จ มีความสงสัยอยู่ดังนี้จึงมิได้มอบหมายงานแก่ท่าน
กวนอูได้ฟังดังนั้นจึงว่า ท่านระแวงแคลงใจข้าพเจ้าด้วยเรื่องใด
ขงเบ้งจึงว่า เหตุอันควรที่ข้าพเจ้าแคลงใจท่านย่อมมีอยู่ ด้วยแต่ก่อนนี้ท่านเคยไปอยู่ด้วยโจโฉ และโจโฉได้ทำนุบำรุงเลี้ยงดูท่านเป็นอันมาก ข้าพเจ้ารู้จักน้ำใจท่านเป็นอย่างดีว่ามีความสำนึกกตัญญูรู้คุณคน หากใช้ท่านไปทำการ พบโจโฉแล้วท่านคงปล่อยโจโฉไปไม่ฆ่าเสีย การของเล่าปี่นายเราก็จะเสียไป ข้าพเจ้าแคลงใจอยู่ดังนี้จึงมิได้ใช้ท่าน อย่าได้น้อยใจเลย
กวนอูได้ฟังคำขงเบ้งก็สิ้นความน้อยใจแล้วกล่าวว่า “อันสติปัญญาของท่านนี้ลึกซึ้งหลักแหลมนัก ซึ่งโจโฉเลี้ยงดูข้าพเจ้านั้นก็ได้อาสาฆ่างันเหลียง บุนทิว แทนคุณโจโฉแล้ว แม้จะให้ข้าพเจ้าไปครั้งนี้ ถ้าพบโจโฉแล้วข้าพเจ้ามิได้ตัดศีรษะโจโฉมาให้ท่าน ก็ให้ท่านตัดศีรษะข้าพเจ้าแทนเถิด แต่ข้าพเจ้าเกรงอยู่ว่าถ้าโจโฉจะไม่หนีไปทางฮัวหยงอันเป็นทางลัด ฝ่ายท่านจะว่าประการใดเล่า”
ขงเบ้งและกวนอูมีความกินแหนงแคลงใจกันมาตั้งแต่ต้น น้ำใจกวนอูแม้ละพยศแล้วก็ยังมีทิฐิมานะประจำอยู่ในใจ ดังนั้นการอาสาไปทำการครั้งนี้จึงให้สัญญาว่าหากไม่ได้ศีรษะโจโฉก็ยอมเอาศีรษะตัวมอบแก่ขงเบ้งแทน แต่แรงทิฐิมานะนั้นยังมากอยู่จึงกล้าท้าทายขงเบ้งว่าหากแม้นไปแล้วไม่พบโจโฉขงเบ้งจะว่าประการใด
ขงเบ้งตระหนักน้ำใจกวนอูเป็นอย่างดี เห็นเป็นทีที่จะทำให้กวนอูละพยศแลทิฐิมานะสิ้นเชิงจึงรับคำท้าว่า “แม้ท่านยกไปไม่พบโจโฉทางนั้นก็ให้เร่งกลับมาเถิด เราจะตัดศีรษะเรานี้ให้แทนโจโฉ”
ว่าแล้วสั่งกวนอูให้คุมทหารห้าร้อยยกไปตั้งสกัดอยู่ทางตำบลฮัวหยง โดยต่างฝ่ายต่างรับคำท้าซึ่งกันและกันต่อหน้าเล่าปี่.