ตอนที่ 262. วางกลจารชนซ้อน

 โจโฉตั้งทัพมหึมาอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี แต่ไม่รู้ข้อมูลข่าวสารทางการทหารของกองทัพจิวยี่ว่ามากแลน้อย หรือคิดอ่านการศึกประการใด ดังนั้นกองทัพโจโฉแม้จะใหญ่โตสักเพียงไหน จึงคล้ายกับเป็นกองทัพที่ตาบอดและหูหนวก ไม่อาจรุกคืบไปข้างหน้าได้

            ดังนั้นเมื่อโจโฉได้ฟังข้อเสนอของซุนฮิวที่ให้ส่งจารชนเข้าไปทำจารกรรมในกองทัพของจิวยี่เพื่อทราบข้อมูลข่าวสารการทหาร และความตื้นลึกหนาบางในการสงคราม จึงชอบใจนัก ยกย่องความคิดของซุนฮิวครั้งนี้ว่า มีความหลักแหลมตรงกับใจของโจโฉเอง

            โจโฉได้ขอให้ซุนฮิวพิจารณาตัวบุคคลในกองทัพว่าผู้ใดมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะไปเป็นจารชน

            ซุนฮิวจึงว่าอันการคัดสรรจารชนนั้น จะต้องแยบยลมิให้เป็นที่หวาดระแวงแก่ข้าศึกสถานหนึ่ง จะต้องมีประสิทธิผลต่อการทำสงครามอีกสถานหนึ่ง ข้าพเจ้าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าในกองทัพของเราบัดนี้ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมีอยู่เพียงสองคน คือชัวต๋งและชัวโฮ ซึ่งเป็นน้องของชัวมอ

            โจโฉจ้องมองหน้าซุนฮิวเป็นทีให้ขยายความเกี่ยวกับชัวต๋งและชัวโฮ ซุนฮิวเห็นอากัปกิริยาของโจโฉก็รู้ทีจึงกล่าวสืบไปว่า ชัวต๋งและชัวโฮเดิมเป็นนายทหารของเมืองเกงจิ๋วเช่นเดียวกับชัวมอ เมื่อชัวมอสวามิภักดิ์ต่อท่านแล้ว น้องทั้งสองของชัวมอก็ได้เข้ารับราชการอยู่ในกองทัพของเราด้วย ขณะนี้มีตำแหน่งเป็นนายทหาร การที่ชัวมอถูกท่านประหาร คนทั้งปวงย่อมเห็นว่าบรรดาผู้คนในตระกูล “ชัว” ย่อมผูกอาฆาตพยาบาทต่อท่าน แล้วคิดล้างแค้นให้แก่ชัวมอ จึงเป็นเหตุแยบยลที่จิวยี่จะไม่ระแวงสงสัยในการที่ชัวต๋งและชัวโฮจะไปเป็นจารชนในครั้งนี้ ทั้งชัวต๋งและชัวโฮก็เป็นคนมีไหวพริบเฉลียวฉลาด มีพื้นเพเดิมอยู่แถบลุ่มน้ำแยงซี มีความคุ้นเคยภูมิประเทศและรู้จักผู้คนในย่านนี้เป็นอันดี ย่อมมีประสิทธิผลที่จะทำให้ภารกิจจารชนประสบความสำเร็จดังปรารถนา

            โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่า เหตุผลทั้งปวงอันท่านว่ามาดังนี้ก็ชอบอยู่ แต่ว่าสองคนนี้จะไม่มีน้ำใจอาฆาตพยาบาทที่เราสังหารชัวมอแล้วคิดล้างแค้นเอากับเราละหรือ

            ซุนฮิวจึงว่า เป็นวิสัยคนที่ย่อมมีความโกรธต่อผู้ที่ลงโทษประหารพี่น้องตัว แต่จะโกรธถึงขนาดคิดล้างแค้นหรือไม่คำนึงถึงประโยชน์ตนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันชัวต๋ง ชัวโฮ มีความเฉลียวฉลาดก็จริงแต่ก็เป็นคนละโมบในทรัพย์และยศศักดิ์ ดังนั้นหากท่านเชิญทั้งสองคนมาว่ากล่าวเอาใจและให้บำเหน็จถึงขนาดแล้ว สองคนนี้ก็พร้อมที่จะทำการตามที่มอบหมาย และยิ่งกว่านั้นญาติพี่น้องบุตรภรรยาก็ยังอยู่เมืองเกงจิ๋ว จะปรารมภ์ไปไยว่าจะคิดอ่านทรยศหักหลัง

            โจโฉได้ฟังก็กระจ่างในความคิดของซุนฮิว แล้วว่าค่ำวันนี้ปลอดคนแล้วเราจะเรียกสองคนนี้มาว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมให้ทำการตามความคิดของท่าน ซุนฮิวเห็นดังนั้นจึงคำนับลาโจโฉ

            โจโฉเป็นผู้เจนจบพิชัยสงครามคนหนึ่ง และเห็นความจำเป็นในการช่วงใช้จารชนไปทำการ ซึ่งคัมภีร์พิชัยสงครามได้ระบุว่า “ครั้นต้องมารบติดพันอยู่หลายปีเพื่อชิงชัยชนะในวันหนึ่ง ถ้ามัวแต่หวงแหนเหนียวแน่นการใช้จ่ายเงินหลวงโดยไม่ช่วงใช้จารชนซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถล่วงรู้ความนัยของข้าศึกเสียเลยนั้น นับว่าขาดการุณยธรรมต่อไพร่ฟ้าประชากรอย่างยิ่ง อันมิใช่วิสัยขุนพล มิใช่ผู้แบ่งเบาภารกิจของท่านประมุข มิใช่ราชาผู้พิชิตโลก”

            พอค่ำลงปลอดคนดีแล้ว โจโฉจึงให้ทหารคนสนิทไปเชิญชัวต๋งและชัวโฮมาที่ค่ายพัก กำชับทหารคนสนิทให้ดำเนินการเป็นความลับ อย่าได้เอาผู้คนติดตามไป ให้เอาไปได้ก็แต่เฉพาะทหารอารักขาสองคนเท่านั้น ทหารคนสนิทของโจโฉได้เชิญชัวต๋งและชัวโฮมาถึงค่ายพักของโจโฉเป็นเวลาเกือบใกล้ยามสอง

            ชัวต๋งและชัวโฮทราบว่าอัครมหาเสนบดีเชิญให้ไปพบในยามดึกก็ตกใจ เพราะชัวมอผู้พี่เพิ่งถูกประหารไปโดยที่ความผิดยังไม่กระจ่าง จึงหวั่นว่าจะถูกกลั่นแกล้งลงโทษเอาผิดเหมือนชัวมอผู้พี่ แต่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง จำใจต้องตามนายทหารคนสนิทเข้าไปพบโจโฉถึงที่ข้างใน

            พอโจโฉเห็นชัวต๋งและชัวโฮเข้ามาพบก็ยิ้มแย้มแจ่มใส โอภาปราศรัยทักทายเป็นอันดีประหนึ่งญาติสนิท ชัวต๋งและชัวโฮคำนับโจโฉตามธรรมเนียมแล้วคุกเข่านิ่งอยู่ จะตอบคำก็แต่เฉพาะถ้อยคำที่โจโฉถามเท่านั้น

            โจโฉเห็นดังนั้นจึงว่า “ท่านจงตั้งใจทำราชการด้วยเราโดยสุจริต อย่าคิดเจ็บแค้นว่าเราฆ่าพี่ท่านเสีย บัดนี้เราจะจัดแจงทหารให้ท่านทำเป็นหนีเราไปอยู่ด้วยจิวยี่ แม้จิวยี่จะคิดกลศึกประการใด ท่านจงบอกความลับมาให้เรารู้ด้วย ถ้าการสำเร็จแล้วเราจะเลี้ยงให้ถึงขนาด”

            โจโฉได้เจรจาว่ากล่าวหว่านล้อมชัวต๋งและชัวโฮเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นจารชนไปอยู่ในกองทัพของเมืองกังตั๋ง โดยยกเอายศศักดิ์และวาสนาในภายหน้าขึ้นว่ากล่าว สองพี่น้องแซ่ “ชัว” ได้ฟังคำโจโฉก็มีน้ำใจยินดี ลืมความพยาบาทที่ชัวมอผู้พี่ถูกโจโฉประหารไปสิ้น แล้วกล่าวกับโจโฉว่าข้าพเจ้าทั้งสองขอรับอาสาท่านอัครมหาเสนาบดีไปทำการให้สำเร็จดังประสงค์ สร้างความชอบไว้ในแผ่นดินสืบไป อันผู้คนในดินแดนย่านนี้แม้ภูมิประเทศทั้งปวงข้าพเจ้าของพี่น้องก็รู้จักเป็นอันมาก ท่านอย่าได้ระแวงแคลงใจข้าพเจ้าทั้งสองเลย เพราะแม้ข้าพเจ้าทั้งสองจะไปทำการในกองทัพของเมืองกังตั๋งแล้ว แต่บุตรภรรยาครอบครัวก็ยังอยู่ในเงื้อมมือท่าน “แม้ข้าพเจ้าคิดทำการเป็นสองใจ ก็ให้ฆ่าบุตรภรรยาข้าพเจ้าเสียเถิด ข้าพเจ้าจะขอตั้งใจอาสาไปทำการเอาศีรษะจิวยี่กับขงเบ้งมาให้ท่านจงได้”

            โจโฉได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี มีคำสั่งเลื่อนขั้นและเลื่อนตำแหน่งให้กับชัวต๋งและชัวโฮ แล้วบำเหน็จเงินทอง เสื้อผ้าแก่สองพี่น้องเป็นอันมาก แล้วจึงว่าให้ท่านไปจัดทหารเมืองเกงจิ๋วที่เคยอยู่ด้วยท่านมาแต่ก่อนไปด้วยกับท่านจะได้ช่วยเหลือทำการตามกำลัง แล้วให้จัดแจงเรือทำทีเป็นหนีไปแต่คืนนี้

            ชัวต๋งและชัวโฮได้ฟังดังนั้นก็รับคำ แล้วกลับออกไปประสานงานกับฝ่ายกำลังพล จัดทหารเมืองเกงจิ๋วได้ห้าร้อยนายและพาไปลงเรือ ทำทีเป็นหนีออกจากฐานทัพที่ชายทะเลตั้งแต่ก่อนยามสามคืนนั้น

            ชัวต๋งและชัวโฮคุมเรือและทหารเมืองเกงจิ๋วห้าร้อยล่องข้ามทะเลลงฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซี แล้วลอบขึ้นฝั่งที่เขตแดนใกล้ปากน้ำเมืองสำกั๋ง ครั้นพบทหารลาดตระเวนของจิวยี่ก็ยอมให้จับกุมแต่โดยดี และขอให้นำความไปรายงานแก่จิวยี่ว่าเป็นทหารหนีข้ามมาจากกองทัพของโจโฉ จะมาขอสวามิภักดิ์ด้วยจิวยี่

            ในตอนสายวันนั้นจิวยี่เรียกประชุมบรรดาแม่ทัพนายกองเพื่อประชุมวางแผนในการทำสงครามกับโจโฉ ในขณะที่กำลังปรึกษากันอยู่นั้นทหารรักษาการณ์ได้เข้ามารายงานว่า ได้จับกุมทหารกว่าห้าร้อยนายซึ่งหนีทัพมาจากกองทัพของโจโฉ คนเหล่านั้นอ้างว่าจะมาขอสวามิภักดิ์อยู่กับเมืองกังตั๋ง

            จิวยี่ได้ซักถามว่าพวกทหารที่หนีทัพมานี้มีผู้ใดเป็นหัวหน้า หรือว่าต่างคนต่างหนีโดยไม่มีหัวหน้า ทหารรักษาการณ์ได้รายงานว่า บรรดาผู้คนเหล่านี้มีชัวต๋งและชัวโฮซึ่งเป็นนายทหารของโจโฉ และเป็นน้องของชัวมออดีตแม่ทัพเรือของโจโฉซึ่งเพิ่งถูกประหาร มีความแค้นเคืองพยาบาท จึงมุ่งหน้ามาสวามิภักดิ์

            จิวยี่ได้สอบถามต่อไปว่า มีบุตรภรรยาและครอบครัวติดตามมาด้วยหรือไม่ ทหารรักษาการณ์ได้รายงานสืบไปว่ามิได้มีครอบครัวบุตรภรรยาติดตามมาด้วย

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สั่งทหารรักษาการณ์ให้ไปเชิญชัวต๋งและชัวโฮเข้ามาพบ ส่วนทหารห้าร้อยนายที่ตามมาด้วยนั้นให้รออยู่ภายนอกเพื่อฟังคำสั่งในการจัดสังกัดใหม่ต่อไป

            ชัวต๋ง ชัวโฮ เมื่อรับทราบจากทหารรักษาการณ์ว่าจิวยี่ยินดีต้อนรับและเชิญเข้าไปพบก็ดีใจ เดินตามทหารรักษาการณ์เข้าไปในศาลาบัญชาการทหาร คำนับจิวยี่แล้วคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้พิรี้พิไรเป็นอันมาก จิวยี่เห็นดังนั้นก็โอภาปราศรัยเอาอกเอาใจให้คลายโศกเศร้า และชักชวนว่าคนภาคใต้ชอบที่จะอยู่ร่วมทำการกับคนภาคใต้ด้วยกัน

            ชัวต๋งและชัวโฮเห็นจิวยี่โอภาปราศรัยต้อนรับเป็นอันดีก็แสร้งทำทีเป็นคลายโศกเศร้า แล้วว่าชัวมอพี่ชายของข้าพเจ้าตั้งหน้าทำราชการอยู่ที่เมืองเกงจิ๋วมาแต่ครั้งเล่าเปียว ครั้นเล่าจ๋องยกเมืองเกงจิ๋วให้แก่โจโฉแล้ว พี่ชายของข้าพเจ้าก็ยังคงตั้งหน้าทำราชการโดยสุจริตตามประสาของทหารอาชีพ ครั้นได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพเรือก็อุตส่าห์ตั้งใจฝึกฝนทหารชาวดอนให้ชำนาญการรบทางเรือ สู้ตั้งความเพียรสั่งสอนอบรมทหารชาวดอนให้ซ้อมรบถึงวันละสามเวลา ยังถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าไม่เอาใจใส่ด้วยราชการ แล้วลงโทษประหารโดยไม่มีความผิด ผู้คนทั้งหลายในตระกูล “ชัว” ล้วนเคียดแค้นโจโฉ จะไม่ขออยู่ร่วมฟ้ากันอีกต่อไป เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้าทั้งสองได้โอกาส จึงพาผู้ใต้บังคับบัญชาห้าร้อยลงเรือหนีออกจากฐานทัพ มุ่งหน้ามาพึ่งบารมีของท่าน

            แล้วว่าเพื่อที่จะล้างแค้นโจโฉให้แก่ชัวมอผู้พี่ชาย ข้าพเจ้าขออาสาเป็นทหารอยู่กองหน้าในกองทัพของท่าน ขออย่าได้ระแวงแคลงใจ รับสวามิภักดิ์ของข้าพเจ้าและพรรคพวกด้วยเถิด

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าการที่พวกท่านมาอ่อนน้อมเข้าร่วมในกองทัพเมืองกังตั๋งครั้งนี้ โจโฉเห็นทีจะปราชัยเป็นแน่แท้ ท่านอยู่ด้วยเราแล้วจงตั้งหน้าทำราชการโดยสุจริตเถิด ความชอบจะมีแก่ท่านเป็นอันมาก

            ว่าแล้วจิวยี่จึงสั่งให้เอาเงินทอง เสื้อผ้าแพรพรรณ ปูนบำเหน็จแก่ชัวต๋ง ชัวโฮ และบรรดาทหารที่ติดตามมาด้วยถ้วนทั่วทุกตัวคน และจัดสังกัดให้ชัวต๋ง ชัวโฮอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกำเหลงแห่งกองทัพหน้า

            สองนายทหารจารชนเห็นดังนั้นก็มีความยินดี สำคัญว่าจิวยี่ต้องกลจึงรีบคำนับขอบคุณจิวยี่ แล้วว่าพวกข้าพเจ้าพร้อมอาสาทำการศึกโดยไม่คิดชีวิต จิวยี่เห็นดังนั้นจึงสั่งให้กำเหลงพาชัวต๋งและชัวโฮและทหารไปที่ค่ายพัก

            ในค่ำวันนั้นจิวยี่ได้ให้คนลอบไปเชิญกำเหลงมาพบอีกครั้งหนึ่ง แล้วกระซิบแจ้งว่า “ซึ่งชัวต๋ง ชัวโฮ มาอยู่ด้วยเรานี้ใช่จะจริงเหมือนปากนั้นหามิได้ เพราะมิได้เอาครอบครัวมาด้วย ถ้อยคำมันว่าทั้งนี้เป็นกลอุบายของโจโฉใช้มา เราจะคิดซ้อนกลโจโฉเอาชัวต๋ง ชัวโฮไว้ให้กลับลวงโจโฉเอง เราจึงจะทำการได้ถนัด ซึ่งเราให้ชัวต๋ง ชัวโฮไปอยู่ด้วยท่านนั้นจงช่วยทำนุบำรุงอย่าให้เคืองใจ แล้วระวังระไวเหตุการณ์กว่าเราจะคิดอ่านเห็นช่องมีชัยแก่โจโฉ เราจึงจะฆ่าชัวต๋ง ชัวโฮ ตัดเอาศีรษะเซ่นธงชัย”

            กำเหลงครั้งแรกรับชัวต๋งและชัวโฮไว้ในสังกัดตามคำสั่งของจิวยี่ ในใจนั้นยังมีความสงสัยอยู่ว่าจะเป็นกลอุบาย ครั้นได้ฟังคำจิวยี่ก็กระจ่างแจ้ง รับคำจิวยี่แล้วรีบกลับไปที่ค่าย

            คัมภีร์พิชัยสงครามของซุนหวู่ได้พรรณนาลักษณะและการใช้จารชนไว้ห้าประการ คือ

            “การใช้จารชนจึงมีห้าประเภท กล่าวคือจารชนจากพื้นเมือง จารชนไส้ศึก จารชนซ้อน จารชนฝ่าความตาย และจารชนผู้กลับเป็น

            จารชนชาวพื้นเมืองนั้น หมายความว่าการช่วงใช้บุคคลซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของข้าศึก

            จารชนไส้ศึกนั้น หมายความว่าการใช้เสนาอำมาตย์ราชพฤฒาจารย์ของข้าศึก

            จารชนซ้อนนั้น หมายความว่าซ้อนกลข้าศึก โดยกลับใช้จารชนของข้าศึกเอง

            จารชนฝ่าความตายนั้น คือฝ่ายเราประโคมข่าวเท็จภายนอก แล้วให้จารชนของเราทราบความไปแจ้งแก่ข้าศึก ซึ่งมักจะต้องพลีชีพเพื่อบรรลุถึงจุดหมาย

            จารชนผู้กลับเป็นนั้น คือจารชนที่ไปบำเพ็ญกรณียกิจถึงแดนข้าศึก และสามารถกลับมารายงานข่าวยังประเทศของตนเอง

            ผู้ช่วงใช้จารชนทั้งห้าพร้อมกันตามรูปการณ์ ซึ่งทำให้ข้าศึกมืดแปดด้าน ไม่รู้ความแยบยลของเรา อันดุจปาฏิหาริย์ของเทพเจ้า พึงนับได้ว่าเป็นบุรุษแก้วแห่งพสกนิกรและประมุขของชาติทีเดียว”

            จิวยี่กำลังซ้อนกลใช้ชัวต๋งและชัวโฮเป็นจารชนซ้อนย้อนรอยโจโฉดังนี้.
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘