ตอนที่ 260. ม่านหมอกบังมายา
จิวยี่พอได้ทราบว่าขงเบ้งล่วงรู้ความคิดที่วางกลอุบายหลอกโจโฉให้สังหารชัวมอ เตียวอุ๋น ก็ยิ่งอาฆาตริษยาขงเบ้ง มุ่งมั่นจะสังหารขงเบ้งเสียให้จงได้ เพราะเห็นว่าขืนละขงเบ้งไว้ก็จะเป็นอันตรายต่อเมืองกังตั๋งในภายภาคหน้า
โลซกได้พยายามทัดทานมิให้จิวยี่สังหารขงเบ้ง โดยเสนอให้ทำสงครามกับโจโฉให้รู้แพ้แลชนะก่อนแล้วค่อยจัดการกับขงเบ้งต่อภายหลัง แต่จิวยี่ก็มิฟัง เมื่อโลซกเห็นว่าจิวยี่ดึงดันจะสังหารขงเบ้งเสียให้ได้ จึงถามว่าท่านจะสังหารขงเบ้งด้วยวิธีการใด
จิวยี่จึงว่าเราจะคิดแผนการให้แยบยล มิให้ผู้คนทั้งปวงครหานินทาเราได้ แต่จะเป็นประการใดนั้นท่านอย่าได้ไต่ถามสืบไปเลย จงคอยดูเหตุการณ์ต่อไปเถิด
ครั้นวันรุ่งขึ้นจิวยี่ได้เรียกประชุมบรรดาที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวงที่ศาลาบัญชาการทหาร และให้เชิญขงเบ้งเข้าร่วมประชุมด้วย
จิวยี่ได้ปรารภว่ากองทัพทั้งสองฝ่ายได้ยกมาประจันหน้ากันแล้ว อีกไม่นานสงครามคงระเบิดขึ้น แล้วถามขงเบ้งว่าอันการสงครามระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายในคราวนี้ท่านเห็นว่าจะใช้อาวุธใดเป็นสำคัญ
ขงเบ้งจึงว่าในการสงครามครั้งนี้ท่านได้กำหนดยุทธการหลักให้เป็นยุทธนาวี ดังนั้นจึงต้องใช้เกาทัณฑ์เป็นอาวุธสำคัญ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่าความเห็นของท่านต้องด้วยความเห็นของข้าพเจ้าแท้ แต่วิตกว่าในกองทัพของเรานี้ยังมีเกาทัณฑ์ไม่เพียงพอต่อการศึก ดังนั้นจึงไหว้วานให้ท่านช่วยเป็นแม่กองควบคุมการสร้างเกาทัณฑ์ให้ได้สิบหมื่นลูกเพื่อใช้ในการศึก ท่านอย่าได้ตั้งข้อรังเกียจว่าเป็นงานต่ำต้อย เพราะนี่ก็เป็นราชการสำคัญในราชการสงครามอันเป็นประโยชน์ของนายเราทั้งสองฝ่าย
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่าเมื่อท่านแม่ทัพมีความประสงค์เช่นนี้ ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะรับหน้าที่ แต่ใคร่ขอทราบว่าท่านต้องการได้เกาทัณฑ์จำนวนสิบหมื่นในเวลาเท่าใด
จิวยี่จึงว่าการศึกเผชิญหน้าอยู่ดังนี้จะเนิ่นช้าไปมิได้ ให้ท่านจัดสร้างเกาทัณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบวันจะได้หรือไม่
ขงเบ้งจึงว่าศึกเผชิญหน้ากันอยู่ดังนี้ สิบวันจะไม่เนิ่นช้าไปหรือ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ประหลาดใจ รีบถามขึ้นว่าถ้าเช่นนั้นท่านคิดว่าจะสร้างเกาทัณฑ์ให้แล้วเสร็จได้ภายในสักกี่วัน ขงเบ้งจึงว่า “สิบวันนั้นช้านัก อันกองทัพโจโฉก็มาตั้งใกล้กันเพียงนี้ เกลือกจะยกมารบพุ่ง ลูกเกาทัณฑ์ไม่ทันทีจะมิเสียไปหรือ ข้าพเจ้าจะให้ได้ลูกเกาทัณฑ์แต่ในสามวัน ท่านจงให้คนไปคอยรับเอาเถิด”
จิวยี่จึงว่าบัดนี้เราท่านอยู่ในราชการสงคราม จะพูดเล่นพูดหัวหาได้ไม่ ระยะเวลาสามวันมิใช่เป็นการพูดเล่นเท่านั้นหรือ
ขงเบ้งจึงว่าข้าพเจ้าเป็นแขกเมืองมา ไหนเลยจะกล้าเล่นหัวกับท่านแม่ทัพ หากท่านยังมีความสงสัยข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะทำทัณฑ์บนไว้กับท่าน หากแม้นทำเกาทัณฑ์ไม่สำเร็จภายในกำหนดสามวัน ก็พร้อมให้ท่านตัดศีรษะตามวินัยทัพ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี รีบกล่าวว่าในเมื่อท่านยืนยันขันแข็งดังนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อนายเราทั้งสองฝ่าย ว่าแล้วสั่งทหารให้หยิบกระดาษและแท่นหมึกเอามาให้ขงเบ้งเขียนคำทัณฑ์บนว่า หากภายในสามวันไม่สามารถนำเกาทัณฑ์สิบหมื่นมามอบแก่กองทัพได้ ก็ให้ตัดศีรษะตามพระอัยการศึก
ขงเบ้งเขียนทัณฑ์บนเสร็จแล้วจึงส่งแก่จิวยี่ จิวยี่รับมาอ่านดูแล้วหัวเราะ และว่าระเบียบและวินัยกองทัพต้องเข้มงวด เมื่อท่านรับอาสาดังนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของท่านล่วงหน้า ว่าแล้วจึงสั่งให้ทหารไปยกสุรามารินให้ขงเบ้งดื่ม และอวยพรให้ขงเบ้งจัดหาลูกเกาทัณฑ์ได้สำเร็จตามกำหนด
ครั้นขงเบ้งดื่มสุราอวยพรจากจิวยี่แล้ว จิวยี่จึงถามว่าท่านจะเริ่มงานและต้องการอุปกรณ์เครื่องใช้ในการทำลูกเกาทัณฑ์เมื่อใด ขงเบ้งตอบว่าวันนี้คงมิทันการแล้ว ไว้พรุ่งนี้จึงค่อยเริ่มดำเนินการ และเมื่อครบสามวันขอให้ท่านเตรียมผู้คนรับมอบเกาทัณฑ์ไว้ให้พร้อม แล้วว่า “ถ้าข้าพเจ้าขัดสนสิ่งใดจะต้องการมามิพบท่าน ข้าพเจ้าจะบอกแก่โลซกขอท่านให้อนุญาตด้วย”
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สั่งการแก่โลซกว่าถ้าขงเบ้งต้องการสิ่งใดในการจัดหาจัดทำลูกเกาทัณฑ์แล้วไซร้ ก็ให้โลซกช่วยจัดการให้ดังประสงค์
จิวยี่สั่งทหารให้รินสุราคำนับขงเบ้งอีกหลายจอก ขงเบ้งก็รับมาดื่มมิให้เสียมารยาท แล้วคำนับลาจิวยี่กลับไปที่เรือน้อย
ครั้นขงเบ้งกลับไปแล้ว โลซกจึงเข้าไปปรารภกับจิวยี่ว่าซึ่งขงเบ้งรับอาสาจะหาลูกเกาทัณฑ์สิบหมื่นให้ได้แต่ในสามวันข้าพเจ้าเกรงว่าจะมิทัน ราชการจะมิเสียไปหรือ
จิวยี่จึงว่านั่นเป็นเรื่องที่ขงเบ้งต้องรับผิดชอบ ขงเบ้งออกหน้าอาสาจะหาลูกเกาทัณฑ์ให้ทันในสามวันเอง หากไม่ได้สมดังคำเราก็จะประหารเสียตามทัณฑ์บน คนทั้งปวงก็จะครหานินทาเราไม่ได้ ครั้งนี้ขงเบ้งเห็นทีจะตายเป็นมั่นคง “ถึงมาตรว่าจะมีปีกก็จะไม่พ้นมือเรา”
แล้วจิวยี่จึงเรียกนายทหารคนสนิทเข้ามาสั่งให้รีบไปบอกกล่าวกับร้านทำเกาทัณฑ์และหน่วยทำเกาทัณฑ์ทั้งสิ้นที่มีอยู่ในเมืองกังตั๋งว่าถ้าขงเบ้งมาว่ากล่าวให้ทำเกาทัณฑ์ก็ให้หน่วงเหนี่ยวไว้อย่าให้ได้ทันครบในสามวัน ครบกำหนดแล้วขงเบ้งไม่ได้เกาทัณฑ์มา เราอยากดูสติปัญญาขงเบ้งว่าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร
จิวยี่จึงสั่งโลซกว่าขงเบ้งขันอาสาครั้งนี้เป็นการแส่หาภัยใส่ตัวเอง ดังนั้นจึงให้ท่านไปติดตามสอดส่องดูความคิดขงเบ้งว่าจะคิดอ่านในเรื่องนี้ประการใด
โลซกรับคำจิวยี่แล้วคำนับลาไปหาขงเบ้งที่เรือน้อย พอขงเบ้งเห็นโลซกมาก็ต่อว่าโลซกว่า “เราได้ห้ามปรามท่านว่าอย่าให้เอาเนื้อความซึ่งพูดกันนั้นไปบอกแก่จิวยี่ท่านก็ไม่ฟัง บัดนี้จิวยี่แกล้งคิดอ่านจะฆ่าเราเสีย จึงให้เราเป็นนายกองทำลูกเกาทัณฑ์สิบหมื่นให้ทันในสามวัน อันการนี้เห็นจะไม่ทันทีโทษก็จะมีแก่เรา ท่านจงช่วยคิดอ่านผ่อนผันอย่าให้มีโทษแก่เราได้” ว่าแล้วขงเบ้งก็ตีหน้าเศร้า
โลซกจึงว่าตัวข้าพเจ้าเป็นคนซื่อ ปากและใจนั้นตรงกัน ข้าพเจ้ารับปากท่านว่าจะไม่นำความที่ท่านแจ้งในกลอุบายซึ่งจิวยี่ลวงโจโฉไปบอกแก่จิวยี่นั้นจริงแท้แล้ว แต่ครั้นจิวยี่สอบถามข้าพเจ้าก็จำต้องบอกแต่ตามจริง โทษข้าพเจ้าครั้งนี้ผิดอยู่แล้ว แต่การเรื่องลูกเกาทัณฑ์เดิมทีจิวยี่ให้เวลาท่านถึงสิบวัน แต่ท่านกลับลดเวลาเหลือสามวันเสียเองดังนี้ จะให้ข้าพเจ้าช่วยคิดอ่านแก้ไขเห็นขัดสน
ขงเบ้งจึงว่าเมื่อท่านไม่เมตตาเช่นนี้ก็ตามใจเถิด “แต่จงเอ็นดูขอฟางมาจงมาก กับผ้าดำให้หลายพับ แลน้ำมันสำหรับจะได้ลนดัดเช็ดลูกเกาทัณฑ์ กับเรือยี่สิบลำ คนลำละสามสิบสี่สิบมาบรรทุกลูกเกาทัณฑ์ไปให้จิวยี่เถิด”
สามก๊กฉบับภาษาจีนบรรยายความตอนนี้ว่า “ขอวานท่านช่วยจัดแจงเรือให้ข้าพเจ้ายืมสักยี่สิบลำ พร้อมทหารประจำเรือลำละสามสิบคน ในเรือแต่ละลำให้บรรทุกฟางหญ้าทำเป็นฟ่อนจำนวนพันฟ่อน วางไว้ที่ข้างเรือทั้งสองกราบ แล้วเอาผ้าดำคลุมไว้ให้มิดชิด และให้จัดม้าล่อฆ้องกลองให้พร้อมไว้สำหรับฉลองชัยชนะ ท่านจงจัดแจงแต่งการทั้งนี้ไว้ให้พร้อม ข้าพเจ้าต้องการเมื่อใดขอให้ได้เมื่อนั้น”
โลซกครั้นได้ฟังคำขงเบ้งก็สงสัยว่าขงเบ้งจะหาเกาทัณฑ์ได้โดยวิธีใด แต่ด้วยความรู้สึกสำนึกผิดที่หาโทษภัยแก่ขงเบ้งจึงละอายแก่ใจ คิดอ่านไถ่โทษชดใช้บาปกรรม จึงรับคำว่าการเพียงเท่านี้ท่านอย่าปรารมภ์เลย ข้าพเจ้าจะจัดหาให้ท่านตามต้องการ
ขงเบ้งจึงว่าถ้าจิวยี่ถามท่านว่าข้าพเจ้าเตรียมการประการใด ก็จงบอกจิวยี่แต่เพียงว่าอีกสามวันข้าพเจ้าจะส่งมอบเกาทัณฑ์ตามจำนวนที่กำหนด แต่การซึ่งให้จัดเตรียมนั้นอย่าได้แพร่งพรายให้จิวยี่รับรู้เป็นอันขาด มิฉะนั้นจิวยี่ก็จะกลั่นแกล้งขัดขวาง ชีวิตข้าพเจ้าก็จะไม่พ้นอันตราย
โลซกรับคำขงเบ้งแล้วว่าท่านจงวางใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจว่าขงเบ้งจะทำการประการใด แล้วลาขงเบ้งกลับไปรายงานแก่จิวยี่ว่าขงเบ้งรับรองว่าจะส่งมอบเกาทัณฑ์จำนวนสิบหมื่นตามกำหนดสามวัน แต่ความอันขงเบ้งได้กำชับนั้นโลซกปิดไว้ไม่แจ้งแก่จิวยี่
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็สงสัย แต่เห็นว่าเวลาสามวันนั้นสั้นนัก จึงกล่าวว่าขงเบ้งครั้งนี้หนีความตายไม่พ้นเป็นแน่แท้ ดังนั้นถ้าขงเบ้งต้องการสิ่งใดจงจัดแจงให้ตามความประสงค์ขงเบ้งจะได้สิ้นข้อที่แก้ตัว ไว้อีกสามวันจะได้รู้กันว่าขงเบ้งจะรักษาชีวิตรอดได้อย่างไร
โลซกคำนับลาจิวยี่กลับออกไปจัดแจงเรือยี่สิบลำ กับสิ่งของทั้งปวงที่ขงเบ้งสั่ง เตรียมพร้อมไว้ตามคำสั่งของขงเบ้งทุกประการ วันที่หนึ่งและวันที่สองผ่านไปแล้วโลซกให้คนไปสังเกตการณ์ที่เรือน้อยของขงเบ้งแต่ไม่เห็นขงเบ้งทำการประการใด คงนอนไขว่ห้างอยู่ในเรือลำน้อย โลซกก็ยิ่งสงสัยเป็นอันมาก
ครั้นตกกลางคืนของวันที่สอง พอเวลายามแรกผ่านพ้นไปขงเบ้งจึงให้คนไปเชิญโลซกมาที่เรือน้อย และถามว่าบรรดาเรือและของทั้งปวงที่ข้าพเจ้าสั่งนั้นท่านจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วหรือ โลซกตอบว่าข้าพเจ้าจัดแจงไว้พร้อมตามคำสั่งแล้ว
ขงเบ้งจึงให้โลซกไปนำเรือที่จัดเตรียมข้าวของทั้งปวงมาที่บริเวณซึ่งจอดเรือน้อยอยู่ บอกว่าจงมารับเอาเกาทัณฑ์ไปเถิด โลซกได้ฟังดังนั้นก็สงสัยแต่ยังคงปฏิบัติตามที่ขงเบ้งสั่งการ สั่งคนให้ไปลากเรือซึ่งจัดเตรียมไว้นั้นมามอบแก่ขงเบ้ง
พอเรือมาพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงให้เอาเรือทั้งนั้นผูกโยงเป็นขบวน แล้วผูกกับเรือน้อย จากนั้นจึงเชิญโลซกลงเรือ แล้วว่าขอเชิญท่านไปรับเกาทัณฑ์พร้อมกับข้าพเจ้าเถิดจะได้เอาไปมอบแก่จิวยี่พร้อมกัน
โลซกได้ฟังดังนั้นก็สงสัย ถามขงเบ้งว่าท่านจะไปรับลูกเกาทัณฑ์จากที่ไหน ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าเพ่อถามในตอนนี้เลย ไปด้วยกันแล้วก็จะรู้เอง แล้วขงเบ้งก็พยักหน้าสั่งเด็กประจำเรือว่าให้ออกเรือได้
ขงเบ้งชวนโลซกเข้าไปนั่งภายในประทุนเรือ สั่งเด็กประจำเรือให้เอาสุรามาริน ดื่มกับโลซก แล้วว่าเวลานี้ยังไม่ดึกเท่าใดนัก เรามาเสพสุราสนทนากันให้เป็นที่สำราญใจกันก่อนเถิด ขงเบ้งยกจอกสุราชนจอกกับโลซกด้วยสีหน้าเบิกบานยิ่ง โลซกเห็นขงเบ้งมีอาการใจเย็นและมีความมั่นใจก็ยิ่งสงสัย ตีสีหน้าฉงนอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าในขณะนั้นกองเรือที่นั่งมาได้บ่ายโฉมหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือตรงที่ตั้งกองทัพของโจโฉ
ขงเบ้งเห็นโลซกมีสีหน้าฉงนดังนั้นจึงว่าอันผู้เป็นยอดขุนพลย่อมคิดอ่านการสงครามได้ล้ำลึกนอกเหนือจากความคาดคิดของผู้คน อุปมาดั่งพญาครุฑซึ่งบินในอากาศอันสูงสุดลูกตาเกินกว่าปักษาใด ๆ จะบินได้เสมอเท่า อันการใช้กำลังมากเอาชนะกำลังน้อยนั้นใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ลิโป้ อ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ล้วนเป็นคนจำพวกนี้ อันการที่จะคิดอ่านกลอุบายเข้าทำลายล้างข้าศึก ขุนพลในประวัติศาสตร์ก็มีปรากฏต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซุนหวู่ ซุนปิน เตียวเหลียง ฮั่นสิน แม้กระทั่งโจโฉและจิวยี่ก็เป็นคนจำพวกนี้ แต่ยอดขุนพลซึ่งสามารถใช้พลังจักรวาลในการสงครามนั้น ในแผ่นดินนี้มีก็แต่ตัวเราเท่านั้น
โลซกสงสัยจึงถามว่าพลังจักรวาลคือสิ่งใดหรือ ขงเบ้งจึงตอบว่าเมื่อครั้งเราเผาทหารโจโฉที่ทุ่งพกบ๋องและเมืองซินเอี๋ยกว่าสิบหมื่นถึงสองครั้งนั้น ไฟคือพลังจักรวาลที่มีศักดานุภาพในสงครามยิ่งกว่าทหารโจโฉสิบหมื่นอีก เมื่อครั้งที่เราไขน้ำที่แม่น้ำแปะโหให้ท่วมทหารโจโฉนั้น น้ำก็คือพลังจักรวาลที่มาศักดานุภาพในการสงครามยิ่งกว่าทหารโจโฉด้วยเช่นเดียวกัน ขงเบ้งหัวเราะแล้วกล่าวต่อไปว่าในแผ่นดินนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท่านเห็นขุนพลคนใดที่ใช้พลังจักรวาลดุจดั่งเราบ้าง
โลซกได้ฟังดังนั้นก็กล่าวยอมรับด้วยความยินยอมพร้อมใจว่าแม้ข้าพเจ้ามีสติปัญญาและการศึกษาอันน้อย แต่ก็ได้ร่ำเรียนการสงครามมาตั้งแต่เด็ก ถึงบัดนี้ยังไม่เคยประจักษ์ว่ามีผู้ใดใช้พลังจักรวาลดังคำท่านเลยแม้แต่สักคนเดียว
ขงเบ้งได้กล่าวสืบไปว่าจิวยี่มีใจริษยาคิดจะฆ่าเราเสีย จึงวางอุบายสั่งให้เราหาลูกเกาฑัณฑ์สิบหมื่นให้ได้ภายในสิบวัน ไหนเลยเราจะทำเกาทัณฑ์ได้ทัน เพราะผู้คนในเมืองกังตั๋งนี้อยู่ในบังคับของจิวยี่สิ้น จิวยี่ย่อมจะสั่งการให้คนทั้งนั้นแกล้งหน่วงเหนี่ยวเวลามิให้เราทำเกาทัณฑ์ได้สำเร็จ แล้วจะผลาญชีวิตเราเสีย ดีแต่ว่าสติปัญญาความรู้การในอากาศนั้นเราได้ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นอันมาก จึงได้รู้ว่าในคืนนี้จะมีหมอกลงจัดตลอดทั่วทั้งแม่น้ำแยงซีและปริมณฑลอันกว้างไกล เราจึงคิดกลอุบายทำการทั้งนี้
ขงเบ้งกล่าวแล้วก็เปิดประทุนเรือ ทั้งขงเบ้งและโลซกมองออกไปภายนอกเห็นหมอกกำลังลงจัดด้วยเป็นเดือนสิบสองข้างแรม อากาศหนาวเหน็บ หมอกลงหนาทึบ เห็นแต่ไฟสลัว ๆ อยู่ทางฝั่งข้างทิศเหนือเป็นทิวยาวเหยียด โลซกเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบถามว่านั่นเป็นที่ตั้งของกองทัพโจโฉ ท่านหลงทางมาทิศนี้หรือไฉน
ขงเบ้งจึงว่าอันทิศทางในทะเลเราจำหมายแม่นยำอยู่ ไฉนจะหลงทางได้เล่า เราตั้งใจจะมาเอาลูกเกาทัณฑ์จากกองทัพของโจโฉนี่แล้ว
โลซกได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจด้วยเกรงว่าโจโฉจะยกทัพเรือออกมาโจมตี จึงว่าท่านอย่าเสี่ยงตายต่อไปเลย แม้นสิ้นวิธีที่จะทำเกาทัณฑ์แล้วก็จงหนีกลับไปหาเล่าปี่ที่เมืองแฮเค้านั้นเถิด ข้าพเจ้าจะกลับไปหาจิวยี่ว่ากล่าวมิให้เอาโทษแก่ท่าน
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ ไม่ตอบคำโลซก กลับสั่งให้ขบวนเรือล่องขนานไปตามค่ายน้ำของโจโฉ โฉมหน้าไปทางทิศตะวันตกในระยะห่างเพียงชั่วเกาทัณฑ์ยิง แล้วสั่งการให้ทหารตีกลองศึก ม้าล่อก้องกระหึ่มท้องน้ำ ประหนึ่งว่ากองทัพเรือเมืองกังตั๋งกำลังกรีฑาทัพเข้าโจมตีกองทัพโจโฉฉะนั้น.
โลซกได้พยายามทัดทานมิให้จิวยี่สังหารขงเบ้ง โดยเสนอให้ทำสงครามกับโจโฉให้รู้แพ้แลชนะก่อนแล้วค่อยจัดการกับขงเบ้งต่อภายหลัง แต่จิวยี่ก็มิฟัง เมื่อโลซกเห็นว่าจิวยี่ดึงดันจะสังหารขงเบ้งเสียให้ได้ จึงถามว่าท่านจะสังหารขงเบ้งด้วยวิธีการใด
จิวยี่จึงว่าเราจะคิดแผนการให้แยบยล มิให้ผู้คนทั้งปวงครหานินทาเราได้ แต่จะเป็นประการใดนั้นท่านอย่าได้ไต่ถามสืบไปเลย จงคอยดูเหตุการณ์ต่อไปเถิด
ครั้นวันรุ่งขึ้นจิวยี่ได้เรียกประชุมบรรดาที่ปรึกษาแม่ทัพนายกองและขุนนางทั้งปวงที่ศาลาบัญชาการทหาร และให้เชิญขงเบ้งเข้าร่วมประชุมด้วย
จิวยี่ได้ปรารภว่ากองทัพทั้งสองฝ่ายได้ยกมาประจันหน้ากันแล้ว อีกไม่นานสงครามคงระเบิดขึ้น แล้วถามขงเบ้งว่าอันการสงครามระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายในคราวนี้ท่านเห็นว่าจะใช้อาวุธใดเป็นสำคัญ
ขงเบ้งจึงว่าในการสงครามครั้งนี้ท่านได้กำหนดยุทธการหลักให้เป็นยุทธนาวี ดังนั้นจึงต้องใช้เกาทัณฑ์เป็นอาวุธสำคัญ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่าความเห็นของท่านต้องด้วยความเห็นของข้าพเจ้าแท้ แต่วิตกว่าในกองทัพของเรานี้ยังมีเกาทัณฑ์ไม่เพียงพอต่อการศึก ดังนั้นจึงไหว้วานให้ท่านช่วยเป็นแม่กองควบคุมการสร้างเกาทัณฑ์ให้ได้สิบหมื่นลูกเพื่อใช้ในการศึก ท่านอย่าได้ตั้งข้อรังเกียจว่าเป็นงานต่ำต้อย เพราะนี่ก็เป็นราชการสำคัญในราชการสงครามอันเป็นประโยชน์ของนายเราทั้งสองฝ่าย
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่าเมื่อท่านแม่ทัพมีความประสงค์เช่นนี้ ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะรับหน้าที่ แต่ใคร่ขอทราบว่าท่านต้องการได้เกาทัณฑ์จำนวนสิบหมื่นในเวลาเท่าใด
จิวยี่จึงว่าการศึกเผชิญหน้าอยู่ดังนี้จะเนิ่นช้าไปมิได้ ให้ท่านจัดสร้างเกาทัณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบวันจะได้หรือไม่
ขงเบ้งจึงว่าศึกเผชิญหน้ากันอยู่ดังนี้ สิบวันจะไม่เนิ่นช้าไปหรือ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ประหลาดใจ รีบถามขึ้นว่าถ้าเช่นนั้นท่านคิดว่าจะสร้างเกาทัณฑ์ให้แล้วเสร็จได้ภายในสักกี่วัน ขงเบ้งจึงว่า “สิบวันนั้นช้านัก อันกองทัพโจโฉก็มาตั้งใกล้กันเพียงนี้ เกลือกจะยกมารบพุ่ง ลูกเกาทัณฑ์ไม่ทันทีจะมิเสียไปหรือ ข้าพเจ้าจะให้ได้ลูกเกาทัณฑ์แต่ในสามวัน ท่านจงให้คนไปคอยรับเอาเถิด”
จิวยี่จึงว่าบัดนี้เราท่านอยู่ในราชการสงคราม จะพูดเล่นพูดหัวหาได้ไม่ ระยะเวลาสามวันมิใช่เป็นการพูดเล่นเท่านั้นหรือ
ขงเบ้งจึงว่าข้าพเจ้าเป็นแขกเมืองมา ไหนเลยจะกล้าเล่นหัวกับท่านแม่ทัพ หากท่านยังมีความสงสัยข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะทำทัณฑ์บนไว้กับท่าน หากแม้นทำเกาทัณฑ์ไม่สำเร็จภายในกำหนดสามวัน ก็พร้อมให้ท่านตัดศีรษะตามวินัยทัพ
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี รีบกล่าวว่าในเมื่อท่านยืนยันขันแข็งดังนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อนายเราทั้งสองฝ่าย ว่าแล้วสั่งทหารให้หยิบกระดาษและแท่นหมึกเอามาให้ขงเบ้งเขียนคำทัณฑ์บนว่า หากภายในสามวันไม่สามารถนำเกาทัณฑ์สิบหมื่นมามอบแก่กองทัพได้ ก็ให้ตัดศีรษะตามพระอัยการศึก
ขงเบ้งเขียนทัณฑ์บนเสร็จแล้วจึงส่งแก่จิวยี่ จิวยี่รับมาอ่านดูแล้วหัวเราะ และว่าระเบียบและวินัยกองทัพต้องเข้มงวด เมื่อท่านรับอาสาดังนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของท่านล่วงหน้า ว่าแล้วจึงสั่งให้ทหารไปยกสุรามารินให้ขงเบ้งดื่ม และอวยพรให้ขงเบ้งจัดหาลูกเกาทัณฑ์ได้สำเร็จตามกำหนด
ครั้นขงเบ้งดื่มสุราอวยพรจากจิวยี่แล้ว จิวยี่จึงถามว่าท่านจะเริ่มงานและต้องการอุปกรณ์เครื่องใช้ในการทำลูกเกาทัณฑ์เมื่อใด ขงเบ้งตอบว่าวันนี้คงมิทันการแล้ว ไว้พรุ่งนี้จึงค่อยเริ่มดำเนินการ และเมื่อครบสามวันขอให้ท่านเตรียมผู้คนรับมอบเกาทัณฑ์ไว้ให้พร้อม แล้วว่า “ถ้าข้าพเจ้าขัดสนสิ่งใดจะต้องการมามิพบท่าน ข้าพเจ้าจะบอกแก่โลซกขอท่านให้อนุญาตด้วย”
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สั่งการแก่โลซกว่าถ้าขงเบ้งต้องการสิ่งใดในการจัดหาจัดทำลูกเกาทัณฑ์แล้วไซร้ ก็ให้โลซกช่วยจัดการให้ดังประสงค์
จิวยี่สั่งทหารให้รินสุราคำนับขงเบ้งอีกหลายจอก ขงเบ้งก็รับมาดื่มมิให้เสียมารยาท แล้วคำนับลาจิวยี่กลับไปที่เรือน้อย
ครั้นขงเบ้งกลับไปแล้ว โลซกจึงเข้าไปปรารภกับจิวยี่ว่าซึ่งขงเบ้งรับอาสาจะหาลูกเกาทัณฑ์สิบหมื่นให้ได้แต่ในสามวันข้าพเจ้าเกรงว่าจะมิทัน ราชการจะมิเสียไปหรือ
จิวยี่จึงว่านั่นเป็นเรื่องที่ขงเบ้งต้องรับผิดชอบ ขงเบ้งออกหน้าอาสาจะหาลูกเกาทัณฑ์ให้ทันในสามวันเอง หากไม่ได้สมดังคำเราก็จะประหารเสียตามทัณฑ์บน คนทั้งปวงก็จะครหานินทาเราไม่ได้ ครั้งนี้ขงเบ้งเห็นทีจะตายเป็นมั่นคง “ถึงมาตรว่าจะมีปีกก็จะไม่พ้นมือเรา”
แล้วจิวยี่จึงเรียกนายทหารคนสนิทเข้ามาสั่งให้รีบไปบอกกล่าวกับร้านทำเกาทัณฑ์และหน่วยทำเกาทัณฑ์ทั้งสิ้นที่มีอยู่ในเมืองกังตั๋งว่าถ้าขงเบ้งมาว่ากล่าวให้ทำเกาทัณฑ์ก็ให้หน่วงเหนี่ยวไว้อย่าให้ได้ทันครบในสามวัน ครบกำหนดแล้วขงเบ้งไม่ได้เกาทัณฑ์มา เราอยากดูสติปัญญาขงเบ้งว่าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร
จิวยี่จึงสั่งโลซกว่าขงเบ้งขันอาสาครั้งนี้เป็นการแส่หาภัยใส่ตัวเอง ดังนั้นจึงให้ท่านไปติดตามสอดส่องดูความคิดขงเบ้งว่าจะคิดอ่านในเรื่องนี้ประการใด
โลซกรับคำจิวยี่แล้วคำนับลาไปหาขงเบ้งที่เรือน้อย พอขงเบ้งเห็นโลซกมาก็ต่อว่าโลซกว่า “เราได้ห้ามปรามท่านว่าอย่าให้เอาเนื้อความซึ่งพูดกันนั้นไปบอกแก่จิวยี่ท่านก็ไม่ฟัง บัดนี้จิวยี่แกล้งคิดอ่านจะฆ่าเราเสีย จึงให้เราเป็นนายกองทำลูกเกาทัณฑ์สิบหมื่นให้ทันในสามวัน อันการนี้เห็นจะไม่ทันทีโทษก็จะมีแก่เรา ท่านจงช่วยคิดอ่านผ่อนผันอย่าให้มีโทษแก่เราได้” ว่าแล้วขงเบ้งก็ตีหน้าเศร้า
โลซกจึงว่าตัวข้าพเจ้าเป็นคนซื่อ ปากและใจนั้นตรงกัน ข้าพเจ้ารับปากท่านว่าจะไม่นำความที่ท่านแจ้งในกลอุบายซึ่งจิวยี่ลวงโจโฉไปบอกแก่จิวยี่นั้นจริงแท้แล้ว แต่ครั้นจิวยี่สอบถามข้าพเจ้าก็จำต้องบอกแต่ตามจริง โทษข้าพเจ้าครั้งนี้ผิดอยู่แล้ว แต่การเรื่องลูกเกาทัณฑ์เดิมทีจิวยี่ให้เวลาท่านถึงสิบวัน แต่ท่านกลับลดเวลาเหลือสามวันเสียเองดังนี้ จะให้ข้าพเจ้าช่วยคิดอ่านแก้ไขเห็นขัดสน
ขงเบ้งจึงว่าเมื่อท่านไม่เมตตาเช่นนี้ก็ตามใจเถิด “แต่จงเอ็นดูขอฟางมาจงมาก กับผ้าดำให้หลายพับ แลน้ำมันสำหรับจะได้ลนดัดเช็ดลูกเกาทัณฑ์ กับเรือยี่สิบลำ คนลำละสามสิบสี่สิบมาบรรทุกลูกเกาทัณฑ์ไปให้จิวยี่เถิด”
สามก๊กฉบับภาษาจีนบรรยายความตอนนี้ว่า “ขอวานท่านช่วยจัดแจงเรือให้ข้าพเจ้ายืมสักยี่สิบลำ พร้อมทหารประจำเรือลำละสามสิบคน ในเรือแต่ละลำให้บรรทุกฟางหญ้าทำเป็นฟ่อนจำนวนพันฟ่อน วางไว้ที่ข้างเรือทั้งสองกราบ แล้วเอาผ้าดำคลุมไว้ให้มิดชิด และให้จัดม้าล่อฆ้องกลองให้พร้อมไว้สำหรับฉลองชัยชนะ ท่านจงจัดแจงแต่งการทั้งนี้ไว้ให้พร้อม ข้าพเจ้าต้องการเมื่อใดขอให้ได้เมื่อนั้น”
โลซกครั้นได้ฟังคำขงเบ้งก็สงสัยว่าขงเบ้งจะหาเกาทัณฑ์ได้โดยวิธีใด แต่ด้วยความรู้สึกสำนึกผิดที่หาโทษภัยแก่ขงเบ้งจึงละอายแก่ใจ คิดอ่านไถ่โทษชดใช้บาปกรรม จึงรับคำว่าการเพียงเท่านี้ท่านอย่าปรารมภ์เลย ข้าพเจ้าจะจัดหาให้ท่านตามต้องการ
ขงเบ้งจึงว่าถ้าจิวยี่ถามท่านว่าข้าพเจ้าเตรียมการประการใด ก็จงบอกจิวยี่แต่เพียงว่าอีกสามวันข้าพเจ้าจะส่งมอบเกาทัณฑ์ตามจำนวนที่กำหนด แต่การซึ่งให้จัดเตรียมนั้นอย่าได้แพร่งพรายให้จิวยี่รับรู้เป็นอันขาด มิฉะนั้นจิวยี่ก็จะกลั่นแกล้งขัดขวาง ชีวิตข้าพเจ้าก็จะไม่พ้นอันตราย
โลซกรับคำขงเบ้งแล้วว่าท่านจงวางใจ ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจว่าขงเบ้งจะทำการประการใด แล้วลาขงเบ้งกลับไปรายงานแก่จิวยี่ว่าขงเบ้งรับรองว่าจะส่งมอบเกาทัณฑ์จำนวนสิบหมื่นตามกำหนดสามวัน แต่ความอันขงเบ้งได้กำชับนั้นโลซกปิดไว้ไม่แจ้งแก่จิวยี่
จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็สงสัย แต่เห็นว่าเวลาสามวันนั้นสั้นนัก จึงกล่าวว่าขงเบ้งครั้งนี้หนีความตายไม่พ้นเป็นแน่แท้ ดังนั้นถ้าขงเบ้งต้องการสิ่งใดจงจัดแจงให้ตามความประสงค์ขงเบ้งจะได้สิ้นข้อที่แก้ตัว ไว้อีกสามวันจะได้รู้กันว่าขงเบ้งจะรักษาชีวิตรอดได้อย่างไร
โลซกคำนับลาจิวยี่กลับออกไปจัดแจงเรือยี่สิบลำ กับสิ่งของทั้งปวงที่ขงเบ้งสั่ง เตรียมพร้อมไว้ตามคำสั่งของขงเบ้งทุกประการ วันที่หนึ่งและวันที่สองผ่านไปแล้วโลซกให้คนไปสังเกตการณ์ที่เรือน้อยของขงเบ้งแต่ไม่เห็นขงเบ้งทำการประการใด คงนอนไขว่ห้างอยู่ในเรือลำน้อย โลซกก็ยิ่งสงสัยเป็นอันมาก
ครั้นตกกลางคืนของวันที่สอง พอเวลายามแรกผ่านพ้นไปขงเบ้งจึงให้คนไปเชิญโลซกมาที่เรือน้อย และถามว่าบรรดาเรือและของทั้งปวงที่ข้าพเจ้าสั่งนั้นท่านจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วหรือ โลซกตอบว่าข้าพเจ้าจัดแจงไว้พร้อมตามคำสั่งแล้ว
ขงเบ้งจึงให้โลซกไปนำเรือที่จัดเตรียมข้าวของทั้งปวงมาที่บริเวณซึ่งจอดเรือน้อยอยู่ บอกว่าจงมารับเอาเกาทัณฑ์ไปเถิด โลซกได้ฟังดังนั้นก็สงสัยแต่ยังคงปฏิบัติตามที่ขงเบ้งสั่งการ สั่งคนให้ไปลากเรือซึ่งจัดเตรียมไว้นั้นมามอบแก่ขงเบ้ง
พอเรือมาพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงให้เอาเรือทั้งนั้นผูกโยงเป็นขบวน แล้วผูกกับเรือน้อย จากนั้นจึงเชิญโลซกลงเรือ แล้วว่าขอเชิญท่านไปรับเกาทัณฑ์พร้อมกับข้าพเจ้าเถิดจะได้เอาไปมอบแก่จิวยี่พร้อมกัน
โลซกได้ฟังดังนั้นก็สงสัย ถามขงเบ้งว่าท่านจะไปรับลูกเกาทัณฑ์จากที่ไหน ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าเพ่อถามในตอนนี้เลย ไปด้วยกันแล้วก็จะรู้เอง แล้วขงเบ้งก็พยักหน้าสั่งเด็กประจำเรือว่าให้ออกเรือได้
ขงเบ้งชวนโลซกเข้าไปนั่งภายในประทุนเรือ สั่งเด็กประจำเรือให้เอาสุรามาริน ดื่มกับโลซก แล้วว่าเวลานี้ยังไม่ดึกเท่าใดนัก เรามาเสพสุราสนทนากันให้เป็นที่สำราญใจกันก่อนเถิด ขงเบ้งยกจอกสุราชนจอกกับโลซกด้วยสีหน้าเบิกบานยิ่ง โลซกเห็นขงเบ้งมีอาการใจเย็นและมีความมั่นใจก็ยิ่งสงสัย ตีสีหน้าฉงนอยู่ โดยหารู้ไม่ว่าในขณะนั้นกองเรือที่นั่งมาได้บ่ายโฉมหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือตรงที่ตั้งกองทัพของโจโฉ
ขงเบ้งเห็นโลซกมีสีหน้าฉงนดังนั้นจึงว่าอันผู้เป็นยอดขุนพลย่อมคิดอ่านการสงครามได้ล้ำลึกนอกเหนือจากความคาดคิดของผู้คน อุปมาดั่งพญาครุฑซึ่งบินในอากาศอันสูงสุดลูกตาเกินกว่าปักษาใด ๆ จะบินได้เสมอเท่า อันการใช้กำลังมากเอาชนะกำลังน้อยนั้นใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ลิโป้ อ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ล้วนเป็นคนจำพวกนี้ อันการที่จะคิดอ่านกลอุบายเข้าทำลายล้างข้าศึก ขุนพลในประวัติศาสตร์ก็มีปรากฏต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซุนหวู่ ซุนปิน เตียวเหลียง ฮั่นสิน แม้กระทั่งโจโฉและจิวยี่ก็เป็นคนจำพวกนี้ แต่ยอดขุนพลซึ่งสามารถใช้พลังจักรวาลในการสงครามนั้น ในแผ่นดินนี้มีก็แต่ตัวเราเท่านั้น
โลซกสงสัยจึงถามว่าพลังจักรวาลคือสิ่งใดหรือ ขงเบ้งจึงตอบว่าเมื่อครั้งเราเผาทหารโจโฉที่ทุ่งพกบ๋องและเมืองซินเอี๋ยกว่าสิบหมื่นถึงสองครั้งนั้น ไฟคือพลังจักรวาลที่มีศักดานุภาพในสงครามยิ่งกว่าทหารโจโฉสิบหมื่นอีก เมื่อครั้งที่เราไขน้ำที่แม่น้ำแปะโหให้ท่วมทหารโจโฉนั้น น้ำก็คือพลังจักรวาลที่มาศักดานุภาพในการสงครามยิ่งกว่าทหารโจโฉด้วยเช่นเดียวกัน ขงเบ้งหัวเราะแล้วกล่าวต่อไปว่าในแผ่นดินนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท่านเห็นขุนพลคนใดที่ใช้พลังจักรวาลดุจดั่งเราบ้าง
โลซกได้ฟังดังนั้นก็กล่าวยอมรับด้วยความยินยอมพร้อมใจว่าแม้ข้าพเจ้ามีสติปัญญาและการศึกษาอันน้อย แต่ก็ได้ร่ำเรียนการสงครามมาตั้งแต่เด็ก ถึงบัดนี้ยังไม่เคยประจักษ์ว่ามีผู้ใดใช้พลังจักรวาลดังคำท่านเลยแม้แต่สักคนเดียว
ขงเบ้งได้กล่าวสืบไปว่าจิวยี่มีใจริษยาคิดจะฆ่าเราเสีย จึงวางอุบายสั่งให้เราหาลูกเกาฑัณฑ์สิบหมื่นให้ได้ภายในสิบวัน ไหนเลยเราจะทำเกาทัณฑ์ได้ทัน เพราะผู้คนในเมืองกังตั๋งนี้อยู่ในบังคับของจิวยี่สิ้น จิวยี่ย่อมจะสั่งการให้คนทั้งนั้นแกล้งหน่วงเหนี่ยวเวลามิให้เราทำเกาทัณฑ์ได้สำเร็จ แล้วจะผลาญชีวิตเราเสีย ดีแต่ว่าสติปัญญาความรู้การในอากาศนั้นเราได้ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นอันมาก จึงได้รู้ว่าในคืนนี้จะมีหมอกลงจัดตลอดทั่วทั้งแม่น้ำแยงซีและปริมณฑลอันกว้างไกล เราจึงคิดกลอุบายทำการทั้งนี้
ขงเบ้งกล่าวแล้วก็เปิดประทุนเรือ ทั้งขงเบ้งและโลซกมองออกไปภายนอกเห็นหมอกกำลังลงจัดด้วยเป็นเดือนสิบสองข้างแรม อากาศหนาวเหน็บ หมอกลงหนาทึบ เห็นแต่ไฟสลัว ๆ อยู่ทางฝั่งข้างทิศเหนือเป็นทิวยาวเหยียด โลซกเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบถามว่านั่นเป็นที่ตั้งของกองทัพโจโฉ ท่านหลงทางมาทิศนี้หรือไฉน
ขงเบ้งจึงว่าอันทิศทางในทะเลเราจำหมายแม่นยำอยู่ ไฉนจะหลงทางได้เล่า เราตั้งใจจะมาเอาลูกเกาทัณฑ์จากกองทัพของโจโฉนี่แล้ว
โลซกได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจด้วยเกรงว่าโจโฉจะยกทัพเรือออกมาโจมตี จึงว่าท่านอย่าเสี่ยงตายต่อไปเลย แม้นสิ้นวิธีที่จะทำเกาทัณฑ์แล้วก็จงหนีกลับไปหาเล่าปี่ที่เมืองแฮเค้านั้นเถิด ข้าพเจ้าจะกลับไปหาจิวยี่ว่ากล่าวมิให้เอาโทษแก่ท่าน
ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ ไม่ตอบคำโลซก กลับสั่งให้ขบวนเรือล่องขนานไปตามค่ายน้ำของโจโฉ โฉมหน้าไปทางทิศตะวันตกในระยะห่างเพียงชั่วเกาทัณฑ์ยิง แล้วสั่งการให้ทหารตีกลองศึก ม้าล่อก้องกระหึ่มท้องน้ำ ประหนึ่งว่ากองทัพเรือเมืองกังตั๋งกำลังกรีฑาทัพเข้าโจมตีกองทัพโจโฉฉะนั้น.