ตอนที่ 259. เต่าสอนปลาปีนต้นไม้

  โจโฉสำคัญว่าชัวมอ เตียวอุ๋น แม่ทัพเรือซึ่งกำลังฝึกซ้อมทหารชาวดอนให้ชำนาญการรบทางเรือแปรพักตร์หักหลังจะเข้าด้วยจิวยี่จึงสั่งประหารชีวิต สองนายทหารเก่าของเล่าเปียวไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ยังคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องฝึกทหารเรือล่าช้า จะขอชี้แจง แต่โจโฉไม่ฟังคำ เร่งให้เพชฌฆาตเอาตัวชัวมอ เตียวอุ๋นไปประหาร

            พอเพชฌฆาตคุมตัวชัวมอ เตียวอุ๋น ออกไปนอกค่ายพัก โจโฉหันมามองหน้าเจียวก้าน เห็นยืนกระหยิ่มใจด้วยคิดว่าการเอาความลับมาแจ้งโจโฉครั้งนี้จะมีความชอบใหญ่หลวง โจโฉเห็นหน้าเจียวก้านก็นึกขึ้นได้ว่าเจียวก้านผู้นี้เป็นนักวิชาการที่ยังไม่ประสีประสากับกลอุบายในสงครามก็ตื่นตกใจ ร้องออกมาโดยไม่ระมัดระวังตัวว่าช้าก่อน แล้ววิ่งออกไปที่ประตูค่ายพักพร้อมกับตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าช้าก่อน

            โจโฉได้สติยั้งคิดว่าต้องกลจิวยี่สั่งประหารสองแม่ทัพเรือ คิดจะห้ามปรามเพชฌฆาตให้ยั้งมือแล้วยกเลิกคำสั่งประหาร แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วกว่าความคิด พอโจโฉมาถึงประตูค่ายพักเพชฌฆาตก็นำถาดใส่ศีรษะสองแม่ทัพเรือเข้ามารายงานว่าได้ตัดศีรษะชัวมอ เตียวอุ๋น ตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว

            โจโฉเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสี โบกมือเป็นทีไล่เพชฌฆาตออกไปด้านนอก แล้วสั่งให้นำศีรษะของชัวมอ เตียวอุ๋น ไปจัดการฝังให้เรียบร้อย พอเพชรฌาตคล้อยหลังออกไป โจโฉก็เอามือทั้งสองกุมที่ขมับเนื่องจากอาการปวดศีรษะกำเริบ หันไปจ้องหน้าเจียวก้านคิดว่าจะเอาอย่างไรกับเจียวก้านดี เพราะรู้ตัวดีว่าพลั้งเผลอแค่กระพริบตาเท่านั้นก็ต้องกลจิวยี่ แล้วสังหารแม่ทัพเรือถึงสองคน

            เจียวก้านกำลังนึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่าจะได้รับบำเหน็จความชอบ เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนั้นก็ตื่นตะลึง แต่ไม่แจ้งในความคิดของโจโฉ แม้กระนั้นก็ยังคงคิดว่าการครั้งนี้ได้ช่วยชีวิตของโจโฉไว้ จึงยิ้มให้และค้อมศีรษะเป็นทีคำนับ

            โจโฉจ้องหน้าเจียวก้านอยู่ครู่หนึ่ง จึงกำชับว่าความลับที่ท่านนำมาแจ้งแก่เรานี้อย่าได้แพร่งพรายให้ผู้ใดรับทราบเป็นอันขาด เพราะชัวมอ เตียวอุ๋น มีสมัครพรรคพวกเป็นอันมาก หากทราบความก็จะมีใจพยาบาทอาฆาตทำร้ายท่าน แล้วโจโฉจึงโบกมือขับให้เจียวก้านออกไปนอกค่าย

            เจียวก้านไม่รู้ความนัย แต่ก็เห็นจริงเห็นจังไปกับคำกำชับของโจโฉ เพราะทหารเมืองเกงจิ๋วที่อยู่ในกองทัพและเป็นพรรคพวกของชัวมอ เตียวอุ๋น มาแต่ก่อนก็มีเป็นจำนวนมาก จึงเก็บงำความลับนั้นไว้ไม่แพร่งพราย ครั้นเห็นท่าทีโจโฉดังนั้นก็รู้นัย จึงรีบคำนับลาโจโฉออกไป พอพ้นค่ายพักได้สวนกับบรรดาแม่ทัพนายกองหลายคนที่กำลังลุกลี้ลุกลนมาขอพบโจโฉ แต่เจียวก้านคิดว่าเป็นเรื่องการทหาร ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตัวจึงรีบกลับไปที่พัก

            บรรดาแม่ทัพนายกองของโจโฉหลายคนได้ทราบข่าวคำสั่งประหารชัวมอ เตียวอุ๋น เลื่องลือไปทั้งกองทัพก็ตกใจ เพราะไม่ทราบเหตุผลต้นปลายประการใด แต่รู้สึกว่าการที่ชัวมอ เตียวอุ๋น ต้องโทษประหารในครั้งนี้จะทำให้กองทัพเมืองหลวงขาดผู้ฝึกซ้อมการรบทางเรือ และเป็นผลร้ายแก่กองทัพ จึงพากันมาที่ค่ายพักของโจโฉเพื่อขอทราบความและเหตุผลต้นปลาย

            บรรดาแม่ทัพนายกองเหล่านั้นเมื่อเข้ามาถึงค่ายพักของโจโฉ เห็นโจโฉกำลังเดินวนไปวนมาจึงพากันคำนับโจโฉพร้อมกัน แล้วถามว่าชัวมอ เตียวอุ๋น ซึ่งต้องโทษประหารชีวิต มีความผิดด้วยเรื่องราวประการใดหรือ

            โจโฉตอบขึ้นด้วยเสียงขุ่นเคืองว่าไอ้สองคนนี้ไม่เอาใจใส่ในราชการ เราสั่งให้ฝึกทหารเรือนานช้าแล้ว ไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด เราจึงเอาโทษตามพระอัยการศึก

            บรรดาแม่ทัพนายกองเหล่านั้นได้ฟังคำตอบของโจโฉแล้วไม่แน่แก่ใจว่าจะเป็นเหตุผลในการประหารชีวิตเพราะต่างคนต่างรู้เห็นเป็นอย่างดีว่าชัวมอ เตียวอุ๋น เป็นแม่ทัพที่ขยันขันแข็ง ตั้งใจฝึกอบรมทหารวันละสามเวลา จึงพากันส่ายศีรษะ ยกเว้นก็แต่ชีซีซึ่งร่วมขบวนมาด้วย ได้ฟังคำตอบของโจโฉดังนั้นแล้วก็อมยิ้มอยู่

            โจโฉเหลียวหน้ามามองเห็นชีซีอมยิ้มอยู่ดังนั้นก็รู้ว่าชีซีรู้ทันความคิดของตัว จึงโบกมือเป็นทีขับให้แม่ทัพนายกองเหล่านั้นให้กลับออกไป คนทั้งนั้นเห็นอารมณ์โจโฉขุ่นมัวแต่เช้าตรู่ ขืนอยู่ต่อไปก็มิได้ประโยชน์อันใดจึงพากันคำนับลาแล้วออกจากค่ายพักของโจโฉไป

            โจโฉจึงมีคำสั่งตั้งให้อิกิ๋มและมอกายเป็นแม่ทัพเรือและรองแม่ทัพเรือสืบแทนตำแหน่งของชัวมอ เตียวอุ๋น และให้เร่งรีบฝึกทหารเรือเพื่อให้พร้อมที่จะทำการศึก

            การที่อิกิ๋มและมอกายซึ่งเป็นทหารชาวดอน ไม่สันทัดการรบทางเรือได้กลายเป็นครูฝึกทหารเรือของเมืองหลวงดังนี้จึงอุปมาดั่งแต่งตั้งให้เต่าไปสอนปลาปีนต้นไม้ฉะนั้น

            ข่าวคราวการประหารชีวิตชัวมอ เตียวอุ๋น เลื่องลือไปทั่วสองฝั่งน้ำแยงซีอย่างรวดเร็ว ธงประจำแม่ทัพเรือของชัวมอ เตียวอุ๋น ในกองทัพเรือได้ถูกเปลี่ยนเป็นธงของอิกิ๋มและมอกาย ตั้งแต่เช้าวันนั้น

            ทางด้านหน่วยสอดแนมของเมืองกังตั๋ง ครั้นได้ทราบข่าวและความเปลี่ยนแปลงในกองทัพโจโฉดังนั้นแล้ว จึงรายงานข่าวให้จิวยี่ทราบ

            จิวยี่ได้ทราบรายงานก็มีความยินดี เชิญโลซกมาปรึกษาว่าการที่ชัวมอ เตียวอุ๋น ถูกโจโฉประหารเสียในครั้งนี้ กองทัพโจโฉก็จะขาดผู้บัญชาการที่สันทัดการรบทางทะเล เมืองกังตั๋งเราก็จะสิ้นกังวล

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี สรรเสริญความคิดอ่านและแผนอุบายของ  จิวยี่เป็นอันมาก และกล่าวว่าท่านแม่ทัพมีสติปัญญา สามารถวางกลอุบายได้ลึกซึ้งหลักแหลมดังนี้เห็นทีกองทัพโจโฉจะไม่ครณาน้ำมือท่านเป็นแน่แท้

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นสีหน้าก็ยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวขึ้นด้วยความลำพองว่าข้าพเจ้าวางกลอุบายครั้งนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและแยบยลยิ่ง คาดว่าบรรดาแม่ทัพนายกองของเราคงไม่มีใครล่วงรู้ความคิดครั้งนี้

            ในขณะที่จิวยี่คิดจะแจ้งให้โลซกไปบอกเล่าให้บรรดาเพื่อนพ้องในกองทัพรับทราบว่าการที่โจโฉมีคำสั่งประหารชัวมอ เตียวอุ๋น เป็นเพราะต้องกลอุบายของจิวยี่นั้น พลันจิวยี่ได้ชะงักคำพูดไว้ สีหน้าได้แปรเปลี่ยนเป็นกังวล เอ่ยกับโลซกว่าข้าพเจ้ายังกังวลว่าแผนการความคิดที่ลวงโจโฉในครั้งนี้จะไม่สามารถตบตาขงเบ้งได้

            จิวยี่หยุดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวสืบไปว่า ข้าพเจ้าขอวานท่านช่วยไปเลียบเคียงสืบข่าวคราวทางขงเบ้งว่ารู้ทันความคิดในกลอุบายครั้งนี้ของข้าพเจ้าหรือหาไม่ แล้วรีบนำความมารายงานให้ข้าพเจ้าทราบโดยด่วน

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็รับคำจิวยี่ แล้วออกมาขึ้นม้าขี่ตรงไปที่เรือน้อยของขงเบ้ง

            ทางฝ่ายขงเบ้งพำนักอยู่ในเรือน้อย แต่ละวันนั่งคำนวณไตร่ตรองดูแผนภูมิการโคจรของดวงดาว และความผันแปรแห่งฤดูกาล ในวันที่จิวยี่จัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับเจียวก้านนั้น เสียงมโหรีดังได้ยินไปถึงเรือของขงเบ้ง แต่ไม่เป็นที่ประหลาดใจนัก ด้วยเสียงมโหรีนั้นเป็นทำนองเพลงรื่นรมย์ สนุกสนาน

            แต่ครั้นงานเลี้ยงดำเนินไปยาวนานล่วงถึงบ่ายแล้วก็ยังไม่เลิกราขงเบ้งก็นึกสงสัย จึงลงไปเดินเล่นที่ชายทะเล สอบถามทหารรักษาการณ์จึงได้ทราบว่าจิวยี่เลี้ยงรับรองต้อนรับเจียวก้านเพื่อนเก่าซึ่งเดินทางมาจากกองทัพของโจโฉ ขงเบ้งทราบความแล้วผงกศีรษะอมยิ้มเป็นนัยแต่มิได้ว่ากล่าวประการใด

            จนเวลาล่วงพ้นผ่านค่ำมืด แสงโคมไฟสว่างไสว ในขณะที่งานเลี้ยงรับรองยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังอาหารมื้อเย็นแล้วขงเบ้งได้ลงจากเรือไปเดินเล่นตามชายทะเล และสอบถามทหารรักษาการณ์ต่อไปว่าเหตุใดงานเลี้ยงครั้งนี้ยาวนานนัก

            ทหารรักษาการณ์ไม่รู้ความมุ่งหมายของขงเบ้งก็ตอบไปแต่โดยจริงว่าท่านแม่ทัพพบเพื่อนเก่า มีความสุขสนุกสนานเป็นอันมาก จึงดื่มสุราเมามายจนลืมตัว และไม่ยอมเลิกราดังนี้

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็คิดว่าจิวยี่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของเมืองกังตั๋ง รับผิดชอบต่อชะตากรรมความรุ่งเรืองและความดับสูญของกังตั๋งทั้งแคว้น ไหนเลยจะละความระมัดระวังตั้งอยู่ในความประมาท เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าแล้วเมามายสุราถึงเพียงนี้ จิวยี่จัดงานเลี้ยงครั้งนี้ย่อมมีความนัยแอบแฝงเป็นมั่นคง

            ขงเบ้งอ่านเหตุการณ์ได้ว่าการจัดงานเลี้ยงรับรองของจิวยี่เป็นกลอุบายอย่างหนึ่ง แต่จะมีเป้าหมายประการใดนั้น ข้อมูลเท่าที่มีไม่พอเพียงต่อการประเมิน จึงกลับมาที่เรือแล้วครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ประการต่าง ๆ

            ครั้นวันรุ่งขึ้นข่าวคราวแพร่สะพัดมาจากข้างเหนือของแม่น้ำแยงซีว่าบัดนี้โจโฉมีคำสั่งประหารชัวมอ เตียวอุ๋น เพราะไม่เอาใจใส่ในราชการ แล้วแต่งตั้งอิกิ๋มและมอกายเป็นแม่ทัพเรือและรองแม่ทัพเรือแทนที่ ขงเบ้งก็สงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกลอุบายของจิวยี่ จึงลงจากเรือเดินไปที่ชายทะเล สอบถามทหารรักษาการณ์ว่าเจียวก้านยังอยู่ที่ค่ายท่านแม่ทัพหรือไม่ ทหารนั้นได้แจ้งแก่ขงเบ้งว่าเจียวก้านได้เดินทางกลับตั้งแต่ก่อนยามสี่แล้ว

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วกลับมาที่เรือน้อย จนเวลาใกล้เที่ยงโลซกซึ่งรับคำสั่งจิวยี่ได้มาเยือนขงเบ้งถึงในเรือ ต่างฝ่ายต่างคำนับทักทายกันตามธรรมเนียม

            โลซกได้ปรารภว่าหลายวันมานี้ข้าพเจ้ามีราชการของกองทัพติดพัน ไม่อาจปลีกตัวมาสนทนาศึกษาความรู้จากท่าน จงอภัยให้ข้าพเจ้าด้วย

            ขงเบ้งเห็นโลซกมาเยือนถึงที่ แต่มิได้มีราชการสิ่งใดยกขึ้นว่ากล่าวเป็นข้อสำคัญ ก็คาดหมายว่าโลซกมาครั้งนี้เนื่องเพราะจิวยี่สั่งให้มาฟังความเป็นมั่นคง จำจะต้องข่มจิวยี่และโลซกให้ยำเกรงความคิดเราสืบไป คิดดังนั้นแล้วขงเบ้งจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าเองก็สาละวนอยู่ด้วยการอ่านตำรับตำรา ไม่มีเวลาไปแสดงความยินดีกับท่านแม่ทัพ จงงดโทษให้ข้าพเจ้าด้วย

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็พรั่นใจเพราะความอันตั้งใจจะมาเลียบเคียงสอบถามยังไม่ทันเอ่ยให้เป็นที่ระแคะระคาย แต่ขงเบ้งกลับกล่าวความนัยต้องด้วยเรื่องที่งำไว้ในหัวใจ จึงรีบถามขึ้นว่าท่านจะแสดงความยินดีด้วยเรื่องสิ่งใด

            ขงเบ้งจึงว่าตัวท่านมาเยือนข้าพเจ้าในวันนี้เนื่องเพราะจิวยี่ใช้ให้ท่านมาเลียบเคียงสอบถามว่าข้าพเจ้ารู้เรื่องหรือไม่ เรื่องที่ท่านตั้งใจจะมาสอบถามข้าพเจ้านั่นแล้วคือเรื่องที่ข้าพเจ้าสมควรต้องแสดงความยินดีแก่จิวยี่

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ ละล่ำละลักถามว่าก็แลท่านอยู่แต่ในเรือน้อย เหตุไฉนจึงรู้เรื่องนี้ได้เล่า โลซกปากกล่าวคำถามแต่ในใจให้รู้สึกนิยมนับถือศรัทธาในสติปัญญาของขงเบ้งที่ล่วงรู้การณ์และความคิด ประหนึ่งเทพยดาเข้าดลใจ

            ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่าจิวยี่วางอุบายครั้งนี้หลอกได้ก็แต่เจียวก้านเท่านั้น เจียวก้านไม่รู้กลจิวยี่จึงทำให้โจโฉต้องกลของจิวยี่ตามไปด้วย แต่โจโฉนั้นชาญฉลาดในกลอุบายคงจะหลงกลจิวยี่เพียงชั่วขณะเดียว แล้วคงได้สติยั้งคิดรู้สึกตัว แต่คนแบบโจโฉเป็นคนที่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด มีจิตใจดื้อรั้นแบบวัวชน ยอมให้ความเสียหายเกิดขึ้นแก่บ้านเมืองและราษฎร แต่จะไม่ยอมรับผิด การที่ชัวมอ เตียวอุ๋น ตายไปนั้นเมืองกังตั๋งก็จะปลอดภัย การที่อิกิ๋ม มอกาย ได้ครองตำแหน่งแม่ทัพและรองแม่ทัพเรือ จะทำให้กองทัพโจโฉตกอยู่ในอันตราย เหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและชอบที่ข้าพเจ้าจะต้องไปแสดงความยินดีแก่จิวยี่มิใช่หรือ

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เพราะจะยอมรับว่ารับคำสั่งจิวยี่มาฟังความความคิดของขงเบ้งก็ละอายใจ ครั้นจะไม่ยอมรับก็รู้ดีแก่ใจว่าสติปัญญาความคิดของขงเบ้งนั้นได้รู้กระจ่างแจ้งในความคิดของจิวยี่ถูกต้องถ่องแท้แล้ว ดังนั้นโลซกจึงเปลี่ยนเรื่องกลับไปสนทนาพาทีด้วยเรื่องสัพเพเหระจนควรแก่เวลาเพราะเป็นเวลาเที่ยงแล้วจึงคำนับลาขงเบ้งกลับไปหาจิวยี่

            ขงเบ้งเดินออกมาส่งโลซกที่ท้ายเรือ ก่อนจะจากกันขงเบ้งได้กำชับกับโลซกว่าความอันข้าพเจ้าได้กล่าวกับท่านนี้ ขออย่าได้แจ้งให้จิวยี่ทราบเป็นอันขาด เพราะหากจิวยี่ทราบแล้วก็จะมีน้ำจิตริษยาอาฆาตแล้วคิดอ่านทำร้ายข้าพเจ้าอีก

            โลซกก็รับคำ แล้วรีบเดินทางไปที่ค่ายหลวงของกองทัพเมืองกังตั๋ง เล่าความซึ่งได้สนทนากับขงเบ้งให้จิวยี่ฟังทุกประการ ยกเว้นก็แต่ข้อที่ขงเบ้งกล่าวว่าจิวยี่เป็นผู้มีน้ำจิตริษยานั้น โลซกมิได้บอกแก่จิวยี่

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ กล่าวกับโลซกว่า “อันความคิดขงเบ้งนี้ลึกซึ้งหลักแหลมนัก จำจะคิดอ่านฆ่าเสียก่อนเราจึงจะพ้นภัย”

            โลซกได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเพราะสำนึกบาปว่าการที่จิวยี่ริษยาอาฆาตคิดสังหารขงเบ้งดังนี้เป็นเพราะตัวเอาความซึ่งขงเบ้งห้ามแพร่งพรายมาบอกแก่จิวยี่ บาปเวรอันนี้จึงเกิดแต่โลซกเป็นเหตุและปัจจัย นอกจากนี้โลซกยังวิตกว่าหากจิวยี่ฆ่าขงเบ้งเสียแล้วก็จะไม่มีผู้ช่วยเหลือคิดอ่านการสงครามกำจัดโจโฉ ลำพังจิวยี่แต่ผู้เดียวอาจจะต่อสู้โจโฉมิได้

            ดังนั้นโลซกจึงรีบทัดทานจิวยี่ว่า ท่านจะฆ่าขงเบ้งเสียนั้นไม่ชอบ คนทั้งปวงก็จะครหานินทาได้ว่าเขาเป็นพันธมิตร มาช่วยเหลือในการสงคราม เราสิกลับคิดร้าย และหากสิ้นขงเบ้งแล้ว ท่านมั่นใจหรือว่าจะเอาชนะโจโฉได้.
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘