ตอนที่ 257. อุบาย "เหลี่ยมหักเหลี่ยม"

 จิวยี่แม่ทัพใหญ่แห่งกังตั๋งเห็นชัวมอ เตียวอุ๋น อดีตแม่ทัพใหญ่เมืองเกงจิ๋วซึ่งชำนาญการทัพเรือแล้วมาเป็นแม่ทัพเรือให้กับกองทัพโจโฉว่าเป็นอันตรายต่อกองทัพเมืองกังตั๋ง จึงคิดที่จะกำจัดชัวมอ เตียวอุ๋น เสียก่อนเพื่อกำจัดโจโฉต่อไป ในขณะเดียวกันเจียวก้านที่ปรึกษาของโจโฉก็เสนอให้สยบศึกเมืองกังตั๋งด้วยการขออาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อมให้จิวยี่สวามิภักดิ์ ศึกเหลี่ยมหักเหลี่ยมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์จึงเกิดขึ้น

            โจโฉได้ฟังคำอาสาของเจียวก้านก็มีความยินดีเพราะหากการเป็นไปตามที่เจียวก้านเสนอแล้วเท่ากับว่าโจโฉได้รับชัยชนะโดยไม่ต้องรบ จึงสั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงส่งเจียวก้านเพื่อเดินทางไปเกลี้ยกล่อมจิวยี่เป็นกรณีพิเศษ

            เจียวก้านลงเรือออกจากฐานทัพด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดสนิทสนมมาแต่ครั้งยังเป็นเด็กจะมีความสำคัญยิ่งกว่าความสำนึกในความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง แล้วจะสามารถเกลี้ยกล่อมจิวยี่ให้อ่อนน้อมต่อโจโฉได้

            พอเรือเจียวก้านเทียบท่าที่ฐานทัพเรือของเมืองกังตั๋ง ทหารรักษาการณ์ก็ได้เข้ามาสอบถาม เจียวก้านจึงแจ้งความว่าตัวเรานี้ชื่อเจียวก้าน เป็นเพื่อนร่วมสำนักกับท่านแม่ทัพจิวยี่ ครั้งนี้เดินทางมาแต่กองทัพฝ่ายเหนือ มีความประสงค์จะพบกับท่านแม่ทัพให้รีบไปรายงานแล้วจะได้ความชอบเป็นอันมาก

            ในขณะนั้นจิวยี่กำลังประชุมปรึกษาการสงครามอยู่กับบรรดาแม่ทัพนายกอง ครั้นได้ทราบรายงานว่าเจียวก้านมิตรเก่ามาเยือนจึงปรารภขึ้นว่าเจียวก้านมาแต่กองทัพของโจโฉครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเกลี้ยกล่อมให้เรายอมอ่อนน้อมต่อโจโฉเป็นมั่นคง

            บรรดาแม่ทัพนายกองในที่นั้นครั้นทราบความว่าเจียวก้านเป็นเพื่อนเก่าของแม่ทัพใหญ่จึงไม่กล้าออกความคิดเห็น ได้แต่นิ่งคอยฟังท่าทีของจิวยี่ต่อไป

            จิวยี่ลุกขึ้นเดินไปเดินมาแล้วหัวเราะ รำพึงว่าความวิตกในอกเราจะสิ้นไปเพราะการเดินทางมาของเจียวก้านครั้งนี้แล้ว ว่าแล้วจิวยี่จึงเรียกนายทหารหลายคนเข้ามากระซิบสั่งการให้เตรียมการทั้งปวงให้พร้อมไว้ บรรดาทหารเหล่านั้นรับคำสั่งจิวยี่แล้วคำนับลากลับออกไป

            จิวยี่สั่งทหารรักษาการณ์ให้ไปแจ้งแก่เจียวก้านว่าจิวยี่จะออกไปต้อนรับด้วยตนเอง ทหารรักษาการณ์นั้นจึงคำนับลาจิวยี่กลับออกไป

            จิวยี่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเครื่องแต่งกายผ้าไหมราคาแพง และสั่งบรรดาทหารทั้งปวงให้เปลี่ยนชุดเสื้อผ้าใหม่เป็นที่โอ่โถง จากนั้นจิวยี่จึงนำทหารสามร้อยนายที่แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าใหม่แล้วออกไปรับเจียวก้านถึงท่าเรือ

            ทั้งสองฝ่ายได้คำนับคาราวะกันตามธรรมเนียม จิวยี่ได้ให้การต้อนรับเจียวก้านอย่างเป็นกันเองฉันท์เพื่อนเก่า เจียวก้านรีบถามขึ้นว่าหลังจากออกจากสำนักแล้วเราสองคนไม่ได้พานพบกันเป็นเวลานานหลายปี ท่านมีความสุขสบายดีหรืออย่างไร

            จิวยี่ไม่ตอบคำถามของเจียวก้าน สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงแล้วกล่าวว่าท่านเดินทางมาจากฝั่งเหนือในครั้งนี้มีเจตนาที่จะเกลี้ยกล่อมให้ข้าพเจ้าอ่อนน้อมด้วยโจโฉหรือไฉน

            เจียวก้านถูกจิวยี่รุกโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจ รีบปกปิดความในใจกล่าวขึ้นว่าหามิได้ ข้าพเจ้าเดินทางมาเยือนท่านในวันนี้ในฐานะเป็นเพื่อนเก่า เพื่อจะได้สนทนาเกี่ยวกับความหลังครั้งก่อนที่เรายังร่วมสำนักอยู่ด้วยอาจารย์ แล้วเจียวก้านจึงต่อว่ากลับจิวยี่ว่า ข้าพเจ้าเดินทางมาด้วยปรารถนาเยี่ยมเยือนฉันท์เพื่อนเก่าดังนี้ ไฉนท่านจึงตั้งข้อระแวงแคลงใจเสียตั้งแต่ต้น

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่าตัวข้าพเจ้านี้มีภูมิปัญญาอันน้อย หากเป็นนักดนตรีก็อุปมาเหมือนเพิ่งเริ่มเรียน รู้ว่าสิ่งใดเป็นเครื่องสาย สิ่งใดเป็นเครื่องสีตีเป่า แต่กระนั้นก็พอที่จะฟังอารมณ์เพลงได้โดยไม่ติดขัด ไฉนจะไม่รู้เล่าว่าท่านเดินทางมาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ประการใด

            จิวยี่ตั้งเหลี่ยมสกัดกั้นมิให้เจียวก้านเดินเหลี่ยมเกลี้ยกล่อมเสียตั้งแต่ต้น เจียวก้านเห็นท่าทีจิวยี่ดังนั้นก็วางเหลี่ยมต่อไปว่า ก็แลเมื่อท่านรังเกียจระแวงเพื่อนเก่าดังนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะอยู่เจรจาด้วยท่านต่อไป ความรู้สึกเป็นเพื่อนร่วมสำนักแต่เก่าก่อนจะฟื้นคืนมาเป็นที่สำราญได้อย่างไร ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออำลาท่านกลับไปก่อน ว่าแล้วเจียวก้านก็สะบัดแขนเสื้อทำทีจะกลับไปลงเรือ

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ ยุดเอาแขนเสื้อเจียวก้านไว้แล้วว่าข้าพเจ้ากล่าวสัพยอกท่านเล่นเท่านั้น ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายหน้าที่จากซุนกวนให้มาป้องกันเมืองกังตั๋งมิให้เป็นอันตราย ฉะนั้นในเมื่อท่านยืนยันว่าไม่ได้มาเพื่อเจรจาเกลี้ยกล่อมข้าพเจ้าแล้ว ไฉนจะรีบเดินทางกลับเล่า เชิญร่วมสังสรรค์กันให้เป็นที่สำราญสักครั้งหนึ่งก่อน ว่าแล้วจิวยี่จึงเชิญเจียวก้านเข้าไปที่ศาลาบัญชาการทหาร

            จากนั้นจิวยี่จึงสั่งการให้ทหารคนสนิทเชิญบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงเข้ามาที่ศาลาบัญชาการเพื่อแนะนำตัวให้เจียวก้านได้รู้จัก

            บรรดาแม่ทัพนายกองของกองทัพเมืองกังตั๋งซึ่งรู้ทีตามที่นัดแนะไว้ก่อนแล้วได้ทยอยเข้ามาที่ศาลาบัญชาการทหาร  ต่างคนต่างแต่งตัวด้วยเครื่องแบบเต็มยศด้วยเครื่องแบบที่สวยหรูดูมีราคาแพงอันแสดงว่าเมืองกังตั๋งนี้มั่งคั่งร่ำรวย สามารถทำศึกกับโจโฉได้โดยไม่ขัดสน

            จิวยี่ได้แนะนำบรรดาแม่ทัพนายกองต่าง ๆ ให้รู้จักกับเจียวก้านว่าเป็นเพื่อนเก่าร่วมสำนัก แล้วสั่งให้แต่งโต๊ะเลี้ยงต้อนรับเจียวก้านและบรรดาขุนนางข้าราชการทั้งปวงนั้น

            จิวยี่ได้แสดงความร่ำรวยของเมืองกังตั๋งอย่างเต็มที่ บรรดาอาหารการกินที่สั่งมาเลี้ยงล้วนเป็นอาหารชั้นวิเศษที่มีราคาแพงลิบลิ่ว สุราอาหารล้วนเป็นสุราเลิศรสและหาได้ยาก นอกจากนั้นยังได้สั่งให้กองมโหรีของกองทัพบรรเลงขับกล่อมตลอดรายการ

            พอสุราอาหารผ่านไปได้ที่แล้ว จิวยี่ได้ปรารภขึ้นในงานเลี้ยงว่าเจียวก้านผู้นี้เป็นเพื่อนรักร่วมสำนักกันมาแต่ก่อน มีความสนิทสนมและใกล้ชิดยิ่งกว่าศิษย์ร่วมสำนักผู้อื่น ดังนั้นแม้จะข้ามฟากมาแต่กองทัพของโจโฉก็อย่าได้ระแวงแคลงใจ ให้ทุกคนมีความมั่นใจว่าเจียวก้านมาครั้งนี้มิใช่เป็นการมาเกลี้ยกล่อมให้ตัวเราอ่อนน้อมต่อโจโฉเป็นอันขาด ดังนั้นเพื่อบรรยากาศแห่งไมตรีจิตมิตรภาพของเพื่อนร่วมสำนักได้ดำเนินไปในงานเลี้ยงวันนี้ จึงห้ามมิให้ผู้ใดกล่าวความเรื่องการศึกสงคราม ห้ามมิให้กล่าวถึงเรื่องการรบหรือการยอมสวามิภักดิ์โดยเด็ดขาด ห้ามมิให้พูดถึงสถานการณ์ทางการทหารโดยเด็ดขาด หากผู้ใดมิฟังแกล้งทำให้บรรยากาศฉันท์เพื่อนสนิทเสียไป เราจะลงโทษประหารชีวิต

            ว่าแล้วจิวยี่จึงถอดกระบี่อาญาสิทธิ์ส่งให้ไทสูจู้ แล้วสั่งว่าถ้าผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวเราหรือเจียวก้านก็ไม่มีข้อยกเว้น ให้ท่านใช้กระบี่อาญาสิทธิ์นี้ตัดศีรษะได้ในทันที

            ไทสูจู้เข้ามาคำนับจิวยี่ รับกระบี่อาญาสิทธิ์เทิดไว้เหนือศีรษะด้วยความเคารพ แล้วคำนับลาจิวยี่ถอยออกมานั่งเป็นทีรักษาการณ์ตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

            เจียวก้านเห็นจิวยี่สั่งการดังนั้นก็รู้สึกหวาดกลัว ความที่ตั้งใจจะมาพูดเกลี้ยกล่อมจิวยี่ให้สวามิภักดิ์ต่อโจโฉก็หวั่นไหวเพราะไม่รู้ที่จะหาช่องทางเจรจาประการใด เนื่องจากจิวยี่ได้สร้างป้อมปราการอันแข็งแกร่งสกัดไว้ในทุกทาง

            จิวยี่ส่งกระบี่อาญาสิทธิ์แก่ไทสูจู้แล้วกล่าวกับเจียวก้านว่า หลังจากรับมอบอาญาสิทธิ์จากซุนกวนนายเราให้เป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว ข้าพเจ้าได้เคร่งครัดต่อระเบียบวินัยทหาร เหล้าสักหยดหนึ่งก็มิเคยล่วงลำคอเลย แต่วันนี้พบสหายเก่าจำเป็นจะต้องละวินัยสักครั้งหนึ่ง หากแม้นไม่เมาก็จะไม่เลิกราเป็นอันขาด

            กล่าวจบจิวยี่ก็หัวเราะขึ้นด้วยเสียงอันดัง ยกจอกสุราขึ้นชนจอกกับเจียวก้านติดต่อกันถึงห้าจอก และสั่งทหารบริการให้รินสุราแก่เจียวก้านและบรรดาแม่ทัพนายกองทั้งปวงมิให้บกพร่อง

            จิวยี่แต่งโต๊ะเลี้ยงเจียวก้านจนเวลาล่วงเลยมาถึงเพลาบ่าย ต่างร่ำสุราอาหารกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางเสียงมโหรีปี่กลองเป็นที่ครื้นเครงนัก แล้วจิวยี่จึงจูงมือเจียวก้านเดินจากศาลาบัญชาการทหารออกมาที่ด้านนอก ชี้ให้เจียวก้านดูทหารรักษาการณ์ที่เข้าเวรยามอย่างเข้มงวดกวดขัน แต่งกายด้วยเครื่องแบบใหม่สวยสง่างาม แสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ทหารรักษาการณ์เหล่านั้นเห็นผู้บัญชาการใหญ่นำแขกออกมาด้านนอก ต่างเรียกแถวตรงและแสดงความเคารพตามระเบียบ ดูน่าเกรงขามนัก

            จิวยี่จึงถามเจียวก้านว่าทหารเมืองกังตั๋งของข้าพเจ้านี้ท่านเห็นว่าเป็นประการใด

            เจียวก้านจึงว่าทหารเมืองกังตั๋งนี้แข็งแรงกำยำล่ำสัน เคร่งครัดในระเบียบวินัย ดูสง่าสมศักดิ์ศรีของกองทัพสมกับเป็นทหารเสือจริง ๆ ขณะเดียวกันในใจของเจียวก้านก็ตะลึงพรึงเพริดในความมั่งคั่งร่ำรวยของแคว้นกังตั๋งที่แสดงออกโดยเครื่องแบบและการแต่งกายของทหารรักษาการณ์ทั้งปวง

            จิวยี่ได้จูงมือเจียวก้านเดินไปทางด้านหลังค่าย พาไปดูคลังเสบียงอันแน่นขนัดกองเป็นภูเขาเลากา ทั้งฟางหญ้าสำหรับม้าก็กองสูงดังขุนเขา จิวยี่ทำเป็นเมาสุราแล้วแกล้งถามเจียวก้านว่าเสบียงอาหารทั้งคนและม้าของเมืองกังตั๋งนี้ท่านดูแล้วเป็นอย่างไร

            เจียวก้านจึงว่าท่านเตรียมการสงครามพร้อมพรัก เสบียงอาหารทั้งคนและม้าพรั่งพร้อมดังนี้ สมแล้วกับเป็นยอดผู้บัญชาการทหารที่พร้อมทำสงครามได้นานปี กิตติศัพท์ความเชี่ยวชาญการศึกอันระบือลือลั่นทั้งลำน้ำแยงซีมิผิดคำพูดเลยแม้แต่น้อย

            จิวยี่ทำเมามายหนักขึ้น หัวเราะดังสนั่นแล้วว่า คิดย้อนไปถึงวันเวลาที่เราศึกษาอยู่กับสำนักครู ในครั้งนั้นเรามุ่งหวังจะทำอาชีพรับราชการเป็นทหาร หวังเอายศเพียงหัวหน้าหมู่ก็เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูลแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีวันเวลาอย่างวันนี้ที่มีวาสนาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่

            เจียวก้านได้ฟังดังนั้นก็ยกย่องจิวยี่ว่าตัวท่านมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เห็นประจักษ์มาตั้งแต่ครั้งอยู่สำนักเดียวกันนั้นแล้วว่าจะมีวาสนาสูงส่งในภายหน้า การที่ท่านตั้งตัวได้เป็นใหญ่ในวันนี้ก็สมแล้ว หาได้ผิดความคาดหมายแต่ประการใดไม่

            จิวยี่แหงนหน้าขึ้นมองฟ้า หัวเราะดังลั่น เดินโซซัดโซเซ จูงมือเจียวก้านกลับไปทางศาลาว่าราชการ แล้วว่า “อันคำโบราณกล่าวไว้ว่าธรรมดาเกิดมาเป็นชาย แม้จะแสวงหาเจ้านายซึ่งจะเป็นที่พึ่งนั้น ก็ให้พิเคราะห์ดูน้ำใจเจ้านายซึ่งโอบอ้อมอารีเป็นสัตย์ธรรมจึงให้เข้าอยู่ด้วย แล้วให้ตั้งใจทำราชการโดยสัตย์ซื่อสุจริต ให้เห็นฝีมือเป็นบำเหน็จไว้ จึงจะได้ความสุขสืบไป ประการหนึ่งให้มีใจทำไมตรีแก่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเก่าแก่ไว้อย่าให้ขาด แม้มาตรว่าจะมีภัยสิ่งใดมาถึงตัว ก็จะเผอิญให้มีผู้มาช่วยแก้ไขพ้นจากอันตรายได้ ถ้าจะคิดการสิ่งใดเล่าก็จะสำเร็จ”

            สามก๊กฉบับภาษาจีนได้พรรณนาความว่าจิวยี่ในขณะแสร้งเมามายสุรานั้น ได้กล่าวหลักการในการดำเนินชีวิตของชายชาตรีไว้ว่า พึงยึดหลักในประการดังต่อไปนี้

            “ประการหนึ่ง พึงแสวงหาเจ้านายที่ไว้จิตวางใจ ไม่ระแวงแคลงใจกันและกันในทุกสถานการณ์

            ประการหนึ่ง พึงดำรงมั่นในความสัตย์ซื่อภักดีต่อเจ้านาย ไม่หวั่นไหวต่อความเย้ายวนด้วยอามิสทั้งปวง

            ประการหนึ่ง พึงดำรงไว้ซึ่งสัจจะ กล่าวความใดย่อมเป็นที่เชื่อถือวางใจได้ ไม่มีคำที่เป็นสอง

            ประการหนึ่ง ความคิดอ่านแผนการกลอุบายใด จะต้องสอดคล้องรองรับทั้งทางความคิดและทางปฏิบัติมิให้ลักลั่นหรือล่วงรู้ถึงหูผู้อื่นเป็นอันขาด

            ประการหนึ่ง มีสุขพึงร่วมสุข มีทุกข์พึงร่วมต้าน ไม่ทอดทิ้งแม้ยามยาก ถึงแม้อยู่ในวิกฤตเสี่ยงต่อชีวิตก็พร้อมจะตายด้วยนายตัว”

            จิวยี่หัวเราะราวกับว่าเสียกริยาเพราะเมาสุราต่อไปอีก เจียวก้านเห็นจิวยี่เมาสุรา เจรจาคล้ายมิได้ศัพท์ก็ให้ระย่อท้อถอยว่าการซึ่งอาสาโจโฉมาแต่ด้านเหนือจะไม่สำเร็จดังปรารถนา ในขณะนั้นจิวยี่ได้พาเจียวก้านกลับมาถึงที่โต๊ะ แล้วเชิญให้เจียวก้านนั่งกินโต๊ะต่อไป

            จิวยี่แสร้งพูดแบบคนเมาสุรา โอ้อวดพรรณนาถึงความเข้มแข็งเกรียงไกรและไพร่พลอันมากมายของทหารเมืองกังตั๋งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสร้งพูดย้ำความย้ำคำเหมือนแสร้งย้ำลงไปในหว่างใจของเจียวก้านถึงอานุภาพทางการทหารของเมืองกังตั๋ง จนเวลาล่วงถึงยามค่ำจิวยี่ก็ยังไม่ยอมเลิกรา สั่งให้ทหารบริการยกสุราอาหารมาบริการอย่างไม่ขาดระยะ

            จิวยี่วางค่ายกลเหลี่ยมคูสกัดกั้นเหลี่ยมคูของเจียวก้านที่เดินทางมาหวังเกลี้ยกล่อมให้อ่อนน้อมต่อโจโฉอย่างแยบคายด้วยประการฉะนี้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘