ตอนที่ 256. ประลองยุทธนาวีครั้งแรก

 จิวยี่ด้านหนึ่งยังคุมแค้นโจโฉด้วยสำคัญว่าโจโฉมีเถยจิตคิดแย่งชิงนางไต้เกี้ยวภรรยาซุนเซ็ก และนางเสียวเกี้ยวภรรยาของตนเพื่อไปบำรุงบำเรอกาม และอีกด้านหนึ่งต้องการแสดงความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจทำสงครามกับโจโฉให้ปรากฏ จึงสั่งให้ประหารทูตของโจโฉเสีย

            เมื่อตัดศีรษะทูตแล้วจิวยี่จึงให้มอบศีรษะทูตนั้นไปกับทหารที่ติดตามทูตมาจากกองทัพของโจโฉ แล้วว่าในวันพรุ่งนี้เราจะยกทัพเรือออกไปประลองยุทธ์กับกองทัพของโจโฉ ให้เจ้าไปบอกโจโฉให้เตรียมการไว้ให้พร้อมแล้ววันพรุ่งนี้จะได้เห็นฝีมือกัน

            คณะทหารที่ติดตามทูตมาต่างตื่นตระหนกตกใจที่จิวยี่ละประเพณีทางการทูตให้ตัดศีรษะทูต ครั้นได้ฟังดังนั้นก็รีบรับคำแล้วออกเรือเดินทางกลับไปยังกองทัพของโจโฉ

            ครั้นทหารที่ติดตามทูตเดินทางกลับไปแล้วจิวยี่จึงสั่งให้เรียกกำเหลง ฮันต๋ง และเจียวขิมเข้ามาพบ แล้วว่าในวันพรุ่งนี้เราจะประลองกำลังกับกองทัพโจโฉสักครั้งหนึ่ง โดยจะกระทำยุทธนาวีให้เป็นขวัญตาแก่ทหารของทั้งสองฝ่ายที่บริเวณอ่าวเมืองแฮเค้า ในยุทธนาวีครั้งนี้จะต้องได้รับชัยชนะประการเดียวเท่านั้น จะพ่ายแพ้มิได้เป็นอันขาด

            แล้วจิวยี่จึงตั้งให้กำเหลงเป็นแม่ทัพหน้า ให้ฮันต๋งเป็นปีกขวา เจียวขิมเป็นปีกซ้าย ตัวจิวยี่จะคุมกองทัพหลวงและให้เตรียมการทั้งปวงให้พร้อมที่จะกระทำยุทธนาวีกับโจโฉในวันรุ่งขึ้น สามนายทหารใหญ่ของแคว้นกังตั๋งรับคำสั่งจิวยี่แล้วคำนับลาออกไปจัดแจงเตรียมการกองทัพ รอคำสั่งที่จะยกไปในวันรุ่งขึ้น

            ทางฝ่ายทหารติดตามทูตของโจโฉ ครั้นเดินทางกลับถึงฝั่งเหนือได้นำศีรษะทูตเข้าไปรายงานความให้โจโฉทราบทุกประการ และแจ้งคำท้าของจิวยี่ที่จะกระทำยุทธนาวีกันในวันรุ่งขึ้นให้โจโฉทราบ

            โจโฉทราบความก็โกรธจิวยี่เป็นอันมาก กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่าไอ้จิวยี่เด็กอมมือบังอาจนัก เราจักสั่งสอนเสียให้รู้จักฝีมือของเราในวันพรุ่งนี้ ว่าแล้วจึงเรียกชัวมอ เตียวอุ๋น เข้ามาพบ แล้วสั่งให้จัดแจงทัพเรือเพื่อเตรียมกระทำยุทธนาวีกับจิวยี่ในวันรุ่งขึ้น

            โจโฉตั้งให้ชัวมอและเตียวอุ๋นคุมทหารเรือเมืองเกงจิ๋วและเมืองเฉวจิ๋วเป็นกองทัพหน้า โจโฉเป็นกองทัพหลวง ชัวมอและเตียวอุ๋นรับคำสั่งโจโฉแล้วรีบคำนับลาโจโฉออกไปจัดแจงเรือรบและพลรบตามคำสั่ง

            ครั้นวันรุ่งขึ้นกองทัพเรือของโจโฉจึงเคลื่อนออกจากฐานทัพ ยกตรงไปทางปากน้ำเมืองสำกั๋ง พอกองทัพเรือเคลื่อนออกจากฐานทัพก็เห็นกองทัพเรือของเมืองกังตั๋งเคลื่อนตรงเข้ามา กองทัพหน้าของทั้งสองฝ่ายชักธงสัญญาณรบพร้อมตีม้าล่อฆ้องกลองเป็นสัญญาณให้ทหารเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมที่จะกระทำยุทธนาวีต่อกัน

            กำเหลงคุมกองทัพหน้าของกองทัพเรือเมืองกังตั๋งยืนอยู่บนหัวเรือ แล่นออกไปหน้าสุดโดยไม่กลัวเกรงต่อลูกเกาทัณฑ์ของกองทัพเรือฝ่ายโจโฉ ในขณะที่ชัวหุนน้องชายของชัวมอในสังกัดกองทัพหน้าของฝ่ายโจโฉก็ยืนอยู่บนหัวเรือแล่นออกไปหน้าสุดเช่นเดียวกัน

            พอเรือรบแล่นเข้าไปใกล้ กำเหลงจึงร้องถามขึ้นว่าตัวเราชื่อกำเหลงเป็นแม่ทัพหน้าของกองทัพเรือเมืองกังตั๋ง ผู้ใดจะกล้าหาญมารบกับเราก็ให้ออกมา ชัวหุนได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้พลแจวรีบแจวเรือปรี่เข้ารบกับกำเหลง

            เรือรบของกองทัพหน้าของทั้งสองฝ่ายวิ่งปรี่เข้าหากัน พอเข้ามาใกล้ในระยะเกาทัณฑ์กำเหลงจึงน้าวเกาทัณฑ์ยิงไปถูกชัวหุนตกน้ำถึงแก่ความตาย

            กำเหลงเห็นได้ทีจึงออกคำสั่งให้กองทัพหน้าและปีกซ้ายปีกขวาเร่งเรือรบเข้าปะทะกับกองทัพเรือของโจโฉ ทหารเมืองกังตั๋งต่างยืนมั่นบนเรือ ไม่หวั่นไหวด้วยคลื่นและลม ระดมยิงเกาทัณฑ์ดุจดั่งหาฝนใส่กองทัพเรือของโจโฉอย่างไม่ขาดสาย

            ทหารเรือของโจโฉทรงตัวไม่ได้มั่นเพราะคลื่นในทะเลเป็นระลอกหนุนเนื่องกระแทกกราบเรือทำให้เรือโคลงไปโคลงมา จะยืนก็ไม่มั่น จะยิงเกาทัณฑ์ก็ไม่ถนัด เกาทัณฑ์ยิงออกจากแหล่งแล้วก็พลาดเป้าไปห่างไกล

            ฮันต๋งและเจียวขิมคุมปีกซ้ายขวา เร่งให้พลแจวรีบแจวเรือเข้าปะทะกับกองทัพเรือของโจโฉ ระดมยิงเกาทัณฑ์และพุ่งเรือเข้าชนจนเรือรบของโจโฉจมลงเป็นหลายลำ

            ทหารเมืองกังตั๋งระดมยิงเกาทัณฑ์และระเบิดเพลิงเข้าใส่ทหารเรือของโจโฉอย่างไม่ขาดสาย ถูกทหารโจโฉบาดเจ็บล้มตายลงเป็นอันมาก บ้างก็ถูกเรือรบเมืองกังตั๋งชนจมลง บ้างก็หลีกเกาทัณฑ์ไปยืนอยู่ข้างกราบเรือหนึ่งทำให้เรือคว่ำจมน้ำ จิวยี่เห็นดังนั้นจึงระดมกองทัพหลวงเข้าหนุน

            ยุทธนาวีที่บริเวณอ่าวเมืองแฮเค้ากระทำกันตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนกระทั่งถึงบ่ายสองโมง กองทัพเรือของเมืองกังตั๋งเป็นฝ่ายกระทำในสงครามแต่ข้างเดียว ทั้งใช้เกาทัณฑ์ระดมยิง ใช้ระเบิดเพลิงยิงเข้าใส่ ใช้เรือพุ่งเข้าชนจนเรือรบของโจโฉจมลงเป็นจำนวนมาก ทหารของโจโฉถูกเกาทัณฑ์ ระเบิดเพลิง พลัดตกน้ำ และถูกฆ่าฟันล้มตายเป็นอันมาก ในขณะที่ทหารเมืองกังตั๋งยังฮึกห้าวเหิมหาญและแทบไม่บาดเจ็บล้มตายเลย

            จิวยี่เห็นกองทัพเรือเมืองกังตั๋งได้รับชัยชนะอย่างงดงามทั้งหยั่งทราบกำลังรบทางนาวีประจักษ์แล้ว คำนึงว่าสมควรจะถนอมกำลังรักษาชัยชนะอย่างงดงามครั้งนี้ไว้อย่างเต็มที่ จึงสั่งพลสัญญาณให้ลั่นระฆังถอยทัพกลับไปรวมพลที่ฐานทัพเรือ ในขณะเดียวกันนั้นโจโฉก็เห็นว่ากองทัพภาคเหนือเสียทีแก่กองทัพเมืองกังตั๋ง หากขืนรบต่อไปก็มีแต่จะเสียหายยับเยิน จึงสั่งให้ถอยทัพกลับไปที่ฐานทัพดังเดิม

            ครั้นถอยทัพกลับฐานทัพแล้ว โจโฉจึงเรียกชัวมอ เตียวอุ๋น เข้ามาคาดโทษว่ายุทธนาวีครั้งนี้ทหารเมืองกังตั๋งมีน้อยกว่าทหารของกองทัพเราเป็นอันมาก แต่ท่านกลับปราชัยแบบไม่มีท่าทั้งนี้เป็นเพราะท่านไม่เต็มใจสู้รบกับข้าศึก

            ชัวมอได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ รีบกล่าวแก้ว่าทหารเมืองเกงจิ๋วแม้ชำนาญการเรือแต่ก็ได้ละเว้นการฝึกซ้อมมาช้านาน และทหารส่วนใหญ่ก็เป็นทหารเพิ่งเกณฑ์ใหม่ยังไม่ชำนาญการสงคราม ส่วนทหารภาคเหนือที่เข้าร่วมรบนั้นไม่สันทัดการรบทางน้ำ พอเรือถูกคลื่นกระทบโคลงเคลงบ้างเล็กน้อยก็ทรงตัวไม่ได้มั่นจึงเสียทีแก่จิวยี่มาทั้งนี้

            แล้วชัวมอจึงเสนอว่าจำจะต้องรีบฝึกสอนซ้อมรบทางทะเลให้ชำนาญการศึกเสียก่อนจึงจะทำการกับจิวยี่ได้ถนัด ข้าพเจ้าขอเสนอให้ตั้งค่ายน้ำโดยเอาเรือรบขนาดใหญ่ทอดเรียงรายไว้ภายนอกในลักษณะเดียวกับกำแพงเมืองป้องกันคลื่นลม ให้ทหารเมืองเกงจิ๋วซ้อมรบอยู่ทางด้านนอก ส่วนทหารเมืองชีจิ๋วและเมืองเฉงจิ๋วซึ่งเป็นทหารชาวดอนให้ฝึกซ้อมรบอยู่ทางด้านใน ฝึกซ้อมรบจบกระบวนแล้วจึงค่อยคิดอ่านทำสงครามกับจิวยี่ต่อไป

            โจโฉจึงว่าเราวางใจให้พวกท่านเป็นผู้บัญชาการทัพเรือ ดังนั้นการใดอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่พวกท่านพึงกระทำก็จงทำไปตามอำนาจหน้าที่ อย่าให้เสียราชการ

            ชัวมอและเตียวอุ๋นได้ฟังดังนั้นจึงคำนับลาโจโฉกลับออกไป ในขณะนั้นโจโฉเริ่มคิดระแวงสงสัยชัวมอและเตียวอุ๋นว่าไม่เป็นใจสู้รบด้วยกองทัพเมืองกังตั๋ง เพราะความอันเสนอนั้นก็เป็นความซึ่งรู้อยู่แต่ก่อนแล้ว แต่ไฉนจึงไม่เตรียมการฝึกซ้อมทหารให้พร้อมรบตามกระบวนศึก แลเมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่ากองทัพเมืองเกงจิ๋วอ่อนซ้อมไฉนจึงไม่บอกกล่าวรายงานให้ทราบก่อน เสียทีแก่ข้าศึกแล้วจึงเพิ่งมาแก้ตัว โจโฉระแวงสงสัยดังนี้ก็เก็บความสงสัยนั้นครุ่นคิดอยู่ในใจเรื่อยมา

            ฝ่ายชัวมอ เตียวอุ๋น เมื่อคำนับลาโจโฉออกมาแล้วได้รีบไปที่กองทัพเรือ สั่งให้นำเรือรบขนาดใหญ่ออกไปทอดสมออยู่รอบนอก เรียงรายขนานแนวตลิ่งประดุจดังตั้งค่ายเป็นกำแพงอยู่โดยรอบ มีประตูสำหรับเข้าออกถึงยี่สิบสี่ประตู ส่วนเรือรบขนาดเล็ก และเรือเร็ว เรือโจมตี เรือลาดตระเวนให้เอามาทอดสมอไว้ด้านใน แล่นไปมาถึงกันได้ตลอดแนว

            เรือรบขนาดใหญ่กันคลื่นลมอยู่ภายนอกจึงทำให้ท้องทะเลด้านในราบเรียบ ชัวมอและเตียวอุ๋นได้จัดการให้ทหารเมืองเกงจิ๋วฝึกซ้อมรบอยู่ด้านนอกของเรือใหญ่ และจัดให้ทหารเมืองชีจิ๋วและเมืองเฉงจิ๋วซ้อมรบอยู่ด้านใน ฝึกกระบวนรบ กระบวนรุก กระบวนถอยวันละสามเวลา

            เพื่อจะข่มขวัญทหารของเมืองกังตั๋ง พอตกกลางคืนโจโฉได้สั่งการให้กองทัพบก กองทัพเรือ จุดโคมไฟขึ้นสว่างไสวทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ แสงไฟจากกองทัพเรือเรียงรายยาวเหยียดตลอดแนวชายทะเลฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซี ส่วนกองทัพบกนั้นเล่าจุดโคมไฟสว่างเป็นแนวยาวเหยียดตลอดระยะสามพันเส้น สว่างดุจกลางวัน

            ฝ่ายกองทัพเรือเมืองกังตั๋งเมื่อได้ชัยชนะในยุทธนาวีครั้งแรกประเดิมชัยแล้ว จิวยี่จึงสั่งให้ปูนบำเหน็จทหารเป็นอันมาก และสั่งม้าเร็วให้นำความศึกไปรายงานให้ซุนกวนทราบ

            พอตกกลางคืนจิวยี่พาทหารขึ้นไปยืนสังเกตการณ์บนเนินเขา แลไปยังกองทัพของโจโฉด้านฝั่งเหนือของแม่น้ำแยงซีเห็นโคมไฟสว่างไสวเป็นแนวยาวเหยียดแน่นหนาดุจเวลากลางวัน จิวยี่ก็พรั่นใจแล้วพาทหารกลับลงมาที่ค่าย ครุ่นคิดวางแผนที่จะทำการกับกองทัพโจโฉสืบไป

            ครั้นวันรุ่งขึ้นจิวยี่จึงคิดที่จะไปสังเกตการณ์จัดวางค่ายและกองทหารเพื่อหยั่งเชิงความพร้อมรบของกองทัพโจโฉ จึงสั่งให้เตรียมเรือสองชั้นพร้อมมโหรีและแม่ทัพนายกองหลายนาย ส่วนทหารประจำเรือให้จัดเอาแต่เฉพาะพลเกาทัณฑ์แม่นฝีมือเต็มอัตรา

            ครั้นเตรียมการพร้อมแล้วจิวยี่จึงให้แล่นเรืออ้อมอ่าวเลียบชายฝั่งไปทางด้านกองทัพของโจโฉ ให้พลมโหรีบรรเลงเพลงชมความงามของท้องทะเล ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวล่องเรือชมธรรมชาติ

            เรือของจิวยี่แล่นเลียบสังเกตการณ์ข้างกองทัพเรือของโจโฉ จิวยี่เห็นกองทัพโจโฉจัดกระบวนตั้งค่ายน้ำเป็นแนวยาวเหยียดฝึกซ้อมทหารเรืออย่างแข็งขันก็ตกใจ ถามนายทหารที่มาด้วยกันว่าผู้ใดเป็นแม่ทัพเรือทำการฝึกฝนทหารดังนี้

            หัวหน้านายทหารเรือฝ่ายข่าวกรองที่ติดตามไปด้วยได้รายงานว่า โจโฉได้ตั้งให้ชัวมอและเตียวอุ๋นอดีตผู้บัญชาการทหารเมืองเกงจิ๋วทำการฝึกซ้อมทหารทั้งปวงให้ชำนาญการรบทางทะเล

            จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็พรั่นใจ คิดว่าอันชัวมอ เตียวอุ๋นสองคนนี้พื้นเพเดิมอยู่ในแคว้นกังตั๋ง ไปรับราชการอยู่กับเล่าเปียวที่เมืองเกงจิ๋ว มีความสันทัดจัดจ้านในการรบทางทะเลมิได้ด้อยกว่าทหารเรือเมืองกังตั๋งแม้แต่น้อย หากสองคนนี้ครองตำแหน่งแม่ทัพเรือทำการฝึกสอนทหารชาวดอนสืบไปเช่นนี้แล้ว ทหารชาวดอนชำนาญการรบทางเรือขึ้นเมื่อใด กองทัพเรือเมืองกังตั๋งก็จะเป็นอันตราย จำจะต้องคิดอ่านกลอุบายกำจัดชัวมอ เตียวอุ๋นเสียก่อน จึงจะทำการสงครามกับโจโฉได้ไม่ขัดสน

            ฝ่ายหน่วยลาดตระเวนของกองทัพเรือโจโฉเห็นเรือกล่อมมโหรีล่องมาตามน้ำ สังเกตลักษณะเรือก็รู้ว่าเป็นเรือเมืองกังตั๋ง พลลาดตระเวนบางคนที่เคยสังกัดอยู่ในกองทัพเมืองเกงจิ๋วรู้จักจิวยี่ก็จำได้ จึงนำความไปรายงานให้โจโฉทราบว่าบัดนี้จิวยี่ล่องเรือมาสังเกตการณ์การฝึกซ้อมทหาร

            โจโฉได้ฟังดังนั้นก็โกรธ คิดว่าจิวยี่หมิ่นประมาทเพราะเพิ่งได้ชัยชนะในยุทธนาวีเมื่อวันก่อนแล้วมีน้ำใจกำเริบ วันนี้จึงล่องเรือมาเยาะเย้ยเราอีก จึงสั่งกองเรือเร็วให้จัดขบวนออกไล่จับเรือจิวยี่

            จิวยี่อยู่บนเรือสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวภายในค่ายน้ำก็รู้ว่าทหารโจโฉเตรียมการลงเรือเร็วเพื่อจะมาไล่จับ จึงสั่งทหารให้รีบแจวเรือกลับไปฐานทัพ เรือเร็วของกองทัพโจโฉพอแล่นออกพ้นประตูค่ายน้ำ เรือของจิวยี่ได้ขึ้นใบหนีไปตามทิศทางลมอย่างรวดเร็วไปไกลกว่าร้อยเส้นแล้วเห็นจะไล่ตามไม่ทันก็พากันกลับมารายงานให้โจโฉทราบ

            โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงเรียกบรรดาที่ปรึกษาและแม่ทัพนายกองมาปรึกษา แล้วปรารภว่า จิวยี่แม่ทัพหนุ่มเมืองกังตั๋งผู้นี้ปรามาสเรานัก เมื่อวันก่อนได้รับชัยชนะในยุทธนาวีก็มีน้ำใจกำเริบ มาวันนี้จึงคิดอ่านล่องเรือเล่นมโหรีมาลอบสังเกตการณ์ฝึกซ้อมทหารของกองทัพเราอีก จิวยี่เยาะเย้ยถากถางเราทั้งนี้เราได้รับความอัปยศนัก ท่านทั้งปวงจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด

             ฝ่ายเจียวก้านซึ่งเป็นขุนนางฝ่ายพลเรือนในตำแหน่งที่ปรึกษาติดตามมาในกองทัพของโจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่าอันจิวยี่ผู้นี้นับเป็นหลักชัยของกองทัพเมืองกังตั๋ง หากจิวยี่ยอมอ่อนน้อมต่อท่านแล้วเมืองกังตั๋งก็จะอยู่ในเงื้อมมือท่าน ตัวข้าพเจ้านี้กับจิวยี่มีความสนิทสนมกันมาแต่ก่อน เมื่อน้อยได้ร่วมสำนักศึกษาวิทยาการอยู่ด้วยกันนานปี กินนอนอยู่ด้วยกัน มีน้ำใจรักวางใจกันเป็นอันมาก หากจิวยี่รู้ว่าข้าพเจ้าอยู่รับราชการด้วยท่านก็ย่อมเห็นทางสว่างว่าจะรอดปลอดภัย ดังนั้นข้าพเจ้าจะขออาสาไปเกลี้ยกล่อมจิวยี่ให้มาสวามิภักดิ์ต่อท่านให้จงได้.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘